ผ่าตัดศอกนักกอล์ฟ
ผ่าตัดศอกนักกอล์ฟ (Golfer's-elbow surgery) คือการนำเนื้อเยื่อเอ็นที่เสื่อมหรือฉีกขาดบริเวณด้านในข้อศอกออก แล้วซ่อมหรือยึดเอ็นกลับเข้ากับกระดูกตามความเสียหาย เป็นทางเลือกสำหรับอาการปวดที่ไม่ดีขึ้นหลังรักษาโดยไม่ผ่าตัดอย่างเหมาะสมมาแล้วประมาณ 6-12 เดือน หรือมีเอ็นฉีกขาดมาก ไม่ใช่การรักษาแรกสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่
ประเด็นสำคัญ
- ศอกนักกอล์ฟส่วนใหญ่มักเริ่มรักษาด้วยการลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ กายภาพบำบัด การปรับท่าทาง และการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างค่อยเป็นค่อยไป การผ่าตัดพบว่าใช้ไม่บ่อย
- แพทย์มักพิจารณาผ่าตัดเมื่ออาการรบกวนชีวิตหรือการทำงานต่อเนื่อง แม้รักษาวิธีอื่นอย่างเหมาะสมประมาณ 6-12 เดือนแล้ว หรือเมื่อพบเอ็นฉีกขาดมาก
- การฟื้นตัวไม่จบเมื่อแผลปิด เพราะเอ็นต้องใช้เวลาสมานและกลับมารับแรง การกลับไปยกของ เล่นกีฬา หรือทำงานซ้ำๆ ต้องเพิ่มทีละขั้นตามชนิดการผ่าตัดและผลตรวจของศัลยแพทย์
ผ่าตัดศอกนักกอล์ฟ คืออะไร
ศอกนักกอล์ฟมีชื่อทางการแพทย์ว่า “เอ็นข้อศอกด้านในอักเสบ” แต่ในหลายรายที่เป็นเรื้อรัง ปัญหาไม่ได้มีเพียงการอักเสบ เอ็นที่เชื่อมกล้ามเนื้อด้านในปลายแขนกับปุ่มกระดูกข้อศอกอาจเกิดการเสื่อมและมีรอยฉีกขาดขนาดเล็กจากการใช้งานซ้ำๆ
เอ็นกลุ่มนี้ช่วยในการงอข้อมือ หมุนปลายแขน และกำมือ อาการจึงมักเกิดที่ด้านในข้อศอก และอาจชัดขึ้นเมื่อยกของ บิดผ้า จับอุปกรณ์ พิมพ์งาน ทำงานช่าง หรือเล่นกีฬาที่ต้องเหวี่ยงไม้ คำว่า “ศอกนักกอล์ฟ” ไม่ได้หมายความว่าต้องเล่นกอล์ฟจึงจะเป็นได้
ก่อนเสนอการผ่าตัด แพทย์จะตรวจว่าความเจ็บมาจากเอ็นบริเวณนี้จริงหรือไม่ เพราะอาการปวดด้านในข้อศอกอาจเกิดจากเส้นประสาทอัลนาร์ถูกกดทับ ข้ออักเสบ กระดูกบาดเจ็บ เอ็นด้านอื่นเสียหาย หรืออาการที่ร้าวมาจากคอได้ การตรวจมักเริ่มจากประวัติและการตรวจร่างกาย เอกซเรย์อาจใช้เพื่อแยกกระดูกหักหรือข้ออักเสบ ส่วนอัลตราซาวนด์หรือเอ็มอาร์ไออาจใช้เมื่ออาการรุนแรง ไม่ดีขึ้น หรือจำเป็นต้องประเมินเอ็นและเนื้อเยื่ออ่อนให้ละเอียดขึ้น (PubMed Central)
การผ่าตัดแบบเปิดเป็นวิธีที่ใช้กันมานาน ศัลยแพทย์เปิดแผลบริเวณด้านในข้อศอก แยกและปกป้องโครงสร้างสำคัญ นำส่วนของเอ็นที่เสื่อมออก แล้วซ่อมเอ็นตามความจำเป็น บางกรณีอาจใช้แผลขนาดเล็กหรือเครื่องมือผ่านผิวหนังเพื่อนำเนื้อเยื่อเสียออกภายใต้ภาพอัลตราซาวนด์ แต่วิธีเหล่านี้ไม่เหมาะกับทุกคน และหลักฐานเกี่ยวกับผลระยะยาวยังอยู่ระหว่างการศึกษา
หากมีเส้นประสาทอัลนาร์ผิดปกติร่วมด้วย เช่น ชานิ้วนางหรือนิ้วก้อย มืออ่อนแรง หรือผลตรวจบ่งชี้ว่าเส้นประสาทถูกกด ศัลยแพทย์อาจต้องประเมินว่าจะจัดการเส้นประสาทในคราวเดียวกันหรือไม่ เรื่องนี้เปลี่ยนทั้งขอบเขตการผ่าตัดและแผนพักฟื้น จึงควรถามให้ชัดก่อนลงนามยินยอมผ่าตัด
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่แพทย์อาจพิจารณาให้ผ่าตัด
การมีอาการปวดด้านในข้อศอกอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัด โดยทั่วไปศัลยแพทย์จะพิจารณาจากหลายเรื่องร่วมกัน ได้แก่
- ตรวจพบว่าแหล่งอาการมาจากเอ็นด้านในข้อศอก และได้แยกสาเหตุอื่นที่อาจเลียนแบบอาการแล้ว
- ปวดต่อเนื่องจนรบกวนการทำงาน การนอน การดูแลตัวเอง หรือกิจกรรมที่จำเป็น
- กำมือ ยกของ หรือใช้ข้อมือได้ไม่เต็มที่จากอาการปวดหรืออ่อนแรง
- รักษาโดยไม่ผ่าตัดอย่างเป็นระบบแล้ว แต่อาการยังไม่ดีขึ้นเพียงพอ
- ได้ปรับกิจกรรมและแก้ท่าทางหรือเทคนิคที่เป็นต้นเหตุแล้ว
- มีภาพตรวจแสดงเอ็นเสื่อมหรือฉีกขาดที่สอดคล้องกับตำแหน่งอาการ
- มีการฉีกขาดของกล้ามเนื้อหรือเอ็นมาก ซึ่งอาจทำให้แพทย์พิจารณาผ่าตัดเร็วกว่าผู้ที่มีเพียงอาการปวดเรื้อรัง (Mayo Clinic)
แหล่งอ้างอิงระบุว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิมไม่ค่อยจำเป็น และมักสงวนไว้สำหรับผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่เหมาะสมประมาณ 6-12 เดือน หรือมีการฉีกขาดมาก (PubMed Central) ช่วงเวลาดังกล่าวไม่ใช่กฎตายตัว แพทย์ต้องดูความรุนแรง ลักษณะงาน ผลตรวจ และการรักษาที่ได้ลองจริงด้วย
ผู้ที่มักยังไม่ควรรีบผ่าตัด
การผ่าตัดอาจยังไม่ใช่คำตอบ หากคุณเพิ่งเริ่มมีอาการ ยังไม่ได้ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ หรือยังไม่ได้ทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ตอบสนองต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัด และการฟื้นของเอ็นอาจกินเวลาหลายเดือน
แพทย์อาจแนะนำให้เลื่อนการผ่าตัดหรือประเมินเพิ่มเติมเมื่อมีสถานการณ์ต่อไปนี้
- ตำแหน่งปวดหรือผลตรวจไม่สอดคล้องกับศอกนักกอล์ฟ
- อาการหลักมาจากเส้นประสาท ข้ออักเสบ กระดูก หรือกระดูกสันหลังส่วนคอ
- มีการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือบริเวณใกล้แผลผ่าตัด
- มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่เหมาะสมและเพิ่มความเสี่ยงจากการผ่าตัดหรือยาระงับความรู้สึก
- ยังสูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินต่อเนื่อง ซึ่งอาจรบกวนการสมานแผลและเอ็น
- ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อจำกัดหลังผ่าตัดหรือเข้ารับการฟื้นฟูได้
- คาดหวังว่าจะกลับไปยกของหนักหรือเล่นกีฬาเต็มที่ทันทีหลังแผลปิด
อายุเพียงอย่างเดียวไม่ได้ตัดสินว่าผ่าตัดได้หรือไม่ได้ สิ่งสำคัญกว่าคือสุขภาพโดยรวม คุณภาพของเอ็น ความต้องการใช้งานแขน และความสามารถในการพักฟื้น
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
โรงพยาบาลจะให้คำแนะนำเฉพาะตามชนิดการผ่าตัดและการระงับความรู้สึก คำสั่งของทีมผ่าตัดต้องมาก่อนข้อมูลทั่วไปในหน้านี้
ยืนยันการวินิจฉัยและแผนผ่าตัด
ก่อนวันผ่าตัด ควรถามศัลยแพทย์ว่าอาการเกิดจากส่วนใดของเอ็น จะใช้วิธีเปิดแผลหรือวิธีผ่านผิวหนัง และคาดว่าจะเพียงนำเนื้อเยื่อเสียออกหรือต้องซ่อมเอ็นกลับเข้ากระดูกด้วย หากมีอาการชานิ้วนางหรือนิ้วก้อย ให้แจ้งแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวกับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้บริเวณผ่าตัด
แพทย์อาจขอดูภาพเอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ หรือเอ็มอาร์ไอเดิม และอาจสั่งตรวจเพิ่มเติมตามอาการ ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจทุกชนิด (PubMed Central)
แจ้งยาและโรคประจำตัวทั้งหมด
ทำรายการยาที่ใช้ประจำ ยาที่ซื้อเอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม พร้อมแจ้งประวัติแพ้ยา เลือดออกง่าย ลิ่มเลือด โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต โรคตับ เบาหวาน และปัญหาจากการดมยาหรือระงับความรู้สึกในอดีต
ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิด อย่าหยุดยาเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้เป็นรายบุคคลตามเหตุผลที่ใช้ยาและความเสี่ยงเลือดออก
การงดอาหารและเครื่องดื่ม
หากต้องใช้ยาระงับความรู้สึก โรงพยาบาลจะระบุว่าให้หยุดอาหารและเครื่องดื่มเมื่อใด รวมถึงบอกว่ายาประจำตัวชนิดใดรับประทานได้ในวันผ่าตัด การไม่ปฏิบัติตามอาจทำให้ต้องเลื่อนผ่าตัดเพื่อความปลอดภัย จึงควรขอคำแนะนำเป็นลายลักษณ์อักษรหากไม่แน่ใจ
เตรียมบ้านและการเดินทาง
- จัดคนมารับกลับ เพราะหลังได้รับยาระงับความรู้สึกอาจไม่เหมาะที่จะขับรถเอง
- เตรียมเสื้อหลวมที่สวมง่ายโดยไม่ต้องยกแขนมาก
- วางของใช้ประจำให้อยู่ในระดับหยิบง่าย
- วางแผนช่วยเหลืองานที่ต้องยก ดัน ดึง บิด หรือใช้มือข้างผ่าตัด
- ถามว่าจะต้องใช้ที่คล้องแขน เฝือกอ่อน หรืออุปกรณ์พยุงชนิดใด
- แจ้งนายจ้างล่วงหน้าหากงานต้องใช้แรงหรือเคลื่อนไหวซ้ำๆ
สิ่งที่ควรนำไปโรงพยาบาล
นำบัตรประจำตัว เอกสารสิทธิรักษา รายการยา ผลตรวจและภาพถ่ายที่โรงพยาบาลขอ รวมถึงเอกสารการส่งต่อถ้ามี ถอดเครื่องประดับบริเวณแขนและมือข้างที่จะผ่าตัดตามคำแนะนำของโรงพยาบาล
หากมีไข้ ไอมาก แผลติดเชื้อ ผื่น หรือเจ็บป่วยใหม่ก่อนวันผ่าตัด ให้แจ้งทีมผ่าตัด ไม่ควรปกปิดเพราะอาจกระทบความปลอดภัยของการผ่าตัดและการระงับความรู้สึก
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดจริงแตกต่างกันตามตำแหน่งและขนาดของเอ็นที่เสียหาย แต่การผ่าตัดแบบเปิดโดยทั่วไปมีลำดับดังนี้
- ตรวจยืนยันข้างที่จะผ่าตัด
ทีมผ่าตัดจะทบทวนประวัติ ผลตรวจ การแพ้ยา และทำเครื่องหมายบริเวณผ่าตัด คุณมีโอกาสถามข้อสงสัยก่อนเข้าห้องผ่าตัด
- ให้ยาระงับความรู้สึก
อาจใช้ยาชาเฉพาะบริเวณร่วมกับยาที่ทำให้ง่วง หรือใช้การดมยาสลบ ขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัด สุขภาพของคุณ และแนวทางของโรงพยาบาล
- จัดท่าและเตรียมผิวหนัง
แขนจะถูกจัดให้อยู่ในท่าที่ศัลยแพทย์เข้าถึงด้านในข้อศอกได้สะดวก จากนั้นทำความสะอาดผิวหนังและคลุมบริเวณผ่าตัด
- เปิดแผลบริเวณด้านในข้อศอก
ศัลยแพทย์เปิดแผลเหนือจุดเกาะของเอ็น โดยระวังเส้นประสาทและหลอดเลือดที่อยู่ใกล้กัน ข้อศอกเป็นบริเวณที่มีโครงสร้างประสาทและหลอดเลือดอยู่ชิด จึงต้องอาศัยการวางแผนและเทคนิคอย่างระมัดระวัง (Mayo Clinic)
- ตรวจและนำเนื้อเยื่อเอ็นที่เสื่อมออก
ส่วนที่เสื่อมหรือฉีกขาดจะถูกแยกออกจากเนื้อเยื่อที่ยังแข็งแรง กระบวนการนำเนื้อเยื่อเสียออกเรียกว่า “การเล็มเนื้อเยื่อ”
- ซ่อมเอ็นตามความจำเป็น
หากเอ็นเหลือความแข็งแรงเพียงพอ อาจเย็บซ่อมเอ็นเข้าหากันหรือยึดกลับกับกระดูก วิธีซ่อมขึ้นกับรูปแบบการฉีกขาด คุณภาพเนื้อเยื่อ และสิ่งที่พบจริงระหว่างผ่าตัด
- จัดการปัญหาอื่นเมื่อมีข้อบ่งชี้
หากตรวจพบพังผืดหรือปัญหาของเส้นประสาทอัลนาร์ที่สอดคล้องกับอาการ แพทย์อาจทำหัตถการเพิ่มเติมตามที่ได้วางแผนและอธิบายไว้ก่อนผ่าตัด
- ปิดแผลและพยุงข้อศอก
เมื่อซ่อมเสร็จ แผลจะถูกปิดและปิดด้วยวัสดุสะอาด บางคนได้รับอุปกรณ์พยุงเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวช่วงแรกและปกป้องบริเวณซ่อม
วิธีผ่านผิวหนังใช้เครื่องมือขนาดเล็กเข้าไปยังเอ็นที่เสียหาย โดยอาศัยภาพอัลตราซาวนด์นำทางเพื่อนำเนื้อเยื่อเสียออก วิธีนี้มีแผลเล็กกว่าแต่ไม่ได้แปลว่าเหมาะกว่าหรือฟื้นเร็วกว่าในทุกกรณี หลักฐานของเทคนิคบางชนิดยังอยู่ระหว่างการศึกษา และอาจไม่เพียงพอสำหรับเอ็นฉีกขาดมากหรือมีปัญหาเส้นประสาทร่วมด้วย
ใช้เวลานานแค่ไหน
การผ่าตัดนี้มักใช้เวลาไม่ยาวเมื่อทำเฉพาะการเล็มและซ่อมเอ็น แต่แหล่งข้อมูลที่ใช้จัดทำหน้านี้ไม่ได้ให้ช่วงเวลาผ่าตัดที่นำมาใช้กับผู้ป่วยไทยได้อย่างน่าเชื่อถือ ระยะเวลาจริงขึ้นกับว่าทำแบบเปิดหรือผ่านผิวหนัง ต้องซ่อมเอ็นมากเพียงใด และมีการจัดการเส้นประสาทหรือโครงสร้างอื่นร่วมด้วยหรือไม่
เวลาที่อยู่โรงพยาบาลยาวกว่าเวลาผ่าตัด เพราะรวมการลงทะเบียน การเตรียมตัว การระงับความรู้สึก และการสังเกตอาการหลังผ่าตัด โรงพยาบาลหลายแห่งอาจให้กลับบ้านได้เมื่ออาการคงที่ รับประทานหรือดื่มได้ตามเกณฑ์ ควบคุมอาการปวดได้ และไม่มีปัญหาเฉียบพลัน แต่บางคนอาจต้องสังเกตอาการนานขึ้นตามโรคประจำตัว ชนิดยาระงับความรู้สึก หรือขอบเขตการผ่าตัด
ก่อนวันผ่าตัดควรถามทีมรักษาโดยตรงว่า
- คาดว่าจะใช้วิธีระงับความรู้สึกแบบใด
- มีโอกาสต้องพักค้างหรือไม่
- ต้องมีผู้ดูแลหลังกลับบ้านหรือไม่
- หากพบเอ็นเสียหายมากกว่าที่เห็นจากภาพตรวจ แผนผ่าตัดจะเปลี่ยนอย่างไร
พักฟื้นนานแค่ไหน
การพักฟื้นแบ่งเป็นการหายของแผล การกลับมาเคลื่อนไหว การเพิ่มกำลัง และการกลับไปใช้แขนเต็มที่ แต่ละช่วงไม่เท่ากัน ผู้ที่เพียงเล็มเนื้อเยื่อเสียอาจมีแผนต่างจากผู้ที่ต้องยึดเอ็นกลับเข้ากระดูกหรือทำหัตถการกับเส้นประสาทร่วมด้วย
แหล่งข้อมูลที่ให้มาไม่ได้ระบุช่วงพักฟื้นหลังการผ่าตัดชนิดนี้อย่างเพียงพอ จึงไม่ควรกำหนดวันกลับไปทำงานหรือเล่นกีฬาแบบเดียวให้ทุกคน ศัลยแพทย์จะให้แผนตามสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัดและความแข็งแรงของการซ่อม
| ช่วงการฟื้นตัว | สิ่งที่มักพบและเป้าหมาย |
| ช่วงแรกหลังผ่าตัด | ควบคุมอาการปวดและบวม ปกป้องแผลและเอ็นที่ซ่อม ขยับนิ้วและมือเท่าที่แพทย์อนุญาต |
| หลังแผลเริ่มสมาน | ตรวจแผล ประเมินการรับความรู้สึก และเริ่มหรือเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวตามแผน |
| ระยะฟื้นฟูกำลัง | ฝึกการเคลื่อนไหวและเพิ่มความแข็งแรงของข้อมือ ปลายแขน และข้อศอกอย่างค่อยเป็นค่อยไป |
| ก่อนกลับไปทำงานหนักหรือกีฬา | ทดสอบกำลัง การควบคุมการเคลื่อนไหว และความสามารถในการทำท่าที่เกี่ยวข้องโดยไม่กระตุ้นอาการ |
ช่วงแรกหลังผ่าตัด
อาจมีอาการปวด บวม ตึง และชาบริเวณรอบแผลได้ ควรยกแขนและดูแลอุปกรณ์พยุงตามคำสั่งของทีมผ่าตัด อย่าแกะผ้าปิดแผลหรือให้แผลเปียกก่อนเวลาที่โรงพยาบาลกำหนด
ขยับนิ้วเป็นระยะตามที่ได้รับอนุญาต เพื่อช่วยลดความตึงและสังเกตการทำงานของมือ แต่ไม่ควรทดลองกำมือแรง ยกของ หรือบิดข้อมือเพื่อดูว่าเอ็นหายหรือยัง
การกลับไปทำงาน
งานเอกสารหรืองานที่ไม่ต้องใช้แขนมากอาจกลับได้ก่อนงานช่าง งานครัว งานขนของ หรือกิจกรรมที่ต้องกำ บิด ดึง และยกซ้ำๆ แม้แผลภายนอกดูดี เอ็นด้านในอาจยังไม่พร้อมรับแรงเต็มที่
ก่อนกลับไปทำงาน ให้ถามศัลยแพทย์ว่าต้องจำกัดน้ำหนักที่ยกหรือไม่ ใช้คอมพิวเตอร์ได้นานเพียงใด และนายจ้างควรปรับหน้าที่อะไรบ้าง การกลับเร็วเกินไปอาจทำให้ปวดกำเริบหรือกระทบส่วนที่ซ่อม
การกลับไปออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา
ควรเริ่มจากการเคลื่อนไหวพื้นฐาน เพิ่มกำลัง แล้วจึงฝึกท่าของกีฬาหรืองานจริง การกลับไปเล่นเต็มรูปแบบไม่ได้ตัดสินจากเวลาหลังผ่าตัดเพียงอย่างเดียว แต่ดูว่าแผลหาย ช่วงการเคลื่อนไหวเพียงพอ กำลังกลับมา และทำท่าที่ต้องการได้โดยไม่มีอาการผิดปกติหรือไม่
ควรแก้เทคนิค อุปกรณ์ และปริมาณการฝึกที่เป็นต้นเหตุด้วย มิฉะนั้นอาการอาจกลับมาได้ การปรับชีวกลศาสตร์หรือรูปแบบการเคลื่อนไหวเป็นส่วนสำคัญของการรักษา ไม่ใช่เพียงการพักเอ็น (Mayo Clinic)
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แต่ไม่มีการผ่าตัดใดปราศจากความเสี่ยง ความเสี่ยงเฉพาะรายขึ้นกับวิธีผ่าตัด สุขภาพ การสูบบุหรี่ คุณภาพเอ็น และการปฏิบัติตามแผนฟื้นฟู
ภาวะแทรกซ้อนที่ควรรู้ ได้แก่
- เลือดออก เลือดคั่ง หรือบวมมาก
- แผลติดเชื้อหรือติดเชื้อในเนื้อเยื่อที่ลึกลงไป
- แผลหายช้า แผลแยก หรือเกิดแผลเป็นที่ไวต่อการสัมผัส
- ข้อศอกตึง เหยียดหรืองอได้ไม่เต็ม
- ปวดต่อเนื่อง หรืออาการดีขึ้นไม่เท่าที่คาด
- เอ็นไม่สมาน เอ็นฉีกซ้ำ หรือจุดยึดซ่อมเสียหาย
- เส้นประสาทระคายเคืองหรือบาดเจ็บ ทำให้ชา ปวดแปลบ หรือมืออ่อนแรง
- หลอดเลือดบาดเจ็บ ซึ่งพบไม่บ่อยแต่ต้องประเมินเร่งด่วน
- ผลข้างเคียงจากยาระงับความรู้สึก
- ลิ่มเลือด ซึ่งไม่ได้เป็นภาวะแทรกซ้อนเด่นของการผ่าตัดบริเวณนี้ แต่ความเสี่ยงขึ้นกับสุขภาพและการเคลื่อนไหวของแต่ละคน
- ต้องรับการรักษาหรือผ่าตัดเพิ่มเติม หากยังปวด เกิดพังผืด หรือมีภาวะแทรกซ้อน
งานทบทวนอย่างเป็นระบบของการส่องกล้องข้อศอกหลายข้อบ่งชี้พบว่าข้อตึง การต้องผ่าตัดซ้ำ และการบาดเจ็บของเส้นประสาทเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ โดยเส้นประสาทอัลนาร์เป็นเส้นประสาทที่ได้รับบาดเจ็บบ่อยที่สุดในกลุ่มข้อมูลนั้น (Mayo Clinic) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจากงานวิจัยดังกล่าวไม่ควรนำมาใช้ทำนายความเสี่ยงของการผ่าตัดศอกนักกอล์ฟโดยตรง เพราะรวมการส่องกล้องข้อศอกจากโรคและหัตถการหลายชนิด ไม่ได้ศึกษาเฉพาะการผ่าตัดนี้
ก่อนตัดสินใจ ควรถามศัลยแพทย์ว่าความเสี่ยงใดเกี่ยวข้องกับวิธีที่จะใช้ในกรณีของคุณมากที่สุด และหากไม่ผ่าตัด ผลที่อาจเกิดขึ้นคืออะไร การตัดสินใจที่เหมาะสมต้องเปรียบเทียบทั้งสองด้าน ไม่ใช่มองเฉพาะความเสี่ยงของการผ่าตัด
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
ติดต่อโรงพยาบาลหรือกลับไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
- ปวดมากขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือปวดไม่สัมพันธ์กับกิจกรรมและควบคุมไม่ได้ตามแผนที่ได้รับ
- แผลแดงร้อน บวมเพิ่ม มีหนอง กลิ่นผิดปกติ หรือมีไข้ร่วมด้วย
- เลือดซึมจนผ้าปิดแผลชุ่ม หรือกดแล้วไม่หยุด
- นิ้วมือซีด คล้ำ เย็น หรือบวมตึงมาก
- ชาหรืออ่อนแรงเพิ่มขึ้น กำมือไม่ได้ หรือขยับนิ้วลำบากกว่าหลังผ่าตัดใหม่ๆ
- อุปกรณ์พยุงรัดแน่นจนปวด ชา หรือปลายนิ้วเปลี่ยนสี
- แผลแยก หรือเห็นวัสดุเย็บแผลผิดปกติ
- ได้ยินหรือรู้สึกว่าบริเวณซ่อมฉีกขณะยก ดึง หรือล้ม แล้วเกิดปวดหรืออ่อนแรงทันที
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก เป็นลม หรือมีอาการแพ้รุนแรง
หากปลายนิ้วเปลี่ยนสี มือเย็นมาก หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือหมดสติ ให้ไปห้องฉุกเฉิน ไม่ควรรอถึงวันนัด
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกแรกสำหรับศอกนักกอล์ฟ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด และการฟื้นอาจใช้เวลาหลายเดือน (Mayo Clinic)
ลดหรือปรับกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ
หยุดหรือลดกิจกรรมที่ทำให้ปวด ไม่จำเป็นต้องงดใช้แขนทุกอย่าง แต่ควรหลีกเลี่ยงการกำ บิด หรืองอข้อมือซ้ำๆ ด้วยแรงมาก การกลับไปทำกิจกรรมเดิมเร็วเกินไปอาจทำให้อาการแย่ลง
ควรตรวจด้วยว่ามีการเปลี่ยนปริมาณงาน เทคนิคการเล่นกีฬา เครื่องมือ น้ำหนักอุปกรณ์ หรือท่าทางการทำงานหรือไม่ การแก้ต้นเหตุช่วยลดแรงที่เอ็นต้องรับในระยะยาว
กายภาพบำบัดและการฝึกกล้ามเนื้อ
การรักษาด้วยการออกกำลังกายเป็นแกนหลักสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ เป้าหมายคือเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อข้อมือและปลายแขนอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมแก้รูปแบบการเคลื่อนไหวที่เพิ่มภาระต่อเอ็น
บางคนอาจได้ประโยชน์จากสายรัดปลายแขนหรืออุปกรณ์พยุงเพื่อลดแรงที่เอ็นในบางกิจกรรม แต่อุปกรณ์ไม่ได้แทนการปรับกิจกรรมและการฟื้นฟูกำลัง
การดูแลอาการและยา
การประคบเย็นและยาแก้ปวดอาจช่วยลดอาการ แต่ยาไม่ได้แก้สาเหตุทางกลของเอ็นเสื่อม การเลือกยาต้องคำนึงถึงโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และความเสี่ยงของแต่ละคน
การฉีดและหัตถการผ่านเข็ม
แพทย์บางรายอาจพิจารณาการฉีดยาบางชนิด การใช้คลื่นกระแทก การใช้เข็มกระตุ้นเอ็น หรือการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น หลักฐานและความเหมาะสมต่างกันไปตามวิธี
การฉีดยาสเตียรอยด์อาจช่วยลดปวดระยะสั้นในบางคน แต่ไม่มักใช้เป็นประจำสำหรับภาวะนี้ เพราะประโยชน์ระยะยาวไม่ชัดและมีข้อกังวลเรื่องเนื้อเยื่อเอ็นอ่อนแอลง โดยเฉพาะเมื่อฉีดซ้ำ
การใช้เข็มหรือเครื่องมือขนาดเล็กนำเนื้อเยื่อเสียออกภายใต้ภาพอัลตราซาวนด์เป็นทางเลือกระหว่างการรักษาแบบไม่ผ่าตัดกับการผ่าตัดเปิด อาจทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ได้ในบางกรณี แต่ไม่เหมาะกับความเสียหายทุกรูปแบบ และงานวิจัยของวิธีใหม่บางชนิดยังมีจำกัด
สิทธิการรักษา
สิทธิครอบคลุมขึ้นกับการวินิจฉัย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และรายการที่แต่ละกองทุนหรือกรมธรรม์รับผิดชอบ ควรตรวจสอบก่อนนัดผ่าตัด เพราะการได้รับคำแนะนำให้ผ่าตัดไม่ได้หมายความว่าทุกวิธีหรือทุกอุปกรณ์จะอยู่ในเงื่อนไขเดียวกัน
ประกันสังคม
เริ่มสอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิว่ามีคลินิกกระดูกและข้อและสามารถทำหัตถการนี้ได้หรือไม่ หากต้องส่งต่อ ให้ถามว่าใครเป็นผู้ออกเอกสารและต้องแนบผลตรวจใดบ้าง การอนุมัติขึ้นกับข้อบ่งชี้และกระบวนการของสถานพยาบาลตามสิทธิ
บัตรทอง
โดยทั่วไปควรเริ่มที่หน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่ดูแลตามระบบ เพื่อรับการตรวจและส่งต่อไปยังศัลยแพทย์กระดูกและข้อเมื่อมีข้อบ่งชี้ ถามให้ชัดว่าต้องใช้ใบส่งตัวหรือไม่ และโรงพยาบาลปลายทางรับเอกสารหรือภาพตรวจในรูปแบบใด
ประกันสุขภาพเอกชน
ติดต่อบริษัทประกันก่อนเข้ารับการผ่าตัดและขอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร ควรถามเรื่องระยะรอคอย โรคหรืออาการที่มีมาก่อน การอนุมัติล่วงหน้า ขอบเขตห้องผ่าตัด ยาระงับความรู้สึก อุปกรณ์ซ่อมเอ็น กายภาพบำบัด และการรักษาภาวะแทรกซ้อน
ให้โรงพยาบาลระบุชื่อการวินิจฉัย วิธีผ่าตัดที่คาดว่าจะทำ และหัตถการเพิ่มเติมที่อาจจำเป็นหากพบเส้นประสาทหรือเอ็นเสียหายมากกว่าที่คาด วิธีนี้ช่วยลดความคลาดเคลื่อนระหว่างแผนรักษากับเงื่อนไขกรมธรรม์
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ศอกนักกอล์ฟจำเป็นต้องผ่าตัดทุกคนไหม
ไม่จำเป็น ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเริ่มจากการพักหรือปรับกิจกรรม กายภาพบำบัด การแก้ท่าทาง และการเพิ่มกำลังอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยการผ่าตัดใช้ไม่บ่อย (PubMed Central)
ควรรักษานานเท่าใดก่อนพิจารณาผ่าตัด
โดยทั่วไปแพทย์อาจพิจารณาหลังรักษาอย่างเหมาะสมประมาณ 6-12 เดือนแล้วยังมีอาการ หรือเร็วกว่านั้นเมื่อเอ็นหรือกล้ามเนื้อฉีกขาดมาก (Mayo Clinic) การนับเวลาอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูว่าการรักษาที่ทำมาครบถ้วนและตรงสาเหตุหรือไม่
ปวดด้านในข้อศอกแปลว่าเป็นศอกนักกอล์ฟหรือไม่
ไม่เสมอไป อาการคล้ายกันอาจมาจากเส้นประสาทถูกกด ข้ออักเสบ กระดูกบาดเจ็บ หรือปัญหาจากคอ แพทย์จึงต้องตรวจร่างกายและอาจใช้ภาพตรวจเพื่อแยกสาเหตุ
ต้องตรวจเอ็มอาร์ไอก่อนผ่าตัดหรือไม่
ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจ แพทย์อาจใช้เมื่ออาการรุนแรง ไม่ดีขึ้น หรือต้องประเมินเอ็นและเนื้อเยื่ออ่อนโดยละเอียด ส่วนเอกซเรย์ช่วยแยกสาเหตุจากกระดูกหรือข้อ
การผ่าตัดทำอะไรกับเอ็น
ศัลยแพทย์จะนำส่วนของเอ็นที่เสื่อมหรือเสียหายออก และซ่อมหรือยึดเอ็นตามความจำเป็น ขอบเขตจริงขึ้นกับขนาดรอยฉีก คุณภาพเนื้อเยื่อ และสิ่งที่พบระหว่างผ่าตัด
ผ่าตัดแล้วอาการชานิ้วนางกับนิ้วก้อยจะดีขึ้นไหม
ขึ้นกับสาเหตุ หากอาการชามาจากเส้นประสาทอัลนาร์ถูกกด แพทย์ต้องประเมินเส้นประสาทแยกจากปัญหาเอ็น การซ่อมเอ็นเพียงอย่างเดียวอาจไม่แก้อาการชา จึงควรแจ้งอาการนี้ก่อนผ่าตัด
หลังผ่าตัดขยับข้อศอกได้เมื่อใด
เวลาที่เริ่มขยับขึ้นกับวิธีซ่อมและความแข็งแรงของเอ็น ศัลยแพทย์อาจให้เริ่มการเคลื่อนไหวบางส่วนก่อน แต่จำกัดการยกและการออกแรงนานกว่า ไม่ควรเร่งขยับตามแผนของผู้ป่วยรายอื่น
กลับไปทำงานได้เมื่อใด
งานเบาที่ไม่ใช้แขนมากมักกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยก กำ บิด หรือดึง แต่ไม่มีช่วงเดียวที่เหมาะกับทุกคน กำหนดกลับทำงานควรอิงชนิดการผ่าตัด อาการปวด การเคลื่อนไหว และข้อกำหนดของงาน
กลับไปเล่นกอล์ฟหรือกีฬาได้เมื่อใด
ควรกลับเมื่อแผลและเอ็นสมาน ช่วงการเคลื่อนไหวเพียงพอ กำลังกลับมา และฝึกท่าของกีฬาได้โดยไม่เกิดอาการผิดปกติ การกลับไปเล่นต้องเพิ่มทีละขั้นและควรแก้เทคนิคที่ทำให้เอ็นรับแรงเกินด้วย
ผ่าตัดแล้วจะหายแน่นอนหรือไม่
ไม่มีการรับประกันผล ผู้ป่วยบางคนอาจยังปวด ตึง อ่อนแรง หรือกลับไปทำกิจกรรมเดิมได้ไม่เต็มที่ ผลขึ้นกับการวินิจฉัย ความเสียหายของเอ็น วิธีผ่าตัด และการฟื้นฟูหลังผ่าตัด
วิธีแผลเล็กดีกว่าการผ่าตัดเปิดหรือไม่
ไม่จำเป็น วิธีผ่านผิวหนังอาจเหมาะกับความเสียหายบางรูปแบบ แต่หลักฐานของเทคนิคใหม่บางชนิดยังอยู่ระหว่างการศึกษา และอาจไม่เหมาะเมื่อเอ็นฉีกขาดมากหรือต้องจัดการเส้นประสาทร่วมด้วย
ถ้าตัดสินใจยังไม่ผ่าตัด อาการจะอันตรายไหม
โดยมากไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน และผู้ป่วยจำนวนมากรักษาได้โดยไม่ผ่าตัด แต่ควรกลับไปประเมินหากปวดมากขึ้น มืออ่อนแรง มีอาการชา หรือใช้งานแขนได้น้อยลง เพราะอาจมีเอ็นฉีกมากขึ้นหรือมีปัญหาเส้นประสาทร่วมด้วย
จะลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างไร
ควรเพิ่มกำลังอย่างค่อยเป็นค่อยไป ปรับท่าทางและเทคนิค ลดการใช้งานซ้ำที่มากเกิน และแก้ปัจจัยจากอุปกรณ์หรืองาน การผ่าตัดแก้เนื้อเยื่อที่เสียหาย แต่ไม่กำจัดแรงซ้ำที่เป็นต้นเหตุโดยอัตโนมัติ
ก่อนตัดสินใจผ่าตัดควรถามศัลยแพทย์อะไร
ควรถามว่าอะไรยืนยันว่าอาการมาจากเอ็น วิธีไม่ผ่าตัดใดที่ลองครบแล้ว จะเล็มหรือซ่อมเอ็น มีปัญหาเส้นประสาทร่วมไหม ต้องจำกัดการใช้แขนนานเพียงใด และความเสี่ยงเฉพาะของคุณคืออะไร คำตอบเหล่านี้ช่วยให้เปรียบเทียบประโยชน์ของการผ่าตัดกับการรักษาต่อโดยไม่ผ่าตัดได้ชัดเจนขึ้น
ข้อมูลอ้างอิง
- Mayo Clinic: Golfer's Elbow (Medial Epicondylitis) - Risk factors — เกี่ยวกับ Golfer's elbow surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Complications of Elbow Arthroscopic Surgery: A Systematic Review ... — เกี่ยวกับ Golfer's elbow surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Mayo Clinic: Golfer's elbow (Medial epicondylitis) - Diagnosis and treatment — เกี่ยวกับ Golfer's-elbow surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


