ให้ AI จองคิวให้อัตโนมัติ ทำได้แค่ไหนในทางปฏิบัติ
ผู้ขายระบบเกือบทุกเจ้าบอกว่า "AI จองคิวให้ได้" แต่พอลงรายละเอียดแล้วความหมายต่างกันมาก
ความต่างนี้สำคัญ เพราะมันคือความต่างระหว่างคนไข้ที่จองเสร็จตอนสี่ทุ่ม กับคนไข้ที่ได้ข้อความว่ารอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
สามระดับที่ต่างกัน
ระดับ 1 ส่งลิงก์ให้ไปจองเอง
ระบบตอบว่า "จองได้ที่ลิงก์นี้ค่ะ" แล้วคนไข้ต้องกดออกไปหน้าใหม่ เลือกบริการ เลือกวัน เลือกเวลา กรอกข้อมูล
ปัญหา ทุกขั้นตอนที่เพิ่มคือจุดที่คนหลุด โดยเฉพาะบนมือถือตอนดึก การกดออกจากแชทไปหน้าอื่นเป็นจุดที่คนไข้จำนวนมากเลิกกลางคัน
ดีกว่าไม่มีอะไรเลย แต่ไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่า AI จองให้
ระดับ 2 เก็บข้อมูลแล้วส่งต่อให้คน
ระบบถามชื่อ เบอร์โทร บริการที่สนใจ และวันที่สะดวก แล้วส่งให้แอดมินไปยืนยันอีกที
ดีขึ้นชัดเจน เพราะไม่ให้คนไข้ออกจากแชท และแอดมินได้ข้อมูลครบ
แต่ยังไม่จบ คนไข้ยังไม่รู้ว่าได้คิวหรือยัง และช่องว่างระหว่างตอนที่เขาแจ้งความจำนงกับตอนที่ได้รับการยืนยัน คือช่วงที่เขายังเปิดรับคลินิกอื่นอยู่
ระดับ 3 ตรวจคิวจริงแล้วยืนยันในบทสนทนา
ระบบดูตารางแพทย์จริง ตอบว่าเวลาไหนว่าง แล้วยืนยันการจองทันที
คนไข้: ขอจองอุดฟันวันเสาร์นี้ได้ไหมคะ ระบบ: เสาร์นี้ ทพ.ก. ว่าง 10:30 และ 14:00 ค่ะ สะดวกเวลาไหนคะ คนไข้: 14:00 ค่ะ ระบบ: จองเรียบร้อยแล้วค่ะ เสาร์ที่ 9 เวลา 14:00 กับ ทพ.ก. จะส่งข้อความเตือนวันศุกร์นะคะ
นี่คือระดับที่เปลี่ยนตัวเลข เพราะบทสนทนาจบที่การจอง ไม่ใช่จบที่การรอ
คำถามที่ควรถามผู้ขาย ให้เขาสาธิตให้ดูว่าเมื่อคนไข้ขอจอง ระบบตอบอย่างไร ถ้าคำตอบคือส่งลิงก์หรือรอเจ้าหน้าที่ นั่นคือระดับ 1 หรือ 2 ไม่ว่าจะเรียกว่า AI หรือไม่
สิ่งที่คลินิกต้องเตรียมเพื่อให้ระดับ 3 ทำงานได้
นี่คือส่วนที่คนมักไม่ได้บอก ระบบจะจองให้ได้ก็ต่อเมื่อ ตารางในระบบตรงกับความจริง
1. ตารางแพทย์ต้องอยู่ในระบบ ไม่ใช่ในหัวคน ถ้าคลินิกยังใช้วิธี "หมอ ก. มาวันไหนก็ถามเอาหน้างาน" ระบบจองอัตโนมัติทำงานไม่ได้
2. ต้องกำหนดระยะเวลาต่อหัตถการ อุดฟันใช้ 30 นาที รากเทียมใช้ 90 นาที ถ้าไม่ระบุ ระบบจะจองซ้อนกัน
3. ต้องกำหนดว่าใครทำอะไรได้ หมอบางคนไม่ได้ทำทุกหัตถการ ห้องบางห้องไม่ได้มีอุปกรณ์ครบ
4. ต้องมีกฎเรื่องช่องว่างและเวลาพัก เช่น กันเวลาสิบนาทีระหว่างเคส หรือไม่จองในชั่วโมงพักเที่ยง
5. ต้องตัดสินใจเรื่องมัดจำ จะเก็บมัดจำก่อนยืนยันหรือไม่ ซึ่งกระทบทั้งอัตราการจองและอัตราการไม่มา
ข้อ 1 เป็นข้อที่ทำให้โครงการล่มบ่อยที่สุด คลินิกที่ตารางแพทย์ยังไม่เป็นระบบต้องแก้เรื่องนี้ก่อน ไม่ว่าจะซื้อระบบเจ้าไหน
สิ่งที่ไม่ควรให้ AI จองเอง
ไม่ใช่ทุกอย่างควรจองอัตโนมัติ กรณีที่ควรส่งต่อให้คนเสมอ
- เคสที่ต้องประเมินก่อนว่าทำได้ไหม เช่น คนไข้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังตั้งครรภ์
- หัตถการที่ต้องเตรียมตัวพิเศษ เช่น ต้องงดยาบางชนิดล่วงหน้า
- เคสที่คนไข้อธิบายอาการมา ซึ่งต้องให้แพทย์ประเมินว่าควรทำอะไร
- การเลื่อนนัดกระชั้นชิด ที่กระทบคิวคนอื่น
ระบบที่ดีควรรับคำขอไว้ ให้ข้อมูลเบื้องต้น แล้วส่งต่อพร้อมสรุปให้ทีมตัดสินใจ ไม่ใช่ปฏิเสธหรือจองไปเลย
วัดผลอย่างไร
ตัวเลขที่ตรงที่สุดคือ สัดส่วนของบทสนทนาที่จบด้วยการจอง เทียบก่อนและหลัง
ตัวเลขรองที่ควรดู
- จำนวนการจองที่เกิดนอกเวลาทำการ
- เวลาเฉลี่ยจากข้อความแรกถึงการจองสำเร็จ
- อัตราการไม่มาตามนัดของคิวที่จองผ่านระบบ เทียบกับที่จองผ่านคน
ข้อสุดท้ายควรจับตา บางคลินิกพบว่าคิวที่จองอัตโนมัติมีอัตราไม่มาสูงกว่า เพราะจองง่ายเกินไป ถ้าเจอแบบนี้ การเพิ่มขั้นยืนยันหรือเก็บมัดจำเล็กน้อยช่วยได้
เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ
เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว
สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน
ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →คำถามที่พบบ่อย
AI จองคิวให้คนไข้ได้จริงไหม
ได้ ถ้าระบบเชื่อมกับตารางแพทย์จริงและคลินิกกำหนดกฎการจองไว้ครบ แต่คำว่าจองคิวได้ที่ผู้ขายแต่ละเจ้าใช้มีความหมายต่างกันมาก บางเจ้าหมายถึงส่งลิงก์ให้ไปจองเอง บางเจ้าหมายถึงเก็บข้อมูลแล้วส่งต่อให้แอดมินยืนยัน วิธีตรวจคือขอให้สาธิตบทสนทนาจริงว่าจบที่การยืนยันหรือจบที่การรอ
ต้องเตรียมอะไรก่อนใช้ระบบจองอัตโนมัติ
สิ่งที่ขาดไม่ได้คือตารางแพทย์ที่อยู่ในระบบไม่ใช่ในหัวคน ระยะเวลาที่ใช้ต่อหัตถการ ข้อกำหนดว่าแพทย์คนไหนทำหัตถการอะไรได้ และกฎเรื่องช่วงพักกับช่องว่างระหว่างเคส คลินิกที่ยังจัดตารางแบบถามกันหน้างานต้องแก้เรื่องนี้ก่อน เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบจองอัตโนมัติใช้ไม่ได้จริงบ่อยที่สุด
ถ้า AI จองผิดจะทำอย่างไร
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือจองซ้อน จองกับแพทย์ที่ทำหัตถการนั้นไม่ได้ หรือจองในเวลาที่คลินิกไม่รับ ทั้งสามอย่างป้องกันได้ด้วยการกำหนดกฎในระบบให้ครบ สิ่งที่ควรมีเพิ่มคือการแจ้งเตือนทีมเมื่อมีการจองใหม่ และสิทธิ์ให้ทีมแก้หรือยกเลิกได้ทันที รวมถึงบันทึกย้อนหลังว่าใครหรือระบบใดเป็นผู้จอง
ควรให้ AI จองทุกหัตถการไหม
ไม่ควร กรณีที่ควรส่งต่อให้คนเสมอคือคนไข้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังตั้งครรภ์ หัตถการที่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้า และเคสที่คนไข้อธิบายอาการมาซึ่งต้องให้แพทย์ประเมินก่อน วิธีที่คลินิกส่วนใหญ่ใช้คือเปิดจองอัตโนมัติเฉพาะหัตถการมาตรฐานที่ประเมินล่วงหน้าไม่ยาก แล้วให้เคสที่เหลือผ่านทีม
การจองอัตโนมัติทำให้คนไข้ไม่มาตามนัดมากขึ้นไหม
เป็นไปได้และควรจับตา เพราะการจองที่ง่ายขึ้นอาจทำให้คนตัดสินใจโดยยังไม่แน่ใจ วิธีวัดคือเทียบอัตราการไม่มาของคิวที่จองผ่านระบบกับที่จองผ่านคน ถ้าสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ทางแก้ที่ใช้ได้คือเพิ่มขั้นยืนยันก่อนถึงวันนัด หรือเก็บมัดจำจำนวนไม่มากที่หักออกจากค่ารักษา
คลินิกที่มีหลายสาขาใช้ระบบจองอัตโนมัติได้ไหม
ได้ และเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะระบบเทียบคิวว่างข้ามสาขาได้และแนะนำสาขาที่ว่างเร็วที่สุดให้คนไข้ สิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มคือข้อมูลว่าแต่ละสาขามีแพทย์คนไหน มีอุปกรณ์อะไร และให้บริการหัตถการใดบ้าง เพราะไม่ใช่ทุกสาขาทำได้ทุกอย่าง
อ่านต่อ
- AI Receptionist คืออะไร ต่างจากแชทบอทเดิมอย่างไร
- ระบบนัดหมายคลินิก วิธีลดคิวซ้อนและลูกค้าไม่มาตามนัด no-show
- คนไข้ทักตอนคลินิกปิด เสียโอกาสไปเท่าไหร่และแก้ยังไง
- ลิงก์ในไบโอ IG และ TikTok สำหรับร้านเสริมสวยและคลินิกความงาม ควรเป็นหน้าแบบไหน
- คลินิกใช้ Linktree เป็นเว็บไซต์ ได้ผลแค่ไหน และมีทางเลือกที่จองได้ไหม
Jib OS