ผ่าตัดและหัตถการ โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดขา

ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดขา (Peripheral bypass surgery) คือการนำหลอดเลือดของผู้ป่วยหรือท่อหลอดเลือดสังเคราะห์มาต่อเป็นทางเดินใหม่ เพื่อให้เลือดไหลอ้อมหลอดเลือดแดงที่ตีบหรืออุดตันไปเลี้ยงขาส่วนปลาย การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายรุนแรงจนปวดขณะพัก มีแผลขาดเลือด หรือเสี่ยงสูญเสียเนื้อเยื่อ และวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดไม่เหมาะสมหรือให้ผลไม่เพียงพอ

ประเด็นสำคัญ

  • การผ่าตัดไม่ได้ขูดคราบไขมันออก แต่สร้างเส้นทางใหม่ให้เลือดไหลผ่าน โดยต่อทางเบี่ยงเหนือและใต้ตำแหน่งที่อุดตัน
  • ไม่ใช่ผู้ที่มีหลอดเลือดขาตีบทุกคนต้องผ่าตัด หลายคนเริ่มจากหยุดสูบบุหรี่ เดินออกกำลังกาย ควบคุมเบาหวานและความดัน รวมถึงใช้ยาตามข้อบ่งชี้ก่อน
  • เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องประเมินหัวใจ ปอด ไต และความเสี่ยงของแผลอย่างรอบคอบ การฟื้นตัวเต็มที่มักใช้เวลาหลายสัปดาห์ และขึ้นกับตำแหน่งของทางเบี่ยงกับสุขภาพโดยรวม

ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดขา คืออะไร

การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดแดงส่วนปลายเป็นการฟื้นการไหลเวียนเลือด เมื่อหลอดเลือดแดงที่นำเลือดไปเลี้ยงขาตีบแคบหรืออุดตันจากโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย คราบไขมันและสารอื่นสะสมที่ผนังหลอดเลือด ทำให้กล้ามเนื้อ ผิวหนัง และเนื้อเยื่อส่วนปลายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ (Cleveland Clinic)

ศัลยแพทย์จะต่อหลอดเลือดทางเบี่ยงเข้ากับหลอดเลือดแดงบริเวณเหนือและใต้จุดอุดตัน เลือดจึงไหลไปตามทางใหม่แทนการผ่านช่วงที่ตีบ เปรียบได้กับการสร้างถนนเลี่ยงบริเวณที่การจราจรติดขัด

วัสดุที่ใช้ทำทางเบี่ยงอาจเป็น:

  • หลอดเลือดดำของผู้ป่วยเอง มักนำมาจากขา โดยต้องตรวจว่าขนาดและคุณภาพเหมาะสมหรือไม่
  • ท่อหลอดเลือดสังเคราะห์ ใช้ในกรณีที่ไม่มีหลอดเลือดดำที่เหมาะสม หรือตำแหน่งของทางเบี่ยงเหมาะกับวัสดุชนิดนี้
  • หลอดเลือดจากแหล่งอื่นตามดุลยพินิจของทีมรักษา ซึ่งไม่ได้ใช้เหมือนกันในทุกโรงพยาบาล

ตำแหน่งของทางเบี่ยงแตกต่างกันได้ ตั้งแต่หลอดเลือดในช่องท้องหรืออุ้งเชิงกรานลงมาที่ขาหนีบ จากขาหนีบไปเหนือหรือใต้เข่า ไปจนถึงหลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณหน้าแข้งหรือเท้า ยิ่งต้องต่อไปยังหลอดเลือดขนาดเล็กและอยู่ไกลลงไป การผ่าตัดและการติดตามการเปิดของทางเบี่ยงยิ่งซับซ้อนขึ้น

จุดประสงค์ของการผ่าตัดขึ้นกับอาการของแต่ละคน บางรายทำเพื่อบรรเทาอาการปวดและช่วยให้เดินได้ดีขึ้น แต่ในผู้ที่มีภาวะขาขาดเลือดรุนแรง เป้าหมายสำคัญคือเพิ่มเลือดไปเลี้ยงแผล ลดการสูญเสียเนื้อเยื่อ และเพิ่มโอกาสรักษาขาไว้ การผ่าตัดไม่สามารถรับประกันว่าแผลจะหายหรือหลีกเลี่ยงการตัดอวัยวะได้เสมอ เพราะผลยังขึ้นกับการติดเชื้อ เบาหวาน คุณภาพของหลอดเลือดส่วนปลาย และความรุนแรงของเนื้อเยื่อที่เสียไปแล้ว

ที่สำคัญ การทำทางเบี่ยงไม่ได้กำจัดต้นเหตุของโรคหลอดเลือด ผู้ป่วยยังต้องควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน เพื่อช่วยลดโอกาสที่หลอดเลือดเส้นอื่นหรือทางเบี่ยงจะตีบในอนาคต

ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ผู้ที่อาจได้รับการพิจารณาให้ผ่าตัด

ศัลยแพทย์หลอดเลือดอาจพิจารณาการผ่าตัดเมื่อการตีบหรืออุดตันมีความรุนแรง และประโยชน์จากการเพิ่มเลือดไปเลี้ยงขามากกว่าความเสี่ยงของการผ่าตัด ตัวอย่างสถานการณ์ ได้แก่

  • ปวดขารุนแรงแม้ขณะพัก โดยเฉพาะเวลากลางคืน หรือปวดดีขึ้นเมื่อห้อยขาลง
  • มีแผลที่นิ้วเท้า เท้า หรือขาซึ่งไม่หายเพราะเลือดไปเลี้ยงไม่พอ
  • มีเนื้อเยื่อตายหรือปลายเท้าเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ
  • มีอาการปวดขณะเดินที่รบกวนชีวิตมาก และยังไม่ดีขึ้นหลังรักษาด้วยการปรับพฤติกรรม การเดินออกกำลังกาย และยาอย่างเหมาะสม
  • การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนหรือใส่ขดลวดทำไม่ได้ ไม่เหมาะกับลักษณะรอยโรค หรือเคยทำแล้วหลอดเลือดกลับมาตีบ
  • หลอดเลือดอุดตันเป็นช่วงยาว ซึ่งอาจเหมาะกับการสร้างทางเบี่ยงมากกว่าการรักษาผ่านสายสวน (Cleveland Clinic)

ก่อนตัดสินใจ แพทย์มักตรวจชีพจรที่ขา วัดการไหลเวียนเลือด และทำภาพหลอดเลือดเพื่อดูตำแหน่ง ความยาวของจุดอุดตัน และหลอดเลือดปลายทางที่จะใช้ต่อทางเบี่ยง อาจตรวจหลอดเลือดดำเพื่อดูว่าสามารถนำมาใช้เป็นทางเบี่ยงได้หรือไม่

ผู้ที่อาจยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

การผ่าตัดมักไม่ใช่ทางเลือกแรก หากอาการยังไม่รุนแรงและไม่มีแผลขาดเลือด ผู้ป่วยจำนวนมากเริ่มรักษาด้วยการหยุดสูบบุหรี่ โปรแกรมเดินออกกำลังกาย การดูแลเท้า การควบคุมโรคประจำตัว และยาที่แพทย์เลือกตามความเหมาะสม

อาการปวดขาไม่ได้แปลว่าเกิดจากหลอดเลือดตีบเสมอไป ปัญหากระดูกสันหลัง ข้อ เส้นประสาท กล้ามเนื้อ หรือหลอดเลือดดำอาจทำให้มีอาการคล้ายกัน จึงต้องยืนยันสาเหตุก่อนพิจารณาผ่าตัด

ผู้ที่ต้องประเมินความเสี่ยงเป็นพิเศษ

การมีโรคประจำตัวไม่ได้แปลว่าผ่าตัดไม่ได้ทันที แต่ทีมรักษาต้องชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบในผู้ที่มี:

  • โรคหัวใจหรืออาการเจ็บหน้าอกที่ยังควบคุมไม่ได้
  • ภาวะหัวใจล้มเหลวหรือโรคปอดรุนแรง
  • ไตทำงานบกพร่อง
  • เบาหวานที่ยังควบคุมไม่ดี
  • การติดเชื้อที่ยังไม่ได้ควบคุม
  • ภาวะเลือดออกง่ายหรือการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
  • ร่างกายอ่อนแอมากจนเสี่ยงต่อการฟื้นตัวลำบาก
  • ไม่มีหลอดเลือดปลายทางที่เหมาะสำหรับต่อทางเบี่ยง
  • เนื้อเยื่อเสียหายหรือการติดเชื้อลุกลามมากจนการเพิ่มเลือดเพียงอย่างเดียวอาจรักษาขาไม่ได้

หากเป็นการขาดเลือดเฉียบพลัน เช่น ขาเย็น ซีด ชา อ่อนแรง หรือปวดรุนแรงขึ้นทันที ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน ไม่ควรรอนัดตามปกติ เพราะแพทย์อาจต้องเลือกการรักษาเร่งด่วนรูปแบบอื่นตามสาเหตุ

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวมีเป้าหมายเพื่อกำหนดแผนผ่าตัด ลดความเสี่ยงต่อหัวใจและปอด และตรวจว่ามีหลอดเลือดที่เหมาะกับการทำทางเบี่ยงหรือไม่

การตรวจที่อาจได้รับ

การตรวจไม่เหมือนกันทุกคน แต่อาจประกอบด้วย:

  • ตรวจเลือดเพื่อดูเม็ดเลือด การแข็งตัวของเลือด การทำงานของไต น้ำตาล และเกลือแร่
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และตรวจหัวใจเพิ่มเติมหากมีข้อบ่งชี้
  • เอกซเรย์หรือประเมินปอดตามสุขภาพและชนิดยาระงับความรู้สึก
  • อัลตราซาวนด์หลอดเลือดเพื่อดูการไหลของเลือด
  • ภาพหลอดเลือดจากเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือการฉีดสารทึบรังสีผ่านสายสวน
  • อัลตราซาวนด์ทำแผนที่หลอดเลือดดำ เพื่อดูขนาดและคุณภาพของหลอดเลือดที่จะนำมาใช้

แจ้งทีมรักษาหากเคยแพ้สารทึบรังสี มีโรคไต เคยมีปัญหาจากยาระงับความรู้สึก มีภาวะเลือดออกง่าย หรืออาจตั้งครรภ์ ข้อมูลเหล่านี้อาจเปลี่ยนวิธีตรวจและแผนการรักษา

ยาที่ต้องแจ้งให้ครบ

นำรายชื่อยา ซองยา หรือภาพถ่ายฉลากยาทั้งหมดไปด้วย โดยเฉพาะ:

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
  • ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
  • ยารักษาความดันและโรคหัวใจ
  • ยาแก้ปวดบางชนิดที่อาจเพิ่มเลือดออก
  • วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม

ยาบางชนิดต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ไม่ควรหยุดเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือด เพราะการหยุดผิดเวลาอาจเพิ่มทั้งความเสี่ยงเลือดออกและลิ่มเลือดอุดตัน ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา การทำงานของไต และแผนผ่าตัด

งดอาหารและน้ำตามคำสั่ง

โรงพยาบาลจะแจ้งช่วงเวลาที่ต้องงดอาหาร น้ำ นม ลูกอม และหมากฝรั่ง คำสั่งอาจต่างกันตามเวลาผ่าตัด โรคประจำตัว และแนวทางของสถานพยาบาล หากเผลอกินหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้บอกทีมรักษาตามจริงเพื่อป้องกันการสำลักระหว่างให้ยาระงับความรู้สึก

ลดความเสี่ยงก่อนวันผ่าตัด

ควรงดสูบบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบให้เร็วที่สุด การสูบบุหรี่สัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดและการตีบของหลอดเลือดอย่างต่อเนื่อง (Cleveland Clinic) หากมีไข้ ไอ แผลติดเชื้อ หรืออาการเจ็บหน้าอกก่อนวันผ่าตัด ให้แจ้งโรงพยาบาล เพราะอาจต้องประเมินใหม่

ดูแลผิวหนังและเท้าไม่ให้เกิดแผลเพิ่ม หลีกเลี่ยงการโกนขนบริเวณขาหนีบหรือขาด้วยตนเองก่อนผ่าตัด เนื่องจากรอยถลอกเล็กๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ โรงพยาบาลจะจัดการขนเฉพาะส่วนที่จำเป็น

สิ่งที่ควรนำไปโรงพยาบาล

  • บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิการรักษา
  • รายชื่อยาและประวัติการแพ้ยา
  • ผลตรวจหรือภาพหลอดเลือดจากสถานพยาบาลอื่น
  • รายละเอียดโรคประจำตัวและการผ่าตัดที่ผ่านมา
  • เสื้อผ้าหลวมและรองเท้าที่ใส่ง่ายสำหรับวันกลับ
  • ชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ดูแล

ควรวางแผนผู้ดูแลหลังกลับบ้าน โดยเฉพาะช่วงที่ยังเดินไม่คล่อง แผลอยู่บริเวณขาหนีบหรือขาหลายตำแหน่ง และยังไม่สามารถขับรถได้

ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดขึ้นกับตำแหน่งหลอดเลือดอุดตันและชนิดทางเบี่ยง แต่ลำดับโดยทั่วไปมีดังนี้

  • ตรวจยืนยันตัวตนและตำแหน่งผ่าตัด

ทีมรักษาทบทวนข้างที่จะผ่าตัด ผลภาพหลอดเลือด ยาที่ใช้ การแพ้ยา และเอกสารยินยอม

  • ให้ยาระงับความรู้สึก

การผ่าตัดขนาดใหญ่มักใช้ยาสลบเพื่อให้หลับและไม่รู้สึกเจ็บ บางตำแหน่งอาจใช้การระงับความรู้สึกเฉพาะส่วนร่วมกับยาให้ผ่อนคลาย วิสัญญีแพทย์จะเลือกจากขอบเขตการผ่าตัดและสุขภาพของผู้ป่วย

  • ติดอุปกรณ์เฝ้าระวัง

ทีมวิสัญญีติดตามความดัน ชีพจร ออกซิเจน และการหายใจ อาจใส่สายสวนปัสสาวะหรือสายเข้าหลอดเลือดเพิ่มเติมตามความจำเป็น

  • เปิดแผลเพื่อเข้าถึงหลอดเลือด

ศัลยแพทย์เปิดแผลบริเวณเหนือและใต้จุดอุดตัน ตำแหน่งอาจอยู่ที่ท้อง ขาหนีบ ต้นขา หลังเข่า หรือหน้าแข้ง หากใช้หลอดเลือดดำของผู้ป่วย จะมีแผลเพิ่มเติมสำหรับนำหลอดเลือดออก (Cleveland Clinic)

  • เตรียมทางเบี่ยง

หลอดเลือดดำที่นำมาใช้จะได้รับการตรวจและเตรียมให้เหมาะกับทิศทางการไหล หากใช้ท่อสังเคราะห์ ศัลยแพทย์จะเลือกขนาดและตำแหน่งให้สอดคล้องกับหลอดเลือดต้นทางและปลายทาง

  • หนีบหลอดเลือดชั่วคราวและต่อทางเบี่ยง

ศัลยแพทย์เย็บปลายหนึ่งของทางเบี่ยงเข้ากับหลอดเลือดเหนือจุดอุดตัน และเย็บอีกปลายเข้ากับหลอดเลือดใต้จุดอุดตัน เลือดจึงมีทางไหลอ้อมช่วงที่ตีบ

  • ตรวจการไหลเวียนเลือด

หลังปล่อยให้เลือดไหล ทีมผ่าตัดตรวจชีพจร สัญญาณการไหล หรือใช้เครื่องมือช่วยประเมินว่าทางเบี่ยงเปิดและมีเลือดไปถึงส่วนปลายเพียงพอ หากพบปัญหาอาจต้องแก้ไขทันที

  • ห้ามเลือดและปิดแผล

ศัลยแพทย์ตรวจเลือดออก วางสายระบายในบางกรณี แล้วปิดแผลด้วยไหมหรือวัสดุปิดแผลที่เหมาะสม

  • เฝ้าระวังหลังผ่าตัด

หลังฟื้นจากยาระงับความรู้สึก ทีมรักษาจะตรวจสี อุณหภูมิ ความรู้สึก การเคลื่อนไหว และชีพจรของขาอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงติดตามความดัน การหายใจ ปัสสาวะ และแผลผ่าตัด

หากมีเนื้อเยื่อตายหรือแผลติดเชื้ออยู่เดิม ผู้ป่วยอาจต้องตัดเล็มเนื้อเยื่อที่เสียหายหรือรักษาแผลเพิ่มเติม การเพิ่มเลือดไปเลี้ยงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษา ไม่ได้ทำให้เนื้อเยื่อที่ตายแล้วกลับเป็นปกติ

ใช้เวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาผ่าตัดแตกต่างกันมากตามตำแหน่งและความยาวของทางเบี่ยง จำนวนจุดที่ต้องต่อ วัสดุที่ใช้ และความซับซ้อนระหว่างผ่าตัด ศัลยแพทย์ผู้รักษาจะประเมินเวลาโดยประมาณสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย เวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัดทั้งหมดอาจนานกว่าตัวการผ่าตัด เพราะรวมการเตรียมยาระงับความรู้สึกและการเฝ้าระวังหลังผ่าตัดระยะแรก

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ใช่การผ่าตัดที่กลับบ้านทันที ระยะนอนโรงพยาบาลในประเทศไทยอาจต่างกันตามชนิดทางเบี่ยง สุขภาพก่อนผ่าตัด การดูแลแผล ความสามารถในการเดิน และภาวะแทรกซ้อน บางรายต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤตหรือหอผู้ป่วยที่ติดตามสัญญาณชีพต่อเนื่องช่วงแรก

ก่อนให้กลับบ้าน ทีมรักษามักต้องมั่นใจว่าเลือดไปเลี้ยงขาได้ดี อาการปวดควบคุมได้ แผลไม่มีเลือดออกผิดปกติ ผู้ป่วยกินอาหารและขับถ่ายได้ รวมถึงลุกเดินได้อย่างปลอดภัยตามสภาพร่างกาย

พักฟื้นนานแค่ไหน

การฟื้นตัวมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ แต่อาจสั้นหรือนานกว่านั้นตามตำแหน่งของทางเบี่ยง ขนาดและจำนวนแผล โรคร่วม แผลขาดเลือด และภาวะแทรกซ้อน ควรให้ทีมรักษาประเมินกำหนดกลับไปทำงาน ขับรถ และทำกิจกรรมเป็นรายบุคคล

ช่วงแรกหลังผ่าตัด

ขาและแผลอาจปวด ตึง ชา หรือบวมได้ ทีมรักษาจะตรวจการไหลเวียนเลือดบ่อยครั้งและช่วยให้เริ่มขยับตัวเมื่อปลอดภัย การลุกเดินเร็วอย่างเหมาะสมช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนาน แต่ต้องทำตามคำแนะนำของทีมกายภาพหรือพยาบาล เพราะผู้ป่วยบางรายยังมีสายต่างๆ และเสี่ยงต่อการล้ม

ขาบวมอาจเกิดมากขึ้นหลังเดินหรือนั่งนาน เนื่องจากการผ่าตัดรบกวนเนื้อเยื่อและทางระบายน้ำเหลือง การยกขาตามวิธีที่ทีมรักษาแนะนำและเปลี่ยนท่าบ่อยอาจช่วยได้ (MedlinePlus) อย่างไรก็ตาม หากบวมเพิ่มรวดเร็วร่วมกับปวดมาก แผลตึง หรือสีขาเปลี่ยน ต้องให้แพทย์ประเมิน

เมื่อกลับบ้าน

เริ่มจากเดินระยะสั้นหลายช่วง แล้วค่อยเพิ่มตามอาการและคำแนะนำ ไม่ควรเร่งเดินจนแผลปวดหรือบวมมาก หลีกเลี่ยงการนั่งนิ่งนาน และระวังการเสียดสีบริเวณแผลขาหนีบ

การดูแลแผลต้องทำตามคำสั่งของโรงพยาบาล เพราะชนิดวัสดุปิดแผลและช่วงเวลาที่ให้แผลโดนน้ำต่างกัน โดยทั่วไปควรรักษาแผลให้สะอาดและแห้ง ไม่แช่น้ำ ไม่ขัดแผล และไม่ทาครีม สมุนไพร หรือสารอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

กลับไปทำงานและขับรถ

งานนั่งโต๊ะอาจกลับได้ก่อนงานที่ต้องยืนนาน เดินมาก ยกของ หรือใช้แรง ระยะเวลาจึงไม่มีคำตอบเดียว ผู้ที่มีแผลหลายตำแหน่งหรือมีแผลที่เท้าร่วมด้วยมักต้องพักนานกว่า ศัลยแพทย์จะประเมินจากการติดของแผล ความแข็งแรง และการไหลเวียนเลือดในการนัดติดตาม

ยังไม่ควรขับรถจนกว่าจะควบคุมขาได้ดี สามารถเบรกฉุกเฉินได้ แผลไม่จำกัดการเคลื่อนไหว และไม่ได้ใช้ยาที่ทำให้ง่วง ให้ทีมรักษาเป็นผู้ยืนยันช่วงเวลาที่เหมาะสม

การติดตามระยะยาว

แม้อาการดีขึ้นแล้ว ยังต้องมาตรวจตามนัดเพื่อประเมินแผล ชีพจร และการเปิดของทางเบี่ยง บางรายต้องตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดเป็นระยะ การพบจุดตีบก่อนทางเบี่ยงอุดตันทั้งหมดอาจทำให้มีทางเลือกแก้ไขมากกว่า

ต้องควบคุมเบาหวาน ความดัน และไขมัน หยุดสูบบุหรี่ ดูแลเท้าทุกวัน และใช้ยาตามแผนอย่างต่อเนื่อง การผ่าตัดเพิ่มการไหลเวียนเลือด แต่ไม่ได้ทำให้โรคหลอดเลือดทั่วร่างกายหายไป

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดนี้อาจช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงขา แต่เป็นการผ่าตัดใหญ่ ความเสี่ยงของแต่ละคนต่างกันตามอายุ โรคหัวใจ ปอด ไต เบาหวาน การสูบบุหรี่ ตำแหน่งของทางเบี่ยง และความเร่งด่วนของการผ่าตัด

ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับหลอดเลือดและขา

  • ทางเบี่ยงเกิดลิ่มเลือดอุดตันหรือปิดลง
  • เลือดไปเลี้ยงขาไม่ดีขึ้นตามที่คาด
  • เลือดออกหรือเกิดก้อนเลือดใต้แผล
  • หลอดเลือดหรือเนื้อเยื่อข้างเคียงบาดเจ็บ
  • ขาบวม โดยเฉพาะเมื่อมีการนำหลอดเลือดดำออก
  • เส้นประสาทบริเวณแผลระคายเคือง ทำให้ชา ปวดแปลบ หรืออ่อนแรง
  • ยังต้องทำหัตถการซ้ำ หากทางเบี่ยงตีบหรืออุดตัน
  • สูญเสียเนื้อเยื่อหรือต้องตัดอวัยวะ หากการขาดเลือดรุนแรง การติดเชื้อลุกลาม หรือไม่สามารถฟื้นการไหลเวียนได้

ความเสี่ยงของแผล

  • แผลติดเชื้อ
  • แผลแยกหรือหายช้า
  • น้ำเหลืองคั่งหรือมีของเหลวซึม โดยเฉพาะบริเวณขาหนีบ
  • การติดเชื้อรอบท่อหลอดเลือดสังเคราะห์ ซึ่งอาจรักษายากและอาจต้องผ่าตัดเพิ่มเติม
  • แผลเป็นหรืออาการชารอบแนวแผล

ผู้ที่เป็นเบาหวาน สูบบุหรี่ มีภาวะโภชนาการไม่ดี หรือมีการติดเชื้อเดิม อาจมีความเสี่ยงด้านแผลสูงขึ้น

ความเสี่ยงต่อร่างกายโดยรวม

  • หัวใจขาดเลือดหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • ปอดอักเสบ หายใจลำบาก หรือลิ่มเลือดอุดตันในปอด
  • ไตทำงานแย่ลง โดยเฉพาะในผู้มีโรคไตอยู่เดิม
  • ปฏิกิริยาต่อยาหรือยาระงับความรู้สึก
  • เลือดออกจนต้องให้เลือดหรือผ่าตัดห้ามเลือด
  • การติดเชื้อในกระแสเลือด
  • การเสียชีวิต ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องพูดคุยตามสุขภาพและความเร่งด่วนของแต่ละคน

ตัวเลขความเสี่ยงจากต่างประเทศไม่ควรนำมาใช้ทำนายผู้ป่วยรายบุคคลโดยตรง เพราะผลขึ้นกับความรุนแรงของโรคและระบบการรักษา ควรถามศัลยแพทย์ว่า ในกรณีของคุณความเสี่ยงหลักคืออะไร ใช้หลอดเลือดชนิดใด และมีแผนรับมืออย่างไรหากทางเบี่ยงไม่เปิดตามต้องการ

สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้:

อาการเหตุผลที่ต้องรีบประเมิน
ขาที่ผ่าตัดเย็นลง ซีด คล้ำ หรือสีเปลี่ยนฉับพลันอาจมีเลือดไปเลี้ยงขาไม่พอ
ปวดขารุนแรงขึ้นทันที หรือปวดต่างจากเดิมอาจเกิดการอุดตัน เลือดออก หรือเนื้อเยื่อขาดเลือด
ชาหรือขยับเท้าและนิ้วเท้าได้น้อยลงอาจเป็นสัญญาณของการขาดเลือดหรือเส้นประสาทผิดปกติ
แผลมีเลือดออกมาก หรือผ้าปิดแผลชุ่มเลือดอาจมีเลือดออกที่ต้องห้ามเลือด
แผลแดง ร้อน บวมมาก มีหนอง หรือขอบแผลแยกอาจเกิดแผลติดเชื้อหรือแผลหายผิดปกติ
มีไข้หรือหนาวสั่นร่วมกับอาการแผลอาจมีการติดเชื้อ
หายใจไม่อิ่ม เจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือเป็นลมอาจเกี่ยวกับหัวใจ ปอด หรือลิ่มเลือด
สับสน พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว หรือแขนขาอ่อนแรงอาจเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
ขาบวมมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะร่วมกับปวดต้องแยกภาวะเลือดออก ลิ่มเลือด หรือการไหลเวียนผิดปกติ

แหล่งข้อมูลอ้างอิงเน้นว่าขาที่เปลี่ยนสี เย็น ซีด หรือชา รวมถึงเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก แผลแยก และแผลมีสัญญาณติดเชื้อ เป็นเหตุให้ต้องติดต่อทีมรักษาโดยเร็ว (MedlinePlus) หากอาการรุนแรงหรือเกิดฉับพลัน ไม่ควรรอถึงวันนัด

ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดบายพาสไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน ทางเลือกขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ลักษณะการอุดตัน สุขภาพโดยรวม และเป้าหมายของผู้ป่วย

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

เหมาะกับผู้ที่อาการยังไม่คุกคามขา หรือใช้ร่วมกับการผ่าตัดเพื่อควบคุมโรคระยะยาว ได้แก่

  • หยุดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
  • เดินออกกำลังกายอย่างมีแผน หากแพทย์ประเมินว่าปลอดภัย
  • ควบคุมเบาหวาน ความดัน และไขมันในเลือด
  • ปรับอาหารและน้ำหนักตามภาวะสุขภาพ
  • ดูแลเท้าทุกวัน โดยเฉพาะผู้เป็นเบาหวาน
  • ใช้ยาลดความเสี่ยงลิ่มเลือดและยาควบคุมปัจจัยเสี่ยงตามข้อบ่งชี้

ผู้ที่มีแผลขาดเลือดรุนแรงหรือเนื้อเยื่อตายไม่ควรพยายามเดินออกกำลังกายเองเพื่อทดแทนการรักษา ต้องได้รับการประเมินเร่งด่วนก่อน

การรักษาผ่านสายสวน

แพทย์อาจขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน และอาจใส่อุปกรณ์พยุงหลอดเลือดในบางกรณี วิธีนี้มีแผลเล็กกว่าและมักฟื้นตัวเร็วกว่า แต่ไม่เหมาะกับการอุดตันทุกแบบ ผลระยะยาวขึ้นกับตำแหน่ง ความยาวของรอยโรค ขนาดหลอดเลือด และโรคร่วม

บางคนเหมาะกับการรักษาผ่านสายสวนก่อน ขณะที่บางคนมีรอยอุดตันยาวหรือโครงสร้างหลอดเลือดที่ทำให้การผ่าตัดทางเบี่ยงน่าจะคงการไหลเวียนได้ดีกว่า การตัดสินใจควรอาศัยภาพหลอดเลือดและการประเมินโดยทีมที่รักษาโรคหลอดเลือด

การผ่าตัดรูปแบบอื่น

บางกรณีอาจใช้การเปิดหลอดเลือดและนำคราบอุดตันออก หรือใช้วิธีผสมระหว่างการผ่าตัดกับสายสวน ชนิดของการผ่าตัดขึ้นกับตำแหน่งรอยโรคและสภาพหลอดเลือด

หากเนื้อเยื่อเสียหายอย่างกว้างขวาง การติดเชื้อควบคุมไม่ได้ หรือไม่มีทางฟื้นการไหลเวียนที่มีโอกาสใช้งานได้ แพทย์อาจหารือเรื่องการตัดอวัยวะในระดับที่เหมาะสม จุดประสงค์คือควบคุมการติดเชื้อ ลดความเจ็บปวด และช่วยให้ฟื้นฟูการเคลื่อนไหวได้ ไม่ใช่ตัวเลือกแรกเมื่อยังสามารถรักษาขาได้อย่างสมเหตุสมผล

สิทธิการรักษา

ความคุ้มครองขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนเข้ารับการรักษา ยกเว้นกรณีฉุกเฉินที่ต้องรักษาโดยไม่ชักช้า

ประกันสังคม

โดยทั่วไปต้องเข้ารับการประเมินที่สถานพยาบาลตามสิทธิ หากโรงพยาบาลนั้นไม่มีศักยภาพในการผ่าตัดหลอดเลือด อาจต้องมีการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสม ควรถามว่าสิทธิครอบคลุมการตรวจภาพหลอดเลือด วัสดุทำทางเบี่ยง การนอนโรงพยาบาล และการติดตามหลังผ่าตัดอย่างไร รวมถึงต้องใช้ใบส่งตัวหรือไม่

บัตรทอง

เริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่รับผิดชอบสิทธิ เพื่อรับการประเมินและส่งต่อตามระบบ ผู้ป่วยที่มีอาการฉุกเฉิน เช่น ขาเย็น ซีด ชา หรืออ่อนแรงอย่างเฉียบพลัน ควรไปห้องฉุกเฉินก่อน ไม่ควรรอจัดการเอกสารตามปกติ

ประกันสุขภาพเอกชน

ตรวจเงื่อนไขเรื่องโรคที่เป็นมาก่อน ระยะรอ วงเงินค่าผ่าตัด วัสดุทางการแพทย์ ห้องพัก การรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต และข้อกำหนดให้ขออนุมัติล่วงหน้า ขอให้โรงพยาบาลส่งแผนการรักษาและเอกสารทางการแพทย์ให้บริษัทประกันพิจารณาก่อนผ่าตัด หากสถานการณ์ไม่เร่งด่วน

ไม่ควรสรุปจากคำว่า “คุ้มครองการผ่าตัด” เพียงอย่างเดียว เพราะการตรวจหลอดเลือด วัสดุที่ใช้ การดูแลแผล และการทำหัตถการซ้ำอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขต่างกัน

จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

คำถามที่พบบ่อย

ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดขา จำเป็นกับทุกคนที่หลอดเลือดขาตีบหรือไม่

ไม่จำเป็น ผู้ที่อาการไม่รุนแรงมักเริ่มจากหยุดสูบบุหรี่ เดินออกกำลังกาย ควบคุมโรคประจำตัว และใช้ยาตามข้อบ่งชี้ก่อน การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อมีอาการรุนแรง แผลขาดเลือด เนื้อเยื่อเสี่ยงเสียหาย หรือวิธีอื่นไม่เหมาะสม (Cleveland Clinic)

การผ่าตัดทำให้หลอดเลือดที่ตันกลับมาเปิดหรือไม่

ไม่ใช่โดยตรง การผ่าตัดสร้างทางเดินใหม่ให้เลือดอ้อมช่วงที่ตีบหรืออุดตัน โดยทางเดิมอาจยังตันอยู่ ศัลยแพทย์จะต่อหลอดเลือดเหนือและใต้บริเวณที่มีปัญหา

ใช้หลอดเลือดของตัวเองหรือท่อสังเคราะห์ดีกว่ากัน

ไม่มีวัสดุชนิดเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกขึ้นกับตำแหน่งทางเบี่ยง คุณภาพและขนาดของหลอดเลือดดำ การติดเชื้อ และแผนรักษาระยะยาว ควรถามศัลยแพทย์ว่าจะใช้วัสดุชนิดใดและเพราะเหตุใด

หลังผ่าตัดจะเดินได้ดีขึ้นทันทีหรือไม่

เลือดอาจไหลดีขึ้นทันทีเมื่อทางเบี่ยงเปิด แต่การเดินมักต้องค่อยๆ ฟื้น เพราะยังมีอาการปวดแผล บวม กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือแผลที่เท้าร่วมด้วย ผลต่อการเดินจึงต่างกันในแต่ละคนและไม่สามารถรับประกันได้

ต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่

โดยทั่วไปต้องนอนโรงพยาบาล เพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่และต้องตรวจการไหลเวียนของขาอย่างใกล้ชิด ระยะพักขึ้นกับตำแหน่งทางเบี่ยง โรคประจำตัว ความสามารถในการเดิน และภาวะแทรกซ้อน

พักฟื้นกี่สัปดาห์

การฟื้นตัวมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ แต่อาจสั้นหรือนานกว่านั้นตามตำแหน่งของทางเบี่ยง ขนาดและจำนวนแผล โรคร่วม แผลขาดเลือด และภาวะแทรกซ้อน ควรให้ทีมรักษาประเมินกำหนดกลับไปทำงาน ขับรถ และทำกิจกรรมเป็นรายบุคคล

ทางเบี่ยงจะอยู่ได้นานแค่ไหน

ระยะที่ทางเบี่ยงยังเปิดแตกต่างกันตามวัสดุที่ใช้ ตำแหน่งและขนาดหลอดเลือด เบาหวาน โรคไต การสูบบุหรี่ และการใช้ยาตามแผน จึงต้องติดตามต่อเนื่อง แม้ขาจะรู้สึกดีขึ้นแล้ว

ถ้าทางเบี่ยงอุดตันจะรู้ได้อย่างไร

อาการที่น่าสงสัย ได้แก่ ปวดขากลับมาอย่างฉับพลัน ขาเย็น ซีด คล้ำ ชา หรืออ่อนแรง หากเกิดอาการเหล่านี้ต้องไปโรงพยาบาลทันที เพราะการรักษาที่รวดเร็วอาจช่วยลดความเสียหายของเนื้อเยื่อ

หลังผ่าตัดยังต้องกินยาป้องกันลิ่มเลือดหรือไม่

ผู้ป่วยจำนวนมากยังต้องใช้ยาตามข้อบ่งชี้เพื่อช่วยลดความเสี่ยงลิ่มเลือดและควบคุมโรคหลอดเลือด แต่ชนิดยาและระยะเวลาเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ห้ามเริ่ม หยุด หรือปรับยาเอง โดยเฉพาะก่อนทำหัตถการอื่น

สูบบุหรี่ต่อหลังผ่าตัดได้หรือไม่

ไม่ควรสูบ เพราะการสูบบุหรี่ทำให้โรคหลอดเลือดดำเนินต่อ เพิ่มความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และอาจกระทบการเปิดของทางเบี่ยง การหยุดสูบเป็นส่วนสำคัญของการรักษาทั้งก่อนและหลังผ่าตัด

หลังผ่าตัดขาบวมเป็นเรื่องปกติหรือไม่

ขาบวมพบได้ระหว่างพักฟื้น โดยเฉพาะหลังเดินหรือนั่งนาน และในผู้ที่นำหลอดเลือดดำจากขามาใช้ แต่หากบวมรวดเร็ว ปวดมาก แผลตึง มีไข้ หรือสีเท้าเปลี่ยน ต้องให้แพทย์ประเมินทันที

การผ่าตัดรับประกันว่าจะไม่ต้องตัดขาหรือไม่

ไม่สามารถรับประกันได้ การเพิ่มเลือดไปเลี้ยงอาจช่วยรักษาแผลและลดการสูญเสียเนื้อเยื่อ แต่ผลขึ้นกับความรุนแรงของการขาดเลือด การติดเชื้อ ปริมาณเนื้อเยื่อที่เสียไปแล้ว เบาหวาน และการเปิดของทางเบี่ยง

ควรถามศัลยแพทย์เรื่องใดก่อนตัดสินใจ

ควรถามว่าจุดอุดตันอยู่ตรงไหน เหตุใดจึงแนะนำการผ่าตัดแทนสายสวน จะใช้หลอดเลือดชนิดใด ความเสี่ยงเฉพาะของคุณคืออะไร และหากทางเบี่ยงไม่เปิดมีแผนสำรองอย่างไร รวมถึงถามระยะนอนโรงพยาบาล การดูแลแผล และกำหนดติดตามหลังผ่าตัดด้วย

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

HDcare ช่วยคุณหาแพทย์และโรงพยาบาลที่เหมาะกับการผ่าตัดที่ต้องการ

ทีมงานช่วยประสานงานนัดหมาย เตรียมเอกสาร และติดตามผลหลังผ่าตัด

HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่ได้ให้การรักษาโดยตรง

ภาพแพทย์และพยาบาลในหน้านี้เป็นภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่บุคลากรจริงของ HDcare หรือโรงพยาบาลในเครือข่าย

© 2026 HDmall · HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล

ภาพประกอบสร้างด้วย AIภาพประกอบ AI
ปรึกษาทีม HDcare ทางไลน์

HDcare ช่วยประสานงานนัดหมาย เปรียบเทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย เทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย และดูแลตลอดการรักษา