ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาระบายแก้ท้องผูก

ยาระบายแก้ท้องผูก คือ ยาที่ช่วยให้อุจจาระนุ่ม เพิ่มปริมาตรอุจจาระ หรือกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ เพื่อให้ขับถ่ายง่ายขึ้น

ประเด็นสำคัญ

  • ท้องผูกเล็กน้อยมักเริ่มดูแลได้ด้วยการดื่มน้ำ เพิ่มใยอาหาร เคลื่อนไหวร่างกาย และเข้าห้องน้ำเป็นเวลา ก่อนพิจารณาใช้ยา
  • psyllium ชนิดแคปซูลอาจมีตัวยา 0.52 กรัมต่อแคปซูล ส่วน bisacodyl ชนิดเม็ดอาจมีความแรง 5 มก.ต่อเม็ด และ sennosides มีหลายความแรง จึงต้องตรวจฉลากของผลิตภัณฑ์
  • ถ้าปวดท้องมาก อาเจียน ท้องบวม ถ่ายเป็นเลือด หรือไม่ถ่ายร่วมกับไม่ผายลม ไม่ควรซื้อยาระบายกินเองและควรพบแพทย์

ท้องผูกเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

สาเหตุที่พบบ่อยคือกินใยอาหารหรือน้ำน้อย เคลื่อนไหวน้อย และกลั้นอุจจาระเป็นประจำ การเดินทาง ความเครียด การเปลี่ยนเวลาอาหาร หรือการพักฟื้นจากการเจ็บป่วยก็ทำให้รูปแบบการขับถ่ายเปลี่ยนชั่วคราวได้

  • อาหารและน้ำ: กินผัก ผลไม้ หรือธัญพืชน้อย รวมถึงดื่มน้ำน้อย
  • พฤติกรรม: กลั้นอุจจาระ นั่งนาน หรือไม่ค่อยออกกำลังกาย
  • ยาและอาหารเสริม: ยาบางชนิด รวมถึงธาตุเหล็ก ยาลดกรดบางประเภท และยาแก้ปวดบางกลุ่ม อาจทำให้ท้องผูก
  • การตั้งครรภ์และอายุที่มากขึ้น: ฮอร์โมนและการเคลื่อนไหวของลำไส้อาจเปลี่ยนไป
  • โรคประจำตัว: เบาหวาน ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ หรือความผิดปกติของลำไส้อาจเกี่ยวข้องได้

ความถี่ในการถ่ายของแต่ละคนไม่เท่ากัน คุณอาจไม่ได้ท้องผูกเพียงเพราะไม่ได้ถ่ายทุกวัน สิ่งที่ควรสังเกตคืออุจจาระแข็ง ต้องเบ่งมาก ถ่ายไม่สุด หรือถ่ายน้อยกว่ารูปแบบปกติของตัวเองอย่างชัดเจน

เมื่อไหร่ที่ใช้ยาระบายชนิดซื้อใช้เองได้

ใช้ได้เมื่อเป็นท้องผูกชั่วคราว อาการไม่มาก และไม่มีสัญญาณของลำไส้อุดตันหรือเลือดออก คุณควรเริ่มจากดื่มน้ำให้เพียงพอ เพิ่มใยอาหารทีละน้อย เดินหรือขยับร่างกาย และลองเข้าห้องน้ำหลังอาหารโดยไม่กลั้น

ลักษณะอาการควรทำอย่างไร
อุจจาระแข็ง ดื่มน้ำน้อยเพิ่มน้ำและใยอาหาร
ท้องผูกชั่วคราว ไม่มีอาการเตือนพิจารณายาระบายระยะสั้น
ต้องการผลแบบค่อยเป็นค่อยไปพิจารณายาเพิ่มกาก
ต้องการผลภายในข้ามคืนยากระตุ้นอาจเหมาะกว่า
ปวดมาก อาเจียน ท้องบวมงดยาระบายและพบแพทย์

ไม่ควรใช้ยาระบายต่อเนื่องเพื่อชดเชยการกินอาหาร หรือใช้เพื่อควบคุมน้ำหนัก เพราะน้ำหนักที่ลดหลังถ่ายส่วนใหญ่เป็นน้ำและสิ่งที่อยู่ในลำไส้ ไม่ใช่ไขมัน หากต้องใช้ยาทุกวันหรืออาการกลับมาบ่อย ควรหาสาเหตุแทนการเพิ่มยาเอง

ยาระบายมีกลุ่มใดบ้างและควรเลือกอย่างไร

เลือกจากลักษณะอุจจาระ ความเร็วที่ต้องการ และโรคประจำตัว ไม่ควรเลือกจากคำว่าแรงหรือถ่ายเร็วเพียงอย่างเดียว ยาแต่ละกลุ่มออกฤทธิ์ต่างกันและมีข้อควรระวังไม่เหมือนกัน

กลุ่มยาตัวอย่างชื่อสามัญเหมาะกับสถานการณ์
เพิ่มกากอุจจาระpsylliumต้องการผลค่อยเป็นค่อยไป
ออสโมติกlactuloseอุจจาระแข็ง ต้องการเพิ่มน้ำในลำไส้
กระตุ้นลำไส้bisacodyl, sennosidesท้องผูกชั่วคราว ต้องการผลเร็วขึ้น
เหน็บทางทวารหนักbisacodylต้องการออกฤทธิ์เฉพาะที่เร็ว

ยาเพิ่มกากอุจจาระใช้อย่างไร

psyllium ดูดน้ำและพองตัว ทำให้อุจจาระมีปริมาตรและผ่านลำไส้ง่ายขึ้น แคปซูลที่อ้างอิงมี psyllium husk ประมาณ 0.52 กรัมต่อแคปซูล โดยฉลากระบุสำหรับผู้ใหญ่และผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ครั้งละ 5 แคปซูล พร้อมของเหลวอย่างน้อย 8 ออนซ์หรือประมาณ 240 มล. ใช้ได้สูงสุดวันละ 3 ครั้ง และมักออกฤทธิ์ภายใน 12–72 ชั่วโมง

ต้องกลืนทีละแคปซูลและดื่มน้ำเต็มแก้ว เพราะการกินพร้อมน้ำน้อยเกินไปอาจทำให้ยาพองและติดคอหรือหลอดอาหาร ผู้ที่กลืนลำบากไม่ควรใช้ หากกินยาชนิดรับประทานตามใบสั่งแพทย์ ให้เว้น psyllium อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนหรือหลังยานั้น

ยาออสโมติกทำงานอย่างไร

lactulose ช่วยดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ ทำให้อุจจาระนุ่มลง อาจทำให้มีลม ท้องอืด เรอ หรือปวดบิด โดยเฉพาะช่วงเริ่มใช้ หากใช้มากเกินไปอาจถ่ายเหลวและสูญเสียน้ำหรือเกลือแร่ได้

ขนาดยาของ lactulose แตกต่างตามข้อบ่งใช้และความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ จึงควรตรวจฉลากให้ตรงกับการรักษาท้องผูก ผู้ที่ต้องจำกัด galactose ต้องระวัง เพราะยาน้ำบางสูตรมี galactose ปริมาณน้อยผสมอยู่

ยากระตุ้นลำไส้ใช้เมื่อไหร่

bisacodyl และ sennosides กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ จึงเหมาะกับท้องผูกชั่วคราวมากกว่าการใช้เป็นประจำ อาจทำให้ปวดบิด แน่นท้อง หรือถ่ายเหลวได้

bisacodyl ชนิดเม็ดมีความแรง 5 มก.ต่อเม็ด ควรใช้ตามฉลากผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทยหรือคำแนะนำของเภสัชกร โดยทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่มักเริ่มครั้งละ 1 เม็ดก่อนนอน และไม่เกินขนาดสูงสุดบนฉลากของยี่ห้อนั้น ยามักทำให้ถ่ายภายใน 6–12 ชั่วโมง ต้องกลืนทั้งเม็ดพร้อมน้ำ ห้ามบดหรือเคี้ยว และเว้นจากนมหรือยาลดกรดอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

sennosides มีหลายความแรงและแต่ละผลิตภัณฑ์อาจระบุปริมาณต่างกัน ต้องตรวจฉลากและใช้จำนวนเม็ดตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร ไม่ควรเทียบจำนวนเม็ดข้ามยี่ห้อ และมักทำให้ถ่ายภายใน 6–12 ชั่วโมงเช่นกัน ขนาดสำหรับเด็กไม่ควรคำนวณจากอายุเพียงอย่างเดียว ยารับประทานในเด็กต้องพิจารณาน้ำหนัก ความแรงของผลิตภัณฑ์ และสาเหตุของท้องผูก

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

ยาถ่ายท้องผูกต่างจากยาเพิ่มใยอาหารอย่างไร

คำว่า “ยาถ่าย” มักหมายถึงยาที่ทำให้ขับถ่ายเร็วขึ้น ส่วนยาเพิ่มใยอาหารออกฤทธิ์ค่อยเป็นค่อยไปและต้องกินพร้อมน้ำมากพอ ยากระตุ้นลำไส้อย่าง bisacodyl หรือ sennosides อาจเริ่มเห็นผลใน 6–12 ชั่วโมง ขณะที่ psyllium อาจใช้เวลา 12–72 ชั่วโมง

ยาเพิ่มใยอาหารมักเหมาะกับผู้ที่กินใยอาหารไม่พอและไม่มีภาวะกลืนลำบาก แต่ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับผู้ที่สงสัยลำไส้อุดตัน ส่วนยากระตุ้นเหมาะกับการใช้ช่วงสั้น การใช้ต่อเนื่องอาจทำให้ปวดบิด ถ่ายเหลว และทำให้มองข้ามสาเหตุจริงของอาการ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์เพราะท้องผูก

ควรพบแพทย์ทันทีเมื่อท้องผูกร่วมกับปวดท้องมาก อาเจียน ท้องบวม หรือไม่ผายลม อาการเหล่านี้พบได้ในภาวะลำไส้อุดตัน ซึ่งไม่ควรเร่งถ่ายด้วยยาระบายเอง

ควรรับการตรวจหากมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • ถ่ายเป็นเลือดหรือมีเลือดออกทางทวารหนัก
  • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ เบื่ออาหาร หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
  • ลักษณะการขับถ่ายเปลี่ยนอย่างชัดเจนต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์
  • ใช้ยาระบายแล้วไม่ถ่าย หรือท้องผูกนานเกิน 7 วัน
  • ต้องใช้ยาระบายเป็นประจำจึงจะถ่ายได้
  • มีไข้ ปวดท้องเฉพาะจุด หรือปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
  • เริ่มท้องผูกหลังใช้ยาใหม่หรือปรับขนาดยา
  • ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีโรคไต โรคหัวใจ หรือโรคลำไส้และต้องการใช้ยา

คำถามที่พบบ่อย

ยาระบายควรกินก่อนนอนหรือหลังอาหาร

ขึ้นอยู่กับชนิดของยา ไม่ใช่ยาระบายทุกกลุ่มต้องกินเวลาเดียวกัน bisacodyl และ sennosides มักใช้ก่อนนอนเพื่อให้ถ่ายในช่วงเช้า ส่วน psyllium ใช้ได้ตามเวลาที่ฉลากกำหนด แต่ทุกครั้งต้องดื่มน้ำอย่างน้อยประมาณ 240 มล.

กินยาระบายแล้วไม่ถ่าย ควรกินเพิ่มไหม

ไม่ควรกินเพิ่มทันทีจนกว่าจะพ้นช่วงเวลาออกฤทธิ์ของยานั้น bisacodyl และ sennosides อาจใช้เวลา 6–12 ชั่วโมง ส่วน psyllium อาจใช้เวลา 12–72 ชั่วโมง การเพิ่มยาเร็วเกินไปเสี่ยงปวดบิดและถ่ายเหลว

ใช้ยาระบายทุกวันได้ไหม

ไม่ควรใช้ยากระตุ้นลำไส้ทุกวันโดยไม่มีคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ หากคุณต้องพึ่งยาทุกวัน ควรประเมินอาหาร ปริมาณน้ำ ยาที่ใช้อยู่ และโรคที่อาจทำให้ท้องผูก

ท้องผูกในเด็กใช้ยาของผู้ใหญ่ครึ่งหนึ่งได้ไหม

ไม่ได้ เพราะขนาดยารับประทานสำหรับเด็กต้องพิจารณาจากน้ำหนัก ไม่ใช่หารครึ่งจากขนาดผู้ใหญ่ ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีความแรงต่างกัน และท้องผูกในเด็กอาจต้องปรับอาหาร น้ำ หรือพฤติกรรมก่อนใช้ยา

ยาระบายช่วยลดน้ำหนักได้ไหม

ไม่ช่วยลดไขมันและไม่ควรใช้เพื่อการลดน้ำหนัก น้ำหนักที่ลดลงหลังถ่ายเป็นเพียงน้ำและของเสียชั่วคราว การใช้ผิดวัตถุประสงค์อาจทำให้ขาดน้ำ เกลือแร่ผิดปกติ และเกิดอันตรายต่อหัวใจได้

คำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • ยาที่ฉันใช้อยู่มีตัวใดทำให้ท้องผูกหรือมีปฏิกิริยากับยาระบายหรือไม่
  • จากลักษณะอุจจาระของฉัน ควรเลือกยาเพิ่มกาก ยาออสโมติก หรือยากระตุ้นลำไส้
  • ต้องเว้นยาระบายจากยา โรคประจำตัว หรือนมกี่ชั่วโมง
  • หากไม่ถ่ายหลังใช้ยา ควรรอนานเท่าไรก่อนเปลี่ยนวิธี
  • เด็กหรือผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักและโรคประจำตัวนี้ควรใช้รูปแบบยาใด

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall