betahistine dose คืออะไร ใช้รักษาอะไร ผลข้างเคียงและวิธีใช้
Betahistine คือยาที่ใช้บรรเทาอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน และอาการจากความผิดปกติของหูชั้นใน รวมถึงอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคเมเนียร์
ประเด็นสำคัญ
- Betahistine ใช้บรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะหรือบ้านหมุนจากความผิดปกติของหูชั้นใน และอาจช่วยลดความถี่หรือความรุนแรงของอาการในโรคเมเนียร์
- Betahistine เป็นยาอันตราย ต้องรับจากร้านยาโดยมีเภสัชกรเป็นผู้จ่ายและประเมินก่อนใช้ ขนาด 6–12 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้งเป็นข้อมูลขนาดทั่วไปของ betahistine mesilate ไม่ใช่คำแนะนำให้เริ่มยาเอง
- Betahistine อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ไม่สบายท้อง หรือปวดศีรษะ และต้องระวังเป็นพิเศษหากคุณเป็นโรคหอบหืดหรือมีแผลในกระเพาะอาหาร
betahistine คือยาอะไร
Betahistine เป็นยาสำหรับอาการเวียนศีรษะจากระบบหูชั้นใน ไม่ใช่ยาแก้เวียนศีรษะที่เหมาะกับทุกสาเหตุ ยานี้เชื่อว่าช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดบริเวณหูชั้นในและลดการสะสมของของเหลว จึงอาจช่วยให้อาการบ้านหมุนเกิดน้อยลงหรือรุนแรงน้อยลง
ยามีหลายรูปเกลือ เช่น betahistine mesilate และ betahistine dihydrochloride ปริมาณตัวยาที่ระบุบนฉลากจึงต้องอ่านควบคู่กับชื่อรูปเกลือ ไม่ควรนำจำนวนมิลลิกรัมของคนละรูปเกลือมาใช้แทนกันเอง
รูปแบบของยา Betahistine
| รูปแบบ | ข้อมูลที่ควรตรวจบนฉลาก |
| ยาเม็ด betahistine mesilate | ชื่อรูปเกลือและความแรงต่อเม็ด |
| ยาเม็ดรูปเกลืออื่น | ความแรงอาจต่างจากชนิด mesilate |
| ยาที่แพทย์จัดให้ | ใช้ตามฉลากและจำนวนครั้งที่สั่ง |
ชื่อสามัญและชื่อผลิตภัณฑ์: ให้ดูคำว่า “betahistine” พร้อมชื่อรูปเกลือและความแรงบนฉลาก เพราะผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อคล้ายกันอาจมีรูปเกลือหรือปริมาณตัวยาต่างกัน
ยา Betahistine ใช้รักษาอะไรได้บ้าง
Betahistine ใช้รักษาอาการเวียนศีรษะหรือบ้านหมุนที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของหูชั้นใน ตัวอย่างคือ peripheral vertigo และอาการของโรคเมเนียร์ ซึ่งอาจประกอบด้วยบ้านหมุน เสียงดังในหู และความผิดปกติด้านการได้ยิน
ผลของยาอาจไม่เกิดทันที บางคนต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์จึงเริ่มสังเกตว่าอาการดีขึ้น ระยะเวลารักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความถี่ของอาการ และการตอบสนองต่อยา
ในผู้ป่วยโรคเมเนียร์ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต่อเนื่อง 6–12 เดือน แล้วประเมินว่าจำเป็นต้องรักษาต่อหรือไม่ ไม่ควรใช้ช่วงเวลานี้เป็นแผนรักษาด้วยตนเอง เพราะอาการเวียนศีรษะมีได้หลายสาเหตุและไม่ได้ตอบสนองต่อยาเหมือนกันทุกคน
ยา Betahistine ไม่ได้ใช้รักษาอะไร
ไม่ใช่ยารักษาอาการเวียนศีรษะทุกชนิด และไม่ได้แก้สาเหตุที่อยู่นอกระบบหูชั้นในโดยตรง อาการหน้ามืดจากความดันโลหิตต่ำ ภาวะขาดน้ำ น้ำตาลต่ำ ผลจากยา โรคหัวใจ หรือความผิดปกติทางระบบประสาท อาจต้องใช้แนวทางรักษาอื่น
Betahistine ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ ไม่ใช่วิตามินบำรุงประสาท และไม่ได้ทำให้หินปูนในหูชั้นในที่หลุดกลับเข้าที่ ยาอาจถูกใช้เพื่อควบคุมอาการในผู้ป่วยบางราย แต่การรักษาหลักขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ
หากเวียนศีรษะร่วมกับหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด เดินไม่ได้ หมดสติ เจ็บหน้าอก หรือปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน ควรไปห้องฉุกเฉิน ไม่ควรรอดูผลจากยา
ก่อนใช้ยา Betahistine ต้องระวังอะไรบ้าง
ควรแจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ก่อนเริ่ม Betahistine ข้อควรระวังสำคัญมีดังนี้
- ภาวะเนื้องอกต่อมหมวกไตชนิดฟีโอโครโมไซโตมา (pheochromocytoma): ห้ามใช้ Betahistine ในผู้ที่เป็นภาวะนี้ เพราะยาอาจกระตุ้นการหลั่ง catecholamine และทำให้ความดันโลหิตสูงรุนแรงได้ ผู้ที่สงสัยว่าอาจมีภาวะนี้ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนใช้ยา
- โรคหอบหืด: ยาอาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยบางรายหรืออาจต้องติดตามอาการใกล้ชิด หากหายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก หรือหอบมากขึ้น ควรหยุดกิจกรรมและรับการประเมินทันที
- แผลในกระเพาะอาหาร: Betahistine อาจทำให้คลื่นไส้หรือไม่สบายท้อง จึงต้องระวังหากมีแผลในกระเพาะอาหารหรือเคยมีเลือดออกในทางเดินอาหาร
- อาการเวียนศีรษะที่ยังไม่ทราบสาเหตุ: อย่าใช้ยาเพื่อกลบอาการต่อเนื่องโดยไม่ประเมินสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่ออาการเริ่มฉับพลัน รุนแรงขึ้น หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย
- ประวัติแพ้ยา: การแพ้ chlorpheniramine ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแพ้ Betahistine ด้วย โดยข้อมูลด้านโครงสร้างชี้ว่าโอกาสเกิดการแพ้ข้ามกันต่ำ แต่ยังเกิดอาการแพ้ Betahistine แบบแยกต่างหากได้
- การใช้ระยะยาว: ไม่จำเป็นต้องกำหนดเองว่ากินครบหลายเดือนแล้วต้องหยุดพัก ระยะเวลารักษาควรพิจารณาจากสาเหตุและการตอบสนอง ไม่ควรหยุดหรือเริ่มรอบยาใหม่เอง
หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ยา Betahistine ได้ไหม
ไม่ควรเริ่มใช้หรือปรับขนาด Betahistine เองระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้สั่งยาต้องชั่งประโยชน์ต่อการควบคุมอาการกับความเสี่ยงต่อแม่ ทารกในครรภ์ หรือทารกที่กินนมแม่เป็นรายบุคคล
หากพบว่าตั้งครรภ์ระหว่างใช้ยา ไม่ควรเพิ่ม ลด หรือหยุดยาโดยพลการ ให้บันทึกความแรง จำนวนเม็ด และเวลาที่รับประทานครั้งล่าสุดเพื่อนำไปประกอบการประเมิน หากอาการบ้านหมุนทำให้ล้ม อาเจียนมาก หรือดื่มน้ำไม่ได้ ควรได้รับการดูแลโดยเร็ว
เด็กใช้ยา Betahistine ได้ไหม
เด็กไม่ควรใช้ Betahistine โดยอาศัยขนาดยาของผู้ใหญ่หรือแบ่งเม็ดเอง การใช้ยารับประทานในเด็กต้องพิจารณาน้ำหนัก สาเหตุของอาการ รูปเกลือ ความแรงของยา และความเหมาะสมเฉพาะราย
ไม่มีขนาดยาสำหรับเด็กที่ควรคำนวณจากอายุเพียงอย่างเดียว หากเด็กมีอาการเวียนศีรษะ เดินเซ อาเจียน หูอื้อ หรือการได้ยินเปลี่ยนไป ควรหาสาเหตุก่อน เพราะอาการอาจไม่ได้เกิดจากโรคเดียวกับที่พบในผู้ใหญ่
ยา Betahistine มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยมักเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและอาการปวดศีรษะ การกินยาพร้อมอาหารหรือหลังอาหารอาจช่วยลดอาการระคายท้องได้
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย
| อาการ | ควรทำอย่างไร |
| คลื่นไส้ | รับประทานพร้อมหรือหลังอาหาร |
| อาเจียน | จิบน้ำและสังเกตภาวะขาดน้ำ |
| ไม่สบายท้องหรืออาหารไม่ย่อย | หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นอาการ |
| ปวดศีรษะ | พักและติดตามความรุนแรง |
| อาการไม่หายหรือรบกวนชีวิตประจำวัน | ขอให้ผู้สั่งยาประเมินการรักษา |
ผลข้างเคียงที่รุนแรง
อาการหายใจลำบาก หน้าหรือคอบวม ลมพิษทั่วตัว หน้ามืดมาก หรือหมดสติ อาจเป็นอาการแพ้ยารุนแรง ให้หยุดยาและไปห้องฉุกเฉินทันที
หากมีอาการหอบกำเริบ อาเจียนต่อเนื่อง ปวดท้องรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ ควรได้รับการประเมินเร่งด่วน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหอบหืดหรือแผลในกระเพาะอาหารอยู่เดิม
แยกอาการแพ้ยาออกจากผลข้างเคียงทั่วไป: คลื่นไส้หรือปวดศีรษะมักเป็นผลข้างเคียง แต่ปากบวม ลิ้นบวม หายใจติดขัด หรือเป็นลม เป็นสัญญาณฉุกเฉิน
ยา Betahistine มีปฏิกิริยากับยาอะไรบ้าง
ควรตรวจรายการยาทั้งหมดก่อนใช้ร่วมกัน แม้ไม่พบปฏิกิริยาสำคัญกับยาบางชนิดก็ตาม ข้อมูลที่มีไม่พบว่า dienogest หรือวิตามินบีเกิดปฏิกิริยากับ Betahistine จนลดประสิทธิภาพหรือเพิ่มผลข้างเคียงอย่างมีนัยสำคัญ จึงสามารถใช้ร่วมกันได้ตามแผนรักษา
ควรแจ้งเภสัชกรหากกำลังใช้ยาต้านฮิสตามีน เช่น chlorpheniramine หรือ cetirizine ซึ่งอาจลดผลของ Betahistine หรือใช้ยากลุ่ม MAO inhibitors ซึ่งอาจเพิ่มระดับหรือผลข้างเคียงของ Betahistine ไม่ควรเริ่ม หยุด หรือใช้ยาเหล่านี้ร่วมกันเองโดยไม่ได้รับการประเมินความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปนี้ใช้กับยาที่ระบุเท่านั้น ไม่ควรขยายไปยังฮอร์โมน วิตามิน หรืออาหารเสริมทุกชนิด หากใช้ยาหลายรายการ ให้ตรวจชื่อสามัญและความแรงจากฉลากแทนการจำจากลักษณะเม็ดยา
ประวัติแพ้ chlorpheniramine มีโอกาสแพ้ข้ามกับ Betahistine ต่ำเมื่อพิจารณาจากโครงสร้างยา แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่แพ้ หากเคยแพ้ยารุนแรง ควรแจ้งรายละเอียดว่าเกิดผื่น บวม หอบ หรือหมดสติ และเกิดหลังรับประทานนานเท่าใด
ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยา Betahistine ได้ไหม
ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หากยังมีอาการบ้านหมุน เดินเซ หรือคลื่นไส้ แอลกอฮอล์อาจทำให้อาการทรงตัวผิดปกติรุนแรงขึ้น เพิ่มโอกาสล้ม และทำให้แยกได้ยากว่าอาการเกิดจากโรค ยา หรือแอลกอฮอล์
แม้ Betahistine จะไม่ได้มีลักษณะเด่นเป็นยากดประสาท แต่ความปลอดภัยในการขับรถหรือใช้เครื่องจักรขึ้นอยู่กับอาการของคุณด้วย หากยังเวียนศีรษะ มองภาพไม่มั่นคง หรือทรงตัวไม่ดี ไม่ควรทำกิจกรรมที่เสี่ยงอุบัติเหตุ
ขนาดยา Betahistine สำหรับผู้ใหญ่เท่าไร
Betahistine เป็นยาอันตราย ต้องรับจากร้านยาโดยมีเภสัชกรเป็นผู้จ่ายและประเมินสาเหตุของอาการ ข้อห้ามใช้ ยาที่ใช้ร่วมกัน และความเหมาะสมก่อนใช้ ขนาด 6–12 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้งเป็นข้อมูลขนาดทั่วไปของ betahistine mesilate ไม่ใช่คำแนะนำให้เริ่มยาเอง และต้องใช้ตามฉลากที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนด
| รายการ | ข้อมูล |
| รูปเกลือ | Betahistine mesilate |
| ความแรง | 6 มิลลิกรัมต่อเม็ด |
| ขนาดทั่วไปต่อครั้ง | 1–2 เม็ด |
| ความถี่ทั่วไป | วันละ 3 ครั้ง |
| วิธีลดอาการระคายท้อง | รับประทานพร้อมหรือหลังอาหาร |
อย่านำขนาดดังกล่าวไปใช้แทนคำสั่งของ Betahistine รูปเกลืออื่น เพราะฉลากอาจระบุความแรงต่างกัน หากแพทย์หรือเภสัชกรกำหนดขนาดหรือความถี่เฉพาะ ให้ยึดตามฉลากยาของคุณ
คำถามเกี่ยวกับขนาดยา
ถ้าลืมกินยาควรกินเพิ่มเป็นสองเท่าหรือไม่?
ไม่ควรกินเพิ่มเป็นสองเท่าเพื่อชดเชย เพราะอาจเพิ่มผลข้างเคียง ให้ตรวจคำแนะนำบนฉลากและจัดเวลามื้อต่อไปตามแผนเดิม
ยาต้องกินต่อเนื่องนานเท่าไร?
ขึ้นอยู่กับสาเหตุและการตอบสนอง ผู้ป่วยโรคเมเนียร์บางรายอาจได้รับยาต่อเนื่อง 6–12 เดือนก่อนประเมินอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ระยะเวลามาตรฐานสำหรับทุกคน
กินแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นทันทีหมายความว่ายาไม่ได้ผลหรือไม่?
ไม่จำเป็น เพราะอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์จึงเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง หากอาการแย่ลงหรือมีสัญญาณอันตราย ควรประเมินสาเหตุใหม่แทนการเพิ่มยาเอง
ขนาดยา Betahistine สำหรับเด็กเท่าไร
ไม่มีขนาดยาสำหรับเด็กที่ควรคัดลอกจากขนาดผู้ใหญ่หรือกำหนดตามช่วงอายุเอง ยารับประทานในเด็กต้องอาศัยการประเมินน้ำหนัก ความแรงของผลิตภัณฑ์ สาเหตุของอาการ และความเหมาะสมของการใช้ยา
อย่าแบ่งเม็ด 6 มิลลิกรัมให้เด็กโดยคาดคะเน และอย่าแปลงเป็นปริมาตรโดยไม่มีข้อมูลความเข้มข้น หากเด็กได้รับยานี้มาแล้ว ให้ใช้เฉพาะขนาดที่ระบุสำหรับเด็กคนนั้นและตรวจชื่อรูปเกลือบนฉลาก
หากใช้ยา Betahistine เกินขนาดควรทำอย่างไร
อย่ารอดูอาการหากรับประทานเกินขนาดที่สั่งหรือไม่แน่ใจว่ากินซ้ำหรือไม่ ติดต่อศูนย์พิษวิทยาหรือไปโรงพยาบาล พร้อมนำซองยา แผงยา และรายการยาอื่นที่รับประทานร่วมกันไปด้วย
อย่าทำให้อาเจียนเอง เว้นแต่บุคลากรทางการแพทย์แนะนำ ให้จดจำนวนเม็ด ความแรง รูปเกลือ และเวลาที่คาดว่ารับประทาน หากมีหมดสติ หายใจลำบาก ชัก หรือปลุกไม่ตื่น ให้เรียกบริการฉุกเฉินทันที
คำถามที่พบบ่อย
คำถามเกี่ยวกับการใช้ยา
Betahistine ควรกินก่อนหรือหลังอาหาร?
ควรกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารเพื่อลดโอกาสคลื่นไส้และระคายท้อง หากฉลากยาระบุวิธีใช้ต่างออกไป ให้ปฏิบัติตามฉลากที่ได้รับ
Betahistine กินวันละกี่ครั้ง?
ขนาด 6–12 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้งเป็นข้อมูลขนาดทั่วไปของ betahistine mesilate ไม่ใช่คำแนะนำให้เริ่มยาเอง Betahistine เป็นยาอันตรายและต้องใช้ตามฉลากที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดหลังประเมินความเหมาะสมแล้ว
Betahistine กินต่อเนื่องได้ไหม?
อาจใช้ต่อเนื่องได้เมื่อมีข้อบ่งใช้และติดตามอาการ ผู้ป่วยโรคเมเนียร์บางรายอาจรักษานาน 6–12 เดือนก่อนประเมินผล แต่ไม่ควรกำหนดรอบหยุดยาเอง
ต้องเว้นยาเป็นช่วง ๆ หรือไม่?
ไม่มีความจำเป็นต้องตั้งรอบกินหลายเดือนแล้วหยุดหนึ่งเดือนด้วยตนเอง ระยะเวลาการใช้ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความถี่ของอาการ และการตอบสนองต่อยา
คำถามเกี่ยวกับอาการและความปลอดภัย
Betahistine ทำให้ง่วงไหม?
อาการง่วงไม่ใช่ผลข้างเคียงเด่นที่ระบุในข้อมูลนี้ แต่ตัวโรคเองอาจทำให้เวียนศีรษะและทรงตัวไม่ดี หากยังมีอาการไม่ควรขับรถหรือใช้เครื่องจักร
Betahistine เริ่มออกฤทธิ์เมื่อไร?
บางคนอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์จึงเริ่มสังเกตว่าอาการดีขึ้น จึงไม่ควรเพิ่มจำนวนเม็ดเพียงเพราะยังไม่เห็นผลในช่วงแรก
แพ้ chlorpheniramine แล้วใช้ Betahistine ได้ไหม?
ยังไม่พบข้อมูลการแพ้ข้ามกันโดยตรง และเมื่อพิจารณาจากโครงสร้างยา โอกาสแพ้ข้ามกันถือว่าต่ำ อย่างไรก็ตาม หากเคยแพ้ยารุนแรงควรแจ้งประวัติก่อนเริ่มยา
Betahistine ใช้ร่วมกับ dienogest และวิตามินบีได้ไหม?
ไม่พบปฏิกิริยาระหว่าง Betahistine กับ dienogest หรือวิตามินบีที่ทำให้ประสิทธิภาพลดลงหรือผลข้างเคียงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงใช้ร่วมกันได้ตามแผนการรักษา
อาการแบบใดไม่ควรรอให้ยาออกฤทธิ์?
หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หมดสติ เดินไม่ได้ เจ็บหน้าอก หรือปวดศีรษะรุนแรงฉับพลันเป็นสัญญาณที่ต้องไปฉุกเฉิน เพราะอาจไม่ได้เกิดจากหูชั้นในเพียงอย่างเดียว
หยุดยาเองเมื่ออาการดีขึ้นได้ไหม?
ไม่ควรเปลี่ยนแผนรักษาเอง โดยเฉพาะเมื่อใช้เพื่อป้องกันอาการกำเริบต่อเนื่อง การหยุดขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระยะเวลาที่ไม่มีอาการ และแผนติดตามผล
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
ข้อมูลอ้างอิง
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 10171) — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-07)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2528) — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-07)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 9319) — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-07)
- NHS: About betahistine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-07)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์