ผ่าตัดศอกเทนนิส
ผ่าตัดศอกเทนนิส (Tennis-elbow surgery) คือการนำเนื้อเอ็นที่เสื่อมบริเวณข้อศอกด้านนอกออก และอาจซ่อมหรือยึดเอ็นกลับเข้ากับกระดูก เพื่อลดอาการปวดที่รบกวนการใช้แขน การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่ออาการเรื้อรังและการพัก ปรับกิจกรรม กายภาพบำบัด หรือการรักษาอื่นไม่ช่วยเพียงพอ ไม่ใช่การรักษาแรกสำหรับคนส่วนใหญ่
ประเด็นสำคัญ
- ศอกเทนนิสจำนวนมากรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด การผ่าตัดเหมาะกับผู้ที่ปวดต่อเนื่องจนกระทบงานหรือชีวิตประจำวัน แม้รักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างเหมาะสมแล้ว
- ทำได้ทั้งการผ่าตัดแบบเปิดและการส่องกล้องข้อศอก เป้าหมายเหมือนกันคือกำจัดเนื้อเอ็นที่เสื่อม และซ่อมเอ็นเมื่อจำเป็น
- ผู้ป่วยบางรายอาจกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่ในประเทศไทยการรับไว้สังเกตอาการหรือค้างคืนขึ้นกับวิธีผ่าตัด การระงับความรู้สึก โรคประจำตัว และแนวทางของแต่ละโรงพยาบาล ควรถามสถานพยาบาลที่รักษาโดยตรง
ผ่าตัดศอกเทนนิส คืออะไร
ศอกเทนนิสเป็นภาวะเอ็นบริเวณปุ่มกระดูกด้านนอกข้อศอกเสื่อมและเกิดรอยฉีกขนาดเล็กจากการใช้งานซ้ำ ชื่ออาจทำให้เข้าใจว่าเกิดเฉพาะกับนักเทนนิส แต่คนที่จับ บิด ดึง ยกของ ใช้เครื่องมือ หรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ซ้ำๆ ก็มีอาการได้
อาการเด่นคือปวดบริเวณด้านนอกข้อศอก อาจร้าวลงท่อนแขน และมักเจ็บมากขึ้นเมื่อกำของ ยกแก้ว บิดลูกบิด จับไม้กีฬา หรือเหยียดข้อมือต้านแรง บางคนรู้สึกว่าแรงกำมือลดลง แต่ข้อศอกยังดูปกติจากภายนอกได้
การผ่าตัดมีเป้าหมายเพื่อจัดการเอ็นที่เสื่อม ไม่ใช่เพียงล้างข้อหรือฉีดยาลดปวด ศัลยแพทย์จะนำส่วนของเอ็นที่ผิดปกติออก ซึ่งเรียกว่า “การตัดเล็มเนื้อเยื่อ” จากนั้นอาจเย็บเอ็นเข้ากับเอ็นส่วนที่แข็งแรง หรือยึดกลับกับกระดูกตามขนาดและตำแหน่งของความเสียหาย MedlinePlus
วิธีหลักมี 2 แบบ
| วิธีผ่าตัด | ทำอย่างไร | มักเหมาะเมื่อ |
| ผ่าตัดแบบเปิด | เปิดแผลบริเวณด้านนอกข้อศอกเพื่อเข้าถึงเอ็นโดยตรง | ต้องซ่อมเอ็นชัดเจน หรือต้องเข้าถึงบริเวณกว้าง |
| ผ่าตัดส่องกล้องข้อศอก | ใส่กล้องและเครื่องมือผ่านแผลขนาดเล็กเพื่อดูภายในข้อและตัดเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ | ต้องการตรวจหรือแก้ปัญหาอื่นภายในข้อพร้อมกัน และลักษณะโรคเหมาะสม |
แผลเล็กไม่ได้แปลว่าการส่องกล้องเหมาะกับทุกคน ข้อศอกเป็นพื้นที่แคบและมีเส้นประสาทกับหลอดเลือดอยู่ใกล้ ศัลยแพทย์จึงเลือกวิธีตามตำแหน่งของเอ็นที่เสียหาย ปัญหาร่วมภายในข้อ ประวัติการผ่าตัดเดิม และความชำนาญของทีมผ่าตัด
เป้าหมายคือช่วยลดอาการและทำให้กลับมาใช้แขนได้ดีขึ้น แต่ผลลัพธ์ไม่เหมือนกันทุกคน บางคนยังมีอาการปวด อ่อนแรง หรือข้อศอกตึงหลังผ่าตัด และยังต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ใครอาจเหมาะกับการผ่าตัด
ศัลยแพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเมื่อมีองค์ประกอบหลายข้อร่วมกัน เช่น
- ปวดด้านนอกข้อศอกต่อเนื่องและรบกวนงาน การนอน หรือกิจวัตรประจำวัน
- อาการสัมพันธ์กับเอ็นข้อศอกด้านนอกจริง ไม่ใช่เกิดจากเส้นประสาท ข้ออักเสบ หรืออาการปวดร้าวจากคอ
- ผ่านการพักและปรับกิจกรรม กายภาพบำบัด อุปกรณ์พยุง หรือการรักษาอื่นอย่างเหมาะสมแล้ว แต่อาการยังไม่ดีพอ
- แรงกำมือหรือความสามารถในการใช้แขนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- ผลตรวจร่างกายและภาพถ่ายทางการแพทย์สนับสนุนว่ามีเอ็นเสื่อมหรือฉีก และสอดคล้องกับตำแหน่งที่ปวด
- ผู้ป่วยเข้าใจว่าต้องพักแขนและทำกายภาพหลังผ่าตัด ไม่สามารถกลับไปใช้แขนหนักได้ทันที
แหล่งข้อมูลต่างประเทศระบุว่ามักทดลองรักษาวิธีอื่นก่อนเป็นเวลาหลายเดือน อย่างไรก็ตาม ไม่มีระยะเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน การตัดสินใจขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ลักษณะงาน การรักษาที่เคยได้รับ และความแน่ชัดของการวินิจฉัย MedlinePlus
ใครอาจยังไม่ควรผ่าตัด
การผ่าตัดอาจยังไม่ใช่คำตอบ หากอาการเพิ่งเริ่ม ยังไม่ได้ปรับกิจกรรมหรือทำกายภาพอย่างเพียงพอ หรืออาการดีขึ้นต่อเนื่องด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ศอกเทนนิสจำนวนมากค่อยๆ ดีขึ้นได้ แม้การฟื้นตัวอาจใช้เวลานาน Healthdirect
ควรทบทวนการวินิจฉัยก่อนผ่าตัด หากมีลักษณะต่อไปนี้
- ชาหรือเสียวซ่าลงมือเด่นกว่าอาการปวดข้อศอก
- ปวดคอหรือหัวไหล่ร่วมกับอาการร้าวลงแขน
- ข้อศอกบวม แดง ร้อน หรือมีไข้
- ข้อติดมาก มีเสียงสะดุด หรือล็อก
- เคยบาดเจ็บรุนแรงหรือสงสัยกระดูกหัก
- ตำแหน่งปวดไม่ตรงกับเอ็นข้อศอกด้านนอก
อาการเหล่านี้อาจมาจากเส้นประสาทถูกกด โรคภายในข้อ การติดเชื้อ ข้ออักเสบ หรือปัญหาจากบริเวณอื่น การผ่าตัดเอ็นอาจไม่ช่วยหากสาเหตุหลักไม่ได้อยู่ที่เอ็นดังกล่าว
การติดเชื้อที่ยังควบคุมไม่ได้ ภาวะสุขภาพที่ทำให้ความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึกสูง หรือโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ดี อาจทำให้ต้องเลื่อนการผ่าตัด ทีมรักษาจะประเมินเป็นรายบุคคล ไม่ควรสรุปเองว่าคุณผ่าตัดได้หรือไม่ได้จากโรคประจำตัวเพียงอย่างเดียว
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ก่อนวันผ่าตัด คุณจะได้รับการตรวจเพื่อยืนยันสาเหตุของอาการและวางแผนวิธีผ่าตัด ศัลยแพทย์มักสอบถามลักษณะงาน กีฬาที่เล่น ระยะเวลาที่ปวด วิธีรักษาที่เคยลอง และผลต่อการใช้ชีวิต จากนั้นตรวจตำแหน่งกดเจ็บ แรงกำมือ การเคลื่อนไหวข้อศอก และการทำงานของเส้นประสาท
ภาพเอกซเรย์อาจใช้ดูความผิดปกติของกระดูกหรือข้อ ส่วนอัลตราซาวด์หรือการตรวจด้วยสนามแม่เหล็กอาจช่วยประเมินเอ็นและเนื้อเยื่อรอบข้อ แต่ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องตรวจทุกชนิด ผลภาพต้องพิจารณาร่วมกับอาการ เพราะการพบเอ็นเสื่อมในภาพไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอ
แจ้งข้อมูลสำคัญให้ทีมผ่าตัด
เตรียมรายชื่อยาทั้งหมดที่ใช้ รวมถึงยาซื้อเอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม แจ้งประวัติแพ้ยา การผ่าตัดเดิม ปัญหาเลือดออกง่าย โรคหัวใจ โรคปอด เบาหวาน และการใช้ยาสูบ
ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด เช่น
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยาเบาหวานบางชนิด รวมถึงยาฉีด
- ยาแก้ปวดบางกลุ่ม
- สมุนไพร วิตามิน หรืออาหารเสริมบางชนิด
อย่าหยุดยาเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือด เพราะการหยุดผิดเวลาอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ลิ่มเลือด หัวใจขาดเลือด หรือหลอดเลือดสมองอุดตัน ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์จะกำหนดว่าอะไรต้องหยุดหรือปรับ และควรทำเมื่อใดตามโรคประจำตัวของคุณ
การงดอาหารและเครื่องดื่ม
โรงพยาบาลจะบอกช่วงเวลาที่ต้องงดอาหาร น้ำ และเครื่องดื่มตามชนิดของยาระงับความรู้สึก ให้ทำตามคำแนะนำเฉพาะของทีมผ่าตัด หากเผลอรับประทานหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ควรแจ้งตามจริง เพราะอาจต้องปรับเวลาเพื่อป้องกันการสำลักระหว่างให้ยาระงับความรู้สึก
หากมีไข้ ไอ หวัด การติดเชื้อ แผลที่แขน หรืออาการเจ็บป่วยใหม่ก่อนผ่าตัด ให้ติดต่อโรงพยาบาล การผ่าตัดบางรายอาจต้องเลื่อนจนกว่าอาการจะปลอดภัยขึ้น MedlinePlus
วางแผนชีวิตหลังผ่าตัด
ควรจัดบ้านและงานล่วงหน้า เพราะแขนข้างที่ผ่าตัดอาจใส่ผ้าพันแผลหนาหรืออุปกรณ์พยุงชั่วคราว เตรียมเสื้อที่สวมง่าย วางของใช้ประจำให้อยู่ในระดับหยิบสะดวก และขอให้คนใกล้ชิดช่วยเรื่องที่ต้องใช้สองมือ
จัดผู้พากลับบ้าน โดยเฉพาะเมื่อได้รับยากล่อมประสาทหรือยาสลบ คุณไม่ควรขับรถเองจนกว่าฤทธิ์ยาจะหมดและสามารถควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยตามที่ศัลยแพทย์อนุญาต
สิ่งที่ควรนำไปโรงพยาบาล ได้แก่
- บัตรประชาชนและเอกสารสิทธิการรักษา
- รายชื่อยาและข้อมูลการแพ้ยา
- ผลตรวจหรือภาพถ่ายเดิม หากอยู่คนละสถานพยาบาล
- เสื้อผ้าที่หลวมและสวมง่าย
- ข้อมูลติดต่อผู้ที่จะพากลับบ้าน
การลดหรือหยุดสูบบุหรี่ช่วยลดปัจจัยที่รบกวนการหายของแผลและเอ็น หากหยุดเองยาก ให้แจ้งทีมรักษาตั้งแต่ก่อนผ่าตัดเพื่อวางแผนที่เหมาะสม
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดต่างกันตามวิธีผ่าตัด แต่ลำดับทั่วไปมีดังนี้
- ตรวจยืนยันตัวและข้างที่จะผ่าตัด
ทีมจะทบทวนประวัติ การแพ้ยา การงดอาหาร และทำเครื่องหมายบริเวณผ่าตัด คุณมีโอกาสถามเรื่องวิธีผ่าตัดและแผนระงับความรู้สึกก่อนเริ่ม
- ให้ยาระงับความรู้สึก
อาจใช้การฉีดยาชาเฉพาะส่วนเพื่อทำให้แขนชา ใช้ยากล่อมประสาทร่วมด้วย หรือใช้ยาสลบ ขึ้นกับวิธีผ่าตัด สุขภาพของคุณ และแผนของวิสัญญีแพทย์ MedlinePlus
- จัดท่าและทำความสะอาดผิวหนัง
ทีมจะจัดแขนให้อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงเอ็นได้สะดวก ทำความสะอาดผิวหนัง และคลุมบริเวณผ่าตัดด้วยผ้าปลอดเชื้อ
- เข้าถึงบริเวณเอ็น
หากเป็นแบบเปิด ศัลยแพทย์จะเปิดแผลด้านนอกข้อศอกเพื่อเห็นเอ็นโดยตรง หากเป็นการส่องกล้อง จะเปิดช่องขนาดเล็กสำหรับกล้องและเครื่องมือ แล้วตรวจภายในข้อผ่านภาพบนจอ
- นำเนื้อเอ็นที่เสื่อมออก
ศัลยแพทย์ตัดเล็มส่วนของเอ็นที่ผิดปกติออก โดยพยายามเก็บเนื้อเอ็นที่แข็งแรงไว้ การส่องกล้องยังช่วยให้ตรวจปัญหาบางอย่างภายในข้อได้ในคราวเดียวกัน Healthdirect
- ซ่อมหรือยึดเอ็นเมื่อจำเป็น
หากเอ็นแยกจากตำแหน่งเกาะหรือมีความเสียหายมาก อาจเย็บซ่อม ยึดกลับกับกระดูก หรือเชื่อมเข้ากับเนื้อเอ็นที่แข็งแรง วิธีที่ใช้ขึ้นกับสิ่งที่พบจริงระหว่างผ่าตัด
- ปิดแผลและพันแขน
หลังตรวจเลือดออกและความเรียบร้อยแล้ว ศัลยแพทย์จะปิดแผลและใส่ผ้าพันแผล บางรายใส่อุปกรณ์พยุงเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวช่วงแรก
- เฝ้าดูอาการหลังผ่าตัด
คุณจะอยู่ในห้องพักฟื้นเพื่อติดตามการหายใจ ความดันโลหิต อาการปวด คลื่นไส้ และการไหลเวียนเลือดที่มือ หากอาการคงที่และไม่มีเหตุให้เฝ้าระวังต่อ มักกลับบ้านได้ในวันเดียว
สิ่งที่ทำจริงอาจต่างจากแผนเดิม หากศัลยแพทย์พบความเสียหายของเอ็นหรือปัญหาภายในข้อที่มากกว่าภาพตรวจก่อนผ่าตัด ควรถามล่วงหน้าว่ามีขั้นตอนใดที่อาจต้องทำเพิ่ม และต้องขอความยินยอมอย่างไร
ใช้เวลานานแค่ไหน
การผ่าตัดศอกเทนนิสมักเป็นการผ่าตัดระยะสั้น แต่ไม่มีเวลาตายตัว แบบเปิดที่ซับซ้อนไม่มากอาจใช้เวลาน้อยกว่าการส่องกล้องที่ต้องตรวจและแก้ปัญหาหลายจุด เวลายังขึ้นกับการซ่อมเอ็น สิ่งที่พบระหว่างผ่าตัด และการจัดเตรียมยาระงับความรู้สึก
แหล่งข้อมูลหนึ่งอธิบายว่าการผ่าตัดชนิดนี้มักใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ขณะที่ข้อมูลการผ่าตัดข้อศอกโดยรวมระบุว่าแต่ละหัตถการอาจใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมง ความแตกต่างนี้สะท้อนว่าขั้นตอนจริงไม่ได้เหมือนกันทุกคน Healthdirect Cleveland Clinic
เวลาที่อยู่โรงพยาบาลจะนานกว่าเวลาผ่าตัด เพราะรวมการลงทะเบียน เตรียมตัว ให้ยาระงับความรู้สึก และเฝ้าดูอาการในห้องพักฟื้น โดยทั่วไปมักเป็นการผ่าตัดแบบกลับบ้านวันเดียว แต่บางคนอาจต้องสังเกตอาการนานขึ้นหรือพักค้างคืน หากมีโรคประจำตัว คลื่นไส้มาก ปวดควบคุมไม่ได้ หรือเกิดเหตุที่ต้องติดตาม
ชนิดของยาระงับความรู้สึกอาจเป็น
- ยาชาเฉพาะส่วนที่ทำให้แขนชา
- ยาชาร่วมกับยากล่อมประสาท
- ยาสลบ
- การใช้มากกว่าหนึ่งวิธีร่วมกัน
วิสัญญีแพทย์จะเลือกจากชนิดการผ่าตัด สุขภาพโดยรวม ประวัติแพ้ยา และความต้องการด้านความปลอดภัย
พักฟื้นนานแค่ไหน
ช่วงพักฟื้นแบ่งเป็นการหายของแผล การกลับมาเคลื่อนไหว การสร้างกำลังของเอ็น และการกลับไปทำงานหรือกีฬา ไม่ควรใช้เพียงความเจ็บเป็นตัวตัดสินว่าเอ็นพร้อมรับแรงแล้ว เพราะอาการปวดอาจลดลงก่อนที่เนื้อเยื่อจะฟื้นเต็มที่
| ช่วงการฟื้นตัว | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ต้องระวัง |
| วันแรกๆ | ปวด บวม ตึง และอาจยังชาจากยาชา แขนอาจมีผ้าพันหรืออุปกรณ์พยุง | รักษาแผลตามคำสั่ง ขยับนิ้ว และสังเกตสีหรืออุณหภูมิของมือ |
| ช่วงสัปดาห์แรกๆ | แผลเริ่มหาย ศัลยแพทย์อาจให้เริ่มขยับข้อศอกตามแผน | ไม่ยกของ ดัน ดึง หรือบิดแขนเกินที่อนุญาต |
| ช่วงหลายสัปดาห์ถัดมา | เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวและเริ่มเสริมกำลังอย่างค่อยเป็นค่อยไป | ไม่เร่งออกแรงเพียงเพราะแผลภายนอกปิดแล้ว |
| ช่วงหลายเดือน | กลับไปทำงานใช้แรงหรือกีฬาเป็นลำดับ | ต้องผ่านการประเมินแรง การเคลื่อนไหว และความทนทานก่อน |
ในช่วงแรกอาจมีผ้าพันแผลหนาหรืออุปกรณ์พยุงข้อศอก ศัลยแพทย์จะกำหนดว่าเริ่มขยับได้เมื่อใดตามชนิดการซ่อมเอ็น บางรายเริ่มเคลื่อนไหวเบาๆ ค่อนข้างเร็วเพื่อลดข้อตึง ขณะที่บางรายต้องป้องกันเอ็นนานกว่าเพราะมีการยึดซ่อม
งานเบาที่ไม่ต้องยก ดัน ดึง หรือพิมพ์ต่อเนื่องอาจกลับไปทำได้เร็วกว่างานใช้แรง แต่ควรปรับโต๊ะ เก้าอี้ เมาส์ คีย์บอร์ด และช่วงพัก หากงานต้องจับเครื่องมือ บิดแขน ยกของ หรือทำงานเหนือศีรษะ มักต้องพักนานกว่าและอาจต้องกลับแบบจำกัดหน้าที่ก่อน
การกลับไปขับรถไม่ได้ขึ้นกับจำนวนวันอย่างเดียว คุณต้องไม่อยู่ภายใต้ฤทธิ์ยาที่ทำให้ง่วง ไม่ใส่อุปกรณ์ที่ขัดขวางการควบคุมรถ และต้องจับพวงมาลัยหรือเบรกฉุกเฉินได้อย่างมั่นคง ควรรอการอนุญาตจากทีมผ่าตัด
การกลับไปเล่นกีฬาที่ใช้ไม้ แร็กเกต หรือการขว้างมักใช้เวลาหลายเดือน MedlinePlus ระบุว่าหลายคนกลับไปทำกิจกรรมที่ใช้ข้อศอกได้ในช่วงประมาณ 4-6 เดือน แต่กรอบนี้มาจากข้อมูลต่างประเทศและไม่ได้ใช้ได้กับทุกคน ระยะจริงขึ้นกับวิธีผ่าตัด ความแข็งแรงก่อนผ่าตัด ชนิดกีฬา และความต่อเนื่องของกายภาพบำบัด MedlinePlus
กายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญในการลดข้อตึง ฟื้นช่วงการเคลื่อนไหว และเพิ่มกำลังของกล้ามเนื้อท่อนแขน นักกายภาพจะเพิ่มความหนักเป็นขั้น ไม่ควรนำโปรแกรมของคนอื่นมาทำเอง เพราะข้อจำกัดหลังตัดเล็มเอ็นกับหลังเย็บยึดเอ็นอาจต่างกัน
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยง แม้ทีมรักษาจะวางแผนเพื่อลดความเสี่ยงแล้วก็ตาม สิ่งที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดและยาระงับความรู้สึก ได้แก่
- เลือดออกหรือก้อนเลือดคั่ง
- แผลติดเชื้อ
- แพ้ยาหรือวัสดุที่ใช้
- ปัญหาการหายใจหรือภาวะแทรกซ้อนจากยาระงับความรู้สึก
- ลิ่มเลือด ซึ่งความเสี่ยงขึ้นกับสุขภาพและการเคลื่อนไหวหลังผ่าตัด
ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการผ่าตัดบริเวณข้อศอกโดยเฉพาะ ได้แก่
- ข้อศอกตึงหรือเคลื่อนไหวได้น้อยลง
- แรงกำมือหรือแรงท่อนแขนลดลง
- อาการปวดยังคงอยู่หรือกลับมาเป็นอีก
- แผลเป็นเจ็บเมื่อสัมผัส
- เส้นประสาทบาดเจ็บ ทำให้ชา ปวดแปลบ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- หลอดเลือดบาดเจ็บ
- เอ็นไม่ติดหรือหายช้า
- กลุ่มอาการปวดซับซ้อนเฉพาะที่ (CRPS) ซึ่งอาจทำให้ปวดแสบร้อนหรือไวต่อการสัมผัสเกินคาด บวม ข้อฝืด และสีหรืออุณหภูมิผิวเปลี่ยน
- ต้องทำกายภาพเป็นเวลานาน
- ต้องรับการรักษาหรือผ่าตัดเพิ่มเติม
ข้อศอกมีเส้นประสาทและหลอดเลือดหลายโครงสร้างอยู่ในพื้นที่แคบ การส่องกล้องจึงเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญ และไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง งานทบทวนการส่องกล้องข้อศอกหลายโรครายงานว่าข้อตึง การผ่าตัดซ้ำ และการบาดเจ็บของเส้นประสาทเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ แต่ตัวเลขจากงานดังกล่าวรวมการผ่าตัดข้อศอกหลายประเภท จึงไม่ควรนำมาใช้ทำนายความเสี่ยงเฉพาะของผู้ที่ผ่าตัดศอกเทนนิสโดยตรง งานทบทวนอย่างเป็นระบบ
ความเสี่ยงของแต่ละคนต่างกันตามอายุ เบาหวาน การสูบบุหรี่ น้ำหนักตัว โรคหัวใจหรือปอด การผ่าตัดเดิม และขอบเขตการซ่อมเอ็น ก่อนให้ความยินยอม ควรถามศัลยแพทย์ว่าในกรณีของคุณกังวลภาวะแทรกซ้อนใดมากที่สุด และมีแผนลดความเสี่ยงอย่างไร
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังกลับบ้าน อาการปวดและบวมเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นได้ แต่ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือกลับไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หน้ามืดมาก หรือหมดสติ
- เลือดออกจากแผลมาก ต่อเนื่อง หรือซึมผ่านผ้าพันแผลอย่างรวดเร็ว
- ปวดรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง หรือปวดไม่สัมพันธ์กับการฟื้นตัวตามที่ทีมผ่าตัดอธิบาย
- มือหรือนิ้วซีด เขียว เย็น หรือบวมตึงมาก
- ชาหรืออ่อนแรงมากขึ้นหลังฤทธิ์ยาชาควรลดลงแล้ว
- ขยับนิ้วไม่ได้ หรือการขยับลดลงอย่างฉับพลัน
- แผลแดงร้อน บวมมาก มีหนอง มีกลิ่น หรือแผลแยก
- มีไข้ร่วมกับอาการแผลผิดปกติหรือรู้สึกป่วยมาก
- น่องบวม เจ็บ หรือมีอาการที่สงสัยลิ่มเลือด
- ล้ม กระแทก หรือออกแรงจนรู้สึกเหมือนเอ็นขาดหรือมีเสียงผิดปกติ
- ปวดแสบร้อนหรือไวต่อการสัมผัสเกินคาด บวม ข้อฝืด หรือสีหรืออุณหภูมิผิวเปลี่ยนมากขึ้น ควรติดต่อทีมผ่าตัดโดยเร็ว
หากไม่แน่ใจว่าเป็นอาการฉุกเฉินหรือไม่ ให้ใช้ความรุนแรงและการเปลี่ยนแปลงของอาการเป็นหลัก อาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก มือเปลี่ยนสี หรือเลือดออกควบคุมไม่ได้ควรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ไม่ควรรอถึงวันนัด
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกแรกสำหรับศอกเทนนิสส่วนใหญ่ การรักษาแบบไม่ผ่าตัดมุ่งลดแรงกระทำซ้ำ ฟื้นกำลังกล้ามเนื้อ และให้เวลาเอ็นปรับตัว วิธีที่เหมาะขึ้นกับสาเหตุจากงานหรือกีฬา ระยะเวลาที่ปวด และการรักษาที่เคยได้รับ
พักและปรับกิจกรรม
ไม่จำเป็นต้องหยุดใช้แขนทุกอย่าง แต่ควรลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ เช่น การกำแน่น บิดข้อมือ ยกของโดยคว่ำมือ หรือใช้เครื่องมือที่ต้องออกแรงซ้ำ อาจเปลี่ยนขนาดด้ามจับ ลดน้ำหนักอุปกรณ์ แบ่งงานเป็นช่วง หรือเปลี่ยนเทคนิคการเล่นกีฬา MedlinePlus
กายภาพบำบัด
การฝึกยืดและเสริมกำลังกล้ามเนื้อท่อนแขนอย่างเป็นขั้นช่วยเพิ่มความสามารถในการรับแรง นักกายภาพยังประเมินการเคลื่อนไหวของไหล่ ข้อมือ และท่าทางการทำงาน ซึ่งอาจทำให้ข้อศอกรับภาระมากเกินไป
การทำกายภาพต้องต่อเนื่องและใช้เวลา หากทำแล้วเจ็บมากขึ้น ควรปรับความหนักหรือท่า ไม่ใช่ฝืนจนเอ็นระคายเคืองเพิ่ม
อุปกรณ์พยุง
สายรัดท่อนแขนหรืออุปกรณ์พยุงข้อมืออาจช่วยลดแรงที่ส่งไปยังเอ็นระหว่างกิจกรรมบางอย่าง แต่ไม่ควรใช้แทนการปรับงานและฟื้นกำลัง หากรัดแน่นเกินไปอาจทำให้ชา บวม หรือระคายเคืองได้
ยาและการฉีดรักษา
ยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบบางชนิดอาจช่วยควบคุมอาการระยะสั้น แต่ไม่ได้ซ่อมเอ็นโดยตรง และไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้มีโรคไต โรคกระเพาะ โรคหัวใจ หรือใช้ยาป้องกันลิ่มเลือด
การฉีดรักษามีหลายแนวทาง หลักฐานและผลระยะยาวแตกต่างกัน การฉีดสเตียรอยด์อาจบรรเทาอาการช่วงหนึ่ง แต่ต้องชั่งประโยชน์กับผลต่อเนื้อเอ็น ส่วนการฉีดสารจากเลือดของผู้ป่วยหรือสารชนิดอื่นยังควรพิจารณาตามหลักฐาน ข้อจำกัด และประสบการณ์ของผู้รักษา ไม่ควรถือว่าเป็นวิธีที่รับประกันผล
รอดูอาการต่อ
หากอาการกำลังดีขึ้น ไม่มีสัญญาณของโรคอื่น และยังทำกิจวัตรได้ การรอดูอาการพร้อมปรับกิจกรรมเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล แหล่งข้อมูลต่างประเทศระบุว่าหลายคนฟื้นได้โดยไม่ผ่าตัด แม้บางรายใช้เวลานาน Healthdirect
หากการรักษาเดิมไม่ช่วย ควรทบทวนว่าทำต่อเนื่องและตรงกับสาเหตุหรือไม่ รวมถึงตรวจว่ามีเส้นประสาทถูกกดหรือปัญหาภายในข้อร่วมด้วย ก่อนสรุปว่าต้องผ่าตัด
สิทธิการรักษา
ความคุ้มครองขึ้นกับสิทธิของคุณ สถานพยาบาลตามสิทธิ ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และขั้นตอนการส่งต่อ การที่แพทย์เห็นว่าควรผ่าตัดไม่ได้หมายความว่าทุกเทคนิคหรืออุปกรณ์จะได้รับความคุ้มครองเหมือนกัน
ประกันสังคม
เริ่มสอบถามที่สถานพยาบาลตามสิทธิ แพทย์จะประเมินว่าจำเป็นต้องผ่าตัดหรือควรรักษาแบบไม่ผ่าตัดต่อ หากสถานพยาบาลไม่มีศักยภาพ อาจต้องใช้ระบบส่งต่อตามเกณฑ์
ควรถามว่า
- ต้องมีใบส่งต่อหรือไม่
- ต้องใช้ผลตรวจหรือประวัติการรักษาใด
- วิธีผ่าตัดที่วางแผนอยู่ในสิทธิหรือไม่
- กายภาพบำบัดหลังผ่าตัดดำเนินการที่ใด
- หากไปรักษานอกสถานพยาบาลตามสิทธิ จะมีเงื่อนไขอย่างไร
บัตรทอง
โดยทั่วไปควรเริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่กำหนด เพื่อรับการประเมินและส่งต่อไปยังแผนกกระดูกและข้อเมื่อมีข้อบ่งชี้ ขั้นตอนอาจต่างกันตามพื้นที่และเครือข่ายบริการ
สอบถามหน่วยบริการเรื่องเอกสารส่งต่อ ลำดับการนัดตรวจ การตรวจภาพที่จำเป็น และสถานที่ทำกายภาพหลังผ่าตัด อย่านัดผ่าตัดนอกเครือข่ายก่อนตรวจสอบสิทธิ เพราะอาจไม่เข้าเงื่อนไขความคุ้มครอง
ประกันสุขภาพเอกชน
ตรวจข้อกำหนดเรื่องระยะรอคอย โรคหรืออาการที่มีมาก่อน การอนุมัติก่อนผ่าตัด วงเงินห้องพัก และความคุ้มครองกายภาพบำบัด บริษัทประกันอาจขอรายงานแพทย์ ผลตรวจ และประวัติการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อนอนุมัติ
ขอให้โรงพยาบาลแยกรายการที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าศัลยกรรม ยาระงับความรู้สึก อุปกรณ์ การตรวจ และกายภาพบำบัด เพื่อส่งตรวจสิทธิ โดยไม่ควรคาดว่าการอนุมัติการผ่าตัดจะครอบคลุมทุกองค์ประกอบโดยอัตโนมัติ
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดศอกเทนนิสจำเป็นสำหรับทุกคนหรือไม่
ไม่จำเป็น เพราะผู้ป่วยจำนวนมากดีขึ้นได้ด้วยการปรับกิจกรรม กายภาพบำบัด และเวลา การผ่าตัดมักสงวนไว้เมื่อปวดเรื้อรัง กระทบการใช้แขน และรักษาวิธีอื่นอย่างเหมาะสมแล้วไม่ดีพอ
ต้องลองรักษานานเท่าไรก่อนตัดสินใจผ่าตัด
โดยทั่วไปควรลองการรักษาแบบไม่ผ่าตัดต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน แต่ไม่มีระยะเดียวสำหรับทุกคน ศัลยแพทย์จะพิจารณาระยะอาการ ความรุนแรง ลักษณะงาน ผลตรวจ และวิธีที่คุณเคยลองจริง
ผ่าตัดแบบเปิดหรือส่องกล้องดีกว่ากัน
ไม่มีวิธีใดดีกว่าสำหรับทุกคน แบบเปิดช่วยให้เข้าถึงเอ็นโดยตรง ส่วนการส่องกล้องช่วยตรวจภายในข้อผ่านแผลขนาดเล็ก วิธีที่เหมาะขึ้นกับตำแหน่งความเสียหาย ปัญหาร่วม และความชำนาญของศัลยแพทย์
ผ่าตัดแล้วต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่
ส่วนใหญ่มักกลับบ้านได้ในวันเดียวเมื่ออาการคงที่ แต่บางคนอาจต้องพักสังเกตอาการหรือค้างคืนจากโรคประจำตัว ผลของยาระงับความรู้สึก หรือเหตุที่พบระหว่างผ่าตัด
หลังผ่าตัดจะเจ็บมากไหม
มักมีอาการปวด บวม และตึงในช่วงแรก โดยระดับอาการต่างกันตามวิธีผ่าตัดและการซ่อมเอ็น ทีมรักษาจะวางแผนควบคุมอาการปวด และควรแจ้งหากปวดรุนแรงขึ้นแทนที่จะค่อยๆ ดีขึ้น
ต้องใส่เฝือกหรืออุปกรณ์พยุงนานไหม
บางรายใช้เพียงผ้าพันแผล ขณะที่บางรายต้องใส่อุปกรณ์พยุงเพื่อป้องกันเอ็นที่ซ่อม ระยะเวลาขึ้นกับวิธีผ่าตัดและความแข็งแรงของการซ่อม ไม่ควรถอดหรือปรับเองก่อนรับคำแนะนำ
เริ่มขยับข้อศอกได้เมื่อไร
มักเริ่มขยับอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามแผนของศัลยแพทย์และนักกายภาพ แต่เวลาที่เหมาะไม่เหมือนกัน การตัดเล็มเอ็นอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัดต่างจากการเย็บยึดเอ็นกลับกับกระดูก
กลับไปทำงานได้เมื่อไร
งานโต๊ะหรืองานเบามักกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยก ดึง บิด หรือจับเครื่องมือ ระยะจริงขึ้นกับแขนข้างที่ผ่าตัด ความปวด วิธีเดินทาง และนายจ้างสามารถปรับหน้าที่ให้ได้หรือไม่
กลับไปเล่นเทนนิสหรือกีฬาได้เมื่อไร
กีฬาที่ใช้ข้อศอกมากมักต้องรอหลายเดือนและกลับเป็นขั้น MedlinePlus ระบุช่วงประมาณ 4-6 เดือนสำหรับหลายคน แต่ศัลยแพทย์และนักกายภาพต้องประเมินการเคลื่อนไหว แรง และการควบคุมแขนก่อนอนุญาต
การผ่าตัดรับประกันว่าอาการปวดจะหายหรือไม่
ไม่รับประกัน เพราะบางคนยังมีอาการปวด อ่อนแรง ข้อตึง หรือมีสาเหตุอื่นร่วมอยู่ ผลขึ้นกับความถูกต้องของการวินิจฉัย ระดับความเสียหาย การซ่อมเอ็น และการฟื้นฟูหลังผ่าตัด
ศอกเทนนิสกลับมาเป็นซ้ำได้หรือไม่
กลับมาเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะหากกลับไปทำกิจกรรมเดิมเร็วเกินไป เทคนิคการทำงานหรือกีฬาไม่เปลี่ยน หรือกล้ามเนื้อยังไม่พร้อม การปรับอุปกรณ์ ท่าทาง และการเพิ่มแรงอย่างเป็นขั้นช่วยลดปัจจัยกระตุ้นได้
ก่อนผ่าตัดต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดหรือไม่
ยาป้องกันลิ่มเลือดบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับ แต่ห้ามหยุดเอง ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และแพทย์ผู้ดูแลโรคเดิมจะกำหนดเวลาเฉพาะจากชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา และความเสี่ยงของคุณ
หากยังไม่พร้อมผ่าตัด สามารถรอต่อได้หรือไม่
มักรอพร้อมรักษาแบบไม่ผ่าตัดต่อได้ หากไม่มีภาวะเร่งด่วนและการวินิจฉัยชัดเจนว่าเป็นศอกเทนนิส ระหว่างรอควรปรับกิจกรรม ทำกายภาพ และกลับไปประเมินใหม่หากอาการเปลี่ยนหรือการใช้แขนลดลง
ควรถามอะไรศัลยแพทย์ก่อนตัดสินใจ
ควรถามว่าสาเหตุของอาการแน่ชัดเพียงใด เคยลองทางเลือกอื่นครบหรือยัง จะผ่าตัดแบบใด ต้องซ่อมเอ็นหรือไม่ ความเสี่ยงเฉพาะของคุณคืออะไร และงานหรือกีฬาของคุณต้องพักประมาณใด คำตอบเหล่านี้ช่วยให้ตัดสินใจจากสภาพจริงของคุณ ไม่ใช่จากชื่อการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลอ้างอิง
- MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Tennis elbow surgery: MedlinePlus Medical Encyclopedia — เกี่ยวกับ Tennis elbow surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- healthdirect.gov.au: Surgery for tennis elbow | healthdirect — เกี่ยวกับ Tennis elbow surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Complications of Elbow Arthroscopic Surgery: A Systematic Review ... — เกี่ยวกับ Tennis elbow surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Cleveland Clinic: Elbow Surgery: Types, What To Expect & Recovery — เกี่ยวกับ Tennis elbow surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


