ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า (Knee replacement) คือการนำกระดูกและกระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อที่เสียหายออก แล้วครอบหรือแทนที่ด้วยข้อเข่าเทียมที่ทำจากโลหะและพลาสติก เพื่อลดอาการปวดและช่วยให้เข่าเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อข้อเข่าเสื่อมหรือเสียหายรุนแรงจนรบกวนการเดินและชีวิตประจำวัน และการรักษาโดยไม่ผ่าตัดช่วยได้ไม่เพียงพอ
ประเด็นสำคัญ
- การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกแรกสำหรับทุกคน แพทย์มักพิจารณาหลังการปรับกิจกรรม กายภาพบำบัด ยา หรือการรักษาแบบไม่ผ่าตัดอื่นๆ ไม่สามารถควบคุมอาการได้
- การผ่าตัดอาจเปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมดหรือเฉพาะส่วนที่เสียหาย ขึ้นกับตำแหน่งความเสียหาย ความมั่นคงของเอ็น รูปร่างข้อเข่า อายุ สุขภาพ และระดับกิจกรรม
- การฟื้นตัวต้องอาศัยการลุกเดินและกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง คนส่วนใหญ่ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับไปทำกิจกรรมทั่วไปได้มากขึ้น และข้อเข่าอาจฟื้นต่อเนื่องนานประมาณหนึ่งปี
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า คืออะไร
ข้อเข่าเกิดจากกระดูกต้นขา กระดูกหน้าแข้ง และกระดูกสะบ้าประกบกัน ปลายกระดูกมีผิวกระดูกอ่อนช่วยให้ข้อเคลื่อนอย่างราบรื่น เมื่อกระดูกอ่อนสึกหรือข้อได้รับความเสียหาย กระดูกอาจเสียดสีกัน ทำให้ปวด บวม ฝืด เข่าผิดรูป และเดินลำบาก
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าไม่ได้เอาข้อเข่าทั้งหมดออกตามความหมายตรงตัว ศัลยแพทย์จะตัดแต่งกระดูกและกระดูกอ่อนที่เสียบริเวณผิวข้อ จากนั้นใส่ชิ้นส่วนโลหะครอบปลายกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้ง มีชิ้นส่วนพลาสติกความหนาแน่นสูงคั่นกลางเพื่อทำหน้าที่คล้ายผิวกระดูกอ่อน บางคนอาจได้รับการแต่งหรือครอบผิวด้านหลังกระดูกสะบ้าด้วย ขึ้นกับสภาพข้อที่พบระหว่างผ่าตัด (Mayo Clinic)
การผ่าตัดแบ่งกว้างๆ ได้เป็น 2 แบบ
| รูปแบบ | ทำอะไร | มักพิจารณาเมื่อ |
| เปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด | เปลี่ยนผิวข้อในหลายส่วนของเข่า | ความเสียหายกระจายหลายส่วน ปวดมาก หรือข้อผิดรูปชัด |
| เปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน | เปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสียหาย | ความเสียหายจำกัดอยู่เพียงส่วนเดียว และเอ็นที่สำคัญยังทำงานได้ดี |
คำว่า “ทั้งหมด” หมายถึงการครอบผิวข้อที่เกี่ยวข้องหลายส่วน ไม่ได้หมายถึงการตัดกระดูกทั้งข้อออก ส่วนการเปลี่ยนเฉพาะส่วนไม่เหมาะกับทุกคน หากข้อเสื่อมกระจายหลายตำแหน่ง เอ็นไม่มั่นคง หรือข้อผิดรูปมาก แพทย์อาจแนะนำให้เปลี่ยนข้อทั้งข้อแทน
เป้าหมายหลักคือบรรเทาอาการปวด เพิ่มความสามารถในการเดิน ลุกจากเก้าอี้ และขึ้นลงบันได รวมถึงแก้ความผิดรูปบางส่วน ผลลัพธ์ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ข้อเทียมไม่ทำให้เข่ากลับเป็นข้อธรรมชาติ และบางคนยังรู้สึกตึง ชา หรือไม่สบายเข่าเมื่อทำบางท่าได้หลังพักฟื้นแล้ว
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่แพทย์อาจพิจารณาให้ผ่าตัด
การตัดสินใจไม่ได้ดูจากภาพเอกซเรย์เพียงอย่างเดียว แพทย์จะพิจารณาความรุนแรงของอาการ ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ผลจากการรักษาที่ผ่านมา และสุขภาพโดยรวมร่วมกัน ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัดมักมีลักษณะต่อไปนี้
- ปวดเข่ามากขณะเดิน ยืน ขึ้นลงบันได หรือลุกจากเก้าอี้
- ปวดขณะพักหรือปวดตอนกลางคืนจนรบกวนการนอน
- เข่าฝืด เหยียดหรืองอได้จำกัด ทำให้แต่งตัว อาบน้ำ หรือใช้ห้องน้ำลำบาก
- เข่าโก่ง เข่าผิดรูป หรือรู้สึกว่าข้อไม่มั่นคง
- ข้อเข่าเสียหายจากข้อเข่าเสื่อม ข้ออักเสบบางชนิด การบาดเจ็บ หรือโรคที่ทำลายผิวข้อ
- ได้ลองการรักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างเหมาะสมแล้ว แต่อาการยังจำกัดการใช้ชีวิต
- เข้าใจว่าต้องทำกายภาพบำบัดและร่วมมือกับแผนฟื้นฟูหลังผ่าตัด
ความปวดอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าต้องเปลี่ยนข้อเข่า อาการจากหลัง สะโพก เส้นประสาท กล้ามเนื้อ หรือหลอดเลือดอาจทำให้ปวดร้าวมาที่เข่าได้ แพทย์จึงต้องตรวจตำแหน่งที่มาของอาการก่อน
ผู้ที่อาจต้องเลื่อนผ่าตัดหรือประเมินเพิ่มเติม
บางภาวะไม่ได้ห้ามผ่าตัดถาวร แต่ควรควบคุมให้เหมาะสมก่อน เพื่อลดความเสี่ยง ได้แก่
- มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง แผลเปิด ฟัน หรือส่วนอื่นของร่างกาย
- มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด หรือระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติมาก
- การไหลเวียนเลือดที่ขาไม่ดี หรือมีแผลเรื้อรังบริเวณขา
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือโรคทางระบบประสาทที่อาจทำให้ข้อใหม่ไม่มั่นคง
- ไม่สามารถเข้าร่วมการฟื้นฟูหรือลุกเดินหลังผ่าตัดได้
- มีอาการปวดที่ไม่สัมพันธ์กับความเสียหายในข้อเข่า ซึ่งการเปลี่ยนข้ออาจไม่แก้สาเหตุ
- มีความเสี่ยงจากการดมยาสลบหรือระงับความรู้สึกสูงเกินไปในขณะนั้น
น้ำหนักตัว อายุ หรือโรคประจำตัวไม่ได้เป็นข้อห้ามแบบตายตัว ศัลยแพทย์จะชั่งประโยชน์กับความเสี่ยงเป็นรายคน รวมทั้งประเมินการเคลื่อนไหว ความแข็งแรง ความมั่นคงของเข่า และภาพเอกซเรย์ (Mayo Clinic)
หากอาการยังไม่มากและยังทำกิจวัตรได้ การรักษาโดยไม่ผ่าตัดอาจเหมาะกว่า การผ่าตัดควรเกิดจากการตัดสินใจร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจเพียงเพราะภาพเอกซเรย์แสดงข้อเสื่อมมาก
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ก่อนกำหนดวันผ่าตัด คุณจะได้รับการประเมินสุขภาพและวางแผนการฟื้นตัว การเตรียมที่ดีช่วยให้ทีมรักษาเลือกวิธีระงับความรู้สึก วางแผนการป้องกันลิ่มเลือด และเตรียมความช่วยเหลือหลังกลับบ้านได้เหมาะสม
การตรวจและข้อมูลที่แพทย์ต้องใช้
โดยทั่วไปอาจมีการตรวจร่างกาย เอกซเรย์ข้อเข่า ตรวจเลือด และตรวจอื่นๆ ตามอายุ โรคประจำตัว และนโยบายของสถานพยาบาล แพทย์จะตรวจช่วงการเคลื่อนไหว ความมั่นคง แนวขา และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วย
แจ้งทีมรักษาให้ครบถ้วนหากคุณมีเรื่องต่อไปนี้
- โรคหัวใจ ปอด ไต ตับ เบาหวาน หรือเคยมีลิ่มเลือด
- เคยแพ้ยา วัสดุ หรือสารที่ใช้ทางการแพทย์
- เคยมีปัญหาจากการดมยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก
- มีฟันอักเสบ แผล ผื่น ไข้ ไอ หรืออาการติดเชื้อก่อนวันผ่าตัด
- เคยผ่าตัดเข่า มีโลหะในกระดูก หรือมีแผลเป็นบริเวณเข่า
- สูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์นิโคติน
- มีข้อจำกัดในการเดิน หรือไม่มีผู้ช่วยดูแลเมื่อกลับบ้าน
ยาที่ใช้อยู่
นำรายชื่อยาทั้งหมดไปด้วย รวมถึงยาที่แพทย์สั่ง ยาที่ซื้อใช้เอง วิตามิน สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด เช่น
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยาแก้อักเสบบางชนิด
- ยาเบาหวานและยาฉีดควบคุมน้ำตาล
- สมุนไพรหรืออาหารเสริมบางชนิด
อย่าหยุดยาเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือดหรือยารักษาโรคหัวใจ ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาหยุด ปรับ หรือเริ่มยาใหม่ตามเหตุผลที่ใช้ยา ผลเลือด และความเสี่ยงเลือดออกของคุณ
การงดอาหารและน้ำ
สถานพยาบาลจะแจ้งว่าต้องหยุดอาหารและเครื่องดื่มเมื่อใด คำสั่งอาจต่างกันตามเวลาผ่าตัด ชนิดการระงับความรู้สึก และโรคประจำตัว ให้ทำตามคำแนะนำที่ได้รับโดยตรง หากเผลอรับประทานหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ควรแจ้งทีมรักษาตามจริงเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนระหว่างระงับความรู้สึก
เตรียมบ้านและผู้ดูแล
ช่วงแรกคุณมักต้องใช้ไม้ค้ำหรืออุปกรณ์ช่วยเดิน และต้องการความช่วยเหลือเรื่องอาหาร อาบน้ำ ซักผ้า หรือเดินทาง การเตรียมบ้านอาจรวมถึง
- เก็บสายไฟ พรมผืนเล็ก และของที่ขวางทางเดิน
- จัดของใช้ประจำวันให้อยู่ในระดับที่หยิบง่าย
- เตรียมเก้าอี้ที่มั่นคง มีพนักพิงและที่วางแขน
- จัดพื้นที่นอนและใช้ชีวิตให้อยู่ชั้นเดียว หากขึ้นบันไดยังลำบาก
- ติดราวจับหรือเตรียมเก้าอี้อาบน้ำเมื่อจำเป็น
- เตรียมผู้พากลับบ้านและผู้ช่วยในช่วงแรก
- ฝึกใช้เครื่องช่วยเดินตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด
นำเอกสารยืนยันตัวตน เอกสารสิทธิการรักษา รายชื่อยา ผลตรวจที่ได้รับมอบหมาย และอุปกรณ์ช่วยเดินตามที่โรงพยาบาลแจ้ง ไม่ควรนำของมีค่าที่ไม่จำเป็นไป
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดอาจต่างกันตามชนิดข้อเทียม ความเสียหายของข้อ เทคนิคของศัลยแพทย์ และสภาพร่างกาย แต่ขั้นตอนหลักมักเป็นดังนี้
- ตรวจยืนยันก่อนผ่าตัด
ทีมรักษาจะยืนยันชื่อ ตำแหน่งผ่าตัด ประวัติแพ้ยา ยาที่ใช้ และเอกสารยินยอม ศัลยแพทย์อาจทำเครื่องหมายที่ขาข้างที่จะผ่าตัด
- ให้ยาระงับความรู้สึก
อาจใช้การดมยาสลบให้หลับ หรือฉีดยาชาบริเวณหลังเพื่อทำให้ร่างกายท่อนล่างชา บางรายได้รับยาชาบริเวณเส้นประสาทหรือรอบข้อเพื่อช่วยลดปวดหลังผ่าตัด วิธีที่เหมาะสมขึ้นกับสุขภาพ ความเสี่ยง และแผนของวิสัญญีแพทย์ (Mayo Clinic)
- เปิดแผลบริเวณด้านหน้าหัวเข่า
ศัลยแพทย์เปิดแผลเพื่อเข้าถึงข้อ ขนาดและแนวแผลขึ้นกับเทคนิค โครงสร้างร่างกาย และประวัติการผ่าตัดเดิม
- นำกระดูกอ่อนและกระดูกที่เสียออก
ผิวกระดูกที่เสียหายบริเวณปลายกระดูกต้นขาและส่วนบนของกระดูกหน้าแข้งจะถูกตัดแต่ง โดยพยายามเก็บกระดูกที่แข็งแรงไว้
- ทดลองขนาดและแนวข้อเทียม
ศัลยแพทย์วัดขนาด วางชิ้นส่วนทดลอง ตรวจแนวขา ความตึงของเอ็น ความมั่นคง และช่วงการงอเหยียด หากเป็นการเปลี่ยนเพียงบางส่วน จะรักษาส่วนข้อและเอ็นที่ยังดีไว้ตามความเหมาะสม
- ใส่ชิ้นส่วนข้อเทียม
ชิ้นส่วนโลหะจะครอบผิวกระดูก และมีพลาสติกคั่นระหว่างชิ้นส่วนเพื่อให้ข้อเคลื่อนไหว บางกรณีใช้วัสดุยึดข้อเทียมกับกระดูก ส่วนบางกรณีใช้ชิ้นส่วนที่ออกแบบให้กระดูกยึดเกาะ
- ประเมินการเคลื่อนไหวและปิดแผล
ศัลยแพทย์ตรวจความมั่นคงและการงอเหยียดอีกครั้ง ห้ามเลือด ล้างบริเวณผ่าตัด และปิดแผล อาจมีสายระบายตามดุลยพินิจของทีมรักษา
- เฝ้าระวังในห้องพักฟื้น
ทีมรักษาจะติดตามความดัน ชีพจร การหายใจ ความรู้สึกที่ขา อาการปวด เลือดออก และผลจากยาระงับความรู้สึก เมื่ออาการคงที่จึงย้ายไปหอผู้ป่วยหรือพื้นที่พักฟื้นต่อ
หลังผ่าตัด ทีมรักษามักกระตุ้นให้ขยับข้อเท้า ลุกนั่ง และเริ่มเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยเมื่อปลอดภัย การเคลื่อนไหวเร็วช่วยฟื้นกำลังและเป็นส่วนหนึ่งของการลดความเสี่ยงลิ่มเลือด แต่ต้องทำภายใต้คำแนะนำ ไม่ควรฝืนเดินเองหากยังชา เวียนศีรษะ หรือขาไม่มีแรง
ใช้เวลานานแค่ไหน
ตัวการผ่าตัดมักใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ตามข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงสากล ระยะจริงขึ้นกับว่าเปลี่ยนข้อทั้งหมดหรือบางส่วน ความผิดรูปของเข่า การผ่าตัดเดิม และสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัด (Cleveland Clinic)
เวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัดอาจนานกว่าตัวการผ่าตัด เพราะรวมการเตรียมตัว ให้ยาระงับความรู้สึก จัดท่า และดูแลในห้องพักฟื้น จึงไม่ควรใช้เวลาผ่าตัดเพียงอย่างเดียวคาดการณ์เวลาที่ญาติจะได้พบผู้ป่วย
การระงับความรู้สึกอาจเป็นการดมยาสลบหรือการฉีดยาชาบริเวณหลัง บางคนได้รับการระงับปวดเฉพาะเส้นประสาทร่วมด้วย วิสัญญีแพทย์จะเลือกตามโรคประจำตัว ยาที่ใช้ ความเสี่ยง และความเหมาะสมของแต่ละคน
ระยะนอนโรงพยาบาลในประเทศไทยขึ้นกับแนวทางของสถานพยาบาล ความสามารถในการเดิน ความปลอดภัยที่บ้าน และภาวะแทรกซ้อน แหล่งข้อมูลสากลระบุว่าบางแห่งให้กลับบ้านในวันผ่าตัด ขณะที่บางแนวทางให้อยู่โรงพยาบาลประมาณ 1-4 วัน เมื่อเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยได้และไม่มีสัญญาณภาวะแทรกซ้อน (NHS) การปฏิบัติจริงในไทยอาจต่างออกไป ศัลยแพทย์จะประเมินจากอาการและความพร้อมก่อนให้กลับบ้าน
พักฟื้นนานแค่ไหน
การฟื้นตัวไม่จบเมื่อแผลปิด กล้ามเนื้อ การทรงตัว การงอเหยียด และความมั่นใจในการเดินจะค่อยๆ ดีขึ้นเป็นลำดับ การเปลี่ยนข้อเพียงบางส่วนมักฟื้นเร็วกว่าแบบทั้งหมด แต่ขึ้นกับสุขภาพเดิม ความแข็งแรง การควบคุมปวด และการทำกายภาพบำบัดด้วย (NHS)
| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่มักเกิดขึ้นและเป้าหมาย |
| วันแรกถึงไม่กี่วันแรก | ควบคุมปวดและบวม เริ่มลุกนั่ง ยืน และเดินด้วยอุปกรณ์ช่วย ฝึกงอเหยียดตามแผน |
| สัปดาห์แรกๆ | เดินระยะสั้นในบ้าน ทำแผลตามคำแนะนำ ทำแบบฝึกสม่ำเสมอ ยังอาจมีบวม ตึง และอ่อนล้า |
| ประมาณ 6 สัปดาห์ | หลายคนแข็งแรงขึ้นและอาจลดการใช้อุปกรณ์ช่วยเดินเมื่อเดินมั่นคง แพทย์หรือนักกายภาพต้องประเมินก่อน |
| ประมาณ 6-12 สัปดาห์ | บางคนกลับไปทำงานได้ โดยงานนั่งโต๊ะมักกลับได้เร็วกว่างานยืน เดิน หรือใช้แรง |
| ประมาณ 3-4 เดือน | หลายคนกลับไปทำกิจกรรมทั่วไปได้มากขึ้น หากกำลังกล้ามเนื้อและการทรงตัวเหมาะสม |
| หลายเดือนถึงประมาณ 1 ปี | เข่ายังลดบวม เพิ่มความแข็งแรง และปรับตัวต่อได้ ระยะเต็มขึ้นกับอายุ สุขภาพ และรูปแบบการผ่าตัด |
กรอบเวลานี้มาจากแหล่งอ้างอิงสากลและไม่ใช่กำหนดตายตัวสำหรับทุกคน Cleveland Clinic ระบุว่าการฟื้นเต็มที่อาจใช้เวลาประมาณหนึ่งปี แม้หลายคนรู้สึกแข็งแรงขึ้นราว 6 สัปดาห์และทำกิจกรรมทั่วไปได้มากขึ้นในช่วง 3-4 เดือน (Cleveland Clinic)
การเดินและกายภาพบำบัด
กายภาพบำบัดเป็นส่วนสำคัญของผลการรักษา นักกายภาพจะสอนการลุกจากเตียง ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน ขึ้นลงบันได และฝึกกล้ามเนื้อต้นขา รวมทั้งเพิ่มช่วงงอเหยียดของเข่า คุณอาจต้องทำต่อเนื่องหลายเดือน โดยปรับตามอาการและความก้าวหน้า
ไม่ควรเร่งเลิกใช้ไม้ค้ำเพียงเพราะครบจำนวนวันที่กำหนด ควรลดอุปกรณ์เมื่อเดินได้มั่นคง ไม่เซ ไม่กะเผลกมาก และทีมฟื้นฟูเห็นว่าปลอดภัย แหล่งข้อมูลของ NHS ระบุว่าบางคนอาจลองเดินโดยไม่ใช้อุปกรณ์ราว 6 สัปดาห์เมื่อพร้อม แต่ระยะจริงต่างกันได้
กลับไปทำงานเมื่อใด
โดยทั่วไปอาจกลับไปทำงานได้ในช่วงประมาณ 6-12 สัปดาห์ ตามลักษณะงานและการฟื้นตัว งานที่นั่งเป็นหลักอาจกลับได้เร็วกว่า งานที่ต้องยืน เดิน ขึ้นบันได คุกเข่า หรือยกของอาจต้องรอนานกว่า
แพทย์จะประเมินจากความมั่นคงของการเดิน การควบคุมปวด การใช้ยา และข้อกำหนดของงาน ไม่ควรกลับไปทำงานที่เสี่ยงล้มในขณะที่ยังใช้เครื่องช่วยเดินหรือยังควบคุมขาได้ไม่ดี
ขับรถเมื่อใด
การขับรถต้องอาศัยการงอเข่า การตอบสนองเร็ว และการเหยียบเบรกอย่างมั่นคง แหล่งข้อมูลสากลบางแห่งแนะนำให้รออย่างน้อยประมาณ 6 สัปดาห์หลังเปลี่ยนข้อทั้งหมด และอาจสั้นกว่านั้นเมื่อเปลี่ยนเพียงบางส่วน แต่ขึ้นกับข้างที่ผ่าตัด ชนิดรถ ยาที่ใช้ และการควบคุมขา
อย่าขับรถหากยังใช้ยาที่ทำให้ง่วง ยังขึ้นลงรถลำบาก หรือเหยียบเบรกฉุกเฉินไม่ได้ แพทย์ผู้ติดตามการรักษาควรเป็นผู้ยืนยันความพร้อมของคุณ
กิจกรรมระยะยาว
หลังฟื้นตัว มักเน้นกิจกรรมแรงกระแทกต่ำ เช่น เดิน ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน กิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูง การกระโดด การวิ่ง หรือกีฬาปะทะอาจเพิ่มภาระต่อข้อเทียม ควรถามศัลยแพทย์ว่ากิจกรรมใดเหมาะกับข้อเทียมและสภาพร่างกายของคุณ
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การเปลี่ยนข้อเข่าช่วยลดปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวได้ในคนจำนวนมาก แต่ไม่มีการผ่าตัดใดปราศจากความเสี่ยง ทีมรักษาจะประเมินและลดความเสี่ยงตามโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และความสามารถในการเคลื่อนไหว
ลิ่มเลือดที่ขาหรือปอด
หลังผ่าตัดและเคลื่อนไหวน้อย เลือดอาจจับตัวเป็นลิ่มในหลอดเลือดดำที่ขา หากลิ่มเลือดเคลื่อนไปปอด อาจเป็นอันตราย ทีมรักษาอาจใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น ให้ลุกเดินเร็ว ใช้ถุงน่องหรืออุปกรณ์บีบรัดขา และให้ยาป้องกันลิ่มเลือดตามความเสี่ยง (Mayo Clinic)
ยาป้องกันลิ่มเลือดเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกได้ จึงต้องใช้ตามชนิดและระยะเวลาที่แพทย์สั่ง ไม่ควรเพิ่ม ลด หรือหยุดเอง
การติดเชื้อ
อาจติดเชื้อที่ผิวหนัง แผล หรือเนื้อเยื่อลึกรอบข้อเทียม การติดเชื้อระดับลึกบางกรณีต้องผ่าตัดล้างข้อหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนข้อเทียม ความเสี่ยงอาจสูงขึ้นเมื่อมีแผลติดเชื้อ เบาหวานควบคุมไม่ดี ภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือมีการติดเชื้อส่วนอื่นของร่างกาย
เลือดออกหรือเลือดคั่ง
อาจมีเลือดออกระหว่างหรือหลังผ่าตัด บางคนเกิดก้อนเลือดคั่ง ทำให้บวม ตึง หรือปวดมากกว่าที่คาด ทีมรักษาจะติดตามแผล ระดับเลือด และอาการไหลเวียนที่ขา
เส้นประสาทหรือหลอดเลือดบาดเจ็บ
เส้นประสาทบริเวณข้ออาจถูกกระทบ ทำให้ชา อ่อนแรง หรือปวดแสบปวดร้อน หลอดเลือดบาดเจ็บพบได้น้อยแต่ต้องประเมินเร่งด่วน โดยเฉพาะเมื่อเท้าเย็น ซีด หรือคลำชีพจรไม่ได้
อาการชาบริเวณผิวหนังข้างแผลอาจเกิดจากเส้นประสาทผิวหนังขนาดเล็กถูกตัดระหว่างเปิดแผล บางคนยังมีบริเวณชาหลงเหลือแม้แผลหายแล้ว
ข้อฝืดและงอเหยียดได้ไม่เต็มที่
พังผืดอาจทำให้เข่าฝืด โดยเฉพาะหากเข่าแข็งมากก่อนผ่าตัด ควบคุมปวดไม่ดี หรือไม่สามารถทำกายภาพได้ การทำแบบฝึกตามแผนช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่ควรฝืนจนแผลบาดเจ็บหรือปวดรุนแรงผิดปกติ
ปวดต่อเนื่อง
บางคนยังปวดหลังผ่าตัดได้จากพังผืด การติดเชื้อ ข้อไม่มั่นคง ปัญหากระดูกสะบ้า เส้นประสาท หรือสาเหตุจากหลังและสะโพก การปวดต่อเนื่องต้องได้รับการตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรสรุปทันทีว่าข้อเทียมหลวมหรือผ่าตัดไม่สำเร็จ
ข้อเทียมหลวม สึก หรือไม่มั่นคง
ข้อเทียมอาจสึกหรือหลวมตามเวลา โดยขึ้นกับอายุ น้ำหนัก ระดับกิจกรรม แนวข้อ กระดูก และชนิดการยึดติด บางกรณีต้องผ่าตัดแก้ไขในอนาคต Mayo Clinic ระบุโดยทั่วไปว่าข้อเทียมจำนวนมากใช้งานได้อย่างน้อยประมาณ 15-20 ปี แต่ตัวเลขนี้ไม่ใช่อายุรับประกันและผลรายบุคคลอาจสั้นหรือยาวกว่านั้น (Mayo Clinic)
กระดูกหักหรือปัญหากระดูกสะบ้า
กระดูกอาจแตกระหว่างหรือหลังผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อกระดูกบางหรือเกิดการหกล้ม นอกจากนี้อาจมีปัญหาการเคลื่อนของกระดูกสะบ้า เสียงในข้อ หรือปวดด้านหน้าหัวเข่า ซึ่งต้องประเมินตามอาการ
ความเสี่ยงจากยาระงับความรู้สึกและโรคประจำตัว
อาจเกิดอาการคลื่นไส้หรือความดันผิดปกติ ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่พบได้น้อยอาจรวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดสมอง การหายใจล้มเหลว ปฏิกิริยาแพ้ยารุนแรง และการเสียชีวิต โดยความเสี่ยงแตกต่างกันตามอายุ โรคประจำตัว และชนิดการระงับความรู้สึก วิสัญญีแพทย์จะประเมินและอธิบายความเสี่ยงที่เกี่ยวกับคุณโดยเฉพาะ
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังผ่าตัดมักมีปวด บวม อุ่น และรอยช้ำได้ โดยเฉพาะช่วงแรก แต่อาการต่อไปนี้ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือไปพบแพทย์ทันที
- หายใจไม่อิ่ม เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หน้ามืด หรือหมดสติ
- น่องบวม ปวด กดเจ็บ หรือแดงมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดข้างเดียว
- มีไข้ร่วมกับแผลแดง ร้อน บวม หรือปวดเพิ่มขึ้น
- มีหนอง กลิ่นผิดปกติ หรือของเหลวไหลจากแผล
- เลือดออกจากแผลต่อเนื่องหรือผ้าปิดแผลชุ่มเร็ว
- ปวดรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจนและไม่ดีขึ้นตามแผนระงับปวด
- เท้าซีด เขียว เย็น ชามากขึ้น หรือขยับปลายเท้าไม่ได้
- เข่าบวมตึงฉับพลันหลังล้ม บิด หรือได้ยินเสียงผิดปกติ
- เดินลงน้ำหนักไม่ได้ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำได้
- สับสนมาก ง่วงผิดปกติ หรืออาเจียนต่อเนื่องจนรับประทานยาและน้ำไม่ได้
อาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หมดสติ หรือขาเย็นซีดเป็นเหตุฉุกเฉิน ไม่ควรรอถึงวันนัด หากไม่แน่ใจว่าอาการบวมเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวหรือเป็นลิ่มเลือด ให้ติดต่อทีมผ่าตัดเพื่อรับการประเมิน
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกสำหรับข้อเข่าเสื่อมทุกคน หากอาการยังควบคุมได้และข้อยังไม่เสียหายรุนแรง แพทย์อาจเสนอการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
- ปรับกิจกรรม ลดกิจกรรมที่กระแทกข้อ สลับช่วงทำงานกับการพัก และเลือกการออกกำลังกายแรงกระแทกต่ำ
- ลดน้ำหนักเมื่อเหมาะสม ช่วยลดแรงที่ข้อเข่าต้องรับ แต่ควรวางแผนให้สอดคล้องกับสุขภาพและความสามารถในการเคลื่อนไหว
- กายภาพบำบัด เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อต้นขา ปรับการทรงตัว เพิ่มการเคลื่อนไหว และสอนวิธีใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน
- ไม้เท้าหรืออุปกรณ์พยุงเข่า อาจลดภาระที่ข้อบางส่วนและช่วยให้เดินปลอดภัยขึ้น
- ยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบ เลือกตามโรคประจำตัวและความเสี่ยงของแต่ละคน ไม่ควรใช้ยาต่อเนื่องเองโดยไม่ประเมินผลข้างเคียง
- การฉีดยาเข้าข้อ อาจบรรเทาอาการชั่วคราวในบางคน แต่ไม่ได้ซ่อมกระดูกอ่อนที่สึก และต้องพิจารณาผลต่อแผนผ่าตัด
- ดูแลโรคร่วม เช่น ควบคุมระดับน้ำตาล รักษาโรคข้ออักเสบ และปรับสภาพกล้ามเนื้อก่อนตัดสินใจผ่าตัด
การรักษาเหล่านี้อาจช่วยชะลอการผ่าตัดหรือทำให้ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น แต่ไม่สามารถทำให้ผิวข้อที่สึกมากกลับเป็นปกติ หากอาการยังรุนแรงแม้รักษาอย่างเหมาะสม การเปลี่ยนข้อจึงอาจเป็นทางเลือกต่อไป
การผ่าตัดแบบอื่น
ทางเลือกขึ้นกับอายุ ตำแหน่งความเสียหาย แนวขา และความมั่นคงของเอ็น เช่น
- เปลี่ยนข้อเข่าเฉพาะส่วน หากความเสียหายจำกัดอยู่เพียงส่วนเดียว
- ผ่าตัดปรับแนวกระดูก เพื่อลดแรงกดในส่วนที่เสียหายในผู้ป่วยบางกลุ่ม
- ผ่าตัดส่องกล้องเมื่อมีปัญหาเฉพาะที่เหมาะสม แต่โดยทั่วไปไม่ใช่วิธีแก้ข้อเข่าเสื่อมกระจายรุนแรง
- ผ่าตัดเชื่อมข้อในกรณีเฉพาะที่ไม่เหมาะกับข้อเทียม ซึ่งทำให้ข้อไม่สามารถงอเหยียดได้ตามเดิม
การรอผ่าตัดก็เป็นทางเลือกได้ หากอาการยังรับได้และไม่มีเหตุเร่งด่วน แต่ควรติดตามเมื่อปวดมากขึ้น เข่าผิดรูปเพิ่ม กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือกิจวัตรลดลง เพราะสภาพก่อนผ่าตัดมีผลต่อแผนฟื้นฟูหลังผ่าตัด
สิทธิการรักษา
การเปลี่ยนข้อเข่าอาจอยู่ในความคุ้มครองของสิทธิภาครัฐหรือประกันสุขภาพ เมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ แต่เงื่อนไข สถานพยาบาลที่ใช้สิทธิได้ ขั้นตอนส่งต่อ และรายการที่ครอบคลุมอาจต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนกำหนดวันผ่าตัด
สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ผู้มีสิทธิบัตรทองควรเริ่มติดต่อหน่วยบริการประจำหรือสถานพยาบาลตามสิทธิ แพทย์จะประเมินและส่งต่อไปยังหน่วยที่มีศัลยแพทย์และความพร้อมด้านการเปลี่ยนข้อเมื่อจำเป็น
ควรถามว่า
- ต้องมีใบส่งตัวหรือไม่
- ต้องตรวจหรือทดลองรักษาอะไรให้ครบก่อนขึ้นทะเบียนผ่าตัด
- สถานพยาบาลใดรับส่งต่อตามสิทธิ
- ข้อเทียมและรายการใดอยู่ในเงื่อนไขของสิทธิ
- การกายภาพและการติดตามหลังผ่าตัดจัดที่ใด
สิทธิประกันสังคม
ผู้ประกันตนควรติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิของตนก่อน หากสถานพยาบาลไม่มีบริการ อาจมีขั้นตอนส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสม ความคุ้มครองต้องอาศัยการวินิจฉัยและข้อบ่งชี้จากแพทย์ตามระบบ
สอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิว่าเอกสารใดจำเป็น ต้องขออนุมัติล่วงหน้าหรือไม่ การส่งต่อดำเนินการโดยใคร และการฟื้นฟูหลังผ่าตัดอยู่ในแผนบริการอย่างไร
สิทธิข้าราชการและสิทธิหน่วยงานอื่น
เงื่อนไขขึ้นกับต้นสังกัด ประเภทสถานพยาบาล และข้อกำหนดการเบิก ควรให้เจ้าหน้าที่สิทธิของโรงพยาบาลตรวจสอบก่อน โดยเฉพาะเมื่อมีตัวเลือกวัสดุหรือรายการนอกเงื่อนไขมาตรฐาน
ประกันสุขภาพเอกชน
การคุ้มครองขึ้นกับกรมธรรม์ ระยะเวลารอคอย ข้อยกเว้นโรคเดิม วงเงิน และเครือข่ายสถานพยาบาล ก่อนผ่าตัดควรขอให้บริษัทตรวจสอบความคุ้มครองเป็นลายลักษณ์อักษร และถามให้ชัดว่าเอกสารใดต้องยื่นล่วงหน้า
ข้อมูลที่มักต้องใช้ ได้แก่
- รายงานการวินิจฉัยและเหตุผลที่ต้องผ่าตัด
- ผลเอกซเรย์หรือผลตรวจที่เกี่ยวข้อง
- แผนการผ่าตัดและระยะนอนโรงพยาบาลโดยประมาณ
- รายการที่ต้องขออนุมัติก่อน
- เงื่อนไขการกายภาพบำบัด อุปกรณ์ช่วยเดิน และการติดตามหลังผ่าตัด
หากสิทธิไม่ครอบคลุมทั้งหมด ควรถามสถานพยาบาลว่ารายการใดรวมอยู่ในแผนการรักษา และรายการใดอาจเกิดเพิ่มเมื่อพบความซับซ้อนระหว่างผ่าตัด โดยไม่ควรตัดสินใจเลือกข้อเทียมหรือเทคนิคจากค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเจ็บมากไหม
หลังผ่าตัดจะมีอาการปวดและตึง แต่ทีมรักษาจะวางแผนควบคุมปวดด้วยวิธีที่เหมาะกับคุณ อาการมักมากในช่วงแรกและค่อยๆ ลดลง ขณะที่เริ่มเคลื่อนไหวและทำกายภาพ หากปวดเพิ่มขึ้นกะทันหันหรือรุนแรงผิดปกติควรแจ้งแพทย์
ต้องรอให้เดินไม่ได้ก่อนจึงค่อยผ่าตัดหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องรอจนเดินไม่ได้ แต่ควรพิจารณาเมื่ออาการรบกวนชีวิตมากและการรักษาแบบไม่ผ่าตัดช่วยไม่พอ การรอนานจนกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือข้อฝืดมากอาจทำให้การฟื้นฟูยากขึ้น ส่วนการผ่าตัดเร็วเกินไปในขณะที่อาการยังควบคุมได้อาจยังไม่คุ้มกับความเสี่ยง
เปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมดกับเปลี่ยนบางส่วนต่างกันอย่างไร
แบบทั้งหมดครอบผิวข้อหลายส่วน ส่วนแบบบางส่วนเปลี่ยนเฉพาะบริเวณที่เสียหาย การเปลี่ยนบางส่วนเก็บกระดูกและเอ็นไว้ได้มากกว่าและอาจฟื้นเร็วกว่า แต่เหมาะเฉพาะเมื่อความเสียหายจำกัดและข้อยังมั่นคง
อายุเท่าไรจึงผ่าตัดได้
ไม่มีอายุเดียวที่ใช้ตัดสินทุกคน แพทย์พิจารณาความรุนแรงของอาการ สุขภาพ ความสามารถในการฟื้นฟู และอายุการใช้งานที่คาดของข้อเทียมร่วมกัน ผู้สูงอายุที่สุขภาพเหมาะสมอาจผ่าตัดได้ ขณะที่คนอายุน้อยต้องคำนึงถึงโอกาสที่ข้อเทียมจะสึกและต้องผ่าตัดแก้ในอนาคต
ข้อเข่าเทียมใช้งานได้นานแค่ไหน
แหล่งข้อมูลสากลระบุว่าข้อเทียมจำนวนมากใช้งานได้อย่างน้อยประมาณ 15-20 ปี แต่ไม่ใช่การรับประกันสำหรับทุกคน อายุใช้งานขึ้นกับน้ำหนัก ระดับกิจกรรม กระดูก แนวข้อ การยึดติด และการสึกของชิ้นส่วน (Mayo Clinic)
หลังผ่าตัดเดินได้เมื่อไร
ทีมรักษามักช่วยให้เริ่มยืนและเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยไม่นานหลังผ่าตัดเมื่ออาการปลอดภัย ระยะจริงขึ้นกับการระงับความรู้สึก กำลังกล้ามเนื้อ อาการเวียนศีรษะ การควบคุมปวด และคำสั่งลงน้ำหนักของศัลยแพทย์
ต้องใช้ไม้ค้ำนานแค่ไหน
มักใช้ในช่วงแรกและค่อยๆ ลดเมื่อเดินได้มั่นคง บางคนอาจลองเดินโดยไม่ใช้อุปกรณ์ราว 6 สัปดาห์ แต่ผู้ที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง ทรงตัวไม่ดี หรือมีโรคร่วมอาจต้องใช้นานกว่า ควรให้นักกายภาพประเมินก่อนลดอุปกรณ์ (NHS)
หลังผ่าตัดขึ้นลงบันไดได้ไหม
ขึ้นลงบันไดได้เมื่อทีมกายภาพประเมินว่าปลอดภัย โดยช่วงแรกต้องใช้ราวจับและเทคนิคก้าวทีละขั้น หากบ้านมีบันไดควรแจ้งทีมรักษาก่อนกลับบ้าน เพื่อฝึกวิธีที่เหมาะกับขาข้างที่ผ่าตัด
คุกเข่าหรือนั่งกับพื้นได้ไหม
บางคนคุกเข่าได้หลังแผลหายและข้อแข็งแรง แต่หลายคนรู้สึกตึง ชา หรือไม่สบายบริเวณแผล การนั่งยอง พับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิต้องใช้การงอเข่ามาก จึงอาจทำไม่ได้เหมือนเดิม ควรถามศัลยแพทย์ตามชนิดข้อเทียมและช่วงการเคลื่อนไหวของคุณ
หลังผ่าตัดกลับไปออกกำลังกายอะไรได้บ้าง
กิจกรรมแรงกระแทกต่ำมักเหมาะกว่า เช่น เดิน ว่ายน้ำ และปั่นจักรยานเมื่อแผลและกำลังกล้ามเนื้อพร้อม การวิ่ง กระโดด หรือกีฬาปะทะอาจเพิ่มภาระต่อข้อเทียม จึงควรขอคำแนะนำก่อนกลับไปเล่น
ถ้ายังปวดหลังเปลี่ยนข้อเข่าถือว่าผิดปกติไหม
อาการปวด บวม และตึงในช่วงฟื้นตัวพบได้ แต่ควรค่อยๆ ดีขึ้น หากปวดมากขึ้น มีไข้ แผลแดง มีของเหลวไหล ข้อไม่มั่นคง หรือกลับมาเดินไม่ได้ ต้องตรวจหาการติดเชื้อ ลิ่มเลือด พังผืด หรือปัญหาอื่น ไม่ควรรอถึงวันนัด
เปลี่ยนข้อเข่าพร้อมกันสองข้างได้ไหม
บางคนอาจผ่าตัดสองข้างพร้อมกันได้ แต่ภาระต่อร่างกาย การเสียเลือด และการฟื้นฟูมากกว่าการทำทีละข้าง ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ต้องประเมินสุขภาพ อายุ ความช่วยเหลือที่บ้าน และความสามารถในการทำกายภาพก่อนเลือกวิธี
ถ้ามีเบาหวานหรือโรคหัวใจยังผ่าตัดได้ไหม
อาจผ่าตัดได้หากโรคได้รับการประเมินและควบคุมเหมาะสม โรคเหล่านี้มีผลต่อการติดเชื้อ การหายของแผล การระงับความรู้สึก และการใช้ยา ทีมรักษาอาจขอประเมินเพิ่มเติมหรือเลื่อนผ่าตัดหากความเสี่ยงยังสูงเกินไป
ต้องทำกายภาพบำบัดนานแค่ไหน
มักต้องทำต่อเนื่องหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นกับการผ่าตัด ความแข็งแรงก่อนผ่าตัด ช่วงการงอเหยียด และเป้าหมายการใช้ชีวิต การทำแบบฝึกสม่ำเสมอสำคัญกว่าการเร่งทำหนักในคราวเดียว และควรปรับเมื่อปวดหรือบวมผิดปกติ
ควรเลือกเปลี่ยนข้อเข่าตอนนี้หรือรอต่อไป
ควรพิจารณาผ่าตัดเมื่อความปวดและข้อจำกัดมีผลต่อชีวิตอย่างชัดเจน การรักษาแบบไม่ผ่าตัดช่วยไม่พอ และคุณพร้อมทำกายภาพหลังผ่าตัด หากยังควบคุมอาการได้ การเดินและการนอนยังไม่ถูกรบกวนมาก คุณอาจติดตามอาการและรักษาแบบไม่ผ่าตัดต่อได้ โดยให้ศัลยแพทย์ประเมินจากอาการ การตรวจเข่า และภาพเอกซเรย์ร่วมกัน
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: What Happens During a Total Knee Replacement? — เกี่ยวกับ Knee replacement — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- NHS: Recovering from a knee replacement — เกี่ยวกับ Knee replacement — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Mayo Clinic: Knee replacement — เกี่ยวกับ Knee replacement — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


