ยาแก้ปวดลดอักเสบ
ยาแก้ปวดลดอักเสบ คือยาที่ช่วยลดอาการปวด บวม ไข้ และการอักเสบ โดยส่วนใหญ่หมายถึงยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ NSAIDs
ประเด็นสำคัญ
- ยากลุ่ม NSAIDs เหมาะกับอาการปวดที่มีการอักเสบร่วมด้วย เช่น ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดฟัน หรือปวดประจำเดือน แต่ไม่ได้รักษาสาเหตุทุกชนิด
- ตัวอย่างความแรงที่พบได้คือ ibuprofen 200 มก. ส่วน naproxen มีทั้งรูปเกลือและความแรงต่างกัน ควรให้เภสัชกรเลือกตัวยาและขนาดที่เหมาะสม
- อย่าใช้ NSAIDs หลายชนิดพร้อมกัน เพราะไม่ได้เพิ่มประโยชน์ชัดเจน แต่เพิ่มความเสี่ยงแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร ไตผิดปกติ และโรคหัวใจหลอดเลือด
สาเหตุที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง
อาการปวดที่มีการอักเสบมักเกิดจากกล้ามเนื้อ ข้อต่อ เนื้อเยื่อ หรือกระบวนการอักเสบตามธรรมชาติของร่างกาย ลักษณะที่พบร่วมกันได้คือปวด บวม แดง ร้อน ขยับแล้วเจ็บ หรือกดแล้วเจ็บ แต่บางคนอาจมีเพียงอาการปวดโดยไม่เห็นอาการบวมชัดเจน
- กล้ามเนื้อใช้งานมากเกินไป เช่น ยกของ ออกกำลังกาย หรือทำท่าเดิมนาน ๆ ทำให้ปวดตึงและกดเจ็บ
- ข้อและเส้นเอ็นอักเสบ มักปวดเวลาเคลื่อนไหว มีอาการฝืด หรือบวมรอบข้อ
- การบาดเจ็บเล็กน้อย เช่น ฟกช้ำหรือข้อแพลง อาจทำให้เนื้อเยื่อบวมและปวด
- ปวดประจำเดือน เกี่ยวข้องกับสารพรอสตาแกลนดินที่กระตุ้นการบีบตัวและความเจ็บปวด
- ปวดฟันหรือเหงือกอักเสบ ยาช่วยลดปวดชั่วคราว แต่ฟันผุ ฝี หรือการติดเชื้อต้องรักษาที่ต้นเหตุ
- ข้อเสื่อมหรือข้ออักเสบเรื้อรัง ทำให้ปวดซ้ำ ข้อฝืด และเคลื่อนไหวลำบาก ควรประเมินหาสาเหตุหากเป็นต่อเนื่อง
- การติดเชื้อหรือโรคอื่น อาจทำให้ปวดและมีไข้ ยาบรรเทาอาการได้แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อหรือรักษาโรคต้นเหตุ
อาการปวดหน้าอก ปวดท้องรุนแรง ปวดศีรษะฉับพลัน หรือปวดหลังหลังอุบัติเหตุรุนแรง ไม่ควรเริ่มด้วยการซื้อยาแก้ปวดกินเอง เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ต้องตรวจทันที
เมื่อไหร่ที่ดูแลเองด้วยยาได้
คุณอาจดูแลเองได้เมื่ออาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง รู้สาเหตุค่อนข้างชัด ไม่มีสัญญาณอันตราย และอาการเพิ่งเริ่มไม่นาน ตัวอย่างคือปวดกล้ามเนื้อหลังใช้งาน ปวดประจำเดือนตามปกติ หรือปวดข้อเล็กน้อยหลังทำกิจกรรม
| ลักษณะอาการ | ควรทำอย่างไร |
| ปวดกล้ามเนื้อหลังใช้งาน | พัก ประคบเย็นหรืออุ่นตามอาการ |
| ข้อแพลงหรือบวมใหม่ ๆ | พัก ยกส่วนที่เจ็บ และประคบเย็น |
| ปวดประจำเดือนตามปกติ | ใช้ความร้อนและยาบรรเทาอาการระยะสั้น |
| ปวดฟันเล็กน้อย | ใช้ยาชั่วคราวและนัดตรวจฟัน |
| ปวดเรื้อรังหรือเกิดซ้ำ | ตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรเพิ่มยาเอง |
หากจำเป็นต้องใช้ NSAIDs ชนิดรับประทาน ควรปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือกตัวยาและขนาดที่เหมาะสม ใช้เพียงชนิดเดียวในขนาดต่ำสุดและระยะเวลาสั้นที่สุด แล้วหยุดเมื่อไม่จำเป็น ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเพื่อกลบอาการที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ หากยาเคยทำให้หอบ ผื่น หน้าบวม หรือเกิดอาการแพ้ ห้ามลองใช้ซ้ำเอง
ผู้ที่มีแผลหรือเลือดออกในกระเพาะอาหาร โรคไต โรคตับแข็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ หรือเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ควรหลีกเลี่ยงการเริ่ม NSAIDs เอง เช่นเดียวกับผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาสเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ หรือแอสไพรินเพื่อป้องกันโรคหัวใจ
ผู้ตั้งครรภ์ไม่ควรซื้อ NSAIDs ใช้เอง โดยเฉพาะตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป เพราะอาจกระทบทารกหรือทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอด หากกำลังเตรียมผ่าตัด คุณต้องแจ้งทีมรักษา เนื่องจากยาบางชนิดทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง
กลุ่มยาที่ใช้บรรเทาอาการมีอะไรบ้าง
กลุ่มหลักคือ NSAIDs ซึ่งลดการสร้างพรอสตาแกลนดิน จึงช่วยลดปวด ไข้ และการอักเสบ แต่แต่ละชนิดออกฤทธิ์นานและมีวิธีใช้ต่างกัน อย่านำขนาดของยาชนิดหนึ่งไปใช้แทนอีกชนิด แม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
| ตัวยาสามัญ | เหมาะกับอาการแบบใด | ข้อมูลวิธีใช้ที่ควรรู้ |
| Ibuprofen | ปวดกล้ามเนื้อ ปวดฟัน ปวดประจำเดือน ไข้ | เม็ดความแรง 200 มก. ตามฉลากสากล ผู้ใหญ่ใช้ 1 เม็ดทุก 4–6 ชั่วโมง หากไม่พออาจใช้ 2 เม็ด แต่ไม่เกิน 6 เม็ดใน 24 ชั่วโมง |
| Naproxen sodium | อาการปวดที่ต้องการฤทธิ์นานขึ้น | Naproxen มีทั้งรูปเกลือและความแรงต่างกัน ห้ามเทียบจำนวนเม็ดข้ามผลิตภัณฑ์ ควรให้เภสัชกรตรวจชื่อเกลือ ความแรง และกำหนดขนาดใช้จากผลิตภัณฑ์ที่มีจริง |
| Mefenamic acid | ปวดเฉียบพลันหรือปวดประจำเดือน | ขนาดอ้างอิงเริ่มต้น 500 มก. แล้ว 250 มก. ทุก 6 ชั่วโมง โดยการรักษาปวดเฉียบพลันมักไม่เกิน 7 วัน |
| Diclofenac ชนิดทา 1% | ปวดข้ออักเสบเฉพาะที่ | ใช้ภายนอก วันละ 4 ครั้ง ตามปริมาณและตำแหน่งที่ฉลากกำหนด |
| Paracetamol | ปวดหรือมีไข้ แต่ไม่มีการอักเสบเด่น | ไม่ใช่ NSAID และไม่ช่วยลดบวม แต่ไม่มีความเสี่ยงต่อกระเพาะอาหารแบบเดียวกับ NSAIDs |
หากมีไข้และสงสัยไข้เลือดออก เช่น ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะหรือกระบอกตา ปวดเมื่อยมาก คลื่นไส้ ผื่น หรือมีเลือดออกผิดปกติ ห้ามใช้ ibuprofen, naproxen, mefenamic acid, diclofenac และ aspirin เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกและไตบาดเจ็บ โดยเฉพาะเมื่อขาดน้ำ ให้ใช้ paracetamol ตามฉลากแทนชั่วคราวและไปพบแพทย์ โดยเฉพาะเมื่ออาการรุนแรงหรือกินดื่มไม่ได้
ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร
ขนาดข้างต้นเป็นข้อมูลสำหรับผู้ใหญ่ ไม่ควรนำไปคำนวณให้เด็กเอง ยาชนิดรับประทานในเด็กต้องพิจารณาจากน้ำหนักตัว และยาน้ำต้องตรวจความเข้มข้นเป็นมิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรหรือมิลลิกรัมต่อ 5 มิลลิลิตรทุกครั้ง
การกินยาพร้อมอาหารหรือนมอาจช่วยลดอาการระคายท้อง แต่ไม่ได้ป้องกันแผลหรือเลือดออกทั้งหมด ห้ามกิน ibuprofen, naproxen, mefenamic acid หรือ diclofenac ชนิดรับประทานร่วมกัน เพราะทั้งหมดเป็น NSAIDs
ยาผสมอาจมีตัวยาอื่น เช่น ยาที่ทำให้ง่วง จึงควรอ่านรายการตัวยาสำคัญแทนการดูเพียงชื่อหน้ากล่อง หากมียาแก้ปวดชนิดเดิมซ้ำอยู่ คุณอาจได้รับยาเกินโดยไม่รู้ตัว
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
หยุดใช้ยาและไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีเลือดออก หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรืออาการทางระบบประสาท อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับผลข้างเคียงร้ายแรงของยา หรือเกิดจากโรคที่ต้องรักษาเร่งด่วน
- อาเจียนเป็นเลือด หรืออาเจียนคล้ายกากกาแฟ
- ถ่ายดำเหนียวหรือถ่ายเป็นเลือด
- หน้ามืด เป็นลม หรือปวดท้องไม่หาย
- ผื่นลุกลาม ตุ่มพอง หน้าหรือคอบวม หายใจมีเสียงหวีด
- เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ขาบวม หรือหัวใจเต้นผิดปกติ
- แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว พูดไม่ชัด หรือสับสนฉับพลัน
- ปัสสาวะน้อยลงมาก บวม หรือไม่มีปัสสาวะ
- ข้อแดง ร้อน บวมมาก หรือมีไข้ร่วมด้วย
- ปวดมากขึ้น มีอาการใหม่ หรือปวดต่อเนื่องเกิน 10 วัน
- ไข้แย่ลงหรือเป็นนานเกิน 3 วัน
- ปวดหลังอุบัติเหตุรุนแรง หรือไม่สามารถลงน้ำหนักและขยับอวัยวะได้
คำถามที่พบบ่อย
กินยาแก้ปวดอักเสบสองชนิดพร้อมกันได้ไหม
ไม่ควรกิน NSAIDs สองชนิดพร้อมกัน เช่น ibuprofen ร่วมกับ naproxen หรือ mefenamic acid เพราะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในทางเดินอาหาร ไตเสีย และผลต่อหัวใจ โดยไม่ได้เพิ่มการระงับปวดอย่างคุ้มค่า
ยาแก้ปวดอักเสบควรกินก่อนหรือหลังอาหาร
หากระคายท้อง ควรกินพร้อมอาหาร นม หรือหลังอาหารตามคำแนะนำของฉลาก วิธีนี้อาจลดแสบท้องหรือคลื่นไส้ แต่ไม่สามารถป้องกันแผลและเลือดออกได้ทั้งหมด หากมีประวัติแผลในกระเพาะอาหาร ไม่ควรเริ่มยาเอง
Paracetamol เป็นยาแก้อักเสบไหม
ไม่ใช่ Paracetamol ช่วยลดปวดและลดไข้ แต่ไม่มีฤทธิ์ลดการอักเสบหรือบวมแบบ NSAIDs จึงอาจเหมาะกับอาการปวดที่ไม่มีการอักเสบเด่น หรือผู้ที่ต้องหลีกเลี่ยง NSAIDs บางราย
กินยาแล้วกี่วันอาการควรดีขึ้น
อาการปวดเล็กน้อยควรเริ่มดีขึ้นระหว่างการใช้ระยะสั้น ไม่ควรเพิ่มขนาดหรือกินต่อเพื่อกลบอาการที่ไม่ดีขึ้น หากปวดนานเกิน 10 วัน ไข้นานเกิน 3 วัน หรือปวดบวมแย่ลง ควรพบแพทย์
คนท้องกินยาแก้ปวดอักเสบได้ไหม
ไม่ควรซื้อ NSAIDs กินเองระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะเมื่ออายุครรภ์ตั้งแต่ 20 สัปดาห์ขึ้นไป เพราะอาจเกิดปัญหาต่อทารกและการคลอด ควรให้แพทย์เลือกยาตามช่วงอายุครรภ์และอาการ
ยาทาแก้ปวดอักเสบปลอดภัยกว่ายากินหรือไม่
ยาทาออกฤทธิ์เฉพาะที่มากกว่าและอาจลดการได้รับยาทั่วร่างกาย แต่ยังมีข้อควรระวัง ห้ามทาบนแผล ผิวติดเชื้อ หรือผื่น และไม่ควรทาหลายบริเวณหรือใช้ร่วมกับ NSAIDs ชนิดอื่นโดยไม่ตรวจสอบก่อน
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
ข้อมูลอ้างอิง
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 272) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-09)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2151) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-09)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2272) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-09)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2522) — เกี่ยวกับ diclofenac — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-09)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1549) — เกี่ยวกับ diclofenac — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-09)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 285) — เกี่ยวกับ naproxen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-09)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1196) — เกี่ยวกับ naproxen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-09)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 10074) — เกี่ยวกับ naproxen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-09)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 10492) — เกี่ยวกับ naproxen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-09)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2033) — เกี่ยวกับ mefenamic acid — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-09)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 10230) — เกี่ยวกับ mefenamic acid — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-09)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 707) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-09)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1475) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-09)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1879) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-09)
- Cleveland Clinic: NSAIDs (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-09)
- health.harvard.edu: Heart-safer NSAID alternatives - Harvard Health — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-09)
- Healthline: Your Guide to Over-the-Counter (OTC) Anti-Inflammatories — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-09)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์