ผ่าตัดปอดออกทั้งข้าง
ผ่าตัดปอดออกทั้งข้าง (Pneumonectomy) คือการนำปอดขวาหรือปอดซ้ายออกทั้งหมด มักใช้รักษามะเร็งที่ไม่สามารถตัดเฉพาะกลีบปอดได้ และอาจใช้ในโรคหรือการบาดเจ็บรุนแรงบางกรณี การผ่าตัดนี้เป็นการผ่าตัดใหญ่ จึงต้องตรวจให้แน่ใจก่อนว่าปอดข้างที่เหลือและหัวใจมีสมรรถภาพเพียงพอ
ประเด็นสำคัญ
- ไม่ใช่ผู้ที่เป็นมะเร็งปอดทุกคนต้องตัดปอดทั้งข้าง แพทย์จะพิจารณาตำแหน่งและการกระจายของก้อน รวมถึงตรวจว่ามีวิธีตัดเนื้อปอดให้น้อยกว่านี้ได้หรือไม่
- ก่อนผ่าตัดต้องประเมินสมรรถภาพปอด หัวใจ สุขภาพโดยรวม และระยะของโรค เพราะปอดข้างที่เหลือต้องรับภาระการหายใจหลังผ่าตัด
- การฟื้นตัวใช้เวลาเป็นเดือน อาการเหนื่อยเมื่อออกแรงอาจคงอยู่นาน แต่ระดับอาการแตกต่างกันตามสมรรถภาพเดิม ภาวะแทรกซ้อน และการฟื้นฟูปอด
ผ่าตัดปอดออกทั้งข้าง คืออะไร
การผ่าตัดนี้หมายถึงการนำปอดข้างหนึ่งออกทั้งหมด โดยอาจเป็นปอดขวาหรือปอดซ้าย ไม่ใช่การนำปอดทั้งสองข้างออก และต่างจากการตัดเฉพาะชิ้นหรือเฉพาะกลีบปอด ซึ่งยังเก็บเนื้อปอดด้านนั้นไว้บางส่วน
ปอดขวามีสามกลีบ ส่วนปอดซ้ายมีสองกลีบ หากโรคจำกัดอยู่ในบริเวณเล็ก ศัลยแพทย์มักพยายามเลือกวิธีที่เก็บเนื้อปอดไว้ให้มากที่สุด แต่การตัดทั้งข้างอาจจำเป็นเมื่อก้อนอยู่ใกล้ขั้วปอด หลอดลมใหญ่ หรือหลอดเลือดสำคัญ จนไม่สามารถนำโรคออกได้เพียงพอด้วยการตัดเฉพาะกลีบ Harvard Health
รูปแบบหลักมีดังนี้
| รูปแบบ | สิ่งที่นำออก | มักพิจารณาเมื่อ |
| การตัดปอดทั้งข้างแบบมาตรฐาน | ปอดข้างที่มีโรคทั้งหมด และอาจมีเนื้อเยื่อหรือต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง | มะเร็งปอดหรือปอดเสียหายรุนแรงบางกรณี |
| การตัดปอดร่วมกับเยื่อหุ้มทรวงอก | ปอด เยื่อหุ้มปอด และอาจรวมเยื่อหุ้มหัวใจหรือกะบังลมบางส่วน | โรคที่เกิดในเยื่อหุ้มปอด เช่น มะเร็งเยื่อหุ้มปอดบางราย |
แบบที่นำเยื่อหุ้มปอดและโครงสร้างใกล้เคียงออกด้วยซับซ้อนกว่า และไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกราย หากต้องตัดเยื่อหุ้มหัวใจหรือกะบังลมบางส่วน ศัลยแพทย์อาจต้องซ่อมสร้างบริเวณนั้นระหว่างการผ่าตัด Cleveland Clinic
หลังนำปอดออก ช่องว่างในทรวงอกด้านนั้นจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ อวัยวะบริเวณกลางอกอาจขยับเล็กน้อย กะบังลมยกสูงขึ้น และมีของเหลวค่อยๆ เติมในช่องว่าง ปอดที่เหลือไม่ได้งอกกลับมาเป็นปอดอีกข้าง แต่จะปรับตัวรับภาระการหายใจมากขึ้น
นี่เป็นการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูงเมื่อเทียบกับการตัดปอดขนาดเล็กกว่า จึงมักสงวนไว้สำหรับผู้ที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากการนำโรคออก และมีร่างกายแข็งแรงพอรับการผ่าตัด การตัดสินใจควรเกิดหลังทีมรักษาเปรียบเทียบผลที่คาดว่าจะได้กับความเสี่ยงเฉพาะตัวอย่างรอบคอบ
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่อาจได้รับการพิจารณาให้ผ่าตัด ได้แก่
- ผู้ที่มีก้อนมะเร็งจำกัดอยู่ในปอดข้างหนึ่ง และประเมินแล้วว่าสามารถนำโรคออกได้ด้วยการผ่าตัด
- ผู้ที่มีก้อนอยู่บริเวณกลางปอด ขั้วปอด หลอดลมใหญ่ หรือหลอดเลือดสำคัญ ทำให้การตัดเฉพาะกลีบอาจนำก้อนออกได้ไม่เพียงพอ
- ผู้ที่มีมะเร็งเยื่อหุ้มปอดบางชนิดและบางระยะ ซึ่งทีมแพทย์เห็นว่าการผ่าตัดแบบกว้างอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนรักษา
- ผู้ที่ปอดข้างหนึ่งเสียหายอย่างรุนแรงจากการติดเชื้อเรื้อรัง โรคที่ทำลายเนื้อปอด หรือการบาดเจ็บ และไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีที่เล็กกว่าได้
- ผู้ที่มีหัวใจและปอดข้างที่เหลือแข็งแรงพอจะรองรับการหายใจหลังผ่าตัด
การมีโรคตามรายการนี้ไม่ได้แปลว่าต้องตัดปอดทั้งข้าง ศัลยแพทย์ทรวงอกต้องดูภาพถ่าย ตำแหน่งโรค ผลตรวจชิ้นเนื้อ ระยะของมะเร็ง และสมรรถภาพร่างกายร่วมกัน
การผ่าตัดอาจไม่เหมาะ หรืออาจต้องประเมินเพิ่มเติม หากมีสถานการณ์ต่อไปนี้
- มะเร็งกระจายออกนอกขอบเขตที่การผ่าตัดจะควบคุมได้
- ปอดข้างที่เหลือมีสมรรถภาพไม่เพียงพอ
- หัวใจบีบตัวหรือระบบไหลเวียนเลือดทำงานไม่ดีพอสำหรับการผ่าตัดใหญ่
- มีโรคร่วมที่ยังควบคุมไม่ได้ เช่น การติดเชื้อรุนแรง หรือภาวะหัวใจและหลอดเลือดที่ไม่คงที่
- สภาพร่างกายเปราะบางมากจนความเสี่ยงของการผ่าตัดสูงกว่าประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
- มีทางเลือกตัดเฉพาะส่วนหรือรักษาด้วยวิธีอื่นที่ควบคุมโรคได้เหมาะสมกว่า
การประเมินก่อนตัดสินใจมักประกอบด้วยภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจว่ามะเร็งกระจายหรือไม่ การทดสอบสมรรถภาพปอด การตรวจหัวใจ และการตรวจเลือด บางรายต้องตรวจว่าปอดแต่ละข้างมีส่วนในการหายใจมากเพียงใด เพื่อประมาณว่าหลังนำปอดด้านที่เป็นโรคออกแล้วจะเหลือความสามารถในการหายใจเท่าใด Harvard Health
หากคุณกังวลว่าตนเองจะหายใจได้อย่างไรเมื่อเหลือปอดข้างเดียว คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “เหลือปอดกี่ข้าง” แต่คือปอดข้างที่เหลือแข็งแรงแค่ไหน หัวใจทำงานอย่างไร และกิจกรรมในชีวิตประจำวันต้องใช้แรงระดับใด ทีมรักษาจะใช้ผลตรวจเหล่านี้อธิบายความเสี่ยงเฉพาะของคุณ
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การเตรียมตัวมีเป้าหมายสองเรื่อง คือยืนยันว่าการผ่าตัดเป็นทางเลือกที่เหมาะสม และลดความเสี่ยงระหว่างพักฟื้น
การตรวจที่อาจต้องทำ
แพทย์อาจพิจารณาการตรวจต่อไปนี้ตามโรคและสุขภาพของคุณ
- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือภาพตรวจอื่น เพื่อดูตำแหน่งและขอบเขตของโรค
- การตรวจชิ้นเนื้อ เพื่อยืนยันชนิดของก้อน
- การประเมินต่อมน้ำเหลืองหรือการกระจายไปอวัยวะอื่น
- การเป่าปอดเพื่อวัดปริมาตรลมและประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนก๊าซ
- การตรวจว่าปอดแต่ละข้างรับภาระการหายใจมากน้อยเพียงใดในผู้ที่ต้องประเมินละเอียด
- คลื่นไฟฟ้าหัวใจ อัลตราซาวนด์หัวใจ หรือการทดสอบหัวใจอื่นเมื่อมีข้อบ่งชี้
- การตรวจเลือด รวมถึงภาวะซีด การแข็งตัวของเลือด การทำงานของไตและตับ
- การประเมินโภชนาการและความสามารถในการทำกิจกรรม
หากสูบบุหรี่ ควรหยุดให้เร็วที่สุดตามคำแนะนำของทีมรักษา การหยุดสูบช่วยให้เสมหะลดลง การขับเสมหะดีขึ้น และลดปัญหาเกี่ยวกับแผลและการหายใจ แพทย์อาจแนะนำการฝึกหายใจ ออกกำลังตามสภาพ หรือฟื้นฟูสมรรถภาพปอดก่อนผ่าตัด
อาหาร น้ำ และยา
โรงพยาบาลจะบอกเวลางดอาหารและน้ำตามเวลาผ่าตัดและแนวทางวิสัญญี อย่าใช้คำแนะนำของผู้ป่วยรายอื่นแทนคำสั่งของโรงพยาบาล เพราะเวลางดอาจต่างกัน หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษาตามจริง
ทำรายการยาทุกชนิดที่ใช้ รวมถึง
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยาเบาหวานและอินซูลิน
- ยาความดัน ยาหัวใจ และยาขับปัสสาวะ
- ยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบ
- สมุนไพร วิตามิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะระบุว่ายาใดต้องหยุด ปรับ หรือรับประทานต่อ และจะกำหนดเวลาให้เป็นรายบุคคล อย่าหยุดยาละลายลิ่มเลือด ยาหัวใจ หรือยาอื่นด้วยตนเอง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ลิ่มเลือด หรือโรคเดิมกำเริบ
แจ้งประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร แพ้วัสดุปิดแผล ปัญหาจากการดมยาสลบครั้งก่อน โรคประจำตัว และอุปกรณ์ที่ฝังอยู่ในร่างกาย หากมีไข้ ไอมากขึ้น เสมหะเปลี่ยนสี เจ็บหน้าอก หรือหายใจแย่ลงก่อนวันผ่าตัด ควรติดต่อโรงพยาบาล เพราะอาจต้องประเมินการติดเชื้อก่อน
สิ่งที่ควรเตรียม
- บัตรประจำตัว เอกสารสิทธิ และเอกสารประกัน
- รายการยาและประวัติแพ้ยา
- ผลตรวจหรือภาพถ่ายจากสถานพยาบาลอื่นตามที่ทีมรักษาขอ
- เสื้อผ้าหลวม สวมง่าย และรองเท้าที่ไม่ลื่น
- ผู้ดูแลสำหรับการเดินทางกลับและช่วยในช่วงแรกที่บ้าน
- แผนจัดการงาน บ้าน สัตว์เลี้ยง และการขึ้นลงบันไดระหว่างพักฟื้น
ควรถามล่วงหน้าว่าต้องเข้าหอผู้ป่วยวิกฤตหรือไม่ คาดว่าจะใช้วิธีเปิดทรวงอกหรือใช้กล้อง แผนระงับปวดเป็นอย่างไร และหากระหว่างผ่าตัดพบว่าไม่สามารถนำก้อนออกได้ ทีมจะดำเนินการอย่างไร
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดแตกต่างตามตำแหน่งโรค รูปแบบการผ่าตัด และสิ่งที่พบจริง แต่ลำดับทั่วไปมีดังนี้ Cleveland Clinic
- ให้ยาสลบทั่วร่างกาย
คุณจะหลับตลอดการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์ดูแลการหายใจ ความดัน ชีพจร ออกซิเจน และสารน้ำ อาจมีสายติดตามการทำงานของร่างกายหลายชนิด เพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่
- จัดท่าและเตรียมบริเวณผ่าตัด
โดยทั่วไปจะจัดให้นอนตะแคงเพื่อเข้าถึงทรวงอกด้านที่มีโรค ทีมจะทำความสะอาดผิวหนังและคลุมพื้นที่ปลอดเชื้อ
- เปิดทางเข้าสู่ช่องอก
วิธีมาตรฐานคือเปิดแผลบริเวณด้านข้างหรือด้านหลังทรวงอก ผ่านช่องระหว่างซี่โครง ศัลยแพทย์อาจแยกซี่โครงเพื่อเข้าถึงปอด ผู้ป่วยบางรายอาจใช้การผ่าตัดผ่านกล้องร่วมกับแผลขนาดเล็กกว่า แต่ไม่เหมาะกับทุกก้อนและทุกโรงพยาบาล
- ตรวจขอบเขตโรค
ศัลยแพทย์ตรวจปอด ต่อมน้ำเหลือง และโครงสร้างใกล้เคียง เพื่อยืนยันว่าสามารถดำเนินการตามแผนได้ หากพบการกระจายหรือการยึดติดที่ต่างจากภาพตรวจก่อนผ่าตัด แผนอาจเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัย
- ควบคุมหลอดเลือดและหลอดลมใหญ่
หลอดเลือดที่เชื่อมกับปอดด้านนั้นจะถูกแยกและปิดอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงตัดหลอดลมหลักที่เข้าสู่ปอด ปลายหลอดลมจะถูกเย็บหรือปิดด้วยอุปกรณ์ทางศัลยกรรม และตรวจหารอยรั่ว
- นำปอดออก
ปอดทั้งข้างถูกนำออกทางแผล หากเป็นการผ่าตัดที่กว้างขึ้น อาจนำเยื่อหุ้มปอด เยื่อหุ้มหัวใจ หรือกะบังลมบางส่วนออกด้วย แล้วซ่อมสร้างส่วนที่จำเป็น
- ตรวจเลือดออกและปิดแผล
ทีมผ่าตัดตรวจจุดเลือดออก ความแน่นของปลายหลอดลม และความเรียบร้อยในช่องอก ก่อนปิดชั้นกล้ามเนื้อและผิวหนัง การใส่ท่อระบายทรวงอกหลังตัดปอดทั้งข้างขึ้นกับเทคนิคและดุลยพินิจของศัลยแพทย์ ไม่ควรคาดว่าจะเหมือนกันทุกโรงพยาบาล
- เฝ้าระวังหลังผ่าตัด
หลังผ่าตัดคุณจะไปห้องพักฟื้นหรือหอผู้ป่วยวิกฤต ทีมจะติดตามการหายใจ ออกซิเจน ความดัน ชีพจร ปริมาณปัสสาวะ อาการปวด และภาวะเลือดออก บางรายยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจช่วงหนึ่งจนกว่าจะตื่นและหายใจได้เพียงพอ
เมื่ออาการคงที่ ทีมจะช่วยให้ลุกนั่ง ยืน และเดินโดยเร็วตามความเหมาะสม พร้อมฝึกหายใจลึกและไออย่างมีประสิทธิภาพ การเคลื่อนไหวช่วยลดเสมหะ ปอดแฟบ ลิ่มเลือด และภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนาน
ใช้เวลานานแค่ไหน
การผ่าตัดใช้เวลาหลายชั่วโมง ระยะจริงขึ้นกับด้านที่ผ่าตัด วิธีเปิดทรวงอก ความยากในการแยกหลอดเลือด การยึดติดของเนื้อเยื่อ และต้องนำโครงสร้างข้างเคียงออกหรือซ่อมสร้างหรือไม่ การตัดร่วมกับเยื่อหุ้มปอดและโครงสร้างรอบข้างมักใช้เวลานานกว่าแบบมาตรฐาน Cleveland Clinic
การผ่าตัดทำภายใต้ยาสลบทั่วร่างกาย จึงไม่ใช่หัตถการที่กลับบ้านในวันเดียว หลังผ่าตัดต้องนอนโรงพยาบาลหลายวันเพื่อเฝ้าระวังการหายใจ หัวใจ เลือดออก การติดเชื้อ และสมดุลสารน้ำ แหล่งอ้างอิงต่างประเทศระบุว่าผู้ป่วยแบบมาตรฐานบางรายกลับบ้านได้ภายในประมาณหนึ่งสัปดาห์ ส่วนการผ่าตัดที่กว้างกว่าอาจนานขึ้น แต่แนวทางและทรัพยากรของโรงพยาบาลในไทยอาจต่างกัน Harvard Health
แพทย์จะให้กลับบ้านเมื่อออกซิเจนและสัญญาณชีพคงที่ อาการปวดควบคุมได้ เดินและรับประทานอาหารได้ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรักษาในโรงพยาบาล และมีแผนดูแลที่บ้านเพียงพอ ไม่ควรใช้จำนวนวันเป็นเป้าหมายตายตัว เพราะการกลับเร็วเกินไปอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ยังหอบหรือมีภาวะแทรกซ้อน
พักฟื้นนานแค่ไหน
การฟื้นตัวมักเป็นเดือน ไม่ใช่ไม่กี่วัน ความเร็วขึ้นกับสุขภาพก่อนผ่าตัด วิธีผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อน การทำงานของปอดที่เหลือ และชนิดงานของคุณ แหล่งอ้างอิงระบุว่าบางคนยังออกกำลังได้จำกัดจากอาการหอบแม้ผ่านไปประมาณหกเดือน จึงควรวางแผนพักฟื้นระยะยาวและไม่เปรียบเทียบกับผู้ป่วยรายอื่น Harvard Health
| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ควรเน้น |
| วันแรกๆ ในโรงพยาบาล | เจ็บแผล เหนื่อยง่าย มีสายติดตามหลายชนิด และอาจต้องใช้ออกซิเจน | ระงับปวด ฝึกหายใจ ไอ และเริ่มเคลื่อนไหวตามคำแนะนำ |
| ช่วงแรกหลังกลับบ้าน | ยังอ่อนเพลีย เดินได้ระยะสั้น และต้องพักเป็นช่วงๆ | เดินเพิ่มทีละน้อย ดูแลแผล และรับประทานอาหารให้เพียงพอ |
| หลายสัปดาห์แรก | ความทนต่อกิจกรรมค่อยๆ ดีขึ้น แต่อาจยังหอบเมื่อขึ้นบันไดหรือเดินเร็ว | หลีกเลี่ยงยกของหนักจนศัลยแพทย์อนุญาต และมาตรวจตามนัด |
| หลายเดือน | ปอดและร่างกายปรับตัวต่อเนื่อง ความสามารถทำงานขึ้นกับประเภทงาน | ฟื้นฟูสมรรถภาพปอดและเพิ่มกิจกรรมอย่างเป็นขั้นตอน |
ช่วงแรกอาจเจ็บบริเวณแผล ซี่โครง ไหล่ หรือหลัง การควบคุมอาการปวดสำคัญเพราะช่วยให้หายใจลึก ไอ และเดินได้ หากเจ็บจนไม่กล้าหายใจหรือยาไม่ช่วย ควรแจ้งทีมรักษา ไม่ควรเพิ่มขนาดยาหรือใช้ยาอื่นเสริมเอง
การกลับไปทำงานไม่มีช่วงเวลาที่ใช้ได้กับทุกคน งานนั่งโต๊ะอาจกลับได้เร็วกว่างานยกของ งานกลางแจ้ง หรืออาชีพที่ต้องใช้แรงมาก ศัลยแพทย์จะประเมินจากแผล การหายใจ ผลตรวจ และความต้องการของงาน ก่อนอนุญาตให้ขับรถ ทำงาน หรือยกของหนัก
อาการหอบหลังผ่าตัดไม่ได้แปลว่าเกิดภาวะแทรกซ้อนเสมอไป เพราะร่างกายกำลังปรับตัวกับปอดที่เหลือ แต่หากหอบมากขึ้นอย่างกะทันหัน หอบขณะพัก หรือมีเจ็บหน้าอก ไข้ หน้ามืด หรือไอเป็นเลือด ต้องประเมินทันที
การฟื้นฟูสมรรถภาพปอดอาจช่วยให้เรียนรู้วิธีหายใจ ออกกำลังอย่างปลอดภัย จัดการพลังงาน และกลับไปทำกิจกรรมได้เหมาะสม ผู้ที่ผ่าตัดเพราะมะเร็งอาจยังต้องพบทีมมะเร็งเพื่อพิจารณาการรักษาอื่นตามผลชิ้นเนื้อ การผ่าตัดไม่ได้หมายความว่าแผนรักษาสิ้นสุดลงเสมอไป
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การตัดปอดทั้งข้างมีความเสี่ยงสูงกว่าการตัดเนื้อปอดปริมาณน้อยกว่า ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลขึ้นกับอายุ สมรรถภาพหัวใจและปอด ตำแหน่งโรค ด้านที่ผ่าตัด โรคร่วม และความซับซ้อนของการผ่าตัด ไม่ควรใช้ตัวเลขจากผู้ป่วยกลุ่มอื่นแทนการประเมินของตนเอง
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
ปัญหาการหายใจ
อาจมีปอดที่เหลือแฟบบางส่วน เสมหะค้าง ปอดอักเสบ ออกซิเจนต่ำ หรือหายใจล้มเหลวจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนานกว่าคาด ผู้ที่มีโรคปอดเดิมหรือสมรรถภาพปอดต่ำมีความเสี่ยงมากขึ้น การควบคุมอาการปวด ฝึกหายใจ ไอ และลุกเดินช่วยลดความเสี่ยงบางส่วนได้
หัวใจเต้นผิดจังหวะและปัญหาหัวใจ
การผ่าตัดทรวงอกใหญ่อาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเพิ่มภาระต่อหัวใจ ทีมรักษาจึงติดตามคลื่นหัวใจ ความดัน และสมดุลสารน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงแรก
เลือดออกและลิ่มเลือด
หลอดเลือดขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับปอด จึงมีความเสี่ยงเลือดออกระหว่างหรือหลังผ่าตัด บางรายอาจต้องให้เลือดหรือผ่าตัดซ้ำ นอกจากนี้การผ่าตัดใหญ่และการเคลื่อนไหวน้อยเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดที่ขาหรือหลุดไปอุดหลอดเลือดปอด
การติดเชื้อ
อาจเกิดการติดเชื้อที่แผล ในทรวงอก หรือปอดข้างที่เหลือ อาการที่ควรระวังคือไข้ แผลแดงบวม มีของเหลวผิดปกติ ไอมากขึ้น หรือเสมหะเปลี่ยนไป
รอยต่อหลอดลมรั่ว
ตำแหน่งที่ปิดหลอดลมหลักอาจรั่วหรือเชื่อมติดไม่สมบูรณ์ เป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่อาจทำให้มีอากาศรั่วหรือติดเชื้อในช่องอก และอาจต้องใช้หัตถการหรือผ่าตัดเพิ่มเติม
ของเหลวคั่งหรือความดันในปอดผิดปกติ
หลังนำปอดออก ทีมต้องควบคุมสารน้ำอย่างระมัดระวัง เพราะปอดข้างที่เหลืออาจเกิดภาวะบวมน้ำได้ ช่องอกด้านที่ผ่าตัดจะมีการเปลี่ยนแปลงของของเหลวตามธรรมชาติ แต่หากเกิดเร็ว ผิดตำแหน่ง หรือติดเชื้อ อาจต้องรักษา
อาการปวดเรื้อรังและข้อไหล่ติด
แผลที่ผ่านกล้ามเนื้อและช่องซี่โครงอาจทำให้ปวด ชา หรือไวต่อการสัมผัสนานกว่าที่คาด การไม่ขยับไหล่เพราะกลัวเจ็บอาจทำให้ข้อไหล่ตึง การทำกายภาพตามคำแนะนำช่วยรักษาการเคลื่อนไหว
การเสียชีวิตจากการผ่าตัด
การผ่าตัดนี้มีความเสี่ยงต่อชีวิต เพราะเกี่ยวข้องกับปอดทั้งข้าง หลอดเลือดใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงต่อระบบหายใจและหัวใจ แพทย์ควรอธิบายความเสี่ยงส่วนบุคคลโดยอิงจากผลตรวจและชนิดการผ่าตัด ไม่ควรนำอัตราจากอินเทอร์เน็ตมาใช้ตัดสินใจโดยไม่ทราบว่ากลุ่มผู้ป่วยเหมือนกับคุณหรือไม่
ก่อนยินยอมผ่าตัด คุณควรทราบว่าประโยชน์ที่คาดหวังคืออะไร มีวิธีตัดปอดให้น้อยกว่านี้หรือไม่ หากไม่ผ่าตัดโรคมีแนวโน้มอย่างไร และทีมประเมินความเสี่ยงต่อการหายใจของคุณอย่างไร
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
| อาการ | สิ่งที่ควรทำ |
| หายใจลำบากขึ้นกะทันหัน หอบขณะพัก หรือพูดไม่เป็นประโยค | ไปห้องฉุกเฉิน |
| เจ็บหน้าอกใหม่ รุนแรง หรือร่วมกับเหงื่อแตก หน้ามืด ใจสั่น | ไปห้องฉุกเฉิน |
| ไอเป็นเลือดมากขึ้น หรือมีเลือดสด | รับการประเมินทันที |
| หมดสติ สับสน ริมฝีปากเขียว หรืออ่อนแรงผิดปกติ | เรียกบริการฉุกเฉิน |
| ขาข้างหนึ่งบวม แดง ร้อน หรือเจ็บ ร่วมกับหอบหรือเจ็บหน้าอก | ไปห้องฉุกเฉิน เพราะอาจเป็นลิ่มเลือด |
| ไข้ หนาวสั่น ไอหรือเสมหะมากขึ้น | ติดต่อทีมรักษาในวันเดียวกัน |
| แผลแดง บวม ร้อน แยก มีหนอง หรือมีเลือดไหลไม่หยุด | ติดต่อโรงพยาบาล |
| ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ หรือยาที่สั่งควบคุมอาการไม่ได้ | ติดต่อทีมผ่าตัด |
| กินหรือดื่มไม่ได้ อาเจียนต่อเนื่อง หรือปัสสาวะน้อยลงชัดเจน | ติดต่อโรงพยาบาล |
อาการเหนื่อยเล็กน้อยเมื่อเดินอาจเกิดระหว่างการฟื้นตัว แต่แนวโน้มควรค่อยๆ ดีขึ้น หากอาการเปลี่ยนอย่างรวดเร็วหรือรู้สึกว่า “ไม่เหมือนเดิม” ไม่ควรรอถึงวันนัด
ทางเลือกอื่น
การตัดปอดทั้งข้างไม่ใช่ทางเลือกเดียวเสมอไป แผนที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดและระยะของโรค ตำแหน่งก้อน การทำงานของปอด และเป้าหมายการรักษา
การตัดปอดให้น้อยกว่า
หากตำแหน่งและขอบเขตโรคเอื้อ ศัลยแพทย์อาจตัดเฉพาะชิ้นปอด กลีบปอด หรือหลายกลีบ วิธีเหล่านี้เก็บเนื้อปอดไว้มากกว่า จึงมักได้รับการพิจารณาก่อนการตัดทั้งข้าง อย่างไรก็ตาม อาจไม่เพียงพอเมื่อก้อนเกี่ยวข้องกับหลอดลมหรือหลอดเลือดใหญ่บริเวณขั้วปอด
บางกรณีอาจมีเทคนิคตัดกลีบปอดพร้อมหลอดลมส่วนที่มีโรค แล้วต่อหลอดลมกลับเข้าหากัน วิธีนี้อาจช่วยหลีกเลี่ยงการตัดปอดทั้งข้าง แต่ทำได้เฉพาะตำแหน่งและสภาพร่างกายที่เหมาะสม
รังสีรักษาและยารักษามะเร็ง
ผู้ที่ผ่าตัดไม่ได้หรือความเสี่ยงสูงอาจได้รับรังสีรักษา ยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตามชนิดเซลล์ ระยะโรค และผลตรวจทางชีวภาพ ยาและรังสีอาจใช้ก่อนผ่าตัด หลังผ่าตัด หรือใช้แทนการผ่าตัดในบางสถานการณ์
การรักษาการติดเชื้อหรือโรคที่ไม่ใช่มะเร็ง
หากปัญหาเกิดจากการติดเชื้อหรือโรคปอดเรื้อรัง แพทย์อาจใช้ยา ระบายหนอง เปิดทางเดินหายใจ หรือรักษาเฉพาะส่วนก่อน การผ่าตัดทั้งข้างมักพิจารณาเมื่อปอดเสียหายรุนแรง เกิดอาการหรือการติดเชื้อซ้ำ และวิธีที่เล็กกว่าไม่เพียงพอ
การดูแลเพื่อควบคุมอาการ
หากโรคแพร่กระจายมากหรือร่างกายไม่สามารถรับการรักษาหนักได้ การดูแลอาการอาจเหมาะกว่าการผ่าตัด เป้าหมายคือช่วยเรื่องหอบ ปวด ไอ โภชนาการ การนอน และคุณภาพชีวิต นี่ไม่ใช่การ “ไม่รักษา” แต่เป็นการเลือกการรักษาที่สอดคล้องกับประโยชน์และภาระต่อผู้ป่วย
หากข้อเสนอคือการตัดปอดทั้งข้าง คุณสามารถขอให้แพทย์อธิบายภาพตรวจและเหตุผลที่ตัดเฉพาะกลีบไม่ได้ การขอความเห็นจากศัลยแพทย์ทรวงอกอีกคนอาจเหมาะสมเมื่อยังไม่แน่ใจ โดยเฉพาะก่อนการผ่าตัดใหญ่ที่เปลี่ยนสมรรถภาพการหายใจในระยะยาว
สิทธิการรักษา
ความคุ้มครองขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนเข้ารับบริการ เว้นแต่เป็นภาวะฉุกเฉิน
บัตรทอง
โดยทั่วไป การตรวจและผ่าตัดที่มีข้อบ่งชี้อาจอยู่ในความคุ้มครองเมื่อเข้ารับบริการตามหน่วยบริการประจำและระบบส่งต่อ หากโรงพยาบาลต้นทางไม่มีศัลยแพทย์หรือทรัพยากรที่จำเป็น อาจต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ
ควรถามว่าใบส่งต่อครอบคลุมการตรวจระยะโรค การผ่าตัด การตรวจชิ้นเนื้อ หอผู้ป่วยวิกฤต และการรักษามะเร็งต่อเนื่องหรือไม่
ประกันสังคม
ผู้ประกันตนควรเริ่มตรวจสอบกับโรงพยาบาลตามสิทธิ การรักษาที่จำเป็นอาจดำเนินการที่โรงพยาบาลนั้นหรือผ่านระบบส่งต่อ ข้อกำหนดอาจต่างกันตามสถานพยาบาลและสถานะสิทธิ
ควรถามเรื่องขั้นตอนส่งต่อ เอกสารที่ใช้ และการติดตามหลังผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อการรักษามะเร็งต้องประสานหลายแผนก
สิทธิข้าราชการ
การเบิกขึ้นกับข้อบ่งชี้ โรงพยาบาล และหลักเกณฑ์ของสิทธิ บริการหรือวัสดุบางรายการอาจต้องขออนุมัติหรือมีเงื่อนไขเฉพาะ ควรให้เจ้าหน้าที่สิทธิของโรงพยาบาลตรวจสอบจากแผนรักษาจริง
ประกันสุขภาพเอกชน
บริษัทประกันจะพิจารณาตามวงเงิน ระยะรอคอย โรคที่เป็นมาก่อน เงื่อนไขมะเร็ง และข้อยกเว้นในกรมธรรม์ ควรขออนุมัติก่อนรักษาและถามให้ชัดว่าครอบคลุมค่าศัลยแพทย์ วิสัญญี หอผู้ป่วยวิกฤต การตรวจชิ้นเนื้อ และภาวะแทรกซ้อนหรือไม่
เอกสารที่มักมีประโยชน์ ได้แก่ รายงานแพทย์ ผลชิ้นเนื้อ ภาพตรวจ แผนการผ่าตัด และหนังสือส่งตัว อย่ายกเลิกหรือเลื่อนการรักษาที่จำเป็นเองเพียงเพราะยังไม่แน่ใจเรื่องสิทธิ ให้ติดต่อหน่วยสิทธิของโรงพยาบาลเพื่อหาช่องทางที่ถูกต้องก่อน
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ตัดปอดออกหนึ่งข้างแล้วยังหายใจได้ไหม
ยังหายใจได้หากปอดที่เหลือและหัวใจมีสมรรถภาพเพียงพอ แต่ความทนต่อการออกแรงอาจลดลง แพทย์จึงต้องทดสอบการทำงานของปอดและประเมินหัวใจก่อนผ่าตัดอย่างละเอียด
ปอดที่ตัดออกจะงอกกลับมาไหม
ปอดที่ตัดออกไม่งอกกลับมาเป็นปอดอีกข้าง ปอดที่เหลือและร่างกายจะค่อยๆ ปรับตัวเพื่อรับภาระการหายใจมากขึ้น
ผ่าตัดปอดออกทั้งข้างจำเป็นสำหรับมะเร็งปอดทุกคนไหม
ไม่จำเป็น ผู้ป่วยจำนวนมากอาจเหมาะกับการตัดเฉพาะส่วน การฉายรังสี หรือการใช้ยา การตัดทั้งข้างมักพิจารณาเมื่อก้อนอยู่ในตำแหน่งหรือมีขอบเขตที่ไม่สามารถตัดให้น้อยกว่านี้ได้อย่างเหมาะสม
ต้องนอนหอผู้ป่วยวิกฤตหรือไม่
หลายโรงพยาบาลเฝ้าระวังผู้ป่วยในหอผู้ป่วยวิกฤตหรือหน่วยดูแลใกล้ชิดช่วงแรก แต่แผนขึ้นกับสุขภาพของคุณ ความซับซ้อนของการผ่าตัด และระบบของโรงพยาบาล
ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนานไหม
ส่วนใหญ่ทีมจะพยายามถอดเครื่องเมื่อผู้ป่วยตื่นและหายใจได้เพียงพอ แต่บางรายต้องใช้นานขึ้นหากปอดที่เหลือทำงานไม่เต็มที่ มีภาวะแทรกซ้อน หรือร่างกายยังไม่ฟื้นจากการผ่าตัด
หลังผ่าตัดต้องใช้ออกซิเจนตลอดชีวิตไหม
ไม่ใช่ทุกคนต้องใช้ออกซิเจนระยะยาว ความจำเป็นขึ้นกับระดับออกซิเจน สมรรถภาพปอดที่เหลือ และโรคปอดเดิม บางรายใช้ออกซิเจนเพียงช่วงพักฟื้น ขณะที่บางรายอาจต้องใช้นานกว่า
หลังผ่าตัดกลับไปทำงานได้เมื่อไร
โดยทั่วไปต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นกับการฟื้นตัวและลักษณะงาน งานใช้แรง ยกของ หรือทำงานในที่มีฝุ่นและควันมักต้องรอนานกว่างานเบา ศัลยแพทย์จะประเมินก่อนอนุญาต
หลังผ่าตัดออกกำลังกายได้ไหม
ออกกำลังกายได้แบบค่อยเป็นค่อยไปเมื่อทีมรักษาอนุญาต ช่วงแรกมักเริ่มจากการเดินและการฝึกหายใจ จากนั้นเพิ่มระยะและความหนักตามอาการ โปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพปอดอาจช่วยให้ทำได้อย่างปลอดภัย
เหนื่อยหลังผ่าตัดเป็นเรื่องปกติหรือไม่
ความเหนื่อยและหอบเมื่อออกแรงพบได้ระหว่างร่างกายปรับตัว แต่ควรค่อยๆ ดีขึ้น หากหอบมากขึ้นทันที หอบขณะพัก เจ็บหน้าอก ไข้ หรือหน้ามืด ต้องรับการประเมินเร่งด่วน
สามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้หรือไม่
อาจเดินทางได้หลังแผลและระบบหายใจคงที่ แต่เวลาที่เหมาะสมต่างกันในแต่ละคน ความดันอากาศและระดับออกซิเจนบนเครื่องอาจมีผล จึงควรให้ศัลยแพทย์ประเมินก่อนจองการเดินทาง
หลังผ่าตัดต้องกินยาเคมีบำบัดหรือฉายรังสีต่อไหม
บางรายต้องรักษาต่อและบางรายไม่ต้อง ขึ้นกับชนิดมะเร็ง ระยะโรค ต่อมน้ำเหลือง ขอบการตัด และผลชิ้นเนื้อทั้งหมด ทีมมะเร็งจะพิจารณาหลังได้รับรายงานพยาธิวิทยา
การผ่าตัดผ่านกล้องทำได้ทุกคนไหม
ทำไม่ได้ทุกคน การเลือกวิธีขึ้นกับขนาดและตำแหน่งก้อน การยึดติดของเนื้อเยื่อ ประวัติการรักษาเดิม และความชำนาญของทีม แม้เริ่มผ่านกล้อง ศัลยแพทย์อาจเปลี่ยนเป็นแผลเปิดหากจำเป็นเพื่อความปลอดภัย
ควรขอความเห็นที่สองก่อนผ่าตัดไหม
ขอได้ โดยเฉพาะเมื่อยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องนำปอดออกทั้งข้างหรือกังวลเรื่องทางเลือกอื่น ควรนำภาพตรวจ ผลชิ้นเนื้อ ผลทดสอบปอด และสรุปแผนรักษาไปให้ศัลยแพทย์ทรวงอกประเมิน
ควรถามศัลยแพทย์เรื่องใดก่อนตัดสินใจ
ควรถามว่าทำไมตัดเฉพาะกลีบไม่ได้ ปอดที่เหลือคาดว่าจะทำงานเพียงพอหรือไม่ ความเสี่ยงเฉพาะของคุณคืออะไร อาจเปลี่ยนแผนระหว่างผ่าตัดในกรณีใด และต้องมีการรักษามะเร็งต่อหลังผ่าตัดหรือไม่.
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Pneumonectomy: Procedure Details and Recovery — เกี่ยวกับ Pneumonectomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- health.harvard.edu: Pneumonectomy - Harvard Health — เกี่ยวกับ Pneumonectomy — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


