ผ่าตัดตาเหล่
ผ่าตัดตาเหล่ (Strabismus surgery) คือการปรับความตึงหรือตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่ควบคุมลูกตา เพื่อให้ดวงตาทั้งสองข้างอยู่ในแนวที่เหมาะสมขึ้นและอาจช่วยให้ทำงานร่วมกันดีขึ้น การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อแว่นตา ปริซึม การปิดตา หรือการรักษาสาเหตุอื่นยังแก้แนวตาและอาการได้ไม่เพียงพอ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ตาเหล่ต้องผ่าตัด
ประเด็นสำคัญ
- การผ่าตัดไม่ได้เปิดเข้าไปภายในลูกตา แต่ทำที่กล้ามเนื้อด้านนอกของลูกตา โดยแพทย์จะทำให้กล้ามเนื้อบางมัดอ่อนแรงลง แข็งแรงขึ้น หรือย้ายตำแหน่งตามชนิดของตาเหล่
- จุดประสงค์อาจเป็นการลดภาพซ้อน ปรับแนวตา ลดการเอียงศีรษะ หรือช่วยให้ตาทั้งสองข้างทำงานร่วมกัน แต่ผลที่เป็นไปได้ต่างกันตามอายุ สาเหตุ ระยะเวลาที่เป็น และการมองเห็นเดิม
- หลังผ่าตัดมักกลับบ้านได้ในวันเดียวและพักงานช่วงสั้นๆ แต่ตาแดง ระคายเคือง หรือมองเห็นภาพซ้อนชั่วคราวอาจอยู่ต่ออีกหลายสัปดาห์ การเข้าที่และหายเต็มที่อาจใช้เวลาหลายเดือน
ผ่าตัดตาเหล่ คืออะไร
ตาเหล่คือภาวะที่ดวงตาทั้งสองข้างมองไม่ตรงไปยังจุดเดียวกัน ตาข้างหนึ่งอาจเบนเข้า เบนออก เบนขึ้น หรือเบนลง อาการอาจเป็นตลอดเวลาหรือเกิดเป็นบางช่วง และอาจพบตั้งแต่วัยเด็กหรือเกิดขึ้นใหม่ในผู้ใหญ่
การผ่าตัดแก้ไขภาวะตาเหล่เป็นการปรับแรงดึงของกล้ามเนื้อที่หมุนลูกตา จักษุแพทย์อาจผ่าตัดตาเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และอาจปรับกล้ามเนื้อมากกว่าหนึ่งมัด แผนผ่าตัดไม่ได้พิจารณาจาก “ตาข้างที่เหล่” เพียงอย่างเดียว แต่ดูรูปแบบการเบนของตา การเคลื่อนไหวของตา การมองเห็นของแต่ละข้าง และการทำงานร่วมกันของตาทั้งคู่ (NHS)
วิธีหลักที่ใช้ปรับกล้ามเนื้อ ได้แก่
- การถอยกล้ามเนื้อ คือเลื่อนจุดเกาะของกล้ามเนื้อไปด้านหลังเพื่อลดแรงดึง
- การตัดกล้ามเนื้อให้สั้นลง คือเอากล้ามเนื้อบางส่วนออกแล้วเย็บกลับ เพื่อเพิ่มแรงดึง
- การพับกล้ามเนื้อ คือพับกล้ามเนื้อให้สั้นลงโดยไม่ตัดบางส่วนออก
- การย้ายตำแหน่งกล้ามเนื้อ ใช้ในตาเหล่บางชนิด โดยเฉพาะเมื่อกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทบางส่วนทำงานผิดปกติ
- ไหมปรับได้ เป็นเทคนิคที่เปิดโอกาสให้แพทย์ปรับความตึงของไหมหลังผู้ป่วยตื่นในกรณีที่เหมาะสม มักพิจารณาในผู้ใหญ่หรือภาวะที่ซับซ้อน แต่ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน
เป้าหมายไม่ได้เหมือนกันในผู้ป่วยทุกคน เด็กบางคนผ่าตัดเพื่อจัดแนวตาให้มีโอกาสพัฒนาการมองเห็นร่วมกัน ผู้ใหญ่อาจผ่าตัดเพื่อลดภาพซ้อน ขยายบริเวณที่มองเห็นด้วยตาทั้งสองข้าง ลดการหันหรือเอียงศีรษะ หรือปรับแนวตาให้สังเกตเห็นความเหล่น้อยลง
การผ่าตัดปรับแนวตา แต่ไม่ได้แก้ปัญหาการมองเห็นทุกชนิดโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น ตาขี้เกียจ สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงอาจยังต้องรักษาแยกต่างหาก ผู้ที่ใส่แว่นก่อนผ่าตัดจึงอาจยังต้องใส่แว่นหลังผ่าตัด และบางคนยังต้องใช้ปริซึมหรือรักษาตาขี้เกียจต่อ
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่แพทย์อาจพิจารณาให้ผ่าตัด
การผ่าตัดอาจเหมาะเมื่อผลกระทบจากตาเหล่มีนัยสำคัญและวิธีที่ไม่ผ่าตัดช่วยได้ไม่เพียงพอ ตัวอย่างสถานการณ์ ได้แก่
- เด็กที่แนวตาเบนชัดเจน และจักษุแพทย์เห็นว่าการปรับแนวตาอาจช่วยการพัฒนาการมองเห็นร่วมกัน
- ผู้ที่ตาเหล่ต่อเนื่องแม้แก้ค่าสายตาด้วยแว่นอย่างเหมาะสมแล้ว
- ผู้ใหญ่ที่เกิดภาพซ้อนและไม่สามารถควบคุมด้วยปริซึมหรือวิธีอื่นได้ดี
- ผู้ที่ต้องหันหน้า เอียงศีรษะ หรือยกคางเป็นประจำเพื่อให้มองชัดขึ้น
- ผู้ที่เคยผ่าตัดแล้วแนวตากลับมาเหล่อีก หรือยังเหลือความคลาดเคลื่อนที่รบกวนการมองเห็น
- ผู้ที่มีตาเหล่จากโรคของเส้นประสาท การบาดเจ็บ โรคต่อมไทรอยด์ โรคหลอดเลือดสมอง หรือหลังการผ่าตัดตาชนิดอื่น เมื่อสาเหตุมีความคงที่และแพทย์ประเมินว่าถึงเวลาที่เหมาะสม (NHS)
ผู้ใหญ่ไม่ได้ “แก่เกินไป” สำหรับการประเมินผ่าตัดตาเหล่ อายุเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุให้ตัดสิทธิ์ แพทย์จะพิจารณาสุขภาพโดยรวม สาเหตุของตาเหล่ ความคงที่ของมุมตา และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับเป็นรายคน
ผู้ที่อาจยังไม่ควรผ่าตัดในขณะนั้น
การพบว่าตาเหล่ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทันที แพทย์อาจแนะนำให้ชะลอหรือเลือกวิธีอื่นก่อน หากมีกรณีต่อไปนี้
- มุมตาเหล่ยังเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่งเกิดหลังเส้นประสาทผิดปกติ การบาดเจ็บ หรือโรคเฉียบพลัน
- อาการควบคุมได้ด้วยแว่น ปริซึม หรือการรักษาสาเหตุเดิม
- เด็กมีตาขี้เกียจที่ยังต้องรักษาควบคู่กัน เพราะการทำให้ตาตรงไม่ได้ทำให้การมองเห็นของตาข้างนั้นกลับมาเอง
- มีการติดเชื้อหรืออักเสบที่ตาซึ่งควรรักษาก่อน
- มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ดี หรือความเสี่ยงจากการดมยาสลบสูงเกินไปในช่วงนั้น
- ความคาดหวังคือให้มองเห็นชัดขึ้นทั้งที่ความพร่ามัวมาจากจอประสาทตา เส้นประสาทตา ต้อกระจก หรือปัญหาอื่นที่การปรับกล้ามเนื้อตาไม่สามารถแก้ได้
ตาเหล่ที่เกิดขึ้นใหม่ในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะหากมีภาพซ้อน ปวดศีรษะ หนังตาตก แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด ควรหาสาเหตุก่อน ไม่ควรตัดสินว่าเป็นเพียงปัญหาแนวตาแล้วนัดผ่าตัดทันที
ก่อนตัดสินใจ จักษุแพทย์จะตรวจระดับการมองเห็น วัดมุมตาเหล่ในทิศทางต่างๆ ตรวจการเคลื่อนไหวของตา และประเมินว่าตาทั้งสองข้างรวมภาพได้หรือไม่ บางคนอาจได้ทดลองปริซึมเพื่อประเมินภาพซ้อนและคาดการณ์การตอบสนองหลังปรับแนวตา
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
โรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจมีขั้นตอนต่างกัน แต่การเตรียมตัวมักครอบคลุมเรื่องต่อไปนี้
ตรวจตาและทบทวนแผนผ่าตัด
แพทย์อาจวัดมุมตาเหล่มากกว่าหนึ่งครั้ง เพราะมุมตาอาจเปลี่ยนตามระยะมอง ทิศทางการมอง ความเหนื่อย หรือแว่นที่ใช้ ควรนำแว่นตา แว่นปริซึม และผลตรวจตาเดิมมาด้วย หากเคยผ่าตัดตา ควรนำใบสรุปการผ่าตัดหรือแจ้งให้แพทย์ทราบว่าผ่าตัดตาข้างใดและกล้ามเนื้อใด หากมีข้อมูล
แจ้งแพทย์ด้วยว่ามีภาพซ้อนในทิศทางใด ต้องเอียงศีรษะหรือปิดตาข้างหนึ่งเมื่อใด และอาการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยวางแผนว่าควรปรับกล้ามเนื้อมัดใด
แจ้งประวัติสุขภาพและยา
แจ้งโรคประจำตัว การแพ้ยา การตั้งครรภ์หรือโอกาสตั้งครรภ์ ประวัติเลือดออกง่าย และปฏิกิริยาที่เคยเกิดจากยาระงับความรู้สึก รวมถึงแจ้งยาทุกชนิดที่ใช้ โดยเฉพาะ
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน
- ยารักษาความดันหรือโรคหัวใจ
- สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม
- ยาหยอดตาหรือยาทาตาที่ใช้อยู่
อย่าหยุดยาเอง ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้บอกว่ายาชนิดใดต้องหยุด ปรับ หรือใช้ต่อ และจะกำหนดเวลาให้เหมาะกับโรคประจำตัวและวิธีระงับความรู้สึกของคุณ (Cleveland Clinic)
งดอาหารและน้ำตามคำสั่ง
หากต้องดมยาสลบหรือใช้ยาระงับความรู้สึก โรงพยาบาลจะกำหนดเวลาให้งดอาหารและเครื่องดื่ม คำสั่งแตกต่างกันตามอายุ เวลาเข้าผ่าตัด และชนิดของอาหาร จึงควรทำตามเอกสารของโรงพยาบาลโดยตรง ไม่ใช้คำแนะนำของผู้ป่วยคนอื่นแทน หากเผลอรับประทานหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมผ่าตัดตามจริงเพื่อประเมินความปลอดภัย
วางแผนวันผ่าตัดและการเดินทางกลับ
ส่วนใหญ่ไม่ควรขับรถกลับเองหลังได้รับยาระงับความรู้สึก ควรมีผู้ใหญ่มารับและอยู่ช่วยดูแลในช่วงแรก โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ผ่าตัดตาทั้งสองข้าง เตรียมเสื้อผ้าที่สวมง่าย หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางรอบดวงตา และนำบัตรประจำตัว เอกสารสิทธิการรักษา รายการยา และผลตรวจตามที่โรงพยาบาลแจ้ง
ก่อนเซ็นยินยอม คุณควรทราบว่าแพทย์วางแผนผ่าตัดตาข้างใด กล้ามเนื้อประมาณกี่มัด ใช้ไหมปรับได้หรือไม่ และเป้าหมายหลักคืออะไร หากคำตอบเปลี่ยนได้ตามสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัด แพทย์ควรอธิบายขอบเขตนั้นล่วงหน้า
ขั้นตอนการผ่าตัด
ขั้นตอนจริงขึ้นกับชนิดของตาเหล่ แต่โดยทั่วไปเป็นลำดับดังนี้ (Cleveland Clinic)
- ยืนยันตัวผู้ป่วยและแผนผ่าตัด
ทีมรักษาจะตรวจชื่อ ประวัติแพ้ยา ตาข้างที่จะผ่าตัด และเอกสารยินยอม แพทย์อาจตรวจแนวตาซ้ำก่อนให้ยาระงับความรู้สึก
- ให้ยาระงับความรู้สึก
เด็กส่วนใหญ่มักใช้การดมยาสลบเพื่อให้อยู่นิ่งและไม่รู้สึกตัว ผู้ใหญ่อาจใช้การดมยาสลบ หรือใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาคลายกังวลในบางกรณี การเลือกขึ้นกับความซับซ้อน สุขภาพ และแนวทางของทีมรักษา
- เปิดเปลือกตาและเข้าถึงกล้ามเนื้อ
แพทย์ใช้เครื่องมือช่วยเปิดเปลือกตา แล้วเปิดเยื่อบุตา ซึ่งเป็นเยื่อบางที่คลุมตาขาว เพื่อเข้าถึงกล้ามเนื้อด้านนอกของลูกตา การผ่าตัดไม่ได้เอาลูกตาออกจากเบ้าตา
- ปรับกล้ามเนื้อตามแผน
แพทย์จะแยกกล้ามเนื้อที่ต้องการ แล้วถอย ตัดให้สั้น พับ หรือย้ายตำแหน่ง บางคนต้องปรับเพียงหนึ่งมัด ขณะที่บางคนต้องทำหลายมัดหรือทำทั้งสองตา
- เย็บกล้ามเนื้อและเยื่อบุตา
กล้ามเนื้อถูกยึดไว้ในตำแหน่งใหม่ จากนั้นปิดเยื่อบุตาด้วยไหมที่มักละลายได้ หากใช้ไหมปรับได้ แพทย์จะจัดวางไหมเพื่อให้ปรับภายหลังเมื่อผู้ป่วยตื่นและให้ความร่วมมือได้
- พักฟื้นหลังยาระงับความรู้สึก
หลังผ่าตัด ทีมรักษาจะสังเกตการหายใจ อาการคลื่นไส้ ปวด และเลือดออก เมื่อฟื้นตัวเพียงพอจึงกลับบ้านได้ในกรณีที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
หลังตื่นอาจรู้สึกเหมือนมีทรายในตา แสบตา น้ำตาไหล หรือมีตาแดง สิ่งเหล่านี้พบได้หลังเยื่อบุตาและกล้ามเนื้อถูกผ่าตัด บางคนมีเลือดสีแดงสดเป็นปื้นบนตาขาว ซึ่งมักค่อยๆ จางลง แต่ควรให้แพทย์ตรวจหากปวดมากขึ้นหรือการมองเห็นลดลง
หากใช้ไหมปรับได้ แพทย์อาจตรวจแนวตาหลังผู้ป่วยตื่นและปรับไหมเมื่อจำเป็น การปรับนี้ไม่ใช่การผ่าตัดใหม่ทั้งหมด และไม่ได้ใช้ในผู้ป่วยทุกคน
ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาผ่าตัดแตกต่างกันมากตามจำนวนกล้ามเนื้อ ตาที่ผ่าตัด ความซับซ้อน และประวัติผ่าตัดเดิม แพทย์ผู้ผ่าตัดจะแจ้งเวลาที่คาดหมายเป็นรายคน โดยเวลาที่อยู่โรงพยาบาลยังรวมการเตรียมตัว การระงับความรู้สึก และการเฝ้าดูอาการหลังผ่าตัดด้วย
ผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียวเมื่อฟื้นจากยาระงับความรู้สึก รับประทานหรือดื่มได้ตามเกณฑ์ และไม่มีภาวะแทรกซ้อน (Cleveland Clinic) อย่างไรก็ตาม เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด ผู้ที่คลื่นไส้มาก หรือผู้ที่ได้รับการผ่าตัดซับซ้อนอาจต้องสังเกตอาการนานขึ้นหรือพักค้างคืน แนวปฏิบัติในแต่ละโรงพยาบาลของไทยอาจต่างกัน
ชนิดของยาระงับความรู้สึกมักเป็นดังนี้
| ผู้ป่วยหรือสถานการณ์ | วิธีที่อาจใช้ |
| เด็ก | มักดมยาสลบ |
| ผู้ใหญ่ทั่วไป | ดมยาสลบ หรือยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาคลายกังวล |
| ผ่าตัดซับซ้อนหรืออยู่นิ่งได้ยาก | มักพิจารณาดมยาสลบ |
| ใช้ไหมปรับได้ | อาจวางแผนให้ประเมินและปรับหลังตื่น |
วิสัญญีแพทย์เป็นผู้เลือกวิธีที่เหมาะสมหลังพิจารณาสุขภาพ ความกังวล ความร่วมมือ และแผนผ่าตัด ไม่ควรคาดว่าผู้ใหญ่ทุกคนจะใช้เพียงยาชา หรือเด็กทุกคนจะกลับบ้านในเวลาเดียวกัน
พักฟื้นนานแค่ไหน
ระยะพักฟื้นแตกต่างกันตามอาการ ลักษณะงาน จำนวนกล้ามเนื้อ เทคนิคผ่าตัด และการหายของแต่ละคน อาการแดงหรือระคายเคืองอาจอยู่นานกว่าช่วงที่กลับไปทำกิจกรรมทั่วไปได้ และแนวตาอาจเปลี่ยนต่อระหว่างการหาย แพทย์ผู้ผ่าตัดควรเป็นผู้กำหนดเวลาการกลับไปเรียน ทำงาน ขับรถ และออกกำลังกายเป็นรายคน
การมองเห็นและภาพซ้อนหลังผ่าตัด
ภาพอาจมัวชั่วคราวจากน้ำตา ยาหยอด ขี้ผึ้งตา หรือผิวตาระคายเคือง บางคนมีภาพซ้อนในช่วงแรกเพราะสมองกำลังปรับเข้ากับแนวตาใหม่ อาการอาจอยู่เพียงไม่กี่วัน แต่อาจนานกว่านั้นในบางคน (Cleveland Clinic)
อย่ากลับไปขับรถเพียงเพราะครบจำนวนวันที่คาดไว้ ควรรอจนเห็นชัด ไม่มีภาพซ้อนที่รบกวน และแพทย์เห็นว่าปลอดภัย แพทย์ผู้ผ่าตัดจะเป็นผู้แนะนำเวลาที่เหมาะสมตามการมองเห็นและการฟื้นตัวของแต่ละคน
การกลับไปทำงานหรือเรียน
งานหน้าจอและการอ่านไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อที่เย็บหลุดโดยตรง แต่ในช่วงแรกอาจทำให้ล้าหรือระคายเคือง การกลับไปทำงานเบาหรือเรียนขึ้นกับอาการ การมองเห็น และคำแนะนำของแพทย์ ส่วนงานที่มีฝุ่น เสี่ยงกระแทก ต้องขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือออกแรงมากอาจต้องรอนานกว่า
เด็กอาจกลับไปเรียนได้เมื่อสบายตา กินและนอนได้ตามปกติ และสามารถหลีกเลี่ยงการเล่นที่กระแทกตาได้ ผู้ปกครองควรแจ้งครูเรื่องข้อจำกัดตามที่แพทย์กำหนด
การดูแลระหว่างพักฟื้น
แพทย์อาจให้ยาหยอดหรือยาป้ายตาเพื่อลดการอักเสบหรือป้องกันการติดเชื้อ ให้ใช้ตามฉลากและคำสั่งเฉพาะของคุณ ไม่ใช้ยาของผู้อื่นและไม่เพิ่มความถี่เอง
หลีกเลี่ยงการขยี้ตา รักษามือให้สะอาดก่อนสัมผัสรอบตา และทำตามคำแนะนำเรื่องการอาบน้ำ ล้างหน้า ว่ายน้ำ แต่งหน้า และออกกำลังกาย เพราะช่วงเวลาที่อนุญาตอาจต่างกันตามแผลและเทคนิคการผ่าตัด
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดตาเหล่มีทั้งความเสี่ยงที่พบได้ในช่วงพักฟื้นและความเสี่ยงที่เกิดไม่บ่อยแต่สำคัญ แหล่งข้อมูลที่ให้มาไม่ได้ระบุอัตราที่ใช้ได้กับผู้ป่วยไทย จึงไม่ควรนำตัวเลขจากสถานพยาบาลต่างประเทศมาใช้คาดการณ์รายบุคคล
แนวตาอาจยังไม่ตรงตามเป้าหมาย
ความเสี่ยงระยะยาวที่สำคัญคือแก้ได้น้อยเกินไป มากเกินไป หรือแนวตากลับมาเหล่อีกภายหลัง บางคนยังต้องใช้แว่นหรือปริซึม และบางคนอาจต้องผ่าตัดเพิ่มเติม (NHS) เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าการผ่าตัดครั้งแรกทำผิดเสมอไป เพราะแนวตาขึ้นกับการหายของเนื้อเยื่อ แรงกล้ามเนื้อ และการปรับตัวของระบบการมองเห็นด้วย
ภาพซ้อน
ภาพซ้อนชั่วคราวอาจเกิดหลังผ่าตัดและมักดีขึ้นเมื่อสมองปรับตัว แต่บางคนอาจมีภาพซ้อนต่อเนื่องหรือเกิดภาพซ้อนแบบใหม่ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ตาเหล่มานาน ก่อนผ่าตัด แพทย์อาจใช้ปริซึมจำลองแนวตาใหม่เพื่อประเมินความเสี่ยง แต่ไม่สามารถทำนายผลได้สมบูรณ์
หนังตาหรือตำแหน่งตาเปลี่ยน
หนังตาอาจตกหรือดูต่างจากเดิมชั่วคราว และตำแหน่งของตาอาจดูไม่สมมาตรในระยะแรก หากไม่ดีขึ้นหรือรบกวนการมองเห็น ควรให้แพทย์ประเมินว่าเกิดจากบวม การเปลี่ยนแนวกล้ามเนื้อ หรือสาเหตุอื่น
การติดเชื้อ เลือดออก และแผลอักเสบ
ตาแดงเล็กน้อยหลังผ่าตัดพบได้ แต่การติดเชื้อ เลือดออกมาก หรือการอักเสบรุนแรงไม่ใช่อาการที่ควรรอดูเอง ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้หากขยี้ตา สัมผัสตาด้วยมือไม่สะอาด หรือไม่ใช้ยาตามแผน
ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น การติดเชื้อลึกภายในลูกตา การทะลุของผนังลูกตาร่วมกับจอประสาทตาเสียหาย หรือภาวะส่วนหน้าของลูกตาขาดเลือด พบได้น้อยมาก แต่อาจทำให้การมองเห็นลดลงถาวรหรือสูญเสียการมองเห็นได้ หากปวดตามาก การมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็ว เห็นแสงวาบ จุดดำหรือม่านบังตา มีหนอง หรือตาบวมแดงมากขึ้น ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปห้องฉุกเฉินทันที
กล้ามเนื้อเลื่อนหรือสูญเสียการยึดเกาะ
กล้ามเนื้อที่เย็บไว้อาจเลื่อนหรือหลุดจากตำแหน่งได้ แม้ไม่พบบ่อย ภาวะนี้อาจทำให้แนวตาเปลี่ยนมากหรือเคลื่อนไหวตาบางทิศทางไม่ได้ และอาจต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด
ผนังลูกตาบาดเจ็บ
ระหว่างเย็บกล้ามเนื้อ เข็มอยู่ใกล้ผนังลูกตา จึงมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของผนังลูกตาหรือเนื้อเยื่อภายใน แม้เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ไม่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่ หากมีการมองเห็นลดลงมาก ปวดรุนแรง หรือเห็นแสงวาบและจุดดำใหม่ ต้องรีบตรวจ
เลือดไปเลี้ยงส่วนหน้าของตาลดลง
การปรับกล้ามเนื้อหลายมัด โดยเฉพาะในผู้ที่เคยผ่าตัดมาก่อน อาจกระทบหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนหน้าของตา ภาวะนี้เรียกว่าภาวะส่วนหน้าของลูกตาขาดเลือด และเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่แพทย์ต้องพิจารณาเมื่อต้องผ่าตัดซับซ้อน
ความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึก
อาจเกิดคลื่นไส้ อาเจียน เจ็บคอ แพ้ยา หรือปัญหาการหายใจและระบบไหลเวียน ความเสี่ยงขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว และชนิดของยาระงับความรู้สึก วิสัญญีแพทย์จะประเมินก่อนผ่าตัดและวางแผนลดความเสี่ยงเป็นรายคน
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปโรงพยาบาลทันทีหากมีอาการต่อไปนี้ ไม่ควรรอถึงวันนัด
| อาการ | เหตุผลที่ต้องรีบตรวจ |
| การมองเห็นลดลงชัดเจนหรือแย่ลงอย่างรวดเร็ว | ต้องแยกภาวะแทรกซ้อนภายในตาหรือเส้นประสาท |
| ปวดตามากขึ้นหรือปวดรุนแรงแม้ใช้ยาตามแผน | อาจไม่ใช่อาการระคายเคืองปกติ |
| ตาบวมแดงมากขึ้นหลังเคยดีขึ้น | อาจมีการติดเชื้อหรืออักเสบ |
| มีหนอง สารคัดหลั่งข้น หรือกลิ่นผิดปกติ | ต้องประเมินการติดเชื้อ |
| เลือดออกต่อเนื่องหรือเลือดไหลมาก | ต้องตรวจแผลและการแข็งตัวของเลือด |
| มีไข้ร่วมกับอาการทางตาที่แย่ลง | อาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อ |
| ลูกตาเคลื่อนไหวไม่ได้ในทิศทางที่เคยทำได้ หรือแนวตาเปลี่ยนฉับพลัน | อาจเกี่ยวข้องกับตำแหน่งกล้ามเนื้อ |
| เห็นแสงวาบ จุดดำจำนวนมาก หรือเหมือนม่านบังตา | ต้องตรวจจอประสาทตาโดยเร่งด่วน |
| หายใจลำบาก หน้าหรือคอบวม เป็นลม หรือซึมผิดปกติ | อาจเป็นปฏิกิริยารุนแรงจากยาและเป็นเหตุฉุกเฉิน |
ตาแดง แสบตา น้ำตาไหล และรู้สึกเหมือนมีทรายในตาอาจเกิดในช่วงแรก แต่แนวโน้มควรค่อยๆ ดีขึ้น หากคุณไม่แน่ใจว่าความรุนแรงเกินที่คาดหรือไม่ ให้ติดต่อสถานพยาบาลที่ผ่าตัด เพราะทีมดังกล่าวทราบรายละเอียดของแผลและกล้ามเนื้อที่ได้รับการปรับ
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกสำหรับตาเหล่ทุกชนิด ทางเลือกขึ้นกับสาเหตุ อายุ มุมตาเหล่ และการมีภาพซ้อน
แว่นตาและการแก้ค่าสายตา
ตาเหล่บางชนิด โดยเฉพาะในเด็กที่มีสายตายาว อาจดีขึ้นเมื่อใส่แว่นที่แก้ค่าสายตาเหมาะสม ควรประเมินผลจากแว่นก่อนตัดสินใจผ่าตัดในกรณีที่เกี่ยวข้อง แม้ผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยอาจยังต้องใส่แว่นเพื่อให้มองชัด
เลนส์ปริซึม
ปริซึมช่วยเลื่อนภาพให้ตาทั้งสองข้างรวมภาพได้ง่ายขึ้น เหมาะกับผู้ใหญ่บางคนที่มีมุมตาเหล่ไม่มากและค่อนข้างคงที่ โดยเฉพาะเมื่อมีภาพซ้อน ปริซึมไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อตากลับสู่ปกติ และอาจไม่เพียงพอเมื่อมุมตาเหล่มากหรือเปลี่ยนตามทิศทางการมอง (NHS)
การปิดตาและการรักษาตาขี้เกียจ
ในเด็ก การปิดตาข้างที่มองดีกว่าหรือวิธีรักษาตาขี้เกียจอื่นมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการมองเห็นของตาข้างที่อ่อนกว่า ไม่ได้เป็นการปรับกล้ามเนื้อให้ตาตรงโดยตรง บางคนจึงต้องรักษาตาขี้เกียจและประเมินการผ่าตัดแยกกัน
การติดตามอาการและรักษาสาเหตุ
ตาเหล่ที่เกิดใหม่จากเส้นประสาทควบคุมตาผิดปกติอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเวลา แพทย์อาจติดตามแนวตา ใช้การปิดตาหรือปริซึมเพื่อลดภาพซ้อน และรักษาสาเหตุก่อน การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อแนวตาคงที่เพียงพอ
หากเกี่ยวข้องกับโรคต่อมไทรอยด์ การอักเสบ การบาดเจ็บ หรือโรคทางระบบประสาท ต้องรักษาโรคต้นเหตุก่อนหรือควบคู่กัน การรีบปรับกล้ามเนื้อในช่วงที่โรคยังเปลี่ยนแปลงอาจทำให้ผลไม่คงที่
การฉีดยาที่กล้ามเนื้อตา
แพทย์อาจพิจารณาการฉีดยาที่ลดการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราวในตาเหล่บางรูปแบบ วิธีนี้ไม่เหมาะกับทุกคน ผลอาจเปลี่ยนตามเวลา และยังมีความเสี่ยง เช่น หนังตาตกหรือแนวตาเปลี่ยนชั่วคราว จักษุแพทย์จะเปรียบเทียบกับปริซึมหรือการผ่าตัดตามสาเหตุ
การผ่าตัดรูปแบบอื่น
หากตาเหล่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อในเบ้าตา หนังตา หรือโรคต่อมไทรอยด์ อาจต้องรักษาหรือผ่าตัดส่วนอื่นก่อน การผ่าตัดกล้ามเนื้อตาเพียงอย่างเดียวอาจไม่แก้ปัญหาทั้งหมด ลำดับการรักษาจึงสำคัญและต้องวางแผนเป็นรายคน
สิทธิการรักษา
สิทธิครอบคลุมหรือไม่ขึ้นกับเหตุผลทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละแผน การผ่าตัดที่มีข้อบ่งชี้เพื่อแก้การทำงาน เช่น ภาพซ้อน ท่าศีรษะผิดปกติ หรือผลต่อพัฒนาการมองเห็น อาจได้รับการพิจารณาต่างจากการผ่าตัดที่ประเมินว่าเป็นเรื่องรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
บัตรทอง
เริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือสถานพยาบาลตามสิทธิ เพื่อรับการตรวจและใบส่งต่อไปยังจักษุแพทย์หากจำเป็น ควรถามว่าโรงพยาบาลปลายทางมีบริการตรวจตาเหล่และผ่าตัดกล้ามเนื้อตาหรือไม่ ต้องใช้ใบส่งต่อฉบับใหม่หรือไม่ และการตรวจหรืออุปกรณ์ใดอยู่นอกเงื่อนไขของสิทธิ
กรณีเด็ก ควรนำสมุดสุขภาพ ประวัติการรักษาตาขี้เกียจ แว่น และผลตรวจเดิมไปด้วย เพื่อให้แพทย์เห็นการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องและลดการตรวจซ้ำที่ไม่จำเป็น
ประกันสังคม
ติดต่อโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ก่อน โรงพยาบาลจะประเมินและส่งต่อเมื่อไม่มีศักยภาพในการผ่าตัดเอง ควรตรวจสอบว่าต้องมีใบส่งต่อหรือการอนุมัติล่วงหน้าอย่างไร และการติดตามหลังผ่าตัดต้องกลับที่โรงพยาบาลใด
หากเปลี่ยนสถานพยาบาลตามสิทธิหรือกำลังอยู่ระหว่างส่งต่อ ควรยืนยันสถานะก่อนกำหนดวันผ่าตัด เพื่อไม่ให้เอกสารขาดช่วง
ประกันสุขภาพเอกชน
สอบถามบริษัทประกันก่อนเข้ารับการรักษา โดยแจ้งชื่อหัตถการ เหตุผลทางการแพทย์ ตาข้างที่จะผ่าตัด และคาดว่าจะกลับบ้านวันเดียวหรือนอนโรงพยาบาล ประเด็นที่ควรถาม ได้แก่
- ต้องขออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่
- ครอบคลุมการผ่าตัดแบบผู้ป่วยนอกหรือไม่
- มีระยะรอหรือข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อนหรือไม่
- ครอบคลุมค่าวิสัญญี การตรวจก่อนผ่าตัด และการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่
- ต้องใช้รายงานจากจักษุแพทย์เพื่อยืนยันว่ามีข้อบ่งชี้ด้านการทำงานหรือไม่
อย่าใช้เพียงคำตอบทางโทรศัพท์หากกำลังตัดสินใจนัดผ่าตัด ควรขอเอกสารยืนยันเงื่อนไขหรือเลขที่อนุมัติ และตรวจว่าชื่อหัตถการกับข้างของตาตรงกับแผนของแพทย์
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดตาเหล่เจ็บไหม
ระหว่างผ่าตัดไม่ควรรู้สึกเจ็บเพราะมีการดมยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก หลังผ่าตัดมักแสบ ระคายเคือง หรือรู้สึกเหมือนมีทรายในตาได้หลายวัน และอาจเจ็บเมื่อกลอกตาในช่วงแรก (Cleveland Clinic) หากปวดรุนแรงขึ้นหรือการมองเห็นลดลง ต้องติดต่อแพทย์ทันที
ผ่าตัดตาเหล่ต้องเอาลูกตาออกมาหรือไม่
ไม่ต้องเอาลูกตาออกจากเบ้าตา แพทย์เปิดเยื่อบางบริเวณตาขาวแล้วเข้าถึงกล้ามเนื้อที่อยู่ด้านนอกของลูกตา จากนั้นจึงปรับและเย็บกล้ามเนื้อกลับในตำแหน่งที่วางแผนไว้
ผ่าตัดตาเดียวหรือสองตา
อาจผ่าตัดตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ขึ้นกับชนิดและมุมของตาเหล่ การผ่าตัดสองตาไม่ได้หมายความว่าตาทั้งสองข้างมีโรครุนแรงเท่ากัน แต่เป็นการแบ่งการปรับแรงกล้ามเนื้อเพื่อให้ได้แนวตาที่เหมาะสม
ผู้ใหญ่ผ่าตัดตาเหล่ได้ไหม
ผู้ใหญ่ผ่าตัดได้หากผลประเมินพบว่ามีโอกาสได้ประโยชน์และสุขภาพเหมาะกับการผ่าตัด จุดประสงค์อาจเป็นการลดภาพซ้อน แก้ท่าศีรษะ หรือปรับแนวตา และไม่ควรปฏิเสธการประเมินเพียงเพราะตาเหล่มาตั้งแต่วัยเด็ก
ผ่าตัดแล้วตาจะตรงถาวรไหม
ไม่มีวิธีรับประกันว่าแนวตาจะตรงถาวรทุกคน หลังผ่าตัดอาจเหล่ค้าง แก้เกินเป้าหมาย หรือกลับมาเหล่อีกตามการหายของเนื้อเยื่อ สาเหตุเดิม และการเปลี่ยนแปลงของระบบการมองเห็น บางคนจึงต้องใช้ปริซึมหรือผ่าตัดเพิ่มเติม
ผ่าตัดแล้วสายตาจะชัดขึ้นไหม
การผ่าตัดมีเป้าหมายหลักเพื่อปรับแนวตา ไม่ได้แก้ค่าสายตาหรือตาขี้เกียจโดยตรง หากมองไม่ชัดจากสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง จอประสาทตา หรือเส้นประสาทตา ปัญหานั้นยังต้องได้รับการดูแลแยกต่างหาก
ผ่าตัดแล้วต้องใส่แว่นต่อหรือไม่
หลายคนยังต้องใส่แว่นต่อ เพราะแว่นแก้ค่าสายตา ส่วนการผ่าตัดปรับแรงของกล้ามเนื้อตา เด็กบางคนมีตาเหล่ที่สัมพันธ์กับสายตายาว การหยุดแว่นเองหลังผ่าตัดอาจทำให้แนวตาเปลี่ยนได้ จึงควรรอผลตรวจและคำแนะนำจากจักษุแพทย์
หลังผ่าตัดมีภาพซ้อนเป็นเรื่องปกติไหม
ภาพซ้อนชั่วคราวเกิดขึ้นได้ในช่วงที่สมองกำลังปรับกับแนวตาใหม่ และบางคนดีขึ้นภายในหลายวัน แต่อาจนานกว่านั้น หากภาพซ้อนรุนแรงขึ้น เกิดพร้อมการมองเห็นลดลง หรือไม่ดีขึ้นตามที่แพทย์คาด ควรกลับไปตรวจ
ตาแดงหลังผ่าตัดนานไหม
ตาแดงและระคายเคืองอาจคงอยู่หลายสัปดาห์ โดยระยะเวลาขึ้นกับจำนวนกล้ามเนื้อที่ผ่าตัดและการหายของแต่ละคน หากรอยแดงเพิ่มขึ้นหลังเคยดีขึ้น มีหนอง ปวดมาก หรือมีไข้ ให้รีบพบแพทย์
กลับไปทำงานหรือเรียนได้เมื่อไร
ระยะเวลาที่กลับไปทำงานหรือเรียนได้แตกต่างกันตามอาการ ลักษณะงาน การมองเห็น เทคนิคผ่าตัด และการหายของแต่ละคน งานที่มีฝุ่น เสี่ยงกระแทก ต้องขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือออกแรงมากอาจต้องพักนานกว่า โดยแพทย์ผู้ผ่าตัดเป็นผู้กำหนดจากแผลจริง
ขับรถหลังผ่าตัดได้เมื่อไร
ควรขับเมื่อการมองเห็นชัด ไม่มีภาพซ้อนที่รบกวน และแพทย์อนุญาตเท่านั้น ระยะเวลาจะแตกต่างกันตามการมองเห็น ชนิดการผ่าตัด และการฟื้นตัวของแต่ละคน
เด็กต้องรักษาตาขี้เกียจต่อหลังผ่าตัดหรือไม่
เด็กบางคนยังต้องรักษาตาขี้เกียจต่อ เพราะการผ่าตัดทำให้แนวตาดีขึ้นแต่ไม่ได้ทำให้สมองใช้ตาข้างที่อ่อนกว่าได้เต็มที่โดยอัตโนมัติ แพทย์จะตรวจการมองเห็นของตาแต่ละข้างและกำหนดแผนต่อเนื่อง
ถ้าเคยผ่าตัดตาเหล่แล้ว ผ่าตัดซ้ำได้ไหม
อาจผ่าตัดซ้ำได้เมื่อแนวตากลับมาเหล่หรือผลเดิมไม่เพียงพอ แต่การวางแผนอาจซับซ้อนขึ้นจากพังผืดและตำแหน่งกล้ามเนื้อเดิม ควรนำบันทึกการผ่าตัดครั้งก่อนให้แพทย์ดู เพราะช่วยระบุว่ากล้ามเนื้อมัดใดเคยถูกปรับไปแล้ว
ไหมปรับได้เหมาะกับทุกคนหรือไม่
ไม่เหมาะกับทุกคน เทคนิคนี้อาจช่วยให้แพทย์ปรับแนวตาหลังผู้ป่วยตื่น โดยเฉพาะผู้ใหญ่หรือเคสที่ซับซ้อน แต่ต้องพิจารณาความร่วมมือ ชนิดของตาเหล่ และประสบการณ์ของทีมผ่าตัด
ถ้ายังไม่พร้อมผ่าตัด รอได้ไหม
บางภาวะรอและใช้แว่น ปริซึม หรือรักษาสาเหตุก่อนได้ แต่เด็กที่อยู่ในช่วงพัฒนาการมองเห็นและผู้ใหญ่ที่เกิดตาเหล่ใหม่อาจมีเหตุให้ต้องประเมินโดยไม่ล่าช้า แพทย์จะบอกได้ว่าการรอมีผลต่อการมองเห็นหรือไม่ หลังดูอายุ สาเหตุ อาการ และความคงที่ของมุมตาเหล่.
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Strabismus Surgery: Details, Results & Recovery — เกี่ยวกับ Strabismus surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- NHS: Adult post-operative Strabismus (Squint Surgery) — เกี่ยวกับ Strabismus surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- aao.org: Strabismus Surgery: It's Not Just for Children — เกี่ยวกับ Strabismus surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


