ยาขยายหลอดลม
ยาขยายหลอดลม คือยาที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อรอบทางเดินหายใจ ทำให้หลอดลมเปิดกว้างขึ้นและหายใจสะดวกขึ้นในผู้ที่มีภาวะหลอดลมตีบ
ประเด็นสำคัญ
- ยากลุ่มนี้ใช้บรรเทาหอบ หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก หรือไอที่สัมพันธ์กับหลอดลมตีบ แต่ไม่ได้ช่วยอาการไอทุกสาเหตุ
- ฉลากสากลของ terbutaline ชนิดรับประทานระบุขนาดผู้ใหญ่ 5 มก. วันละ 3 ครั้ง ห่างประมาณ 6 ชั่วโมง และไม่เกิน 15 มก. ใน 24 ชั่วโมง
- หากพ่นยาตามแผนแล้วไม่ดีขึ้นภายในประมาณ 20 นาที หายใจลำบากขึ้น พูดไม่เป็นประโยค หรือริมฝีปากเขียว ควรรับความช่วยเหลือฉุกเฉิน
ยาขยายหลอดลม ช่วย อะไร
ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้นเมื่อทางเดินหายใจหดแคบ โดยบรรเทาอาการหอบ เสียงหวีด แน่นหน้าอก และไอจากภาวะหลอดลมตีบ ยาออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อรอบหลอดลม แต่ไม่ได้รักษาสาเหตุของอาการทุกชนิด และไม่ได้แทนยาควบคุมการอักเสบในผู้ป่วยโรคหืด
ยาชนิดออกฤทธิ์สั้นมักใช้บรรเทาอาการกำเริบตามแผนการรักษา ส่วนชนิดออกฤทธิ์ยาวใช้ควบคุมอาการเป็นประจำ ไม่ควรสลับกันเอง เพราะระยะเริ่มออกฤทธิ์และวิธีใช้ต่างกัน
อาการไอเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าหลอดลมตีบเสมอไป งานทบทวนการศึกษาพบว่ายากลุ่มกระตุ้นตัวรับ beta-2 ไม่ได้ให้ประโยชน์ชัดเจนต่อไอเฉียบพลันในเด็กหรือผู้ใหญ่ที่ไม่มีหลักฐานการอุดกั้นของทางเดินหายใจ
อะไรเป็นสาเหตุให้หลอดลมตีบหรือหายใจมีเสียงหวีดได้บ้าง
โรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นสาเหตุสำคัญ แต่การติดเชื้อ สารระคายเคือง และอาการแพ้ก็ทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้ การทราบสาเหตุมีผลต่อการเลือกยา เพราะการเปิดหลอดลมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
- โรคหืด: หลอดลมไวและมีการอักเสบ อาการอาจถูกกระตุ้นด้วยฝุ่น ควัน อากาศเย็น การออกกำลังกาย หรือสารก่อภูมิแพ้
- โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง: มักมีไอเรื้อรัง มีเสมหะ และเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่หรือเคยสัมผัสควันเป็นเวลานาน
- การติดเชื้อทางเดินหายใจ: ไวรัสหรือหลอดลมอักเสบอาจกระตุ้นเสียงหวีด โดยเฉพาะในคนที่มีทางเดินหายใจไวอยู่เดิม
- ควันและสารระคายเคือง: ควันบุหรี่ ฝุ่น มลพิษ สารเคมี หรือกลิ่นฉุนอาจทำให้ไอและแน่นหน้าอก
- อาการแพ้รุนแรง: หากเสียงหวีดเกิดพร้อมหน้าหรือคอบวม ลมพิษ เวียนศีรษะ หรือจะเป็นลม เป็นภาวะฉุกเฉิน
- สาเหตุอื่น: โรคหัวใจ สิ่งแปลกปลอมอุดทางเดินหายใจ หรือปัญหาที่กล่องเสียงอาจทำให้หอบหรือมีเสียงผิดปกติได้เช่นกัน
เมื่อไหร่ที่ดูแลอาการด้วยยาที่มีอยู่ได้
คุณอาจใช้ยาบรรเทาอาการตามแผนเดิมได้ หากเคยได้รับการวินิจฉัย มีอาการแบบเดิม และรู้วิธีใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้อง ใช้ตามฉลากหรือคำสั่งที่ได้รับ ไม่เพิ่มจำนวนครั้งเองเมื่อยาออกฤทธิ์ไม่พอ
| สถานการณ์ | ควรทำอะไร |
| อาการเล็กน้อยและเหมือนครั้งก่อน | ใช้ยาตามแผนเดิมและติดตามอาการ |
| พ่นยาแล้วอาการดีขึ้น | หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นและใช้ยาควบคุมตามปกติ |
| ต้องใช้ยาบรรเทาบ่อยกว่าเดิม | นัดประเมินการควบคุมโรค |
| ไอจากหวัดแต่ไม่มีเสียงหวีด | พัก ดื่มน้ำ และดูแลตามอาการ |
| ไม่เคยมีแผนรักษามาก่อน | ควรประเมินสาเหตุก่อนเลือกยา |
| หอบมากหรือยาเดิมไม่ช่วย | พบแพทย์ทันที |
ตรวจเทคนิคการพ่นยาด้วย เพราะยาที่พ่นไม่ถึงปอดอาจดูเหมือนยาไม่ได้ผล อุปกรณ์แต่ละชนิดใช้ต่างกัน โดยยาพ่นแบบกดต้องสูดช้าให้สัมพันธ์กับจังหวะกด ส่วนยาผงแห้งมักต้องสูดเร็วและลึก
ไม่ควรยืมยาของผู้อื่นหรือเริ่มยารับประทานเองเมื่อมีเพียงอาการไอ หากต้องใช้ยาบรรเทาถี่ขึ้น ตื่นกลางคืนเพราะหอบ หรือทำกิจกรรมได้น้อยลง อาจหมายถึงโรคกำลังควบคุมได้ไม่ดี
มีกลุ่มยาใดใช้บรรเทาภาวะหลอดลมตีบบ้าง
กลุ่มยาที่เลือกใช้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นอาการเฉียบพลันหรือการควบคุมระยะยาว รวมถึงโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ ยาสูดมักส่งยาไปยังทางเดินหายใจโดยตรง ขณะที่ยารับประทานมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงทั่วร่างกายมากกว่า
| กลุ่มยา | ตัวอย่างชื่อสามัญ | บทบาทหลัก |
| Beta-2 agonist ออกฤทธิ์สั้น | salbutamol, terbutaline | บรรเทาหลอดลมตีบอย่างรวดเร็ว |
| Beta-2 agonist ออกฤทธิ์ยาว | salmeterol, formoterol | ในโรคหืดต้องใช้ร่วมกับยาสูด corticosteroid ตามแผนการรักษา ห้ามใช้เดี่ยว ๆ; salmeterol ไม่ใช้บรรเทาอาการเฉียบพลัน ส่วน formoterol ใช้เป็นยาบรรเทาได้เฉพาะเมื่ออยู่ในสูตรร่วมกับ corticosteroid และแพทย์กำหนดแผนไว้แล้ว |
| Anticholinergic ออกฤทธิ์สั้น | ipratropium bromide | ช่วยเปิดหลอดลม โดยเฉพาะใน COPD |
| Anticholinergic ออกฤทธิ์ยาว | tiotropium bromide | ควบคุมอาการประจำวัน |
| Methylxanthine | theophylline | ใช้น้อยลงเพราะต้องระวังผลข้างเคียง |
ยากลุ่ม beta-2 agonist ใช้อย่างไร
ยากลุ่มนี้คลายกล้ามเนื้อหลอดลมและมักเริ่มออกฤทธิ์เร็ว โดย salbutamol ชนิดสูดเริ่มออกฤทธิ์ได้ภายในประมาณ 5 นาทีและมีผลราว 3–6 ชั่วโมง ผลข้างเคียงที่พบได้ ได้แก่ มือสั่น กระสับกระส่าย ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และนอนไม่หลับ
สำหรับ terbutaline ชนิดรับประทาน ฉลากสากลระบุขนาดผู้ใหญ่ทั่วไป 5 มก. ทุกประมาณ 6 ชั่วโมง วันละ 3 ครั้งในช่วงที่ตื่น หากผลข้างเคียงรบกวน อาจลดเป็น 2.5 มก. วันละ 3 ครั้ง และขนาดรวมต้องไม่เกิน 15 มก. ภายใน 24 ชั่วโมง การปรับขนาดควรทำตามคำสั่งผู้สั่งยา ไม่ควรใช้ตัวเลขนี้กับยาสูด ยาฉีด หรือเด็ก
ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร
ยากลุ่ม anticholinergic เหมาะกับใคร
ยากลุ่มนี้ป้องกันสัญญาณที่ทำให้กล้ามเนื้อหลอดลมหดตัว และมีบทบาทมากในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ipratropium bromide เริ่มขยายหลอดลมช้ากว่ายากลุ่ม beta-2 agonist โดยอาจใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงไม่ควรคาดหวังผลทันทีเหมือนยาบรรเทาที่ออกฤทธิ์เร็ว
ผลข้างเคียงอาจมีปากแห้ง คอแห้ง รสชาติผิดปกติ ตาพร่าหรือปัสสาวะลำบาก ระวังละอองยาเข้าตา โดยเฉพาะผู้ที่มีต้อหิน รวมถึงผู้ที่มีปัญหาต่อมลูกหมากหรือการขับปัสสาวะ
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์หรือไปฉุกเฉิน
ไปห้องฉุกเฉินทันทีหากหอบจนพูดไม่เป็นประโยค ริมฝีปากเขียว ซึม สับสน เจ็บหน้าอก หรืออาการแย่ลงหลังพ่นยา อาการหายใจมีเสียงหวีดมากขึ้นทันทีหลังใช้ยาอาจเป็นภาวะหลอดลมหดเกร็งจากยา ซึ่งต้องรับการช่วยเหลือเร่งด่วน
ควรพบแพทย์โดยเร็วเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- พ่นยาตามแผนแล้วไม่ดีขึ้นภายในประมาณ 20 นาที
- ต้องใช้ยาบรรเทามากกว่าปกติ หรือผลของยาอยู่ได้สั้นลง
- ตื่นกลางคืนเพราะไอ หอบ หรือแน่นหน้าอก
- หายใจลำบากจนเดิน กินอาหาร หรือทำกิจวัตรไม่ได้
- มีไข้สูง ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก หรือมีเสมหะมากผิดปกติ
- เสียงหวีดเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หรือยังไม่เคยตรวจหาสาเหตุ
- มีใจสั่นมาก หัวใจเต้นผิดจังหวะ หน้ามืด หรือเป็นลมหลังใช้ยา
- มีลมพิษ หน้าบวม ลิ้นบวม หรือคอบวมร่วมกับหายใจลำบาก
คำถามที่พบบ่อย
ยาชนิดนี้ใช้แก้ไอทั่วไปได้ไหม
ไม่ควรใช้แก้ไอทั่วไปโดยไม่มีหลักฐานว่าหลอดลมตีบ อาจช่วยเมื่อไอร่วมกับเสียงหวีดหรือการอุดกั้นของทางเดินหายใจ แต่ไม่พบประโยชน์ชัดเจนต่อไอเฉียบพลันที่ไม่มีภาวะดังกล่าว
ใช้ยาพ่นแล้วมือสั่นหรือใจสั่นอันตรายไหม
มือสั่นและใจสั่นเล็กน้อยพบได้กับยากลุ่ม beta-2 agonist และมักเป็นชั่วคราว หากหัวใจเต้นเร็วมาก เจ็บหน้าอก หน้ามืด เป็นลม หรืออาการไม่ลดลง ควรหยุดกิจกรรมและไปพบแพทย์
ทำไมพ่นยาแล้วไม่ดีขึ้น
สาเหตุอาจมาจากเทคนิคพ่นไม่ถูก อุปกรณ์มีปัญหา ทางเดินหายใจอักเสบมาก หรืออาการไม่ได้เกิดจากหลอดลมตีบ หากใช้ตามแผนแล้วไม่ดีขึ้นภายในประมาณ 20 นาที หรือหอบหนักขึ้น ให้ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์
ยาสูดกับยารับประทานต่างกันอย่างไร
ยาสูดนำยาไปยังทางเดินหายใจโดยตรงและมักออกฤทธิ์เร็วกว่า ส่วนยารับประทานกระจายทั่วร่างกายและอาจมีผลข้างเคียงมากกว่า รูปแบบยาและขนาดใช้แทนกันไม่ได้ จึงไม่ควรนำขนาดของยาเม็ดไปเทียบกับจำนวนครั้งที่พ่น
ใช้ยาบรรเทาอาการทุกวันได้ไหม
การต้องใช้ยาบรรเทาทุกวันอาจเป็นสัญญาณว่าโรคหืดหรือโรคปอดยังควบคุมได้ไม่ดี อย่าเพิ่มยาเอง ควรทบทวนเทคนิคการสูด สิ่งกระตุ้น และแผนยาควบคุมกับแพทย์หรือเภสัชกร
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
ข้อมูลอ้างอิง
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 121) — เกี่ยวกับ salbutamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-08)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 871) — เกี่ยวกับ salbutamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-08)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1149) — เกี่ยวกับ salbutamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-08)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1546) — เกี่ยวกับ salbutamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-08)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 10603) — เกี่ยวกับ terbutaline — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-08)
- Cleveland Clinic: Bronchodilators: Asthma, Purpose, Types & Side Effects — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-08)
- pmc.ncbi.nlm.nih.gov: Salbutamol in the Management of Asthma: A Review - PMC — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-08)
- NHS: Salbutamol: inhaler to relieve asthma and breathlessness — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-08)
- Healthline: Treatment of Preterm Labor: Terbutaline — เกี่ยวกับ terbutaline — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-08)
- WebMD: Terbutaline (Brethine, Bricanyl) - Uses, Side Effects, and More — เกี่ยวกับ terbutaline — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-08)
- MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Ipratropium Nasal Spray: MedlinePlus Drug Information — เกี่ยวกับ ipratropium bromide — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-08)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์