ผ่าตัดต่อมน้ำลาย
ผ่าตัดต่อมน้ำลาย (Salivary-gland surgery) คือการนำก้อน นิ่ว เนื้อเยื่อที่ติดเชื้อ หรือบางส่วนของต่อมน้ำลายออก โดยอาจตัดเฉพาะรอยโรค ตัดต่อมบางส่วน หรือตัดทั้งต่อมตามตำแหน่งและผลตรวจ การผ่าตัดไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกก้อนหรือทุกกรณีที่ต่อมน้ำลายอุดตัน แพทย์จะพิจารณาจากอาการ ภาพถ่ายรังสี และผลตรวจชิ้นเนื้อร่วมกัน
ประเด็นสำคัญ
- ต่อมน้ำลายอยู่ใกล้เส้นประสาทและโครงสร้างสำคัญ โดยเฉพาะต่อมน้ำลายหน้าหูซึ่งมีเส้นประสาทควบคุมการเคลื่อนไหวใบหน้าพาดผ่าน การวางแผนผ่าตัดจึงต้องคำนึงถึงการรักษาการทำงานของเส้นประสาท
- เหตุผลที่พบบ่อยในการผ่าตัด ได้แก่ ก้อนเนื้องอกที่ต่อมน้ำลาย นิ่วที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ การอุดตันซ้ำ หรือการติดเชื้อเรื้อรัง แต่ก้อนบางชนิดและนิ่วบางตำแหน่งอาจรักษาโดยไม่ต้องตัดต่อมออก
- การพักฟื้นขึ้นกับต่อมที่ผ่าตัด ขนาดและตำแหน่งของรอยโรค รวมถึงว่าต้องผ่าตัดเส้นประสาทหรือต่อมน้ำเหลืองร่วมด้วยหรือไม่ หลังผ่าตัดต้องสังเกตเลือดออก การติดเชื้อ น้ำลายรั่ว และความอ่อนแรงของใบหน้า
ผ่าตัดต่อมน้ำลาย คืออะไร
ต่อมน้ำลายทำหน้าที่สร้างน้ำลายเพื่อช่วยให้ปากชุ่มชื้น เคี้ยว กลืน และเริ่มย่อยอาหาร ต่อมน้ำลายขนาดใหญ่มีอยู่เป็นคู่ ได้แก่
- ต่อมน้ำลายหน้าหู อยู่ด้านหน้าและใต้ใบหู
- ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร อยู่ใต้แนวขากรรไกรล่าง
- ต่อมน้ำลายใต้ลิ้น อยู่บริเวณพื้นปาก
- นอกจากนี้ยังมีต่อมน้ำลายขนาดเล็กกระจายอยู่ตามริมฝีปาก กระพุ้งแก้ม เพดานปาก และลำคอ
คำว่า “ผ่าตัดต่อมน้ำลาย” จึงไม่ได้หมายถึงการผ่าตัดแบบเดียว แผลผ่าตัดและความเสี่ยงต่างกันตามต่อมที่มีปัญหา ตัวอย่างเช่น การผ่าตัดต่อมน้ำลายหน้าหูมักมีแผลเริ่มบริเวณหน้าใบหูและต่อไปใต้ติ่งหูหรือรอยพับของคอ ส่วนการผ่าตัดต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรมักเปิดแผลบริเวณคอใต้ขากรรไกร
ในการผ่าตัดต่อมน้ำลายหน้าหู แพทย์อาจตัดต่อมส่วนตื้นหรือตัดทั้งต่อมตามตำแหน่งของก้อน เส้นประสาทใบหน้าซึ่งควบคุมการยิ้ม หลับตา และขยับกล้ามเนื้อใบหน้าพาดผ่านกลางต่อมนี้ แพทย์จึงต้องแยกและปกป้องเส้นประสาทระหว่างนำเนื้อเยื่อออก บางแห่งอาจใช้อุปกรณ์เฝ้าติดตามการทำงานของเส้นประสาทระหว่างผ่าตัด (Cleveland Clinic)
หากตรวจพบหรือสงสัยมะเร็ง ขอบเขตการผ่าตัดอาจกว้างขึ้น แพทย์อาจต้องนำเนื้อเยื่อใกล้เคียงหรือต่อมน้ำเหลืองที่คอออกด้วย แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนที่ต้องทำเช่นนี้ การตัดสินใจขึ้นกับชนิดของก้อน ระยะโรค ตำแหน่ง และความเกี่ยวข้องกับเส้นประสาท
เนื้อเยื่อที่นำออกมักถูกส่งตรวจทางพยาธิวิทยา หรือการตรวจชิ้นเนื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อบอกชนิดของรอยโรคและดูว่าขอบชิ้นเนื้อมีเซลล์ผิดปกติหรือไม่ ผลตรวจนี้อาจทำให้แผนรักษาหลังผ่าตัดเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเมื่อพบมะเร็ง
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่แพทย์อาจพิจารณาให้ผ่าตัด
การผ่าตัดอาจเหมาะเมื่อประโยชน์จากการนำรอยโรคออกมากกว่าความเสี่ยง เช่น
- มีก้อนที่ต่อมน้ำลายและผลตรวจบ่งว่าเป็นเนื้องอก หรือยังไม่สามารถแยกก้อนชนิดไม่ร้ายออกจากมะเร็งได้อย่างมั่นใจ
- ก้อนโตขึ้น ทำให้เจ็บ กดเบียด หรือรบกวนการอ้าปาก เคี้ยว กลืน หรือการเคลื่อนไหวใบหน้า
- สงสัยหรือยืนยันว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำลาย
- มีนิ่วอุดตันท่อน้ำลายซ้ำ ทำให้ปวดและบวมเวลารับประทานอาหาร โดยวิธีที่เก็บต่อมไว้ไม่ได้ผลหรือทำไม่ได้
- มีการอักเสบหรือติดเชื้อซ้ำจากการอุดตัน แม้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมแล้ว
- มีฝี เนื้อเยื่อเสียหาย หรือภาวะแทรกซ้อนที่จำเป็นต้องระบายหนองหรือนำเนื้อเยื่อออก
ต่อมน้ำลายหน้าหูมักถูกผ่าตัดเพื่อนำก้อนออก และการผ่าตัดอาจใช้รักษานิ่วหรือการติดเชื้อรุนแรงบางกรณีได้ด้วย (Cleveland Clinic, Cambridge University Hospitals)
ผู้ที่อาจยังไม่ต้องผ่าตัด
การพบก้อนไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทันทีทุกคน แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เฝ้าติดตาม หรือรักษาด้วยวิธีอื่นก่อน หากเป็นกรณีต่อไปนี้
- อาการบวมเกิดจากการติดเชื้อเฉียบพลันที่ตอบสนองต่อการรักษา
- นิ่วมีขนาดและตำแหน่งที่สามารถนำออกผ่านท่อน้ำลายได้ โดยไม่ต้องตัดต่อม
- อาการอุดตันยังไม่รุนแรงและอาจดีขึ้นด้วยการดื่มน้ำ การกระตุ้นน้ำลาย หรือการนวดตามคำแนะนำของแพทย์
- ก้อนมีลักษณะที่อาจติดตามได้ และความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูงกว่าประโยชน์ในเวลานั้น
- ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้ เช่น ภาวะหัวใจหรือปอดที่ทำให้การดมยาสลบเสี่ยงมาก ต้องปรับสภาพร่างกายก่อน
- มีการติดเชื้อบริเวณอื่นที่ควรรักษาให้สงบก่อนการผ่าตัดตามแผน
แม้ก้อนจะไม่เจ็บก็ควรได้รับการประเมิน เพราะอาการเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าเป็นก้อนชนิดใด แพทย์อาจตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และอาจใช้เข็มขนาดเล็กเก็บเซลล์ไปตรวจ การถ่ายภาพช่วยดูตำแหน่งและความสัมพันธ์กับเส้นประสาทเพื่อวางแผนผ่าตัด (Cleveland Clinic)
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ก่อนกำหนดวันผ่าตัด แพทย์จะทบทวนผลตรวจ ตำแหน่งของรอยโรค และขอบเขตที่คาดว่าจะนำออก คุณควรถามให้ชัดว่ามีแผนตัดเฉพาะก้อน ตัดต่อมบางส่วน หรือตัดทั้งต่อม รวมถึงมีโอกาสต้องตัดต่อมน้ำเหลืองหรือโครงสร้างอื่นเพิ่มเติมหรือไม่
การตรวจและข้อมูลสุขภาพ
แจ้งทีมรักษาเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้
- โรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหัวใจ ปอด ไต ตับ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และภาวะเลือดออกง่าย
- ประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร แพ้วัสดุปิดแผล หรือเคยมีปัญหาจากการดมยาสลบ
- การผ่าตัดหรือการฉายรังสีบริเวณศีรษะและคอในอดีต
- อาการใบหน้าอ่อนแรง ชา ปวดหู กลืนลำบาก หรือเสียงเปลี่ยนที่มีอยู่ก่อนผ่าตัด
- ยา วิตามิน สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดที่ใช้อยู่
แพทย์อาจตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือประเมินอื่นตามอายุและโรคประจำตัว หากเป็นก้อน อาจต้องทบทวนภาพถ่ายรังสีและผลเก็บเซลล์หรือชิ้นเนื้อก่อนวางแผน (Cleveland Clinic)
การงดอาหารและน้ำ
การผ่าตัดต่อมน้ำลายส่วนใหญ่มักทำภายใต้การดมยาสลบ จึงต้องงดอาหารและน้ำตามเวลาที่วิสัญญีแพทย์หรือสถานพยาบาลกำหนด เวลางดอาจไม่เหมือนกันตามชนิดอาหาร เวลาเข้าห้องผ่าตัด อายุ และโรคประจำตัว อย่าคาดเดาเวลาเอง เพราะการมีอาหารหรือน้ำค้างในกระเพาะเพิ่มความเสี่ยงที่สิ่งเหล่านั้นจะไหลเข้าสู่ปอดระหว่างดมยาสลบ
หากเผลอรับประทานหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมผ่าตัดตามจริง ไม่ควรปิดบัง ทีมรักษาจะประเมินว่าควรเลื่อนเวลาหรือดำเนินการอย่างไรเพื่อความปลอดภัย
ยาที่อาจต้องหยุดหรือปรับ
ยาบางชนิดอาจต้องปรับก่อนผ่าตัด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิด ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาหยุดและเวลาเริ่มใหม่ให้เป็นรายบุคคล
อย่าหยุดยาเหล่านี้เอง โดยเฉพาะยาที่ใช้ป้องกันลิ่มเลือดหลังใส่ขดลวดหัวใจ รักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง การหยุดยาโดยไม่มีแผนอาจเป็นอันตราย เช่นเดียวกับการใช้ยาต่อโดยไม่แจ้งทีมผ่าตัด
สิ่งที่ควรเตรียม
- บัตรประจำตัว เอกสารสิทธิการรักษา และหนังสือส่งตัวถ้ามี
- รายชื่อยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมด
- ผลตรวจหรือภาพถ่ายรังสีที่สถานพยาบาลขอให้นำมา
- เสื้อผ้าที่สวมง่ายและไม่ต้องดึงผ่านศีรษะ
- ผู้ใหญ่ที่สามารถพากลับบ้านและอยู่ช่วยในช่วงแรก หากแพทย์อนุญาตให้กลับวันเดียวกัน
- คำถามที่ต้องการถาม โดยเฉพาะเรื่องขอบเขตการผ่าตัด เส้นประสาท ท่อระบาย และผลตรวจชิ้นเนื้อ
แหล่งข้อมูลอ้างอิงแนะนำให้วางแผนผู้ดูแลและการเดินทางกลับไว้ล่วงหน้า เพราะหลังดมยาสลบไม่ควรขับรถเอง
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดต่างกันตามต่อมและโรค แต่โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้
- ตรวจยืนยันก่อนเข้าห้องผ่าตัด
ทีมรักษาตรวจชื่อ ตำแหน่งผ่าตัด ประวัติแพ้ยา ยาที่ใช้ และเอกสารยินยอม ศัลยแพทย์อาจทำเครื่องหมายตำแหน่งที่ต้องผ่าตัด
- ให้ยาระงับความรู้สึก
การผ่าตัดนำต่อมน้ำลายขนาดใหญ่ออกมักใช้การดมยาสลบ คุณจะหลับและไม่รู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด (Cleveland Clinic)
- เปิดแผลตามตำแหน่งของต่อม
สำหรับต่อมน้ำลายหน้าหู แผลมักอยู่หน้าใบหู ต่อผ่านใต้ติ่งหู และอาจลงไปตามรอยพับคอ รูปแบบแผลอาจเปลี่ยนตามขนาดและตำแหน่งของก้อน (Cambridge University Hospitals)
- ระบุและปกป้องโครงสร้างสำคัญ
ในการผ่าตัดต่อมน้ำลายหน้าหู ศัลยแพทย์จะแยกเส้นประสาทใบหน้าและกิ่งของเส้นประสาทออกจากเนื้อเยื่ออย่างระมัดระวัง หากผ่าตัดใต้ขากรรไกรหรือใต้ลิ้น ต้องระวังเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับการขยับลิ้น ความรู้สึกลิ้น และกล้ามเนื้อริมฝีปาก
- นำรอยโรคหรือต่อมออก
แพทย์อาจนำออกเฉพาะส่วนของต่อมที่มีก้อน หรือนำทั้งต่อมออก หากเป็นมะเร็งอาจต้องนำเนื้อเยื่อรอบข้างหรือต่อมน้ำเหลืองออกด้วย การตัดเส้นประสาทไม่ใช่ขั้นตอนปกติ แต่บางกรณีที่ก้อนมะเร็งลุกลามเข้าเส้นประสาทอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ ศัลยแพทย์ควรอธิบายความเป็นไปได้นี้ก่อนผ่าตัด
- ห้ามเลือดและใส่ท่อระบายถ้าจำเป็น
ท่อระบายเป็นท่อเล็กที่ช่วยนำเลือดหรือน้ำจากบริเวณแผลออก ลดการคั่งใต้ผิวหนัง ไม่ใช่ทุกคนต้องใส่ และเวลาถอดขึ้นกับปริมาณของเหลวกับแนวทางของสถานพยาบาล
- ปิดแผลและส่งชิ้นเนื้อตรวจ
แพทย์ปิดแผลด้วยไหมหรือวัสดุปิดแผล แล้วส่งเนื้อเยื่อให้พยาธิแพทย์ตรวจ หลังตื่นจากยาสลบ ทีมรักษาอาจให้คุณยิ้ม หลับตา หรือขยับริมฝีปาก เพื่อตรวจการทำงานของเส้นประสาทใบหน้า
ใช้เวลานานแค่ไหน
การผ่าตัดต่อมน้ำลายหน้าหูอาจใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง ตามข้อมูลอ้างอิงต่างประเทศ โดยขึ้นกับว่าตัดต่อมบางส่วนหรือทั้งหมด ขนาดและตำแหน่งของก้อน การยึดติดกับเส้นประสาท และการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองร่วมด้วย (Cleveland Clinic, Cambridge University Hospitals)
เวลานี้ไม่รวมช่วงเตรียมดมยาสลบและเฝ้าดูอาการในห้องพักฟื้น การผ่าตัดต่อมอื่นหรือการนำเฉพาะนิ่วออกอาจใช้เวลาต่างออกไป ศัลยแพทย์จะประเมินกรอบเวลาจากภาพถ่ายรังสีและแผนผ่าตัดของคุณ
บางคนกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน แต่บางคนต้องนอนโรงพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งคืนเพื่อเฝ้าระวังเลือดออก ตรวจการทำงานของเส้นประสาท และดูปริมาณของเหลวจากท่อระบาย แนวทางของแต่ละสถานพยาบาลและความซับซ้อนของการผ่าตัดไม่เหมือนกัน แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าผู้ป่วยที่ตัดต่อมน้ำลายหน้าหูมักพักหนึ่งคืน แต่แนวทางนี้ไม่ควรนำมาใช้แทนแผนของโรงพยาบาลในประเทศไทย (Cambridge University Hospitals)
พักฟื้นนานแค่ไหน
ระยะพักฟื้นไม่เท่ากัน โดยขึ้นกับต่อมที่ผ่าตัด ขอบเขตแผล ผลต่อเส้นประสาท อายุ โรคประจำตัว และลักษณะงาน ตารางนี้เป็นภาพรวมจากข้อมูลการผ่าตัดต่อมน้ำลายหน้าหู ไม่ใช่กำหนดนัดเฉพาะบุคคล
| ช่วงเวลา | สิ่งที่มักพบและสิ่งที่ควรทำ |
| วันผ่าตัดถึงช่วงแรก | ง่วง คลื่นไส้ เจ็บตึงแผล บวมเล็กน้อย และอาจมีท่อระบาย ทีมรักษาจะตรวจการยิ้ม หลับตา และขยับใบหน้า |
| หลายวันแรก | อาการปวดและบวมควรค่อยๆ ลดลง รับประทานอาหารที่เคี้ยวง่ายหากขากรรไกรตึง ดูแลแผลและท่อระบายตามคำแนะนำ |
| ประมาณ 1-2 สัปดาห์ | หลายคนกลับไปทำงานเบาได้เมื่อไม่ต้องใช้ยาแก้ปวดที่ทำให้ง่วงและขยับคอได้ดี งานออกแรงหรือยกของอาจต้องหยุดนานกว่า |
| หลายสัปดาห์ต่อมา | ความตึง ชา หรืออาการไม่สบายขณะเคี้ยวอาจค่อยๆ ดีขึ้น แผลเป็นยังเห็นชัดและจะเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง |
| หลายเดือน | แผลเป็นมักค่อยๆ จาง ความชาหรือเส้นประสาทอ่อนแรงชั่วคราวอาจฟื้นช้า ต้องติดตามตามนัด |
แหล่งข้อมูลหนึ่งแนะนำให้พักงานประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังตัดต่อมน้ำลายหน้าหูและหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักในช่วงนั้น ขณะที่อีกแหล่งระบุว่าอาการปวดและบวมอาจอยู่ราว 1-3 สัปดาห์ และความไม่สบายขณะเคี้ยวอาจอยู่ราว 2-4 สัปดาห์ ระยะจริงขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัดและการฟื้นตัวของแต่ละคน (Cambridge University Hospitals, Cleveland Clinic)
อาการชาบริเวณใบหู แก้ม หรือกรามอาจอยู่นานหลายเดือน บางรายใช้เวลาถึงประมาณหนึ่งปีกว่าจะดีขึ้น เส้นประสาทใบหน้าที่ช้ำจากการผ่าตัดอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราวตั้งแต่หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน แต่ความเสียหายถาวรก็เป็นไปได้ โดยเฉพาะการผ่าตัดที่ซับซ้อนหรือก้อนเกี่ยวข้องกับเส้นประสาท (Cleveland Clinic, Cambridge University Hospitals)
การตัดต่อมน้ำลายหน้าหูออกข้างเดียวโดยทั่วไปไม่ทำให้ปากแห้งอย่างมีนัยสำคัญ เพราะยังมีต่อมน้ำลายอื่นช่วยสร้างน้ำลาย (Cambridge University Hospitals) อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เคยฉายรังสี มีโรคของต่อมน้ำลายหลายตำแหน่ง หรือใช้ยาที่ทำให้ปากแห้งอาจรู้สึกต่างออกไป
อย่าขับรถจนกว่าจะหันคอได้เพียงพอ ควบคุมรถได้เต็มที่ และไม่ได้ใช้ยาที่ทำให้ง่วง ส่วนการออกกำลังกาย ยกของ ว่ายน้ำ หรือกลับไปทำงานที่ใช้แรง ควรรอการประเมินแผลและคำแนะนำจากศัลยแพทย์
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยงจากยาสลบ เลือดออก ลิ่มเลือด และการติดเชื้อ การผ่าตัดต่อมน้ำลายมีความเสี่ยงเฉพาะตามตำแหน่ง ดังนี้
เส้นประสาทอ่อนแรงหรือเสียหาย
ในการผ่าตัดต่อมน้ำลายหน้าหู เส้นประสาทใบหน้าพาดผ่านเนื้อต่อม แม้ศัลยแพทย์จะพยายามรักษาไว้ เส้นประสาทอาจถูกดึง กด หรือช้ำ ทำให้ยิ้มไม่เท่ากัน หลับตาไม่สนิท หรือริมฝีปากอ่อนแรง ส่วนใหญ่ของการบาดเจ็บจากการช้ำอาจดีขึ้น แต่การฟื้นตัวอาจใช้เวลาหลายเดือน และความอ่อนแรงถาวรยังเป็นไปได้ในกรณีซับซ้อน (Cambridge University Hospitals)
ถ้าหลับตาไม่สนิท ดวงตาอาจแห้งและกระจกตาบาดเจ็บได้ ทีมรักษาจะประเมินและวางแผนปกป้องดวงตาโดยเร็ว
การผ่าตัดต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรหรือใต้ลิ้นอาจกระทบเส้นประสาทที่เกี่ยวกับริมฝีปาก ลิ้น และการรับความรู้สึก ทำให้มุมปากอ่อนแรง ลิ้นชา รับรสเปลี่ยน หรือขยับลิ้นลำบาก ความเสี่ยงเฉพาะควรอธิบายตามตำแหน่งผ่าตัดของคุณ
ชาและความรู้สึกเปลี่ยน
เส้นประสาทรับความรู้สึกบริเวณติ่งหูอาจต้องถูกย้ายหรือบางส่วนอาจถูกตัดเพื่อเข้าถึงต่อมน้ำลายหน้าหู จึงอาจมีอาการชา เสียว หรือความรู้สึกเปลี่ยนบริเวณใบหูและผิวหนังรอบแผล (Cambridge University Hospitals) อาการอาจค่อยๆ ลดลง แต่บางส่วนอาจคงอยู่
เลือดคั่งและบวมกดเบียด
เลือดอาจคั่งใต้แผล ทำให้บวมตึง เจ็บมาก หรือมีเลือดออกจากแผล เลือดออกหลังผ่าตัดมักเกิดในช่วงแรก จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่บางแห่งรับผู้ป่วยไว้สังเกตอาการข้ามคืน (Cambridge University Hospitals) หากก้อนบวมโตเร็ว โดยเฉพาะร่วมกับหายใจหรือกลืนลำบาก ต้องได้รับการประเมินฉุกเฉิน
น้ำลายรั่วหรือของเหลวคั่ง
น้ำลายอาจซึมออกทางแผลหรือคั่งเป็นถุงใต้ผิวหนัง ภาวะน้ำลายรั่วบางรายดีขึ้นได้เอง แต่บางรายต้องระบายของเหลว ใช้ผ้ากด หรือรับการรักษาเพิ่มเติม และอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์จึงสงบ (Cambridge University Hospitals)
การติดเชื้อ
สัญญาณได้แก่ แผลแดงร้อนมากขึ้น ปวดเพิ่ม มีหนอง ไข้ หรือมีกลิ่นผิดปกติ การติดเชื้ออาจต้องได้รับยาหรือเปิดระบายหนอง ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะใช้เอง เพราะชนิดยาและความจำเป็นต้องพิจารณาจากแผลและสุขภาพของผู้ป่วย
เหงื่อออกหรือหน้าแดงเวลากินอาหาร
หลังผ่าตัดต่อมน้ำลายหน้าหู เส้นประสาทที่เคยกระตุ้นการหลั่งน้ำลายอาจเชื่อมกับต่อมเหงื่อในผิวหนัง ทำให้ผิวบริเวณหน้าใบหูหรือแก้มมีเหงื่อออก แดง หรืออุ่นขณะกินอาหาร ภาวะนี้อาจปรากฏหลังผ่าตัดไปหลายเดือน และมีวิธีบรรเทาโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำในหลายกรณี (Cleveland Clinic, Cambridge University Hospitals)
ปวดเมื่อเริ่มเคี้ยวคำแรก
บางคนมีอาการปวดรุนแรงชั่วครู่บริเวณต่อมน้ำลายหรือกรามเมื่อเริ่มรับประทานอาหาร โดยเฉพาะคำแรก อาการนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเส้นประสาทหลังผ่าตัด และควรแจ้งแพทย์หากรบกวนการกิน (Cleveland Clinic)
รูปร่างบริเวณผ่าตัดและแผลเป็น
เมื่อนำต่อมออก อาจเกิดรอยบุ๋มหรือความไม่สมมาตรบริเวณหน้าใบหูหรือคอ แผลเป็นมักเปลี่ยนจากนูนหรือแดงในช่วงแรกไปเป็นสีจางลงในเวลาหลายเดือน แต่ไม่มีวิธีรับประกันว่าแผลจะมองไม่เห็น (Cambridge University Hospitals)
ผลชิ้นเนื้อและการกลับเป็นซ้ำ
ผลชิ้นเนื้อหลังผ่าตัดอาจแตกต่างจากผลเก็บเซลล์ก่อนผ่าตัด หากพบมะเร็งหรือขอบชิ้นเนื้อมีความเสี่ยง ทีมรักษาอาจแนะนำการผ่าตัดเพิ่มเติม การฉายรังสี หรือการติดตามอย่างใกล้ชิด เนื้องอกบางชนิดอาจกลับเป็นซ้ำได้ แม้ได้รับการผ่าตัดแล้ว
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปห้องฉุกเฉินทันทีหากมีอาการต่อไปนี้
| อาการ | เหตุผลที่ไม่ควรรอ |
| แผลหรือคอบวมโตเร็ว ตึงมาก หรือมีเลือดไหลไม่หยุด | อาจเป็นเลือดคั่งและกดทางเดินหายใจ |
| หายใจลำบาก กลืนลำบากมาก หรือเสียงเปลี่ยนฉับพลัน | อาจมีการบวม เลือดคั่ง หรือปัญหาทางเดินหายใจ |
| ใบหน้าอ่อนแรงมากขึ้นกะทันหัน | ต้องประเมินเส้นประสาทและภาวะแทรกซ้อน |
| หลับตาไม่สนิท ตาแดง ปวดตา หรือมองเห็นผิดปกติ | กระจกตาอาจแห้งหรือบาดเจ็บ |
| ไข้ร่วมกับแผลแดงร้อน ปวดเพิ่ม มีหนอง หรือกลิ่นผิดปกติ | อาจเป็นการติดเชื้อ |
| ของเหลวใสหรือน้ำลายไหลออกจากแผลมากขึ้น | อาจเกิดน้ำลายรั่วหรือของเหลวคั่ง |
| ท่อระบายหลุด หยุดไหลกะทันหัน หรือมีเลือดสดเพิ่มขึ้น | ต้องตรวจตำแหน่งท่อและแผล |
| อาเจียนต่อเนื่อง ดื่มน้ำไม่ได้ ปัสสาวะน้อย หรือซึมลง | เสี่ยงขาดน้ำหรือมีปัญหาหลังยาสลบ |
| เจ็บหน้าอก หอบ เหนื่อยผิดปกติ หรือขาบวมข้างเดียว | อาจเป็นภาวะหัวใจ ปอด หรือลิ่มเลือด |
หากไม่แน่ใจว่าอาการรุนแรงเพียงใด ให้ใช้ช่องทางติดต่อหลังผ่าตัดที่สถานพยาบาลมอบให้ อย่ารอถึงวันนัดเมื่ออาการกำลังแย่ลง
ทางเลือกอื่น
ทางเลือกขึ้นกับว่าปัญหาเกิดจากนิ่ว การติดเชื้อ ก้อนชนิดไม่ร้าย หรือมะเร็ง การไม่ผ่าตัดอาจเหมาะในบางกรณี แต่ต้องมีแผนติดตามที่ชัดเจน
การรักษานิ่วและท่อน้ำลายอุดตัน
หากนิ่วมีขนาดเล็กและอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ แพทย์อาจเริ่มจากการดื่มน้ำให้เพียงพอ ประคบอุ่น นวดต่อม หรือกระตุ้นการหลั่งน้ำลายตามความเหมาะสม หากยังไม่ออก อาจพิจารณาเปิดท่อน้ำลายเพื่อนำนิ่วออก ส่องกล้องในท่อน้ำลาย หรือขยายท่อ วิธีเหล่านี้มีเป้าหมายเก็บต่อมน้ำลายไว้
หากนิ่วอยู่ลึก มีหลายก้อน เกิดการอักเสบซ้ำ หรือโครงสร้างต่อมเสียหาย การตัดต่อมอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า ในบางกรณีที่ต่อมน้ำลายหน้าหูมีนิ่วจากการติดเชื้อ อาจต้องเปิดแผลในช่องปากร่วมด้วยเพื่อนำนิ่วออก (Cambridge University Hospitals)
การรักษาการติดเชื้อ
การติดเชื้อเฉียบพลันอาจรักษาด้วยการเพิ่มน้ำในร่างกาย การดูแลช่องปาก การระบายน้ำลาย และยาตามสาเหตุ หากมีฝีอาจต้องระบายหนอง การตัดต่อมมักพิจารณาเมื่อมีการอุดตันหรือติดเชื้อซ้ำจนการรักษาแบบเก็บต่อมไว้ไม่ได้ผล ไม่ใช่คำตอบแรกสำหรับการบวมติดเชื้อทุกครั้ง
การติดตามก้อน
ก้อนบางชนิดอาจติดตามด้วยการตรวจร่างกายและภาพถ่ายรังสี หากผลตรวจบ่งว่าความเสี่ยงต่ำและการผ่าตัดมีความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตาม ก้อนต่อมน้ำลายหลายชนิดวินิจฉัยให้แน่นอนได้ยากจากอาการเพียงอย่างเดียว การเลือกติดตามควรระบุว่าจะตรวจซ้ำเมื่อใด และอาการใดเป็นเหตุให้ต้องกลับมาก่อนนัด
การรักษามะเร็ง
หากเป็นมะเร็ง การผ่าตัดมักเป็นส่วนสำคัญของการรักษาเมื่อสามารถนำก้อนออกได้ บางรายอาจต้องฉายรังสีหลังผ่าตัดตามชนิด ระยะ ขอบชิ้นเนื้อ และการกระจายไปต่อมน้ำเหลือง หากไม่สามารถผ่าตัดได้ ทีมสหสาขาอาจพิจารณาการฉายรังสีหรือการรักษาทางยา เป้าหมายและผลที่คาดหวังต้องอธิบายเป็นรายบุคคล
สิทธิการรักษา
สิทธิครอบคลุมหรือไม่ขึ้นกับการวินิจฉัย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ และขั้นตอนส่งต่อ ควรตรวจสอบก่อนกำหนดวันผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อการตรวจภาพถ่ายรังสี ผลชิ้นเนื้อ หรือการรักษาหลังผ่าตัดอาจเกิดคนละสถานพยาบาล
ประกันสังคม
ผู้ประกันตนควรเริ่มสอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิ หากสถานพยาบาลไม่มีศักยภาพด้านการผ่าตัดศีรษะและคอ อาจต้องเข้าสู่ระบบส่งต่อ ขอให้โรงพยาบาลยืนยันว่าเอกสารส่งตัวครอบคลุมการตรวจเพิ่มเติม การผ่าตัด การตรวจชิ้นเนื้อ และการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่
บัตรทอง
โดยทั่วไปควรเริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการปฐมภูมิตามสิทธิ แล้วรับการส่งต่อเมื่อจำเป็น ข้อยกเว้นอาจมีในภาวะฉุกเฉิน หากก้อนโตเร็ว หายใจลำบาก เลือดออก หรือมีอาการรุนแรง ไม่ควรรอทำเอกสารตามขั้นตอนปกติ ให้ไปประเมินฉุกเฉินก่อน
สิทธิข้าราชการหรือสิทธิหน่วยงาน
ตรวจสอบว่าสถานพยาบาลและขั้นตอนรักษาอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสิทธิหรือไม่ รวมถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับการส่งต่อ การตรวจพิเศษ และวัสดุที่ใช้ในการผ่าตัด หากเลือกสถานพยาบาลนอกระบบ อาจมีเงื่อนไขต่างจากการใช้บริการตามช่องทางของสิทธิ
ประกันสุขภาพเอกชน
ขอให้บริษัทประกันตรวจสอบความคุ้มครองล่วงหน้า ประเด็นสำคัญคือโรคที่เป็นมาก่อน ระยะเวลารอคอย การรับรองการนอนโรงพยาบาล ขอบเขตการตรวจชิ้นเนื้อ และการรักษามะเร็งถ้าผลตรวจพบภายหลัง ควรขอคำยืนยันเป็นเอกสาร และถามโรงพยาบาลว่าต้องสำรองเอกสารใดบ้าง
ก่อนเข้ารักษา ควรถามให้ครบว่าการอนุมัติครอบคลุมเฉพาะการผ่าตัดหรือรวมการดมยาสลบ ห้องพัก การตรวจพยาธิวิทยา และการนัดติดตามด้วย การได้รับอนุมัติการรักษาเบื้องต้นไม่ได้แปลว่าทุกรายการจะอยู่ในเงื่อนไขเดียวกัน
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดต่อมน้ำลายจำเป็นต้องตัดทั้งต่อมหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องตัดทั้งต่อมทุกคน เพราะขอบเขตขึ้นกับชนิด ตำแหน่ง และขนาดของรอยโรค การผ่าตัดต่อมน้ำลายหน้าหูอาจตัดเฉพาะส่วนตื้นหรือตัดทั้งต่อม หากก้อนอยู่ลึกหรือกินพื้นที่หลายส่วน (Cleveland Clinic)
ก้อนต่อมน้ำลายทุกก้อนเป็นมะเร็งหรือไม่
ไม่ใช่ก้อนทุกก้อนเป็นมะเร็ง แต่การคลำหรือดูจากอาการอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันชนิดได้ แพทย์อาจใช้ภาพถ่ายรังสี การเก็บเซลล์ด้วยเข็ม และผลชิ้นเนื้อหลังผ่าตัดประกอบกัน
ถ้าก้อนไม่เจ็บ ยังต้องตรวจหรือไม่
ควรตรวจ เพราะก้อนต่อมน้ำลายอาจไม่เจ็บทั้งในโรคที่ไม่ร้ายและโรคมะเร็ง โดยเฉพาะเมื่อก้อนโตขึ้น แข็ง ติดกับเนื้อเยื่อ หรือร่วมกับใบหน้าอ่อนแรง ควรได้รับการประเมินเร็วขึ้น
ผ่าตัดแล้วใบหน้าจะเบี้ยวหรือไม่
ใบหน้าอาจอ่อนแรงชั่วคราวได้ โดยเฉพาะการผ่าตัดต่อมน้ำลายหน้าหูซึ่งเส้นประสาทใบหน้าพาดผ่านต่อม ส่วนใหญ่ของอาการจากเส้นประสาทช้ำอาจค่อยๆ ฟื้น แต่ความอ่อนแรงถาวรเป็นไปได้ในกรณีซับซ้อนหรือเมื่อก้อนเกี่ยวข้องกับเส้นประสาท (Cambridge University Hospitals)
หลังผ่าตัดจะมีน้ำลายพอหรือไม่
การตัดต่อมน้ำลายหน้าหูข้างเดียวโดยทั่วไปไม่ทำให้น้ำลายลดลงอย่างชัดเจน เพราะยังมีต่อมน้ำลายอื่นทำงานอยู่ (Cambridge University Hospitals) ผู้ที่มีโรคต่อมน้ำลายหลายแห่ง เคยฉายรังสี หรือใช้ยาที่ทำให้ปากแห้งอาจมีอาการต่างออกไป
แผลผ่าตัดอยู่ตรงไหน
ตำแหน่งแผลขึ้นกับต่อมที่ผ่าตัด โดยการผ่าตัดต่อมน้ำลายหน้าหูมักเริ่มหน้าใบหู ต่อใต้ติ่งหู และอาจลงมาตามรอยพับคอ ส่วนต่อมใต้ขากรรไกรมักเปิดแผลบริเวณคอใต้แนวขากรรไกร
ต้องใส่ท่อระบายทุกคนหรือไม่
ไม่ใช่ทุกคนต้องใส่ท่อระบาย แต่แพทย์มักพิจารณาใช้เมื่อมีพื้นที่แผลที่เลือดหรือของเหลวอาจคั่ง ท่อจะถูกถอดเมื่อปริมาณของเหลวเหมาะสมตามการประเมินของทีมผ่าตัด ไม่ควรดึงหรือปรับท่อเอง
หลังผ่าตัดกินอาหารได้เมื่อใด
มักเริ่มจิบน้ำและรับประทานเมื่อฟื้นจากยาสลบและทีมรักษาเห็นว่ากลืนได้ปลอดภัย ช่วงแรกอาหารนิ่มหรือเคี้ยวง่ายอาจสบายกว่า เพราะขากรรไกรและแผลอาจตึง ระยะเวลาแตกต่างตามตำแหน่งผ่าตัดและว่ามีแผลในช่องปากร่วมด้วยหรือไม่
กลับไปทำงานได้เมื่อใด
งานเบามักกลับได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ หากแผลดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และไม่ต้องใช้ยาที่ทำให้ง่วง แต่งานยกของ งานกลางแจ้ง หรือการใช้แรงอาจต้องพักนานกว่า แหล่งข้อมูลหนึ่งแนะนำให้พักอย่างน้อยประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังการผ่าตัดต่อมน้ำลายหน้าหู (Cambridge University Hospitals)
อาการชาหลังผ่าตัดเป็นเรื่องปกติหรือไม่
อาการชาบริเวณใบหู แก้ม หรือแนวแผลพบได้หลังการผ่าตัดต่อมน้ำลายหน้าหู เพราะเส้นประสาทรับความรู้สึกอาจถูกย้ายหรือกระทบระหว่างผ่าตัด อาการมักค่อยๆ เปลี่ยนในช่วงหลายเดือน แต่บางส่วนอาจคงอยู่
เหงื่อออกที่แก้มเวลากินอาหารอันตรายหรือไม่
มักไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน แต่อาจเป็นผลระยะยาวจากการเชื่อมต่อใหม่ของเส้นประสาทหลังผ่าตัดต่อมน้ำลายหน้าหู หากเป็นมากหรือรบกวนชีวิตประจำวัน มีวิธีรักษาที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำในหลายกรณี (Cambridge University Hospitals)
ผลชิ้นเนื้อออกเมื่อใด และต้องทำอะไรต่อ
ระยะเวลารอผลขึ้นกับกระบวนการของห้องพยาธิวิทยาและว่าต้องย้อมตรวจเพิ่มเติมหรือไม่ เมื่อนัดฟังผล แพทย์จะอธิบายชนิดของก้อน ขอบชิ้นเนื้อ และความจำเป็นในการติดตาม ผ่าตัดเพิ่ม หรือรับการรักษาอื่น
หากยังไม่พร้อมผ่าตัด สามารถรอดูได้หรือไม่
บางกรณีสามารถติดตามได้ แต่ควรเป็นการตัดสินใจหลังทราบความเสี่ยงของก้อนและมีแผนตรวจซ้ำที่ชัดเจน หากก้อนโตเร็ว ปวดมากขึ้น ใบหน้าอ่อนแรง กลืนลำบาก หรือมีต่อมน้ำเหลืองโต ไม่ควรเลื่อนการประเมินเอง
ควรถามศัลยแพทย์เรื่องใดก่อนตัดสินใจ
ควรถามว่าก้อนน่าจะเป็นอะไร ต้องนำต่อมออกมากเพียงใด เส้นประสาทใดอยู่ใกล้ก้อน มีโอกาสต้องผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองหรือไม่ จะมีท่อระบายและพักโรงพยาบาลหรือไม่ รวมถึงผลชิ้นเนื้อแบบใดที่อาจทำให้ต้องรักษาเพิ่มเติม การทราบคำตอบเหล่านี้ช่วยให้คุณเปรียบเทียบประโยชน์ ความเสี่ยง และทางเลือกอื่นได้ตรงกับกรณีของตนเอง
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Parotidectomy: Procedure & Recovery — เกี่ยวกับ Salivary gland surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- NHS: Removal of parotid salivary gland - Cambridge University Hospitals — เกี่ยวกับ Salivary gland surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


