ยาและการใช้ยา โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

ยาแก้ปวดเก๊าท์แบบเฉียบพลัน

ยาแก้ปวดเก๊าท์แบบเฉียบพลัน คือยาที่ใช้ลดปวด บวม แดง และการอักเสบของข้อระหว่างเก๊าท์กำเริบ โดยมักใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์หรือ NSAIDs

ประเด็นสำคัญ

  • อาการข้อปวดบวมแดงที่เกิดครั้งแรกควรพบแพทย์ เพราะเก๊าท์ การติดเชื้อในข้อ และโรคข้อชนิดอื่นอาจมีอาการคล้ายกัน แต่การรักษาต่างกัน
  • ตัวอย่างความแรงที่พบในฉลากสากลคือ ibuprofen 200 มก. ต่อเม็ด และ naproxen sodium 220 มก. ซึ่งเทียบเท่า naproxen 200 มก. ต่อเม็ด
  • อย่ากิน ibuprofen, naproxen และ diclofenac ร่วมกัน เพราะเป็นยา NSAIDs กลุ่มเดียวกันและเพิ่มความเสี่ยงแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร

เก๊าท์กำเริบเฉียบพลันเกิดจากอะไร

อาการเกิดจากผลึกยูเรตกระตุ้นการอักเสบภายในข้อ ทำให้ปวด บวม แดง ร้อน และมักปวดมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ตำแหน่งที่พบบ่อยคือโคนนิ้วหัวแม่เท้า แต่ข้อเท้า เข่า ข้อมือ หรือนิ้วมือก็เกิดอาการได้

ปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้กำเริบมีดังนี้

  • ระดับกรดยูริกสูงต่อเนื่อง: ทำให้มีโอกาสสะสมผลึกยูเรตในข้อ
  • ดื่มแอลกอฮอล์หรือกินอาหารมื้อใหญ่: อาจสัมพันธ์กับการกำเริบในบางคน
  • ขาดน้ำหรืออดอาหาร: อาจทำให้สมดุลของกรดยูริกเปลี่ยนไป
  • เจ็บป่วย ผ่าตัด หรือบาดเจ็บ: ความเครียดต่อร่างกายอาจกระตุ้นข้ออักเสบ
  • ยาบางชนิด: เช่น ยาขับปัสสาวะบางชนิด อาจทำให้ระดับกรดยูริกสูงขึ้น
  • เริ่มหรือปรับยาลดกรดยูริก: ระดับกรดยูริกที่เปลี่ยนแปลงอาจกระตุ้นการกำเริบช่วงแรกได้

อาการข้ออักเสบเฉียบพลันไม่ได้หมายความว่าเป็นเก๊าท์เสมอไป โดยเฉพาะเมื่อเกิดครั้งแรก มีไข้ มีแผลใกล้ข้อ หรือภูมิคุ้มกันต่ำ เพราะอาจเป็นการติดเชื้อในข้อซึ่งต้องรักษาเร่งด่วน

เมื่อไหร่ที่ดูแลอาการเก๊าท์เองได้

คุณอาจดูแลเบื้องต้นได้เมื่อเคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเก๊าท์ อาการครั้งนี้เหมือนครั้งก่อน และไม่มีไข้หรือสัญญาณอันตราย พักข้อ ยกส่วนที่ปวดให้สูง ประคบเย็นผ่านผ้าครั้งละช่วงสั้น ๆ และดื่มน้ำตามปกติหากแพทย์ไม่ได้จำกัดน้ำ

ลักษณะอาการควรทำอะไร
เคยวินิจฉัยแล้ว อาการเหมือนเดิมใช้แผนยาที่แพทย์เคยให้
ปวดบวมไม่มาก ไม่มีไข้พักข้อ ประคบเย็น เฝ้าดูอาการ
เกิดครั้งแรกพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
มีไข้ หนาวสั่น หรือแผลใกล้ข้อพบแพทย์ทันที
กิน NSAIDs ไม่ได้อย่าเปลี่ยนยาเอง ควรประเมินทางเลือกอื่น

ควรเริ่มยาตามแผนรักษาที่เคยได้รับตั้งแต่อาการเริ่มกำเริบ ไม่ควรรอจนข้อปวดบวมมาก แต่ห้ามเพิ่มขนาดยาเองหรือกิน NSAIDs หลายชนิดพร้อมกัน

หากคุณใช้ยาลดกรดยูริกประจำอยู่ ไม่ควรหยุดยาเพียงเพราะเก๊าท์กำเริบ เว้นแต่แพทย์สั่ง การหยุดและเริ่มยาใหม่เองอาจทำให้ระดับกรดยูริกแกว่งและควบคุมโรคได้ยากขึ้น

กลุ่มยาใดใช้บรรเทาอาการเก๊าท์เฉียบพลันได้

ยาที่ใช้บรรเทาการกำเริบต้องลดการอักเสบ ไม่ใช่เพียงลดระดับกรดยูริก การเลือกยาขึ้นกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ความรุนแรงของอาการ และจำนวนข้อที่อักเสบ

กลุ่มยาใช้เมื่อใดข้อควรระวังสำคัญ
NSAIDsลดปวดและข้ออักเสบแผลกระเพาะ เลือดออก ไตและหัวใจ
colchicineใช้ช่วงกำเริบตามแผนแพทย์ท้องเสียและปฏิกิริยาระหว่างยา
corticosteroidsเมื่อ NSAIDs ไม่เหมาะน้ำตาล ความดัน และการติดเชื้อ
paracetamolเสริมการลดปวดบางกรณีไม่ลดข้ออักเสบโดยตรง

ยากลุ่ม NSAIDs ใช้อย่างไร

ibuprofen, naproxen และ diclofenac ช่วยลดการสร้างสารที่เกี่ยวข้องกับความปวดและการอักเสบ แต่ควรเลือกเพียงชนิดเดียว ตัวอย่างความแรงในฉลากสากล ได้แก่ ibuprofen 200 มก. ต่อเม็ด และ naproxen sodium 220 มก. ซึ่งให้ naproxen 200 มก. ต่อเม็ด ตัวเลขนี้เป็นความแรงของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ขนาดรักษาเก๊าท์เฉพาะบุคคล

ฉลากสากลของ ibuprofen 200 มก. ระบุสำหรับผู้ใหญ่และผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไปให้ใช้ 1 เม็ดทุก 4–6 ชั่วโมงสำหรับอาการปวดหรือไข้ทั่วไป หากไม่ตอบสนองอาจใช้ 2 เม็ด และไม่เกิน 6 เม็ดใน 24 ชั่วโมง ส่วน naproxen sodium 220 มก. ระบุ 1 เม็ดทุก 8–12 ชั่วโมง ไม่เกิน 3 เม็ดใน 24 ชั่วโมง คำแนะนำเหล่านี้เป็นขนาดสำหรับอาการปวดทั่วไปตามฉลากสากล ไม่ใช่สูตรรักษาเก๊าท์โดยเฉพาะ

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

ไม่ควรใช้ NSAIDs เองหากมีแผลหรือเลือดออกในกระเพาะ โรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง แพ้ aspirin หรือ NSAIDs หรือกำลังกินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาขับปัสสาวะ หรือ steroid

หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรใช้ ibuprofen เมื่ออายุครรภ์ตั้งแต่ 20 สัปดาห์ขึ้นไป เว้นแต่แพทย์สั่ง และต้องระวังอย่างยิ่งในช่วงใกล้คลอด ผู้ที่กำลังจะผ่าตัดควรแจ้งแพทย์ เพราะ ibuprofen อาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง

colchicine เหมาะกับใคร

colchicine เป็นยาลดการอักเสบจากผลึกยูเรตและมักได้ผลดีเมื่อเริ่มใช้เร็ว แต่ไม่ควรคำนวณขนาดยาเอง ยานี้อาจทำให้คลื่นไส้ ปวดท้อง หรือท้องเสีย และอาจสะสมจนเป็นพิษในผู้ที่ไตหรือตับทำงานผิดปกติ

ยาปฏิชีวนะ ยาต้านเชื้อรา และยาชนิดอื่นบางตัวอาจเพิ่มระดับ colchicine อย่างอันตราย จึงควรใช้ตามสูตรที่แพทย์กำหนดไว้สำหรับคุณเท่านั้น

corticosteroids ใช้เมื่อใด

corticosteroids เป็นทางเลือกเมื่อใช้ NSAIDs หรือ colchicine ไม่ได้ หรือมีข้ออักเสบมาก มีทั้งแบบกินและฉีดเข้าข้อ แต่ต้องประเมินก่อนว่าไม่มีการติดเชื้อ เพราะยากดการอักเสบอาจบดบังอาการและทำให้การติดเชื้อแย่ลง

paracetamol ใช้แทนยาแก้อักเสบได้ไหม

paracetamol ช่วยลดปวดได้ แต่ลดการอักเสบจากเก๊าท์ได้ไม่ตรงจุดเท่า NSAIDs, colchicine หรือ corticosteroids จึงอาจใช้เป็นยาเสริมในบางกรณี แต่ไม่ควรใช้แทนการประเมินเมื่อข้อบวมแดงร้อนมาก

อาการแบบไหนควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์ทันทีหากมีไข้ร่วมกับข้อบวมแดงร้อน ปวดรุนแรงมาก หรือขยับข้อไม่ได้ เพราะอาจเป็นการติดเชื้อในข้อ อย่ารอดูอาการเองหรือใช้ยาแก้อักเสบกลบอาการ

สัญญาณที่ควรได้รับการประเมิน ได้แก่

  • ข้ออักเสบเฉียบพลันเป็นครั้งแรก
  • มีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลียมาก หรือสับสน
  • มีแผล หนอง หรือการติดเชื้อผิวหนังใกล้ข้อ
  • ปวดมากขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือแตะข้อไม่ได้
  • อาการไม่เริ่มดีขึ้นหลังใช้แผนรักษาที่เคยได้รับ
  • ปัสสาวะน้อยลง บวม หรือหายใจลำบากหลังใช้ NSAIDs
  • ปวดท้องไม่หาย อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ
  • เจ็บหน้าอก พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง หรือหายใจติดขัด
  • มีผื่นลมพิษ หน้าหรือลิ้นบวม หรือหายใจมีเสียงหวีดหลังใช้ยา
  • เก๊าท์กำเริบบ่อย มีก้อนแข็งรอบข้อ หรือสงสัยนิ่วในไต

คำถามที่พบบ่อย

ibuprofen กับ naproxen กินพร้อมกันได้ไหม

ไม่ควรกินพร้อมกัน ทั้งสองชนิดเป็น NSAIDs การใช้ร่วมกันไม่ได้หมายความว่าจะลดปวดได้ดีกว่าอย่างปลอดภัย แต่เพิ่มโอกาสเกิดแผล เลือดออกในทางเดินอาหาร ไตทำงานผิดปกติ และผลต่อหัวใจ

diclofenac ใช้แทน ibuprofen ได้ไหม

diclofenac เป็น NSAID เช่นเดียวกับ ibuprofen จึงอาจลดปวดและอักเสบได้ แต่ไม่ควรกินหรือใช้หลายชนิดร่วมกันเอง รูปแบบยาและขนาดยาแตกต่างกัน โดยยาฉีด diclofenac sodium 75 มก. เป็นยาที่ต้องให้โดยบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ควรซื้อหรือฉีดเอง

กินยาแก้ปวดแล้วต้องหยุดยาลดกรดยูริกไหม

โดยทั่วไปไม่ควรหยุดยาลดกรดยูริกที่ใช้อยู่เป็นประจำระหว่างเก๊าท์กำเริบ เว้นแต่แพทย์สั่ง ยาลดกรดยูริกใช้ควบคุมโรคระยะยาว ส่วนยาแก้อักเสบใช้ควบคุมอาการระหว่างการกำเริบ

เก๊าท์กำเริบกิน paracetamol อย่างเดียวได้ไหม

paracetamol อาจช่วยลดความปวด แต่ไม่ลดการอักเสบของข้อได้โดยตรง หากข้อบวมแดงร้อนมาก อาจต้องใช้ยาที่ออกฤทธิ์ต่อการอักเสบ โดยพิจารณาร่วมกับโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่

ปวดข้อครั้งแรกซื้อยา NSAIDs กินเองได้ไหม

ควรพบแพทย์ก่อน โดยเฉพาะเมื่อข้อบวมแดงร้อนหรือมีไข้ เก๊าท์และการติดเชื้อในข้ออาจดูคล้ายกัน การใช้ยาลดปวดอย่างเดียวอาจทำให้การวินิจฉัยและรักษาการติดเชื้อล่าช้า

ประคบร้อนหรือประคบเย็นเมื่อเก๊าท์กำเริบ

ประคบเย็นผ่านผ้าช่วยลดความปวดและความร้อนได้ในหลายคน หลีกเลี่ยงการวางน้ำแข็งบนผิวโดยตรง และหยุดประคบหากผิวชา ซีด หรือเจ็บมากขึ้น

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้

แอป HDmall เชื่อมต่อผู้ใช้กับเภสัชกรที่มีใบอนุญาตของ Fascino ผ่านวิดีโอคอล โทรศัพท์ หรือแชทในแอป

สามารถขอคำแนะนำเรื่องอาการเบื้องต้น การใช้ยา และยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกร

บริการนี้ดำเนินการร่วมกับ Fascino โดย HDmall เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไม่ได้จำหน่ายยาโดยตรง

ปรึกษาเภสัชกรตัวจริงผ่านแอป HDmall

บริการเภสัชกรรมทางไกลฟรี โดย Fascino ผ่านแอป HDmall