ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาพ่นโรคหอบหืด

ยาพ่นโรคหอบหืด คือยาที่ส่งตัวยาเข้าสู่ทางเดินหายใจโดยตรง มีทั้งชนิดบรรเทาหลอดลมตีบอย่างรวดเร็วและชนิดควบคุมการอักเสบเพื่อป้องกันอาการในระยะยาว

ประเด็นสำคัญ

  • ยาพ่นสำหรับหอบหืดมีหลายกลุ่ม โดย salbutamol ใช้บรรเทาหลอดลมตีบตามอาการ ส่วนยาสเตียรอยด์สูดพ่นใช้ควบคุมการอักเสบและต้องใช้สม่ำเสมอ
  • Salbutamol ชนิดสูดพ่นเริ่มออกฤทธิ์ได้ภายในประมาณ 5 นาที และมีฤทธิ์ราว 3–6 ชั่วโมง แต่จำนวนครั้งที่พ่นต้องยึดตามแผนรักษา
  • หากพ่นยาแล้วหอบหนักขึ้น เจ็บหน้าอก พูดไม่เป็นประโยค ปากเขียว หรือยาบรรเทาไม่ช่วย ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

สารบัญ

ยาพ่นสำหรับหอบหืดคือยาอะไร

ยาพ่นแบ่งได้เป็นยาบรรเทาอาการ ยาควบคุมโรค และยาสูตรผสม ซึ่งทำหน้าที่ต่างกันและใช้แทนกันไม่ได้ทุกกรณี สีหรือรูปร่างของอุปกรณ์ไม่ใช่วิธีที่แน่นอนในการแยกประเภท คุณควรดูชื่อสามัญและแผนการใช้บนฉลากเสมอ

กลุ่มยาตัวอย่างตัวยาสามัญหน้าที่หลัก
ยาขยายหลอดลมออกฤทธิ์สั้นsalbutamolบรรเทาหอบหรือเสียงวี้ดอย่างรวดเร็ว
สเตียรอยด์สูดพ่นbudesonideลดการอักเสบและป้องกันอาการ
ยาสูตรผสมbudesonide/formoterolควบคุมการอักเสบและช่วยเปิดหลอดลม
ยาต้านโคลิเนอร์จิกipratropium bromideช่วยขยายหลอดลมในบางแผนรักษา

Salbutamol เป็นยากลุ่มกระตุ้นตัวรับเบตา 2 ชนิดออกฤทธิ์สั้น โดยชนิดสูดพ่นเริ่มออกฤทธิ์ได้ภายในประมาณ 5 นาที และมีฤทธิ์ราว 3–6 ชั่วโมง ส่วนยาควบคุมโรคต้องใช้ต่อเนื่องตามแผน แม้วันนั้นจะไม่มีอาการ

ชื่อสามัญสำคัญกว่าสีของหลอดพ่น: อุปกรณ์สีคล้ายกันอาจมีตัวยาคนละชนิด ก่อนใช้ให้ตรวจชื่อ salbutamol, budesonide, formoterol หรือ ipratropium bromide บนฉลาก

ยาพ่นสำหรับหอบหืดใช้รักษาอะไร

ยาพ่นใช้เปิดหลอดลมเมื่อมีอาการ และลดการอักเสบเพื่อป้องกันอาการกำเริบ โดยต้องเลือกชนิดให้ตรงกับเป้าหมายการรักษา ผู้ที่เป็นหอบหืดบางคนจึงมีมากกว่าหนึ่งหลอด หรือได้รับยาสูตรผสมเพียงหลอดเดียวตามแผนเฉพาะบุคคล

อาการหรือเป้าหมายยาที่มักมีบทบาท
หอบ เสียงวี้ด แน่นหน้าอกเฉียบพลันยาขยายหลอดลมที่กำหนดไว้
ไอหรือหอบซ้ำบ่อยยาควบคุมการอักเสบ
ป้องกันอาการระยะยาวสเตียรอยด์สูดพ่นหรือยาสูตรผสม
อาการกำเริบรุนแรงการรักษาฉุกเฉินตามแผนแพทย์

ความถี่ที่ต้องใช้ยาบรรเทาอาการเป็นข้อมูลสำคัญ หากต้องใช้บ่อยขึ้น ตื่นกลางคืนเพราะหอบ หรือทำกิจกรรมได้น้อยลง อาจหมายถึงการควบคุมโรคยังไม่ดี ไม่ควรเพิ่มยาเองโดยไม่ทบทวนแผนรักษา

ยาพ่นสำหรับหอบหืดไม่ได้ใช้รักษาอะไร

ไม่ใช่ยารักษาเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรืออาการไอทุกชนิด และยาพ่นแต่ละกลุ่มไม่ได้หยุดอาการหอบเฉียบพลันได้เหมือนกัน อาการไอจากหวัด กรดไหลย้อน หรือสาเหตุอื่นอาจไม่ตอบสนองต่อยาพ่นขยายหลอดลม

สเตียรอยด์สูดพ่นไม่ได้ออกฤทธิ์ทันทีแบบยาบรรเทาอาการ จึงไม่ควรหยิบมาใช้แทนหลอดฉุกเฉิน เว้นแต่แพทย์กำหนดแผนที่ใช้ยาสูตรผสมสำหรับทั้งควบคุมและบรรเทาอาการโดยเฉพาะ

การพ่นแล้วไม่ดีขึ้นไม่ได้ยืนยันว่าไม่ใช่หอบหืด แต่อาจเกิดจากเทคนิคไม่ถูก อุปกรณ์ว่าง ยาไม่ตรงชนิด หรืออาการรุนแรงเกินกว่าจะดูแลเอง

มีข้อควรระวังอะไรก่อนใช้

ตรวจชื่อยา วิธีใช้ และจำนวนยาที่เหลือก่อนพ่นทุกครั้ง เพราะการใช้ผิดหลอดหรือเทคนิคผิดอาจทำให้ได้รับยาไม่พอในเวลาที่จำเป็น ข้อควรระวังสำคัญมีดังนี้

  • ห้ามใช้ยาที่เคยทำให้เกิดอาการแพ้ เพราะอาจเกิดหน้าบวม คอบวม หายใจลำบาก หรือภาวะแพ้รุนแรง
  • อย่าใช้ยาเกินแผนที่กำหนด โดยเฉพาะ salbutamol เพราะอาจทำให้มือสั่น ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว หรือโพแทสเซียมต่ำ
  • อย่าหยุดสเตียรอยด์สูดพ่นเองเมื่ออาการดีขึ้น การไม่มีอาการอาจเป็นผลจากยาที่กำลังควบคุมการอักเสบอยู่
  • แจ้งโรคประจำตัวก่อนใช้ โดยเฉพาะโรคหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ต้อหิน ต้อกระจก หรือการติดเชื้อ
  • ฝึกเทคนิคกับอุปกรณ์จริง ยาพ่นแบบกด แบบผงแห้ง และเครื่อง nebulizer ใช้วิธีสูดต่างกัน
  • ไม่ใช้หลอดพ่นร่วมกับผู้อื่น เพราะเสี่ยงแพร่เชื้อและอาจทำให้ยาหมดโดยไม่รู้ตัว
  • ล้างปากหลังใช้สเตียรอยด์สูดพ่น บ้วนแล้วทิ้ง ไม่กลืนน้ำ เพื่อลดเชื้อราในปากและเสียงแหบ

ไปห้องฉุกเฉินทันที หากหอบจนพูดไม่เป็นประโยค ปากหรือปลายมือเขียว ซึม เจ็บหน้าอก หายใจลำบากขึ้นหลังพ่นยา หรือใช้ยาบรรเทาตามแผนแล้วอาการไม่ดีขึ้น

หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ได้ไหม

หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรไม่ควรหยุดหรือเริ่มยาพ่นเอง เพราะการปล่อยให้อาการหอบควบคุมไม่ได้อาจเป็นอันตรายต่อทั้งแม่และทารก แจ้งชื่อยา ขนาดที่ใช้ และความถี่ของอาการแก่แพทย์เพื่อชั่งประโยชน์กับความเสี่ยง

หากทราบว่าตั้งครรภ์ระหว่างใช้ยา ให้ใช้แผนฉุกเฉินเดิมเมื่อเกิดอาการและติดต่อทีมรักษาเพื่อทบทวนยา ไม่ควรรอจนยาหมดหรืออาการกำเริบก่อนจึงขอคำแนะนำ

เด็กใช้ยาพ่นได้ไหม

เด็กใช้ยาพ่นได้เมื่อเลือกตัวยา ขนาด และอุปกรณ์ให้เหมาะสม แต่ผู้ใหญ่ต้องช่วยตรวจเทคนิคและติดตามอาการ เด็กที่กดหลอดพร้อมสูดไม่สัมพันธ์กันอาจต้องใช้กระบอกพ่นยา ส่วนเด็กเล็กอาจต้องใช้หน้ากากที่แนบสนิท

ขนาดยาสำหรับเด็กขึ้นกับตัวยา สูตรยา น้ำหนัก ความรุนแรง และแผนรักษา ไม่ควรคัดลอกจำนวนพ่นจากเด็กคนอื่น สำหรับยาชนิดน้ำที่ใช้กับเครื่อง nebulizer ต้องตรวจความเข้มข้นและปริมาตรให้ตรงใบสั่ง ไม่ใช้ตัวเลขปริมาตรเพียงอย่างเดียว

เด็กที่ใช้สเตียรอยด์สูดพ่นต่อเนื่องควรได้รับการติดตามการเจริญเติบโต โดยเฉพาะเมื่อใช้ขนาดสูงหรือใช้ยาสเตียรอยด์รูปแบบอื่นร่วมด้วย

ยาพ่นมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงขึ้นกับชนิดยา โดย salbutamol มักทำให้มือสั่น ใจสั่น ปวดศีรษะหรือมึนงง ส่วนสเตียรอยด์สูดพ่นอาจทำให้เสียงแหบและเชื้อราในปาก อาการเล็กน้อยมักลดลงเมื่อเทคนิคถูกต้องและไม่ได้ใช้เกินขนาด

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

กลุ่มยาอาการที่อาจพบควรทำอย่างไร
salbutamolมือสั่น ใจสั่น ปวดศีรษะ มึนงงพักและตรวจว่าไม่ได้ใช้เกินแผน
budesonideเสียงแหบ ระคายคอ เชื้อราในปากล้างปากหลังพ่น
formoterolใจสั่น มือสั่น ปวดศีรษะสังเกตอาการและตรวจวิธีใช้
ipratropium bromideปากแห้ง ระคายคอจิบน้ำและหลีกเลี่ยงละอองเข้าตา

ผลข้างเคียงที่รุนแรง

หยุดใช้และขอความช่วยเหลือเร่งด่วนเมื่อมีหายใจลำบากขึ้นทันทีหลังพ่น เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็วหรือผิดจังหวะไม่หาย เวียนศีรษะมาก หรือเป็นลม อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตะคริว และใจเต้นผิดจังหวะอาจสัมพันธ์กับโพแทสเซียมต่ำจากยาขยายหลอดลม

อาการแพ้ยารุนแรง: หากปาก ลิ้น หน้า หรือคอบวม กลืนลำบาก หายใจติดขัด ผิวซีดหรือเขียว ซึม หรือหมดสติ ให้โทรเรียกรถพยาบาลทันที

ยาพ่นเกิดปฏิกิริยากับยาอะไร

ยาพ่นบางชนิดมีปฏิกิริยากับยาหัวใจ ยากระตุ้น ยารักษาเชื้อรา ยาต้านไวรัส และยาทางจิตเวชบางกลุ่ม ความเสี่ยงขึ้นกับตัวยาและขนาดที่ใช้ จึงควรแจ้งรายการยาทั้งหมด รวมถึงยาไม่ใช้ใบสั่งและสมุนไพร

กลุ่มยาที่ต้องตรวจสอบความเสี่ยงที่อาจเกิด
ยาปิดกั้นเบตาบางชนิดลดฤทธิ์ยาขยายหลอดลมหรือกระตุ้นหลอดลมตีบ
ยากระตุ้นและยาลดคัดจมูกบางชนิดใจสั่นหรือความดันเพิ่ม
ยาที่มีผลต่อจังหวะหัวใจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ยาต้านเชื้อราหรือยาต้านไวรัสบางชนิดเพิ่มระดับยาสเตียรอยด์
สเตียรอยด์รูปแบบอื่นเพิ่มผลข้างเคียงจากสเตียรอยด์
ยากลุ่ม MAOI หรือยาซึมเศร้าบางชนิดเพิ่มผลต่อหัวใจและหลอดเลือด

ห้ามใช้ยาสูตรผสมที่มี formoterol ซ้ำกับยาขยายหลอดลมออกฤทธิ์ยาวชนิดอื่น เว้นแต่แพทย์เป็นผู้กำหนด เพราะอาจได้รับยาในกลุ่มเดียวกันมากเกินไป

ใช้ยาพ่นร่วมกับแอลกอฮอล์ได้ไหม

แอลกอฮอล์อาจทำให้อาการมึนงง ปวดศีรษะ หรือใจสั่นรบกวนมากขึ้น และในบางคนอาจกระตุ้นอาการหอบ หากพ่นยาแล้วเวียนศีรษะหรือหัวใจเต้นเร็ว ควรงดแอลกอฮอล์จนกว่าอาการจะหาย

อย่าดื่มจนจำแผนการใช้ยาไม่ได้หรือประเมินความรุนแรงของอาการหอบผิด หากสังเกตว่าหายใจมีเสียงวี้ดทุกครั้งหลังดื่ม ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มนั้นและบันทึกอาการไว้

ผู้ใหญ่ควรใช้ยาพ่นขนาดเท่าไร

จำนวนพ่นในผู้ใหญ่กำหนดจากตัวยา ความแรงของผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ และแผนรักษา จึงไม่มีขนาดเดียวที่ใช้ได้กับทุกหลอด อย่าเทียบจำนวนพ่นระหว่าง salbutamol, budesonide และ budesonide/formoterol เพราะมีหน้าที่และความแรงต่างกัน

Salbutamol ชนิดสูดพ่นเริ่มออกฤทธิ์ได้ภายในประมาณ 5 นาที และออกฤทธิ์ราว 3–6 ชั่วโมง แต่ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำสั่งให้พ่นซ้ำตามช่วงดังกล่าว คุณต้องยึดจำนวนพ่นและช่วงเวลาตามฉลากหรือแผนรักษาส่วนตัว

คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

พ่นเพิ่มได้ไหมถ้ายังหอบ?

ใช้ซ้ำได้เฉพาะตามแผนฉุกเฉินที่ได้รับ หากครบตามแผนแล้วยังหอบ หรืออาการแย่ลง ให้ไปโรงพยาบาลแทนการพ่นต่อเนื่องเอง

ลืมยาควบคุมควรพ่นสองเท่าไหม?

ไม่ควรเพิ่มเป็นสองเท่า ให้ใช้ตามคำแนะนำของยานั้นและกลับเข้าสู่ตารางเดิม

ทำไมจำนวนพ่นของคนอื่นไม่เท่ากัน?

เพราะชื่อยา ความแรง อุปกรณ์ และระดับการควบคุมโรคต่างกัน จำนวนพ่นจึงเปรียบเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้

เด็กควรใช้ยาพ่นขนาดเท่าไร

ขนาดยาของเด็กต้องกำหนดจากตัวยา ความแรง น้ำหนัก อุปกรณ์ และความรุนแรง ไม่ควรคำนวณจากอายุอย่างเดียว ผู้ปกครองควรนำทั้งหลอดพ่น กระบอกพ่นยา และรายการยาของเด็กไปตรวจพร้อมกัน

หากใช้เครื่อง nebulizer ต้องยืนยันชื่อยา ความเข้มข้น ปริมาตร และวิธีเจือจางก่อนทุกครั้ง ห้ามใช้คำสั่งเพียง “กี่มิลลิลิตร” โดยไม่มีความเข้มข้น เพราะผลิตภัณฑ์ต่างความแรงอาจให้ปริมาณตัวยาไม่เท่ากัน

คำถามเกี่ยวกับขนาดยาในเด็ก

เด็กใช้จำนวนพ่นเท่าผู้ใหญ่ได้ไหม?

ไม่ควรสรุปจากอายุหรือรูปร่าง ต้องดูคำสั่งเฉพาะของเด็กคนนั้น

กระบอกพ่นยาช่วยอะไร?

ช่วยให้เด็กสูดยาเข้าสู่ปอดได้โดยไม่ต้องกดและสูดพร้อมกันอย่างแม่นยำ แต่ต้องใช้หน้ากากหรือปากเป่าให้แนบสนิท

เด็กพ่นยาแล้วมือสั่นควรทำอย่างไร?

ให้เด็กพักและตรวจว่าใช้ตรงตามแผนหรือไม่ หากใจเต้นเร็วมาก เจ็บหน้าอก อ่อนแรง หรืออาการไม่หาย ควรพบแพทย์ทันที

หากใช้ยาพ่นเกินขนาดควรทำอย่างไร

หยุดพ่นเพิ่มและขอความช่วยเหลือทันทีหากเกิดใจสั่นมาก หัวใจเต้นผิดจังหวะ เจ็บหน้าอก เวียนศีรษะรุนแรง เป็นลม กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือตะคริว นำหลอดพ่น กล่องยา และรายการยาที่ใช้ไปโรงพยาบาลด้วย

หากเผลอใช้เกินแต่ยังไม่มีอาการ ให้บันทึกชื่อยา ความแรง จำนวนพ่น และเวลาที่ใช้ แล้วติดต่อเภสัชกร แพทย์ หรือศูนย์พิษวิทยาทันทีเพื่อประเมินตามชื่อยาและจำนวนที่ใช้ ไม่ควรใช้ยาอื่นแก้เองหรือหยุดยาบรรเทาที่จำเป็นโดยไม่มีแผนรองรับ หากเกิดหอบรุนแรง ให้ทำตามแผนฉุกเฉินเดิมและไปห้องฉุกเฉิน

คำถามที่พบบ่อย

คำถามเกี่ยวกับการบรรเทาอาการ

ยาพ่นออกฤทธิ์กี่นาที?

Salbutamol ชนิดสูดพ่นเริ่มออกฤทธิ์ได้ภายในประมาณ 5 นาที และออกฤทธิ์ราว 3–6 ชั่วโมง ส่วนสเตียรอยด์สูดพ่นไม่ได้ออกฤทธิ์ทันทีเพื่อหยุดอาการหอบเฉียบพลัน

พ่นแล้วไม่ดีขึ้นควรทำอย่างไร?

ตรวจว่าหลอดมียาเหลือและใช้เทคนิคถูกต้อง จากนั้นทำตามแผนฉุกเฉิน หากหอบมากขึ้น พูดไม่เป็นประโยค เจ็บหน้าอก หรือปากเขียว ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

ใช้ยาบรรเทาอาการบ่อยแปลว่าอะไร?

อาจหมายถึงโรคยังควบคุมไม่ดี เทคนิคพ่นไม่ถูก หรือมีสิ่งกระตุ้นเพิ่มขึ้น ควรทบทวนแผนรักษาแทนการเพิ่มจำนวนพ่นเอง

คำถามเกี่ยวกับวิธีใช้

ใช้หลอดพ่นของคนอื่นแทนกันได้ไหม?

ไม่ควร เพราะตัวยาและความแรงอาจต่างกัน อีกทั้งการใช้ร่วมกันอาจแพร่เชื้อและทำให้ยาหมดโดยไม่มีใครทราบ

ต้องล้างปากหลังพ่นทุกชนิดไหม?

จำเป็นเป็นพิเศษหลังใช้สเตียรอยด์สูดพ่น เช่น budesonide ให้บ้วนปากแล้วทิ้งเพื่อลดเชื้อราและเสียงแหบ

เครื่อง nebulizer ดีกว่าหลอดพ่นหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องดีกว่าเสมอไป เครื่อง nebulizer เปลี่ยนยาน้ำเป็นละอองและให้เวลาสูดนานขึ้น แต่หลอดพ่นร่วมกับอุปกรณ์ที่เหมาะสมก็ส่งยาได้ดีเมื่อใช้ถูกวิธี

รู้ได้อย่างไรว่าหลอดพ่นหมด?

ดูตัวนับจำนวนพ่นถ้ามี และจดวันที่เริ่มใช้ ไม่ควรทดสอบด้วยการเขย่าหรือพ่นลอย เพราะอาจยังมีสารขับดันแม้ตัวยาเหลือน้อย

คำถามเกี่ยวกับการใช้ต่อเนื่อง

อาการดีแล้วหยุดยาควบคุมได้ไหม?

ไม่ควรหยุดเอง เพราะอาการที่ดีขึ้นอาจเกิดจากยากำลังควบคุมการอักเสบ การลดหรือหยุดยาควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนติดตาม

สเตียรอยด์สูดพ่นเหมือนสเตียรอยด์กินไหม?

เป็นยากลุ่มเดียวกันแต่ส่งยาเข้าสู่ทางเดินหายใจโดยตรง ผลต่อทั่วร่างกายมักน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม การใช้ขนาดสูงหรือหลายรูปแบบร่วมกันยังเพิ่มความเสี่ยงได้

ยาพ่นทำให้ติดยาหรือไม่?

ยาพ่นไม่ได้ทำให้เสพติด แต่การต้องใช้ยาบรรเทาบ่อยอาจสะท้อนว่าโรคยังควบคุมไม่ดี จึงไม่ควรตีความว่าเป็นเพียงความเคยชินของร่างกาย

พกยาพ่นไว้ในรถได้ไหม?

ไม่ควรเก็บในบริเวณที่ร้อนจัดหรือโดนแดดโดยตรง เพราะอุณหภูมิอาจกระทบอุปกรณ์และตัวยา ให้เก็บตามเงื่อนไขบนฉลาก

คำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • หลอดที่ฉันมีเป็นยาบรรเทาอาการ ยาควบคุมโรค หรือยาสูตรผสม?
  • ฉันใช้เทคนิคพ่นและอุปกรณ์เสริมถูกต้องหรือไม่?
  • ยาพ่นนี้ซ้ำกับยาหัวใจ ยาแก้คัดจมูก หรือยาสเตียรอยด์ที่ใช้อยู่หรือไม่?
  • หากลืมยา หรือพ่นแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรทำตามลำดับใด?
  • จะตรวจจำนวนยาที่เหลือและทำความสะอาดอุปกรณ์อย่างไร?

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall