ยาแก้แพ้ ผื่นคัน ลมพิษ
ผื่นคันและลมพิษ คือผื่นนูนแดงหรือสีเดียวกับผิวที่มักคัน เกิดจากสารฮีสตามีนและอาจยุบแล้วขึ้นใหม่ในตำแหน่งอื่นได้
ประเด็นสำคัญ
- ผื่นลมพิษที่มีเฉพาะอาการคัน ไม่มีหายใจลำบาก หน้าหรือลิ้นบวม มักดูแลเบื้องต้นด้วยการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นและยาแก้แพ้ชนิดรับประทานเพียงหนึ่งชนิด
- ยาต้านฮีสตามีนบางรายการจัดเป็นยาอันตรายในไทย ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ โดยเภสัชกรอาจพิจารณา cetirizine, loratadine หรือ fexofenadine โดยเลือกเพียงหนึ่งชนิดและปรับตามโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ การตั้งครรภ์ และการทำงานของไตหรือตับ
- หากมีลิ้นหรือคอบวม หายใจมีเสียงหวีด กลืนลำบาก เวียนศีรษะมาก หรือหมดสติ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันทีและอย่ารอดูผลจากยาแก้แพ้
ผื่นคันและลมพิษเกิดจากอะไรได้บ้าง
สาเหตุที่พบบ่อยคืออาหาร ยา แมลง ความร้อน ความเย็น การกดหรือเสียดสีผิว และการติดเชื้อ แต่หลายครั้งอาจหาตัวกระตุ้นไม่พบ ลมพิษเกิดจากร่างกายหลั่งฮีสตามีน ทำให้หลอดเลือดบริเวณผิวหนังขยายและมีของเหลวซึมออกมา จึงเกิดผื่นนูน บวม และคัน
สาเหตุหรือสิ่งกระตุ้นที่พบได้ ได้แก่
- อาหาร: อาหารทะเล ถั่ว ไข่ นม หรืออาหารที่คุณเคยมีอาการหลังกิน
- ยา: ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวดบางชนิด หรือยาที่เพิ่งเริ่มใช้
- แมลงและสิ่งสัมผัส: แมลงกัดต่อย ยาง สารเคมี หรือผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสผิว
- สิ่งแวดล้อม: ฝุ่น เกสร เชื้อรา ขนสัตว์ ความร้อน ความเย็น หรือแสงแดด
- แรงกระตุ้นทางกายภาพ: เหงื่อ การออกกำลังกาย เสื้อผ้ารัด การเกา หรือแรงกดบนผิว
- การติดเชื้อ: ไข้หวัดหรือการติดเชื้อบางชนิดอาจเกิดพร้อมลมพิษ
- ลมพิษเรื้อรัง: ผื่นเป็นๆ หายๆ ต่อเนื่องเกิน 6 สัปดาห์ และอาจไม่พบสาเหตุชัดเจน
ผื่นคันไม่ได้เป็นลมพิษทั้งหมด หากผื่นอยู่ตำแหน่งเดิมหลายวัน มีขุย มีตุ่มน้ำ เจ็บ แสบร้อน หรือทิ้งรอยช้ำ อาจเป็นผิวหนังอักเสบ การติดเชื้อ หรือโรคผิวหนังชนิดอื่น ยาแก้แพ้อาจลดคันได้แต่ไม่ได้รักษาต้นเหตุเหล่านี้
เมื่อไหร่ที่ใช้ยาแก้แพ้และดูแลตัวเองได้
คุณอาจดูแลตัวเองได้เมื่อผื่นคันไม่มาก ไม่มีอาการบวมในปากหรือคอ หายใจได้ตามปกติ และไม่มีไข้หรืออาการป่วยรุนแรงร่วมด้วย หลีกเลี่ยงสิ่งที่สงสัยว่าเป็นตัวกระตุ้น ประคบเย็น อาบน้ำอุณหภูมิพอเหมาะ และใส่เสื้อผ้าหลวมเพื่อลดการเสียดสี
| ลักษณะอาการ | ควรทำอะไร |
| ผื่นคันเล็กน้อย หายใจปกติ | หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นและใช้ยาแก้แพ้หนึ่งชนิด |
| ผื่นเกิดหลังเริ่มยาใหม่ | หยุดใช้ยาที่สงสัยหากทำได้อย่างปลอดภัย และติดต่อผู้สั่งยา |
| ผื่นเป็นๆ หายๆ เกิน 6 สัปดาห์ | พบแพทย์เพื่อประเมินลมพิษเรื้อรัง |
| ผื่นช้ำ เจ็บ มีตุ่มพอง หรือไม่คัน | ควรตรวจหาสาเหตุอื่น |
| ปาก ลิ้น หรือคอบวม หายใจลำบาก | ไปห้องฉุกเฉินทันที |
ถ้าสงสัยว่าเกิดจากยาที่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง อย่าหยุดยาเองโดยไม่มีแผนทดแทน ให้ติดต่อแพทย์หรือเภสัชกรพร้อมแจ้งชื่อยา เวลาที่กิน และเวลาที่ผื่นเริ่มขึ้น ถ่ายรูปผื่นไว้ด้วย เพราะผื่นลมพิษอาจยุบก่อนถึงสถานพยาบาล
มียาแก้แพ้กลุ่มใดที่ใช้บรรเทาผื่นคันและลมพิษ
ยาต้านฮีสตามีนชนิด H1 เป็นกลุ่มหลักที่ช่วยลดผื่นนูนและอาการคัน โดยทั่วไปควรเลือกใช้เพียงหนึ่งชนิดก่อน การกินหลายชนิดพร้อมกันอาจเพิ่มอาการง่วง มึนงง ปากแห้ง หรือผลไม่พึงประสงค์อื่น โดยไม่ได้แปลว่าจะควบคุมผื่นได้ดีกว่าเสมอไป
ยาแก้แพ้รุ่นที่สอง
cetirizine, loratadine และ fexofenadine มักทำให้ง่วงน้อยกว่ายาแก้แพ้รุ่นแรก อย่างไรก็ตาม cetirizine ยังทำให้ง่วงหรืออ่อนเพลียได้ในบางคน จึงควรสังเกตอาการก่อนขับรถ ทำงานบนที่สูง หรือใช้เครื่องจักร
ยาต้านฮีสตามีนบางรายการจัดเป็นยาอันตรายในไทย ควรให้เภสัชกรประเมินก่อนจ่ายเพื่อเลือกยาและขนาดที่เหมาะสม โดยพิจารณาโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ การตั้งครรภ์ และการทำงานของไตหรือตับ
ห้ามนำขนาดในตารางไปใช้กับเด็ก ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดขนาดตามอายุ น้ำหนัก และผลิตภัณฑ์
| ชื่อสามัญ | ขนาดอ้างอิงสำหรับผู้ใหญ่ | สิ่งที่ควรรู้ |
| cetirizine | 10 มก. วันละครั้ง | อาจง่วง หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ |
| loratadine | 10 มก. วันละครั้ง | โดยทั่วไปง่วงน้อย แต่ขนาดเกินคำแนะนำอาจทำให้ง่วง |
| fexofenadine | 60 มก. วันละ 2 ครั้ง หรือ 180 มก. วันละครั้ง | ใช้บรรเทาคันจากลมพิษ เลือกเพียงรูปแบบเดียว |
อย่ากิน fexofenadine 60 มก. วันละ 2 ครั้งร่วมกับขนาด 180 มก. วันละครั้ง เพราะเป็นทางเลือกคนละแบบ ไม่ใช่ขนาดที่ให้รวมกัน หากมีโรคไต โรคตับ หรืออายุมาก ควรตรวจสอบขนาดก่อนใช้ เนื่องจากบางคนอาจต้องปรับยา
ยาแก้แพ้รุ่นแรก
chlorpheniramine ช่วยลดอาการแพ้ได้ แต่ทำให้ง่วงและลดความตื่นตัวได้ชัดกว่ายารุ่นที่สอง ข้อมูลฉลากสากลสำหรับผู้ใหญ่และผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไประบุ chlorpheniramine 4 มก. ทุก 4–6 ชั่วโมง และไม่เกิน 24 มก. ใน 24 ชั่วโมง
หลังใช้ควรงดขับรถ งดแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับยานอนหลับหรือยากล่อมประสาท หากมีต้อหิน ปัสสาวะลำบากจากต่อมลูกหมากโต ถุงลมโป่งพอง หรือหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนใช้
เด็กใช้ยาแก้แพ้อย่างไร
ขนาดยาชนิดรับประทานสำหรับเด็กต้องกำหนดตามอายุ น้ำหนัก การทำงานของไต และความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ตามที่ฉลากกำหนด ไม่ควรใช้สูตรคำนวณตามน้ำหนักแบบเดียวกับเด็กทุกวัย ให้เภสัชกรหรือแพทย์ตรวจสอบขนาดยาและปริมาตรก่อนใช้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
ห้ามให้ปริมาตรเป็นมิลลิลิตรโดยไม่ตรวจความเข้มข้นบนฉลาก เพราะยาน้ำต่างผลิตภัณฑ์อาจมีตัวยาไม่เท่ากัน เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีไม่ควรซื้อ cetirizine ให้เอง แม้มีข้อมูลการใช้ในเด็กเล็กในบางประเทศ
ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร
เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์หรือไปห้องฉุกเฉิน
ไปห้องฉุกเฉินทันทีหากลมพิษเกิดร่วมกับหายใจลำบาก คอบวม ลิ้นบวม กลืนลำบาก เสียงแหบ หายใจมีเสียงหวีด เวียนศีรษะมาก หรือหมดสติ อาการเหล่านี้อาจเป็นภาวะแพ้รุนแรง ยาแก้แพ้ชนิดกินออกฤทธิ์ไม่เร็วพอและใช้แทนยาฉุกเฉินที่แพทย์สั่งไม่ได้
ควรพบแพทย์โดยไม่รอดูอาการ หากมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- ผื่นมีสีผิดปกติ คล้ายรอยช้ำ มีตุ่มพอง เจ็บ หรือไม่คัน
- ผื่นแต่ละจุดอยู่นาน ไม่ยุบหรือเปลี่ยนตำแหน่งเหมือนลมพิษทั่วไป
- มีไข้สูง ปวดข้อ อ่อนเพลียมาก หรือมีอาการติดเชื้อร่วมด้วย
- ผื่นเริ่มหลังใช้ยาใหม่ อาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร
- ใช้ยาแก้แพ้แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือผื่นกลับมาเป็นบ่อย
- มีอาการต่อเนื่องหรือเป็นๆ หายๆ เกิน 6 สัปดาห์
- ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีโรคไต โรคตับ หรือต้องใช้ยาหลายชนิด
คำถามที่พบบ่อย
ผื่นลมพิษกินยาแก้แพ้สองชนิดพร้อมกันได้ไหม
ไม่ควรกินหลายชนิดพร้อมกันเอง โดยทั่วไปให้เลือกยาแก้แพ้เพียงหนึ่งชนิดตามขนาดที่เหมาะสมก่อน เพราะการใช้ร่วมกันเพิ่มโอกาสง่วง มึนงง ปากแห้ง และอ่อนเพลีย หากยาเดิมควบคุมลมพิษเรื้อรังไม่ได้ แพทย์อาจปรับแผนโดยติดตามผลข้างเคียง
cetirizine กับ loratadine ต่างกันอย่างไร
ทั้งสองชนิดเป็นยาแก้แพ้รุ่นที่สองและช่วยลดอาการคันจากการแพ้ แต่ cetirizine มีโอกาสทำให้ง่วงมากกว่าในบางคน ควรให้เภสัชกรเลือกยาและขนาดที่เหมาะสมตามโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ การตั้งครรภ์ และการทำงานของไตหรือตับ ไม่ควรกินสองชนิดร่วมกันเพื่อหวังให้หายเร็วขึ้น
ยาแก้แพ้กินแล้วขับรถได้ไหม
ควรรอดูว่ายาทำให้คุณง่วงหรือมึนงงหรือไม่ก่อนขับรถ chlorpheniramine มีแนวโน้มทำให้ง่วงชัด ส่วน cetirizine ยังทำให้ง่วงได้ในบางคน แอลกอฮอล์และยากล่อมประสาททำให้อาการง่วงมากขึ้น
ลมพิษเป็นโรคติดต่อไหม
ลมพิษไม่ใช่โรคติดต่อและไม่แพร่จากการสัมผัสผื่น แต่ถ้าผื่นเกิดจากการติดเชื้อ โรคที่เป็นต้นเหตุอาจติดต่อได้ ลักษณะผื่นที่มีขุย ตุ่มน้ำ หนอง หรือเจ็บมากควรได้รับการตรวจว่าเป็นโรคผิวหนังชนิดอื่นหรือไม่
อาบน้ำหรือประคบเย็นได้ไหม
ประคบเย็นและอาบน้ำอุณหภูมิพอเหมาะช่วยลดคันได้ หลีกเลี่ยงน้ำร้อน การขัดผิว การเกา และเสื้อผ้ารัด เพราะความร้อนและการเสียดสีอาจกระตุ้นให้ผื่นเด่นขึ้น
ยาแก้แพ้รักษาสาเหตุของลมพิษได้ไหม
ยาแก้แพ้ช่วยกดผลของฮีสตามีนและบรรเทาอาการ แต่ไม่ได้กำจัดสิ่งกระตุ้นทุกชนิด หากผื่นเกิดจากยา อาหาร หรือสิ่งสัมผัส การหลีกเลี่ยงต้นเหตุมีความสำคัญ หากเป็นเรื้อรังควรประเมินรูปแบบอาการและโรคร่วมแทนการเพิ่มยาเอง
ถ้ากินยาแล้วผื่นมากขึ้นควรทำอย่างไร
หยุดยาที่สงสัยและขอความช่วยเหลือทันทีหากมีหน้าบวม ลิ้นบวม แน่นหน้าอก หรือหายใจผิดปกติ หากมีเฉพาะผื่น ให้บันทึกชื่อยา ขนาดยา เวลาที่กิน และถ่ายภาพผื่นเพื่อใช้ประเมิน ห้ามลองกินซ้ำเพื่อทดสอบด้วยตัวเอง
ข้อมูลอ้างอิง
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 4334) — เกี่ยวกับ cetirizine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2501) — เกี่ยวกับ cetirizine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2170) — เกี่ยวกับ cetirizine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 9961) — เกี่ยวกับ cetirizine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1062) — เกี่ยวกับ loratadine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 10727) — เกี่ยวกับ loratadine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 70) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 7630) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 9319) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 7069) — เกี่ยวกับ fexofenadine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
- ncbi.nlm.nih.gov: Cetirizine - StatPearls - NCBI Bookshelf — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- Cleveland Clinic: Antihistamine Types & Side Effects — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- Healthline: Cetirizine: Uses, Side Effects, and Precautions — เกี่ยวกับ cetirizine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- WebMD: Chlorpheniramine (Chlor-Trimeton, ChlorTabs, and others) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
- MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Chlorpheniramine: MedlinePlus Drug Information — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์