ผ่าตัดมะเร็งปอด
ผ่าตัดมะเร็งปอด (Lung-cancer surgery) คือการนำก้อนมะเร็งออกพร้อมเนื้อปอดรอบก้อน และมักเก็บหรือตัดต่อมน้ำเหลืองในทรวงอกไปตรวจ เหมาะกับผู้ป่วยบางรายที่มะเร็งยังผ่าตัดออกได้และมีสมรรถภาพปอดกับสุขภาพแข็งแรงพอ โดยไม่จำเป็นต้องตัดปอดทั้งข้างในทุกคน
ประเด็นสำคัญ
- ชนิดของการผ่าตัดขึ้นกับขนาด ตำแหน่ง และระยะของมะเร็ง ตั้งแต่ตัดปอดเป็นชิ้นเล็ก ตัดเป็นส่วน ตัดหนึ่งกลีบ ไปจนถึงตัดปอดทั้งข้าง
- ก่อนตัดสินใจ ทีมรักษาต้องประเมินระยะมะเร็ง สมรรถภาพปอด หัวใจ และความสามารถในการใช้ชีวิตหลังเสียเนื้อปอดบางส่วน การพบก้อนในปอดไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องผ่าตัด
- การพักฟื้นมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ วิธีส่องกล้องอาจฟื้นเร็วกว่าแผลเปิด แต่ระยะจริงขึ้นกับปริมาณปอดที่ตัด ภาวะแทรกซ้อน และสุขภาพเดิม
ผ่าตัดมะเร็งปอด คืออะไร
การผ่าตัดเป็นการนำเนื้องอกออกจากปอด โดยตัดเนื้อปอดปกติรอบก้อนเป็น “ขอบเขตปลอดก้อน” ร่วมด้วย เป้าหมายคือไม่ให้มีเซลล์มะเร็งเหลืออยู่ตรงขอบชิ้นเนื้อเท่าที่ทำได้ ระหว่างการผ่าตัด แพทย์มักเก็บหรือตัดต่อมน้ำเหลืองในทรวงอกเพื่อตรวจว่ามะเร็งกระจายไปบริเวณนั้นหรือไม่ ข้อมูลนี้ช่วยยืนยันระยะโรคและวางแผนว่าต้องรักษาต่อด้วยวิธีอื่นหรือไม่ (Stanford Health Care)
การผ่าตัดแต่ละแบบนำเนื้อปอดออกไม่เท่ากัน ได้แก่
| วิธีผ่าตัด | นำส่วนใดออก | มักพิจารณาเมื่อ |
| ตัดปอดเป็นรูปลิ่ม | ก้อนและเนื้อปอดรอบก้อนเป็นชิ้นเล็ก | ก้อนขนาดเล็ก หรือจำเป็นต้องสงวนเนื้อปอด |
| ตัดปอดเป็นส่วน | หนึ่งส่วนหรือหลายส่วนภายในกลีบปอด | ต้องตัดมากกว่าแบบรูปลิ่ม แต่ยังเก็บเนื้อปอดส่วนที่เหลือไว้ได้ |
| ตัดปอดหนึ่งกลีบ | กลีบปอดที่มีก้อนทั้งหมด | เป็นวิธีที่ใช้บ่อยในมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็กระยะแรก |
| ตัดสองกลีบ | สองกลีบของปอดขวา | ก้อนเกี่ยวข้องกับกลีบที่อยู่ติดกัน |
| ตัดปอดทั้งข้าง | ปอดด้านที่มีก้อนทั้งหมด | ตำแหน่งหรือขอบเขตของก้อนไม่สามารถตัดออกด้วยวิธีที่เล็กกว่า |
| ตัดกลีบพร้อมตัดต่อและเชื่อมหลอดลม | ตัดกลีบและหลอดลมส่วนที่มีก้อน แล้วต่อหลอดลมกลับ | ต้องการเอาก้อนออกโดยพยายามหลีกเลี่ยงการตัดปอดทั้งข้าง |
ปอดขวามีสามกลีบ ส่วนปอดซ้ายมีสองกลีบ แต่ละกลีบแบ่งย่อยเป็นส่วนต่างๆ แพทย์จึงเลือกตัดเฉพาะเนื้อปอดเท่าที่จำเป็นได้ในบางราย อย่างไรก็ตาม การเก็บเนื้อปอดให้มากที่สุดต้องไม่ลดความเหมาะสมด้านการควบคุมมะเร็ง
วิธีเข้าถึงปอดมีสองแนวทางหลัก
- การผ่าตัดผ่านกล้องทรวงอก แพทย์เปิดแผลขนาดเล็กหลายตำแหน่งระหว่างซี่โครง แล้วสอดกล้องและเครื่องมือเข้าไป โดยทั่วไปไม่ต้องเปิดแผลทรวงอกขนาดใหญ่ วิธีนี้อาจทำให้ปวดแผลน้อยและฟื้นตัวเร็วกว่าในผู้ที่เหมาะสม
- การผ่าตัดเปิดทรวงอก แพทย์เปิดแผลด้านข้างทรวงอกและแยกช่องระหว่างซี่โครงเพื่อเข้าถึงปอด อาจจำเป็นเมื่อก้อนใหญ่ อยู่ในตำแหน่งซับซ้อน เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดหรือหลอดลมสำคัญ หรือเมื่อเกิดเหตุที่ทำให้การผ่าตัดผ่านกล้องไม่เหมาะสม
การเริ่มด้วยวิธีผ่านกล้องไม่ได้รับประกันว่าจะจบด้วยวิธีเดิม หากพบพังผืด เลือดออก หรือโครงสร้างของก้อนซับซ้อนกว่าที่เห็นจากภาพ แพทย์อาจเปลี่ยนเป็นแผลเปิดเพื่อให้ควบคุมการผ่าตัดได้ปลอดภัยขึ้น การเปลี่ยนวิธีไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการตัดสินใจตามสิ่งที่พบจริงในห้องผ่าตัด
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่อาจได้ประโยชน์จากการผ่าตัดมักเป็นผู้ป่วยที่มะเร็งอยู่เฉพาะในปอดหรือบริเวณใกล้เคียง และทีมรักษาประเมินว่าสามารถนำก้อนออกได้ มะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็กระยะแรกเป็นกลุ่มที่มักพิจารณาการผ่าตัดมากที่สุด แต่บางรายที่โรคลุกลามเฉพาะที่อาจได้รับยาเคมีบำบัด ยาภูมิคุ้มกันบำบัด หรือรังสีรักษาก่อน แล้วจึงประเมินการผ่าตัดอีกครั้ง
การตัดสินใจไม่ได้ดูระยะมะเร็งเพียงอย่างเดียว แพทย์จะพิจารณาเรื่องต่อไปนี้ร่วมกัน
- ชนิดของเซลล์มะเร็งจากผลชิ้นเนื้อ
- ขนาด จำนวน และตำแหน่งของก้อน
- ความสัมพันธ์ของก้อนกับหลอดลม หลอดเลือด หัวใจ หรือผนังทรวงอก
- การกระจายไปต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น
- สมรรถภาพปอดก่อนผ่าตัดและค่าที่คาดว่าจะเหลือหลังผ่าตัด
- โรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือด เบาหวาน และสุขภาพโดยรวม
- ความสามารถในการเดิน ออกแรง ไอ และทำกายภาพการหายใจ
- เป้าหมายการรักษาและความต้องการของผู้ป่วย
กรณีที่การผ่าตัดอาจไม่ใช่คำตอบ
การพบมะเร็งปอดไม่ได้หมายความว่าต้องผ่าตัดทุกคน การผ่าตัดอาจไม่เหมาะเมื่อโรคกระจายไปหลายอวัยวะ ก้อนไม่สามารถตัดออกได้โดยเหลือขอบชิ้นเนื้อที่เหมาะสม หรือการตัดเนื้อปอดจะทำให้สมรรถภาพปอดที่เหลือไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต
ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือปอดรุนแรงอาจมีความเสี่ยงจากการดมยาสลบและการตัดปอดสูงกว่าประโยชน์ที่คาดหวัง อายุเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อห้าม แต่ความแข็งแรง ความสามารถในการทำกิจวัตร และโรคร่วมมีความสำคัญมากกว่า
มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็กมักรักษาด้วยยาและรังสีเป็นหลัก เพราะมีแนวโน้มกระจายเร็ว การผ่าตัดอาจพิจารณาเฉพาะบางกรณีที่โรคอยู่ระยะแรกมากและผ่านการประเมินระยะอย่างละเอียดแล้ว
หากยังไม่มีผลชิ้นเนื้อหรือระยะโรคชัดเจน ขั้นตอนถัดไปอาจเป็นการส่องกล้องหลอดลม เจาะชิ้นเนื้อ ตรวจต่อมน้ำเหลือง หรือถ่ายภาพเพิ่มเติม ไม่ควรรีบเลือกชนิดการผ่าตัดจากขนาดก้อนในภาพเพียงอย่างเดียว
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
เป้าหมายของการเตรียมตัวคือยืนยันว่าการผ่าตัดเหมาะสม วางแผนว่าจะตัดปอดเท่าใด และลดความเสี่ยงจากการดมยาสลบ เลือดออก ลิ่มเลือด และภาวะแทรกซ้อนทางปอด
การตรวจที่อาจต้องทำ
การตรวจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่อาจประกอบด้วย
- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอกเพื่อดูขนาดและตำแหน่งของก้อน
- การตรวจภาพเพื่อค้นหาการกระจายของมะเร็งตามข้อบ่งชี้
- การตรวจชิ้นเนื้อจากปอดหรือจากต่อมน้ำเหลือง
- การส่องกล้องหลอดลมหรือการประเมินต่อมน้ำเหลืองในช่องกลางทรวงอก
- การทดสอบสมรรถภาพปอด เพื่อวัดปริมาตรปอดและการแลกเปลี่ยนก๊าซ
- การประเมินความสามารถในการออกแรงหรือการเดิน
- คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และการตรวจหัวใจเพิ่มเติมในผู้ที่มีความเสี่ยง
- การตรวจเลือด เช่น ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การทำงานของไต ตับ และการแข็งตัวของเลือด
การประเมินสมรรถภาพปอดมีความสำคัญ เพราะแพทย์ต้องคาดการณ์ว่าหลังนำเนื้อปอดออกแล้ว คุณจะเหลือความสามารถในการหายใจเพียงพอหรือไม่ หากค่าที่คาดการณ์ต่ำ อาจต้องตรวจเพิ่มเติมหรือพิจารณาวิธีที่สงวนเนื้อปอดมากกว่า (Mayo Clinic Comprehensive Cancer Center Blog)
งดบุหรี่และเตรียมปอด
การหยุดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัดช่วยลดเสมหะและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนทางปอดได้ แม้เหลือเวลาไม่มากก็ควรแจ้งทีมรักษาและเริ่มหยุด ไม่ควรเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดอื่นโดยคิดว่าปลอดภัยกว่า
บางคนจะได้รับคำแนะนำให้ฝึกหายใจลึก ใช้อุปกรณ์ฝึกปอด เดิน หรือออกกำลังตามกำลัง การเตรียมร่างกายล่วงหน้าอาจช่วยให้ลุกเดินและขับเสมหะหลังผ่าตัดได้ดีขึ้น หากมีน้ำหนักลดหรือกินอาหารได้น้อย ควรแจ้งทีมรักษาเพื่อประเมินภาวะโภชนาการ
อาหารและยา
โรงพยาบาลจะแจ้งเวลาหยุดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาผ่าตัดและแผนดมยาสลบ ให้ทำตามคำสั่งเฉพาะของโรงพยาบาล ไม่ควรกำหนดเวลาเอง
นำรายชื่อยาทุกชนิดไปให้แพทย์ดู รวมถึงยาตามใบสั่ง ยาซื้อใช้เอง สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับ ได้แก่
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวานและยาฉีดควบคุมน้ำตาล
- ยาบางชนิดที่มีผลต่อความดันโลหิตหรือไต
- สมุนไพรและอาหารเสริมที่อาจเพิ่มเลือดออกหรือรบกวนยาสลบ
ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะบอกว่าควรใช้หรือหยุดยาใดและเมื่อใด อย่าหยุดยาละลายลิ่มเลือด ยาหัวใจ หรือยาเบาหวานเอง เพราะการหยุดผิดเวลาอาจทำให้เกิดลิ่มเลือด เลือดออก หรือน้ำตาลผิดปกติ
สิ่งที่ควรเตรียมไปโรงพยาบาล
- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิการรักษา
- ผลตรวจ ภาพถ่ายรังสี หรือแผ่นข้อมูลที่โรงพยาบาลขอ
- รายชื่อยาและประวัติแพ้ยา
- รายละเอียดโรคประจำตัวและการผ่าตัดที่ผ่านมา
- ชื่อและเบอร์ติดต่อของผู้ดูแล
- เสื้อผ้าที่สวมง่ายและของใช้ส่วนตัวตามที่โรงพยาบาลอนุญาต
ควรจัดคนช่วยพากลับบ้านและช่วยในช่วงแรกหลังจำหน่าย โดยเฉพาะการเตรียมอาหาร งานบ้าน และการเดินทางมาตรวจ หากอยู่คนเดียว ให้แจ้งทีมรักษาก่อนผ่าตัดเพื่อวางแผนที่เหมาะสม
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดจริงต่างกันตามตำแหน่งก้อนและวิธีผ่าตัด แต่ลำดับโดยทั่วไปเป็นดังนี้
- ยืนยันตัวและแผนผ่าตัด
ทีมรักษาตรวจชื่อ ตำแหน่งผ่าตัด ผลตรวจสำคัญ ประวัติแพ้ยา และชนิดการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะทบทวนว่ามีโอกาสต้องเปลี่ยนขอบเขตหรือวิธีผ่าตัดหรือไม่
- ให้ยาระงับความรู้สึก
การผ่าตัดปอดทำภายใต้การดมยาสลบ คุณจะหลับและไม่รู้สึกตัว วิสัญญีแพทย์ใส่ท่อช่วยหายใจและควบคุมการหายใจระหว่างผ่าตัด อาจใช้ท่อที่ช่วยแยกการหายใจของปอดสองข้าง เพื่อให้ปอดด้านที่ผ่าตัดแฟบชั่วคราวและมีพื้นที่ทำงาน
- จัดท่าและเปิดทางเข้าทรวงอก
โดยทั่วไปผู้ป่วยนอนตะแคง แพทย์เข้าถึงปอดผ่านแผลเล็กหลายแผลหรือแผลเปิดระหว่างซี่โครง วิธีที่ใช้ขึ้นกับแผนก่อนผ่าตัดและสิ่งที่พบจริง
- ตรวจบริเวณทรวงอก
ศัลยแพทย์สำรวจตำแหน่งก้อน เยื่อหุ้มปอด และโครงสร้างใกล้เคียง หากพบการกระจายหรือสภาพที่ต่างจากภาพตรวจก่อนหน้า อาจต้องปรับแผน เช่น ลดหรือเพิ่มขอบเขต หยุดการตัดก้อน หรือเก็บชิ้นเนื้อเพื่อวางแผนรักษาวิธีอื่น
- แยกหลอดเลือดและหลอดลมของส่วนที่จะตัด
แพทย์ควบคุมและตัดแขนงหลอดเลือด รวมทั้งหลอดลมที่ไปยังส่วนของปอดนั้น โดยรักษาโครงสร้างที่ไปเลี้ยงปอดส่วนที่เหลือไว้ (Cleveland Clinic)
- นำก้อนและเนื้อปอดออก
ชิ้นเนื้อจะถูกนำออกตามขอบเขตที่วางแผนไว้ หากเป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง มักใส่ชิ้นเนื้อในถุงก่อนนำออกผ่านแผล เพื่อป้องกันการสัมผัสกับแผลโดยตรง
- เก็บหรือตัดต่อมน้ำเหลือง
แพทย์เก็บต่อมน้ำเหลืองจากตำแหน่งต่างๆ ในทรวงอกส่งตรวจ ผลนี้ช่วยบอกระยะโรคได้แม่นยำขึ้น และอาจมีผลต่อการพิจารณายาหรือรังสีหลังผ่าตัด
- ตรวจเลือดออกและลมรั่ว
ทีมผ่าตัดตรวจจุดเลือดออกและทดสอบบริเวณรอยตัดปอดหรือรอยต่อหลอดลม หากมีลมรั่วจะซ่อมตามความเหมาะสม
- ใส่ท่อระบายทรวงอกและปิดแผล
มักใส่ท่อหนึ่งท่อหรือมากกว่าเพื่อระบายลมและของเหลวออกจากช่องอก ท่อช่วยให้ปอดส่วนที่เหลือขยายตัว แพทย์จึงปิดแผลด้วยไหม ลวดเย็บ หรือวัสดุปิดแผลตามวิธีที่ใช้
- ฟื้นตัวและเฝ้าระวัง
หลังผ่าตัด คุณจะถูกย้ายไปห้องพักฟื้นหรือหอผู้ป่วยที่เฝ้าระวังใกล้ชิด ทีมรักษาตรวจการหายใจ ความดัน ชีพจร ปริมาณเลือดหรือของเหลวจากท่อ และการควบคุมอาการปวด
ชิ้นเนื้อและต่อมน้ำเหลืองต้องผ่านการตรวจทางพยาธิวิทยา ผลสุดท้ายอาจต่างจากการประเมินก่อนผ่าตัด ผลนี้ใช้ยืนยันชนิดมะเร็ง ขนาดจริง ขอบชิ้นเนื้อ และการกระจายไปต่อมน้ำเหลือง ก่อนวางแผนการรักษาขั้นต่อไป
ใช้เวลานานแค่ไหน
การผ่าตัดมักใช้เวลาหลายชั่วโมง โดยขึ้นกับชนิดและตำแหน่งของก้อน ปริมาณปอดที่ต้องตัด วิธีผ่านกล้องหรือแผลเปิด พังผืดจากการติดเชื้อหรือการรักษาเดิม และความจำเป็นในการตัดต่อโครงสร้างสำคัญ เวลาที่ญาติรอจะนานกว่าเวลา “ลงมือผ่าตัด” เพราะรวมการเตรียม ดมยาสลบ จัดท่า และเฝ้าดูอาการในห้องพักฟื้น
การผ่าตัดใช้การดมยาสลบ ไม่ใช่การฉีดยาชาเฉพาะที่ ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับวิธีระงับปวดเพิ่มเติมบริเวณเส้นประสาทหรือช่องหลัง เพื่อช่วยให้หายใจลึก ไอ และลุกเดินได้หลังผ่าตัด
การผ่าตัดนี้มักต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ใช่หัตถการที่กลับบ้านทันที ระยะนอนโรงพยาบาลขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัด การทำงานของปอด การเอาท่อระบายออกได้เมื่อใด และมีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ รายที่ตัดเนื้อปอดน้อยและฟื้นตัวราบรื่นอาจกลับได้เร็วกว่า ส่วนผู้ที่ตัดปอดมากหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอาจต้องอยู่โรงพยาบาลนานขึ้น (Mayo Clinic Comprehensive Cancer Center Blog)
งานวิจัยจากศูนย์ศัลยกรรมทรวงอกแห่งหนึ่งพบว่าภาวะแทรกซ้อนและชนิดของการตัดปอดสัมพันธ์กับระยะนอนโรงพยาบาลอย่างชัดเจน แต่ข้อมูลดังกล่าวมาจากต่างประเทศ จึงไม่ควรใช้เป็นกำหนดวันกลับบ้านสำหรับโรงพยาบาลในไทย (Journal of Patient Experience)
พักฟื้นนานแค่ไหน
โดยทั่วไปการฟื้นหลังตัดปอดหนึ่งกลีบต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณหนึ่งเดือน และบางคนใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับมาใกล้ระดับกิจกรรมเดิม วิธีผ่านกล้องอาจฟื้นเร็วกว่าแผลเปิด แต่ระยะจริงขึ้นกับปริมาณปอดที่ตัด อายุ สุขภาพเดิม การสูบบุหรี่ ภาวะโภชนาการ และภาวะแทรกซ้อน (Cleveland Clinic)
| ช่วงเวลา | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | เป้าหมายสำคัญ |
| วันแรกๆ ในโรงพยาบาล | มีอาการเจ็บแผล มีท่อระบาย อาจต้องใช้ออกซิเจน | ควบคุมปวด หายใจลึก ไอ และเริ่มลุกเดิน |
| หลังกลับบ้านระยะแรก | เหนื่อยง่าย แผลตึง นอนหลับไม่เหมือนเดิม | เดินสั้นๆ หลายครั้ง พักให้พอ และดูแลแผลตามคำแนะนำ |
| หลายสัปดาห์แรก | กำลังค่อยๆ เพิ่ม แต่อาจยังเจ็บเมื่อไอหรือขยับ | เพิ่มกิจกรรมทีละน้อยและมาตรวจตามนัด |
| หลังจากนั้น | หลายคนกลับสู่กิจวัตรได้มากขึ้น | ประเมินการกลับไปทำงาน ขับรถ และออกกำลังเป็นรายบุคคล |
ช่วงอยู่โรงพยาบาล
ทีมรักษาจะกระตุ้นให้ลุกนั่งและเดินเมื่อสภาพร่างกายพร้อม การนอนนิ่งนานเพิ่มความเสี่ยงของปอดแฟบ ปอดอักเสบ ลิ่มเลือด และกล้ามเนื้ออ่อนแรง คุณอาจได้รับการสอนให้หายใจลึก ไออย่างมีประสิทธิภาพ และประคองแผลเวลาไอ
อาการปวดควรถูกควบคุมให้พอหายใจลึกและเคลื่อนไหวได้ เป้าหมายไม่จำเป็นต้องไม่มีอาการปวดเลย เพราะยาระงับปวดบางชนิดอาจทำให้ง่วง คลื่นไส้ ท้องผูก หรือกดการหายใจ ควรบอกทีมรักษาหากปวดจนไม่กล้าไอหรือเดิน
ท่อระบายทรวงอกจะถูกเอาออกเมื่อปริมาณของเหลวและลมรั่วอยู่ในระดับที่ทีมรักษาเห็นว่าเหมาะสม บางรายมีลมรั่วนานกว่าปกติและต้องใส่ท่อต่อ ไม่ได้แปลว่าการผ่าตัดล้มเหลว แต่ทำให้การนอนโรงพยาบาลหรือการติดตามยาวขึ้นได้
หลังกลับบ้าน
ความเหนื่อยง่ายเป็นเรื่องที่พบได้ เพราะร่างกายกำลังซ่อมแซมแผลและปรับตัวกับปริมาณปอดที่ลดลง เดินตามกำลังและเพิ่มระยะทีละน้อย หลีกเลี่ยงการฝืนจนหอบมาก เวียนศีรษะ หรือเจ็บหน้าอก
การกลับไปทำงานไม่มีระยะเดียวสำหรับทุกคน งานนั่งโต๊ะอาจกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยกของ ขับรถเป็นเวลานาน หรือใช้แรงมาก แพทย์จะกำหนดจากวิธีผ่าตัด การหายของแผล สมรรถภาพปอด และอาการขณะออกแรง
อย่าขับรถขณะยังใช้ยาที่ทำให้ง่วง หรือเมื่อยังหมุนตัว เบรกกะทันหัน และคาดเข็มขัดได้ไม่ปลอดภัย การยกของหนักและการออกกำลังส่วนบนควรรอการประเมินจากศัลยแพทย์ เพราะแผลภายนอกอาจดูปิดแล้ว แต่เนื้อเยื่อภายในยังไม่แข็งแรงเต็มที่
บางคนรู้สึกชา แสบ หรือเจ็บเป็นแนวตามชายโครงจากการระคายเคืองของเส้นประสาท อาการอาจค่อยๆ ดีขึ้น แต่บางรายเป็นนาน หากปวดรบกวนการนอนหรือการหายใจ ควรแจ้งแพทย์แทนการเพิ่มยาเอง
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดมะเร็งปอดเป็นการผ่าตัดใหญ่ ความเสี่ยงของแต่ละคนต่างกันตามปริมาณปอดที่ตัด วิธีผ่าตัด สมรรถภาพหัวใจและปอด อายุ การสูบบุหรี่ โรคร่วม และการรักษามะเร็งก่อนหน้า ศัลยแพทย์ควรอธิบายความเสี่ยงเฉพาะบุคคลก่อนขอความยินยอม
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- เลือดออก อาจเกิดระหว่างหรือหลังผ่าตัด บางรายต้องให้เลือด ทำหัตถการ หรือกลับเข้าห้องผ่าตัด
- ลมรั่วจากเนื้อปอด ลมออกจากรอยตัดเข้าสู่ช่องอก ทำให้ต้องใส่ท่อระบายนานขึ้น
- ปอดแฟบหรือปอดอักเสบ มักสัมพันธ์กับการหายใจตื้น เสมหะค้าง ความเจ็บปวด หรือการเคลื่อนไหวน้อย
- หายใจล้มเหลว อาจต้องใช้ออกซิเจนหรือเครื่องช่วยหายใจนานกว่าที่คาด
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้หลังตัดปอดหนึ่งกลีบ (Cleveland Clinic)
- ลิ่มเลือดที่ขาหรือปอด ความเสี่ยงเพิ่มจากมะเร็ง การผ่าตัดใหญ่ และการเคลื่อนไหวน้อย
- แผลติดเชื้อหรือการติดเชื้อในช่องอก
- การรั่วของรอยต่อหลอดลม พบไม่บ่อยแต่เป็นภาวะสำคัญ โดยเฉพาะหลังผ่าตัดที่มีการตัดต่อหลอดลมหรือตัดปอดมาก
- เส้นประสาทบาดเจ็บ อาจกระทบเสียง การเคลื่อนไหวของกระบังลม หรือทำให้ปวดเรื้อรัง
- ไตทำงานแย่ลง สับสน หรือปัสสาวะคั่ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคร่วม
- สมรรถภาพปอดลดลง อาจเหนื่อยง่ายกว่าก่อนผ่าตัด โดยเฉพาะหลังตัดเนื้อปอดจำนวนมาก
- ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและเสียชีวิต มีโอกาสเกิดได้ในการผ่าตัดใหญ่ แต่ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลต้องประเมินจากชนิดการผ่าตัดและสุขภาพ ไม่ควรใช้ตัวเลขจากผู้ป่วยกลุ่มอื่นแทน
งานวิจัยเกี่ยวกับการตัดปอดพบว่าภาวะแทรกซ้อนสัมพันธ์กับการนอนโรงพยาบาลนานขึ้นและโอกาสกลับเข้าโรงพยาบาล แต่ตัวเลขจากศูนย์เดียวไม่สามารถใช้ทำนายผู้ป่วยรายบุคคลหรือแทนข้อมูลการรักษาในไทยได้ (Journal of Patient Experience)
นอกจากความเสี่ยงทางกาย ผู้ป่วยอาจมีความกังวล นอนไม่หลับ หรือกลัวมะเร็งกลับมา อาการเหล่านี้ควรได้รับการดูแลเช่นเดียวกับอาการทางกาย แจ้งทีมรักษาหากความกังวลรบกวนการกิน การนอน หรือการใช้ชีวิตต่อเนื่อง
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
- หายใจลำบากขึ้นอย่างรวดเร็ว หอบขณะพัก หรือพูดไม่เป็นประโยค
- เจ็บหน้าอกรุนแรง อาการต่างจากความเจ็บแผลเดิม หรือเจ็บร่วมกับเหงื่อแตก หน้ามืด
- ไอเป็นเลือดมากขึ้นหรือมีเลือดสดต่อเนื่อง
- เป็นลม สับสน ซึมลง หรือริมฝีปากเขียว
- ใจสั่นมาก ชีพจรเร็วหรือไม่สม่ำเสมอร่วมกับหน้ามืดหรือหอบ
- ขาข้างหนึ่งบวม แดง ร้อน หรือเจ็บ โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับหายใจไม่อิ่ม
- มีไข้หรือหนาวสั่นร่วมกับไอมากขึ้น เสมหะเปลี่ยนสี หรืออาการทั่วไปแย่ลง
- แผลแดงบวมมากขึ้น มีหนอง แผลแยก หรือเลือดออกไม่หยุด
- ปวดมากขึ้นแม้ใช้ยาตามแผน จนหายใจลึก ไอ หรือเดินไม่ได้
- หากยังมีท่อระบายที่บ้าน: ท่อหลุด หัก พับ ระบบรั่ว หรือของเหลวเปลี่ยนแปลงผิดปกติตามเกณฑ์ที่ทีมรักษาแจ้ง
หากไม่แน่ใจว่าอาการรุนแรงหรือไม่ ให้ติดต่อหน่วยที่ผ่าตัดโดยบอกวันผ่าตัด ชนิดการผ่าตัด อาการที่เกิด และเวลาที่เริ่ม ไม่ควรรอถึงวันนัดเมื่ออาการกำลังแย่ลง
ทางเลือกอื่น
ทางเลือกขึ้นกับชนิด ระยะ ตำแหน่งก้อน ผลตรวจทางชีวโมเลกุล สมรรถภาพปอด และเป้าหมายการรักษา บางวิธีใช้แทนการผ่าตัด ขณะที่บางวิธีใช้ก่อนหรือหลังผ่าตัด
เฝ้าติดตามหรือวินิจฉัยเพิ่มเติม
ก้อนในปอดไม่ใช่มะเร็งทุกก้อน หากก้อนยังเล็กมาก ลักษณะไม่ชัด หรือยังไม่มีหลักฐานพอ แพทย์อาจนัดถ่ายภาพซ้ำ ตรวจเพิ่มเติม หรือเก็บชิ้นเนื้อก่อน การผ่าตัดเพื่อวินิจฉัยอาจเหมาะในบางราย แต่ไม่ควรทำเป็นคำตอบอัตโนมัติสำหรับก้อนทุกชนิด
รังสีรักษา
รังสีรักษาแบบกำหนดเป้าหมายแม่นยำอาจเป็นทางเลือกสำหรับมะเร็งระยะแรกที่ผ่าตัดไม่ได้หรือมีความเสี่ยงจากการผ่าตัดสูง รังสีไม่ได้ให้ชิ้นเนื้อทั้งก้อนและต่อมน้ำเหลืองแบบการผ่าตัด จึงต้องประเมินระยะและยืนยันการวินิจฉัยให้เหมาะสมก่อน
การจี้ทำลายก้อน
การจี้ด้วยความร้อน ความเย็น หรือพลังงานชนิดอื่นอาจใช้กับก้อนขนาดเล็กบางตำแหน่ง โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยไม่เหมาะกับการผ่าตัด วิธีนี้ไม่เหมาะกับทุกก้อน และมีความเสี่ยง เช่น ลมรั่ว เลือดออก หรือทำลายเนื้อเยื่อใกล้เคียง
ยารักษามะเร็ง
ยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า และยาภูมิคุ้มกันบำบัดอาจใช้ก่อนผ่าตัดเพื่อลดขอบเขตโรค ใช้หลังผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงของโรคที่ยังหลงเหลือในระดับเซลล์ หรือใช้เป็นการรักษาหลักเมื่อโรคไม่เหมาะกับการผ่าตัด การเลือกยาต้องอาศัยชนิดเซลล์ ระยะโรค และผลตรวจตัวบ่งชี้ของมะเร็ง
การผ่าตัดแบบสงวนเนื้อปอด
สำหรับก้อนบางชนิด แพทย์อาจพิจารณาตัดเป็นส่วนแทนการตัดทั้งกลีบ หรือใช้การตัดต่อหลอดลมเพื่อหลีกเลี่ยงการตัดปอดทั้งข้าง ทางเลือกนี้ขึ้นกับตำแหน่งก้อน ขอบเขตที่ตัดได้ และประสบการณ์ของทีมผ่าตัด ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจะใช้วิธีที่เล็กกว่าได้อย่างเหมาะสม
ก่อนตัดสินใจ ควรถามให้ชัดว่าระยะโรคคืออะไร เหตุใดจึงเลือกขอบเขตการผ่าตัดนั้น ปอดหลังผ่าตัดคาดว่าจะทำงานเท่าใด และมีทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือสงวนเนื้อปอดมากกว่าหรือไม่
สิทธิการรักษา
สิทธิครอบคลุมขึ้นกับการวินิจฉัย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และรายการรักษาที่ได้รับอนุมัติ ควรตรวจสอบก่อนนัดผ่าตัด เพราะการมีสิทธิไม่ได้หมายความว่าสามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลใดก็ได้โดยไม่ผ่านขั้นตอน
บัตรทอง
ผู้ใช้สิทธิบัตรทองควรเริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือโรงพยาบาลตามสิทธิ หากสถานพยาบาลนั้นไม่มีศักยภาพด้านศัลยกรรมทรวงอกหรือมะเร็ง จะดำเนินการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่เหมาะสม ควรถามว่าใบส่งต่อครอบคลุมการตรวจระยะ การผ่าตัด พยาธิวิทยา และการรักษาต่อเนื่องหรือไม่
ประกันสังคม
ผู้ประกันตนควรติดต่อโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ การส่งต่อไปยังศูนย์ที่ผ่าตัดได้ต้องเป็นไปตามระบบของโรงพยาบาลและหลักเกณฑ์สิทธิ สอบถามเจ้าหน้าที่สิทธิว่าต้องใช้เอกสารใด ใครเป็นผู้ออกใบส่งตัว และการติดตามหลังผ่าตัดทำที่โรงพยาบาลใด
สิทธิข้าราชการหรือสิทธิหน่วยงาน
ตรวจสอบกับโรงพยาบาลต้นสังกัดว่าต้องมีหนังสือส่งตัวหรืออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อไปรักษานอกเครือข่าย การตรวจพิเศษ อุปกรณ์บางประเภท และการรักษาต่อหลังผลชิ้นเนื้ออาจมีกระบวนการต่างกัน
ประกันสุขภาพเอกชน
ขอให้บริษัทประกันตรวจสอบความคุ้มครองก่อนนอนโรงพยาบาล ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ระยะรอคอย โรคที่เป็นมาก่อน วงเงินและข้อยกเว้น เครือข่ายโรงพยาบาล การอนุมัติล่วงหน้า และการคุ้มครองยาหรือรังสีหลังผ่าตัด
ส่งเอกสารตามที่บริษัทขอ เช่น รายงานแพทย์ ผลชิ้นเนื้อ ผลภาพถ่ายรังสี และแผนการผ่าตัด อย่าใช้คำตอบทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว ควรขอหลักฐานการอนุมัติและตรวจว่าครอบคลุมรายการใดบ้าง
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดมะเร็งปอดต้องตัดปอดทั้งข้างหรือไม่
ไม่ต้องตัดปอดทั้งข้างทุกคน เพราะหลายรายสามารถตัดเฉพาะชิ้น ส่วน หรือกลีบที่มีก้อนได้ ขอบเขตขึ้นกับตำแหน่งและขนาดก้อน การกระจายไปต่อมน้ำเหลือง และสมรรถภาพของปอดที่คาดว่าจะเหลือ
หลังผ่าตัดแล้วจะหายใจได้ตามปกติไหม
หลายคนกลับไปทำกิจวัตรได้ แต่ความสามารถในการออกแรงอาจลดลง โดยเฉพาะเมื่อถูกตัดเนื้อปอดจำนวนมาก แพทย์ใช้ผลทดสอบสมรรถภาพปอดก่อนผ่าตัดเพื่อคาดการณ์ความสามารถหลังผ่าตัดและเลือกขอบเขตที่เหมาะสม
ผ่าตัดแล้วมะเร็งจะหายแน่นอนหรือไม่
ไม่สามารถรับประกันได้ เพราะผลขึ้นกับระยะ ชนิดเซลล์ ขอบชิ้นเนื้อ ต่อมน้ำเหลือง และเซลล์มะเร็งที่อาจอยู่นอกบริเวณผ่าตัด ผลพยาธิวิทยาหลังผ่าตัดจะช่วยบอกว่าควรใช้ยา รังสี หรือการติดตามเพิ่มเติมหรือไม่
การผ่าตัดผ่านกล้องดีกว่าแผลเปิดเสมอหรือไม่
ไม่เสมอไป วิธีผ่านกล้องอาจทำให้แผลเล็กและฟื้นเร็วกว่า แต่แผลเปิดอาจเหมาะกว่าสำหรับก้อนที่ซับซ้อนหรือเกี่ยวข้องกับโครงสร้างสำคัญ เป้าหมายหลักคือเอาก้อนออกอย่างเหมาะสมและควบคุมความเสี่ยง ไม่ใช่เลือกแผลที่เล็กที่สุดเพียงอย่างเดียว
ถ้ายังสูบบุหรี่อยู่ควรทำอย่างไร
ควรหยุดสูบและแจ้งทีมรักษาตามจริง แม้หยุดได้ไม่นานก่อนผ่าตัดก็ยังเป็นข้อมูลสำคัญต่อการวางแผนยาสลบ การจัดการเสมหะ และการฟื้นตัว อย่าปกปิดเพราะกังวลว่าจะถูกตำหนิ
ต้องให้ยาเคมีบำบัดก่อนหรือหลังผ่าตัดไหม
บางคนต้องให้ยา แต่ไม่ใช่ทุกคน การตัดสินใจขึ้นกับระยะ ชนิดของมะเร็ง ต่อมน้ำเหลือง ขอบชิ้นเนื้อ และผลตรวจตัวบ่งชี้ของก้อน แผนหลังผ่าตัดมักชัดขึ้นเมื่อผลพยาธิวิทยาฉบับสมบูรณ์ออกแล้ว
ผลชิ้นเนื้อหลังผ่าตัดบอกอะไร
ผลชิ้นเนื้อบอกชนิดและขนาดจริงของมะเร็ง ขอบเขตการลุกลาม ขอบชิ้นเนื้อ และการกระจายไปต่อมน้ำเหลือง ข้อมูลเหล่านี้อาจทำให้ระยะโรคหลังผ่าตัดต่างจากระยะที่ประเมินก่อนผ่าตัดได้
ถ้าปอดไม่แข็งแรงยังผ่าตัดได้ไหม
อาจผ่าตัดได้ในบางราย แต่ต้องประเมินว่าปอดที่เหลือจะเพียงพอหรือไม่ ทางเลือกอาจเป็นการตัดเนื้อปอดให้น้อยลง รังสีรักษา การจี้ก้อน หรือยารักษามะเร็ง ขึ้นกับโรคและความเสี่ยงเฉพาะบุคคล
หลังผ่าตัดจะกลับไปทำงานได้เมื่อไร
โดยทั่วไปต้องพักหลายสัปดาห์ แต่กำหนดจริงขึ้นกับวิธีผ่าตัด ปริมาณปอดที่ตัด ภาวะแทรกซ้อน และลักษณะงาน งานเบาอาจกลับได้ก่อนงานยกของหรือใช้แรง และควรให้ศัลยแพทย์ประเมินก่อน
ทำไมต้องตัดต่อมน้ำเหลืองด้วย
การตรวจต่อมน้ำเหลืองช่วยดูว่ามะเร็งกระจายออกจากปอดหรือยัง และช่วยกำหนดระยะโรค ข้อมูลนี้มีผลต่อการเลือกยาหรือรังสีหลังผ่าตัด การตัดต่อมน้ำเหลืองจึงเป็นทั้งส่วนของการรักษาและการประเมินระยะ
หากแพทย์เปลี่ยนจากผ่าตัดผ่านกล้องเป็นแผลเปิดหมายความว่าอย่างไร
หมายความว่าสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัดทำให้แผลเปิดเหมาะสมหรือควบคุมได้ปลอดภัยกว่า เช่น พังผืด เลือดออก หรือตำแหน่งก้อนซับซ้อน การเปลี่ยนวิธีเป็นส่วนหนึ่งของแผนสำรองที่ควรอธิบายก่อนผ่าตัด
หลังผ่าตัดยังต้องติดตามต่อหรือไม่
ต้องติดตามต่อแม้ผ่าตัดก้อนออกแล้ว เพื่อประเมินการฟื้นตัว ตรวจผลพยาธิวิทยา วางแผนการรักษาเพิ่มเติม และเฝ้าระวังการกลับเป็นซ้ำหรือก้อนใหม่ ตารางติดตามขึ้นกับระยะโรคและแผนของทีมมะเร็ง
ขอความเห็นจากแพทย์อีกคนก่อนได้ไหม
ขอได้ โดยเฉพาะเมื่อยังไม่เข้าใจระยะโรค ต้องตัดปอดจำนวนมาก หรือมีทางเลือกระหว่างผ่าตัดกับรังสี ควรนำภาพตรวจ รายงานชิ้นเนื้อ ผลสมรรถภาพปอด และแผนที่ได้รับเสนอไปด้วย เพื่อให้ความเห็นครั้งที่สองอ้างอิงข้อมูลชุดเดียวกัน
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Lung Lobectomy: Surgery, Recovery & Outlook — เกี่ยวกับ Lung cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): The Effect of Major and Minor Complications After Lung Surgery on ... — เกี่ยวกับ Lung cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Stanford Health Care: What to Expect of Lung Cancer Surgery — เกี่ยวกับ Lung cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Mayo Clinic: Lung cancer surgery: Types, recovery and survivorship — เกี่ยวกับ Lung-cancer surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


