Jib OS กับ Pancake ต่างกันอย่างไร คลินิกควรเลือกแบบไหน
Pancake เป็นชื่อที่เจ้าของคลินิกหลายคนได้ยินมาก่อน เพราะเป็นเครื่องมือที่แพร่หลายมากในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไทย และถ้าเคยขายของออนไลน์มาก่อนก่อนเปิดคลินิก ก็มีโอกาสสูงที่จะเคยใช้
คำถามคือเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อการขายของออนไลน์ ใช้กับคลินิกได้ดีแค่ไหน
Pancake ถูกออกแบบมาเพื่อใคร
Pancake อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า chat commerce คือระบบรวมแชทที่ผูกกับการขายสินค้า จุดแข็งชัดเจนอยู่ที่การเปลี่ยนบทสนทนาให้เป็นออเดอร์ เช่น การเปิดบิลในแชท จัดการรายการสินค้า ติดตามการจัดส่ง และเก็บเงินปลายทาง
สำหรับร้านค้าออนไลน์ นี่คือสิ่งที่ต้องการพอดี ทุกบทสนทนาจบที่ออเดอร์หนึ่งรายการ ส่งของ แล้วจบ
แล้วคลินิกต่างจากร้านค้าตรงไหน
ความต่างไม่ใช่เรื่องเล็ก และเป็นเหตุผลว่าทำไมเครื่องมือขายของถึงพอไปได้แต่ไม่พอดี
คลินิกไม่ได้ขายของ แต่ขายเวลาของหมอ ออเดอร์ของร้านค้าคือสินค้าหนึ่งชิ้น แต่ของคลินิกคือช่วงเวลาหนึ่งช่วง กับหมอคนหนึ่ง ในห้องหนึ่งห้อง ที่สาขาหนึ่ง ถ้าจองชนกันคือปัญหาจริง ไม่ใช่แค่สต๊อกไม่พอ
คลินิกขายเป็นคอร์ส ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ จัดฟันใช้เวลาสองปี เลเซอร์ต้องมาห้าครั้ง ฟิลเลอร์ต้องเติมทุกหกเดือน ระบบที่คิดในหน่วย "ออเดอร์" จึงมองไม่เห็นภาพนี้
คลินิกต้องเก็บประวัติการรักษา ไม่ใช่แค่ประวัติการซื้อ ใครแพ้ยาอะไร เคยทำหัตถการไหนมาแล้ว หมอคนไหนเป็นคนดูแล ข้อมูลชุดนี้มีข้อกำหนดเรื่องการเก็บรักษาที่ต่างจากข้อมูลลูกค้าร้านค้าทั่วไป
คลินิกต้องดึงคนไข้กลับมา มูลค่าของคนไข้หนึ่งคนไม่ได้อยู่ที่ครั้งแรก แต่อยู่ที่การกลับมาอีกสามปี ระบบที่จบงานตอนส่งของจึงไม่ได้ช่วยตรงนี้
เทียบกันตรงๆ
| Pancake | Jib OS | |
|---|---|---|
| ออกแบบมาเพื่อ | ร้านค้าออนไลน์และการขายสินค้า | คลินิกความงาม ทันตกรรม และคลินิกทั่วไป |
| หน่วยของงาน | ออเดอร์ | การนัดหมายและคอร์สการรักษา |
| จองคิว | ไม่ใช่จุดขายหลัก | จองข้ามหมอ ห้อง และสาขาในระบบเดียว |
| ข้อมูลที่เก็บ | ข้อมูลลูกค้าและประวัติการสั่งซื้อ | โปรไฟล์คนไข้พร้อมประวัติการรักษา |
| ติดตามภายหลัง | เน้นการขายซ้ำ | เตือนนัด ติดตามหลังการรักษา และดึงคนไข้เก่ากลับ ผ่านอีเมล SMS และ LINE |
| ขอบเขต | ระบบแชทและการขาย | แชท เว็บไซต์ที่ AI แนะนำได้ และทีมการตลาดที่ดูแลให้ |
แล้วควรเลือกอะไร
Pancake เหมาะกว่า ถ้า ธุรกิจมีการขายสินค้าเป็นสัดส่วนใหญ่ เช่น คลินิกที่ขายสกินแคร์หรืออาหารเสริมเป็นรายได้หลัก และงานนัดหมายเป็นส่วนเสริม
Jib OS เหมาะกว่า ถ้า รายได้หลักมาจากหัตถการและคอร์สการรักษา ต้องบริหารคิวหมอหลายคน หรือมีหลายสาขาที่ข้อมูลยังไม่รวมกัน
ข้อควรระวังถ้าใช้เครื่องมือขายของกับคลินิก คือคลินิกมักลงเอยด้วยการใช้สองสามระบบพร้อมกัน ระบบหนึ่งไว้ตอบแชท อีกระบบไว้บันทึกนัด แล้วใช้ Excel เชื่อมสองอย่างนี้ด้วยมือ ต้นทุนที่แท้จริงไม่ใช่ค่าระบบ แต่คือเวลาที่หน้าเคาน์เตอร์ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำทุกวัน
เคล็ดลับบริหารคลินิก ส่งตรงถึงอีเมลคุณ
เจ้าของและผู้บริหารคลินิกกว่า 20,000 คน รับข่าวสารจากเราอยู่แล้ว
สำหรับเจ้าของคลินิกและผู้ที่กำลังจะเปิด — วิธีให้คนไข้ใหม่เจอคลินิกบน Google และให้ AI อย่าง ChatGPT และ Claude แนะนำคลินิกของคุณ วิธีลดงานหน้าเคาน์เตอร์และคนไข้ไม่มาตามนัด และเรื่องที่คลินิกอื่นเจอมาก่อน
ส่งสัปดาห์ละครั้ง · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
More patients, and a system that runs the day
Jib OS brings new patients in, answers every one of them, and keeps the day running. Built by HDmall.
Or see what Jib OS is →คำถามที่พบบ่อย
Pancake ใช้กับคลินิกได้ไหม
ใช้ได้ และมีคลินิกที่ใช้อยู่จริง โดยเฉพาะคลินิกที่มีการขายสินค้าควบคู่ไปด้วย ข้อจำกัดจะเริ่มชัดเมื่อคลินิกต้องบริหารคิวหมอหลายคน จัดการคอร์สหลายครั้ง หรือเก็บประวัติการรักษา เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เครื่องมือ chat commerce ออกแบบมารองรับตั้งแต่แรก
ย้ายจาก Pancake มาใช้ระบบคลินิกยากไหม
สิ่งที่ต้องเตรียมคือการเชื่อมช่องทางแชทใหม่และการย้ายฐานข้อมูลลูกค้าเดิม คำถามที่ควรถามผู้ให้บริการเดิมก่อนย้ายคือข้อมูลลูกค้าส่งออกได้ในรูปแบบไหน และประวัติบทสนทนาย้ายตามมาได้หรือไม่ ส่วนฝั่ง Jib OS ทีมงานเป็นผู้ดำเนินการตั้งค่าและเชื่อมช่องทางให้
ใช้ Pancake สำหรับขายสินค้า และใช้ระบบคลินิกสำหรับงานนัดหมายพร้อมกันได้ไหม
ทำได้ แต่ต้องกำหนดให้ชัดว่าช่องทางไหนใช้ระบบไหน เพราะถ้าทั้งสองระบบดึงแชทจากเพจเดียวกันจะเกิดการตอบซ้ำซ้อนและประวัติแตกเป็นสองที่ คลินิกที่ทำแบบนี้ได้ผลมักแยกชัดเจน เช่น ใช้ระบบหนึ่งกับช่องทางขายสินค้า และอีกระบบกับช่องทางนัดหมาย
ราคาต่างกันมากไหม
โครงสร้างราคาต่างกันคนละแบบ เครื่องมือ chat commerce มักคิดตามจำนวนเพจ จำนวนผู้ใช้ หรือปริมาณข้อความ ส่วน Jib OS คิดเป็นส่วน ส่วนละ 6,000 บาทต่อเดือน หรือ 5,000 บาทเมื่อจ่ายล่วงหน้า 3 เดือน การเทียบราคาให้แฟร์ควรรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่คลินิกจ่ายอยู่ ทั้งระบบแชท โปรแกรมคลินิก เว็บไซต์ และการตลาด
คลินิกเล็กที่เพิ่งเปิดควรเลือกอะไร
ถ้ายังมีคนไข้ไม่มากและตอบแชทเองไหว เครื่องมือฟรีของ LINE OA และ Facebook อาจพอไปก่อน จุดที่ควรเปลี่ยนคือเมื่อเริ่มมีข้อความตกหล่นนอกเวลาทำการ หรือเริ่มจองชนกันเพราะใช้สมุดนัดกับ Excel ซึ่งมักเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิดเมื่อเริ่มยิงแอด
Jib OS