ผ่าตัดแก้ไขข้อเทียม
ผ่าตัดแก้ไขข้อเทียม (Prosthetic revision surgery) คือการผ่าตัดซ่อม เปลี่ยน หรือถอดข้อเทียมเดิมบางส่วนหรือทั้งหมด เมื่อข้อเทียมหลวม สึก เคลื่อน แตก ติดเชื้อ หรือทำงานได้ไม่ดี การผ่าตัดนี้ซับซ้อนกว่าการเปลี่ยนข้อครั้งแรก และไม่ได้จำเป็นสำหรับอาการปวดทุกกรณี แพทย์จะหาสาเหตุก่อนตัดสินใจว่าควรผ่าตัดหรือรักษาด้วยวิธีอื่น
ประเด็นสำคัญ
- อาการปวดหลังเปลี่ยนข้อไม่ได้แปลว่าข้อเทียมเสียเสมอไป แพทย์ต้องแยกสาเหตุจากกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก เส้นประสาท การติดเชื้อ และโรคจากบริเวณใกล้เคียงก่อน
- การผ่าตัดอาจเปลี่ยนเฉพาะชิ้นส่วนที่มีปัญหา หรือเปลี่ยนข้อเทียมทั้งหมด ขึ้นกับตำแหน่งความเสียหาย ความมั่นคงของข้อ ปริมาณกระดูกที่เหลือ และว่ามีการติดเชื้อหรือไม่
- การฟื้นตัวมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และผลลัพธ์แตกต่างกัน การศึกษาในผู้ป่วยแก้ไขข้อเข่าพบรูปแบบการฟื้นตัวหลายแบบ จึงไม่ควรคาดว่าทุกคนจะดีขึ้นด้วยความเร็วเท่ากัน
ผ่าตัดแก้ไขข้อเทียม คืออะไร
การผ่าตัดแก้ไขหรือเปลี่ยนข้อเทียมเป็นการกลับเข้าไปแก้ข้อที่เคยได้รับการผ่าตัดใส่ข้อเทียมแล้ว ส่วนที่แก้อาจเป็นผิวข้อเทียม หัวข้อ เบ้าข้อ แกนที่ยึดกับกระดูก วัสดุรองระหว่างชิ้นส่วน หรือหลายส่วนร่วมกัน
คำว่า “แก้ไข” ไม่ได้หมายความว่าต้องถอดข้อเทียมทั้งหมดทุกครั้ง หากชิ้นส่วนบางส่วนยังยึดกับกระดูกแน่น อยู่ในตำแหน่งดี และไม่มีการติดเชื้อ ศัลยแพทย์อาจเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสียหาย แต่ถ้าข้อเทียมหลวมมาก ตำแหน่งผิด กระดูกเสียหาย หรือมีเชื้ออยู่รอบข้อ อาจต้องถอดหลายชิ้นส่วนและสร้างความมั่นคงของข้อใหม่
ข้อที่อาจต้องรับการผ่าตัดลักษณะนี้ ได้แก่ ข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อไหล่ ข้อศอก และข้ออื่นที่เคยใส่ข้อเทียม วิธีผ่าตัดและการพักฟื้นของแต่ละข้อไม่เหมือนกัน หน้านี้จึงอธิบายภาพรวม โดยศัลยแพทย์จะต้องให้รายละเอียดเฉพาะของข้อที่คุณกำลังรักษา
สาเหตุสำคัญที่แพทย์พิจารณาการผ่าตัด ได้แก่
- ข้อเทียมหลวมจากกระดูก ทำให้ปวด รับน้ำหนักลำบาก หรือข้อไม่มั่นคง
- ข้อเทียมสึกหรือชำรุด รวมถึงชิ้นส่วนรองรับที่สึกจนเกิดเศษวัสดุและกระดูกบริเวณรอบข้อถูกทำลาย
- ข้อเทียมเคลื่อนหรือข้อหลุดซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อการปรับกิจกรรมหรือการรักษาอื่นควบคุมไม่ได้
- การติดเชื้อรอบข้อเทียม เชื้ออาจเกาะบนผิวข้อเทียมและทำลายเนื้อเยื่อหรือกระดูกรอบข้อ
- กระดูกรอบข้อเทียมหัก จนข้อเดิมไม่มั่นคงหรือไม่สามารถยึดกระดูกได้เหมาะสม
- ตำแหน่งหรือแนวข้อไม่เหมาะสม ทำให้ข้อไม่มั่นคง เคลื่อนไหวติดขัด หรือรับแรงผิดปกติ
- อาการปวดและการใช้งานผิดปกติที่หาสาเหตุจากข้อเทียมได้ชัดเจน
แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่าการแก้ไขข้อสะโพกอาจจำเป็นเมื่อข้อเทียมหลวม กระดูกรอบข้อหัก ข้อเทียมเสียหาย หรือมีการติดเชื้อ (Cleveland Clinic) อย่างไรก็ตาม อาการปวดอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับตัดสินใจผ่าตัด เพราะความเจ็บอาจมาจากสาเหตุอื่นซึ่งการเปลี่ยนข้อเทียมไม่ช่วยแก้ไข
เป้าหมายของการผ่าตัดคือแก้สาเหตุที่ตรวจพบ ลดความเจ็บปวด เพิ่มความมั่นคง และทำให้ข้อกลับมาใช้งานได้ดีขึ้นเท่าที่สภาพกระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอื้ออำนวย เป้าหมายจริงของแต่ละคนอาจต่างกัน บางคนมุ่งกลับไปเดินเอง บางคนมุ่งลดข้อหลุดซ้ำ หรือควบคุมการติดเชื้อเป็นหลัก จึงไม่มีผลลัพธ์เดียวที่รับรองได้สำหรับทุกคน
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด
แพทย์อาจเสนอการผ่าตัดเมื่อพบความผิดปกติของข้อเทียมที่สัมพันธ์กับอาการหรือมีโอกาสก่อความเสียหายเพิ่ม เช่น
- ปวดต่อเนื่องหรือปวดมากขึ้น และภาพถ่ายพบข้อเทียมหลวมหรือกระดูกถูกทำลาย
- ข้อไม่มั่นคง ข้อหลุดซ้ำ หรือรู้สึกว่าข้อทรุดขณะใช้งาน
- กระดูกรอบข้อเทียมหัก ทำให้รับน้ำหนักหรือใช้แขนขาไม่ได้ตามปกติ
- ข้อเทียมแตก สึก หรือเคลื่อนจากตำแหน่ง
- มีหลักฐานของการติดเชื้อรอบข้อเทียม
- แนวข้อผิดปกติจนทำให้ปวด เคลื่อนไหวติดขัด หรือเกิดความไม่มั่นคง
- อาการกระทบการเดิน การนอน การทำงาน หรือการดูแลตัวเองอย่างมาก และวิธีไม่ผ่าตัดไม่ช่วยเพียงพอ
ก่อนแนะนำการผ่าตัด แพทย์มักประเมินประวัติอาการ ตรวจร่างกาย และเปรียบเทียบภาพเอกซเรย์ปัจจุบันกับภาพเดิม อาจต้องตรวจเลือด ตรวจภาพเพิ่มเติม หรือเก็บน้ำในข้อไปวิเคราะห์หาการติดเชื้อ ทั้งนี้ขึ้นกับอาการและข้อที่มีปัญหา
ผู้ที่อาจยังไม่ควรผ่าตัดทันที
การผ่าตัดอาจยังไม่ใช่คำตอบ หากข้อเทียมยังมั่นคงและอาการเกิดจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอ็นอักเสบ หลังหรือเส้นประสาท รวมถึงเมื่ออาการยังควบคุมได้ด้วยการปรับกิจกรรม อุปกรณ์ช่วยเดิน หรือกายภาพบำบัด
แพทย์อาจต้องเลื่อนการผ่าตัดในกรณีต่อไปนี้
- มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง ฟัน ทางเดินปัสสาวะ หรือบริเวณอื่นซึ่งยังไม่ได้ควบคุม
- มีแผลเปิด ผื่น หรือการอักเสบใกล้ตำแหน่งผ่าตัด
- โรคหัวใจ ปอด เบาหวาน หรือโรคประจำตัวอื่นยังควบคุมไม่เหมาะสม
- ภาวะโภชนาการไม่ดีหรือร่างกายยังไม่พร้อมต่อการสมานแผล
- ยังสูบบุหรี่และแพทย์เห็นว่าความเสี่ยงต่อแผลหรือกระดูกไม่ติดสูง
- ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อจำกัดการลงน้ำหนักหรือเข้ารับการฟื้นฟูหลังผ่าตัดได้
- ยังไม่ทราบสาเหตุของอาการแน่ชัด หรือหลักฐานไม่ชัดว่าการแก้ข้อเทียมจะช่วยได้
ในกรณีติดเชื้อรุนแรง กระดูกหัก หรือข้อเทียมไม่มั่นคงมาก การรออาจทำให้รักษายากขึ้น แพทย์จะชั่งระหว่างความเร่งด่วนกับความพร้อมของร่างกาย ไม่ควรตัดสินใจเลื่อนหรือเร่งผ่าตัดจากอาการเพียงอย่างเดียว
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การเตรียมตัวมีเป้าหมายเพื่อยืนยันสาเหตุ วางแผนชิ้นส่วนที่ต้องแก้ และลดความเสี่ยงระหว่างผ่าตัด การผ่าตัดแก้ไขมักต้องใช้ข้อมูลมากกว่าการเปลี่ยนข้อครั้งแรก เพราะศัลยแพทย์ต้องทราบชนิดและตำแหน่งของข้อเทียมเดิม รวมถึงปริมาณกระดูกที่เหลือ
การประเมินก่อนผ่าตัด
คุณอาจได้รับการตรวจต่อไปนี้ตามความจำเป็น
- เอกซเรย์เพื่อดูตำแหน่งข้อเทียม การหลวม การสึก และคุณภาพกระดูก
- การตรวจภาพชนิดอื่นเมื่อต้องดูรายละเอียดกระดูกหรือเนื้อเยื่อรอบข้อ
- ตรวจเลือดเพื่อประเมินภาวะซีด การทำงานของไต น้ำตาลในเลือด และสัญญาณการอักเสบ
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือปอดตามอายุ อาการ และโรคประจำตัว
- เจาะน้ำในข้อเพื่อตรวจจำนวนเซลล์และหาเชื้อ หากสงสัยการติดเชื้อ
- ประเมินการเดิน กำลังกล้ามเนื้อ ช่วงการเคลื่อนไหว และความช่วยเหลือที่ต้องใช้หลังผ่าตัด
แหล่งอ้างอิงระบุว่าการเตรียมแก้ไขข้อสะโพกรวมถึงการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ทบทวนยาและอาหารเสริม และตรวจเพิ่มเติมตามความจำเป็น (Cleveland Clinic) แนวทางจริงของสถานพยาบาลในไทยอาจต่างกันตามข้อที่ผ่าตัดและสุขภาพของผู้ป่วย
หากมีบัตรประจำตัวข้อเทียม รายงานการผ่าตัดเดิม หรือภาพเอกซเรย์เก่า ควรนำไปด้วย ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ศัลยแพทย์ทราบว่ามีชิ้นส่วนใดอยู่ในร่างกายและวางแผนอุปกรณ์ที่อาจต้องใช้
ยาที่ต้องแจ้งทีมรักษา
แจ้งยาทุกชนิด รวมถึงยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยาความดัน ยาสเตียรอยด์ ยาสมุนไพร และอาหารเสริม ยาบางชนิดต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่กำหนดเวลาแตกต่างกันตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ และความเสี่ยงของแต่ละคน
อย่าหยุดยาเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือด เพราะการหยุดโดยไม่มีแผนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อหลอดเลือดอุดตัน ขณะที่การใช้ต่อในบางกรณีอาจเพิ่มเลือดออก ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ หรือแพทย์ผู้ดูแลโรคประจำตัวจะเป็นผู้กำหนดแผนที่เหมาะสม แหล่งอ้างอิงก็แนะนำว่าไม่ควรหยุดยาเว้นแต่ทีมรักษาจะสั่ง
การงดอาหารและน้ำ
โรงพยาบาลจะบอกเวลางดอาหาร น้ำ นม และเครื่องดื่มก่อนผ่าตัดตามเวลานัดและวิธีระงับความรู้สึก ทำตามคำสั่งที่ได้รับโดยตรง หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษา ไม่ควรปกปิด เพราะอาจเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยระหว่างดมยาสลบ
เตรียมบ้านและผู้ดูแล
ช่วงแรกอาจต้องใช้ไม้ค้ำหรืออุปกรณ์ช่วยเดิน และอาจยังขึ้นลงบันไดไม่สะดวก ควรเตรียมดังนี้
- จัดคนพากลับและช่วยเหลือช่วงแรกหลังออกจากโรงพยาบาล
- เก็บพรม สายไฟ และสิ่งกีดขวางที่ทำให้สะดุด
- วางของใช้ประจำในตำแหน่งที่หยิบถึงง่าย
- จัดที่นอนและห้องน้ำให้อยู่ในเส้นทางที่เดินสะดวก
- เตรียมเก้าอี้มั่นคง มีพนักและที่วางแขน หากเป็นการผ่าตัดข้อขาส่วนล่าง
- เตรียมอุปกรณ์ช่วยเดินตามที่นักกายภาพหรือศัลยแพทย์แนะนำ
แหล่งข้อมูลแนะนำให้จัดผู้ช่วย เก็บสิ่งที่ทำให้สะดุด และย้ายของใช้ให้อยู่ในระดับที่หยิบง่าย แต่ข้อจำกัดหลังผ่าตัดของแต่ละข้อไม่เหมือนกัน จึงควรถามล่วงหน้าว่าคุณจะลงน้ำหนัก งอข้อ หรือใช้แขนข้างผ่าตัดได้เพียงใด
ของที่ควรนำไป
นำบัตรประชาชน เอกสารสิทธิการรักษา รายการยาและประวัติแพ้ยา ผลตรวจเดิม ภาพเอกซเรย์หรือรายงานการผ่าตัดเดิม รวมถึงอุปกรณ์ช่วยเดินที่ทีมรักษาขอ เสื้อผ้าควรสวมง่ายและไม่รัดบริเวณแผล ไม่ควรนำเครื่องประดับหรือของมีค่าที่ไม่จำเป็น
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดขึ้นกับข้อที่แก้ สาเหตุของความล้มเหลว และว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้
- ยืนยันแผนและตำแหน่งผ่าตัด
ทีมรักษาตรวจเอกสาร ภาพถ่าย ผลเลือด ยาที่ใช้ และทำเครื่องหมายข้างที่จะผ่าตัด คุณจะได้พูดคุยกับศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์อีกครั้ง
- ให้ยาระงับความรู้สึก
อาจใช้การดมยาสลบหรือการระงับความรู้สึกเฉพาะส่วนร่วมกับยาคลายกังวล วิธีที่เหมาะขึ้นกับตำแหน่งผ่าตัด ระยะเวลาที่คาด โรคประจำตัว และการประเมินของวิสัญญีแพทย์
- เปิดเข้าถึงข้อเทียมเดิม
ศัลยแพทย์อาจใช้แนวแผลเดิมเมื่อเหมาะสม แล้วแยกกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออย่างระมัดระวัง พังผืดจากการผ่าตัดครั้งก่อนอาจทำให้ขั้นตอนนี้ยากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก
- ตรวจข้อและเก็บตัวอย่างเมื่อจำเป็น
แพทย์ตรวจความมั่นคง ตำแหน่ง และการสึกของแต่ละชิ้นส่วน หากสงสัยติดเชื้อ อาจเก็บน้ำหรือเนื้อเยื่อหลายตำแหน่งส่งตรวจ ไม่ควรสรุปการติดเชื้อจากลักษณะแผลเพียงอย่างเดียว
- ถอดส่วนที่มีปัญหา
อาจถอดเพียงวัสดุรองรับหรือหัวข้อ แต่บางรายต้องถอดชิ้นส่วนที่ยึดกับกระดูกทั้งหมด การถอดต้องพยายามรักษากระดูกที่ยังแข็งแรงไว้ให้มากที่สุด
- จัดการกระดูกและเนื้อเยื่อ
หากกระดูกบาง แตก หรือสูญเสียไป อาจต้องซ่อมกระดูก เพิ่มวัสดุทดแทนกระดูก หรือใช้อุปกรณ์ยึดตรึงเพิ่มเติม วิธีที่ใช้ขึ้นกับตำแหน่งและความรุนแรง ไม่ใช่ทุกคนต้องทำขั้นตอนนี้
- ใส่และทดสอบข้อเทียมชุดใหม่
ศัลยแพทย์เลือกขนาดและรูปแบบที่เหมาะกับกระดูกที่เหลือ จากนั้นทดสอบแนวข้อ ความมั่นคง ช่วงการเคลื่อนไหว และความตึงของเนื้อเยื่อ
- ล้างแผล ห้ามเลือด และปิดแผล
อาจใส่สายระบายในบางกรณี จากนั้นปิดชั้นเนื้อเยื่อและผิวหนัง พร้อมปิดแผลด้วยวัสดุที่เหมาะสม
หากมีการติดเชื้อ วิธีผ่าตัดอาจต่างออกไป บางรายสามารถถอดและใส่ข้อใหม่ในการผ่าตัดครั้งเดียว ขณะที่บางรายต้องถอดข้อเทียม กำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อ ใส่วัสดุชั่วคราว แล้วกลับมาใส่ข้อใหม่ในการผ่าตัดอีกครั้งหลังควบคุมเชื้อ การเลือกวิธีขึ้นกับชนิดเชื้อ ระยะเวลาที่ติดเชื้อ สภาพเนื้อเยื่อและกระดูก รวมถึงสุขภาพโดยรวม
หลังผ่าตัด คุณจะถูกย้ายไปห้องพักฟื้นเพื่อเฝ้าดูการหายใจ ความดัน ชีพจร ระดับความรู้สึกตัว ความเจ็บปวด และเลือดออก เมื่ออาการคงที่จึงย้ายไปหอผู้ป่วย
ใช้เวลานานแค่ไหน
การผ่าตัดแก้ไขข้อเทียมมักใช้เวลานานกว่าการเปลี่ยนข้อครั้งแรก เพราะต้องเปิดผ่านพังผืด ถอดชิ้นส่วนเดิม แก้กระดูกที่เสียหาย และทดสอบข้อใหม่ ระยะเวลาจึงอาจอยู่ตั้งแต่หลายชั่วโมงไปจนถึงนานกว่านั้นในรายที่ซับซ้อน แต่แหล่งข้อมูลที่ให้มาไม่ได้กำหนดช่วงเวลาที่ใช้ได้กับข้อทุกตำแหน่ง จึงควรถามศัลยแพทย์จากแผนผ่าตัดของคุณโดยตรง
ปัจจัยที่ทำให้ใช้เวลาต่างกัน ได้แก่
- แก้เพียงชิ้นส่วนเดียวหรือเปลี่ยนทั้งหมด
- ข้อเทียมเดิมถอดออกยากเพียงใด
- ปริมาณกระดูกที่เสียหาย
- มีกระดูกหักหรือไม่
- มีการติดเชื้อหรือจำเป็นต้องตัดเนื้อเยื่อออกมากหรือไม่
- ต้องใช้อุปกรณ์ยึดกระดูกหรือสร้างข้อขึ้นใหม่มากเพียงใด
- โรคประจำตัวและความจำเป็นในการเฝ้าระวังระหว่างผ่าตัด
การผ่าตัดมักต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อควบคุมความเจ็บปวด เฝ้าดูแผล เริ่มกายภาพ และประเมินความปลอดภัยในการกลับบ้าน จำนวนวันที่พักไม่มีค่าตายตัว ผู้ที่ผ่าตัดเล็กกว่าและเดินได้ปลอดภัยอาจกลับได้เร็วกว่า ส่วนผู้ที่ผ่าตัดซับซ้อน มีการติดเชื้อ เสียเลือดมาก หรือยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อาจต้องพักนานขึ้น
ก่อนกลับบ้าน ทีมรักษามักพิจารณาว่าคุณรับประทานอาหารได้ ควบคุมอาการปวดได้ แผลไม่มีปัญหาเฉียบพลัน ลุกนั่งและเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย และมีแผนดูแลต่อเนื่องที่เหมาะสม
พักฟื้นนานแค่ไหน
การพักฟื้นหลังแก้ไขข้อเทียมมักกินเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน บางด้าน เช่น กำลังกล้ามเนื้อ ความทนทาน และความมั่นใจในการเดิน อาจเปลี่ยนต่อเนื่องนานกว่านั้น ระยะจริงขึ้นกับข้อที่ผ่าตัด ขนาดของการแก้ไข สภาพกระดูก การติดเชื้อ อายุ โรคประจำตัว และการฟื้นฟู
งานวิจัยในผู้ป่วยแก้ไขข้อเข่าติดตามอาการที่ช่วงเดือนแรก ๆ และต่อเนื่องถึงหนึ่งปี พบว่าผู้ป่วยมีเส้นทางการฟื้นตัวต่างกัน บางคนดีขึ้นเร็ว บางคนดีขึ้นช้า และบางคนไม่ได้รายงานการเปลี่ยนแปลงตามที่คาด (PubMed Central) ข้อมูลนี้ไม่ควรนำไปใช้ทำนายผลของแต่ละคน แต่ช่วยย้ำว่าการฟื้นตัวไม่เป็นเส้นตรงและไม่เหมือนการเปลี่ยนข้อครั้งแรกเสมอไป
| ช่วงการฟื้นตัว | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ต้องเน้น |
| วันแรก ๆ | ปวด บวม อ่อนแรง เริ่มลุกนั่งหรือเดินตามแผน | ควบคุมปวด ป้องกันลิ่มเลือด ฝึกเคลื่อนไหวอย่างปลอดภัย |
| สัปดาห์แรก ๆ | ยังต้องใช้อุปกรณ์ช่วย เคลื่อนไหวได้มากขึ้นทีละน้อย | ดูแลแผล ทำกายภาพ ทำตามข้อจำกัดการลงน้ำหนัก |
| หลายสัปดาห์ต่อมา | ความทนทานและกำลังกล้ามเนื้อค่อย ๆ เพิ่ม | เพิ่มกิจกรรมตามคำแนะนำ ไม่เร่งจนปวดหรือบวมมาก |
| หลายเดือน | การเดิน การทรงตัว และการทำกิจวัตรอาจยังพัฒนา | ประเมินเป้าหมายระยะยาวและติดตามภาพข้อเมื่อแพทย์นัด |
การลงน้ำหนักและใช้อุปกรณ์ช่วย
บางคนลงน้ำหนักได้เร็วตามอาการ แต่บางคนต้องจำกัดน้ำหนักเพื่อให้กระดูกหรือเนื้อเยื่อสมาน โดยเฉพาะเมื่อมีการซ่อมกระดูกหรือใช้ข้อเทียมที่ต้องอาศัยการยึดตัวกับกระดูก อย่าใช้แผนของผู้ป่วยคนอื่นเป็นเกณฑ์ ให้ยึดคำสั่งของศัลยแพทย์และนักกายภาพสำหรับข้างที่ผ่าตัด
อุปกรณ์ช่วยอาจเป็นไม้ค้ำ โครงช่วยเดิน หรือไม้เท้า การเปลี่ยนอุปกรณ์ควรดูจากการทรงตัว กำลังกล้ามเนื้อ และรูปแบบการเดิน ไม่ใช่ดูจากจำนวนวันที่ผ่านไปเพียงอย่างเดียว
กลับไปทำงานเมื่อไร
งานนั่งโต๊ะอาจกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยืน เดิน ขึ้นลงบันได ขับรถ หรือยกของหนัก แต่ไม่มีช่วงเวลาเดียวที่เหมาะกับทุกคน หากยังใช้ยาแก้ปวดที่ทำให้ง่วง เคลื่อนไหวฉุกเฉินไม่ได้ หรือนั่งนานแล้วบวมมาก ยังไม่ควรขับรถหรือทำงานที่เสี่ยง
ศัลยแพทย์จะประเมินจากชนิดงาน ข้างที่ผ่าตัด การควบคุมรถ อุปกรณ์ช่วยเดิน และภาพการสมานของกระดูก หากทำงานใช้แรง อาจต้องปรับหน้าที่หรือหยุดนานกว่างานเบา
กายภาพบำบัด
กายภาพบำบัดมีเป้าหมายเพื่อฟื้นการเคลื่อนไหว กำลังกล้ามเนื้อ การทรงตัว และการทำกิจวัตร โปรแกรมต้องสอดคล้องกับสิ่งที่ซ่อมระหว่างผ่าตัด การฝืนงอข้อ ยกของ หรือเพิ่มน้ำหนักเร็วเกินไปอาจรบกวนการสมาน ขณะเดียวกันการไม่เคลื่อนไหวเลยอาจทำให้ข้อติดและกล้ามเนื้ออ่อนแรง
ให้ทำเฉพาะท่าที่ได้รับคำแนะนำ หากท่าใดทำให้ปวดแหลม ข้อรู้สึกหลุด แผลมีของเหลวออก หรือบวมเพิ่มอย่างผิดปกติ ให้หยุดและติดต่อทีมรักษา
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดแก้ไขข้อเทียมมีความซับซ้อนและโดยทั่วไปมีความเสี่ยงมากกว่าการเปลี่ยนข้อครั้งแรก งานวิจัยเกี่ยวกับการแก้ไขข้อเข่าระบุว่าการผ่าตัดชนิดนี้ท้าทายกว่า และมีภาวะแทรกซ้อนหรือการผ่าตัดซ้ำมากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก (PubMed Central) อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของแต่ละคนขึ้นกับข้อที่แก้ เหตุผลที่ต้องแก้ และสุขภาพโดยรวม จึงไม่ควรนำตัวเลขจากข้อหนึ่งไปใช้กับอีกข้อหนึ่ง
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- การติดเชื้อ อาจอยู่ที่ผิวแผลหรือรอบข้อเทียม บางกรณีต้องล้างแผลหรือผ่าตัดเพิ่มเติม
- เลือดออกหรือภาวะซีด การถอดข้อเดิมและแก้กระดูกอาจทำให้เสียเลือด
- ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ มักเกิดที่ขา และอาจเคลื่อนไปปอด
- ข้อหลุดหรือข้อไม่มั่นคง โดยเฉพาะเมื่อกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพยุงข้อเสียหาย
- กระดูกร้าวหรือหัก อาจเกิดระหว่างถอดข้อเดิมหรือหลังผ่าตัด
- เส้นประสาทหรือหลอดเลือดบาดเจ็บ อาจทำให้ชา อ่อนแรง หรือการไหลเวียนเลือดผิดปกติ
- แผลหายช้า พบได้มากขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อมีแผลเดิมหลายครั้ง โภชนาการไม่ดี สูบบุหรี่ หรือควบคุมโรคประจำตัวไม่เหมาะสม
- ข้อแข็งและพังผืด ทำให้ช่วงการเคลื่อนไหวน้อยกว่าที่คาด
- ความยาวแขนขาหรือแนวข้อเปลี่ยน ศัลยแพทย์พยายามปรับสมดุล แต่ข้อจำกัดของกระดูกและเนื้อเยื่ออาจทำให้แก้ได้ไม่ทั้งหมด
- ข้อเทียมหลวม สึก หรือเสียหายอีกในอนาคต
- อาการปวดยังคงอยู่ แม้ภาพข้อหลังผ่าตัดดูมั่นคง
- ภาวะแทรกซ้อนจากการระงับความรู้สึก เช่น ปัญหาการหายใจ หัวใจ หรือปฏิกิริยาต่อยา
- จำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำ หากติดเชื้อ ข้อไม่มั่นคง กระดูกไม่สมาน หรืออุปกรณ์มีปัญหา
หากผ่าตัดเพราะติดเชื้อ ต้องเข้าใจว่าอาจต้องรักษาหลายขั้นตอนและติดตามนาน การผ่าตัดมีเป้าหมายควบคุมเชื้อและสร้างข้อที่ใช้งานได้ แต่ไม่มีวิธีใดรับรองว่าจะกำจัดปัญหาได้ทั้งหมด
ก่อนเซ็นยินยอม ศัลยแพทย์ควรอธิบายว่าความเสี่ยงใดเกี่ยวข้องกับคุณมากเป็นพิเศษ มีโอกาสที่แผนจะเปลี่ยนระหว่างผ่าตัดหรือไม่ และหากไม่สามารถใส่ข้อใหม่ตามแผนจะมีทางเลือกใดบ้าง
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังผ่าตัด อาการปวดและบวมบางส่วนพบได้ แต่ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
| อาการ | สิ่งที่ควรทำ |
| หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หน้ามืด หรือหมดสติ | ไปห้องฉุกเฉินทันที |
| แขนหรือขาข้างหนึ่งบวมมากขึ้นกะทันหัน ปวดน่อง ร้อนหรือแดง | ติดต่อโรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อประเมินลิ่มเลือด |
| ไข้ร่วมกับแผลแดง ร้อน ปวดเพิ่ม หรือมีหนอง | ติดต่อทีมผ่าตัดทันที |
| แผลมีเลือดหรือของเหลวไหลต่อเนื่อง แผลแยก หรือผ้าปิดแผลชุ่มซ้ำ | ติดต่อโรงพยาบาล ไม่แกะแผลเอง |
| ข้อผิดรูป มีเสียงหรือความรู้สึกว่าข้อหลุด และขยับไม่ได้ | หยุดลงน้ำหนักและไปโรงพยาบาล |
| ปวดรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ใช้ยาตามแผนแล้ว | ติดต่อทีมรักษาเพื่อหาสาเหตุ |
| ปลายมือหรือเท้าเย็น ซีด คล้ำ ชามากขึ้น หรือขยับไม่ได้ | ไปพบแพทย์ทันที |
| ล้ม กระแทก หรือเผลอลงน้ำหนักเกินข้อจำกัด | แจ้งทีมรักษา แม้อาการยังไม่มาก |
| สับสน ง่วงผิดปกติ กินหรือดื่มไม่ได้ หรือปัสสาวะน้อยมาก | ขอการประเมินโดยเร็ว |
อย่ารอถึงวันนัดหากอาการเปลี่ยนเร็ว โดยเฉพาะอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ข้อผิดรูป หรือปลายแขนขาขาดเลือด
ทางเลือกอื่น
ทางเลือกขึ้นกับสาเหตุของอาการ ไม่ใช่ทุกคนที่ปวดหลังใส่ข้อเทียมต้องรับการผ่าตัดแก้ไข
เฝ้าติดตาม
หากข้อเทียมมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย อาการไม่มาก และยังไม่มีความเสียหายที่ต้องแก้เร่งด่วน แพทย์อาจนัดตรวจและเอกซเรย์เป็นระยะ วิธีนี้เหมาะเมื่อความเสี่ยงของการผ่าตัดมากกว่าประโยชน์ในขณะนั้น
ปรับกิจกรรมและใช้อุปกรณ์ช่วย
การลดกิจกรรมที่กระแทกข้อ ใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์ช่วยเดิน และปรับสภาพบ้านอาจลดอาการและลดการล้ม วิธีเหล่านี้ไม่ทำให้ข้อเทียมที่หลวมกลับมายึดแน่น แต่ช่วยให้ใช้ชีวิตได้ปลอดภัยขึ้นในผู้ที่ยังไม่พร้อมผ่าตัด
กายภาพบำบัด
หากอาการมาจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง การทรงตัวไม่ดี หรือเนื้อเยื่อรอบข้อ กายภาพอาจช่วยได้ แต่ไม่ควรฝึกหนักก่อนตัดสาเหตุอย่างข้อหลวม กระดูกหัก หรือการติดเชื้อออกไป
รักษาสาเหตุอื่น
อาการอาจมาจากหลัง เส้นประสาท กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือข้อใกล้เคียง การรักษาจึงต้องตรงกับสาเหตุ การเปลี่ยนข้อเทียมใหม่โดยไม่พบปัญหาที่ข้อเดิมอาจไม่ช่วยลดอาการ
การผ่าตัดที่จำกัดกว่าการเปลี่ยนทั้งหมด
บางกรณีอาจเปลี่ยนเฉพาะชิ้นส่วนรอง หัวข้อ หรือส่วนที่เคลื่อน โดยเก็บชิ้นส่วนซึ่งยังมั่นคงไว้ วิธีนี้อาจเสียกระดูกน้อยกว่า แต่ใช้ได้เฉพาะเมื่อข้อเทียมส่วนที่เหลืออยู่ในตำแหน่งดีและไม่มีปัญหาที่จำเป็นต้องแก้
วิธีผ่าตัดสำหรับการติดเชื้อ
หากมีการติดเชื้อ ทางเลือกอาจเป็นการล้างข้อและเปลี่ยนเฉพาะชิ้นส่วนบางส่วน การถอดและใส่ข้อใหม่ในครั้งเดียว หรือการผ่าตัดเป็นระยะ ไม่ใช่ทุกวิธีเหมาะกับเชื้อและสภาพข้อทุกแบบ แพทย์จะใช้ผลเพาะเชื้อ ระยะเวลาที่มีอาการ ความมั่นคงของข้อ และสภาพเนื้อเยื่อประกอบการตัดสินใจ
หากเลือกไม่ผ่าตัด ควรถามอย่างตรงไปตรงมาว่าความเสียหายจะดำเนินต่อหรือไม่ การรอทำให้กระดูกหายไปมากขึ้นหรือเปล่า และมีอาการใดที่ต้องกลับมาประเมินเร็วกว่านัด
สิทธิการรักษา
ความครอบคลุมขึ้นกับเหตุผลทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ขั้นตอนส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละระบบ ควรตรวจสอบก่อนนัดผ่าตัด เพราะการผ่าตัดแก้ไขอาจต้องใช้ข้อมูลการผ่าตัดเดิม อุปกรณ์เฉพาะ และทีมที่มีความพร้อม
ประกันสังคม
ผู้ประกันตนควรเริ่มสอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิ หากสถานพยาบาลนั้นไม่มีศักยภาพทำการผ่าตัด อาจต้องดำเนินการส่งต่อตามระบบ ควรถามว่าเอกสารใดจำเป็น ต้องมีผลตรวจหรือหนังสือส่งต่อหรือไม่ และการรักษาต่อเนื่องหลังผ่าตัดดำเนินการที่ใด
บัตรทอง
โดยทั่วไปควรเริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการตามระบบส่งต่อ หากต้องรักษาในสถานพยาบาลที่มีทีมเฉพาะทาง อาจต้องมีหนังสือส่งต่อ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ควรตรวจสอบสิทธิและเส้นทางส่งต่อกับหน่วยบริการก่อนเข้ารับการรักษา
สิทธิข้าราชการหรือหน่วยงานต้นสังกัด
การใช้สิทธิขึ้นกับหน่วยบริการที่เข้าร่วมและหลักเกณฑ์ของต้นสังกัด ควรสอบถามเรื่องการส่งต่อ การยืนยันสิทธิ อุปกรณ์ที่อยู่ในสิทธิ และเอกสารจากการผ่าตัดเดิม
ประกันสุขภาพเอกชน
บริษัทประกันอาจพิจารณาว่าปัญหาข้อเทียมเกี่ยวข้องกับโรคเดิม ระยะเวลารอคอย ข้อยกเว้น หรือเงื่อนไขของกรมธรรม์หรือไม่ ก่อนผ่าตัดควรขอให้สถานพยาบาลส่งข้อมูลเพื่อพิจารณาล่วงหน้า และถามให้ชัดว่าครอบคลุมค่าศัลยแพทย์ วิสัญญี การนอนโรงพยาบาล การตรวจหาเชื้อ อุปกรณ์ข้อเทียม และการฟื้นฟูหลังผ่าตัดหรือไม่
ไม่ว่าสิทธิใด ควรเตรียมบัตรประชาชน เอกสารสิทธิ หนังสือส่งต่อ รายงานการผ่าตัดครั้งก่อน ภาพถ่ายรังสี และรายการยาปัจจุบัน หากเป็นกรณีกระดูกหัก ข้อหลุด หรือสงสัยติดเชื้อเฉียบพลัน ไม่ควรชะลอการประเมินฉุกเฉินเพื่อรอเอกสารให้ครบ
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดแก้ไขข้อเทียมจำเป็นเมื่อไร
จำเป็นเมื่อพบปัญหาที่ข้อเทียมซึ่งทำให้ปวด ใช้งานไม่ได้ ไม่มั่นคง ติดเชื้อ หรือเสี่ยงทำลายกระดูกเพิ่ม และการรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่เหมาะสมหรือไม่เพียงพอ การตัดสินใจต้องอาศัยอาการ การตรวจร่างกาย ภาพถ่าย และผลตรวจการติดเชื้อร่วมกัน
ปวดหลังเปลี่ยนข้อหมายความว่าข้อเทียมหลวมหรือไม่
ไม่เสมอไป เพราะอาการปวดอาจมาจากกล้ามเนื้อ เอ็น เส้นประสาท หลัง การติดเชื้อ หรือข้อบริเวณใกล้เคียง แพทย์ต้องหาตำแหน่งและสาเหตุก่อนเสนอการผ่าตัดซ้ำ
ต้องเปลี่ยนข้อเทียมทั้งชุดหรือไม่
ไม่จำเป็นทุกคน เพราะบางรายเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่สึกหรือเคลื่อน โดยเก็บชิ้นส่วนที่ยึดแน่นไว้ได้ การตัดสินใจขึ้นกับความมั่นคง ตำแหน่ง ความเสียหายของกระดูก และการติดเชื้อ บางครั้งขอบเขตจริงจะทราบชัดเมื่อศัลยแพทย์ตรวจข้อระหว่างผ่าตัด
การผ่าตัดครั้งนี้ยากกว่าครั้งแรกหรือไม่
โดยทั่วไปซับซ้อนกว่า เพราะมีพังผืด กระดูกอาจสูญเสีย และต้องถอดอุปกรณ์เดิมโดยรักษากระดูกให้มากที่สุด งานวิจัยเกี่ยวกับการแก้ไขข้อเข่าระบุว่าเป็นการผ่าตัดที่ท้าทายและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก (PubMed Central)
ต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน
มักต้องนอนโรงพยาบาล แต่จำนวนวันขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัด การติดเชื้อ การควบคุมปวด ความสามารถในการเดิน และโรคประจำตัว คุณควรถามจากแผนเฉพาะราย เพราะข้อมูลอ้างอิงที่มีไม่ได้ให้ช่วงที่ใช้ได้กับข้อทุกชนิดและบริบทในไทย
หลังผ่าตัดเดินได้เมื่อไร
หลายคนเริ่มลุกหรือฝึกเดินภายใต้การดูแลในช่วงต้น แต่การลงน้ำหนักอาจทำได้เต็มที่ บางส่วน หรือยังไม่ได้ ขึ้นกับสิ่งที่ซ่อมและความมั่นคงของกระดูก ให้ยึดคำสั่งของศัลยแพทย์ ไม่ควรทดลองลงน้ำหนักเอง
พักฟื้นกี่เดือนจึงกลับมาเป็นปกติ
มักต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และบางด้านอาจพัฒนาต่อเนื่องนานกว่านั้น ระยะเวลาขึ้นกับข้อที่แก้ ขนาดการผ่าตัด สภาพกระดูก การติดเชื้อ และสุขภาพโดยรวม งานวิจัยในผู้ป่วยแก้ไขข้อเข่าพบว่ารูปแบบการฟื้นตัวแตกต่างกันมาก
ผ่าตัดแล้วอาการปวดจะหายทั้งหมดหรือไม่
ไม่มีทางรับรองว่าอาการปวดจะหมด เพราะผลขึ้นกับสาเหตุ ความเสียหายเดิม และโรคร่วม เป้าหมายคือแก้ปัญหาที่ตรวจพบและทำให้ข้อทำงานดีขึ้น แต่บางคนยังมีอาการปวด ข้อแข็ง หรือข้อจำกัดหลังผ่าตัดได้
หากมีการติดเชื้อ ต้องผ่าตัดกี่ครั้ง
อาจผ่าตัดครั้งเดียวหรือมากกว่าหนึ่งครั้ง ขึ้นกับชนิดเชื้อ ระยะเวลาที่ติดเชื้อ ความมั่นคงของข้อ สภาพกระดูกและเนื้อเยื่อ รวมถึงสุขภาพผู้ป่วย ผลเพาะเชื้อและสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัดอาจทำให้แผนเปลี่ยนได้
ข้อเทียมใหม่จะอยู่ได้นานเท่าไร
ไม่มีระยะเวลาที่ทำนายได้แน่นอน เพราะขึ้นกับข้อที่ใส่ ความมั่นคงของกระดูก การติดเชื้อ น้ำหนักตัว กิจกรรม และการสึกในอนาคต แหล่งอ้างอิงระบุว่าข้อสะโพกเทียมมีอายุการใช้งานจำกัดและอาจต้องแก้ไขเมื่อหลวมหรือเสียหาย แต่ข้อมูลนั้นไม่ควรใช้เป็นคำรับรองสำหรับข้อใหม่ของแต่ละคน
ต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดก่อนผ่าตัดหรือไม่
ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับ แต่ห้ามหยุดเอง ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ หรือแพทย์ผู้สั่งยาจะกำหนดเวลาโดยดูเหตุผลที่ใช้ยา ความเสี่ยงเลือดออก และความเสี่ยงหลอดเลือดอุดตันร่วมกัน
หากยังไม่พร้อมผ่าตัด สามารถรอได้หรือไม่
บางกรณีรอและติดตามได้ หากข้อยังมั่นคงและไม่มีการติดเชื้อหรือความเสียหายที่ดำเนินเร็ว แต่การรอในกรณีข้อหลวมมาก กระดูกถูกทำลาย กระดูกหัก หรือมีเชื้ออาจทำให้การรักษายากขึ้น ควรถามแพทย์ว่าความเสี่ยงของการรอในกรณีของคุณคืออะไร
ควรขอความเห็นจากแพทย์อีกคนหรือไม่
ขอความเห็นเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะเมื่อสาเหตุของอาการยังไม่ชัด แผนผ่าตัดซับซ้อน หรือมีทางเลือกหลายแบบ ควรนำภาพถ่าย ผลเลือด ผลตรวจเชื้อ รายงานผ่าตัดเดิม และข้อมูลข้อเทียมไปให้ครบ เพื่อให้แพทย์อีกคนประเมินจากข้อมูลเดียวกัน
ก่อนตัดสินใจควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้าง
ควรถามว่าสาเหตุของอาการคืออะไร ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนใด มีหลักฐานติดเชื้อหรือไม่ จะลงน้ำหนักได้เมื่อไร และมีโอกาสเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัดอย่างไร นอกจากนี้ควรถามถึงความเสี่ยงเฉพาะตัว แผนกายภาพ ระยะหยุดงาน และผู้ที่ควรติดต่อเมื่อเกิดอาการผิดปกติ
หลังผ่าตัดต้องติดตามนานหรือไม่
ควรติดตามตามนัดแม้อาการดีขึ้น เพราะแพทย์ต้องประเมินแผล การเคลื่อนไหว ความมั่นคงของข้อ และภาพถ่ายเป็นระยะ หากเคยผ่าตัดเพราะติดเชื้อหรือสูญเสียกระดูกมาก อาจต้องติดตามใกล้ชิดและนานกว่ากรณีทั่วไป
แหล่งอ้างอิง
- Cleveland Clinic. *Hip Revision Surgery: How To Prepare for Your Procedure*. อัปเดตปี 2023.
- Liu WY, van der Steen MC, van Wensen RJA, van Kempen RWTM. *Recovery patterns in patients undergoing revision surgery of the primary knee prosthesis*. Journal of Experimental Orthopaedics. 2021;8:117.
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Hip Revision Surgery: How To Prepare for Your Procedure — เกี่ยวกับ Prosthetic revision surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Recovery patterns in patients undergoing revision surgery of ... - PMC — เกี่ยวกับ Prosthetic revision surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


