ยาแก้แพ้ แก้คัน
อาการแพ้และคัน คืออาการที่อาจเกิดจากร่างกายหลั่งฮีสตามีนหลังสัมผัสสิ่งกระตุ้น ทำให้มีผื่น ลมพิษ คัน จาม น้ำมูกไหล หรือคันตา
ประเด็นสำคัญ
- ยาแก้แพ้ชนิดรับประทานช่วยลดอาการคันจากภูมิแพ้หรือลมพิษได้ แต่ไม่เหมาะกับอาการคันทุกชนิด เช่น เชื้อรา ผิวแห้ง หรือการติดเชื้อ
- ขนาดผู้ใหญ่ที่พบบ่อยคือ cetirizine 10 มก. วันละครั้ง, loratadine 10 มก. วันละครั้ง หรือ fexofenadine 180 มก. วันละครั้ง โดยเลือกเพียงชนิดเดียว
- ถ้าคันร่วมกับหายใจลำบาก ลิ้นหรือคอบวม หน้ามืด หรือหมดสติ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที เพราะอาจเป็นอาการแพ้รุนแรง
สาเหตุที่พบบ่อยของอาการแพ้และคันมีอะไรบ้าง
ฝุ่น เกสร ขนสัตว์ อาหาร ยา แมลงกัดต่อย และสารที่สัมผัสผิว เป็นสิ่งกระตุ้นอาการแพ้และคันที่พบได้บ่อย ลักษณะและตำแหน่งของผื่นช่วยบอกได้คร่าว ๆ ว่าควรดูแลแบบใด แต่ไม่ควรใช้ตัดสินโรคด้วยตัวเอง
- ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ: มักมีจาม น้ำมูกใส คันจมูก คันคอ หรือคันตาหลังเจอฝุ่น เกสร เชื้อรา หรือขนสัตว์
- ลมพิษ: เป็นผื่นนูนแดงหรือสีเดียวกับผิว คัน และอาจย้ายตำแหน่งหรือยุบแล้วขึ้นใหม่
- ผื่นแพ้สัมผัส: มักเกิดเฉพาะบริเวณที่สัมผัสสบู่ เครื่องสำอาง โลหะ ถุงมือ หรือสารเคมี
- แมลงกัดต่อย: มักเป็นตุ่มคันเฉพาะจุด อาจบวมแดงรอบรอยกัด
- ผิวแห้งหรือผิวหนังอักเสบ: ผิวอาจหยาบ ลอก แตก แดง และคัน โดยเฉพาะหลังอาบน้ำร้อนหรืออยู่ในห้องแอร์นาน
- อาหารหรือยา: อาจทำให้ลมพิษ หนังตาหรือริมฝีปากบวม และบางครั้งเกิดอาการแพ้รุนแรง
- เชื้อราหรือการติดเชื้อ: อาจมีผื่นเป็นวง ขุย แผล ตุ่มน้ำ หนอง ความร้อน หรือเจ็บร่วมด้วย ซึ่งยาแก้แพ้ลดได้เพียงความคันและไม่ได้รักษาสาเหตุ
หากสงสัยว่าสิ่งใดกระตุ้นอาการ ให้หยุดสัมผัสสิ่งนั้นเมื่อทำได้ ถ่ายรูปผื่นไว้ และจดอาหาร ยา หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้ก่อนเกิดอาการ
เมื่อไหร่ที่ดูแลอาการเองด้วยยาแก้แพ้แก้คันได้
ดูแลเองระยะสั้นได้เมื่อมีอาการคันหรือผื่นเล็กน้อย รู้สิ่งกระตุ้น ไม่มีแผลติดเชื้อ และไม่มีอาการบวมในปากหรือหายใจผิดปกติ คุณควรเริ่มด้วยการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ประคบเย็น และไม่เกา เพราะการเกาอาจทำให้ผิวถลอกและติดเชื้อ
| ลักษณะอาการ | ดูแลเบื้องต้น |
| จาม น้ำมูกใส คันตาหลังเจอฝุ่น | หลีกเลี่ยงฝุ่นและพิจารณายาต้านฮีสตามีน |
| ลมพิษเล็กน้อย คัน แต่หายใจปกติ | ใช้ยาต้านฮีสตามีนเพียงหนึ่งชนิด |
| คันเฉพาะจุดจากแมลงกัดหรือผื่นระคายเคือง | ประคบเย็นหรือใช้ยาทาภายนอก |
| ผิวแห้ง คัน ไม่มีลมพิษ | ทามอยส์เจอไรเซอร์และลดการอาบน้ำร้อน |
| ผื่นเป็นวง มีขุย แผล หนอง หรือเจ็บ | ควรตรวจหาสาเหตุ ไม่ใช้ยาแก้แพ้เพียงอย่างเดียว |
ควรตรวจฉลากยาหวัดหรือยาแก้ไอที่ใช้อยู่ด้วย เพราะผลิตภัณฑ์ผสมบางชนิดมียาต้านฮีสตามีนอยู่แล้ว การกินซ้ำอาจเพิ่มอาการง่วง ปากแห้ง มึนงง หรือปัสสาวะลำบาก
ยาแก้แพ้คันมีกลุ่มใดและใช้ต่างกันอย่างไร
ยาต้านฮีสตามีนชนิดง่วงน้อยมักเหมาะกับการบรรเทาอาการระหว่างวัน ส่วนชนิดที่ทำให้ง่วงต้องระวังการขับรถและการดื่มแอลกอฮอล์ ยาเหล่านี้ช่วยลดผลของฮีสตามีน จึงเหมาะกับลมพิษและอาการแพ้ แต่ไม่ได้รักษาเชื้อราหรือการติดเชื้อที่ผิวหนัง
| กลุ่มยา | ตัวอย่างชื่อสามัญ | จุดที่ควรรู้ |
| ต้านฮีสตามีนรุ่นใหม่ | cetirizine | อาจง่วงได้ในบางคน |
| ต้านฮีสตามีนรุ่นใหม่ | loratadine | โดยทั่วไปง่วงน้อย |
| ต้านฮีสตามีนรุ่นใหม่ | fexofenadine | ใช้บรรเทาลมพิษและอาการคัน |
| ต้านฮีสตามีนรุ่นแรก | chlorpheniramine | ทำให้ง่วงและปากแห้งได้มากกว่า |
| ยาทาภายนอก | calamine | ใช้กับอาการคันหรือระคายเคืองเฉพาะจุด |
ยารับประทานใช้ขนาดเท่าไร
ควรให้เภสัชกรช่วยเลือกยาต้านฮีสตามีนและขนาดที่เหมาะสม โดยเฉพาะ cetirizine, loratadine และ fexofenadine และไม่ควรซื้อหลายชนิดมากินร่วมกันหรือปรับขนาดเอง ขนาดที่ใช้ขึ้นกับตัวยา อายุ โรคประจำตัว และข้อบ่งใช้
- Cetirizine: ฉลากสากลสำหรับยาเม็ดระบุว่า ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไปใช้ 10 มก. วันละครั้ง และไม่เกิน 10 มก. ใน 24 ชั่วโมง อาจทำให้ง่วง จึงควรดูอาการก่อนขับรถ
- Loratadine: ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปใช้ 10 มก. วันละครั้ง ส่วนเด็กอายุ 2–12 ปีให้กำหนดตามน้ำหนัก: น้ำหนักไม่เกิน 30 กก. ใช้ 5 มก. วันละครั้ง และมากกว่า 30 กก. ใช้ 10 มก. วันละครั้ง พร้อมตรวจฉลากผลิตภัณฑ์และปรึกษาเภสัชกร
- Fexofenadine: สำหรับผู้ใหญ่และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปอาจใช้ 180 มก. วันละครั้ง หรือ 60 มก. วันละ 2 ครั้งตามฉลากและคำแนะนำเภสัชกร ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีต้องใช้ผลิตภัณฑ์และขนาดยาสำหรับเด็กตามอายุหรือการทำงานของไต ไม่ควรใช้ขนาดผู้ใหญ่เอง
- Chlorpheniramine: ฉลากสากลสำหรับยาเม็ดขนาด 4 มก. ระบุว่า ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปใช้ 1 เม็ดทุก 4–6 ชั่วโมง และไม่เกิน 6 เม็ดหรือ 24 มก. ใน 24 ชั่วโมง ยานี้ทำให้ง่วงได้ชัดเจน ควรหลีกเลี่ยงในผู้สูงอายุหากมีทางเลือก เพราะอาจทำให้สับสน ตาพร่ามัว หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม ผู้ที่เป็นต้อหินมุมปิด ต่อมลูกหมากโต หรือมีปัสสาวะลำบากไม่ควรเลือกใช้เอง และควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ ห้ามขับรถ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ร่วมกับยาที่ทำให้ง่วง
- Cetirizine ชนิดน้ำในเด็กเล็ก: ไม่ควรให้ cetirizine แก่ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนเอง ส่วนเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไปต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดขนาดตามอายุ น้ำหนัก การทำงานของไต และความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ ห้ามคำนวณหรือกำหนดปริมาตรเอง
ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร
ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป มีโรคไตหรือโรคตับ อาจต้องใช้ขนาดต่างจากทั่วไป ส่วนผู้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรตรวจสอบความเหมาะสมก่อนใช้ โดยเฉพาะ cetirizine ซึ่งฉลากสากลไม่แนะนำระหว่างให้นมบุตร
ยาทาภายนอกใช้อย่างไร
Calamine ใช้บรรเทาอาการคันเฉพาะบริเวณได้ โดยทาบาง ๆ บนผิวที่สะอาดและแห้ง ฉลากสากลระบุว่า ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไปใช้ได้ไม่เกินวันละ 3–4 ครั้ง และควรเขย่าขวดก่อนใช้
ใช้เฉพาะภายนอกและหลีกเลี่ยงรอบดวงตา ปาก และแผลเปิด หากเผลอกลืนควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ หากอาการแย่ลง เป็นนานเกิน 7 วัน หรือหายแล้วกลับมาเป็นซ้ำ ควรหยุดใช้และตรวจหาสาเหตุ
เมื่อไหร่ที่อาการแก้แพ้แก้คันควรพบแพทย์
ไปห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อมีลิ้น คอ หรือบริเวณรอบปากบวม หายใจมีเสียงหวีด พูดหรือกลืนลำบาก น้ำลายไหล หน้ามืด หรือหมดสติ อาการเหล่านี้อาจเป็นภาวะแพ้รุนแรง ยาแก้แพ้ชนิดรับประทานไม่สามารถใช้แทนยาฉุกเฉินที่แพทย์สั่งไว้ได้
ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการต่อไปนี้:
- ผื่นมีสีผิดปกติ คล้ายรอยช้ำ เป็นตุ่มพอง เจ็บ หรือไม่คัน
- มีไข้ แผล หนอง ผิวร้อน หรือรอยแดงลาม
- ผื่นเกิดหลังเริ่มยาใหม่ หรือเกิดซ้ำทุกครั้งหลังกินอาหารหรือยาอย่างใดอย่างหนึ่ง
- ลมพิษเป็นบ่อย ต่อเนื่อง หรือกลับมาเป็นซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ
- อาการไม่ดีขึ้นแม้หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นและใช้ยาตามฉลาก
- คันทั่วตัวโดยไม่มีผื่น หรือมีตัวเหลือง ตาเหลือง น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลียร่วมด้วย
- ใช้ยาที่เคยได้ผลแล้วควบคุมอาการไม่ได้ เพราะอาจต้องประเมินสาเหตุใหม่
- มีอาการแพ้ยาหลังกินยา เช่น ผื่นลาม ริมฝีปากบวม แน่นหน้าอก หรือหายใจผิดปกติ
คำถามที่พบบ่อย
กินยาแก้แพ้สองชนิดพร้อมกันได้ไหม
ไม่ควรกินยาต้านฮีสตามีนสองชนิดพร้อมกันเอง การใช้ร่วมกันอาจเพิ่มอาการง่วง มึนงง ปากแห้ง หรือผลข้างเคียงอื่น โดยไม่ได้ทำให้อาการดีขึ้นตามสัดส่วน หากยาชนิดเดิมไม่ได้ผล ควรตรวจสาเหตุและวิธีใช้ก่อนเปลี่ยนยา
ยาแก้แพ้ทำให้ง่วงทุกชนิดไหม
ไม่ทุกชนิด แต่ทุกคนตอบสนองต่อยาได้ต่างกัน Chlorpheniramine ทำให้ง่วงได้มากกว่า ส่วน cetirizine อาจทำให้ง่วงในบางคน ขณะที่ loratadine และ fexofenadineมักมีผลต่อความตื่นตัวน้อยกว่า หลีกเลี่ยงการขับรถจนกว่าจะรู้ว่ายามีผลต่อคุณอย่างไร
กินยาแก้แพ้กับแอลกอฮอล์ได้ไหม
ควรหลีกเลี่ยง เพราะแอลกอฮอล์อาจเพิ่มอาการง่วงและลดความตื่นตัว ความเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อใช้ chlorpheniramine, cetirizine ยานอนหลับ ยาคลายกังวล หรือยาที่กดระบบประสาทส่วนกลาง
คันแต่ไม่มีผื่น กินยาแก้แพ้ได้ไหม
อาจช่วยได้ถ้าความคันเกี่ยวข้องกับฮีสตามีน แต่ไม่ได้ช่วยทุกสาเหตุ อาการคันโดยไม่มีผื่นอาจสัมพันธ์กับผิวแห้ง ยาบางชนิด หรือปัญหาสุขภาพอื่น หากคันทั่วตัว เป็นต่อเนื่อง หรือรบกวนการนอน ควรได้รับการตรวจ
ยาแก้แพ้รักษาเชื้อราที่ผิวหนังได้ไหม
ไม่ได้ ยาแก้แพ้เพียงช่วยลดความคันชั่วคราวและไม่กำจัดเชื้อรา หากผื่นเป็นวง มีขอบชัด มีขุย หรือลาม ควรได้รับการประเมินเพื่อเลือกยาที่รักษาสาเหตุโดยตรง
อาการดีขึ้นแล้วต้องกินยาต่อหรือไม่
ถ้าใช้บรรเทาอาการแพ้ชั่วคราวและอาการหายแล้ว มักไม่จำเป็นต้องกินต่อโดยไม่มีข้อบ่งใช้ แต่ผู้ที่แพทย์ให้ใช้ต่อเนื่องเพื่อควบคุมลมพิษเรื้อรังไม่ควรหยุดหรือปรับขนาดเอง
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
ข้อมูลอ้างอิง
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2501) — เกี่ยวกับ cetirizine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 4334) — เกี่ยวกับ cetirizine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2170) — เกี่ยวกับ cetirizine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 9961) — เกี่ยวกับ cetirizine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 70) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 7630) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 9319) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1062) — เกี่ยวกับ loratadine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 10727) — เกี่ยวกับ loratadine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 7069) — เกี่ยวกับ fexofenadine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
- Healthline: Cetirizine: Uses, Side Effects, and Precautions — เกี่ยวกับ cetirizine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)
- WebMD: Chlorpheniramine (Chlor-Trimeton, ChlorTabs, and others) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)
- MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Chlorpheniramine: MedlinePlus Drug Information — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)
- Cleveland Clinic: Antihistamine Types & Side Effects — เกี่ยวกับ loratadine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์