ผ่าตัดเอาเหล็กออก
ผ่าตัดเอาเหล็กออก (Implant or plate removal) คือการนำแผ่นโลหะ สกรู ลวด หรือวัสดุที่เคยใช้ยึดกระดูกออก หลังจากกระดูกติดดีแล้วหรือเมื่อวัสดุนั้นก่อปัญหา เช่น เจ็บ ระคายเคือง หลวม ติดเชื้อ หรือรบกวนการเคลื่อนไหว การมีเหล็กอยู่ในร่างกายไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเอาออก แพทย์จะพิจารณาจากตำแหน่งวัสดุ อาการ ภาพเอกซเรย์ ความแข็งแรงของกระดูก และความเสี่ยงจากการผ่าตัดซ้ำ
ประเด็นสำคัญ
- ไม่จำเป็นต้องเอาเหล็กออกทุกคน หากกระดูกติดดี วัสดุไม่หลวม ไม่ติดเชื้อ และไม่ทำให้เจ็บหรือขัดขวางการใช้งาน แพทย์อาจแนะนำให้เก็บไว้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการผ่าตัดอีกครั้ง
- การเอาเหล็กออกไม่รับประกันว่าอาการปวดจะหมดไป เพราะความปวดอาจมาจากข้อ เส้นเอ็น เส้นประสาท พังผืด หรือการบาดเจ็บเดิม แพทย์จึงต้องหาสาเหตุของอาการก่อนตัดสินใจ
- การพักฟื้นต่างกันมากตามตำแหน่งและความซับซ้อน แผลเล็กและวัสดุที่เอาออกง่ายอาจกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่กรณีวัสดุฝังลึก หัก ติดเชื้อ หรือจำเป็นต้องซ่อมกระดูกเพิ่มเติม อาจต้องพักรักษาและจำกัดการลงน้ำหนักนานกว่า
ผ่าตัดเอาเหล็กออก คืออะไร
การผ่าตัดนำวัสดุยึดตรึงกระดูกออก เป็นการเปิดแผลเพื่อถอดอุปกรณ์ที่ใส่ไว้ระหว่างการรักษากระดูกหัก การเชื่อมข้อ หรือการแก้ไขแนวกระดูก อุปกรณ์เหล่านี้อาจเป็นแผ่นโลหะ สกรู ลวด หมุด หรือแท่งโลหะภายในโพรงกระดูก หน้าที่เดิมของอุปกรณ์คือพยุงกระดูกให้อยู่นิ่งและอยู่ในแนวที่เหมาะสมระหว่างการสมานตัว
เมื่อกระดูกติดแข็งแรงแล้ว วัสดุจำนวนมากสามารถอยู่ในร่างกายต่อได้โดยไม่ต้องถอด การผ่าตัดเอาออกจึงไม่ใช่ขั้นตอนอัตโนมัติสำหรับผู้ใหญ่ทุกคน การผ่าตัดซ้ำมีทั้งบาดแผล ความเสี่ยงติดเชื้อ ความเสี่ยงต่อเส้นประสาทและหลอดเลือด รวมถึงโอกาสที่กระดูกจะอ่อนแอชั่วคราวบริเวณรูสกรู
เหตุผลที่แพทย์อาจพิจารณาเอาวัสดุออก ได้แก่
- วัสดุนูนหรือเสียดสีกับผิวหนัง รองเท้า หรืออุปกรณ์พยุง
- ปวดเฉพาะจุดตรงตำแหน่งแผ่นหรือสกรู และตรวจพบว่าวัสดุน่าจะเป็นสาเหตุ
- วัสดุหลวม เคลื่อน หัก หรือยื่นออกมา
- มีการติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับวัสดุ
- แผลหรือเนื้อเยื่ออ่อนเหนือวัสดุบางลง เสี่ยงต่อการเปิดทะลุ
- วัสดุขัดขวางการเคลื่อนไหวของข้อหรือระคายเส้นเอ็น
- จำเป็นต้องเปิดทางสำหรับการผ่าตัดครั้งต่อไป
- กระดูกไม่ติดหรือแนวกระดูกมีปัญหา ซึ่งอาจต้องถอดวัสดุเดิมและยึดใหม่ ไม่ใช่เพียงเอาออกอย่างเดียว
งานวิจัยจากศูนย์อุบัติเหตุในเยอรมนีรายงานว่า ความเจ็บและการทำงานติดขัดเป็นเหตุผลที่พบบ่อยในการถอดวัสดุ แต่ผู้วิจัยระบุด้วยว่าประโยชน์ในข้อบ่งชี้ที่ไม่เร่งด่วนยังพิสูจน์ได้ไม่แน่นอนสำหรับผู้ป่วยทุกคน ผลจากการศึกษานี้จึงใช้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่คำรับรองว่าการผ่าตัดจะลดอาการได้แน่นอน (PubMed Central)
ก่อนตัดสินใจ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อจะตรวจว่ากระดูกติดแล้วหรือยัง วัสดุอยู่ตรงไหน และความปวดสัมพันธ์กับวัสดุจริงหรือไม่ บางครั้งต้องใช้ภาพเอกซเรย์หลายมุม หรือการตรวจเพิ่มเติมหากสงสัยกระดูกไม่ติด การติดเชื้อ หรือวัสดุอยู่ใกล้เส้นประสาทและหลอดเลือด
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัด
การผ่าตัดมักมีเหตุผลชัดขึ้นเมื่อการเก็บวัสดุไว้มีความเสี่ยงหรือสร้างปัญหา ได้แก่
| ลักษณะที่พบ | เหตุผลที่อาจต้องเอาวัสดุออก |
| วัสดุหลวม เคลื่อน หรือหัก | อาจระคายเนื้อเยื่อ เคลื่อนต่อ หรือยึดกระดูกไม่ได้ตามเดิม |
| ติดเชื้อรอบวัสดุ | เชื้ออาจเกาะบนพื้นผิววัสดุและรักษาได้ยากหากไม่จัดการต้นเหตุ |
| วัสดุนูนจนผิวหนังบางหรือมีแผล | เสี่ยงแผลเปิดและติดเชื้อ |
| ปวดเฉพาะจุดสัมพันธ์กับวัสดุ | อาจลดการเสียดสีหรือแรงกดได้ แต่ต้องแยกสาเหตุอื่นก่อน |
| เอ็นเสียดสีกับแผ่นหรือสกรู | ป้องกันความเสียหายต่อเส้นเอ็นและลดการระคายเคือง |
| วัสดุขัดขวางการเคลื่อนไหว | อาจพิจารณาถอดเมื่อกระดูกแข็งแรงพอ |
| ต้องผ่าตัดแก้ไขกระดูกหรือข้อ | อาจต้องถอดวัสดุเดิมเพื่อใส่วัสดุใหม่หรือทำหัตถการอื่น |
การติดเชื้อ วัสดุหลวม เนื้อเยื่ออ่อนถูกคุกคาม และการยึดกระดูกล้มเหลวเป็นข้อบ่งชี้ที่ได้รับการยอมรับมากกว่าการถอดวัสดุตามความต้องการเพียงอย่างเดียว (PubMed Central) อย่างไรก็ตาม หากมีการติดเชื้อขณะที่กระดูกยังไม่ติด แพทย์ต้องชั่งระหว่างการควบคุมเชื้อกับการรักษาความมั่นคงของกระดูก บางรายต้องถอดวัสดุพร้อมทำความสะอาดแผลและยึดกระดูกใหม่
ผู้ที่อาจยังไม่เหมาะกับการผ่าตัด
แพทย์อาจแนะนำให้รอหรือไม่ผ่าตัด หากพบว่า
- กระดูกยังติดไม่สมบูรณ์และยังต้องอาศัยวัสดุพยุง
- ไม่มีอาการ และวัสดุอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ก่อปัญหา
- ความปวดน่าจะมาจากข้อเสื่อม เอ็น พังผืด เส้นประสาท หรือการบาดเจ็บเดิมมากกว่าตัววัสดุ
- วัสดุฝังลึกหรืออยู่ใกล้เส้นประสาทและหลอดเลือดมาก จนความเสี่ยงของการเอาออกสูงกว่าประโยชน์
- มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ดี เช่น การติดเชื้ออื่นที่กำลังดำเนินอยู่ หรือระดับน้ำตาลในเลือดไม่เหมาะต่อการผ่าตัด
- มีปัญหาแผลหายยากหรือการไหลเวียนเลือดไม่ดี ซึ่งต้องประเมินและลดความเสี่ยงก่อน
- คาดว่าจะลงน้ำหนักหรือปฏิบัติตามข้อจำกัดหลังผ่าตัดไม่ได้
- ผู้ป่วยคาดหวังว่าการเอาเหล็กออกจะทำให้อาการปวดทุกชนิดหาย ทั้งที่ยังระบุสาเหตุไม่ได้
อายุเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบว่าควรเอาวัสดุออกหรือไม่ เด็กที่ยังเติบโต ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีกระดูกบางมีประเด็นต่างกัน จึงต้องประเมินเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะความแข็งแรงของกระดูกและผลกระทบจากการมีรูสกรูหลังถอดวัสดุ
หากเหตุผลหลักคือความกังวลว่ามีโลหะอยู่ในร่างกาย แต่ไม่มีอาการหรือภาวะแทรกซ้อน ควรขอให้แพทย์อธิบายความเสี่ยงของทั้งสองทาง คือการเก็บวัสดุไว้และการผ่าตัดเอาออก การผ่าตัดไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบเสมอไป
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ก่อนกำหนดวันผ่าตัด ศัลยแพทย์จะทบทวนประวัติการบาดเจ็บ การผ่าตัดเดิม ชนิดวัสดุ และภาพถ่ายรังสี หากมีข้อมูลจากการผ่าตัดครั้งแรก เช่น รายงานการผ่าตัดหรือรายละเอียดวัสดุ ควรนำไปด้วย เพราะช่วยให้ทีมเตรียมเครื่องมือถอดวัสดุได้เหมาะสม แต่ถ้าไม่มี แพทย์ยังสามารถประเมินจากภาพถ่ายและตำแหน่งแผลเดิมได้
การตรวจประเมินที่อาจต้องทำ
การตรวจจะแตกต่างตามสุขภาพ อายุ ตำแหน่งผ่าตัด และวิธีระงับความรู้สึก โดยอาจประกอบด้วย
- ตรวจร่างกายและแผลเดิม
- เอกซเรย์เพื่อดูว่ากระดูกติดหรือไม่ และวัสดุอยู่ในสภาพใด
- ตรวจเลือดตามความเหมาะสม
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือภาพรังสีทรวงอกในผู้ที่มีข้อบ่งชี้
- ตรวจค่าการอักเสบหรือเก็บตัวอย่าง หากสงสัยการติดเชื้อ
- ตรวจเพิ่มเติมเพื่อวางแผนผ่าตัด หากวัสดุอยู่ลึก หัก หรืออยู่ใกล้โครงสร้างสำคัญ
หากมีแผลแดง มีหนอง มีไข้ หรือเพิ่งใช้ยาปฏิชีวนะ ควรแจ้งทีมผ่าตัด เพราะอาจต้องวางแผนเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อหรือสารคัดหลั่งระหว่างการผ่าตัด การซื้อยาปฏิชีวนะกินเองก่อนพบแพทย์อาจทำให้ผลเพาะเชื้อแปลผลยากขึ้น
อาหาร น้ำ และยา
ทีมผ่าตัดหรือวิสัญญีแพทย์จะบอกเวลางดอาหารและน้ำตามชนิดการระงับความรู้สึก อย่าใช้กฎจากการผ่าตัดครั้งก่อน เพราะแผนครั้งนี้อาจต่างกัน หากเป็นยาชาเฉพาะที่อย่างเดียว คำแนะนำเรื่องอาหารอาจไม่เหมือนการดมยาสลบ แต่ต้องยึดคำสั่งของสถานพยาบาลที่ทำผ่าตัด
แจ้งยาทุกชนิดที่ใช้ รวมถึง
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยาเบาหวานและอินซูลิน
- ยารักษาความดันหรือโรคหัวใจ
- ยาสเตียรอยด์
- สมุนไพร วิตามิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- ยาที่เคยทำให้แพ้หรือเกิดผลข้างเคียงรุนแรง
ยาบางชนิดอาจต้องหยุด ปรับ หรือเปลี่ยนแผนในช่วงผ่าตัด แต่ไม่ควรหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้ตามชนิดยา โรคประจำตัว และความเสี่ยงเลือดออกหรือเกิดลิ่มเลือด
การสูบบุหรี่และผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงแผลลดลงและสัมพันธ์กับปัญหาการสมานแผล แหล่งข้อมูลของโรงพยาบาลศัลยกรรมกระดูกแนะนำให้หยุดสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อลดความเสี่ยง (NHS) หากหยุดได้ยาก ควรแจ้งทีมรักษาตั้งแต่ก่อนผ่าตัดเพื่อวางแผนช่วยเหลือ
สิ่งที่ควรเตรียม
- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิการรักษา
- รายชื่อยาและประวัติแพ้ยา
- ภาพเอกซเรย์ รายงานผ่าตัดเดิม หรือข้อมูลวัสดุ หากมี
- เสื้อผ้าที่ใส่ง่ายและไม่รัดบริเวณผ่าตัด
- ไม้ค้ำ อุปกรณ์พยุง หรือรองเท้าหลังผ่าตัด หากทีมรักษาแจ้งให้เตรียม
- ผู้ใหญ่ที่พากลับบ้านและอยู่ช่วยในช่วงแรก หากได้รับยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก
ควรจัดบ้านล่วงหน้าหากต้องใช้ไม้ค้ำ เช่น เก็บสายไฟและพรมที่สะดุดง่าย จัดของใช้ให้อยู่ในระดับหยิบถึง และวางแผนการเดินทางไปตรวจแผล หากเป็นการผ่าตัดแขนหรือมือ ควรเตรียมเสื้อผ้าและอาหารที่จัดการด้วยมือข้างเดียวได้ง่าย
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดจริงขึ้นกับตำแหน่ง ชนิดของวัสดุ จำนวนสกรู และสภาพกระดูก แต่โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้
- ยืนยันตำแหน่งและแผนผ่าตัด
ทีมรักษาตรวจชื่อ ตำแหน่งข้างที่จะผ่าตัด ประวัติแพ้ยา และภาพเอกซเรย์ อาจทำเครื่องหมายบริเวณผ่าตัดก่อนเข้าห้องผ่าตัด
- ให้ยาระงับความรู้สึก
อาจใช้ยาชาเฉพาะที่ การบล็อกเส้นประสาท ยาระงับความรู้สึกร่วมกับยาชา หรือการดมยาสลบ วิธีที่เลือกขึ้นกับตำแหน่ง ความลึก ความซับซ้อน สุขภาพของผู้ป่วย และแนวทางของสถานพยาบาล
- ทำความสะอาดและคลุมพื้นที่ผ่าตัด
ทีมผ่าตัดจัดท่าให้เข้าถึงวัสดุได้ โดยป้องกันจุดกดทับและโครงสร้างที่อาจบาดเจ็บจากท่า
- เปิดแผลเข้าสู่วัสดุ
หากทำได้ ศัลยแพทย์มักใช้แนวแผลเดิม แต่บางครั้งต้องขยายแผลหรือเปิดทางเพิ่ม หากวัสดุเคลื่อน ฝังในกระดูก หรือแนวแผลเดิมไม่เหมาะ แหล่งข้อมูลสำหรับการถอดวัสดุบริเวณเท้าและข้อเท้าระบุว่าอาจเกิดแผลเป็นเพิ่มเติมได้เมื่อใช้แนวแผลเดิมไม่ได้ (NHS)
- แยกพังผืดและเนื้อเยื่อที่คลุมวัสดุ
หลังอยู่ในร่างกายมาระยะหนึ่ง แผ่นหรือหัวสกรูอาจถูกพังผืดหรือกระดูกคลุม ศัลยแพทย์ต้องเปิดให้เห็นหัววัสดุโดยระวังเส้นเอ็น เส้นประสาท และหลอดเลือด
- ถอดสกรู แผ่น ลวด หรือหมุด
ศัลยแพทย์ใช้เครื่องมือที่เหมาะกับรูปแบบวัสดุ หากหัวสกรูเสียรูป สกรูหัก หรือวัสดุฝังแน่น อาจต้องใช้เครื่องมือพิเศษและตัดกระดูกบางส่วนรอบวัสดุ
- ประเมินกระดูกและเนื้อเยื่อ
แพทย์ตรวจความมั่นคงของกระดูก แผลติดเชื้อ เนื้อเยื่อเสียหาย และการเสียดสีของเส้นเอ็น หากสงสัยติดเชื้อ อาจเก็บตัวอย่างหลายตำแหน่งส่งตรวจ
- ตัดสินใจว่าจะเอาออกทั้งหมดหรือบางส่วน
วัสดุบางชิ้นอาจเอาออกไม่ได้อย่างปลอดภัย เพราะหัก ฝังลึก หรืออยู่ใกล้โครงสร้างสำคัญ แหล่งข้อมูลระบุว่าในบางกรณีทำได้เพียงเอาออกบางส่วนหรือทำให้ส่วนที่เหลือเสมอกับกระดูก แพทย์จะชั่งว่าการขุดต่อเพิ่มความเสียหายมากกว่าประโยชน์หรือไม่
- ล้างแผล ห้ามเลือด และปิดแผล
หลังตรวจความเรียบร้อย แพทย์ปิดแผลและปิดด้วยวัสดุป้องกัน อาจใส่อุปกรณ์พยุง เฝือก หรือรองเท้าหลังผ่าตัดตามตำแหน่งและความแข็งแรงของกระดูก
หากพบว่ากระดูกยังไม่ติด กระดูกหักซ้ำ หรือจำเป็นต้องแก้แนวกระดูก การผ่าตัดอาจเปลี่ยนจากการถอดวัสดุอย่างเดียวเป็นการยึดกระดูกใหม่ แพทย์ควรอธิบายความเป็นไปได้นี้ก่อนผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อภาพเอกซเรย์แสดงความผิดปกติหรือวัสดุเดิมล้มเหลว
ใช้เวลานานแค่ไหน
ไม่มีระยะเวลาเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน การเอาลวดหรือสกรูที่อยู่ตื้นและเข้าถึงง่ายมักใช้เวลาน้อยกว่าการถอดแผ่นยาว แท่งโลหะในโพรงกระดูก หรือสกรูที่หักและฝังแน่น ระยะเวลายังขึ้นกับจำนวนวัสดุ ตำแหน่ง พังผืด การติดเชื้อ และความจำเป็นต้องซ่อมกระดูกเพิ่มเติม
ศัลยแพทย์มักประเมินกรอบเวลาได้หลังดูภาพเอกซเรย์และข้อมูลวัสดุ แต่ยังอาจใช้เวลานานกว่าที่คาด หากพบว่า
- กระดูกงอกคลุมแผ่นหรือหัวสกรู
- หัวสกรูเสียรูปหรือเครื่องมือจับไม่ได้
- สกรูหรือแผ่นหัก
- วัสดุเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม
- มีพังผืดมากหรืออยู่ใกล้เส้นประสาท
- ต้องทำความสะอาดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อ
- กระดูกหักระหว่างถอดและต้องยึดใหม่
การระงับความรู้สึกอาจเป็นยาชาเฉพาะที่ การบล็อกเส้นประสาท หรือการดมยาสลบ ขึ้นกับความเหมาะสม แหล่งข้อมูลการถอดวัสดุบริเวณเท้าและข้อเท้าระบุว่าสามารถทำแบบกลับบ้านวันเดียวได้ในบางราย และอาจใช้ยาชาหรือยาสลบ (NHS) แต่แนวทางของสถานพยาบาลในไทยอาจต่างกัน จึงควรถามว่าคุณต้องพักสังเกตอาการหรือค้างคืนหรือไม่
กรณีที่ผ่าตัดไม่ซับซ้อน ควบคุมอาการปวดได้ เดินหรือใช้อุปกรณ์ช่วยได้ และไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาจกลับบ้านในวันเดียว ส่วนผู้ที่ผ่าตัดกว้าง มีโรคประจำตัว ต้องให้ยาทางหลอดเลือด หรือจำเป็นต้องเฝ้าระวังแผลและการไหลเวียนเลือด อาจต้องนอนโรงพยาบาล
พักฟื้นนานแค่ไหน
ระยะพักฟื้นขึ้นกับตำแหน่งและขนาดแผล ชนิดวัสดุ ความแข็งแรงของกระดูก และว่ามีการยึดกระดูกใหม่หรือไม่ แผนของผู้ที่ถอดสกรูเล็กบริเวณมือจึงต่างจากผู้ที่ถอดแผ่นบริเวณต้นขาหรือข้อเท้าอย่างมาก
| ช่วงเวลา | สิ่งที่มักพบและสิ่งที่ต้องระวัง |
| ช่วงแรกหลังผ่าตัด | ปวด บวม ตึง หรือชารอบแผลได้ ยกอวัยวะตามคำแนะนำและใช้อุปกรณ์พยุงหากได้รับ |
| หลายวันแรก | เน้นพักและดูแลแผล ใช้แขนขาหรือเดินลงน้ำหนักตามระดับที่ศัลยแพทย์อนุญาต |
| ช่วงตรวจแผล | แพทย์ประเมินแผล การติดเชื้อ การเคลื่อนไหว และกำหนดว่าจะเพิ่มกิจกรรมได้เมื่อใด |
| ช่วงกลับไปทำงาน | งานนั่งโต๊ะอาจกลับได้เร็วกว่างานยืน เดิน ขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือยกของหนัก |
| ช่วงกลับไปออกกำลังเต็มที่ | ต้องรอให้แผลหาย กล้ามเนื้อกลับมา และกระดูกบริเวณรูสกรูแข็งแรงพอ |
สำหรับการถอดวัสดุบริเวณเท้าและข้อเท้า แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าช่วง 1-3 วันแรกมักไม่สบายที่สุด การเปลี่ยนผ้าปิดแผลและตัดไหมอาจอยู่ราว 2-3 สัปดาห์ และการหยุดงานโดยเฉลี่ยอาจอยู่ราว 3-4 สัปดาห์หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ส่วนอาการบวมอาจคงอยู่ 3-6 เดือน (NHS) ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลเฉพาะจากแนวทางของโรงพยาบาลต่างประเทศสำหรับเท้าและข้อเท้า ไม่ควรนำไปกำหนดการพักฟื้นของตำแหน่งอื่นหรือใช้แทนคำสั่งของศัลยแพทย์ในไทย
การลงน้ำหนักและการใช้งาน
อย่าตัดสินเองว่าถอดเหล็กแล้วสามารถเดินหรือลงน้ำหนักได้เต็มที่ทันที แม้กระดูกจะติดแล้ว รูที่เหลือจากสกรูอาจทำให้กระดูกบริเวณนั้นอ่อนแอลงชั่วคราว แพทย์อาจให้ลงน้ำหนักได้ตามอาการ ให้ลงบางส่วน หรือให้งดลงน้ำหนัก ขึ้นกับตำแหน่งและคุณภาพกระดูก
ในทางกลับกัน ไม่ควรงดขยับนานเกินคำแนะนำ เพราะอาจทำให้ข้อติด กล้ามเนื้อลีบ และเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือด หากได้รับแบบฝึกการขยับข้อหรือกายภาพบำบัด ควรทำตามระดับที่กำหนด ไม่เร่งเพิ่มแรงเพียงเพราะแผลภายนอกดูดีแล้ว
การกลับไปทำงานและขับรถ
การกลับไปทำงานไม่ขึ้นกับแผลอย่างเดียว แต่ขึ้นกับหน้าที่งานด้วย งานที่ต้องยกของ ปีนขึ้นลง ยืนนาน หรือเสี่ยงกระแทกตำแหน่งผ่าตัดมักต้องรอนานกว่างานเบา หากใช้ยาที่ทำให้ง่วง ยังควบคุมแขนขาไม่ได้เต็มที่ หรือยังใส่อุปกรณ์พยุง ไม่ควรขับรถ
ก่อนกลับไปขับรถ คุณต้องควบคุมรถและเบรกฉุกเฉินได้โดยไม่เจ็บหรือช้าเกินไป รวมถึงปฏิบัติตามข้อกำหนดของแพทย์และเงื่อนไขประกันภัย หากผ่าตัดแขน มือ ขา หรือข้อเท้า ควรถามศัลยแพทย์โดยตรงว่าต้องผ่านเกณฑ์ใดก่อนขับรถ
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดเอาวัสดุออกอาจดูเล็กกว่าการผ่าตัดกระดูกครั้งแรก แต่ไม่ใช่การผ่าตัดที่ปราศจากความเสี่ยง ระดับความเสี่ยงขึ้นกับตำแหน่ง วัสดุ ระยะเวลาที่ใส่ไว้ การติดเชื้อเดิม โรคประจำตัว และประสบการณ์ในการจัดการวัสดุชนิดนั้น
ความเสี่ยงที่ควรทราบ ได้แก่
แผลติดเชื้อหรือติดเชื้อลึก
อาจมีแผลแดง บวม ร้อน ปวดมากขึ้น มีหนอง หรือมีไข้ หากเป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาการติดเชื้อเดิม อาจต้องทำความสะอาดเนื้อเยื่อ เก็บตัวอย่างส่งตรวจ และรักษาต่อเนื่องตามผลตรวจ บางรายต้องผ่าตัดซ้ำ
เลือดออกหรือก้อนเลือดใต้แผล
เลือดออกเล็กน้อยอาจหยุดได้ด้วยการดูแลแผล แต่ก้อนเลือดขนาดใหญ่อาจเพิ่มความตึง ปวด หรือกดเนื้อเยื่อ การใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดต้องวางแผนเฉพาะราย ไม่ควรหยุดหรือเริ่มยาเอง
เส้นประสาทบาดเจ็บ
การเปิดผ่านแผลเดิมอาจพบพังผืดที่ดึงรั้งเส้นประสาท ทำให้เส้นประสาทแยกออกจากเนื้อเยื่อได้ยาก หลังผ่าตัดอาจชา เสียวแปลบ หรือไวต่อการสัมผัส อาการบางส่วนดีขึ้นตามเวลา แต่บางรายอาจคงอยู่ แหล่งข้อมูลการถอดวัสดุบริเวณเท้าและข้อเท้าระบุว่าความเสียหายต่อเส้นประสาทขนาดเล็กอาจทำให้ชาชั่วคราวหรือถาวรได้ (NHS)
เส้นเอ็นหรือหลอดเลือดบาดเจ็บ
วัสดุอาจอยู่ใกล้เส้นเอ็นหรือหลอดเลือด โดยเฉพาะบริเวณข้อมือ ข้อเท้า และรอบข้อ หากมีพังผืดหรือวัสดุเคลื่อน การแยกโครงสร้างอาจซับซ้อนขึ้น
กระดูกหักซ้ำ
กระดูกอาจหักระหว่างการถอดวัสดุหรือหลังผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อวัสดุฝังแน่น กระดูกบาง หรือมีรูสกรูจำนวนมาก หากเกิดระหว่างผ่าตัดอาจต้องยึดกระดูกด้วยวัสดุใหม่ แหล่งข้อมูลระบุความเป็นไปได้นี้แม้พบไม่บ่อย
เอาวัสดุออกได้ไม่หมด
สกรูที่หักหรือฝังลึกอาจต้องเหลือไว้ หากการขุดออกเสี่ยงทำลายกระดูก เส้นประสาท หรือหลอดเลือดมากกว่า การเหลือชิ้นส่วนไว้ไม่ได้หมายความว่าการผ่าตัดล้มเหลวเสมอไป แต่แพทย์ควรอธิบายว่าชิ้นส่วนนั้นอยู่ที่ใดและต้องติดตามหรือไม่
อาการปวดยังคงอยู่หรือปวดมากขึ้น
หากสาเหตุของอาการมาจากการบาดเจ็บเดิม ข้อเสื่อม เอ็น พังผืด หรือเส้นประสาท การเอาวัสดุออกอาจไม่แก้ปัญหาทั้งหมด งานสำรวจผู้ป่วยรายงานว่าหลายคนรู้สึกดีขึ้นหลังถอดวัสดุ แต่มีผู้ป่วยบางส่วนเกิดภาวะแทรกซ้อน และการศึกษาเป็นข้อมูลจากการรายงานของผู้ป่วยในศูนย์เดียว จึงไม่ควรใช้ทำนายผลของแต่ละคน
แผลเป็นหนา เจ็บ หรือยึดติด
แผลเดิมอาจหนาขึ้น ไวต่อการกด หรือยึดติดกับเนื้อเยื่อด้านล่าง หากต้องเปิดแผลเพิ่มอาจมีแผลเป็นมากกว่าเดิม
ลิ่มเลือดอุดตัน
การผ่าตัดขา การเคลื่อนไหวน้อย และปัจจัยส่วนบุคคลอาจเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ หากลิ่มเลือดเคลื่อนไปปอดอาจเป็นอันตราย แพทย์จะประเมินว่าต้องใช้มาตรการป้องกันแบบใด โดยไม่ควรซื้อยาป้องกันลิ่มเลือดใช้เอง
ภาวะแทรกซ้อนจากการระงับความรู้สึก
อาจเกิดคลื่นไส้ อาเจียน แพ้ยา ปัญหาการหายใจ หรือผลต่อหัวใจและความดัน ความเสี่ยงขึ้นกับวิธีระงับความรู้สึก สุขภาพ และประวัติแพ้ยา วิสัญญีแพทย์จะประเมินก่อนผ่าตัด
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หากปลายมือหรือเท้าซีด เขียว เย็น ชามากขึ้น ขยับไม่ได้ หรือปวดรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับบวมตึง ให้ไปห้องฉุกเฉินทันทีหรือโทร 1669 ไม่ควรรอวันนัดหรือรอให้ทีมผ่าตัดติดต่อกลับ
ส่วนอาการแผลผิดปกติที่ยังไม่รุนแรง ให้ติดต่อทีมผ่าตัดหรือโรงพยาบาลที่รักษาโดยเร็ว
| อาการ | เหตุผลที่ต้องรีบประเมิน |
| หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หรือหมดสติ | อาจเกี่ยวข้องกับลิ่มเลือดอุดตันที่ปอดหรือภาวะฉุกเฉินอื่น |
| ปลายมือหรือเท้าซีด เขียว เย็น ชามากขึ้น หรือขยับไม่ได้ | อาจมีปัญหาการไหลเวียนเลือด เส้นประสาท หรืออุปกรณ์พยุงรัดแน่น |
| ปวดรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่สัมพันธ์กับกิจกรรม | อาจมีเลือดออก การกดทับ การติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น |
| แผลมีเลือดออกมากจนชุ่มต่อเนื่อง | ต้องประเมินการห้ามเลือดและยาเดิมที่ใช้อยู่ |
| แผลแดงลาม ร้อน บวมมาก มีหนอง หรือมีกลิ่นผิดปกติ | อาจเป็นการติดเชื้อ |
| มีไข้ร่วมกับแผลปวดหรือมีหนอง | อาจเป็นการติดเชื้อที่ต้องรักษาเร็ว |
| น่องบวม เจ็บ ตึง หรือขาข้างหนึ่งบวมชัดเจน | อาจเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ |
| ล้ม กระแทก หรือได้ยินเสียงผิดปกติแล้วลงน้ำหนักไม่ได้ | อาจมีกระดูกหักหรือเนื้อเยื่อบาดเจ็บ |
หากไม่แน่ใจว่าอาการรุนแรงเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อมีหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก แขนขาเย็นซีด หรือเลือดออกไม่หยุด ไม่ควรรอถึงวันนัด
ทางเลือกอื่น
หากวัสดุติดเชื้อ หลวม เคลื่อน กำลังทะลุผิวหนัง หรือทำลายเนื้อเยื่อ การรักษาโดยไม่ผ่าตัดอาจไม่แก้ต้นเหตุ แต่หากข้อบ่งชี้ยังไม่ชัด แพทย์อาจเสนอทางเลือกดังต่อไปนี้
เฝ้าดูอาการ
เหมาะกับผู้ที่กระดูกติดดี วัสดุมั่นคง ไม่มีการติดเชื้อ และอาการไม่รบกวนมาก อาจติดตามด้วยการตรวจและเอกซเรย์เมื่อมีข้อบ่งชี้ การเก็บวัสดุไว้ช่วยหลีกเลี่ยงแผลผ่าตัดใหม่และความเสี่ยงกระดูกหักซ้ำ
ปรับกิจกรรมและลดแรงกด
หากวัสดุระคายจากรองเท้าหรือกิจกรรมบางชนิด อาจลองเปลี่ยนรองเท้า ใช้อุปกรณ์รองรับ ปรับท่าทาง หรือหลีกเลี่ยงแรงกดตรงจุด วิธีนี้ไม่ทำให้วัสดุหายไป แต่บางคนควบคุมอาการได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
กายภาพบำบัด
หากอาการเกิดจากข้อติด กล้ามเนื้ออ่อนแรง การเดินผิดแบบ หรือพังผืด กายภาพบำบัดอาจช่วยได้ การตอบสนองต่อกายภาพยังช่วยบอกได้ว่าอาการทั้งหมดไม่ได้มาจากตัววัสดุ
รักษาสาเหตุอื่นของความปวด
แพทย์อาจตรวจหาข้อเสื่อม เอ็นอักเสบ เส้นประสาทถูกกด กระดูกไม่ติด หรือกลุ่มอาการปวดเรื้อรัง หากพบสาเหตุเหล่านี้ การเอาเหล็กออกอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
เอาออกเพียงบางส่วน
หากมีเพียงสกรูหรือลวดบางชิ้นที่นูนหรือระคาย และการถอดทั้งหมดเสี่ยงเกินไป แพทย์อาจพิจารณาเอาออกเฉพาะส่วนที่เป็นปัญหา ทั้งนี้ต้องแน่ใจว่าไม่กระทบความมั่นคงของกระดูก
ผ่าตัดแก้ไขและยึดกระดูกใหม่
กรณีกระดูกไม่ติด แนวกระดูกผิด หรือวัสดุยึดตรึงล้มเหลว ทางเลือกอาจไม่ใช่การเอาเหล็กออกอย่างเดียว แต่อาจต้องถอดวัสดุเดิม เตรียมผิวกระดูก เติมกระดูกในบางราย และยึดด้วยวัสดุใหม่ แผนนี้มีการพักฟื้นและข้อจำกัดต่างจากการถอดวัสดุทั่วไปอย่างชัดเจน
สิทธิการรักษา
สิทธิครอบคลุมหรือไม่ขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ ขั้นตอนการส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรให้แพทย์ระบุในเวชระเบียนอย่างชัดเจนว่าเอาวัสดุออกเพราะเหตุใด เช่น ติดเชื้อ วัสดุหลวม เจ็บจากการระคายเคือง หรือจำเป็นต่อการผ่าตัดแก้ไข
ประกันสังคม
โดยทั่วไปต้องเข้ารับการประเมินที่สถานพยาบาลตามสิทธิ หรือดำเนินการส่งต่อตามระบบ หากเป็นภาวะฉุกเฉินให้ใช้ช่องทางฉุกเฉินตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ก่อนนัดผ่าตัดควรถามว่าเอกสารส่งตัว การตรวจภาพรังสี วัสดุหรืออุปกรณ์เพิ่มเติม และการติดตามหลังผ่าตัดดำเนินการอย่างไร
บัตรทอง
เริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่รับผิดชอบสิทธิ เพื่อให้แพทย์ประเมินและส่งต่อไปยังแผนกกระดูกและข้อตามความจำเป็น การผ่าตัดที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อาจเข้าสู่ระบบการรักษาได้ แต่สถานพยาบาลและลำดับการส่งต่อขึ้นกับเครือข่ายบริการ
สิทธิข้าราชการและสิทธิรัฐอื่น
เงื่อนไขขึ้นกับต้นสังกัด โรงพยาบาล และประเภทบริการ ควรตรวจสอบสิทธิพร้อมเอกสารที่ต้องใช้ก่อนวันผ่าตัด โดยเฉพาะกรณีต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะหรือมีการยึดกระดูกใหม่ร่วมด้วย
ประกันสุขภาพเอกชน
บริษัทประกันมักพิจารณาความจำเป็นทางการแพทย์ ประวัติการบาดเจ็บ ระยะเวลารอคอย ข้อยกเว้นโรคเดิม และว่าการผ่าตัดครั้งแรกอยู่ภายใต้ความคุ้มครองหรือไม่ ควรขอให้สถานพยาบาลส่งข้อมูลเพื่อพิจารณาล่วงหน้า และถามให้ชัดว่าแผนคุ้มครองการตรวจ ภาพรังสี วิสัญญี การนอนโรงพยาบาล และการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่
เอกสารที่มักเป็นประโยชน์ ได้แก่ ใบส่งตัว รายงานแพทย์ ภาพเอกซเรย์ รายงานการผ่าตัดเดิม และรายละเอียดเหตุผลที่ต้องถอดวัสดุ หากเป็นการถอดโดยไม่มีอาการหรือไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ การพิจารณาสิทธิอาจต่างจากกรณีติดเชื้อ วัสดุหลวม หรือเนื้อเยื่อถูกคุกคาม
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
มีเหล็กอยู่ในร่างกายต้องผ่าตัดออกทุกคนไหม
ไม่ต้องเอาออกทุกคน หากกระดูกติดดี วัสดุมั่นคง และไม่ก่ออาการ แพทย์อาจแนะนำให้เก็บไว้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการผ่าตัดซ้ำ การตัดสินใจขึ้นกับตำแหน่ง ชนิดวัสดุ อายุ สุขภาพ และแผนการรักษาในอนาคต
ผ่าตัดเอาเหล็กออกเจ็บไหม
ระหว่างผ่าตัดจะมียาระงับความรู้สึกตามแผน จึงไม่ควรรู้สึกเจ็บจากการผ่าตัด แต่หลังยาหมดฤทธิ์อาจปวด บวม หรือตึงได้ ระดับความปวดขึ้นกับขนาดแผล ตำแหน่ง และความยากในการถอดวัสดุ ทีมรักษาจะวางแผนควบคุมอาการให้เหมาะกับคุณ
เอาเหล็กออกแล้วอาการปวดจะหายไหม
อาการอาจดีขึ้นหากความปวดเกิดจากวัสดุนูน หลวม หรือเสียดสีกับเนื้อเยื่อ แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะหมดไป หากความปวดมาจากข้อเสื่อม เอ็น เส้นประสาท พังผืด หรือการบาดเจ็บเดิม อาจยังมีอาการหลังเอาวัสดุออก จึงควรให้แพทย์ช่วยระบุสาเหตุก่อนผ่าตัด
กระดูกจะอ่อนแอหลังเอาเหล็กออกหรือไม่
บริเวณรูสกรูอาจอ่อนแอลงชั่วคราว แม้กระดูกหักเดิมจะติดแล้วก็ตาม แพทย์จึงอาจจำกัดการลงน้ำหนัก การยกของ หรือกิจกรรมกระแทกจนเห็นว่ากระดูกแข็งแรงเพียงพอ ระยะเวลาขึ้นกับตำแหน่ง ขนาดสกรู คุณภาพกระดูก และขอบเขตการผ่าตัด
ถ้าสกรูหักจะเอาออกได้หมดไหม
อาจเอาออกได้ไม่หมด หากชิ้นส่วนฝังลึกหรือการขุดออกเสี่ยงต่อกระดูก เส้นประสาท หรือหลอดเลือดมากเกินไป ศัลยแพทย์อาจเหลือชิ้นส่วนที่ไม่ก่อปัญหาไว้ หรือเอาออกเฉพาะส่วนที่ระคายเคือง ควรถามก่อนผ่าตัดว่ามีโอกาสเกิดสถานการณ์นี้หรือไม่
หลังผ่าตัดเดินลงน้ำหนักได้เลยไหม
บางคนลงน้ำหนักได้ตามที่ทนไหวโดยใช้อุปกรณ์ช่วย แต่บางคนต้องลงเพียงบางส่วนหรืองดลงน้ำหนัก คำตอบขึ้นกับตำแหน่ง จำนวนรูสกรู ความแข็งแรงของกระดูก และว่ามีการซ่อมกระดูกเพิ่มเติมหรือไม่ ให้ยึดคำสั่งของศัลยแพทย์ ไม่ใช้ประสบการณ์ของผู้ป่วยคนอื่นเป็นเกณฑ์
ต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่
การผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อนบางกรณีอาจกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่ผู้ที่ผ่าตัดกว้าง มีการติดเชื้อ มีโรคประจำตัว หรือจำเป็นต้องเฝ้าระวังอาจต้องพักรักษา แพทย์จะประเมินจากแผนผ่าตัด วิธีระงับความรู้สึก และอาการหลังผ่าตัด
ใช้แผลเดิมได้หรือไม่
ศัลยแพทย์มักใช้แนวแผลเดิมหากเข้าถึงวัสดุได้อย่างปลอดภัย แต่อาจต้องขยายแผลหรือเปิดแผลเพิ่มเมื่อวัสดุเคลื่อน ฝังลึก หรือแนวเดิมไม่เหมาะ จึงควรถามถึงขนาดและตำแหน่งแผลที่คาดไว้ก่อนผ่าตัด
เมื่อไรกลับไปทำงานได้
งานเบาอาจกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยืน เดิน ยกของ หรือใช้แขนขาข้างที่ผ่าตัดมาก สำหรับเท้าและข้อเท้า แหล่งข้อมูลต่างประเทศระบุช่วงหยุดงานเฉลี่ยประมาณ 3-4 สัปดาห์เมื่อไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ไม่ใช่เกณฑ์สำหรับทุกตำแหน่ง (NHS) ศัลยแพทย์จะกำหนดตามแผลและลักษณะงานของคุณ
เอาเหล็กออกแล้วเล่นกีฬาหรือยกของหนักได้เมื่อไร
ควรรอจนแผลหาย การเคลื่อนไหวและกำลังกล้ามเนื้อกลับมา และแพทย์เห็นว่ากระดูกบริเวณรูสกรูรับแรงได้ การกลับเร็วเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงกระดูกหักหรือแผลบวม จึงควรเพิ่มกิจกรรมเป็นขั้น ไม่ใช้ความรู้สึกว่า “ไม่เจ็บแล้ว” เป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียว
ถ้าสงสัยแพ้โลหะควรเอาออกไหม
ไม่ควรสรุปจากผื่นหรือความปวดเพียงอย่างเดียว เพราะอาการเหล่านี้มีสาเหตุได้หลายอย่าง แพทย์จะตรวจตำแหน่งอาการ ความสัมพันธ์กับวัสดุ การติดเชื้อ และสาเหตุทางผิวหนัง ก่อนชั่งว่าการเอาวัสดุออกมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงหรือไม่
ผ่าตัดเอาเหล็กออกพร้อมแก้พังผืดได้ไหม
อาจทำร่วมกันได้ในบางกรณี หากพังผืดจำกัดการเคลื่อนไหวและตำแหน่งเหมาะต่อการแก้ไข แต่การเลาะพังผืดอาจเพิ่มขนาดแผลและความเสี่ยงต่อเส้นประสาทหรือเอ็น แพทย์ต้องประเมินว่าการเคลื่อนไหวติดจากพังผืดจริงหรือเกิดจากข้อและกระดูก
ถ้ากระดูกยังไม่ติดสามารถเอาเหล็กออกได้หรือไม่
โดยทั่วไปไม่ควรเอาวัสดุที่ยังจำเป็นต่อความมั่นคงออกโดยไม่มีแผนทดแทน หากมีการติดเชื้อ วัสดุหัก หรือยึดกระดูกไม่ได้ แพทย์อาจต้องถอดพร้อมทำความสะอาด ซ่อมกระดูก และยึดใหม่ การพักฟื้นจะต่างจากการเอาวัสดุออกหลังกระดูกติดแล้ว
ควรถามศัลยแพทย์เรื่องใดก่อนตัดสินใจ
ควรถามว่าวัสดุเป็นสาเหตุของอาการมากน้อยเพียงใด กระดูกติดแล้วหรือยัง ต้องเอาออกทั้งหมดหรือไม่ และหลังผ่าตัดลงน้ำหนักหรือกลับไปทำงานได้อย่างไร นอกจากนี้ควรถามถึงโอกาสที่สกรูจะหักหรือเอาออกไม่ได้ ความจำเป็นต้องยึดกระดูกใหม่ และอาการแบบใดที่ต้องกลับมาพบแพทย์ทันที
แหล่งข้อมูล
- Reith G, et al. *Metal implant removal: benefits and drawbacks – a patient survey.* BMC Surgery. 2015.
- Royal Orthopaedic Hospital. *Removal of Internal Fixation.*
ข้อมูลอ้างอิง
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Metal implant removal: benefits and drawbacks – a patient survey — เกี่ยวกับ Implant or plate removal — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- NHS: Removal of Internal Fixation - Royal Orthopaedic Hospital — เกี่ยวกับ Implant or plate removal — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


