การผ่าตัดรักษาโรคเพโรนีย์
การผ่าตัดรักษาโรคเพโรนีย์ (Peyronie's disease surgery) คือการแก้ความโค้ง รอยคอด หรือความผิดรูปของอวัยวะเพศชายที่เกิดจากพังผืด เพื่อให้มีเพศสัมพันธ์ได้สะดวกขึ้น โดยเลือกวิธีเย็บด้านตรงข้ามพังผืด กรีดพังผืดและปะเนื้อเยื่อ หรือใส่อวัยวะเพศชายเทียมตามลักษณะปัญหาและการแข็งตัว. การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อโรคเข้าสู่ระยะคงที่ ความผิดรูปทำให้มีเพศสัมพันธ์ลำบาก และวิธีไม่ผ่าตัดไม่ตอบโจทย์ ไม่ใช่การรักษาแรกสำหรับทุกคน
ประเด็นสำคัญ
- การผ่าตัดมักเหมาะกับโรคระยะคงที่ คือความโค้งไม่เปลี่ยนต่อเนื่องและอาการปวดจากการแข็งตัวลดลงแล้ว ไม่ควรรีบผ่าตัดในช่วงที่พังผืดและความโค้งยังเปลี่ยนแปลง
- วิธีผ่าตัดขึ้นกับระดับและตำแหน่งของความโค้ง ความยาวอวัยวะเพศ ลักษณะรอยคอด และคุณภาพการแข็งตัวก่อนผ่าตัด ไม่มีวิธีเดียวที่เหมาะกับทุกคน
- เป้าหมายคือทำให้อวัยวะเพศตรงพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ใช่ทำให้กลับเหมือนก่อนเกิดโรคทุกด้าน ความยาว ความรู้สึก การแข็งตัว และโอกาสโค้งซ้ำควรได้รับการคุยให้ชัดก่อนตัดสินใจ
การผ่าตัดรักษาโรคเพโรนีย์ คืออะไร
โรคเพโรนีย์เกิดจากพังผืดหรือแผ่นแข็งใต้เยื่อหุ้มเนื้อเยื่อที่ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว เมื่ออวัยวะเพศแข็ง ด้านที่มีพังผืดขยายตัวได้น้อยกว่าด้านอื่น จึงเกิดความโค้ง รอยบุ๋ม รอยคอด หรือรูปร่างคล้ายบานพับ บางคนมีอาการปวด อวัยวะเพศสั้นลง หรือแข็งตัวได้ไม่ดีร่วมด้วย
แพทย์มักแบ่งโรคเป็น 2 ช่วง ได้แก่
- ระยะที่โรคยังเปลี่ยนแปลง พังผืดและความโค้งอาจเพิ่มขึ้น มีอาการเจ็บขณะแข็งตัว หรือรูปร่างยังไม่คงที่ แหล่งข้อมูลระบุว่าระยะนี้อาจกินเวลาประมาณ 5-18 เดือน แต่ระยะจริงแตกต่างกันในแต่ละคน
- ระยะคงที่ ความโค้งและรูปร่างไม่เปลี่ยนเพิ่ม อาการปวดหายหรือเหลือน้อย และพังผืดไม่ขยายต่ออย่างเห็นได้ชัด ช่วงนี้จึงเหมาะกว่าในการประเมินการผ่าตัด Mayo Clinic
การผ่าตัดไม่ได้มีเป้าหมายเอาพังผืดออกทั้งหมดเสมอไป วิธีหนึ่งอาจเย็บด้านที่ยาวกว่าให้สั้นลงเพื่อถ่วงสมดุลกับด้านที่มีพังผืด อีกวิธีเปิดบริเวณพังผืดแล้วใช้เนื้อเยื่อปะเพื่อให้ด้านนั้นยืดออก ส่วนผู้ที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศร่วมด้วยอาจเหมาะกับการใส่อวัยวะเพศชายเทียม และแก้ความโค้งเพิ่มเติมหากยังจำเป็น
ก่อนเสนอผ่าตัด แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะจะประเมินอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่ ความผิดรูปทำให้มีเพศสัมพันธ์ไม่ได้หรือยากเพียงใด โรคคงที่แล้วหรือไม่ การแข็งตัวเพียงพอหรือไม่ และคุณยอมรับข้อแลกเปลี่ยนของแต่ละวิธีได้หรือไม่ การรู้ระดับความโค้งอย่างเดียวจึงยังไม่พอสำหรับเลือกวิธีผ่าตัด
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด
แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเมื่อมีลักษณะต่อไปนี้ร่วมกันหลายข้อ
- ความโค้ง รอยคอด หรือความไม่มั่นคงของลำอวัยวะเพศทำให้สอดใส่ไม่ได้หรือทำได้ลำบาก
- รูปร่างผิดปกติรบกวนชีวิตทางเพศอย่างมาก แม้ได้พูดคุยและลองทางเลือกที่เหมาะสมแล้ว
- ความโค้งและรูปร่างคงที่ ไม่แย่ลงต่อเนื่อง และอาการปวดระยะเฉียบพลันหายแล้ว
- เข้าใจว่าการผ่าตัดมีข้อแลกเปลี่ยน เช่น ความยาวอาจเปลี่ยน การแข็งตัวอาจลดลง หรืออาจยังเหลือความโค้งเล็กน้อย
- มีข้อมูลเกี่ยวกับการแข็งตัวก่อนผ่าตัดเพียงพอให้เลือกวิธีที่เหมาะสม
แหล่งข้อมูลอ้างอิงระบุว่าโดยทั่วไปไม่แนะนำให้ผ่าตัดจนกว่าจะเป็นโรคมาแล้วประมาณ 9-12 เดือน และความโค้งคงที่อย่างน้อยประมาณ 3-6 เดือน รวมทั้งไม่มีอาการปวดต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นกรอบจากแหล่งข้อมูลต่างประเทศ ไม่ใช่กฎตายตัว แพทย์จะพิจารณาจากลำดับอาการและผลตรวจของแต่ละคน Mayo Clinic
ผู้ที่ยังไม่ควรรีบผ่าตัด
การผ่าตัดมักยังไม่ใช่คำตอบในกรณีต่อไปนี้
- ความโค้งยังเพิ่มขึ้นหรือรูปร่างยังเปลี่ยนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
- ยังมีอาการปวดขณะแข็งตัวอย่างชัดเจน ซึ่งอาจบ่งว่ากำลังอยู่ในระยะที่โรคยังเปลี่ยนแปลง
- ความโค้งไม่รบกวนการมีเพศสัมพันธ์ และคุณไม่ได้เดือดร้อนกับรูปร่าง
- ยังไม่ได้ประเมินสาเหตุของการแข็งตัวไม่เต็มที่ หากปัญหาหลักคือการแข็งตัว การแก้ความโค้งอย่างเดียวอาจไม่ช่วยให้มีเพศสัมพันธ์ได้
- มีการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือทางเดินปัสสาวะ หรือมีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัด
- คาดหวังให้อวัยวะเพศกลับมาตรงสนิท มีความยาวเท่าเดิม และแข็งตัวเหมือนเดิมทุกด้านโดยไม่มีความเสี่ยง
หากคุณกังวลจากรูปลักษณ์แต่ยังมีเพศสัมพันธ์ได้ ควรคุยให้ชัดว่าความทุกข์เกิดจากความผิดรูป การสูญเสียความยาว ความกังวลเรื่องคู่ หรือภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ การผ่าตัดแก้รูปร่างอาจไม่แก้ทุกปัญหา และการปรึกษาด้านเพศสัมพันธ์หรือสุขภาพจิตอาจช่วยร่วมกันได้
แพทย์ประเมินอย่างไร
การประเมินมักประกอบด้วยการซักว่าเริ่มมีอาการเมื่อใด ความโค้งเปลี่ยนหรือไม่ เจ็บหรือไม่ และการแข็งตัวเพียงพอสำหรับการสอดใส่หรือไม่ แพทย์จะคลำตำแหน่งพังผืดและอาจวัดความยาวอวัยวะเพศขณะไม่แข็งตัว เพื่อใช้เปรียบเทียบและวางแผนรักษา
ภาพถ่ายขณะแข็งตัวจากมุมที่แพทย์แนะนำอาจช่วยแสดงทิศทางและระดับความโค้ง ในบางรายอาจตรวจอัลตราซาวด์เพื่อดูพังผืด โครงสร้างเนื้อเยื่อ และการไหลเวียนเลือด โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาการแข็งตัวหรือกำลังเลือกวิธีผ่าตัด
ไม่ควรฝืนทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวหรือบิดเพื่อถ่ายภาพจนเกิดการเจ็บหรือบาดเจ็บ หากไม่แน่ใจว่าแพทย์ต้องการภาพแบบใด ให้ขอคำแนะนำจากทีมรักษาก่อน
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ทำความเข้าใจว่าจะผ่าตัดแบบใด
ก่อนลงนามยินยอม คุณควรรู้ชื่อและหลักการของวิธีที่วางแผนไว้ รวมถึงเหตุผลที่เลือกวิธีนั้น คำถามสำคัญคือ
- แพทย์ตั้งเป้าแก้ความโค้งส่วนใด และอาจเหลือความโค้งได้เพียงใด
- วิธีนี้มีผลต่อความยาวที่รับรู้หรือวัดได้อย่างไร
- ความสามารถในการแข็งตัวก่อนผ่าตัดทำให้ความเสี่ยงเปลี่ยนหรือไม่
- หากพบความผิดรูปซับซ้อนระหว่างผ่าตัด แผนสำรองคืออะไร
- มีโอกาสต้องขลิบหนังหุ้มปลายร่วมด้วยหรือไม่
- หลังผ่าตัดจะมีสายสวน แผล หรืออุปกรณ์พยุงใดบ้าง
การวัดความยาวก่อนผ่าตัดมีประโยชน์ เพราะโรคเองมักทำให้อวัยวะเพศสั้นลงอยู่แล้ว งานทบทวนระยะยาวเน้นว่าควรบันทึกความยาวก่อนผ่าตัด เพื่อช่วยแยกผลของโรคออกจากการเปลี่ยนแปลงหลังผ่าตัดและทำให้ความคาดหวังตรงกัน Ralph, 2011
แจ้งโรคประจำตัวและยาทั้งหมด
แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือด ภาวะเลือดออกง่าย การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การแพ้ยา และประวัติผ่าตัดบริเวณอวัยวะเพศหรืออุ้งเชิงกราน
นำรายชื่อยาทุกชนิดไปด้วย โดยเฉพาะ
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยาที่มีผลต่อความดันโลหิต
- ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ช่วยการแข็งตัว
- สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม
ยาบางชนิดต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา ความเสี่ยงเลือดออก และความเสี่ยงลิ่มเลือดของคุณ
การงดอาหารและเครื่องดื่ม
หากต้องใช้ยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบ โรงพยาบาลจะบอกช่วงเวลางดอาหาร น้ำ และเครื่องดื่มอย่างชัดเจน เวลางดขึ้นกับชนิดการระงับความรู้สึก เวลาผ่าตัด และโรคประจำตัว ให้ทำตามคำสั่งของโรงพยาบาล ไม่ควรใช้เวลาอดอาหารของผู้อื่นแทนคำแนะนำของคุณ
หากกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้บอกทีมรักษาตามจริง เพราะอาจกระทบความปลอดภัยระหว่างให้ยาระงับความรู้สึกและอาจต้องปรับเวลาผ่าตัด
สิ่งที่ควรเตรียมไปโรงพยาบาล
- บัตรประชาชน เอกสารส่งตัว และเอกสารสิทธิรักษา
- รายชื่อยา ประวัติแพ้ยา และผลตรวจเดิม
- ภาพถ่ายหรือข้อมูลความโค้งตามที่แพทย์ขอ
- กางเกงหลวมและกางเกงชั้นในที่พยุงได้โดยไม่รัดมาก
- ผู้ดูแลหรือผู้พากลับ หากได้รับยาที่ทำให้ง่วงหรือโรงพยาบาลกำหนดว่าไม่ควรกลับเอง
ควรงดสูบบุหรี่และนิโคตินตามแผนที่ทีมผ่าตัดแนะนำ เพราะอาจกระทบการไหลเวียนเลือดและการสมานแผล หากมีไข้ แผล ผื่น หนอง ปัสสาวะแสบขัด หรืออาการติดเชื้อก่อนวันผ่าตัด ให้แจ้งโรงพยาบาลทันที
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดแตกต่างตามวิธี แต่ลำดับโดยทั่วไปเป็นดังนี้
- ทีมรักษาตรวจยืนยันตัวตน ตำแหน่งผ่าตัด ประวัติแพ้ยา และแผนการผ่าตัด
- วิสัญญีแพทย์ให้ยาระงับความรู้สึกตามแผน
- ศัลยแพทย์อาจทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวชั่วคราวด้วยสารละลายหรือวิธีที่เหมาะสม เพื่อดูทิศทางและระดับความโค้งจริง
- เปิดแผลเพื่อเข้าถึงเยื่อหุ้มเนื้อเยื่อที่ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว
- แก้ความโค้งด้วยวิธีที่เลือกไว้
- ตรวจความตรง ความสมมาตร เลือดออก และโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
- ปิดแผลและพันแผล อาจใส่สายสวนปัสสาวะตามชนิดการผ่าตัดและดุลยพินิจของทีมรักษา
- เฝ้าดูอาการหลังได้รับยาระงับความรู้สึก ก่อนกลับบ้านหรือเข้าพักในโรงพยาบาล
การเย็บพับด้านที่ไม่มีพังผืด
วิธีนี้เย็บหรือพับเนื้อเยื่อด้านที่ยาวกว่า ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับความโค้ง เพื่อให้ทั้งสองด้านมีความยาวสมดุลขึ้น เหมาะกับความโค้งที่ไม่ซับซ้อนมาก ผู้ที่มีความยาวเพียงพอ และยังแข็งตัวได้ดี
ข้อดีคือไม่ต้องเปิดบริเวณพังผืดโดยตรงมากเท่าวิธีปะเนื้อเยื่อ และมักเป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนน้อยกว่า ข้อแลกเปลี่ยนสำคัญคือด้านที่ยาวกว่าจะถูกทำให้สั้นลง จึงอาจรู้สึกว่าอวัยวะเพศสั้นลง อาจคลำปมหรือแนวไหมใต้ผิวหนังได้ และอาจเหลือหรือกลับมาโค้งอีก Mayo Clinic
การกรีดพังผืดและปะเนื้อเยื่อ
ศัลยแพทย์กรีดหรือเปิดบริเวณพังผืด เพื่อให้ด้านที่สั้นยืดออก จากนั้นใช้เนื้อเยื่อปิดบริเวณที่เปิด เนื้อเยื่อปะอาจมาจากแหล่งต่างกันตามวิธีของศัลยแพทย์และความเหมาะสมของผู้ป่วย
วิธีนี้มักพิจารณาเมื่อความโค้งรุนแรง มีรอยคอดหรือรูปร่างซับซ้อน และการเย็บด้านตรงข้ามอาจทำให้สูญเสียความยาวมากเกินไป อย่างไรก็ตาม เป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนกว่าและมีความเสี่ยงต่อการแข็งตัวลดลง โดยเฉพาะผู้ที่การแข็งตัวไม่ดีตั้งแต่ก่อนผ่าตัด
งานทบทวนระยะยาวชี้ว่าผลด้านการแข็งตัวหลังการปะเนื้อเยื่อเกี่ยวข้องกับการคัดเลือกผู้ป่วย สภาพการแข็งตัวเดิม ขนาดบริเวณที่ปะ และเทคนิคการผ่าตัด ไม่ได้ขึ้นกับวัสดุปะเพียงอย่างเดียว Ralph, 2011
การใส่อวัยวะเพศชายเทียม
วิธีนี้มักพิจารณาเมื่อมีทั้งโรคเพโรนีย์และภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่ไม่ตอบสนองต่อวิธีไม่ผ่าตัด อุปกรณ์ถูกวางในเนื้อเยื่อที่เกี่ยวกับการแข็งตัว เพื่อสร้างความแข็งเพียงพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์
บางรายเมื่อใส่อุปกรณ์แล้วความโค้งดีขึ้นเพียงพอ แต่หากยังโค้ง ศัลยแพทย์อาจดัดแก้ เย็บ หรือเปิดพังผืดเพิ่มเติม การใส่อุปกรณ์ไม่ได้มีเป้าหมายเพิ่มความยาว และมีความเสี่ยงเฉพาะ เช่น การติดเชื้อ อุปกรณ์ขัดข้อง หรือจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ในอนาคต
ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาผ่าตัดไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน การเย็บพับด้านตรงข้ามมักใช้เวลาน้อยกว่าการกรีดพังผืดและปะเนื้อเยื่อหรือการใส่อวัยวะเพศชายเทียม แต่เวลาจริงขึ้นกับความซับซ้อนของความโค้ง จำนวนตำแหน่งที่ต้องแก้ การเคยผ่าตัดมาก่อน และขั้นตอนที่พบว่าจำเป็นระหว่างผ่าตัด
การระงับความรู้สึกอาจเป็นการดมยาสลบหรือการระงับความรู้สึกส่วนล่างร่วมกับยาคลายกังวล ขึ้นกับวิธีผ่าตัด สุขภาพของคุณ และแนวทางของโรงพยาบาล วิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและอธิบายแผนที่เหมาะสม
ผู้ป่วยบางรายกลับบ้านได้ในวันเดียว ขณะที่บางรายต้องพักโรงพยาบาลข้ามคืน โดยเฉพาะเมื่อผ่าตัดซับซ้อน มีโรคประจำตัว ต้องเฝ้าระวังเลือดออก ปวดมาก ปัสสาวะไม่สะดวก หรือยังมีสายสวน แหล่งข้อมูลต่างประเทศระบุว่ามีได้ทั้งการกลับวันเดียวและพักข้ามคืน แต่แนวทางในไทยขึ้นกับโรงพยาบาลและดุลยพินิจของทีมผ่าตัด Mayo Clinic
ควรถามโรงพยาบาลล่วงหน้าว่าเวลาที่แจ้งหมายถึงเวลาผ่าตัดจริงหรือรวมการเตรียมตัวและพักฟื้นจากยาระงับความรู้สึก เพราะเวลาที่อยู่โรงพยาบาลมักนานกว่าเวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัด
พักฟื้นนานแค่ไหน
การพักฟื้นขึ้นกับวิธีผ่าตัด ขนาดแผล การใส่อุปกรณ์ สุขภาพโดยรวม และลักษณะงาน ตารางนี้เป็นภาพรวม ไม่ใช่คำสั่งเฉพาะบุคคล
| ช่วงเวลา | สิ่งที่มักพบและการปฏิบัติตัว |
| วันแรกถึงสองสามวันแรก | อาจปวด บวม ช้ำ มีแผลพัน หรือมีสายสวนชั่วคราว ใช้ยาตามใบสั่งและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ดึงรั้งแผล |
| ช่วงสัปดาห์แรก | บวมและช้ำควรค่อยๆ ดีขึ้น เดินเบาๆ ได้ตามอาการ งานนั่งอาจกลับไปทำได้เมื่อปวดน้อยและไม่ต้องใช้ยาที่ทำให้ง่วง |
| ช่วงหลายสัปดาห์แรก | ยังควรงดยกของหนัก ออกกำลังที่กระแทกบริเวณอวัยวะเพศ ขี่จักรยาน หรือกิจกรรมที่กดแผล จนกว่าแพทย์อนุญาต |
| ประมาณ 4-8 สัปดาห์ | แหล่งข้อมูลอ้างอิงแนะนำให้งดกิจกรรมทางเพศในช่วงนี้ แต่เวลาที่เหมาะกับคุณขึ้นกับชนิดการผ่าตัดและการหายของแผล ต้องรอการยืนยันจากศัลยแพทย์ |
| หลังแผลหาย | แพทย์ประเมินความตรง การแข็งตัว ความรู้สึก และอาจแนะนำการฟื้นฟูเฉพาะราย |
ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งอาจกลับไปทำงานเบาได้หลังพักไม่กี่วัน แต่ผู้ที่ทำงานใช้แรง ยกของ ขับรถนาน หรือเสี่ยงกระแทกบริเวณแผลมักต้องพักนานกว่า แหล่งข้อมูลไม่ได้กำหนดระยะกลับไปทำงานที่ใช้ได้กับทุกคน จึงควรขอใบรับรองแพทย์ตามลักษณะงานจริงของคุณ
การแข็งตัวเองขณะนอนหลับอาจทำให้ตึงหรือเจ็บแผลในช่วงแรก ไม่ได้หมายความว่าแผลเสียหายเสมอไป แต่หากปวดรุนแรง มีเลือดออกใหม่ หรืออวัยวะเพศบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรติดต่อทีมผ่าตัด
แพทย์บางรายอาจแนะนำการยืด การนวด หรืออุปกรณ์ดึงหลังผ่าตัด เพื่อช่วยรักษาความยาวและลดการหดตัว แต่ไม่ใช่ทุกคนต้องทำ และช่วงเริ่มต้นแตกต่างตามชนิดแผล งานทบทวนกล่าวถึงการฟื้นฟูหลังผ่าตัดและการใช้อุปกรณ์ดึงในผู้ป่วยที่คัดเลือกแล้ว แต่หลักฐานและแผนการใช้ไม่เหมือนกันทุกวิธี Ralph, 2011 อย่าเริ่มดัด นวด หรือใช้อุปกรณ์เองก่อนศัลยแพทย์ตรวจว่าแผลพร้อม
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดทุกวิธีมีความเสี่ยง และวิธีแก้โรคเพโรนีย์มีผลต่อทั้งรูปร่าง ความยาว ความรู้สึก และการแข็งตัว การคุยเรื่องเหล่านี้ก่อนผ่าตัดไม่ใช่เพื่อทำให้กลัว แต่เพื่อเลือกวิธีที่ตรงกับสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ
ความเสี่ยงทั่วไปจากการผ่าตัด
- เลือดออก เลือดคั่ง บวม หรือช้ำ
- แผลติดเชื้อหรือแผลแยก
- ปวดแผลหรือปวดเรื้อรัง
- แพ้ยาหรือภาวะแทรกซ้อนจากการระงับความรู้สึก
- ปัสสาวะลำบากหรือจำเป็นต้องใส่สายสวนชั่วคราว
- แผลเป็นหรือความรู้สึกตึงบริเวณผ่าตัด
ความเสี่ยงเฉพาะของการแก้ความโค้ง
- ยังเหลือความโค้งหลังผ่าตัด หรือความโค้งกลับมาในภายหลัง
- อวัยวะเพศดูหรือรู้สึกสั้นลง
- รูปร่างไม่สมมาตร มีรอยคอด หรือความผิดรูปบางส่วนยังคงอยู่
- คลำไหม ปม หรือขอบเนื้อเยื่อปะได้
- ความรู้สึกที่ผิวหนังหรือส่วนปลายลดลง ชา หรือไวผิดปกติ
- การแข็งตัวลดลงหรือเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
- เจ็บขณะแข็งตัวหรือมีเพศสัมพันธ์
- ต้องผ่าตัดแก้ไขเพิ่มเติม
ความเสี่ยงต่อการแข็งตัวลดลงสำคัญเป็นพิเศษในวิธีกรีดพังผืดและปะเนื้อเยื่อ งานทบทวนรายงานผลที่แตกต่างกันมากระหว่างชุดผู้ป่วย และชี้ว่าการคัดเลือกผู้ป่วยกับคุณภาพการแข็งตัวก่อนผ่าตัดมีผลต่อผลลัพธ์อย่างมาก จึงไม่ควรนำอัตราจากงานวิจัยชุดหนึ่งมาทำนายผลของคนใดคนหนึ่งโดยตรง Ralph, 2011
หากใส่อวัยวะเพศชายเทียม ยังมีความเสี่ยงติดเชื้อ อุปกรณ์เคลื่อน ทำงานผิดปกติ หรือสึกหรอจนต้องผ่าตัดแก้ การติดเชื้อของอุปกรณ์อาจทำให้ต้องนำอุปกรณ์ออก จึงควรแจ้งทีมรักษาทันทีเมื่อมีไข้ แผลแดง หนอง หรือปวดมากขึ้น
ผลลัพธ์ที่ควรคาดหวังอย่างเป็นจริง
เป้าหมายที่สมเหตุสมผลคือทำให้อวัยวะเพศตรงขึ้นจนใช้งานทางเพศได้สะดวกขึ้น ไม่จำเป็นต้องตรงสนิท รูปร่างอาจไม่เหมือนก่อนเกิดโรค และการผ่าตัดไม่รับประกันว่าจะฟื้นความยาวหรือการแข็งตัวเดิมทั้งหมด
ก่อนเลือกวิธี ควรบอกแพทย์ว่าสิ่งใดสำคัญที่สุดสำหรับคุณ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ได้ การรักษาความยาว การลดรอยคอด หรือการแก้การแข็งตัว คำตอบอาจทำให้วิธีที่เหมาะสมแตกต่างกัน
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
ติดต่อโรงพยาบาลหรือกลับไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการต่อไปนี้
- เลือดออกไม่หยุด เลือดซึมจนผ้าพันแผลชุ่ม หรือก้อนบวมโตเร็ว
- ปวดมากขึ้นต่อเนื่อง แม้ใช้ยาตามที่สั่งแล้ว
- ไข้ หนาวสั่น แผลแดงร้อน บวมเพิ่ม มีหนอง หรือมีกลิ่นผิดปกติ
- ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศมีสีคล้ำมาก ซีด เย็น หรือเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว
- ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะน้อยผิดปกติ หรือปวดท้องน้อยมาก
- สายสวนไม่ไหล หลุด หรือมีเลือดออกมากรอบสาย
- แผลแยกหรือเห็นวัสดุที่อยู่ใต้แผล
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือหมดสติ
- ปวดหรือบวมที่น่องข้างเดียวอย่างชัดเจน
- หากใส่อวัยวะเพศชายเทียมแล้วมีอุปกรณ์โผล่ กดผิวจนผิดปกติ หรือใช้งานต่างไปจากที่ได้รับคำแนะนำ
อาการบวม ช้ำ และตึงเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นได้หลังผ่าตัด แต่ควรค่อยๆ ดีขึ้น หากอาการกลับแย่ลงหลังจากเคยดีขึ้น ให้ติดต่อทีมผ่าตัด ไม่ต้องรอถึงวันนัด
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกแรกสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเมื่อโรคยังเปลี่ยนแปลง ความโค้งไม่รบกวนการมีเพศสัมพันธ์ หรือคุณยังไม่พร้อมรับข้อแลกเปลี่ยนของการผ่าตัด
เฝ้าดูอาการ
หากความโค้งไม่มาก มีเพศสัมพันธ์ได้ และไม่ปวดหรือกังวลมาก การติดตามอาการโดยไม่รักษาอาจเหมาะสม ควรบันทึกว่าความโค้ง ความยาว อาการปวด และการแข็งตัวเปลี่ยนหรือไม่ แล้วกลับไปประเมินหากมีผลต่อการใช้งานมากขึ้น
อุปกรณ์ดึงอวัยวะเพศ
อุปกรณ์ดึงใช้แรงยืดอย่างค่อยเป็นค่อยไป อาจพิจารณาได้ทั้งช่วงที่โรคยังเปลี่ยนแปลงและระยะคงที่ในผู้ที่เหมาะสม แหล่งข้อมูลระบุว่าเวลาสวมอาจแตกต่างตั้งแต่ประมาณ 30 นาทีถึง 3-8 ชั่วโมงต่อวันตามชนิดอุปกรณ์ จึงต้องใช้ตามคำแนะนำเฉพาะของอุปกรณ์และแพทย์ ไม่ควรดัดแปลงหรือเพิ่มแรงเอง Mayo Clinic
การฉีดยาเข้าพังผืด
ยาบางชนิดสามารถฉีดเข้าบริเวณพังผืดเพื่อช่วยลดความโค้งหรืออาการรบกวนในผู้ป่วยที่คัดเลือกแล้ว มักต้องรักษาหลายครั้งและอาจใช้ร่วมกับการดัดหรืออุปกรณ์ดึง ความพร้อมของยา ข้อบ่งใช้ และการอนุมัติแตกต่างกันในแต่ละประเทศและสถานพยาบาล จึงต้องให้แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะประเมิน
การดูแลภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
หากปัญหาหลักคือแข็งตัวไม่เพียงพอ การรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศอาจช่วยให้มีเพศสัมพันธ์ได้โดยไม่ต้องแก้ความโค้งทันที วิธีรักษาขึ้นกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และความรุนแรงของอาการ ไม่ควรซื้อยาหรือใช้ยาฉีดเอง
การดูแลด้านความสัมพันธ์และสุขภาพจิต
โรคนี้อาจกระทบความมั่นใจ ความสัมพันธ์ และความใกล้ชิด การคุยกับคู่ของคุณอย่างตรงไปตรงมา หรือรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและเพศสัมพันธ์ อาจช่วยลดความกังวลและทำให้ตัดสินใจรักษาได้ชัดขึ้น
การใช้คลื่นเสียง ผลิตภัณฑ์ฉีดจากเลือด เซลล์ หรือวิธีที่อ้างว่าสลายพังผืดบางอย่างยังมีหลักฐานจำกัด ไม่ควรถือเป็นวิธีมาตรฐานแทนการประเมินโดยแพทย์
สิทธิการรักษา
สิทธิครอบคลุมหรือไม่ขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และรายละเอียดของแต่ละกองทุน การระบุว่าเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้การทำงาน ไม่ใช่เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว อาจมีผลต่อการพิจารณา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ
สิทธิประกันสังคม
เริ่มติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิ เพื่อรับการตรวจจากแพทย์และขอส่งต่อไปยังแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะหากจำเป็น ควรถามว่า
- การตรวจและการผ่าตัดที่แพทย์เห็นว่าจำเป็นอยู่ในขอบเขตสิทธิหรือไม่
- ต้องมีใบส่งตัวหรืออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่
- วิธีผ่าตัดหรือวัสดุบางชนิดมีเงื่อนไขเพิ่มเติมหรือไม่
- หากต้องใส่อุปกรณ์ มีรายการใดอยู่ในสิทธิและต้องใช้เอกสารอะไร
สิทธิบัตรทอง
ติดต่อหน่วยบริการประจำก่อน เว้นแต่เข้าเงื่อนไขฉุกเฉินหรือมีช่องทางเฉพาะของพื้นที่ หน่วยบริการอาจส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีแพทย์และความพร้อมด้านการผ่าตัดระบบทางเดินปัสสาวะ นำบัตรประชาชน ประวัติการรักษา ผลตรวจ และใบส่งตัวไปตามนัด
ถามให้ชัดว่าการประเมินการแข็งตัว การตรวจเพิ่มเติม วิธีผ่าตัด และอุปกรณ์ที่อาจใช้ครอบคลุมตามข้อบ่งชี้ใดบ้าง รวมถึงต้องต่ออายุใบส่งตัวหรือไม่
ประกันสุขภาพเอกชน
ตรวจเงื่อนไขกรมธรรม์ก่อนนัดผ่าตัด เพราะอาจมีข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อน ระยะรอคอย เงื่อนไขการอนุมัติล่วงหน้า หรือการจำกัดความคุ้มครองอุปกรณ์ ขอให้โรงพยาบาลส่งข้อมูลการวินิจฉัย ข้อบ่งชี้ วิธีผ่าตัด และแผนการนอนโรงพยาบาลเพื่อพิจารณา
ควรถามบริษัทประกันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าครอบคลุมค่าศัลยแพทย์ วิสัญญี การตรวจ อุปกรณ์ ค่าห้อง และการผ่าตัดแก้ภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ อย่าอาศัยคำตอบทั่วไปทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
โรคเพโรนีย์ต้องผ่าตัดทุกคนหรือไม่
ไม่ต้องผ่าตัดทุกคน หากความโค้งไม่รบกวนการมีเพศสัมพันธ์ โรคยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลง หรือควบคุมอาการได้ด้วยวิธีไม่ผ่าตัด การเฝ้าดู อุปกรณ์ดึง หรือการรักษาอื่นอาจเหมาะกว่า
ควรผ่าตัดเมื่อโรคเป็นมานานเท่าไร
โดยทั่วไปควรรอจนความโค้งคงที่และอาการปวดระยะที่โรคกำลังเปลี่ยนแปลงหายแล้ว แหล่งข้อมูลต่างประเทศมักกล่าวถึงการเป็นโรคราว 9-12 เดือนและความโค้งคงที่ประมาณ 3-6 เดือน แต่แพทย์จะตัดสินจากประวัติและผลตรวจของคุณ Mayo Clinic
หลังผ่าตัดอวัยวะเพศจะตรงสนิทหรือไม่
ไม่สามารถรับประกันว่าจะตรงสนิท เป้าหมายคือแก้ให้ตรงพอสำหรับการใช้งาน โดยอาจเหลือความโค้งเล็กน้อยหรือกลับมาโค้งในอนาคตได้
การผ่าตัดทำให้อวัยวะเพศสั้นลงหรือไม่
อาจรู้สึกหรือวัดได้ว่าสั้นลง โดยเฉพาะวิธีเย็บพับด้านที่ยาวกว่า แต่โรคเองก็ทำให้สูญเสียความยาวได้ จึงควรวัดความยาวและคุยเรื่องความคาดหวังก่อนผ่าตัด Ralph, 2011
หลังผ่าตัดจะแข็งตัวได้เหมือนเดิมหรือไม่
บางคนยังแข็งตัวได้ใกล้เคียงเดิม แต่บางคนอาจแข็งตัวลดลง ความเสี่ยงขึ้นกับคุณภาพการแข็งตัวก่อนผ่าตัด อายุ โรคหลอดเลือด ลักษณะความผิดรูป และวิธีผ่าตัด โดยวิธีเปิดพังผืดและปะเนื้อเยื่อมีประเด็นนี้สำคัญกว่าวิธีเย็บพับ
ควรเลือกการเย็บพับหรือการปะเนื้อเยื่อ
การเย็บพับมักเหมาะกับความโค้งไม่ซับซ้อนและผู้ที่มีความยาวเพียงพอ ส่วนการปะเนื้อเยื่ออาจเหมาะกับความโค้งมากหรือมีรอยคอด แต่เสี่ยงต่อการแข็งตัวลดลงมากกว่า แพทย์จะเลือกจากรูปร่าง ความยาว และการแข็งตัวเดิม
เมื่อใดจึงต้องใส่อวัยวะเพศชายเทียม
มักพิจารณาเมื่อมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศร่วมกับโรคเพโรนีย์ และวิธีไม่ผ่าตัดไม่ทำให้แข็งตัวเพียงพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ หลังใส่อุปกรณ์อาจต้องแก้ความโค้งเพิ่มเติมในบางราย
ต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่
บางรายกลับบ้านได้ในวันเดียวและบางรายพักข้ามคืน ขึ้นกับวิธีผ่าตัด โรคประจำตัว อาการหลังผ่าตัด และแนวทางของโรงพยาบาล
กลับไปทำงานได้เมื่อไร
งานนั่งหรือใช้แรงน้อยอาจกลับไปทำได้หลังพักไม่กี่วันเมื่อปวดลดลง ส่วนงานยกของ ขับรถนาน หรือเสี่ยงกระแทกต้องรอนานกว่า ศัลยแพทย์จะกำหนดตามแผลและลักษณะงานของคุณ
มีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไรหลังผ่าตัด
โดยทั่วไปต้องงดกิจกรรมทางเพศประมาณ 4-8 สัปดาห์ ขึ้นกับชนิดการผ่าตัดและการสมานแผล ต้องรอให้ศัลยแพทย์ตรวจและอนุญาตก่อน Mayo Clinic
การแข็งตัวตอนกลางคืนจะทำให้แผลแตกหรือไม่
การแข็งตัวตอนกลางคืนอาจทำให้ตึงและเจ็บได้ แต่ไม่ได้ทำให้แผลแตกเสมอไป หากมีเลือดออกใหม่ บวมเร็ว ปวดรุนแรง หรือแผลแยก ให้ติดต่อโรงพยาบาลทันที
หลังผ่าตัดต้องใช้อุปกรณ์ดึงหรือไม่
ไม่ใช่ทุกคนต้องใช้ แพทย์อาจแนะนำในผู้ป่วยบางรายเพื่อช่วยดูแลความยาวหรือการหดตัว แต่ต้องรอให้แผลพร้อมและใช้ตามแผนที่กำหนด ห้ามเริ่มยืดหรือดัดเอง
โรคเพโรนีย์กลับมาเป็นซ้ำได้หรือไม่
ความโค้งอาจเหลืออยู่หรือกลับมาได้ แม้ผ่าตัดแล้ว เพราะเนื้อเยื่ออาจเปลี่ยนตามเวลาและโรคอาจมีผลต่อรูปทรงต่อเนื่อง ควรกลับไปตรวจหากความโค้งเพิ่ม การแข็งตัวลดลง หรือเริ่มมีเพศสัมพันธ์ลำบากอีกครั้ง
หากยังมีอาการปวดควรผ่าตัดเลยหรือไม่
มักยังไม่ควรรีบผ่าตัดหากอาการปวดสะท้อนว่าโรคยังอยู่ในระยะเปลี่ยนแปลง ควรประเมินว่าความโค้งคงที่แล้วหรือไม่และพิจารณาวิธีไม่ผ่าตัดก่อน
ควรขอความเห็นจากแพทย์อีกคนก่อนผ่าตัดหรือไม่
ขอความเห็นเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะเมื่อข้อเสนอมีหลายวิธี คุณมีการแข็งตัวไม่เต็มที่ ความผิดรูปซับซ้อน หรือกังวลเรื่องความยาว ควรนำผลตรวจ ภาพความโค้ง และรายละเอียดวิธีที่เสนอไปให้แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะประเมินครบถ้วน
ข้อมูลอ้างอิง
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Long-term results of the surgical treatment of Peyronie's disease ... — เกี่ยวกับ Peyronie's disease surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Mayo Clinic: Peyronie's disease - Diagnosis and treatment — เกี่ยวกับ Peyronie's disease surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


