ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาหยุดถ่าย คืออะไร ใช้รักษาอะไร ผลข้างเคียงและวิธีใช้

ยาหยุดถ่าย คือยาที่ช่วยลดความถี่ของการถ่ายเหลวหรือบรรเทาอาการท้องเสีย โดยยาที่ใช้บ่อย ได้แก่ loperamide ขนาดเม็ดละ 2 มก. และ bismuth subsalicylate ซึ่งอาจไม่มีจำหน่ายทั่วไปในประเทศไทย

ประเด็นสำคัญ

  • ยากลุ่มนี้ช่วยควบคุมอาการถ่ายเหลว แต่ไม่ทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป และไม่ได้กำจัดเชื้อซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย
  • ผู้ใหญ่ใช้ loperamide เริ่ม 4 มก. แล้ว 2 มก. หลังถ่ายเหลวแต่ละครั้ง โดยไม่เกินขนาดสูงสุดที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทยและคำแนะนำของเภสัชกร และไม่ใช้เองเกิน 2 วัน
  • หากถ่ายเป็นเลือดหรือสีดำ มีไข้ ท้องบวม หรืออาการนานเกิน 2 วัน ไม่ควรกินยากดการถ่ายต่อเองและควรพบแพทย์

สารบัญ

ยาที่ช่วยลดการถ่ายเหลวคือยาอะไร

ยาที่ใช้บรรเทาอาการท้องเสียมีหลายชนิดและออกฤทธิ์ต่างกัน จึงต้องเลือกตามลักษณะอาการและข้อห้ามของแต่ละคน ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ loperamide ซึ่งลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ และ bismuth subsalicylate ซึ่งช่วยบรรเทาท้องเสีย คลื่นไส้ อาหารไม่ย่อย และไม่สบายท้องบางชนิด

สารละลายเกลือแร่ไม่ใช่ยากดการถ่าย แต่เป็นส่วนสำคัญของการดูแลท้องเสีย เพราะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ ควรผสมตามปริมาณน้ำบนฉลากอย่างเคร่งครัด ไม่ผสมเข้มข้นหรือเจือจางเอง

ชื่อการค้าและยาสามัญ: ให้ดูชื่อสามัญและความแรงบนฉลากเสมอ ผลิตภัณฑ์ต่างกันอาจมีตัวยา ปริมาณยา และวิธีใช้ไม่เหมือนกัน

ยากลุ่มนี้ใช้บรรเทาอาการอะไร

ใช้บรรเทาอาการท้องเสียเฉียบพลันที่ไม่มีสัญญาณอันตราย เช่น ถ่ายเหลวช่วงสั้น ๆ โดยไม่มีเลือด ไม่มีอุจจาระดำ และไม่มีไข้ loperamide ช่วยลดจำนวนครั้งและความเร่งด่วนในการเข้าห้องน้ำ รวมถึงใช้ควบคุมอาการท้องเสียระหว่างเดินทางได้

Bismuth subsalicylate ใช้บรรเทาท้องเสียระหว่างเดินทางได้เช่นกัน และอาจช่วยลดอาการคลื่นไส้ แสบร้อนกลางอก อาหารไม่ย่อย เรอ มีลม หรือแน่นท้องจากการกินมากเกินไป

ลักษณะอาการการดูแลเบื้องต้น
ถ่ายเหลวช่วงสั้น ไม่มีไข้หรือเลือดดื่มสารละลายเกลือแร่ และพิจารณายาบรรเทาอาการ
ถ่ายเหลวร่วมกับกระหายน้ำ ปากแห้งจิบน้ำเกลือแร่บ่อย ๆ เฝ้าระวังขาดน้ำ
ถ่ายเป็นเลือดหรือสีดำไม่ใช้ยากดการถ่ายและพบแพทย์
มีไข้หรือมูกในอุจจาระพบแพทย์ก่อนใช้ยา
ท้องบวมหรืออาการแย่ลงหยุดยาและพบแพทย์

ยากลุ่มนี้ไม่ได้ใช้รักษาอะไร

ไม่ได้รักษาภาวะขาดน้ำและไม่ได้กำจัดต้นเหตุของท้องเสียทุกชนิด หากท้องเสียเกิดจากการติดเชื้อ ยาบางชนิดเพียงลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ จึงอาจทำให้คุณถ่ายน้อยลงโดยไม่ได้รักษาเชื้อ

ยากลุ่มนี้ไม่ควรใช้แทนการประเมินโรคเมื่อมีเลือดหรือมูกในอุจจาระ มีไข้สูง ปวดท้องรุนแรง ท้องบวม หรือถ่ายต่อเนื่อง อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อหรือภาวะอื่นที่ต้องรักษาตรงสาเหตุ

Loperamide ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ ส่วน bismuth subsalicylate แม้จะเป็นส่วนประกอบของสูตรรักษาการติดเชื้อ *H. pylori* บางสูตร แต่ไม่ควรนำมากินเดี่ยว ๆ เพื่อรักษาการติดเชื้อนี้ การรักษาต้องใช้ยาหลายชนิดตามแผนของแพทย์

ใครบ้างที่ต้องระวังก่อนใช้ยา

อย่าใช้ยาเองเมื่อมีอุจจาระเป็นเลือดหรือสีดำ และควรหยุดใช้หากท้องบวม อาการแย่ลง หรือท้องเสียนานเกิน 2 วัน ข้อควรระวังสำคัญมีดังนี้

  • มีไข้หรือมีมูกในอุจจาระ: อาจเป็นสัญญาณของการอักเสบหรือติดเชื้อที่ต้องประเมินก่อนกดการถ่าย
  • มีโรคตับหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ: Loperamide อาจไม่เหมาะหรืออาจต้องได้รับคำแนะนำเฉพาะ
  • มีแผลในกระเพาะหรือภาวะเลือดออกง่าย: ไม่ควรใช้ bismuth subsalicylate เพราะมีส่วนประกอบของ salicylate
  • แพ้ aspirin หรือ salicylate: หลีกเลี่ยง bismuth subsalicylate รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มี salicylate ชนิดอื่น
  • ขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร: Loperamide อาจทำให้ง่วง เหนื่อย หรือเวียนศีรษะ
  • มีสัญญาณขาดน้ำ: เช่น ปัสสาวะน้อยมาก ปากแห้งมาก หน้ามืด ซึม หรือดื่มไม่ได้ ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว

ควรไปฉุกเฉินเมื่อใด: ไปโรงพยาบาลทันทีหากซึม หมดสติ ใจเต้นเร็วหรือผิดจังหวะ หายใจลำบาก หน้าหรือคอบวม ปวดท้องรุนแรง หรือมีภาวะขาดน้ำมาก

หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ได้หรือไม่

ควรตรวจสอบกับบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้ทั้ง loperamide และ bismuth subsalicylate ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ต้องพิจารณาอายุครรภ์ สาเหตุของท้องเสีย ความรุนแรงของภาวะขาดน้ำ และยาอื่นที่คุณใช้อยู่

ระหว่างรอประเมิน ควรเน้นจิบสารละลายเกลือแร่ที่ผสมถูกต้อง หากดื่มไม่ได้ อาเจียนต่อเนื่อง ปัสสาวะน้อย หรือรู้สึกลูกดิ้นลดลง ควรพบแพทย์โดยเร็ว

เด็กใช้ได้หรือไม่

ไม่ควรคำนวณขนาดยากินสำหรับเด็กจากอายุเพียงอย่างเดียว เพราะขนาดยาต้องพิจารณาน้ำหนัก อาการ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ไม่ควรให้ loperamide แก่เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเอง เว้นแต่แพทย์สั่งและคำนวณขนาดยาให้

เด็กและวัยรุ่นที่เป็นหรือเพิ่งหายจากอีสุกอีใสหรืออาการคล้ายไข้หวัด ไม่ควรใช้ bismuth subsalicylate เพราะมีความเสี่ยงต่อ Reye’s syndrome ซึ่งพบไม่บ่อยแต่รุนแรง เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีควรให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาก่อนใช้

การดูแลหลักในเด็กคือทดแทนน้ำและเกลือแร่ เฝ้าดูปัสสาวะ ความตื่นตัว น้ำตา และความสามารถในการดื่ม หากเด็กซึม ดื่มไม่ได้ ไม่มีปัสสาวะ หรือกระหม่อมบุ๋มในทารก ควรพบแพทย์ทันที

มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงทั่วไปมักไม่รุนแรง แต่การใช้ loperamide เกินขนาดอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงและเสียชีวิตได้ อย่าเพิ่มขนาดยาเพื่อให้หยุดถ่ายเร็วขึ้น

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

ตัวยาอาการที่อาจพบ
loperamideเหนื่อย ง่วง เวียนศีรษะ ท้องผูก
bismuth subsalicylateลิ้นหรืออุจจาระมีสีคล้ำชั่วคราว
ทั้งสองชนิดไม่สบายท้องหรือแพ้ยาได้

อุจจาระสีคล้ำจาก bismuth subsalicylate อาจเกิดขึ้นชั่วคราวและมักไม่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม หากมีอุจจาระดำตั้งแต่ก่อนใช้ยา หรือมีลักษณะเหนียวเหม็นผิดปกติร่วมกับอ่อนเพลีย ควรหยุดยาและเข้ารับการตรวจ

ผลข้างเคียงที่รุนแรง

หยุดยาและขอความช่วยเหลือทันทีหากมีใจสั่น หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ หมดสติ หายใจลำบาก หรือบวมที่ใบหน้าและคอ อาการหูอื้อหรือการได้ยินลดลงระหว่างใช้ bismuth subsalicylate ก็เป็นเหตุให้หยุดยาและพบแพทย์

อาการแพ้ยา: ผื่นเล็กน้อยควรหยุดยาและขอคำแนะนำ แต่หากลมพิษลาม หายใจมีเสียงหวีด แน่นคอ หน้าบวม หรือลิ้นบวม ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

มีปฏิกิริยากับยาหรือแอลกอฮอล์หรือไม่

มีได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับยาตามใบสั่งแพทย์ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาที่มี salicylate ก่อนใช้ควรตรวจส่วนประกอบของยาทุกตัวเพื่อหลีกเลี่ยงตัวยาซ้ำ

Bismuth subsalicylate อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด และต้องระวังในผู้ใช้ยารักษาเบาหวาน เกาต์ หรือข้ออักเสบ ห้ามใช้หากแพ้ salicylate หรือกำลังกินผลิตภัณฑ์ salicylate ชนิดอื่น

หากใช้ bismuth subsalicylate พร้อม tetracycline การดูดซึม tetracycline อาจลดลง 30–50% จึงควรแยกเวลากิน tetracycline ออกจาก bismuth subsalicylate อย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงตามคำแนะนำของผู้สั่งยา

Loperamide อาจเกิดปฏิกิริยากับยาตามใบสั่งแพทย์บางชนิด โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อจังหวะหัวใจหรือเพิ่มระดับยาในร่างกาย หากคุณกินยาประจำหลายชนิด ให้ตรวจสอบรายการยาก่อนใช้

ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาได้หรือไม่

ควรงดแอลกอฮอล์ระหว่างมีอาการท้องเสียและระหว่างใช้ยา แอลกอฮอล์อาจทำให้สูญเสียน้ำมากขึ้น ระคายทางเดินอาหาร และเพิ่มอาการง่วงหรือเวียนศีรษะจาก loperamide

ให้ดื่มสารละลายเกลือแร่ น้ำ หรือของเหลวใสแทน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่หวานจัด เพราะอาจทำให้อาการถ่ายเหลวมากขึ้นในบางคน

ผู้ใหญ่และเด็กใช้ยาอย่างไร

ขนาดยาขึ้นกับตัวยา ความแรง อายุ น้ำหนัก และสาเหตุของท้องเสีย จึงต้องอ่านฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นก่อนทุกครั้ง ไม่ควรนำขนาดของยาชนิดหนึ่งไปใช้กับอีกชนิดหนึ่ง

ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน โปรดปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา

ควรใช้ตามฉลากภาษาไทยของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทยหรือคำแนะนำของเภสัชกร

ผู้ใหญ่ใช้ขนาดเท่าไร

Loperamide ให้เริ่ม 4 มก. แล้วกิน 2 มก. หลังการถ่ายเหลวแต่ละครั้ง โดยไม่เกินขนาดสูงสุดที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทยและคำแนะนำของเภสัชกร หยุดเมื่ออาการดีขึ้น และไม่ควรใช้ต่อเนื่องเกิน 2 วันโดยไม่พบแพทย์

Bismuth subsalicylate อาจไม่มีจำหน่ายทั่วไปในประเทศไทย และผลิตภัณฑ์แต่ละแห่งอาจมีรูปแบบหรือความแรงต่างกัน หากมี ให้ใช้เฉพาะตามฉลากภาษาไทยของผลิตภัณฑ์และคำแนะนำของเภสัชกร และไม่ใช้เกิน 2 วัน

ห้ามเทียบจำนวนเม็ดหรือปริมาตรยาข้ามผลิตภัณฑ์ที่มีความแรงหรือรูปแบบยาต่างกัน

เด็กใช้ขนาดเท่าไร

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีไม่ควรได้รับขนาดยากินแบบเดียวกับผู้ใหญ่ และไม่ควรแบ่งเม็ดคำนวณจากอายุเอง ขนาด loperamide สำหรับเด็กต้องให้แพทย์พิจารณาจากน้ำหนักและอาการ

สำหรับ bismuth subsalicylate เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีควรถามแพทย์ก่อนใช้ และต้องหลีกเลี่ยงในเด็กหรือวัยรุ่นที่มีอีสุกอีใสหรืออาการคล้ายไข้หวัด

คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

ลืมกินยาต้องกินชดเชยหรือไม่?

ไม่ต้องกินชดเชยเป็นสองเท่า สำหรับ loperamide ที่ใช้ตามอาการ ให้รอจนมีการถ่ายเหลวครั้งถัดไปแล้วจึงใช้ตามฉลาก

อาการยังไม่หยุด เพิ่มยาเองได้หรือไม่?

ไม่ควรเกินปริมาณสูงสุดบนฉลาก การเพิ่ม loperamide เกินขนาดเพิ่มความเสี่ยงต่อหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง

อาการดีขึ้นแล้วต้องกินต่อให้ครบหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องกินต่อเป็นคอร์สสำหรับการบรรเทาท้องเสียเฉียบพลัน ให้หยุดเมื่ออาการดีขึ้น เว้นแต่แพทย์สั่งใช้เพื่อภาวะเฉพาะ

หากใช้ยาเกินขนาดควรทำอย่างไร

หยุดยาและไปโรงพยาบาลทันที โดยเฉพาะเมื่อกิน loperamide เกินขนาดหรือมีใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หน้ามืด หรือหมดสติ อย่ารอให้อาการเกิดขึ้นหากกินเกินปริมาณสูงสุดอย่างชัดเจน

นำซองยา แผงยา ยาที่เหลือ และรายการยาประจำไปด้วย อย่าทำให้อาเจียนเอง การกิน loperamide มากกว่าที่กำหนดอาจทำให้เกิดปัญหาหัวใจรุนแรงหรือเสียชีวิตได้

กรณี bismuth subsalicylate ให้ระวังหูอื้อ การได้ยินลดลง สับสน คลื่นไส้อาเจียนผิดปกติ หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปในเด็กและวัยรุ่น อาการเหล่านี้ต้องได้รับการประเมินเร่งด่วน

คำถามที่พบบ่อย

คำถามเกี่ยวกับการเลือกใช้ยา

ท้องเสียควรกินยาทันทีไหม?

ไม่จำเป็นทุกครั้ง หากอาการไม่รุนแรง สิ่งแรกคือจิบสารละลายเกลือแร่และสังเกตอาการ ยาบรรเทาการถ่ายอาจใช้ได้เมื่อไม่มีไข้ เลือด มูก หรืออาการอันตรายอื่น

Loperamide กับ bismuth subsalicylate เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน Loperamide ลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ ส่วน bismuth subsalicylate ใช้บรรเทาท้องเสียและอาการไม่สบายท้องบางอย่าง พร้อมมีข้อควรระวังเกี่ยวกับ salicylate

เกลือแร่ช่วยให้หยุดถ่ายไหม?

เกลือแร่ไม่ได้หยุดการถ่ายโดยตรง แต่ช่วยทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป จึงลดความเสี่ยงภาวะขาดน้ำและเป็นส่วนสำคัญของการดูแลท้องเสีย

กินยาพร้อมอาหารได้ไหม?

Loperamide กินพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ หากเป็นเม็ดหรือแคปซูลทั่วไปให้กลืนกับน้ำ ส่วน bismuth subsalicylate ต้องใช้ตามรูปแบบและวิธีบนฉลาก

คำถามเกี่ยวกับอาการผิดปกติ

กิน bismuth subsalicylate แล้วลิ้นดำอันตรายไหม?

ลิ้นหรืออุจจาระมีสีคล้ำชั่วคราวพบได้และมักไม่อันตราย แต่หากอุจจาระดำเกิดก่อนใช้ยา มีเลือดปน หรือมีอาการอ่อนเพลียร่วมด้วย ควรพบแพทย์

ท้องเสียนานกี่วันควรไปพบแพทย์?

หากใช้ยาบรรเทาแล้วอาการยังนานเกิน 2 วัน อาการแย่ลง หรือเกิดท้องบวม ควรหยุดยาและพบแพทย์ ไม่ควรกินต่อเพื่อกดอาการโดยไม่หาสาเหตุ

ถ่ายเป็นเลือดกิน loperamide ได้ไหม?

ไม่ได้ ฉลากระบุไม่ให้ใช้เมื่ออุจจาระเป็นเลือดหรือสีดำ เพราะอาการอาจสัมพันธ์กับภาวะที่ไม่ควรกดการเคลื่อนไหวของลำไส้

มีไข้ร่วมกับท้องเสียกินยาได้ไหม?

ควรพบแพทย์ก่อนใช้ โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ร่วมกับมูก เลือด ปวดท้องมาก หรืออาการทรุดลง เพราะอาจต้องตรวจหาการติดเชื้อหรือสาเหตุอื่น

คำถามเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างปลอดภัย

กิน loperamide แล้วขับรถได้ไหม?

ควรหลีกเลี่ยงหากมีอาการง่วง เหนื่อย หรือเวียนศีรษะ รอจนแน่ใจว่ายาไม่มีผลต่อความตื่นตัวก่อนขับรถหรือใช้เครื่องจักร

กินยาต่อเนื่องทุกวันได้ไหม?

ไม่ควรใช้รักษาท้องเสียเฉียบพลันต่อเนื่องเกิน 2 วันเอง การใช้ระยะยาวสำหรับโรคลำไส้บางชนิดต้องมีแพทย์กำหนดขนาดและติดตามอาการ

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall