เอานิ่วในไตออก
เอานิ่วในไตออก (Kidney-stone removal) คือการใช้คลื่น เครื่องมือส่องกล้อง หรือการผ่าตัดผ่านแผลเล็กเพื่อทำให้นิ่วแตกและนำออกจากไตหรือท่อไต มักพิจารณาเมื่อนิ่วไม่ออกเอง มีขนาดหรือตำแหน่งที่รักษาด้วยวิธีทั่วไปได้ยาก ทำให้ปวดหรืออุดกั้น หรือเกิดการติดเชื้อร่วมด้วย
ประเด็นสำคัญ
- ไม่ใช่นิ่วทุกก้อนต้องผ่าตัด ก้อนเล็กที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอาจเฝ้าดูอาการ ใช้ยา และรอให้นิ่วหลุดออกเองได้ แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะจะเลือกวิธีจากขนาด ตำแหน่ง ความแข็งของนิ่ว การอุดกั้น การติดเชื้อ และการทำงานของไต
- วิธีรักษามีตั้งแต่สลายนิ่วด้วยคลื่นจากภายนอกร่างกาย ส่องกล้องผ่านทางเดินปัสสาวะ และเจาะแผลเล็กบริเวณหลังเข้าสู่ไต ไปจนถึงผ่าตัดแบบเปิดซึ่งใช้ไม่บ่อย แต่ละวิธีมีการดมยาสลบ ระยะพักฟื้น และโอกาสต้องทำซ้ำต่างกัน
- หากมีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะออกน้อยมาก ปวดรุนแรงร่วมกับอาเจียน หรือสงสัยว่ามีนิ่วอุดกั้นและติดเชื้อ ต้องไปโรงพยาบาลทันที บางคนต้องระบายปัสสาวะที่คั่งก่อน แล้วจึงกำจัดนิ่วเมื่อการติดเชื้อควบคุมได้
เอานิ่วในไตออก คืออะไร
การเอานิ่วออกไม่ใช่ชื่อของวิธีเดียว แต่เป็นกลุ่มหัตถการที่มีเป้าหมายให้ทางเดินปัสสาวะโล่ง ลดการอุดกั้น และนำก้อนนิ่วหรือเศษนิ่วออกให้มากที่สุด วิธีหลักที่แพทย์อาจเสนอมีดังนี้
| วิธีรักษา | ทำอย่างไร | มักเหมาะกับกรณีใด |
| สลายนิ่วด้วยคลื่นจากภายนอก | ส่งคลื่นพลังงานผ่านผิวหนังไปทำให้นิ่วแตก แล้วรอให้เศษนิ่วออกมากับปัสสาวะ | นิ่วที่ตำแหน่งและขนาดเหมาะสม ไม่มีการอุดกั้นซับซ้อน และชนิดนิ่วตอบสนองต่อคลื่น |
| ส่องกล้องทางเดินปัสสาวะ | สอดกล้องผ่านท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ และท่อไต แล้วจับหรือทำให้นิ่วแตก | นิ่วในท่อไตหรือนิ่วในไตบางตำแหน่ง โดยไม่ต้องมีแผลที่ผิวหนัง |
| เจาะไตผ่านผิวหนัง | ทำช่องทางขนาดเล็กจากด้านหลังเข้าสู่ไต ใช้กล้องหา ทำให้นิ่วแตก และดูดหรือนำชิ้นนิ่วออก | นิ่วก้อนใหญ่ รูปร่างซับซ้อน มีหลายก้อน หรือรักษาด้วยวิธีอื่นได้ยาก |
| ผ่าตัดผ่านกล้องทางหน้าท้องหรือผ่าตัดเปิด | เปิดทางเข้าสู่ไตหรือท่อไตโดยตรงเพื่อนำนิ่วออก | กรณีซับซ้อนมาก มีความผิดปกติทางกายวิภาค หรือวิธีที่รุกล้ำน้อยกว่าไม่เหมาะสม |
การส่องกล้องทางเดินปัสสาวะใช้กล้องขนาดเล็กผ่านช่องทางธรรมชาติ จึงไม่มีแผลบริเวณหลัง แพทย์อาจใช้พลังงานทำให้นิ่วแตก แล้วนำชิ้นส่วนออกด้วยอุปกรณ์ขนาดเล็ก บางคนต้องใส่ท่อพยุงท่อไตชั่วคราวเพื่อให้น้ำปัสสาวะไหลผ่านบริเวณที่บวมได้
การเจาะไตผ่านผิวหนังเป็นการผ่าตัดแผลเล็ก แต่ยังถือเป็นการผ่าตัดสำคัญ เพราะเครื่องมือผ่านเข้าไปในเนื้อไตโดยตรง แพทย์มักพิจารณาเมื่อนิ่วใหญ่เกินกว่าจะออกเอง มีรูปร่างไม่สม่ำเสมอ หรือไม่เหมาะกับการส่องกล้องและการสลายด้วยคลื่นจากภายนอก แหล่งอ้างอิงระบุว่าก้อนขนาดประมาณ 2 เซนติเมตรขึ้นไปเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่อาจพิจารณาวิธีนี้ แต่เกณฑ์จริงขึ้นกับตำแหน่ง รูปร่าง และสภาพผู้ป่วยด้วย (Cleveland Clinic)
เป้าหมายไม่ใช่เพียงหยุดอาการปวดทันที เพราะอาการปวดอาจลดลงแม้นิ่วยังอุดกั้นอยู่ แพทย์ต้องดูภาพถ่ายทางรังสี การทำงานของไต ผลตรวจปัสสาวะ และสัญญาณติดเชื้อร่วมกัน การตัดสินใจจึงไม่ควรอาศัยอาการอย่างเดียว
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
แพทย์อาจเสนอหัตถการเมื่อนิ่วมีแนวโน้มออกเองได้ยาก หรือการรอต่อไปเสี่ยงทำให้ไตเสียหาย สถานการณ์ที่มักต้องประเมินเพื่อรักษาเชิงหัตถการ ได้แก่
- นิ่วมีขนาดใหญ่ รูปร่างซับซ้อน หรือกินพื้นที่หลายส่วนของไต
- นิ่วติดอยู่ในท่อไตและไม่เคลื่อนลงตามระยะเวลาที่แพทย์ติดตาม
- ปวดซ้ำหรือปวดมากจนควบคุมอาการไม่ได้
- นิ่วกีดขวางการไหลของปัสสาวะ ทำให้กรวยไตหรือไตบวม
- มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำซึ่งสัมพันธ์กับนิ่ว
- ไตทำงานลดลง หรือมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการทำงานของไต
- มีไตที่ใช้งานได้เพียงข้างเดียวและเกิดการอุดกั้น
- มีเลือดออกในปัสสาวะหรืออาการอื่นที่กระทบการใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่อง
- วิธีเฝ้าดูอาการหรือวิธีที่รุกล้ำน้อยกว่าไม่สำเร็จหรือไม่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม นิ่วขนาดเล็กที่ไม่มีไข้ ไม่มีการอุดกั้นรุนแรง และยังควบคุมอาการได้ อาจไม่ต้องนำออกทันที แพทย์อาจให้รอดูการหลุดของนิ่ว ใช้ยาบรรเทาอาการ และนัดตรวจภาพซ้ำ หากนิ่วยังไม่หลุดหรือเริ่มมีภาวะแทรกซ้อนจึงทบทวนทางเลือกใหม่
บางภาวะไม่ได้แปลว่าห้ามรักษาเด็ดขาด แต่ต้องแก้ไขก่อน ตัวอย่างเช่น การติดเชื้อที่ยังควบคุมไม่ได้ ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือโรคประจำตัวที่ยังไม่คงที่ ในกรณีนิ่วอุดกั้นร่วมกับการติดเชื้อ แพทย์อาจใส่ท่อระบายปัสสาวะจากไตหรือท่อพยุงท่อไตก่อน การพยายามกำจัดนิ่วทั้งหมดขณะติดเชื้อรุนแรงอาจเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือด
การตั้งครรภ์เป็นข้อห้ามของการสลายนิ่วด้วยคลื่นจากภายนอก ส่วนการส่องกล้องหรือการระบายปัสสาวะอาจพิจารณาได้เมื่อจำเป็น โดยทีมสูติแพทย์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ และวิสัญญีแพทย์ต้องร่วมประเมิน รวมถึงหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการใช้รังสีตามความเหมาะสม ภาวะอื่น เช่น โรคหัวใจหรือปอด โรคอ้วนมาก ความผิดปกติของกระดูกสันหลัง และไตทำงานลดลง อาจเป็นข้อห้ามของบางวิธีหรือทำให้ต้องปรับแผนเป็นรายบุคคล
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ก่อนกำหนดวิธีรักษา แพทย์ต้องรู้ว่านิ่วอยู่ที่ใด มีขนาดและรูปร่างอย่างไร และมีการอุดกั้นหรือไม่ การตรวจอาจประกอบด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ อัลตราซาวนด์ หรือเอกซเรย์ชนิดอื่นตามความเหมาะสม แหล่งอ้างอิงเกี่ยวกับการเจาะไตผ่านผิวหนังระบุว่าภาพถ่ายเหล่านี้ช่วยวางแผนทางเข้าสู่ไตและประเมินก้อนนิ่ว (Cleveland Clinic)
มักมีการตรวจเลือดเพื่อดูความเข้มข้นของเลือด การแข็งตัวของเลือด การทำงานของไต และความพร้อมสำหรับการระงับความรู้สึก ควรตรวจปัสสาวะเพื่อหาการติดเชื้อด้วย หากพบเชื้อ แพทย์จะวางแผนรักษาและตัดสินใจว่าควรเลื่อนหัตถการหรือระบายปัสสาวะก่อนหรือไม่
แจ้งทีมรักษาเกี่ยวกับสิ่งต่อไปนี้ให้ครบถ้วน
- ยาที่แพทย์สั่ง ยาที่ซื้อใช้เอง สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริมทุกชนิด
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ประวัติแพ้ยา แพ้สารทึบรังสี แพ้น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือแพ้วัสดุทางการแพทย์
- โรคหัวใจ โรคปอด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคไต หรือประวัติเลือดออกง่าย
- การตั้งครรภ์หรือความเป็นไปได้ที่จะตั้งครรภ์
- ประวัติเคยดมยาสลบแล้วมีปัญหา รวมถึงประวัติในครอบครัว
ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด โดยเฉพาะยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ยารักษาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิด อย่าหยุดยาเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาที่เหมาะกับยา เหตุผลที่ใช้ยา และความเสี่ยงของคุณ
โรงพยาบาลจะบอกเวลางดอาหารและเครื่องดื่มตามชนิดของการระงับความรู้สึกและเวลาผ่าตัด ปฏิบัติตามคำสั่งเฉพาะที่ได้รับ หากได้รับอนุญาตให้กินยาประจำบางชนิดในเช้าวันผ่าตัด ให้ใช้เพียงน้ำปริมาณเล็กน้อยตามที่ทีมรักษาแนะนำ
สิ่งที่ควรนำไป ได้แก่ บัตรประจำตัว เอกสารสิทธิการรักษา รายการยา ผลตรวจเดิม และข้อมูลการแพ้ยา ถ้าคาดว่าจะกลับบ้านในวันเดียวกัน ควรมีผู้ใหญ่มารับ เพราะหลังได้รับยาระงับความรู้สึกไม่ควรขับรถเอง เตรียมเสื้อผ้าที่สวมง่ายและหลีกเลี่ยงการนำของมีค่าที่ไม่จำเป็นไปโรงพยาบาล
ก่อนเซ็นยินยอม คุณควรรู้ว่าจะใช้วิธีใด มีโอกาสเปลี่ยนวิธีระหว่างทำหรือไม่ อาจต้องใส่ท่อพยุงท่อไตหรือท่อระบายจากไตหรือไม่ และมีโอกาสต้องทำซ้ำเพราะนิ่วเหลืออยู่หรือไม่ ควรถามด้วยว่าจะติดตามผลด้วยการตรวจชนิดใด และใครเป็นผู้ถอดท่อที่ใส่ไว้
ขั้นตอนการผ่าตัด
ขั้นตอนจริงต่างกันตามวิธีที่เลือก แต่โดยทั่วไปเริ่มจากยืนยันตัวผู้ป่วย ข้างที่จะรักษา ผลตรวจปัสสาวะ และภาพถ่ายล่าสุด จากนั้นวิสัญญีแพทย์ให้ยาระงับความรู้สึก ทีมผ่าตัดจัดท่า ทำความสะอาดบริเวณทำหัตถการ และใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพช่วยระบุตำแหน่งนิ่ว
การสลายนิ่วด้วยคลื่นจากภายนอก
- คุณนอนบนเตียงหรืออุปกรณ์ที่ส่งผ่านคลื่นได้
- ทีมรักษาใช้ภาพเอกซเรย์หรืออัลตราซาวนด์เล็งตำแหน่งนิ่ว
- เครื่องส่งคลื่นพลังงานจากภายนอกเข้าสู่ก้อนนิ่ว
- นิ่วแตกเป็นชิ้นเล็กลงและค่อย ๆ ออกมากับปัสสาวะหลังทำ
- หากเศษนิ่วออกไม่หมด อุดกั้น หรือก้อนแตกได้ไม่ดี อาจต้องรักษาซ้ำหรือเปลี่ยนไปใช้การส่องกล้อง
วิธีนี้ไม่มีแผลผ่าตัด แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผลต่อเนื้อเยื่อ คลื่นอาจทำให้เนื้อไตและหลอดเลือดบาดเจ็บได้ และเศษนิ่วจำนวนมากอาจอุดกั้นท่อไต งานทบทวนทางวิชาการระบุว่านิ่วบางชนิดทนต่อคลื่นมากกว่า และเศษที่เหลืออาจเป็นจุดเริ่มของนิ่วใหม่ (PMC)
การส่องกล้องผ่านทางเดินปัสสาวะ
- แพทย์สอดกล้องขนาดเล็กผ่านท่อปัสสาวะเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ
- กล้องถูกนำต่อขึ้นไปในท่อไตและอาจไปถึงโพรงภายในไต
- เมื่อเห็นนิ่ว แพทย์อาจจับออกทั้งก้อนหรือทำให้แตกก่อน
- ชิ้นนิ่วบางส่วนถูกนำออก ส่วนเศษเล็กอาจออกมากับปัสสาวะ
- อาจใส่ท่อพยุงท่อไตชั่วคราวเพื่อลดผลจากการบวมและช่วยให้ปัสสาวะไหล
- ชิ้นนิ่วที่เก็บได้อาจส่งตรวจส่วนประกอบเพื่อวางแผนป้องกันการเกิดซ้ำ
ท่อพยุงอาจทำให้ปัสสาวะบ่อย แสบปัสสาวะ ปวดหน่วงบริเวณสีข้าง หรือมีเลือดปนเล็กน้อย อาการมักดีขึ้นหลังถอดท่อ แต่ต้องทราบนัดถอดให้ชัดเจน ไม่ควรปล่อยท่อไว้นานกว่าที่ทีมรักษากำหนด
การเจาะไตผ่านผิวหนัง
- โดยมากใช้การดมยาสลบ และจัดให้นอนคว่ำหรือนอนในท่าที่เข้าถึงด้านข้างของไตได้
- แพทย์ใช้ภาพนำทางสร้างช่องทางจากผิวหนังบริเวณหลังหรือสีข้างเข้าสู่ไต
- ขยายช่องทางให้สอดปลอกและกล้องเข้าไปได้
- ใช้กล้องค้นหานิ่วภายในโพรงไต
- นำนิ่วออกทั้งก้อน หรือทำให้แตกแล้วดูดและคีบชิ้นส่วนออก
- ตรวจดูว่ามีชิ้นส่วนสำคัญเหลือหรือมีเลือดออกหรือไม่
- อาจใส่ท่อระบายจากไต ท่อพยุงท่อไต หรือทั้งสองอย่างตามสภาพหลังผ่าตัด
รายละเอียดอาจต่างกันตามตำแหน่งของนิ่ว รูปร่างของระบบกรวยไต และแนวทางของโรงพยาบาล แหล่งอ้างอิงอธิบายว่าการเจาะไตใช้แผลเล็กและปลอกเป็นทางผ่านสำหรับกล้องกับเครื่องมือ แม้เป็นการผ่าตัดแผลเล็ก แต่รุกล้ำมากกว่าวิธีส่องกล้องผ่านช่องทางธรรมชาติ (Cleveland Clinic)
การผ่าตัดแบบเปิดหรือผ่านกล้องทางหน้าท้อง
แพทย์เข้าถึงไตหรือท่อไตผ่านแผลผ่าตัด แล้วเปิดตำแหน่งที่มีนิ่วเพื่อนำก้อนออก อาจใส่ท่อระบายและท่อพยุงก่อนปิดแผล วิธีนี้มักสงวนไว้สำหรับกรณีที่ซับซ้อน มีความผิดปกติทางกายวิภาคร่วม หรือวิธีที่มีแผลน้อยกว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาขึ้นกับวิธี จำนวนและขนาดของนิ่ว ตำแหน่ง ความยากในการเข้าถึง และว่าต้องใส่ท่อระบายหรือไม่ จึงไม่ควรใช้เวลาของผู้ป่วยคนอื่นเป็นกำหนดของคุณ
การสลายนิ่วด้วยคลื่นและการส่องกล้องอาจใช้เวลาตั้งแต่ช่วงสั้นไปจนถึงหลายชั่วโมงตามความซับซ้อน ส่วนการเจาะไตผ่านผิวหนังอาจใช้ประมาณ 2–4 ชั่วโมงตามแหล่งอ้างอิงหนึ่งแห่ง แต่เวลาจริงอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ได้ (Cleveland Clinic) ตัวเลขดังกล่าวไม่รวมเวลาลงทะเบียน เตรียมดมยาสลบ และเฝ้าดูอาการในห้องพักฟื้น
ชนิดของการระงับความรู้สึกแตกต่างกัน การส่องกล้องและการเจาะไตมักใช้การดมยาสลบ ส่วนการสลายนิ่วด้วยคลื่นอาจใช้ยานอนหลับ ยาระงับปวด หรือการดมยาสลบตามอุปกรณ์ ตำแหน่งนิ่ว และแนวทางของสถานพยาบาล วิสัญญีแพทย์จะประเมินโรคประจำตัว ทางเดินหายใจ และความเสี่ยงเฉพาะบุคคลก่อนเลือกวิธี
บางหัตถการกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ขณะที่บางคนต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อดูเลือดออก การติดเชื้อ ปริมาณปัสสาวะ และการควบคุมความปวด หลังเจาะไตผ่านผิวหนัง แหล่งอ้างอิงระบุว่าผู้ป่วยจำนวนมากพักโรงพยาบาลประมาณ 1 วัน แต่การดูแลในประเทศไทยอาจต่างกัน และผู้ที่มีเลือดออก ไข้ โรคประจำตัว หรือมีท่อระบายอาจต้องอยู่ต่อ (Cleveland Clinic)
พักฟื้นนานแค่ไหน
การพักฟื้นขึ้นกับวิธีรักษา งานที่ทำ สุขภาพเดิม ภาวะแทรกซ้อน และมีท่อค้างอยู่หรือไม่ อย่ากำหนดวันกลับไปทำงานจากชื่อหัตถการเพียงอย่างเดียว ควรดูอาการและคำแนะนำหลังผ่าตัดของคุณร่วมด้วย
| ช่วงเวลา | สิ่งที่อาจพบ | สิ่งที่ควรเน้น |
| วันแรก ๆ | ปวดตึงสีข้าง แสบปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย หรือมีเลือดปนเล็กน้อย | พัก เคลื่อนไหวเบา ๆ ตามที่อนุญาต และสังเกตไข้ ปัสสาวะ และความรุนแรงของอาการ |
| ช่วงสัปดาห์แรก | อาการมักค่อย ๆ ลดลง แต่อาจยังรำคาญจากท่อพยุงหรือมีเศษนิ่วผ่าน | หลีกเลี่ยงงานหนักตามคำสั่ง มาตามนัด และอย่าดึงท่อหรือสายระบาย |
| ช่วงหลายสัปดาห์ | กำลังและความสบายขณะปัสสาวะดีขึ้นตามชนิดหัตถการ | กลับกิจกรรมทีละน้อย และตรวจติดตามว่านิ่วเหลือหรืออุดกั้นหรือไม่ |
| หลังผลวิเคราะห์นิ่ว | แพทย์ประเมินสาเหตุและโอกาสเกิดซ้ำ | ปรับการดื่มน้ำ อาหาร หรือแผนรักษาตามชนิดนิ่วและโรคประจำตัว |
หลังการสลายนิ่วด้วยคลื่น บางคนกลับทำกิจวัตรเบา ๆ ได้ภายในไม่กี่วัน หากไม่มีปวดมาก ไข้ หรือการอุดกั้น แต่เศษนิ่วอาจทยอยออกและทำให้ปวดเป็นพัก ๆ จึงต้องปฏิบัติตามแผนติดตามภาพถ่าย
หลังการส่องกล้อง หลายคนทำงานเบาได้เมื่ออาการปวดและผลของยาระงับความรู้สึกหมดลง งานที่ใช้แรง ขับรถระยะไกล หรือไม่มีห้องน้ำสะดวกอาจต้องรอนานกว่า โดยเฉพาะเมื่อยังมีท่อพยุงท่อไต
หลังการเจาะไตผ่านผิวหนัง การฟื้นตัวมักใช้เวลานานกว่าวิธีข้างต้น แหล่งอ้างอิงหนึ่งระบุช่วงพักฟื้นประมาณ 2–4 สัปดาห์ แต่ขึ้นกับขนาดช่องทาง เลือดออก ท่อระบาย สุขภาพโดยรวม และลักษณะงาน (Cleveland Clinic) ผู้ที่ทำงานยกของหรือออกแรงหน้าท้องมากอาจต้องรอให้แพทย์ตรวจแผลและอนุญาตก่อน
เลือดปนปัสสาวะเล็กน้อยอาจพบได้หลังหัตถการ โดยเฉพาะเมื่อมีท่อพยุง แหล่งอ้างอิงเรื่องการเจาะไตระบุว่าอาจพบเลือดปริมาณเล็กน้อยในช่วง 1–2 สัปดาห์ แต่เลือดสีแดงสดมากขึ้น มีลิ่มเลือด ปัสสาวะไม่ออก หน้ามืด หรือใจสั่นไม่ใช่อาการที่ควรรอดูเอง (Cleveland Clinic)
การนำก้อนออกไม่ได้ป้องกันนิ่วใหม่โดยอัตโนมัติ ควรนำชิ้นนิ่วส่งวิเคราะห์เมื่อทำได้ และประเมินปัจจัยเสี่ยงจากเลือด ปัสสาวะ อาหาร โรคประจำตัว และยาที่ใช้ การป้องกันต้องเหมาะกับชนิดนิ่ว ไม่ควรงดอาหารหลายกลุ่มหรือซื้อผลิตภัณฑ์ละลายนิ่วใช้เองโดยยังไม่ทราบส่วนประกอบของก้อน
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
ทุกวิธีมีความเสี่ยง แต่ชนิดและระดับความเสี่ยงต่างกัน แพทย์จะประเมินจากวิธีรักษา ขนาดนิ่ว การติดเชื้อ การทำงานของไต โรคประจำตัว และยาที่มีผลต่อเลือด ความเสี่ยงสำคัญได้แก่
- เลือดออก: อาจเห็นเป็นเลือดปนปัสสาวะหรือเลือดออกในเนื้อเยื่อรอบไต การเจาะผ่านเนื้อไตมีความเสี่ยงมากกว่าวิธีที่ไม่ทำแผล บางรายอาจต้องเฝ้าระวัง ให้เลือด หรือทำหัตถการหยุดเลือด
- การติดเชื้อ: เชื้ออาจอยู่ในปัสสาวะหรือภายในก้อนนิ่ว แม้ไม่มีอาการก่อนทำ การติดเชื้ออาจตั้งแต่กระเพาะปัสสาวะอักเสบจนถึงเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด
- ท่อไตอุดกั้น: เศษนิ่ว ลิ่มเลือด หรือการบวมอาจปิดกั้นการไหลของปัสสาวะ ทำให้ปวด ไตบวม หรือมีการติดเชื้อ
- นิ่วเหลือ: ก้อนอาจแตกไม่หมดหรือมีชิ้นส่วนอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงยาก จึงอาจต้องเฝ้าติดตาม ทำซ้ำ หรือใช้วิธีอื่น
- บาดเจ็บต่อทางเดินปัสสาวะ: การส่องกล้องอาจทำให้ท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ท่อไต หรือไตถลอก ทะลุ หรือตีบภายหลังได้
- บาดเจ็บต่ออวัยวะใกล้เคียง: พบได้โดยเฉพาะเมื่อสร้างช่องทางผ่านผิวหนังหรือผ่าตัด แต่ความเสี่ยงขึ้นกับตำแหน่งไตและกายวิภาคของแต่ละคน
- ปัญหาจากท่อพยุงหรือท่อระบาย: อาจปวด รั่ว อุดตัน เลื่อนหลุด หรือเกิดการติดเชื้อ และต้องกลับมาถอดหรือเปลี่ยนตามกำหนด
- ผลจากยาระงับความรู้สึก: เช่น คลื่นไส้ อาเจียน แพ้ยา ปัญหาทางเดินหายใจ หรือผลต่อหัวใจและความดัน ความเสี่ยงขึ้นกับสุขภาพเดิม
- ลิ่มเลือดจากการนอนนิ่ง: เป็นความเสี่ยงทั่วไปหลังการผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อพักบนเตียงนานหรือมีปัจจัยเสี่ยงเดิม
- การทำงานของไตลดลง: อาจเกิดจากการอุดกั้น การติดเชื้อ เลือดออก หรือการบาดเจ็บต่อไต และต้องติดตามในผู้ที่มีไตทำงานจำกัดอยู่แล้ว
การสลายนิ่วด้วยคลื่นไม่มีแผล แต่คลื่นสามารถทำให้หลอดเลือดและเนื้อไตบาดเจ็บได้ งานทบทวนยังกล่าวถึงความกังวลเรื่องผลระยะยาวบางประการ แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเกิดปัญหา แพทย์ต้องชั่งกับประโยชน์และทางเลือกอื่นเป็นรายคน (PMC)
ควรถามแพทย์ว่าความเสี่ยงใดสำคัญที่สุดสำหรับคุณ ไม่ใช่เพียงถามว่าหัตถการ “ปลอดภัยหรือไม่” คำถามที่มีประโยชน์กว่าคือ เหตุใดวิธีนี้จึงเหมาะกับนิ่วของคุณ มีโอกาสเหลือนิ่วตรงไหน และจะรับมืออย่างไรหากเกิดเลือดออก ติดเชื้อ หรือท่อไตอุดกั้น
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังกลับบ้าน ให้ใช้เอกสารจำหน่ายและหมายเลขติดต่อของโรงพยาบาลเป็นหลัก ไปห้องฉุกเฉินหรือกลับไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
| อาการ | เหตุผลที่ไม่ควรรอดูเอง |
| ไข้ หนาวสั่น สั่นมาก หรือซึมลง | อาจเป็นการติดเชื้อที่ไตหรือเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด |
| ปวดสีข้างหรือท้องรุนแรงขึ้น แม้ใช้ยาตามแผนแล้ว | อาจมีการอุดกั้น เลือดออก หรือท่อระบายมีปัญหา |
| ปัสสาวะออกน้อยมากหรือไม่ออก | อาจเกิดการอุดกั้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีไตทำงานเพียงข้างเดียว |
| เลือดสดเพิ่มขึ้น มีลิ่มเลือดมาก หน้ามืด ใจสั่น หรืออ่อนแรงผิดปกติ | อาจมีเลือดออกมากหรือเสียเลือด |
| อาเจียนต่อเนื่อง ดื่มน้ำไม่ได้ หรือมีอาการขาดน้ำ | เพิ่มความเสี่ยงต่อไตและทำให้กินยาที่จำเป็นไม่ได้ |
| หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก เป็นลม หรือขาบวมเจ็บข้างเดียว | อาจเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนจากหัวใจ ปอด หรือลิ่มเลือด |
| แผลบวมแดงมาก มีหนอง หรือมีของเหลวรั่วเพิ่มขึ้น | อาจเกิดการติดเชื้อหรือท่อระบายเคลื่อน |
| ท่อระบายหลุด หัก ไม่ไหล หรือมีปัสสาวะรั่วรอบท่อมากขึ้น | ต้องตรวจตำแหน่งและการอุดตันของท่อ |
| ผื่นลาม หน้าหรือคอบวม หรือหายใจมีเสียงผิดปกติ | อาจเป็นอาการแพ้รุนแรง |
อย่ารอถึงวันนัดหากมีไข้ร่วมกับปวดสีข้างหรือปัสสาวะน้อย เพราะนิ่วอุดกั้นร่วมกับการติดเชื้ออาจแย่ลงเร็ว ควรแจ้งทีมฉุกเฉินว่าเพิ่งทำหัตถการเกี่ยวกับนิ่ว มีท่อพยุงหรือท่อระบายอยู่หรือไม่ และทำที่ข้างใด
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบสำหรับนิ่วทุกก้อน ทางเลือกขึ้นกับอาการ โอกาสที่นิ่วจะหลุดเอง การอุดกั้น และความเสี่ยงต่อไต
เฝ้าดูอาการ
เหมาะกับนิ่วบางก้อนที่มีแนวโน้มผ่านออกเอง ไม่มีการติดเชื้อ ไม่มีการอุดกั้นที่คุกคามไต และควบคุมอาการได้ แพทย์อาจให้ยาบรรเทาปวดหรือยาที่ช่วยให้ท่อไตคลายตัวในผู้ป่วยที่เหมาะสม พร้อมนัดตรวจภาพซ้ำ การไม่มีอาการไม่ได้ยืนยันว่านิ่วหลุดแล้ว จึงไม่ควรขาดการติดตาม
ระบายปัสสาวะก่อน
หากมีการอุดกั้นร่วมกับติดเชื้อหรือไตทำงานแย่ลง เป้าหมายเร่งด่วนอาจเป็นการระบายปัสสาวะ ไม่ใช่กำจัดนิ่วทั้งหมดทันที แพทย์อาจใส่ท่อพยุงจากกระเพาะปัสสาวะขึ้นไป หรือใส่ท่อผ่านผิวหนังเข้าสู่ไต หลังควบคุมการติดเชื้อและสภาพร่างกายคงที่แล้วจึงวางแผนจัดการนิ่วต่อ
เปลี่ยนวิธีกำจัดนิ่ว
หากวิธีหนึ่งไม่เหมาะ อาจเลือกอีกวิธีหนึ่ง เช่น เปลี่ยนจากคลื่นภายนอกเป็นการส่องกล้องเมื่อก้อนแข็งหรืออยู่ในตำแหน่งที่เศษออกยาก หรือเลือกการเจาะไตเมื่อก้อนใหญ่และมีหลายส่วน บางกรณีใช้มากกว่าหนึ่งวิธีหรือแบ่งทำหลายครั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการผ่าตัดครั้งเดียว
ป้องกันนิ่วเกิดซ้ำ
การดื่มน้ำให้เหมาะสมเป็นพื้นฐาน แต่ปริมาณที่เหมาะต้องคำนึงถึงโรคหัวใจ โรคไต และคำแนะนำของแพทย์ การปรับอาหารควรอิงชนิดนิ่ว ไม่ควรงดแคลเซียมหรือโปรตีนแบบกว้าง ๆ ด้วยตนเอง เพราะอาจไม่ช่วยและอาจกระทบโภชนาการ แหล่งอ้างอิงระบุว่าคำแนะนำแตกต่างกันระหว่างนิ่วแคลเซียมออกซาเลต นิ่วแคลเซียมฟอสเฟต และนิ่วกรดยูริก (Medical News Today)
สิทธิการรักษา
สิทธิครอบคลุมหรือไม่ขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และรายการบริการของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนวันผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อมีการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือเฉพาะ
ประกันสังคม
เริ่มสอบถามโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ แพทย์จะประเมินว่าต้องรักษาเร่งด่วนหรือส่งต่อเพื่อทำหัตถการที่โรงพยาบาลอื่น ควรถามว่าใบส่งตัวครอบคลุมการตรวจภาพ การระงับความรู้สึก การใส่หรือถอดท่อ และการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่
บัตรทอง
ติดต่อหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการปฐมภูมิตามสิทธิ เพื่อรับการประเมินและส่งต่อไปยังแผนกระบบทางเดินปัสสาวะตามขั้นตอน หากเป็นภาวะฉุกเฉิน เช่น สงสัยติดเชื้อรุนแรงร่วมกับการอุดกั้น ให้ไปโรงพยาบาลใกล้ที่สุดก่อน ไม่ควรรอเอกสารจนการรักษาล่าช้า
สิทธิข้าราชการหรือสิทธิหน่วยงาน
ตรวจสอบกับโรงพยาบาลและหน่วยงานต้นสังกัดว่าหัตถการ วัสดุที่ใช้ และการส่งต่ออยู่ภายใต้เงื่อนไขใด เอกสารที่ต้องใช้และการเบิกตรงอาจต่างกันตามสถานพยาบาล
ประกันสุขภาพเอกชน
ตรวจกรมธรรม์เรื่องระยะรอคอย โรคหรืออาการที่มีมาก่อน การอนุมัติก่อนรักษา และเงื่อนไขผู้ป่วยนอกกับผู้ป่วยใน ส่งรายงานแพทย์ ผลภาพถ่าย และแผนหัตถการให้ผู้รับประกันตรวจล่วงหน้า ควรถามแยกว่าการใส่ท่อ การถอดท่อ การตรวจนิ่ว และการทำซ้ำอยู่ในความคุ้มครองเดียวกันหรือไม่
ไม่ว่าสิทธิใด ควรขอให้โรงพยาบาลยืนยันชื่อหัตถการ สถานะผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน เอกสารส่งต่อ และรายการที่ต้องอนุมัติล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อทำได้
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
นิ่วในไตทุกก้อนต้องเอาออกหรือไม่
ไม่ต้องเอาออกทุกก้อน เพราะนิ่วขนาดเล็กบางก้อนอาจหลุดเองได้หากไม่มีการติดเชื้อหรือการอุดกั้นที่เป็นอันตราย แพทย์จะดูขนาด ตำแหน่ง อาการ ภาพถ่าย และการทำงานของไตก่อนแนะนำให้รอหรือรักษา
ควรเลือกสลายนิ่วหรือส่องกล้อง
เลือกจากขนาด ตำแหน่ง ความแข็งของนิ่ว และโอกาสที่เศษนิ่วจะออกได้ ไม่ใช่เลือกจากความสะดวกเพียงอย่างเดียว คลื่นจากภายนอกไม่มีแผลแต่ก้อนอาจแตกไม่หมด ส่วนการส่องกล้องเข้าถึงนิ่วโดยตรงแต่ต้องใช้อุปกรณ์ผ่านทางเดินปัสสาวะและอาจต้องใส่ท่อพยุง
นิ่วก้อนใหญ่ต้องเจาะไตเสมอหรือไม่
ไม่เสมอไป แต่การเจาะไตมักเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับนิ่วก้อนใหญ่หรือรูปร่างซับซ้อน แพทย์ยังต้องพิจารณาตำแหน่ง จำนวนก้อน กายวิภาคของไต โรคประจำตัว และความเป็นไปได้ของวิธีอื่น
ระหว่างทำจะเจ็บหรือไม่
โดยทั่วไปคุณจะได้รับยาระงับความรู้สึกตามชนิดหัตถการ จึงไม่ควรรู้สึกถึงขั้นตอนแบบเดียวกับตอนตื่น หลังทำอาจปวดสีข้าง แสบปัสสาวะ หรือปวดหน่วงจากท่อพยุง ซึ่งทีมรักษาจะวางแผนควบคุมอาการให้
ต้องดมยาสลบหรือไม่
การส่องกล้องและการเจาะไตมักใช้การดมยาสลบ ส่วนการสลายนิ่วด้วยคลื่นอาจใช้ยาระงับปวด ยานอนหลับ หรือดมยาสลบตามกรณี วิสัญญีแพทย์จะเลือกจากวิธีรักษา สุขภาพ และแนวทางของโรงพยาบาล
ทำครั้งเดียวแล้วนิ่วจะหมดหรือไม่
อาจยังมีเศษนิ่วหรือก้อนที่เข้าถึงไม่ได้ จึงมีโอกาสต้องติดตาม ทำซ้ำ หรือใช้วิธีอื่น โดยเฉพาะเมื่อนิ่วมีหลายก้อน ขนาดใหญ่ รูปร่างซับซ้อน หรืออยู่ในตำแหน่งที่เครื่องมือเข้าได้ยาก
ท่อพยุงท่อไตจำเป็นหรือไม่
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน แต่แพทย์อาจใส่เมื่อท่อไตบวม มีเศษนิ่ว มีการบาดเจ็บ หรือกังวลเรื่องการระบายปัสสาวะ ต้องทราบว่าท่อจะถูกถอดเมื่อใดและติดต่อที่ไหนหากปวดมาก ไข้ หรือปัสสาวะไม่ออก
มีเลือดในปัสสาวะหลังทำเป็นปกติหรือไม่
เลือดปนเล็กน้อยอาจพบได้ช่วงหนึ่งหลังหัตถการ โดยเฉพาะเมื่อมีท่อพยุง แต่เลือดสดมากขึ้น มีลิ่มเลือด ปัสสาวะไม่ออก หน้ามืด หรือใจสั่น ควรกลับไปโรงพยาบาลทันที
กลับไปทำงานได้เมื่อใด
งานเบาอาจกลับได้ภายในไม่กี่วันหลังหัตถการที่รุกล้ำน้อย หากไม่มีไข้ ปวดมาก หรือผลจากยาระงับความรู้สึก ส่วนหลังเจาะไตอาจใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 2–4 สัปดาห์ตามแหล่งอ้างอิง และงานใช้แรงอาจต้องรอนานกว่า (Cleveland Clinic)
หลังเอานิ่วออกแล้วจะกลับมาเป็นอีกหรือไม่
นิ่วสามารถเกิดซ้ำได้ เพราะการนำก้อนเดิมออกไม่ได้กำจัดสาเหตุทั้งหมด การวิเคราะห์ชิ้นนิ่ว ตรวจเลือดหรือปัสสาวะ และปรับน้ำดื่มกับอาหารตามชนิดนิ่วช่วยวางแผนลดความเสี่ยงได้
ถ้าไม่ปวดแล้ว ยังต้องไปตามนัดหรือไม่
ยังต้องไปตามนัด เพราะนิ่วอาจค้างหรืออุดกั้นโดยมีอาการน้อย แพทย์อาจต้องตรวจภาพซ้ำ ดูการทำงานของไต ประเมินเศษนิ่ว และถอดท่อหรือสายระบายตามกำหนด
ถ้ามีไข้หลังผ่าตัดควรรอดูก่อนได้หรือไม่
ไม่ควรรอดูเอง โดยเฉพาะเมื่อมีหนาวสั่น ปวดสีข้าง ปัสสาวะน้อย หรือยังมีท่ออยู่ อาการเหล่านี้อาจบ่งถึงการติดเชื้อร่วมกับการอุดกั้นและควรได้รับการประเมินทันที
กินยาประจำก่อนผ่าตัดได้หรือไม่
ยาบางชนิดกินต่อได้ แต่ยาที่เพิ่มเลือดออก ยารักษาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิดอาจต้องปรับหรือหยุดชั่วคราว อย่ากำหนดเวลาเอง ให้ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์แจ้งแผนเฉพาะของคุณ
ดื่มน้ำมาก ๆ ทำให้นิ่วทุกก้อนหลุดได้หรือไม่
ไม่ใช่ เพราะนิ่วที่ใหญ่ ติดแน่น หรืออุดกั้นอาจไม่หลุดแม้ดื่มน้ำเพิ่ม และการฝืนดื่มมากขณะมีการอุดกั้นอาจทำให้ปวดมากขึ้น ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคไตยังอาจต้องจำกัดน้ำตามคำแนะนำเฉพาะด้วย
ควรถามแพทย์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ
ควรถามว่านิ่วอยู่ตรงไหน ขนาดและรูปร่างเป็นอย่างไร เหตุใดจึงแนะนำวิธีนี้ มีทางเลือกเฝ้าดูหรือวิธีที่รุกล้ำน้อยกว่าหรือไม่ อาจต้องใส่ท่อหรือทำซ้ำหรือไม่ และอาการใดต้องกลับโรงพยาบาลทันที คำตอบเหล่านี้ช่วยให้คุณตัดสินใจจากความเสี่ยงของนิ่วและประโยชน์ของหัตถการในกรณีของคุณเอง.
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Percutaneous Nephrolithotomy (PCNL): Risks & Results — เกี่ยวกับ Kidney stone removal — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Medical News Today: Kidney stone surgery: Recovery, complications, and types — เกี่ยวกับ Kidney stone removal — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): The Acute and Long-Term Adverse Effects of Shock Wave Lithotripsy — เกี่ยวกับ Kidney stone removal — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


