ผ่าตัดและหัตถการ โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

ผ่าตัดทรวงอกส่องกล้อง

ผ่าตัดทรวงอกส่องกล้อง (Thoracoscopic surgery (VATS)) คือการผ่าตัดผ่านแผลเล็กบริเวณผนังทรวงอก โดยใช้กล้องส่งภาพให้ศัลยแพทย์เห็นอวัยวะภายใน ใช้ตรวจหรือรักษาโรคของปอด เยื่อหุ้มปอด หลอดอาหาร และอวัยวะบางส่วนในช่องอก การผ่าตัดนี้ยังเป็นการผ่าตัดใหญ่ ต้องดมยาสลบและอาจต้องใส่ท่อระบายทรวงอก แต่โดยทั่วไปมีแผลเล็กและฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าตัดเปิดทรวงอก

ประเด็นสำคัญ

  • ใช้ได้ทั้งเพื่อเก็บชิ้นเนื้อวินิจฉัยโรคและเพื่อรักษา เช่น ตัดก้อน ตัดปอดบางส่วน ระบายลมหรือของเหลว และนำเยื่อพังผืดรอบปอดออก
  • ผู้ป่วยมักดมยาสลบ ศัลยแพทย์ใส่กล้องและเครื่องมือผ่านแผลเล็กหนึ่งแผลหรือหลายแผล และมักใส่ท่อระบายทรวงอกไว้ชั่วคราวหลังผ่าตัด
  • ไม่ใช่ทุกโรคหรือทุกระยะจะเหมาะกับวิธีส่องกล้อง หากมีพังผืดมาก ก้อนอยู่ในตำแหน่งซับซ้อน หรือเกิดเลือดออก ศัลยแพทย์อาจต้องเปลี่ยนเป็นผ่าตัดเปิดเพื่อความปลอดภัย

ผ่าตัดทรวงอกส่องกล้อง คืออะไร

การผ่าตัดชนิดนี้เป็นเทคนิคที่ศัลยแพทย์ทรวงอกใช้เข้าถึงช่องอกผ่านแผลขนาดเล็ก โดยไม่ต้องเปิดแผลยาวระหว่างซี่โครงแบบการผ่าตัดเปิด กล้องขนาดเล็กส่งภาพจากภายในช่องอกขึ้นจอ ศัลยแพทย์จึงมองเห็นปอด เยื่อหุ้มปอด และอวัยวะใกล้เคียง พร้อมสอดเครื่องมือผ่าตัดผ่านแผลอื่นเพื่อทำหัตถการ

จำนวนและตำแหน่งของแผลไม่เหมือนกันในทุกคน บางการผ่าตัดใช้แผลเดียว ขณะที่บางการผ่าตัดใช้หลายแผล ขึ้นกับโรค ตำแหน่งรอยโรค ขนาดชิ้นเนื้อที่ต้องนำออก และเทคนิคของทีมผ่าตัด หากต้องนำปอดหรือก้อนออก ชิ้นเนื้อจะถูกใส่ในถุงก่อนนำออกทางแผลหนึ่งซึ่งอาจต้องขยายให้กว้างขึ้น

การส่องกล้องเป็น “ทางเข้าสำหรับการผ่าตัด” ไม่ใช่ชื่อการรักษาเพียงอย่างเดียว ศัลยแพทย์อาจใช้วิธีนี้ทำหัตถการต่างกันมาก เช่น

  • ตัดชิ้นเนื้อจากปอดหรือเยื่อหุ้มปอดเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา
  • ตัดปอดเป็นรูปลิ่ม ตัดปอดเป็นส่วน หรือตัดกลีบปอด
  • ตัดต่อมน้ำเหลืองเพื่อประเมินการกระจายของมะเร็ง
  • รักษาภาวะลมรั่วหรือปอดแฟบจากถุงลมโป่งพองเฉพาะที่
  • ระบายของเหลวในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือทำให้เยื่อหุ้มปอดติดกันเพื่อลดการเกิดน้ำซ้ำ
  • นำหนอง เยื่อพังผืด หรือเนื้อเยื่อติดเชื้อรอบปอดออก
  • ผ่าตัดต่อมไทมัส หลอดอาหาร กระบังลม หรือก้อนบางชนิดในช่องอก

เมื่อเทียบกับการเปิดทรวงอก วิธีส่องกล้องมักทำให้บาดแผลเล็กกว่า เจ็บแผลน้อยกว่า และฟื้นตัวเร็วกว่า อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ที่แต่ละคนได้รับขึ้นกับชนิดและความซับซ้อนของการผ่าตัด สุขภาพของปอด และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าการผ่าตัดจะไม่มีความเจ็บปวดหรือไม่มีความเสี่ยง Mayo Clinic

ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ผู้ที่กำลังกังวลว่าตนเอง “ต้องผ่าหรือไม่” ควรแยกเป็นสองคำถาม คือ จำเป็นต้องรักษาหรือเก็บชิ้นเนื้อหรือไม่ และถ้าจำเป็น วิธีส่องกล้องเหมาะกว่าวิธีอื่นหรือไม่ ศัลยแพทย์จะตอบจากภาพเอกซเรย์ ผลตรวจสมรรถภาพปอด โรคร่วม และเป้าหมายของการผ่าตัด

ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด

แพทย์อาจพิจารณาวิธีส่องกล้องในกรณีต่อไปนี้

  • พบก้อนหรือจุดผิดปกติในปอดที่ต้องเก็บชิ้นเนื้อ และวิธีเจาะตรวจแบบอื่นทำไม่ได้หรือยังให้คำตอบไม่ชัด
  • เป็นมะเร็งปอดบางระยะที่สามารถตัดออกได้ โดยตำแหน่งและขนาดของก้อนเหมาะกับการผ่าตัด
  • มีก้อนแพร่กระจายมาที่ปอดบางลักษณะ ซึ่งทีมรักษาเห็นว่าการตัดออกมีประโยชน์
  • มีลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด เกิดปอดแฟบซ้ำ หรือมีจุดรั่วที่ไม่หายด้วยการใส่ท่อระบาย
  • มีน้ำหรือหนองในช่องเยื่อหุ้มปอดที่ระบายไม่หมด หรือมีเยื่อพังผืดขัดขวางการขยายตัวของปอด
  • มีโรคของเยื่อหุ้มปอด ต่อมไทมัส หลอดอาหาร หรือก้อนในช่องอกที่เข้าถึงด้วยวิธีนี้ได้
  • มีเหงื่อออกมากผิดปกติบางกรณี ซึ่งแพทย์ประเมินแล้วว่าการรักษาอื่นไม่ได้ผลและประโยชน์คุ้มกับผลข้างเคียง

การมีโรคเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องผ่าตัด บางก้อนสามารถติดตามด้วยภาพถ่าย บางการติดเชื้อรักษาด้วยยาและการระบาย บางมะเร็งควรรักษาด้วยยา รังสีรักษา หรือการรักษาร่วมหลายวิธี

ผู้ที่อาจไม่เหมาะ หรือจำเป็นต้องประเมินเพิ่ม

การส่องกล้องอาจทำได้ยากหรือไม่ใช่ทางเลือกแรกเมื่อ

  • รอยโรคมีขนาดใหญ่ อยู่ชิดหลอดเลือดสำคัญ หรือกระจายจนไม่สามารถตัดออกตามเป้าหมาย
  • เคยผ่าตัดหรือมีการอักเสบในช่องอกจนคาดว่ามีพังผืดมาก
  • ปอดหรือหัวใจทำงานไม่เพียงพอที่จะทนต่อการดมยาสลบและการทำให้ปอดข้างหนึ่งแฟบชั่วคราว
  • หากมีการติดเชื้อทั่วร่างกายหรือสัญญาณชีพไม่คงที่ ทีมรักษาต้องประเมินและทำให้ผู้ป่วยคงที่โดยเร่งด่วนก่อนหรือควบคู่กับการผ่าตัด ทั้งนี้ การติดเชื้อหรือหนองในช่องเยื่อหุ้มปอดที่ระบายไม่หมดอาจเป็นข้อบ่งชี้ให้ผ่าตัดส่องกล้อง
  • มีภาวะเลือดออกง่ายหรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
  • สุขภาพโดยรวมเปราะบางมาก จนความเสี่ยงของการผ่าตัดสูงกว่าประโยชน์
  • การผ่าตัดเปิดทำให้ศัลยแพทย์ควบคุมโรคหรือหลอดเลือดได้เหมาะสมกว่า

การเคยผ่าตัดทรวงอกมาก่อนไม่ได้ห้ามวิธีส่องกล้องเสมอไป แต่พังผืดอาจทำให้ผ่าตัดยากขึ้น ศัลยแพทย์ต้องดูภาพถ่ายและประวัติการรักษาเป็นรายบุคคล Mayo Clinic

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวมีเป้าหมายเพื่อยืนยันว่าการผ่าตัดเหมาะสม ประเมินว่าหัวใจและปอดรับการผ่าตัดได้หรือไม่ และลดโอกาสเกิดเลือดออก การติดเชื้อ หรือปัญหาจากยาสลบ

การตรวจที่อาจจำเป็น

ชนิดการตรวจขึ้นกับโรคและขอบเขตการผ่าตัด อาจประกอบด้วย

  • ตรวจเลือด เช่น ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การแข็งตัวของเลือด การทำงานของไตและตับ
  • เอกซเรย์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอก
  • การตรวจภาพเพิ่มเติมเพื่อประเมินการกระจายของโรค หากสงสัยมะเร็ง
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือประเมินหัวใจเพิ่มเติมในผู้ที่มีความเสี่ยง
  • ตรวจสมรรถภาพปอด เพื่อดูว่าปอดที่เหลือจะเพียงพอหรือไม่หากต้องตัดเนื้อปอด
  • ส่องกล้องหลอดลมหรือเก็บชิ้นเนื้อด้วยวิธีอื่น หากจำเป็นต่อแผนรักษา

ผลตรวจอาจทำให้แผนเปลี่ยนได้ ตัวอย่างเช่น หากสมรรถภาพปอดจำกัด ศัลยแพทย์อาจลดขอบเขตการตัด เลือกการรักษาอื่น หรือให้ฟื้นฟูปอดก่อนผ่าตัด

อาหาร น้ำ และยา

โรงพยาบาลจะแจ้งเวลางดอาหารและน้ำตามเวลาผ่าตัดและแผนดมยาสลบ คุณควรทำตามคำสั่งนั้นโดยตรง ไม่ควรเดาเวลาเอง เพราะอาหารหรือน้ำที่ยังอยู่ในกระเพาะอาจไหลย้อนเข้าปอดขณะดมยาสลบได้

แจ้งทีมรักษาเกี่ยวกับยาทุกชนิด รวมถึง

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
  • ยารักษาเบาหวานและอินซูลิน
  • ยารักษาความดันโลหิตหรือโรคหัวใจ
  • ยาแก้ปวดบางชนิด
  • วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม
  • ประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร หรือเคยมีปัญหาจากยาสลบ

ยาบางชนิดต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ไม่ควรหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้ตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา การทำงานของไต และความเสี่ยงต่อเลือดออกหรือหลอดเลือดอุดตัน Cleveland Clinic

การสูบบุหรี่และสภาพร่างกาย

หากสูบบุหรี่ การหยุดสูบก่อนผ่าตัดช่วยให้เสมหะลดลง แผลหายดีขึ้น และลดปัญหาการหายใจหลังผ่าตัด แม้เหลือเวลาไม่มาก การหยุดก็ยังมีประโยชน์ บอกแพทย์ตรงๆ ว่าสูบมากน้อยเพียงใด เพื่อให้ทีมวางแผนดูแลทางเดินหายใจ

รับประทานอาหารให้เพียงพอและเคลื่อนไหวตามกำลัง หากแพทย์แนะนำการฝึกหายใจหรือฟื้นฟูปอดก่อนผ่าตัด ควรทำสม่ำเสมอ ไม่ควรเริ่มออกกำลังกายหนักเองในช่วงที่มีอาการหอบ เจ็บหน้าอก หรือมีปอดแฟบ

สิ่งที่ควรเตรียมไปโรงพยาบาล

  • บัตรประชาชน เอกสารส่งตัว และเอกสารสิทธิการรักษา
  • รายการยาทั้งหมดหรือยาที่ใช้อยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิม
  • ผลตรวจ ภาพถ่าย และแผ่นบันทึกภาพจากสถานพยาบาลเดิม
  • ข้อมูลการแพ้ยาและโรคประจำตัว
  • เสื้อผ้าหลวม ใส่ง่าย และรองเท้าที่ไม่ลื่น
  • ผู้ดูแลหรือผู้ติดต่อที่พากลับบ้านและช่วยช่วงแรกหลังจำหน่าย

ก่อนลงนามยินยอม คุณควรทราบว่าจะตัดอวัยวะส่วนใด เป้าหมายคือวินิจฉัยหรือรักษา มีโอกาสต้องตัดมากกว่าที่วางแผนหรือไม่ และในสถานการณ์ใดที่อาจต้องเปลี่ยนเป็นผ่าตัดเปิด

ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดจริงต่างกันตามอวัยวะและโรค แต่ลำดับทั่วไปเป็นดังนี้

  • เตรียมยาสลบและติดอุปกรณ์เฝ้าระวัง

วิสัญญีแพทย์ให้ยาสลบเพื่อให้คุณหลับและไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด พร้อมติดตามการเต้นของหัวใจ ความดัน ออกซิเจน และการหายใจ

  • ใส่ท่อช่วยหายใจ

การผ่าตัดปอดจำนวนมากต้องใช้ท่อช่วยหายใจที่ควบคุมปอดแต่ละข้างแยกกัน ทีมผ่าตัดจึงทำให้ปอดด้านที่จะผ่าตัดแฟบชั่วคราวเพื่อเพิ่มพื้นที่ทำงาน ส่วนปอดอีกข้างยังได้รับการช่วยหายใจ

  • จัดท่านอน

โดยทั่วไปผู้ป่วยนอนตะแคง ให้ด้านที่จะผ่าตัดอยู่ด้านบน ตำแหน่งอาจเปลี่ยนตามอวัยวะเป้าหมาย ทีมดูแลจะรองรับจุดกดทับและจัดแขนขาไม่ให้เส้นประสาทถูกกด

  • เปิดแผลขนาดเล็กบริเวณผนังทรวงอก

ศัลยแพทย์ทำแผลหนึ่งแผลหรือหลายแผลระหว่างซี่โครง จากนั้นใส่กล้องผ่านแผลหนึ่ง และใส่เครื่องมือผ่านแผลอื่น รูปแบบของแผลขึ้นกับเทคนิคและงานที่ต้องทำ

  • ตรวจช่องอกและทำหัตถการ

ศัลยแพทย์ตรวจตำแหน่งโรคผ่านภาพบนจอ แล้วเก็บชิ้นเนื้อ ตัดก้อน ตัดเนื้อปอด ระบายของเหลว ห้ามเลือด หรือนำพังผืดออกตามแผน ในการผ่าตัดมะเร็งอาจนำต่อมน้ำเหลืองออกเพื่อตรวจเพิ่มเติม

  • ส่งชิ้นเนื้อตรวจ

ชิ้นเนื้อจะถูกส่งให้พยาธิแพทย์ตรวจ บางกรณีมีการตรวจอย่างรวดเร็วระหว่างผ่าตัดเพื่อช่วยตัดสินใจ แต่ผลฉบับสมบูรณ์มักออกภายหลัง หากผลชิ้นเนื้อเปลี่ยนการวินิจฉัย คุณอาจต้องรับการรักษาเพิ่มเติม

  • ตรวจเลือดออกและการรั่วของลม

ก่อนปิดแผล ศัลยแพทย์ตรวจจุดเลือดออกและทดสอบการรั่วของปอด หากพบจุดรั่วจะซ่อมตามความเหมาะสม

  • ใส่ท่อระบายทรวงอก

ท่อนี้ช่วยระบายลม เลือด หรือของเหลว และช่วยให้ปอดขยายกลับ มักต่อกับขวดหรือเครื่องควบคุมแรงดูด ระยะเวลาที่ต้องใส่ขึ้นกับปริมาณของเหลวและการรั่วของลม

  • ปิดแผลและปลุกจากยาสลบ

ศัลยแพทย์ปิดแผลด้วยไหม วัสดุเย็บ หรือกาวปิดแผลตามความเหมาะสม จากนั้นทีมวิสัญญีปลุกผู้ป่วย หากการหายใจยังไม่พร้อม อาจต้องใส่ท่อช่วยหายใจต่อและดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤต

แม้วางแผนส่องกล้องไว้ ศัลยแพทย์อาจต้องเปลี่ยนเป็นเปิดทรวงอกหากพบเลือดออก พังผืดหนา มองเห็นโครงสร้างสำคัญไม่ชัด หรือจำเป็นต้องเข้าถึงรอยโรคกว้างขึ้น การเปลี่ยนวิธีไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อควบคุมปัญหาให้ปลอดภัยขึ้น

ใช้เวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาผ่าตัดแตกต่างกันมาก ตั้งแต่หัตถการขนาดเล็กไปจนถึงการผ่าตัดซับซ้อนหลายชั่วโมง ควรถามทีมผ่าตัดถึงเวลาที่คาดไว้สำหรับหัตถการของตน โดยเวลาที่ครอบครัวรอจะรวมการเตรียมยาสลบ จัดท่า และพักฟื้นด้วย

การผ่าตัดนี้โดยทั่วไปใช้การดมยาสลบ หลังผ่าตัด ผู้ป่วยมักต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังการหายใจ ดูการรั่วของลม ควบคุมความปวด และรอถอดท่อระบาย โดยทั่วไปต้องนอนโรงพยาบาลจนการหายใจและอาการปวดคงที่ เดินและรับประทานอาหารได้ และท่อระบายอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ระยะนอนโรงพยาบาลแตกต่างตามชนิดการผ่าตัด ภาวะลมรั่ว ภาวะแทรกซ้อน และแนวทางของแต่ละโรงพยาบาลในประเทศไทย ทีมผ่าตัดควรแจ้งช่วงเวลาที่คาดไว้เป็นรายบุคคล

พักฟื้นนานแค่ไหน

การฟื้นตัวแบ่งเป็นการหายใจได้มั่นคง การถอดท่อระบาย การกลับไปทำกิจวัตร และการฟื้นกำลังเต็มที่ แต่ละระยะไม่เกิดพร้อมกัน ผู้ที่เก็บชิ้นเนื้อเล็กน้อยมักฟื้นเร็วกว่าผู้ที่ตัดกลีบปอดหรือเลาะพังผืดรอบปอด

ช่วงเวลาโดยทั่วไปสิ่งที่มักเกิดขึ้นสิ่งที่ควรเน้น
วันแรกหลังผ่าตัดเจ็บแผล ง่วงจากยาสลบ มีท่อระบายและอาจใช้ออกซิเจนฝึกหายใจ ไออย่างถูกวิธี และลุกนั่งหรือเดินเมื่อทีมรักษาอนุญาต
ช่วงอยู่โรงพยาบาลทีมดูปริมาณของเหลวและลมรั่ว ตรวจภาพปอด และปรับยาแก้ปวดเดินเป็นระยะ กินอาหารตามที่รับได้ และแจ้งเมื่อปวดจนหายใจลึกไม่ได้
สัปดาห์แรกที่บ้านเหนื่อยง่าย เจ็บตึงหรือชารอบแผล และนอนหลับไม่เต็มที่ได้เพิ่มกิจกรรมทีละน้อย ดูแลแผล และทำแบบฝึกหายใจตามคำแนะนำ
หลายสัปดาห์ถัดมาแรงและระยะเดินค่อยๆ ดีขึ้น แต่อาจยังเหนื่อยเมื่อต้องออกแรงกลับไปทำงานตามลักษณะงาน หลีกเลี่ยงการยกหนักจนแพทย์อนุญาต
ระยะฟื้นเต็มที่ขึ้นกับปริมาณปอดที่ตัด โรคเดิม และภาวะแทรกซ้อนไปตามนัด รับผลชิ้นเนื้อ และเริ่มการรักษาต่อเนื่องหากจำเป็น

ความปวดและอาการชารอบแผล

แม้แผลเล็ก แต่เครื่องมือผ่านช่องระหว่างซี่โครงซึ่งมีเส้นประสาทอยู่ จึงอาจเจ็บ แสบ ชา หรือรู้สึกไวผิดปกติรอบแผลได้ ความปวดควรค่อยๆ ลดลง หากปวดจนไม่กล้าหายใจลึกหรือไอ ควรแจ้งทีมรักษา เพราะการระบายเสมหะไม่ดีเพิ่มความเสี่ยงปอดแฟบและปอดอักเสบ

ใช้ยาแก้ปวดตามแผนที่ได้รับ ไม่เพิ่มยาเอง โดยเฉพาะเมื่อใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน หากยาทำให้ง่วงมาก คลื่นไส้ ท้องผูก หรือหายใจช้า ให้ติดต่อทีมรักษาเพื่อปรับแผน

การหายใจและการเดิน

อาการเหนื่อยเมื่อออกแรงพบได้หลังผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อมีการตัดเนื้อปอด การฝึกหายใจลึก การไอเพื่อระบายเสมหะ และการเดินเร็วหลังผ่าตัดตามที่ทีมรักษาอนุญาต ช่วยให้ปอดขยายและลดภาวะแทรกซ้อน

เพิ่มระยะเดินทีละน้อยโดยดูอาการ ไม่จำเป็นต้องฝืนจนหอบมาก หากหายใจไม่ทันขณะพัก เจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือออกซิเจนต่ำกว่าระดับที่ทีมรักษากำหนด ให้หยุดและขอความช่วยเหลือ

กลับไปทำงานและขับรถ

งานนั่งโต๊ะอาจกลับไปทำได้ภายในหลายสัปดาห์ หากความปวดควบคุมได้และไม่เหนื่อยมาก งานใช้แรง ยกของ หรือทำในที่มีฝุ่นและควันมักต้องรอนานกว่า ระยะจริงขึ้นกับขอบเขตการตัดปอดและสุขภาพก่อนผ่าตัด

ยังไม่ควรขับรถขณะใช้ยาที่ทำให้ง่วง เคลื่อนไหล่หรือลำตัวได้ไม่เต็มที่ หรือเบรกฉุกเฉินไม่ได้โดยไม่เจ็บ ให้ถามศัลยแพทย์ในการนัดติดตามว่ากลับไปขับรถและยกของได้เมื่อใด

แผลและท่อระบาย

รักษาแผลให้สะอาดตามคำแนะนำจากโรงพยาบาล ไม่แช่น้ำจนกว่าแผลจะปิดดี หากกลับบ้านพร้อมท่อระบาย ต้องได้รับการสอนวิธีวางขวด ตรวจสาย และสังเกตลมหรือของเหลว ห้ามหนีบ ดึง หรือถอดสายเอง

การถอดท่อไม่ได้กำหนดจากจำนวนวันเพียงอย่างเดียว ศัลยแพทย์จะดูว่าปอดขยายดีหรือไม่ ยังมีลมรั่วหรือไม่ และปริมาณกับลักษณะของเหลวเป็นอย่างไร

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การส่องกล้องมักมีบาดแผลน้อยกว่าการเปิดทรวงอก แต่ยังมีความเสี่ยงจากยาสลบ การผ่าตัดในช่องอก และโรคเดิมของผู้ป่วย ความเสี่ยงของแต่ละคนต่างกันมาก จึงไม่ควรใช้ตัวเลขจากผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งทำนายผลของตนเอง

ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับปอดและช่องอก

  • ลมรั่วจากปอด ลมอาจออกจากผิวปอดเข้าสู่ท่อระบายอยู่ช่วงหนึ่ง หากรั่วต่อเนื่องอาจต้องใส่ท่อนานขึ้น ทำหัตถการเพิ่ม หรือผ่าตัดแก้ไข
  • ปอดแฟบหรือปอดอักเสบ มักสัมพันธ์กับการหายใจตื้น เสมหะค้าง ความปวด และการเคลื่อนไหวน้อย
  • หายใจล้มเหลว ผู้ที่ปอดเดิมทำงานจำกัดอาจต้องใช้ออกซิเจนหรือเครื่องช่วยหายใจนานกว่าคาด
  • มีเลือดหรือของเหลวคั่งในช่องอก อาจต้องใส่ท่อระบายเพิ่ม ให้เลือด หรือกลับเข้าห้องผ่าตัด
  • หนองในช่องเยื่อหุ้มปอด เป็นการติดเชื้อที่อาจต้องใช้ยาต้านเชื้อและระบายหนอง

เลือดออกและการบาดเจ็บต่ออวัยวะใกล้เคียง

ภายในช่องอกมีหลอดเลือดขนาดใหญ่ หัวใจ หลอดอาหาร กระบังลม และเส้นประสาท การบาดเจ็บพบไม่บ่อยแต่มีความสำคัญ หากควบคุมผ่านแผลเล็กไม่ได้ ศัลยแพทย์อาจเปิดทรวงอกเพื่อห้ามเลือดหรือซ่อมอวัยวะ

เส้นประสาทบางเส้นควบคุมกระบังลมหรือสายเสียง การบาดเจ็บอาจทำให้เสียงแหบ ไอไม่ดี หรือหายใจลำบาก ความเสี่ยงขึ้นกับตำแหน่งที่ผ่าตัด Mayo Clinic

ความเสี่ยงทั่วไปของการผ่าตัดใหญ่

แม้พบไม่บ่อย การผ่าตัดทรวงอกอาจทำให้เสียชีวิตได้จากภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดออกรุนแรง หายใจล้มเหลว หัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง ลิ่มเลือดอุดตัน หรือการติดเชื้อรุนแรง ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลขึ้นกับชนิดและขอบเขตการผ่าตัด อายุ สมรรถภาพหัวใจและปอด และโรคร่วม ควรให้ศัลยแพทย์ประเมินและอธิบายก่อนยินยอมผ่าตัด

  • แผลติดเชื้อหรือแผลแยก
  • ลิ่มเลือดอุดตันที่ขาหรือปอด
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะหลังผ่าตัดปอด
  • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือโรคหลอดเลือดสมองในผู้ที่มีความเสี่ยง
  • ไตทำงานลดลงชั่วคราวจากการเสียเลือด ความดันต่ำ หรือภาวะขาดน้ำ
  • ปฏิกิริยาต่อยาสลบ คลื่นไส้ สับสน หรือปัญหาทางเดินหายใจ
  • ปวดเรื้อรัง ชา หรือไวต่อการสัมผัสบริเวณแผล

โอกาสต้องผ่าตัดเพิ่มเติม

หากการผ่าตัดมีเป้าหมายเพื่อเก็บชิ้นเนื้อ ผลตรวจอาจพบโรคที่ต้องผ่าตัดเพิ่มเติมหรือรักษาด้วยวิธีอื่น การเก็บชิ้นเนื้อจึงไม่ได้หมายความว่าการรักษาจบในครั้งเดียว

ก่อนตัดสินใจ ควรถามศัลยแพทย์ว่าความเสี่ยงหลักของคุณคืออะไร มีโอกาสตัดปอดมากน้อยเพียงใด และถ้าไม่ผ่าตัดจะเกิดผลอย่างไร คำตอบเหล่านี้มีความหมายกว่ารายการภาวะแทรกซ้อนทั่วไป

สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

หลังกลับบ้าน ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือขอความช่วยเหลือทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

  • หายใจลำบากมากขึ้นอย่างรวดเร็ว หายใจไม่ทันขณะพัก หรือริมฝีปากเขียว
  • เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับเหงื่อออก หน้ามืด หรือใจสั่น
  • ไอเป็นเลือดมาก หรือเลือดออกต่อเนื่อง
  • เป็นลม สับสน ปลุกไม่ตื่น หรืออ่อนแรงเฉียบพลัน
  • ท่อระบายหลุด แตก อุดตัน หรือสายเชื่อมต่อหลุด
  • มีเลือดสดออกจากแผลหรือท่อระบายจำนวนมากอย่างรวดเร็ว

ควรติดต่อทีมผ่าตัดในวันเดียวกันเมื่อ

  • มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกทรุดลง
  • แผลแดง บวม ร้อน ปวดมากขึ้น มีหนอง หรือมีกลิ่นผิดปกติ
  • หอบหรือไอมากขึ้นแทนที่จะค่อยๆ ดีขึ้น
  • ปวดที่ควบคุมไม่ได้ด้วยยาตามแผน
  • ขาบวม เจ็บน่องข้างเดียว หรือขาบวมไม่เท่ากัน
  • กินหรือดื่มไม่ได้ อาเจียนต่อเนื่อง หรือปัสสาวะลดลงชัดเจน

ความปวดและความเหนื่อยเล็กน้อยพบได้หลังผ่าตัด แต่แนวโน้มควรค่อยๆ ดีขึ้น หากอาการเปลี่ยนเร็วหรือทำให้รู้สึกว่า “ไม่เหมือนเดิม” ไม่ควรรอถึงวันนัด

ทางเลือกอื่น

วิธีส่องกล้องไม่ใช่คำตอบเดียว ทางเลือกขึ้นกับว่าต้องการวินิจฉัยโรค ระบายลมหรือของเหลว ควบคุมการติดเชื้อ หรือกำจัดเนื้องอก

การติดตามโดยยังไม่ผ่าตัด

ก้อนปอดขนาดเล็กบางลักษณะอาจติดตามด้วยภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ตามระยะเวลาได้ หากความเสี่ยงมะเร็งต่ำ การผ่าตัดทันทีอาจสร้างความเสี่ยงมากกว่าประโยชน์ แต่หากก้อนโตขึ้นหรือมีลักษณะน่าสงสัย แผนจะเปลี่ยนเป็นเก็บชิ้นเนื้อหรือรักษา

การเก็บชิ้นเนื้อด้วยวิธีอื่น

แพทย์อาจใช้การส่องกล้องหลอดลม หรือใช้เข็มเจาะผ่านผนังทรวงอกโดยอาศัยภาพนำทาง วิธีเหล่านี้ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แต่อาจเข้าถึงก้อนบางตำแหน่งไม่ได้ ได้เนื้อเยื่อไม่เพียงพอ หรือมีความเสี่ยงลมรั่วเช่นกัน

การระบายด้วยสายและการใช้ยา

ภาวะลมรั่ว น้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือหนองบางกรณีเริ่มรักษาด้วยการใส่สายระบาย ยาต้านเชื้อ หรือยาที่ช่วยจัดการของเหลวและพังผืด หากปอดขยายดีและการติดเชื้อควบคุมได้ อาจไม่ต้องผ่าตัด แต่ถ้าระบายไม่หมด มีพังผืดหนา หรือเกิดซ้ำ การผ่าตัดอาจเหมาะกว่า

การรักษามะเร็งโดยไม่ผ่าตัด

มะเร็งบางระยะหรือบางชนิดเหมาะกับรังสีรักษา ยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือยากระตุ้นภูมิคุ้มกันมากกว่า ผู้ที่ผ่าตัดไม่ได้อาจมีทางเลือกรังสีรักษาแบบเฉพาะจุดในบางกรณี แผนควรพิจารณาร่วมกันโดยทีมที่ดูแลมะเร็ง ไม่ควรตัดสินจากขนาดก้อนเพียงอย่างเดียว

การผ่าตัดเปิดทรวงอก

การเปิดทรวงอกยังจำเป็นเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่ อยู่ใกล้หลอดเลือด มีพังผืดมาก หรือจำเป็นต้องเข้าถึงพื้นที่กว้าง วิธีนี้มีแผลใหญ่และมักใช้เวลาฟื้นนานกว่า แต่ในบางโรคให้การควบคุมและการมองเห็นที่เหมาะสมกว่า

คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “แผลเล็กกว่าหรือไม่” แต่คือวิธีใดสามารถบรรลุเป้าหมายการรักษาโดยมีความเสี่ยงที่ยอมรับได้สำหรับคุณ

สิทธิการรักษา

การใช้สิทธิขึ้นกับการวินิจฉัย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และรายการที่กองทุนหรือกรมธรรม์คุ้มครอง ควรตรวจสอบก่อนวันนอนโรงพยาบาล โดยเฉพาะเมื่อมีการส่งต่อจากอีกจังหวัดหรืออีกเครือข่าย

สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ผู้มีสิทธิบัตรทองอาจรับการผ่าตัดตามข้อบ่งชี้ได้ที่หน่วยบริการประจำหรือโรงพยาบาลที่รับส่งต่อ โดยทั่วไปควรเริ่มจากหน่วยบริการตามสิทธิ เว้นแต่เป็นภาวะฉุกเฉิน

ถามโรงพยาบาลว่า

  • ต้องใช้ใบส่งตัวหรือไม่ และครอบคลุมถึงวันผ่าตัดหรือไม่
  • การตรวจภาพ ชิ้นเนื้อ และการนัดติดตามทำที่ใด
  • หากต้องเปลี่ยนเป็นผ่าตัดเปิด สิทธิครอบคลุมต่อเนื่องอย่างไร
  • อุปกรณ์หรือบริการใดต้องขออนุมัติก่อน

สิทธิประกันสังคม

ผู้ประกันตนควรติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิเป็นจุดแรก หากโรงพยาบาลนั้นไม่มีศัลยแพทย์หรืออุปกรณ์ที่จำเป็น อาจมีการส่งต่อภายในเครือข่ายตามกระบวนการของโรงพยาบาล

ควรยืนยันว่าใบส่งตัวครอบคลุมการประเมินก่อนผ่าตัด การนอนโรงพยาบาล ผลชิ้นเนื้อ และการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ อย่าเข้ารับบริการนอกระบบส่งต่อโดยสมมติว่าจะเบิกได้ภายหลัง

สิทธิข้าราชการหรือสวัสดิการหน่วยงาน

ตรวจสอบสิทธิของตนกับต้นสังกัดและโรงพยาบาล เพราะเงื่อนไขการส่งตัว การใช้สิทธิโดยตรง และรายการอุปกรณ์อาจแตกต่างกัน หากมีสิทธิหลายประเภท ควรถามว่าสิทธิใดเป็นสิทธิหลักในการนอนโรงพยาบาลครั้งนั้น

ประกันสุขภาพเอกชน

ขอให้โรงพยาบาลส่งข้อมูลเพื่อขออนุมัติก่อนเข้ารักษา และตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้

  • กรมธรรม์คุ้มครองโรคเดิมหรือระยะรอคอยอย่างไร
  • ต้องมีหนังสือรับรองหรืออนุมัติก่อนผ่าตัดหรือไม่
  • คุ้มครองการตรวจวินิจฉัย ชิ้นเนื้อ ห้องผู้ป่วย และการดูแลวิกฤตหรือไม่
  • หากเปลี่ยนแผนเป็นผ่าตัดเปิด ต้องขออนุมัติเพิ่มอย่างไร
  • การรักษาต่อเนื่องหลังทราบผลชิ้นเนื้อต้องยื่นเรื่องใหม่หรือไม่

หากโรงพยาบาลแจ้งว่า “รออนุมัติ” ไม่ได้หมายความว่าบริษัทรับรองความคุ้มครองแล้ว ควรขอเอกสารยืนยันและอ่านข้อยกเว้นก่อนเข้ารับการรักษา

จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

คำถามที่พบบ่อย

ผ่าตัดทรวงอกส่องกล้องเป็นการผ่าตัดใหญ่หรือไม่

เป็นการผ่าตัดใหญ่ แม้แผลภายนอกจะเล็ก เพราะต้องดมยาสลบ เข้าไปทำหัตถการในช่องอก และอาจตัดเนื้อปอดหรืออวัยวะส่วนหนึ่งออก ผู้ป่วยจึงต้องได้รับการประเมินหัวใจ ปอด และความพร้อมต่อยาสลบ

วิธีส่องกล้องต่างจากการเปิดทรวงอกอย่างไร

วิธีส่องกล้องใช้กล้องและเครื่องมือผ่านแผลเล็กหนึ่งแผลหรือหลายแผล ส่วนการเปิดทรวงอกใช้แผลยาวกว่าเพื่อเข้าถึงช่องอกโดยตรง วิธีส่องกล้องมักเจ็บน้อยและฟื้นเร็วกว่า แต่การเปิดอาจเหมาะกว่าเมื่อโรคซับซ้อนหรือจำเป็นต้องควบคุมหลอดเลือดอย่างใกล้ชิด

ต้องตัดปอดออกทุกครั้งหรือไม่

ไม่จำเป็น บางคนผ่าตัดเพียงเก็บชิ้นเนื้อ ระบายของเหลว ปิดจุดลมรั่ว หรือนำพังผืดออก หากต้องตัดปอด ขอบเขตอาจเป็นเพียงชิ้นเล็ก เป็นส่วนของกลีบ หรือทั้งกลีบตามชนิดและตำแหน่งโรค

หลังตัดปอดแล้วยังหายใจได้ตามปกติหรือไม่

หลายคนกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่ความสามารถในการออกแรงขึ้นกับปริมาณปอดที่ตัด สมรรถภาพปอดเดิม และโรคร่วม การตรวจสมรรถภาพปอดก่อนผ่าตัดช่วยประเมินว่าปอดส่วนที่เหลือน่าจะเพียงพอหรือไม่

ผ่าตัดแล้วต้องใส่ท่อระบายทุกคนหรือไม่

การผ่าตัดในช่องอกส่วนใหญ่มักใส่ท่อระบายชั่วคราวเพื่อเอาลมและของเหลวออก แต่ชนิด จำนวน และระยะเวลาที่ใส่ต่างกัน ศัลยแพทย์จะถอดเมื่อปอดขยายดี ลมรั่วลดลง และของเหลวอยู่ในระดับที่เหมาะสม

ท่อระบายทรวงอกเจ็บหรือไม่

ท่ออาจทำให้เจ็บตึง โดยเฉพาะเวลาไอ หายใจลึก หรือเคลื่อนไหว ทีมรักษาจะให้ยาแก้ปวดและช่วยจัดท่า หากปวดจนหายใจตื้นหรือไม่กล้าเดิน ควรแจ้งทันทีแทนการทนไว้

มีโอกาสเปลี่ยนเป็นผ่าตัดเปิดหรือไม่

มีโอกาส หากเกิดเลือดออก มีพังผืดมาก มองเห็นอวัยวะสำคัญไม่ชัด หรือรอยโรคซับซ้อนกว่าที่คาด ศัลยแพทย์ควรอธิบายความเป็นไปได้นี้ก่อนผ่าตัด รวมถึงขอบเขตที่คุณยินยอมให้ทำหากพบสิ่งผิดปกติเพิ่มเติม

ผลชิ้นเนื้อออกเมื่อใด

ผลตรวจฉบับสมบูรณ์มักต้องใช้เวลาหลายวันหรือนานกว่านั้น ขึ้นกับชนิดเนื้อเยื่อและการตรวจพิเศษ โรงพยาบาลจะกำหนดวันนัดฟังผล ซึ่งสำคัญต่อการยืนยันโรคและวางแผนว่าจะต้องรักษาต่อหรือไม่

หลังผ่าตัดนอนตะแคงได้หรือไม่

นอนได้ตามท่าที่ไม่กดท่อหรือทำให้ปวดมาก แต่ในช่วงแรกอาจต้องปรับท่าตามตำแหน่งแผลและท่อระบาย ใช้หมอนช่วยพยุงได้ หากยังมีท่ออยู่ ควรถามทีมรักษาว่าท่าใดเหมาะและหลีกเลี่ยงการดึงสาย

ไอและเหนื่อยหลังผ่าตัดเป็นเรื่องปกติหรือไม่

อาการไอ เจ็บเมื่อหายใจลึก และเหนื่อยง่ายอาจเกิดได้ในช่วงพักฟื้น แต่ควรค่อยๆ ดีขึ้น หากหอบมากขึ้น มีไข้ ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน หรือหายใจลำบากขณะพัก ต้องติดต่อโรงพยาบาลทันที

กลับไปทำงานได้เมื่อใด

งานเบาหรืองานนั่งโต๊ะมักกลับไปทำได้ภายในหลายสัปดาห์ ส่วนงานยกของหรือใช้แรงอาจต้องพักนานกว่า ระยะเวลาขึ้นกับชนิดการผ่าตัด ปริมาณปอดที่ตัด ความปวด และสมรรถภาพร่างกาย ศัลยแพทย์จะประเมินในการนัดติดตาม

สามารถขึ้นเครื่องบินหลังผ่าตัดได้เมื่อใด

ยังไม่ควรขึ้นเครื่องบินจนกว่าปอดขยายดี ไม่มีลมค้างในช่องอก และศัลยแพทย์อนุญาต เพราะความดันอากาศที่เปลี่ยนไปอาจทำให้ลมที่ค้างขยายตัว หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรนำภาพเอกซเรย์ล่าสุดและแผนการเดินทางให้ศัลยแพทย์ประเมินก่อน

ถ้ากลัวการผ่าตัด ควรถามแพทย์เรื่องใดก่อนตัดสินใจ

ถามให้ชัดว่าเป้าหมายของการผ่าตัดคืออะไร มีทางเลือกที่ไม่ผ่าตัดหรือไม่ ต้องตัดอวัยวะมากน้อยเพียงใด และความเสี่ยงเฉพาะของคุณคืออะไร คุณควรทราบด้วยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเลื่อนหรือไม่ผ่าตัด และในกรณีใดที่ศัลยแพทย์อาจต้องเปลี่ยนเป็นผ่าตัดเปิด

การผ่าตัดรับประกันว่าจะกำจัดมะเร็งได้ทั้งหมดหรือไม่

ไม่สามารถรับประกันได้ ผลขึ้นกับชนิด ระยะ ตำแหน่ง และการกระจายของโรค รวมถึงผลตรวจขอบชิ้นเนื้อและต่อมน้ำเหลือง หลังผ่าตัดบางคนยังต้องรับยา รังสีรักษา หรือการติดตามอย่างใกล้ชิดตามผลพยาธิวิทยา

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

HDcare ช่วยคุณหาแพทย์และโรงพยาบาลที่เหมาะกับการผ่าตัดที่ต้องการ

ทีมงานช่วยประสานงานนัดหมาย เตรียมเอกสาร และติดตามผลหลังผ่าตัด

HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่ได้ให้การรักษาโดยตรง

ภาพแพทย์และพยาบาลในหน้านี้เป็นภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่บุคลากรจริงของ HDcare หรือโรงพยาบาลในเครือข่าย

© 2026 HDmall · HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล

ภาพประกอบสร้างด้วย AIภาพประกอบ AI
ปรึกษาทีม HDcare ทางไลน์

HDcare ช่วยประสานงานนัดหมาย เปรียบเทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย เทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย และดูแลตลอดการรักษา