ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาพ่นแก้หอบ คืออะไร ใช้รักษาอะไร ผลข้างเคียงและวิธีใช้

ยาสูดพ่นสำหรับโรคหอบคือยาที่ส่งตัวยาเข้าสู่ทางเดินหายใจโดยตรง เพื่อขยายหลอดลมอย่างรวดเร็วหรือควบคุมการอักเสบในระยะยาวตามชนิดของยา

ประเด็นสำคัญ

  • ยาสูดพ่นมีทั้งชนิดบรรเทาอาการที่ช่วยขยายหลอดลมอย่างรวดเร็ว และชนิดควบคุมที่ลดการอักเสบ จึงใช้แทนกันเองไม่ได้ทุกกรณี
  • salbutamol ชนิดสูดพ่นอาจเริ่มช่วยขยายหลอดลมภายในประมาณ 5 นาที และมีฤทธิ์ราว 3–6 ชั่วโมง แต่ต้องใช้ตามแผนการรักษา
  • หากพ่นยาแล้วหายใจลำบากกว่าเดิม เจ็บหน้าอก ปากเขียว หมดแรง พูดไม่เป็นประโยค หรือยาบรรเทาอาการเอาไม่อยู่ ให้ไปฉุกเฉินทันที

สารบัญ

ยาสูดพ่นสำหรับโรคหอบคือยาอะไร

ยาสูดพ่นไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว และการเลือกผิดชนิดอาจทำให้อาการไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม ยาแต่ละกลุ่มออกฤทธิ์ต่างกัน บางชนิดเปิดหลอดลมเร็วเมื่อมีอาการ ขณะที่บางชนิดต้องใช้สม่ำเสมอเพื่อลดการอักเสบและลดโอกาสกำเริบในอนาคต

กลุ่มยาตัวอย่างตัวยาสามัญหน้าที่หลัก
ยาขยายหลอดลมออกฤทธิ์สั้นsalbutamolบรรเทาหอบหรือเสียงหวีดอย่างรวดเร็ว
ยาต้านโคลิเนอร์จิกipratropium bromideช่วยขยายหลอดลมในบางกรณี
corticosteroid ชนิดสูดbudesonideลดการอักเสบและควบคุมอาการ
ยาสูตรผสมcorticosteroid ร่วมกับยาขยายหลอดลมควบคุมโรคตามแผนที่กำหนด

salbutamol เป็นยาในกลุ่ม beta-2 agonist ชนิดออกฤทธิ์สั้น เมื่อสูดพ่นอาจเริ่มออกฤทธิ์ภายในประมาณ 5 นาที และมีฤทธิ์ราว 3–6 ชั่วโมง ส่วน ipratropium bromide ออกฤทธิ์ช้ากว่า จึงไม่ควรสลับหรือใช้แทน salbutamol เองโดยดูเพียงรูปร่างอุปกรณ์

ชื่อการค้าและยาสามัญ: ให้ดูช่อง “ตัวยาสำคัญ” บนฉลากเสมอ เพราะอุปกรณ์หน้าตาคล้ายกันอาจบรรจุยาคนละกลุ่ม และสีของหลอดพ่นไม่ใช่มาตรฐานที่ใช้แยกยาได้แน่นอน

ยาสูดพ่นใช้รักษาอะไรได้บ้าง

ยาสูดพ่นใช้บรรเทาหลอดลมหดตัวหรือควบคุมการอักเสบในโรคทางเดินหายใจ เช่น โรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ข้อบ่งใช้ขึ้นอยู่กับตัวยา อุปกรณ์ และแผนการรักษาของแต่ละคน

ลักษณะการใช้กลุ่มยาที่อาจใช้สิ่งที่ควรรู้
หอบหรือมีเสียงหวีดเฉียบพลันยาขยายหลอดลมออกฤทธิ์สั้นใช้บรรเทาอาการตามแผน
ป้องกันอาการกำเริบcorticosteroid ชนิดสูดต้องใช้สม่ำเสมอ
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังยาขยายหลอดลมหลายกลุ่มสูตรยาขึ้นกับความรุนแรง
อาการกำเริบรุนแรงยาหลายชนิดร่วมกันอาจต้องรักษาในโรงพยาบาล

หากคุณต้องใช้ยาบรรเทาอาการถี่ขึ้น ตื่นกลางคืนเพราะหอบ หรือทำกิจกรรมได้น้อยลง อาจหมายถึงโรคยังควบคุมไม่ดี แม้ยาแต่ละครั้งจะช่วยให้อาการดีขึ้นชั่วคราวก็ตาม

ยาสูดพ่นไม่ได้ใช้รักษาอะไร

ไม่ใช่ยาทุกชนิดที่จะหยุดอาการหอบเฉียบพลันได้ ยาควบคุมที่ลดการอักเสบ เช่น budesonide ไม่ควรถูกนำมาใช้แทนยาบรรเทาอาการทันที เว้นแต่คุณได้รับแผนการใช้สูตรเฉพาะจากแพทย์

ยาสูดพ่นไม่กำจัดไวรัสที่ทำให้เป็นหวัด ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ และไม่ได้รักษาสาเหตุของอาการเหนื่อยทุกชนิด อาการหายใจไม่อิ่มอาจพบได้ในโรคหัวใจ การติดเชื้อ ภาวะแพ้รุนแรง ลิ่มเลือดอุดตัน หรือภาวะฉุกเฉินอื่น จึงไม่ควรสรุปเองว่าเป็นโรคหืดทุกครั้ง

ข้อควรพิจารณาก่อนใช้ยาสูดพ่นมีอะไรบ้าง

ก่อนใช้ต้องรู้ชื่อตัวยา จุดประสงค์ จำนวนครั้งตามแผน และวิธีใช้อุปกรณ์ของคุณให้ชัดเจน หลอดพ่นแต่ละแบบใช้ไม่เหมือนกัน และการสูดผิดจังหวะอาจทำให้ยาไปถึงปอดน้อยแม้กดครบแล้ว

  • ห้ามใช้ยาที่เคยทำให้แพ้รุนแรง เพราะการได้รับซ้ำอาจทำให้หน้า ปาก หรือลำคอบวม และหายใจลำบาก
  • อย่าใช้หลอดพ่นของผู้อื่นหรือแบ่งให้ผู้อื่นใช้ เพราะแผนการรักษาอาจต่างกันและอุปกรณ์อาจแพร่เชื้อได้
  • แจ้งประวัติโรคหัวใจหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ยาขยายหลอดลมบางชนิดอาจทำให้ใจสั่นหรือชีพจรเร็ว
  • แจ้งโรคต้อหิน ต่อมลูกหมากโต หรือปัสสาวะลำบาก ก่อนใช้ยากลุ่มต้านโคลิเนอร์จิก เช่น ipratropium bromide
  • ระวังเมื่อใช้ corticosteroid หลายรูปแบบพร้อมกัน เช่น ยาพ่นปอด ยาพ่นจมูก ยาทาผิว หรือยารับประทาน เพราะปริมาณรวมมีผลต่อความเสี่ยง
  • ตรวจเทคนิคการพ่นและจำนวนยาที่เหลือ อย่ารอให้อาการกำเริบจึงพบว่าหลอดพ่นหมดหรืออุปกรณ์อุดตัน

ไปห้องฉุกเฉินทันที หากคุณหอบมากขึ้นอย่างรวดเร็ว พูดไม่เป็นประโยค ซึม สับสน เจ็บหน้าอก ปากหรือปลายมือเขียว หรือใช้ยาบรรเทาตามแผนแล้วอาการไม่ดีขึ้น

ใช้ยาสูดพ่นระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรได้หรือไม่

อย่าหยุดยาควบคุมเองเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ เพราะโรคหืดที่ควบคุมไม่ได้อาจเป็นอันตรายต่อทั้งแม่และทารก แจ้งชื่อยาและจำนวนครั้งที่ใช้จริงแก่แพทย์ เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงของตัวยาแต่ละชนิด

หากกำลังให้นมบุตร ควรตรวจสอบยาทุกตัวในหลอดพ่น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สูตรผสม การสูดพ่นทำให้ยาออกฤทธิ์ตรงทางเดินหายใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าใช้ได้โดยไม่มีการประเมิน

เด็กใช้ยาสูดพ่นได้หรือไม่

เด็กใช้ได้เมื่อเลือกตัวยา อุปกรณ์ และขนาดยาให้เหมาะสมกับเด็กคนนั้น ยาสูดพ่นไม่คำนวณขนาดแบบเดียวกับยาน้ำรับประทาน และบางอุปกรณ์ต้องใช้กระบอกพักยาหรือหน้ากากเพื่อให้ยาเข้าสู่ปอดได้ดีขึ้น

ผู้ใหญ่ควรดูแลการพ่น ตรวจว่าหน้ากากแนบสนิท และนับจำนวนครั้งตามแผน หากเด็กใช้ corticosteroid ชนิดสูดต่อเนื่อง แพทย์อาจติดตามการเจริญเติบโต ควรพาเด็กประเมินหากต้องใช้ยาบรรเทาบ่อยขึ้น หอบกลางคืน หรือเล่นได้น้อยลง

ยาสูดพ่นมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงขึ้นอยู่กับตัวยา โดย salbutamol มักทำให้มือสั่น ใจสั่น ชีพจรเร็ว ปวดศีรษะ หรือเวียนศีรษะได้ อาการเล็กน้อยมักเกิดไม่นานหลังพ่นและอาจลดลงเมื่อร่างกายปรับตัว แต่ไม่ควรเพิ่มหรือลดยาเองเพื่อแก้อาการ

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

กลุ่มยาอาการที่อาจพบ
salbutamolมือสั่น ใจสั่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ
ipratropium bromideปากแห้ง ระคายคอ ไอ
corticosteroid ชนิดสูดเสียงแหบ ระคายคอ เชื้อราในปาก

หลังใช้ corticosteroid ชนิดสูด ควรบ้วนปากแล้วบ้วนน้ำทิ้งเพื่อลดคราบยาและความเสี่ยงเชื้อราในช่องปาก หากเสียงแหบหรือมีฝ้าขาวในปากต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจ

ผลข้างเคียงที่รุนแรง

หยุดใช้และขอความช่วยเหลือทันทีหากหายใจแย่ลงหลังพ่นยา หรือมีอาการแพ้รุนแรง อาการอันตรายอื่น ได้แก่ เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็วหรือผิดจังหวะไม่หาย เวียนศีรษะมาก เป็นลม กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเป็นตะคริวร่วมกับใจเต้นผิดปกติ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับระดับโพแทสเซียมต่ำ

อาการแพ้รุนแรง: หน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอบวม กลืนลำบาก หายใจติดขัด หน้ามืด หรือหมดสติ ต้องรับการรักษาฉุกเฉิน ไม่ควรรอดูอาการที่บ้าน

ยาสูดพ่นมีปฏิกิริยากับยาอะไรบ้าง

ยาสูดพ่นสามารถมีปฏิกิริยากับยาอื่นได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ยาที่มีฤทธิ์ต่อหัวใจ ทางเดินหายใจ หรือระบบประสาทร่วมกัน แจ้งยาประจำ ยาที่ซื้อเอง สมุนไพร และผลิตภัณฑ์พ่นจมูกทั้งหมดก่อนเริ่มยาใหม่

กลุ่มยาที่ควรตรวจสอบ ได้แก่ beta-blocker บางชนิด ยาขับปัสสาวะ ยากระตุ้นระบบประสาท ยาขยายหลอดลมตัวอื่น และยาบางชนิดที่เพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ การใช้ corticosteroid หลายรูปแบบร่วมกันอาจเพิ่มผลข้างเคียงจาก steroid โดยเฉพาะเมื่อใช้ขนาดสูงหรือใช้ต่อเนื่อง

อย่าพ่น salbutamol และยาสูตรผสมที่มียาขยายหลอดลมซ้ำกันโดยไม่รู้ตัวยา เพราะอาจทำให้มือสั่น ใจสั่น และชีพจรเร็วมากขึ้น หากมีหลอดพ่นหลายอัน ให้นำทั้งหมดไปตรวจชื่อยาและลำดับการใช้กับเภสัชกร

ใช้ยาสูดพ่นร่วมกับแอลกอฮอล์ได้หรือไม่

แอลกอฮอล์ไม่ได้มีข้อห้ามร่วมกับยาสูดพ่นทุกชนิด แต่สามารถทำให้เวียนศีรษะ ใจสั่น หรือควบคุมอาการได้ยากขึ้นในบางคน หากพ่นยาแล้วมึนงง ควรงดดื่มและหลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรจนกว่าอาการจะหาย

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางชนิดอาจกระตุ้นอาการหอบในผู้ที่ไวต่อสารเติมแต่งหรือ sulfite หากสังเกตว่าดื่มแล้วไอ แน่นหน้าอก หรือมีเสียงหวีด ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มนั้นและบันทึกอาการไว้

ขนาดและวิธีใช้ยาสูดพ่นเป็นอย่างไร

ขนาดยาต้องดูจากตัวยา ความแรงของผลิตภัณฑ์ ชนิดอุปกรณ์ และแผนการรักษา จึงไม่ควรใช้จำนวนครั้งของผู้อื่นมาเป็นของคุณ salbutamol, ipratropium bromide และ budesonide มีหน้าที่ต่างกัน แม้ทุกชนิดจะอยู่ในรูปสูดพ่น

ขนาดยาในผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่ควรใช้ตามฉลากกำกับเฉพาะผลิตภัณฑ์และแผนที่แพทย์กำหนด หากเป็นยาบรรเทาอาการ ให้จดว่าต้องใช้บ่อยเพียงใด เพราะการใช้ถี่ขึ้นเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินการควบคุมโรค

ก่อนพ่น ให้เปิดฝา ตรวจช่องพ่น หายใจออกตามวิธีของอุปกรณ์ แล้วสูดยาให้ถูกจังหวะ หากเป็นยาพ่นแบบกด ผู้ใช้บางคนอาจควบคุมจังหวะได้ดีขึ้นด้วยกระบอกพักยา ส่วนยาผงแห้งต้องสูดด้วยแรงที่เหมาะสมและห้ามเป่าลมหายใจกลับเข้าอุปกรณ์

ขนาดยาในเด็ก

เด็กต้องใช้ขนาดและอุปกรณ์ที่กำหนดเฉพาะราย ไม่ควรลดขนาดของผู้ใหญ่เองหรือคำนวณจำนวนพ่นจากอายุเพียงอย่างเดียว การเลือกกระบอกพักยา หน้ากาก และวิธีช่วยเด็กหายใจมีผลต่อปริมาณยาที่เข้าสู่ปอด

คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

ลืมพ่นยาควบคุมควรทำอย่างไร?

ทำตามคำแนะนำของฉลากหรือแผนการรักษา เมื่อใกล้เวลาครั้งถัดไปไม่ควรเพิ่มยาเป็นสองเท่าเพื่อชดเชย เว้นแต่ได้รับคำสั่งเฉพาะไว้

ถ้าพ่นแล้วไม่รู้สึกว่ามียาออกมา ควรพ่นซ้ำไหม?

อย่ารีบพ่นซ้ำโดยอัตโนมัติ ตรวจตัวนับยา การอุดตัน และวิธีเตรียมอุปกรณ์ก่อน เพราะการพ่นซ้ำอาจทำให้ได้รับยาเกิน

ควรใช้หลอดไหนก่อนเมื่อมีหลายชนิด?

ให้ยึดลำดับในแผนการรักษาของคุณ ยาแต่ละชนิดมีเวลาเริ่มออกฤทธิ์ต่างกันและไม่ควรกำหนดช่วงห่างเองจากสีหรือรูปทรงของหลอดพ่น

หากใช้ยาสูดพ่นเกินขนาดควรทำอย่างไร

หยุดพ่นเพิ่มและขอคำแนะนำทันทีหากใช้เกินแผน โดยเฉพาะเมื่อมีใจสั่นมาก เจ็บหน้าอก มือสั่นรุนแรง เวียนศีรษะ หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ นำหลอดพ่นหรือรูปฉลากไปด้วย เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบตัวยาและความแรงอย่างรวดเร็ว

หากหายใจลำบากมากขึ้น อย่าเหมารวมว่าเป็นเพียงการใช้ยาเกินขนาด เพราะอาจเป็นอาการกำเริบรุนแรง ควรไปห้องฉุกเฉินเมื่อพูดไม่เป็นประโยค ปากเขียว ซึม หมดแรง หรือยาบรรเทาตามแผนไม่ช่วย

คำถามที่พบบ่อย

คำถามเกี่ยวกับการออกฤทธิ์

พ่น salbutamol แล้วกี่นาทีจึงออกฤทธิ์?

salbutamol ชนิดสูดพ่นอาจเริ่มออกฤทธิ์ภายในประมาณ 5 นาที และมีฤทธิ์ประมาณ 3–6 ชั่วโมง ระยะเวลาจริงอาจต่างกันตามอุปกรณ์ เทคนิคการสูด และความรุนแรงของอาการ

พ่นยาแล้วไม่ดีขึ้นควรรอนานแค่ไหน?

ให้ทำตามแผนรับมืออาการกำเริบที่คุณได้รับ หากอาการหนักขึ้น พูดไม่เป็นประโยค เจ็บหน้าอก ปากเขียว หรือยาตามแผนไม่ช่วย ให้ไปฉุกเฉินทันทีแทนการพ่นซ้ำต่อเนื่องเอง

ยาควบคุมทำไมพ่นแล้วไม่โล่งทันที?

เพราะยาควบคุม เช่น corticosteroid ชนิดสูด มีหน้าที่ลดการอักเสบเมื่อใช้สม่ำเสมอ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเปิดหลอดลมอย่างรวดเร็วทุกสูตร

คำถามเกี่ยวกับวิธีใช้

พ่นยาเข้าปากแต่ไม่กลั้นหายใจ ยาจะได้ผลไหม?

ยาอาจเข้าสู่ปอดน้อยลงหากเทคนิคไม่ตรงกับอุปกรณ์ ควรตรวจขั้นตอนจากฉลากและสาธิตวิธีใช้ต่อหน้าบุคลากรทางการแพทย์เพื่อแก้จุดที่ผิด

ใช้เครื่อง nebulizer แล้วได้รับยาครบไหม?

เครื่อง nebulizer เปลี่ยนยาน้ำเป็นละอองให้สูดต่อเนื่อง จึงช่วยให้มีเวลารับยาเข้าสู่ทางเดินหายใจ แต่ประสิทธิภาพยังขึ้นกับการประกอบเครื่อง หน้ากาก การรั่ว และระยะเวลาที่พ่น

หลอดพ่นใช้ร่วมกับคนในครอบครัวได้ไหม?

ไม่ควรใช้ร่วมกัน เพราะมีความเสี่ยงแพร่เชื้อ และแต่ละคนอาจต้องใช้ตัวยา ความแรง หรือจำนวนครั้งต่างกัน

ต้องบ้วนปากหลังพ่นทุกชนิดไหม?

การบ้วนปากสำคัญเป็นพิเศษหลังใช้ corticosteroid ชนิดสูด เพื่อลดเสียงแหบและเชื้อราในช่องปาก สำหรับยาชนิดอื่นให้ทำตามฉลากของผลิตภัณฑ์

คำถามเกี่ยวกับการควบคุมโรค

ต้องพกยาบรรเทาอาการตลอดไหม?

หากแพทย์กำหนดให้ใช้เมื่อมีอาการ ควรเก็บไว้ในตำแหน่งที่หยิบใช้ได้และตรวจวันหมดอายุสม่ำเสมอ แต่การต้องใช้บ่อยขึ้นควรนำไปประเมินแผนควบคุมโรค

อาการดีแล้วหยุดยาควบคุมได้ไหม?

ไม่ควรหยุดเอง เพราะอาการที่ดีขึ้นอาจเป็นผลจากยาควบคุมอยู่ การหยุดทันทีอาจเพิ่มโอกาสกำเริบ ควรปรับยาตามแผนของผู้รักษา

ยาพ่นทำให้ติดยาหรือไม่?

ยาสูดพ่นไม่ได้ทำให้เสพติดในความหมายเดียวกับสารเสพติด แต่การต้องใช้ยาบรรเทาบ่อยอาจเป็นสัญญาณว่าโรคยังควบคุมไม่ดี ไม่ใช่เพราะร่างกายติดยา

ทำไมพ่นยาแล้วมือสั่นหรือใจเต้นเร็ว?

อาการนี้พบได้กับ salbutamol โดยเฉพาะเมื่อได้รับยามากกว่าที่ร่างกายต้องการ หากเกิดเป็นประจำ รุนแรง ไม่หาย หรือมีเจ็บหน้าอกร่วมด้วย ควรเข้ารับการประเมิน

คำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • หลอดพ่นแต่ละอันของฉันมีตัวยาอะไร และอันไหนใช้บรรเทาอาการทันที?
  • ฉันสูดพ่นถูกวิธีหรือควรใช้กระบอกพักยาร่วมด้วย?
  • ยาพ่นนี้ซ้ำกับยาพ่นจมูก ยารับประทาน หรือยาประจำตัวที่ใช้อยู่หรือไม่?
  • หากต้องใช้ยาบรรเทาบ่อยขึ้น ฉันควรทำตามแผนรับมืออาการกำเริบอย่างไร?
  • ฉันควรทำความสะอาด เก็บรักษา และตรวจจำนวนยาที่เหลือในอุปกรณ์อย่างไร?

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall