ผ่าตัดและหัตถการ โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

เจาะคอ

เจาะคอ (Tracheostomy) คือการสร้างช่องเปิดผ่านด้านหน้าคอเข้าสู่หลอดลม แล้วใส่ท่อเพื่อให้อากาศผ่านเข้าสู่ปอดโดยไม่ต้องผ่านจมูก ปาก และลำคอ มักทำเมื่อทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้น ผู้ป่วยต้องใช้เครื่องช่วยหายใจต่อเนื่อง หรือไม่สามารถไอและขับเสมหะได้ดี โดยช่องเปิดอาจใช้ชั่วคราวหรือถาวรก็ได้

ประเด็นสำคัญ

  • การเจาะคอไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยจะต้องมีท่ออยู่ตลอดชีวิตเสมอไป หากสาเหตุที่ทำให้หายใจลำบากดีขึ้นและผู้ป่วยหายใจเองได้อย่างปลอดภัย ทีมรักษาอาจพิจารณาถอดท่อ
  • หลังทำใหม่ๆ ผู้ป่วยมักยังพูดไม่ได้ตามปกติ และอาจมีปัญหาการกลืนหรือเสมหะมากขึ้น จึงต้องได้รับการประเมินและฝึกดูแลท่อก่อนกลับบ้าน
  • ภาวะที่ต้องรีบขอความช่วยเหลือ ได้แก่ หายใจลำบากผ่านท่อ ท่อหลุดหรือเคลื่อน เลือดออกมาก เสมหะอุดตันท่อ และมีอาการบวมรอบคอ เพราะอาจกระทบทางเดินหายใจได้

เจาะคอ คืออะไร

การเจาะคอเพื่อเปิดทางเดินหายใจเป็นการสร้างรูที่ผนังด้านหน้าของหลอดลม ช่องเปิดนี้เรียกว่า “รูเปิดหลอดลม” แพทย์จะใส่ท่อเจาะคอผ่านรูดังกล่าวเพื่อรักษาช่องทางให้อากาศเข้าและออกจากปอด ท่อจะยึดกับแผ่นด้านหน้าคอและสายคล้องคอ หรืออาจมีไหมช่วยยึดในระยะแรก (Cleveland Clinic)

เมื่อหายใจตามปกติ อากาศจะผ่านจมูกหรือปาก ลงคอและเข้าสู่หลอดลม การเจาะคอทำให้อากาศเข้าสู่หลอดลมโดยตรง จึงข้ามทางเดินหายใจส่วนบน วิธีนี้ช่วยได้เมื่อบริเวณจมูก ปาก กล่องเสียง หรือลำคออุดกั้น บวม หรือตีบจนหายใจตามทางเดิมไม่ได้

การเจาะคอยังใช้กับผู้ป่วยที่ต้องพึ่งเครื่องช่วยหายใจต่อเนื่อง ท่อเจาะคอสามารถต่อกับเครื่องช่วยหายใจได้โดยตรง ในผู้ป่วยบางคน การเปลี่ยนจากท่อช่วยหายใจที่สอดผ่านปากมาเป็นท่อที่คออาจทำให้ดูแลทางเดินหายใจและดูดเสมหะได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขึ้นอยู่กับโรคเดิม แนวโน้มการฟื้นตัว และแผนลดการใช้เครื่องช่วยหายใจของแต่ละคน

อีกเหตุผลหนึ่งคือผู้ป่วยมีแรงไอไม่เพียงพอ เช่น มีโรคทางสมอง ระบบประสาท หรือกล้ามเนื้อ ทำให้เสมหะค้างและอุดกั้นทางเดินหายใจได้ ช่องเปิดที่คอช่วยให้ทีมรักษาดูดเสมหะจากหลอดลมได้โดยตรง แต่ไม่ได้แก้โรคต้นเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือไอไม่ได้

การเจาะคออาจเป็นแบบชั่วคราวหรือถาวร แบบชั่วคราวใช้ระหว่างรอให้อาการบวม การบาดเจ็บ หรือโรคที่ทำให้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจดีขึ้น ส่วนแบบถาวรอาจจำเป็นเมื่อทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง หรือผู้ป่วยไม่สามารถกลับมาหายใจผ่านทางเดิมได้อย่างปลอดภัย

หากไม่ต้องใช้ท่อแล้ว ทีมรักษาจะประเมินว่าผู้ป่วยหายใจเอง ขับเสมหะ และปกป้องทางเดินหายใจขณะกลืนได้หรือไม่ ก่อนทดลองลดการพึ่งท่อและพิจารณาถอดท่อ หลังถอดแล้วรูอาจค่อยๆ ปิดเอง หรืออาจต้องผ่าตัดปิด ขึ้นอยู่กับขนาดของรู ระยะเวลาที่ใส่ท่อ และสภาพเนื้อเยื่อ

ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

การเจาะคอมักพิจารณาเมื่อมีเหตุผลทางการแพทย์ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อทางเดินหายใจเดิมไม่ปลอดภัยหรือไม่เพียงพอ สถานการณ์ที่อาจต้องทำ ได้แก่

  • ทางเดินหายใจส่วนบนตีบหรืออุดกั้น และไม่สามารถใส่ท่อช่วยหายใจผ่านปากหรือจมูกได้
  • ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจต่อเนื่อง และทีมรักษาเห็นว่าการใส่ท่อผ่านปากต่อไปไม่เหมาะสม
  • มีโรคหรือการบาดเจ็บที่ทำให้หายใจเองได้ไม่เพียงพอ
  • ไอขับเสมหะไม่ได้ ทำให้ต้องดูดเสมหะจากหลอดลมเป็นประจำ
  • ต้องผ่าตัดใหญ่บริเวณศีรษะ คอ กล่องเสียง หรือช่องปาก และคาดว่าจะมีอาการบวมหรือทางเดินหายใจไม่ปลอดภัยหลังผ่าตัด
  • มีการบาดเจ็บรุนแรงบริเวณใบหน้าหรือคอ
  • เกิดภาวะฉุกเฉินที่ทางเดินหายใจอุดกั้น และไม่สามารถช่วยหายใจด้วยวิธีปกติได้ (Cleveland Clinic)

ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนที่ใช้เครื่องช่วยหายใจต้องเจาะคอ ผู้ป่วยที่คาดว่าจะถอดท่อช่วยหายใจผ่านปากได้ในเวลาไม่นานอาจยังไม่จำเป็นต้องทำ ทีมผู้ป่วยวิกฤต แพทย์ผู้ดูแล และศัลยแพทย์จะพิจารณาแนวโน้มการฟื้นตัว ระดับความรู้สึกตัว ความสามารถในการไอและกลืน รวมถึงโรคประจำตัวร่วมกัน

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การรักษาอันดับแรกคือทำให้ออกซิเจนเข้าสู่ปอดได้โดยเร็ว บางกรณีแพทย์อาจสร้างช่องทางหายใจชั่วคราวในตำแหน่งที่สูงกว่าการเจาะคอแบบปกติ เพราะทำได้รวดเร็วกว่า เมื่อผู้ป่วยคงที่แล้วจึงประเมินว่าจะเปลี่ยนเป็นการเจาะคอหรือไม่

การไม่มีข้อบ่งชี้ชัดเจนเป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่ควรทำ เพราะการเจาะคอมีความเสี่ยงและเพิ่มภาระการดูแลทางเดินหายใจ ไม่ควรทำเพียงเพราะผู้ป่วยมีเสมหะทั่วไป หรือเพราะกังวลว่าอาจหายใจลำบากโดยที่ยังไม่มีการประเมินทางการแพทย์

บางภาวะอาจทำให้หัตถการยากหรือเสี่ยงขึ้น เช่น คอบวมมาก กายวิภาคของคอผิดปกติ มีก้อนบริเวณคอ เคยผ่าตัดหรือฉายรังสีบริเวณนี้ เลือดแข็งตัวผิดปกติ หรือมีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่จะเปิดช่อง ภาวะเหล่านี้ไม่ได้ห้ามทำเสมอไป แต่มีผลต่อวิธี สถานที่ และเวลาที่เหมาะสมในการทำ

เมื่อผู้ป่วยตัดสินใจเองไม่ได้ ครอบครัวควรถามทีมรักษาให้ชัดว่าเจาะคอเพื่อแก้ปัญหาใด คาดว่าเป็นแบบชั่วคราวหรือระยะยาว และเป้าหมายการรักษาคืออะไร หากโรคต้นเหตุรุนแรงมาก การเจาะคออาจช่วยเปิดทางเดินหายใจแต่ไม่ทำให้สมอง ปอด ระบบประสาท หรือโรคมะเร็งที่เป็นสาเหตุดีขึ้น การพูดคุยเรื่องเป้าหมายจึงสำคัญก่อนทำเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

หากเป็นการเจาะคอแบบวางแผน ทีมรักษาจะประเมินสาเหตุที่ต้องทำ ตรวจบริเวณคอ และทบทวนโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหัวใจ โรคปอด ภาวะเลือดออกง่าย และประวัติการผ่าตัดหรือฉายรังสีบริเวณคอ อาจมีการตรวจเลือดหรือภาพถ่ายทางการแพทย์ตามความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละคน

แพทย์จะอธิบายว่าจะใช้วิธีผ่าตัดเปิดหรือวิธีเจาะผ่านผิวหนัง เหตุผลที่เลือกวิธีนั้น และคาดว่าจะต่อท่อกับเครื่องช่วยหายใจหรือไม่ ผู้ป่วยหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจแทนควรเข้าใจว่าท่ออาจเป็นแบบชั่วคราวหรือระยะยาว และการถอดท่อจะต้องผ่านการประเมินก่อน

ก่อนรับยาระงับความรู้สึก อาจต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาที่ทีมผ่าตัดกำหนด ระยะเวลางดขึ้นอยู่กับชนิดอาหาร เวลาผ่าตัด ภาวะฉุกเฉิน และแผนการระงับความรู้สึก จึงควรทำตามคำสั่งของโรงพยาบาล ไม่ควรกำหนดเวลาเอง (Cleveland Clinic)

แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาทุกชนิดที่ใช้อยู่ รวมถึง

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
  • ยาเบาหวานและอินซูลิน
  • ยารักษาความดันโลหิตหรือโรคหัวใจ
  • ยาสเตียรอยด์
  • สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม
  • ประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร หรือเคยมีปัญหาจากยาระงับความรู้สึก

ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนทำ แต่ไม่ควรหยุดยาเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะระบุเวลาที่เหมาะสมตามชนิดยา โรคเดิม ความเสี่ยงเลือดออก และความเสี่ยงลิ่มเลือดของแต่ละคน

หากผู้ป่วยรู้สึกตัวและสื่อสารได้ ควรเตรียมโทรศัพท์ กระดาษ ปากกา หรือกระดานเขียน เพราะหลังทำใหม่ๆ อากาศส่วนใหญ่อาจออกทางท่อที่คอแทนการผ่านกล่องเสียง ทำให้ยังเปล่งเสียงไม่ได้ตามปกติ

ของใช้ที่อาจเตรียมสำหรับการนอนโรงพยาบาล ได้แก่ เสื้อผ้าที่สวมง่าย ของใช้ส่วนตัว รายการยาเดิม เอกสารประจำตัว และข้อมูลติดต่อผู้ดูแล การนอนโรงพยาบาลอาจกินเวลาหลายวันหรือนานกว่านั้นตามโรคต้นเหตุ การใช้เครื่องช่วยหายใจ และความพร้อมในการดูแลท่อ ไม่ควรใช้ระยะเวลาของผู้ป่วยรายอื่นมาเป็นเกณฑ์ของตนเอง

หากเป็นเหตุฉุกเฉิน อาจไม่มีเวลาเตรียมตัวตามขั้นตอนเหล่านี้ ทีมรักษาจะให้ความสำคัญกับการเปิดทางเดินหายใจและพยุงชีวิตก่อน แล้วจึงอธิบายรายละเอียดแก่ผู้ป่วยหรือครอบครัวเมื่อสถานการณ์คงที่

ขั้นตอนการผ่าตัด

วิธีทำหลักมีสองแนวทาง คือการผ่าตัดเปิดและการเจาะผ่านผิวหนัง แพทย์เลือกตามความเร่งด่วน ลักษณะคอ สภาพผู้ป่วย ความพร้อมของทีม และสถานที่ทำหัตถการ (Cleveland Clinic)

การผ่าตัดเปิด

  • ผู้ป่วยได้รับยาระงับความรู้สึก โดยทั่วไปเป็นยาสลบในกรณีที่วางแผนไว้ แต่บางสถานการณ์อาจใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาช่วยให้ผ่อนคลาย (Cleveland Clinic)
  • ทีมรักษาจัดท่าและทำความสะอาดผิวหนังบริเวณด้านหน้าคอ พร้อมติดอุปกรณ์เฝ้าระวังการหายใจ ชีพจร ความดัน และระดับออกซิเจน
  • ศัลยแพทย์เปิดแผลที่ส่วนล่างของด้านหน้าคอ แล้วแยกกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออย่างระมัดระวังเพื่อเข้าถึงหลอดลม
  • แพทย์สร้างช่องเปิดที่ผนังหลอดลมให้มีขนาดเหมาะกับท่อ
  • ใส่ท่อผ่านช่องเปิดเข้าสู่หลอดลม และตรวจสอบว่าอากาศผ่านได้ดี หากผู้ป่วยยังหายใจเองไม่ได้ จะต่อท่อเข้ากับเครื่องช่วยหายใจ
  • ยึดท่อด้วยสายรัดรอบคอ และอาจใช้ไหมช่วยยึดแผ่นด้านหน้าท่อในช่วงแรก

การเจาะผ่านผิวหนัง

วิธีนี้มักทำในหอผู้ป่วยวิกฤต ห้องผ่าตัด หรือพื้นที่ทำหัตถการที่มีการเฝ้าระวังและอุปกรณ์กู้ทางเดินหายใจพร้อม โดยทีมแพทย์ที่ผ่านการฝึก แนวทางและสถานที่ทำอาจแตกต่างกันตามศักยภาพของโรงพยาบาล

วิธีเจาะผ่านผิวหนังไม่เหมาะกับทุกคน หากมองตำแหน่งหลอดลมได้ยาก คอบวม มีโครงสร้างผิดปกติ มีก้อน หรือมีความเสี่ยงเลือดออก แพทย์อาจเลือกการผ่าตัดเปิดเพื่อควบคุมเนื้อเยื่อและเส้นเลือดได้โดยตรง

หลังใส่ท่อทันที

ทีมรักษาจะตรวจตำแหน่งและการทำงานของท่อ เฝ้าดูเลือดออก อากาศรั่ว และการหายใจ หากจำเป็นอาจตรวจภาพทรวงอกหรือใช้การตรวจอื่นเพื่อประเมินภาวะแทรกซ้อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีทำและอาการของผู้ป่วย

ผู้ป่วยอาจยังพูดไม่ได้ทันที เสียงไม่ได้หายไปเพราะการเปิดแผลเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากลมไม่ผ่านขึ้นไปยังสายเสียงตามปกติ การพูดได้หรือไม่ขึ้นกับชนิดท่อ การพึ่งเครื่องช่วยหายใจ สภาพกล่องเสียง และความปลอดภัยของทางเดินหายใจ

ผู้ป่วยบางคนกลืนลำบากในระยะแรก จึงอาจยังไม่ได้กินหรือดื่มทางปากจนกว่าจะประเมินว่ากลืนได้ปลอดภัย หากอาหารหรือน้ำเข้าสู่ทางเดินหายใจ อาจเพิ่มความเสี่ยงปอดอักเสบ ทีมรักษาจะเลือกวิธีให้อาหารตามสภาพของผู้ป่วย

ใช้เวลานานแค่ไหน

ตัวหัตถการอาจใช้เวลาต่างกันมากตามวิธีที่เลือก ความเร่งด่วน ลักษณะทางกายวิภาคของคอ ประวัติผ่าตัดเดิม ภาวะเลือดออก และมีการผ่าตัดอื่นร่วมด้วยหรือไม่ แหล่งข้อมูลอ้างอิงไม่ได้ให้ช่วงเวลาที่ใช้ได้กับผู้ป่วยทุกคน จึงควรถามศัลยแพทย์จากแผนผ่าตัดจริงแทนการยึดเวลาตายตัว

การเจาะคอแบบวางแผนมักทำภายใต้ยาสลบ ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกตัวระหว่างทำ ส่วนผู้ที่ไม่สามารถรับยาสลบได้ทันทีหรืออยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาจใช้ยาชาเฉพาะที่และยาช่วยให้ผ่อนคลายตามสภาพการหายใจและความปลอดภัย (Cleveland Clinic)

แม้ตัวหัตถการจะเสร็จแล้ว ผู้ป่วยมักต้องอยู่โรงพยาบาลต่อเพื่อเฝ้าระวัง ฝึกดูแลท่อ ประเมินการกลืน และรักษาโรคต้นเหตุ ระยะนอนโรงพยาบาลอาจตั้งแต่หลายวันไปจนถึงหลายสัปดาห์ตามภาวะที่ทำให้ต้องเจาะคอ โดยเฉพาะผู้ที่ยังใช้เครื่องช่วยหายใจหรือมีโรครุนแรง

การเจาะคอจึงไม่ใช่หัตถการที่ประเมินการกลับบ้านจากแผลผ่าตัดเพียงอย่างเดียว ผู้ป่วยจะกลับบ้านได้เมื่อการหายใจคงที่ มีแผนจัดการเสมหะ ผู้ดูแลใช้เครื่องมือที่จำเป็นได้ และมีทางขอความช่วยเหลือหากท่ออุดตันหรือหลุด

พักฟื้นนานแค่ไหน

การพักฟื้นแบ่งเป็นสองส่วน คือการหายของแผลเจาะคอและการฟื้นจากโรคต้นเหตุ ผู้ป่วยที่เจาะคอเพื่อรอให้อาการบวมลดลงอาจมีเส้นทางการฟื้นต่างจากผู้ที่มีโรคระบบประสาทหรือยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จึงไม่มีระยะเดียวที่ใช้กับทุกคน

ระยะแรกหลังทำ

ในช่วงแรก ทีมรักษาจะเฝ้าระวังเลือดออก การบวม อากาศรั่วใต้ผิวหนัง ท่อเคลื่อน และเสมหะอุดตัน ต้องดูดเสมหะตามความจำเป็นและรักษาความชื้นของอากาศ เพราะอากาศไม่ผ่านจมูกและปากซึ่งตามปกติช่วยเพิ่มความชื้น เมื่ออากาศแห้ง เสมหะอาจเหนียวและไอออกยากขึ้น (Healthline)

อาจมีเสมหะมาก ไอ เจ็บหรือระคายบริเวณคอ และสื่อสารลำบากในช่วงแรก ทีมรักษาจะประเมินว่าท่อมีขนาดและตำแหน่งเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงสอนวิธีสื่อสารโดยไม่ใช้เสียง

ก่อนเริ่มกินและพูด

แพทย์อาจให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการกลืนและการสื่อสารประเมินก่อนเริ่มกิน ดื่ม หรือใช้อุปกรณ์ช่วยพูด ไม่ควรปิดท่อด้วยนิ้วหรือทดลองอุปกรณ์เอง เพราะหากลมออกทางจมูกและปากไม่ได้ อาจทำให้หายใจไม่ออก

ผู้ป่วยบางคนพูดได้เมื่ออาการคงที่และสามารถจัดทิศทางลมผ่านสายเสียงได้ แต่บางคนยังพูดไม่ได้ตราบเท่าที่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหรือมีการอุดกั้นเหนือช่องเจาะ ความสามารถในการพูดจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาอย่างเดียว

ก่อนกลับบ้าน

หากต้องกลับบ้านพร้อมท่อ ผู้ป่วยและผู้ดูแลต้องเรียนรู้เรื่องสำคัญ ได้แก่

  • การสังเกตว่าท่ออยู่ในตำแหน่งเดิมหรือไม่
  • การดูแลผิวหนังรอบรูเปิด
  • การจัดการเสมหะและการใช้เครื่องดูดเสมหะเมื่อได้รับคำแนะนำ
  • การเพิ่มความชื้นให้ทางเดินหายใจตามแผนของทีมรักษา
  • วิธีรับมือเมื่อท่ออุดตันหรือหลุด
  • อุปกรณ์สำรองที่ต้องมี
  • ช่องทางติดต่อโรงพยาบาลและแผนฉุกเฉิน

ไม่ควรกลับบ้านโดยมีเพียงคำแนะนำเป็นเอกสาร ผู้ดูแลควรได้ฝึกปฏิบัติและแสดงให้ทีมรักษาเห็นว่าสามารถดูแลท่อได้จริง

การกลับไปทำกิจวัตร

ความพร้อมในการทำงานหรือกิจกรรมไม่ได้ขึ้นกับแผลอย่างเดียว ผู้ที่หายใจเองได้ดีและไม่ต้องดูดเสมหะบ่อยอาจกลับไปทำกิจกรรมเบาๆ ได้เร็วกว่าผู้ที่ยังอ่อนแรงหรือพึ่งเครื่องช่วยหายใจ แพทย์จะประเมินจากโรคต้นเหตุ ความมั่นคงของท่อ การใช้แรง และสภาพแวดล้อมที่บ้านหรือที่ทำงาน

ควรหลีกเลี่ยงน้ำ ฝุ่น ควัน และสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่รูเปิดโดยตรง ห้ามว่ายน้ำขณะที่ยังมีท่อ เพราะน้ำสามารถเข้าสู่หลอดลมและปอดผ่านช่องที่คอได้โดยตรง การอาบน้ำต้องใช้อุปกรณ์และวิธีป้องกันตามที่ทีมดูแลสอน

การถอดท่อ

การถอดท่อทำเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้ทางเดินหายใจนี้แล้ว โดยทีมรักษาจะดูว่าผู้ป่วยหายใจเองได้เพียงพอ ทางเดินหายใจส่วนบนเปิด ไอขับเสมหะได้ และกลืนโดยไม่สำลักอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ อาจมีการลดขนาดท่อหรือทดลองปิดท่อภายใต้การดูแลก่อน

หลังถอดท่อ รูเปิดอาจค่อยๆ ปิดและหายเอง แต่ผู้ที่ใส่ท่อนานหรือมีรูเปิดคงอยู่ อาจต้องได้รับการประเมินเพื่อปิดด้วยการผ่าตัด ระยะฟื้นเต็มที่จึงขึ้นกับทั้งระยะเวลาที่เคยใส่ท่อและโรคที่ทำให้ต้องเจาะคอ

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การเจาะคอช่วยรักษาทางเดินหายใจ แต่มีความเสี่ยงทั้งระยะแรกและระยะยาว ความเสี่ยงมักสูงขึ้นเมื่อทำในภาวะฉุกเฉิน เพราะมีเวลาเตรียมตัวน้อยและผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงอยู่แล้ว (Healthline)

ภาวะแทรกซ้อนระยะแรก

  • เลือดออก อาจเกิดจากแผลหรือเส้นเลือดบริเวณคอ เลือดสดจากรูหรือท่อเจาะคอทุกกรณีควรติดต่อทีมรักษาเพื่อประเมินทันที โดยเฉพาะเลือดที่เพิ่งเกิดหลังใส่ท่อมาระยะหนึ่ง เลือดเพิ่มขึ้น เป็นจังหวะ ไหลต่อเนื่อง หรือพุ่งออกจากท่อ ให้ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน โทร 1669 และไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอดูอาการเอง (Healthline)
  • ท่ออยู่ผิดตำแหน่งหรือเคลื่อนหลุด ทำให้อากาศไม่เข้าสู่หลอดลมอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะช่วงที่ช่องเปิดยังใหม่
  • ท่ออุดตัน เสมหะเหนียว ลิ่มเลือด หรือสิ่งคัดหลั่งอาจปิดทางเดินในท่อและทำให้หายใจลำบาก
  • อากาศรั่วใต้ผิวหนัง อาจทำให้คอบวมหรือคลำได้เสียงกรอบแกรบ และบางครั้งสัมพันธ์กับปัญหาตำแหน่งท่อ
  • ลมรั่วรอบปอดหรือปอดแฟบ เกิดเมื่ออากาศเข้าไปอยู่ระหว่างปอดกับผนังทรวงอก ทำให้เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก และอาจต้องรักษาเร่งด่วน
  • บาดเจ็บต่ออวัยวะข้างเคียง เช่น หลอดลม หลอดอาหาร ต่อมไทรอยด์ หรือเส้นประสาทที่ควบคุมสายเสียง
  • ปฏิกิริยาจากยาระงับความรู้สึก ความเสี่ยงขึ้นกับชนิดยา โรคประจำตัว และความรุนแรงของอาการก่อนทำ
  • การติดเชื้อ อาจเกิดบริเวณผิวหนัง รูเปิด หลอดลม หรือปอด

ภาวะแทรกซ้อนระยะยาว

  • ท่ออุดตันจากเสมหะซ้ำๆ
  • ท่อเคลื่อนหรือหลุดโดยไม่ตั้งใจ
  • เนื้อเยื่อรอบรูเปิดระคายเคือง อักเสบ หรือหายช้า
  • แผลเป็นทำให้หลอดลมตีบ
  • ผนังหลอดลมอ่อนตัวหรือเสียรูป
  • เกิดช่องเชื่อมผิดปกติระหว่างหลอดลมกับหลอดอาหาร ทำให้อาหารหรือน้ำเข้าสู่ปอดได้
  • เกิดช่องเชื่อมระหว่างหลอดลมกับเส้นเลือดใหญ่ ซึ่งพบไม่บ่อยแต่ทำให้เลือดออกรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • การติดเชื้อของหลอดลมหรือปอด
  • ปัญหาการพูด การกลืน หรือการสำลัก

การทำความสะอาดท่อ รักษาความชื้น ดูดเสมหะอย่างถูกวิธี และสังเกตตำแหน่งท่อช่วยลดความเสี่ยงบางส่วนได้ แต่ไม่สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ทั้งหมด หากต้องใช้ท่อระยะยาว ควรไปตามนัดเพื่อประเมินท่อ แผล ทางเดินหายใจ การกลืน และความพร้อมในการลดการพึ่งท่อ

สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

ปัญหาเกี่ยวกับท่อเจาะคออาจทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้นอย่างรวดเร็ว หากผู้ป่วยอยู่โรงพยาบาลให้เรียกเจ้าหน้าที่ทันที หากอยู่บ้านให้ทำตามแผนฉุกเฉินที่ทีมรักษาสอนและติดต่อบริการฉุกเฉินเมื่อหายใจไม่ออก

อาการควรทำอย่างไร
หายใจลำบาก หอบ หน้าอกบุ๋ม หรืออากาศผ่านท่อน้อยลงขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที
ท่อหลุด เคลื่อน หรือดูเหมือนอยู่ผิดตำแหน่งอย่าฝืนใส่กลับหากไม่ได้รับการฝึก ให้ทำตามแผนฉุกเฉิน
ดูดเสมหะไม่ได้ หรือสายดูดผ่านท่อไม่ได้นึกถึงท่ออุดตันหรือผิดตำแหน่งและขอความช่วยเหลือทันที
เลือดออกมาก ไหลไม่หยุด หรือพุ่งจากท่อเป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องไปโรงพยาบาลทันที
ริมฝีปากหรือผิวหนังเขียวคล้ำ ซึมลง หรือหมดสติเรียกบริการฉุกเฉินและเริ่มการช่วยชีวิตตามที่ได้รับการฝึก
คอบวมรวดเร็ว มีเสียงกรอบแกรบใต้ผิวหนัง หรือเจ็บหน้าอกรีบพบแพทย์ เพราะอาจมีอากาศรั่ว
มีไข้ เสมหะเปลี่ยนสีหรือมีกลิ่น หายใจแย่ลงติดต่อทีมรักษาโดยเร็วเพื่อประเมินการติดเชื้อ
ผิวหนังรอบรูเปิดแดง บวม เจ็บ หรือมีหนองติดต่อโรงพยาบาล ไม่ควรรักษาแผลเองโดยไม่ประเมิน
สำลัก ไอมากระหว่างกิน หรืออาหารออกทางท่อหยุดกินและขอประเมินการกลืน
ตำแหน่งท่อเปลี่ยน รู้สึกแน่นหรือเจ็บผิดปกติให้ทีมรักษาตรวจท่อ ไม่ควรปรับลึกหรือดึงออกเอง

เลือดปริมาณเล็กน้อยอาจพบได้จากการระคายเคือง แต่ผู้ดูแลไม่ควรตัดสินเองว่าเลือดออกระดับใดปลอดภัย โดยเฉพาะเลือดสดที่เพิ่มขึ้นหรือเกิดขึ้นหลังใส่ท่อมาระยะหนึ่ง (Healthline)

ทางเลือกอื่น

ทางเลือกขึ้นอยู่กับเหตุผลที่ต้องเจาะคอ ไม่มีวิธีเดียวที่แทนได้ในทุกสถานการณ์ และหากทางเดินหายใจอุดกั้นรุนแรง การชะลอการเปิดทางเดินหายใจอาจเป็นอันตราย

ท่อช่วยหายใจผ่านปากหรือจมูก

หากคาดว่าจะใช้เครื่องช่วยหายใจในช่วงสั้น ทีมรักษาอาจคงท่อที่ผ่านปากหรือจมูกไว้ก่อน วิธีนี้ไม่ต้องเปิดแผลที่คอ แต่ท่ออาจทำให้ไม่สบาย สื่อสารและกินไม่ได้ตามปกติ และไม่เหมาะกับการใช้ต่อเนื่องในผู้ป่วยบางราย การเลือกเวลาที่ควรเปลี่ยนเป็นท่อที่คอขึ้นกับแนวโน้มการฟื้นและสภาพผู้ป่วย ไม่ควรใช้เกณฑ์เวลาเพียงอย่างเดียว

รักษาสาเหตุของการอุดกั้น

หากการอุดกั้นแก้ได้ด้วยยา การลดอาการบวม การเอาสิ่งแปลกปลอมออก หรือการผ่าตัดแก้จุดตีบโดยตรง การเจาะคออาจไม่จำเป็นหรือใช้เพียงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่ออกซิเจนไม่เพียงพอต้องได้รับการเปิดทางเดินหายใจก่อน แล้วจึงรักษาสาเหตุ

ช่วยขับเสมหะโดยไม่ผ่าตัด

ผู้ป่วยที่ยังไอได้บางส่วนอาจใช้กายภาพทรวงอก เครื่องช่วยไอ การดูดเสมหะทางปากหรือจมูก และการจัดการความชื้นก่อน แต่หากเสมหะค้างซ้ำๆ หรือไม่สามารถปกป้องทางเดินหายใจ วิธีเหล่านี้อาจไม่เพียงพอ

การช่วยหายใจแบบไม่ใส่ท่อ

หน้ากากช่วยหายใจอาจเหมาะกับโรคทางปอดหรือกล้ามเนื้อบางชนิดเมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ทางเดินหายใจยังเปิด และสามารถจัดการเสมหะได้ แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยเมื่อทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้น มีเสมหะมาก สำลักง่าย หรือหยุดหายใจ

การเปิดทางเดินหายใจฉุกเฉินแบบอื่น

ในภาวะฉุกเฉินที่ใส่ท่อผ่านปากไม่ได้ แพทย์อาจสร้างช่องเปิดชั่วคราวบริเวณเยื่อหุ้มใต้กล่องเสียง ซึ่งทำได้รวดเร็วกว่าการเจาะคอแบบมาตรฐาน เมื่อผู้ป่วยคงที่แล้วจึงพิจารณาเปลี่ยนเป็นช่องเปิดที่เหมาะกับการใช้ระยะยาว (Healthline)

หากคำถามคือควรเจาะคอหรือรักษาแบบประคับประคอง ครอบครัวควรขอให้ทีมรักษาอธิบายพยากรณ์โรคและเป้าหมายอย่างตรงไปตรงมา การเจาะคอสามารถช่วยให้อากาศเข้าสู่ปอด แต่ไม่สามารถย้อนความเสียหายของสมอง รักษาโรคระบบประสาทระยะท้าย หรือหยุดโรคมะเร็งได้ด้วยตัวเอง การเลือกไม่ทำอาจเป็นทางเลือกที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วยบางรายเมื่อประโยชน์ที่คาดหวังไม่ตรงกับเป้าหมายชีวิต

สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมขึ้นกับเหตุผลทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรให้โรงพยาบาลตรวจสอบสิทธิก่อนทำเมื่อเป็นหัตถการที่วางแผนได้ ส่วนภาวะฉุกเฉิน ทีมรักษาจะให้ความสำคัญกับการช่วยชีวิตและดำเนินการด้านสิทธิตามระบบภายหลัง

บัตรทอง

ผู้มีสิทธิบัตรทองควรเริ่มที่หน่วยบริการประจำหรือโรงพยาบาลที่ลงทะเบียน หากโรงพยาบาลนั้นไม่มีศักยภาพด้านการผ่าตัดหรือการดูแลผู้ป่วยวิกฤต จะพิจารณาส่งต่อตามข้อบ่งชี้ ควรถามว่าสิทธิครอบคลุมการผ่าตัด การนอนโรงพยาบาล อุปกรณ์ท่อ การดูดเสมหะ และการติดตามหลังกลับบ้านอย่างไร

ประกันสังคม

โดยทั่วไปควรเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลตามสิทธิหรือสถานพยาบาลที่ได้รับการส่งต่อ การรักษาฉุกเฉินอาจเริ่มที่โรงพยาบาลที่สามารถเปิดทางเดินหายใจได้ก่อน ผู้ป่วยหรือครอบครัวควรแจ้งข้อมูลสิทธิแก่เจ้าหน้าที่เมื่อสถานการณ์ปลอดภัยแล้ว และสอบถามขั้นตอนส่งต่อหรือกลับไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตามสิทธิ

สิทธิข้าราชการและสิทธิรัฐอื่น

การเข้ารับบริการมักเป็นไปตามโรงพยาบาลและเงื่อนไขของสิทธินั้น ควรตรวจสอบเรื่องหนังสือส่งตัว การเบิกอุปกรณ์สำหรับดูแลท่อที่บ้าน และการติดตามกับแผนกหู คอ จมูก เวชบำบัดวิกฤต หรือเวชศาสตร์ฟื้นฟูตามปัญหาหลักของผู้ป่วย

ประกันสุขภาพเอกชน

บริษัทประกันอาจพิจารณาจากความจำเป็นทางการแพทย์ โรคที่เป็นมาก่อน ระยะรอคอย เงื่อนไขผู้ป่วยใน และข้อยกเว้นของกรมธรรม์ ควรขอให้โรงพยาบาลส่งเอกสารขออนุมัติก่อนเมื่อสถานการณ์ไม่ฉุกเฉิน และถามว่าครอบคลุมการดูแลต่อเนื่อง อุปกรณ์ที่บ้าน และการกลับมานอนโรงพยาบาลจากภาวะแทรกซ้อนหรือไม่

ไม่ว่าสิทธิใด ควรถามโรงพยาบาลให้ชัดว่าใครเป็นผู้จัดหาเครื่องดูดเสมหะ อุปกรณ์เพิ่มความชื้น ท่อสำรอง และวัสดุดูแลแผล รวมถึงต้องติดต่อหน่วยใดเมื่อต้องเปลี่ยนท่อหรือท่อมีปัญหา เพราะการครอบคลุมอุปกรณ์นอกโรงพยาบาลอาจต่างจากการรักษาระหว่างนอนโรงพยาบาล

จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

คำถามที่พบบ่อย

เจาะคอแล้วพูดได้ไหม

ผู้ป่วยบางคนกลับมาพูดได้ แต่โดยทั่วไปจะยังพูดไม่ได้ทันทีหลังทำ เพราะลมออกทางท่อที่คอแทนการผ่านสายเสียง ความสามารถในการพูดขึ้นกับชนิดและขนาดท่อ การใช้เครื่องช่วยหายใจ สภาพกล่องเสียง และความปลอดภัยของทางเดินหายใจ (Healthline)

ไม่ควรใช้นิ้วปิดท่อหรือทดลองอุปกรณ์ช่วยพูดเอง ทีมรักษาต้องตรวจว่าลมสามารถผ่านขึ้นไปทางปากและจมูกได้ก่อน หากทางเดินด้านบนยังอุดกั้น การปิดท่ออาจทำให้หายใจไม่ออก

เจาะคอแล้วกินอาหารทางปากได้หรือไม่

บางคนกินทางปากได้หลังผ่านการประเมินการกลืน แต่บางคนต้องให้อาหารทางสายชั่วคราว ปัญหาไม่ได้เกิดจากท่อเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวกับโรคทางสมอง กล้ามเนื้ออ่อนแรง การผ่าตัดบริเวณคอ หรือภาวะรู้สึกตัวลดลง

หากกินแล้วไอ สำลัก เสียงเปลี่ยน หายใจเหนื่อย หรือมีอาหารออกทางท่อ ควรหยุดกินและแจ้งทีมรักษา

เจาะคอแล้วต้องใช้ท่อตลอดชีวิตไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป ท่ออาจถอดได้เมื่อสาเหตุที่ทำให้ต้องเจาะคอดีขึ้น ผู้ป่วยหายใจเองได้ ทางเดินหายใจส่วนบนเปิด ไอขับเสมหะได้ และกลืนอย่างปลอดภัย

หากมีการอุดกั้นถาวรหรือโรคที่ทำให้หายใจและขับเสมหะไม่ได้ต่อเนื่อง อาจต้องใช้ท่อระยะยาว การตัดสินใจถอดต้องทำโดยทีมรักษา ไม่ควรถอดเอง

เมื่อถอดท่อแล้วรูที่คอจะปิดเองหรือไม่

รูอาจค่อยๆ ปิดเองหลังถอดท่อ โดยเฉพาะเมื่อใช้ท่อไม่นาน แต่บางคนมีช่องเปิดคงอยู่และอาจต้องผ่าตัดปิด ปัจจัยสำคัญคือระยะเวลาที่ใส่ท่อ ขนาดช่อง และการหายของเนื้อเยื่อ

เจาะคอเจ็บไหม

ระหว่างทำแบบวางแผน ผู้ป่วยมักได้รับยาสลบหรือยาชาร่วมกับยาช่วยให้ผ่อนคลาย จึงไม่ควรรู้สึกเจ็บจากการผ่าตัดตามปกติ หลังทำอาจเจ็บ ระคายคอ หรือรู้สึกตึงบริเวณแผล ระดับอาการขึ้นกับวิธีทำ โรคเดิม และภาวะแทรกซ้อน

หากปวดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วร่วมกับคอบวม เลือดออก หรือหายใจลำบาก ต้องให้แพทย์ตรวจทันที

เจาะคอแล้วหายใจเองได้ไหม

บางคนหายใจเองผ่านท่อได้ ขณะที่บางคนต้องต่อท่อกับเครื่องช่วยหายใจ การมีท่อที่คอไม่ได้หมายความว่าปอดหรือกล้ามเนื้อหายใจกลับมาทำงานเองแล้ว ท่อเป็นเพียงทางผ่านของอากาศ ส่วนแรงหายใจขึ้นกับโรคต้นเหตุ

ทำไมเสมหะจึงมากหรือเหนียวขึ้นหลังเจาะคอ

อากาศเข้าสู่หลอดลมโดยไม่ผ่านจมูกและปาก จึงไม่ได้รับความชื้นและการกรองตามธรรมชาติเท่าเดิม อากาศแห้งอาจระคายทางเดินหายใจและทำให้เสมหะเหนียวขึ้น ทีมรักษาจึงอาจใช้อุปกรณ์เพิ่มความชื้นและสอนการดูดเสมหะ

ไม่ควรหยอดสารใดลงท่อเอง เว้นแต่เป็นวิธีที่ทีมรักษาสั่งและสอนเฉพาะผู้ป่วยรายนั้น

ท่อเจาะคอหลุดทำอย่างไร

ให้ทำตามแผนฉุกเฉินที่ทีมรักษาสอนไว้และขอความช่วยเหลือทันที โดยเฉพาะหากหายใจลำบาก ไม่ควรฝืนใส่ท่อกลับหากไม่ได้รับการฝึก เพราะอาจใส่ผิดทาง ทำให้เลือดออก หรือทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้น

ผู้ที่กลับบ้านพร้อมท่อควรมีอุปกรณ์สำรองและหมายเลขติดต่อฉุกเฉินตามรายการของโรงพยาบาล

อาบน้ำหรือว่ายน้ำได้ไหม

อาบน้ำได้เมื่อทีมรักษาอนุญาตและใช้วิธีป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่อ แต่ไม่ควรว่ายน้ำขณะที่ยังมีท่อเจาะคอ เพราะน้ำสามารถเข้าสู่หลอดลมและปอดโดยตรงได้ การคลุมท่อต้องไม่ปิดกั้นการหายใจ

ต้องเปลี่ยนท่อบ่อยแค่ไหน

ไม่มีช่วงเวลาเดียวสำหรับทุกคน เพราะขึ้นกับชนิดท่อ สภาพเสมหะ ผิวหนังรอบรูเปิด การใช้เครื่องช่วยหายใจ และแนวทางของโรงพยาบาล ทีมรักษาจะกำหนดตารางและผู้ที่ควรเป็นคนเปลี่ยนท่อ ผู้ดูแลไม่ควรเปลี่ยนเองจนกว่าจะได้รับการฝึกและอนุญาตอย่างชัดเจน

เจาะคอมีโอกาสติดเชื้อหรือไม่

มีโอกาสติดเชื้อได้ทั้งที่ผิวหนังรอบช่องเปิด หลอดลม และปอด สัญญาณที่ควรให้แพทย์ประเมิน ได้แก่ แผลแดงบวมมากขึ้น มีหนอง มีกลิ่นผิดปกติ มีไข้ เสมหะเปลี่ยนไป หรือหายใจแย่ลง

ผู้ป่วยกลับบ้านพร้อมท่อได้หรือไม่

กลับบ้านได้ในผู้ป่วยบางรายเมื่อการหายใจคงที่ แผนดูแลเสมหะชัดเจน ผู้ดูแลผ่านการฝึก และมีอุปกรณ์พร้อม ทีมรักษาต้องประเมินสภาพบ้าน ความสามารถของผู้ดูแล และทางเข้าถึงบริการฉุกเฉินก่อน

การเจาะคอรักษาโรคต้นเหตุได้หรือไม่

การเจาะคอช่วยสร้างทางเดินให้อากาศเข้าสู่ปอดและช่วยจัดการเสมหะ แต่ไม่ได้รักษาโรคต้นเหตุโดยตรง โรคปอด สมอง ระบบประสาท การบาดเจ็บ หรือก้อนที่ทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้นยังต้องได้รับการรักษาแยกต่างหาก

ควรถามแพทย์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

ควรถามว่าเหตุผลหลักที่ต้องทำคืออะไร มีทางเลือกอื่นหรือไม่ คาดว่าจะใช้ท่อชั่วคราวหรือระยะยาว และอะไรคือเงื่อนไขในการถอดท่อ นอกจากนี้ควรถามถึงโอกาสกลับมาพูดและกิน การพึ่งเครื่องช่วยหายใจ ภาระการดูแลที่บ้าน และผลที่จะเกิดขึ้นหากไม่ทำ การได้คำตอบเหล่านี้ช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวตัดสินใจตามเป้าหมายการรักษาได้ชัดเจนขึ้น

(Cleveland Clinic): https://my.clevelandclinic.org/health/procedures/tracheostomy: https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/tracheostomy/about/pac-20384673: https://www.healthline.com/health/complication-of-tracheostomy

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

HDcare ช่วยคุณหาแพทย์และโรงพยาบาลที่เหมาะกับการผ่าตัดที่ต้องการ

ทีมงานช่วยประสานงานนัดหมาย เตรียมเอกสาร และติดตามผลหลังผ่าตัด

HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่ได้ให้การรักษาโดยตรง

ภาพแพทย์และพยาบาลในหน้านี้เป็นภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่บุคลากรจริงของ HDcare หรือโรงพยาบาลในเครือข่าย

© 2026 HDmall · HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล

ภาพประกอบสร้างด้วย AIภาพประกอบ AI
ปรึกษาทีม HDcare ทางไลน์

HDcare ช่วยประสานงานนัดหมาย เปรียบเทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย เทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย และดูแลตลอดการรักษา