ผ่าตัดและหัตถการ โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

เอาบอลลูนในกระเพาะออก

เอาบอลลูนในกระเพาะออก (Gastric balloon removal) คือการใช้กล้องส่องทางเดินอาหารผ่านปากเข้าไปเจาะหรือเปิดบอลลูน ระบายของเหลวหรือก๊าซ แล้วดึงบอลลูนที่แฟบออกทางปาก โดยปกติไม่มีแผลผ่าตัดที่หน้าท้อง การนำออกทำเมื่อครบกำหนดตามชนิดบอลลูน หรือทำก่อนกำหนดเมื่อมีอาการหรือภาวะแทรกซ้อนที่ควรรักษา

ประเด็นสำคัญ

  • บอลลูนในกระเพาะเป็นอุปกรณ์ชั่วคราว ไม่ควรปล่อยไว้นานเกินกำหนดโดยไม่มีแพทย์ติดตาม เพราะอาจเสื่อม รั่ว เคลื่อนตำแหน่ง หรือทำให้เกิดแผลและการอุดตันได้
  • การนำออกส่วนใหญ่ทำผ่านกล้องส่องทางเดินอาหาร แพทย์ระบายสิ่งที่อยู่ในบอลลูนให้หมดก่อนใช้เครื่องมือจับและดึงออก ระดับยาระงับความรู้สึกขึ้นกับชนิดบอลลูน ความเสี่ยงต่อการสำลัก และแนวทางของสถานพยาบาล
  • หลังนำออก ผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียวหากอาการคงที่ แต่ต้องมีผู้ใหญ่พากลับ และยังต้องดูแลอาหาร พฤติกรรม และน้ำหนักต่อ เพราะการเอาบอลลูนออกไม่ได้ป้องกันน้ำหนักกลับขึ้นเอง

เอาบอลลูนในกระเพาะออก คืออะไร

บอลลูนในกระเพาะเป็นอุปกรณ์ลดน้ำหนักชั่วคราวที่วางอยู่ภายในกระเพาะอาหาร ทำหน้าที่กินพื้นที่ในกระเพาะเพื่อช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น การใส่บอลลูนส่วนใหญ่ทำผ่านกล้องส่องทางเดินอาหารโดยไม่ต้องเปิดหน้าท้อง และต้องใช้ร่วมกับการปรับอาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย และการติดตามกับทีมรักษา ไม่ใช่อุปกรณ์ที่อยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิต (Cleveland Clinic)

เมื่อถึงเวลานำออก แพทย์จะสอดกล้องชนิดอ่อนผ่านปาก หลอดอาหาร และเข้าสู่กระเพาะ กล้องมีกล้องถ่ายภาพและช่องสำหรับใส่อุปกรณ์ แพทย์จะตรวจสภาพหลอดอาหาร กระเพาะ และบอลลูน จากนั้นเจาะหรือเปิดบอลลูนเพื่อดูดของเหลวหรือก๊าซออก เมื่อบอลลูนแฟบแล้วจึงใช้คีมหรือบ่วงจับและดึงออกทางปาก งานรายงานทางการแพทย์อธิบายหลักสำคัญว่า ต้องระบายบอลลูนให้ยุบอย่างเพียงพอก่อนนำออก และตรวจเยื่อบุทางเดินอาหารหลังดึงอุปกรณ์ออก (PMC)

เหตุผลที่ต้องนำบอลลูนออกแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ การนำออกตามแผนเมื่อครบอายุการใช้งาน และการนำออกก่อนกำหนดเพราะทนบอลลูนไม่ได้หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน ระยะที่บอลลูนควรอยู่ในกระเพาะไม่เท่ากันทุกชนิด หลายระบบออกแบบให้เอาออกเมื่อครบช่วงเวลาที่กำหนด และแหล่งอ้างอิงบางแห่งระบุระยะสูงสุดประมาณ 6 เดือนสำหรับบอลลูนบางแบบ แต่คุณควรยึดข้อมูลของอุปกรณ์ที่ใส่จริงและแผนจากแพทย์ ไม่ควรใช้ระยะของบอลลูนชนิดหนึ่งแทนอีกชนิดหนึ่ง (Mayo Clinic)

การนำออกไม่ใช่การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ และไม่ได้ตัด เย็บ หรือเปลี่ยนเส้นทางลำไส้ เมื่อเอาอุปกรณ์ออกแล้ว กระเพาะยังคงมีโครงสร้างเดิมโดยทั่วไป อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีแผล เลือดออก การทะลุ หรือบอลลูนเคลื่อนตำแหน่งอาจต้องรับการรักษาเพิ่มเติม ซึ่งอาจไม่จบด้วยการส่องกล้องเพียงอย่างเดียว

หากคุณไม่ทราบชนิดของบอลลูน วันใส่ หรือสถานพยาบาลที่ใส่ ควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่ก่อนนัดนำออก เอกสารเหล่านี้ช่วยให้ทีมรักษาเลือกเครื่องมือและเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจพบได้เหมาะสมขึ้น หากไม่มีเอกสาร แพทย์อาจต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อดูตำแหน่ง ขนาด และสภาพของอุปกรณ์ก่อนวางแผน

ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ใครมักต้องนำบอลลูนออก

ผู้ที่อยู่ในกลุ่มต่อไปนี้มักได้รับการประเมินเพื่อนำบอลลูนออก:

  • บอลลูนครบกำหนดตามแผนของอุปกรณ์และทีมรักษา
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือกรดไหลย้อนต่อเนื่องจนกินหรือดื่มไม่ได้ แม้ได้รับการดูแลแล้ว
  • สงสัยว่าบอลลูนรั่ว แฟบ หรือเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม
  • เกิดแผลในกระเพาะ เลือดออก ตับอ่อนอักเสบ หรือการอุดตันที่อาจเกี่ยวข้องกับบอลลูน
  • ต้องหยุดการรักษาด้วยบอลลูนเพราะมีโรคใหม่ ตั้งครรภ์ หรือจำเป็นต้องรับการรักษาอื่นซึ่งไม่เหมาะกับการคงบอลลูนไว้
  • บอลลูนอยู่เกินกำหนด หรือไม่สามารถติดตามกับสถานพยาบาลเดิมได้

อาการคลื่นไส้ ปวดท้อง และกรดไหลย้อนอาจพบได้หลังใส่บอลลูน แต่หากรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น การนำออกก่อนกำหนดอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง แหล่งอ้างอิงยังรายงานภาวะที่พบได้น้อยกว่า เช่น บอลลูนแฟบและเคลื่อน แผล กระเพาะทะลุ และตับอ่อนอักเสบ (PMC)

การมีอาการไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องนำออกทันที แพทย์จะพิจารณาความรุนแรง ระยะเวลาที่มีอาการ ภาวะขาดน้ำ ผลตรวจ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการคงบอลลูนไว้ หากอาการไม่รุนแรง อาจรักษาตามอาการและติดตามก่อน แต่ถ้าสงสัยการทะลุ อุดตัน หรือเลือดออก การรอดูอาการเองไม่เหมาะสม

ใครอาจยังไม่พร้อมรับหัตถการตามนัด

ข้อจำกัดต่อไปนี้ไม่ได้หมายความว่าจะห้ามนำบอลลูนออกเสมอไป เพราะบางสถานการณ์จำเป็นต้องเอาออกเร่งด่วน แต่ทีมรักษาอาจต้องแก้ปัญหาหรือเปลี่ยนแผนก่อน:

  • ยังไม่งดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาที่ทีมวิสัญญีกำหนด ทำให้เสี่ยงสำลัก
  • มีการติดเชื้อทางเดินหายใจ หอบกำเริบ เจ็บหน้าอก หรือโรคหัวใจที่ยังไม่คงที่
  • มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกโดยยังไม่ได้วางแผน
  • มีอาหารค้างในกระเพาะมากจนมองเห็นและจับบอลลูนได้ไม่ปลอดภัย
  • ไม่ทราบชนิดหรือตำแหน่งของบอลลูน และแพทย์เห็นว่าควรตรวจเพิ่มเติม
  • ไม่มีผู้ดูแลพากลับ ทั้งที่ต้องได้รับยาระงับความรู้สึกและสถานพยาบาลกำหนดให้มีผู้ดูแล

หากบอลลูนเคลื่อนไปอุดตันลำไส้ หรือมีหลักฐานว่ากระเพาะทะลุ การส่องกล้องแบบนัดหมายอาจไม่ใช่วิธีที่เหมาะที่สุด ผู้ป่วยอาจต้องรับการรักษาฉุกเฉินหรือผ่าตัด ขึ้นกับตำแหน่งและความเสียหายที่พบ

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ทีมรักษาจะสอบถามวันใส่ ชนิดบอลลูน อาการปัจจุบัน โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา การผ่าตัดเดิม และประวัติปัญหาจากยาระงับความรู้สึก คุณควรนำบัตรประจำตัว เอกสารการรักษา รายงานการใส่บอลลูน รายชื่อยา และผลตรวจที่มีไปด้วย หากมีภาพหรือบัตรระบุชนิดอุปกรณ์ให้นำไปทุกครั้ง

ก่อนวันทำหัตถการอาจมีการตรวจเลือดหรือการตรวจอื่นตามสุขภาพและอาการ ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจเหมือนกัน ผู้ที่มีอาการปวดท้องผิดปกติ สงสัยบอลลูนเคลื่อน หรือไม่ทราบชนิดอุปกรณ์ อาจต้องตรวจภาพทางการแพทย์เพื่อช่วยวางแผน

การงดอาหารและเครื่องดื่ม

ต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามคำสั่งของสถานพยาบาลอย่างเคร่งครัด เพราะการนำออกทำผ่านปากและมักใช้ยาระงับความรู้สึก หากมีอาหารหรือของเหลวในกระเพาะ อาจไหลย้อนและเข้าสู่ปอดได้ ระยะงดขึ้นกับชนิดอาหาร เวลาเข้ารับหัตถการ ภาวะกระเพาะว่างช้า และแผนการระงับความรู้สึก จึงควรใช้เวลาที่ทีมรักษาแจ้งสำหรับคุณ ไม่ควรเดาเองจากข้อมูลออนไลน์

หากเผลอกินหรือดื่มในช่วงที่ต้องงด ให้บอกทีมรักษาตามจริงก่อนเริ่มหัตถการ อย่าปิดบังเพื่อให้ได้ทำตามนัด เพราะทีมอาจต้องเลื่อนเวลาเพื่อความปลอดภัย

ยาที่ใช้อยู่

แจ้งยาทุกชนิด รวมถึง:

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
  • ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
  • ยาลดน้ำหนักหรือยาที่ทำให้กระเพาะว่างช้าลง
  • ยาความดัน ยาหัวใจ และยาขับปัสสาวะ
  • สมุนไพร วิตามิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
  • ยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบที่ใช้เป็นประจำ

ยาบางชนิดต้องหยุดหรือปรับก่อนทำหัตถการ แต่ห้ามหยุดเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือดและยารักษาเบาหวาน ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาตามเหตุผลที่ใช้ยา ความเสี่ยงเลือดออก ระดับน้ำตาล และเวลาทำหัตถการ แหล่งอ้างอิงระบุว่าผู้ป่วยอาจต้องจำกัดอาหาร เครื่องดื่ม และยาบางชนิดก่อนหัตถการ แต่รายละเอียดต้องกำหนดเป็นรายบุคคล (Mayo Clinic)

การเดินทางกลับ

จัดให้ผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้พากลับและอยู่ด้วยในช่วงแรกหลังกลับบ้าน โดยเฉพาะเมื่อได้รับยาระงับความรู้สึก หลังรับยาไม่ควรขับรถ ใช้เครื่องจักร ดื่มแอลกอฮอล์ หรือทำเรื่องสำคัญจนกว่าฤทธิ์ยาจะหมดตามคำแนะนำของสถานพยาบาล

เตรียมเสื้อผ้าที่สวมง่าย ถอดเครื่องประดับและของมีค่า หากใช้เครื่องช่วยหายใจขณะนอนหลับ ยาพ่น หรืออุปกรณ์ประจำตัว ให้ถามสถานพยาบาลว่าควรนำไปด้วยหรือไม่

ขั้นตอนการผ่าตัด

แม้คนทั่วไปมักเรียกว่า “ผ่าตัดเอาบอลลูนออก” แต่กรณีปกติเป็นหัตถการผ่านกล้องโดยไม่มีแผลเปิดหน้าท้อง ขั้นตอนโดยทั่วไปมีดังนี้:

  • ประเมินก่อนเริ่ม

ทีมรักษาตรวจชื่อ ประวัติการแพ้ยา เวลาที่กินหรือดื่มครั้งสุดท้าย ยาที่ใช้ และสัญญาณชีพ แพทย์อธิบายประโยชน์ ความเสี่ยง และทางเลือกก่อนขอความยินยอม

  • ให้ยาระงับความรู้สึก

ผู้ป่วยอาจได้รับยานอนหลับระดับลึกหรือการดมยาสลบ ขึ้นกับชนิดบอลลูน ความเสี่ยงต่อการสำลัก โรคประจำตัว และแนวทางของสถานพยาบาล ระหว่างทำจะติดตามการหายใจ ชีพจร ความดัน และออกซิเจน

  • ใส่กล้องผ่านปาก

แพทย์สอดกล้องชนิดอ่อนผ่านปากและหลอดอาหารเข้าสู่กระเพาะ เพื่อตรวจบอลลูนและเยื่อบุโดยรอบ อาจใช้อุปกรณ์ช่วยป้องกันฟันและช่วยให้ดึงบอลลูนผ่านหลอดอาหารได้ปลอดภัยขึ้นในบางกรณี

  • เจาะหรือเปิดบอลลูน

แพทย์ใส่เข็มหรืออุปกรณ์ผ่านช่องของกล้องเพื่อเจาะบอลลูน วิธีเปิดขึ้นกับโครงสร้างของอุปกรณ์ หากเป็นบอลลูนบรรจุของเหลวจะดูดของเหลวออก หากบรรจุก๊าซจะใช้วิธีที่เหมาะกับชนิดนั้น

  • ระบายให้บอลลูนแฟบ

ต้องระบายภายในออกให้เพียงพอ บอลลูนที่ยังพองหรือมีของเหลวค้างอาจดึงผ่านหลอดอาหารได้ยาก ในกรณีที่รูเปิดเล็กหรือระบายไม่ดี แพทย์อาจต้องขยายช่องเปิดหรือปรับเทคนิค งานรายงานกรณีหนึ่งอธิบายการเจาะ ขยายช่อง และระบายก่อนใช้บ่วงดึงออก (PMC)

  • จับและดึงออกทางปาก

เมื่อแฟบแล้ว แพทย์ใช้คีมหรือบ่วงจับบอลลูน ดึงผ่านหลอดอาหารและออกทางปากอย่างระมัดระวัง บอลลูนบางชนิดอาจนำออกยากขึ้นหากเสื่อม รูปร่างผิดปกติ หรืออยู่เกินกำหนด

  • ตรวจซ้ำ

แพทย์ตรวจหลอดอาหารและกระเพาะเพื่อดูรอยถลอก แผล เลือดออก หรือการบาดเจ็บ หากพบเลือดออกเล็กน้อยอาจรักษาผ่านกล้องในครั้งเดียว หากพบปัญหาที่รุนแรงอาจต้องตรวจหรือรักษาเพิ่มเติม

  • พักดูอาการ

หลังจบหัตถการ ผู้ป่วยไปยังพื้นที่พักฟื้น ทีมรักษาติดตามการหายใจ ความรู้สึกตัว อาการปวด คลื่นไส้ และความสามารถในการดื่มก่อนพิจารณาให้กลับบ้านหรือรับไว้ดูอาการ

หากบอลลูนแตก เคลื่อนไปจากกระเพาะ หรือติดแน่น ขั้นตอนอาจต่างจากนี้ แพทย์อาจใช้เครื่องมือมากกว่าหนึ่งชนิด ทำซ้ำ หรือเปลี่ยนเป็นการผ่าตัดหากไม่สามารถนำออกอย่างปลอดภัยผ่านกล้อง

ใช้เวลานานแค่ไหน

การนำบอลลูนออกมักเป็นหัตถการระยะสั้น แต่ไม่มีเวลาตายตัวสำหรับทุกคน ระยะจริงขึ้นกับชนิดและสภาพของบอลลูน ปริมาณที่ต้องระบาย อาหารค้างในกระเพาะ ความยากในการจับอุปกรณ์ และการพบแผลหรือเลือดออก การลงทะเบียน เตรียมตัว ให้ยา และพักฟื้นทำให้เวลาที่อยู่สถานพยาบาลนานกว่าช่วงส่องกล้องจริง

ในกรณีไม่ซับซ้อนมักวางแผนเป็นหัตถการแบบกลับบ้านในวันเดียว หลังทำต้องรอให้รู้สึกตัวดี สัญญาณชีพคงที่ และไม่มีอาการผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีเลือดออก ปวดมาก อาเจียนต่อเนื่อง สำลัก โรคประจำตัวที่ต้องเฝ้าระวัง หรือขั้นตอนซับซ้อน อาจต้องพักรักษาในโรงพยาบาล

ระดับการระงับความรู้สึกไม่เหมือนกันทุกแห่ง บางรายได้รับยานอนหลับลึก ขณะที่บางรายอาจต้องดมยาสลบและใส่ท่อช่วยหายใจ งานรายงานการนำบอลลูนที่มีความซับซ้อนรายหนึ่งใช้การดมยาสลบพร้อมท่อช่วยหายใจเพื่อควบคุมทางเดินหายใจ แต่เป็นรายงานผู้ป่วยเฉพาะราย ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องใช้วิธีเดียวกัน (PMC)

พักฟื้นนานแค่ไหน

ผู้ป่วยจำนวนมากฟื้นตัวเร็วและกลับบ้านได้ในวันเดียวเมื่อไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ความพร้อมต่างกันตามยาระงับความรู้สึก ความยากของขั้นตอน โรคประจำตัว และสิ่งที่ตรวจพบ

ช่วงเวลาสิ่งที่มักเกิดขึ้นการดูแลทั่วไป
หลังทำทันทีง่วง มึน คลื่นไส้ เจ็บคอ หรือแน่นท้องเล็กน้อยพักในพื้นที่สังเกตอาการ เริ่มดื่มตามที่ทีมรักษาอนุญาต
วันแรกอาจยังเพลีย ระคายคอ หรือรับประทานได้น้อยมีผู้ดูแล พักผ่อน และทำตามแผนอาหารที่ได้รับ
หลายวันแรกอาการระคายคอและแน่นท้องควรค่อยๆ ลดลงเพิ่มชนิดอาหารตามอาการและคำแนะนำ
หลังจากนั้นกลับสู่กิจวัตรและการทำงานตามความพร้อมติดตามอาหาร การออกกำลังกาย และน้ำหนักต่อเนื่อง

งานที่นั่งโต๊ะและไม่ต้องใช้แรงอาจกลับไปทำได้เมื่อพ้นฤทธิ์ยา กินดื่มได้ และไม่มีอาการรบกวน ส่วนงานขับรถ ใช้เครื่องจักร ทำงานบนที่สูง หรือยกของหนักควรรอนานกว่า ระยะที่เหมาะสมขึ้นกับลักษณะงานและคำแนะนำหลังหัตถการของสถานพยาบาล

อาหารหลังนำออกไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน แพทย์อาจให้เริ่มจากน้ำใส แล้วค่อยเพิ่มเป็นอาหารอ่อนและอาหารปกติตามอาการ หากมีแผล การระคายเคือง หรือทำหัตถการเพิ่มเติม แผนอาหารอาจช้ากว่าปกติ อย่าเร่งกินมื้อใหญ่ทันทีเพียงเพราะเอาบอลลูนออกแล้ว

การนำบอลลูนออกอาจทำให้ความอิ่มเร็วที่เคยมีลดลง จึงควรวางแผนกับทีมโภชนาการเรื่องขนาดมื้อ โปรตีน ผัก เครื่องดื่ม และการเคลื่อนไหวร่างกาย แหล่งอ้างอิงเน้นว่าผลด้านน้ำหนักหลังใช้บอลลูนขึ้นกับการคงพฤติกรรมระยะยาว และน้ำหนักอาจกลับขึ้นได้หากไม่ได้ปรับวิถีชีวิตต่อ (Cleveland Clinic)

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การนำบอลลูนออกผ่านกล้องไม่มีแผลหน้าท้อง แต่ยังมีความเสี่ยงจากกล้อง เครื่องมือ ยาระงับความรู้สึก และสภาพของบอลลูน ความเสี่ยงของแต่ละคนไม่เท่ากัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคปอด โรคหัวใจ ภาวะอ้วนรุนแรง หยุดหายใจขณะหลับ หรือบอลลูนอยู่เกินกำหนด

อาการที่พบได้หลังทำ

  • เจ็บหรือระคายคอจากกล้อง
  • คลื่นไส้ อาเจียน หรือเวียนศีรษะจากยา
  • แน่นท้อง มีลม หรือปวดท้องเล็กน้อย
  • ง่วงและการตอบสนองช้าชั่วคราวจากยาระงับความรู้สึก
  • รอยถลอกเล็กน้อยในปาก คอ หลอดอาหาร หรือกระเพาะ

อาการเหล่านี้ควรค่อยๆ ดีขึ้น หากปวดมากขึ้นเรื่อยๆ อาเจียนไม่หยุด หรือมีเลือดออก ไม่ควรถือว่าเป็นอาการพักฟื้นปกติ

ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ

  • การสำลักเข้าปอด อาหาร ของเหลว หรือสิ่งที่อยู่ในบอลลูนอาจเข้าสู่ทางเดินหายใจ ทำให้ปอดอักเสบหรือหายใจลำบาก ความเสี่ยงนี้เป็นเหตุผลที่ต้องงดอาหารและควบคุมทางเดินหายใจอย่างเหมาะสม
  • เลือดออก อาจเกิดจากเยื่อบุถลอก แผลเดิม หรือการใช้เครื่องมือ ส่วนใหญ่อาจจัดการผ่านกล้องได้ แต่เลือดออกรุนแรงอาจต้องรักษาเพิ่มเติม
  • หลอดอาหารหรือกระเพาะฉีกขาดหรือทะลุ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง อาจต้องให้ยาทางหลอดเลือด ส่องกล้องรักษา หรือผ่าตัด งานอ้างอิงระบุว่าการฉีกขาดและการทะลุของหลอดอาหารเป็นความเสี่ยงเฉพาะที่อาจเกิดระหว่างนำบอลลูนออก (PMC)
  • บอลลูนติดหรือนำออกไม่หมด อาจเกิดเมื่อบอลลูนเสื่อม พับผิดรูป ระบายไม่หมด หรือไม่ทราบชนิดอุปกรณ์ ทำให้ต้องเปลี่ยนเครื่องมือ ทำซ้ำ หรือใช้วิธีอื่น
  • ปฏิกิริยาต่อยาระงับความรู้สึก เช่น ความดันเปลี่ยน หัวใจเต้นผิดจังหวะ หายใจช้า หรือแพ้ยา ทีมวิสัญญีจะเฝ้าระวังระหว่างและหลังทำ
  • การติดเชื้อ พบได้แต่ไม่ใช่อาการที่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ ปวดมาก หรือหนาวสั่น
  • ความจำเป็นต้องผ่าตัดฉุกเฉิน อาจเกิดหากมีการทะลุ เลือดออกที่ควบคุมไม่ได้ หรือบอลลูนเคลื่อนไปอุดตันและเอาออกผ่านกล้องไม่ได้

ไม่ควรนำอัตราภาวะแทรกซ้อนจากการ “ใส่บอลลูน” มาใช้แทนความเสี่ยงของการ “นำบอลลูนออก” เพราะเป็นคนละช่วงของการรักษา แพทย์จะประเมินความเสี่ยงเฉพาะบุคคลจากภาพรวมสุขภาพ ชนิดอุปกรณ์ และปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น

สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อสถานพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้:

อาการเหตุผลที่ต้องรีบประเมิน
หายใจลำบาก หอบ เจ็บหน้าอก ไอมาก หรือริมฝีปากเขียวอาจเกี่ยวกับการสำลัก ปอด หรือหัวใจ
ปวดท้องหรือปวดหน้าอกรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อปวดมากขึ้นต้อง排除การทะลุ เลือดออก หรือการบาดเจ็บ
อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือถ่ายเป็นเลือดอาจมีเลือดออกในทางเดินอาหาร
อาเจียนซ้ำ ดื่มน้ำไม่ได้ ปัสสาวะน้อย หรือหน้ามืดเสี่ยงขาดน้ำหรือมีภาวะแทรกซ้อน
ไข้ร่วมกับหนาวสั่น ปวดมาก หรืออ่อนเพลียผิดปกติอาจเป็นการติดเชื้อหรือการอักเสบ
กลืนลำบากมาก น้ำลายไหล หรือรู้สึกมีสิ่งติดในคออาจมีการบาดเจ็บหรือบวมของหลอดอาหาร
เป็นลม สับสน ปลุกยาก หรืออ่อนแรงผิดปกติต้องประเมินระบบไหลเวียน การหายใจ และผลจากยา

หากอาการรุนแรง อย่าขับรถไปเอง ให้ผู้ดูแลพาไปหรือใช้บริการฉุกเฉิน พร้อมนำเอกสารหัตถการและรายชื่อยาไปด้วย

ทางเลือกอื่น

หากบอลลูนครบกำหนด การปล่อยไว้เฉยๆ โดยไม่มีแผนติดตามไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม เพราะอุปกรณ์ถูกออกแบบให้ใช้ชั่วคราว ทางเลือกจึงมักเป็น “วิธีนำออก” และ “แผนควบคุมน้ำหนักหลังนำออก” มากกว่าการเลือกว่าจะเอาออกหรือไม่

การรักษาอาการโดยยังไม่เอาออก

ในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงก่อนครบกำหนด แพทย์อาจพิจารณาปรับอาหาร ดูแลการดื่มน้ำ หรือใช้ยารักษาอาการตามสาเหตุ พร้อมติดตามใกล้ชิด วิธีนี้ไม่เหมาะเมื่อสงสัยบอลลูนรั่ว เคลื่อน อุดตัน มีเลือดออก ทะลุ หรือผู้ป่วยกินดื่มไม่ได้

การนำออกด้วยวิธีอื่น

การส่องกล้องเป็นวิธีหลักสำหรับบอลลูนที่ออกแบบให้เอาออกทางปาก แต่หากอุปกรณ์เคลื่อนไปในลำไส้ ติดแน่น หรือมีการทะลุ แพทย์อาจต้องใช้การผ่าตัดผ่านกล้องหน้าท้องหรือผ่าตัดเปิด วิธีที่เลือกขึ้นกับตำแหน่ง อาการ และความเร่งด่วน

บอลลูนบางชนิดมีวิธีสิ้นสุดการรักษาต่างออกไป จึงต้องตรวจสอบชนิดอุปกรณ์ก่อน ไม่ควรพยายามทำให้บอลลูนแฟบหรือขับออกเอง

แผนควบคุมน้ำหนักหลังนำออก

หลังเอาบอลลูนออก ทางเลือกประกอบด้วยการปรับอาหารและกิจกรรม โปรแกรมปรับพฤติกรรม ยาควบคุมน้ำหนักที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม การใส่บอลลูนใหม่ในผู้ที่ผ่านการประเมิน หรือการผ่าตัดลดน้ำหนักสำหรับผู้ที่มีข้อบ่งชี้ การใส่บอลลูนใหม่ไม่ใช่ขั้นตอนอัตโนมัติ ต้องพิจารณาผลของครั้งเดิม สาเหตุที่นำออก สุขภาพกระเพาะ และเป้าหมายระยะยาว

การผ่าตัดลดน้ำหนักไม่จำเป็นสำหรับทุกคน และไม่ควรเลือกเพียงเพราะกังวลว่าน้ำหนักจะกลับขึ้น ทีมรักษาจะพิจารณาดัชนีมวลกาย โรคร่วม ความพยายามรักษาก่อนหน้า ความพร้อมในการติดตาม และความเสี่ยงของการผ่าตัด

สิทธิการรักษา

ความคุ้มครองขึ้นกับเหตุผลที่ต้องนำบอลลูนออก สิทธิที่ใช้ สถานพยาบาลตามสิทธิ และเงื่อนไขของกรมธรรม์ การนำออกตามแผนของการรักษาควบคุมน้ำหนักอาจถูกพิจารณาต่างจากการนำออกฉุกเฉินเพราะอุดตัน เลือดออก หรือกระเพาะทะลุ

ประกันสังคม

ควรติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิก่อน โดยแจ้งว่าเคยใส่บอลลูนที่ใด ใส่เมื่อใด และนำออกเพราะครบกำหนดหรือมีภาวะแทรกซ้อน ถ้าไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน อาจต้องผ่านการประเมินและระบบส่งต่อตามสิทธิ หากมีอาการฉุกเฉินให้ไปรับการรักษาทันที แล้วนำหลักฐานการรักษาไปดำเนินการตามขั้นตอนของสิทธิภายหลัง

บัตรทอง

เริ่มสอบถามจากหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่ดูแลอยู่ การนำออกตามแผนอาจต้องมีข้อบ่งชี้และใบส่งต่อ ส่วนภาวะแทรกซ้อนฉุกเฉินจะประเมินตามความเร่งด่วนทางการแพทย์ เตรียมบัตรประจำตัว ประวัติการใส่บอลลูน และผลตรวจเดิมเพื่อช่วยให้ตรวจสอบสิทธิและวางแผนได้เร็วขึ้น

ประกันสุขภาพเอกชน

ถามบริษัทประกันหรือฝ่ายสิทธิของโรงพยาบาลว่า กรมธรรม์คุ้มครองการส่องกล้อง การระงับความรู้สึก ค่าอุปกรณ์ และการพักรักษาหรือไม่ รวมทั้งมีข้อยกเว้นเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก โรคเดิม หรือหัตถการที่วางแผนไว้หรือไม่ ควรขออนุมัติก่อนในกรณีไม่ฉุกเฉิน และเก็บรายงานแพทย์ ผลตรวจ และรายงานหัตถการสำหรับการเรียกร้องสิทธิ

คำถามสำคัญที่ควรถามสถานพยาบาลคือ การนำออกครั้งนี้ถือเป็นหัตถการตามแผนหรือการรักษาภาวะแทรกซ้อน ต้องมีใบส่งต่อหรืออนุมัติก่อนหรือไม่ และความคุ้มครองรวมการรักษาเพิ่มเติมหากพบแผลหรือเลือดออกระหว่างทำหรือไม่

จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

คำถามที่พบบ่อย

เอาบอลลูนในกระเพาะออกเจ็บไหม

ส่วนใหญ่ไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำเพราะได้รับยาระงับความรู้สึก แต่หลังทำอาจระคายคอ แน่นท้อง หรือคลื่นไส้ชั่วคราว หากปวดหน้าอกหรือปวดท้องรุนแรงต้องรีบแจ้งแพทย์

ต้องผ่าหน้าท้องหรือไม่

กรณีปกติไม่ต้องผ่าหน้าท้อง เพราะแพทย์นำบอลลูนออกผ่านกล้องทางปาก การผ่าตัดหน้าท้องอาจจำเป็นเฉพาะเมื่อบอลลูนเคลื่อนไปอุดตัน เกิดการทะลุ หรือนำออกผ่านกล้องไม่ได้

ต้องดมยาสลบทุกคนไหม

ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบทุกคน เพราะบางรายใช้ยานอนหลับลึกได้ การเลือกวิธีขึ้นกับความเสี่ยงต่อการสำลัก ชนิดบอลลูน โรคประจำตัว และแนวทางของทีมวิสัญญี

เอาบอลลูนออกแล้วกลับบ้านได้เลยไหม

ผู้ป่วยจำนวนมากกลับบ้านได้ในวันเดียวหลังรู้สึกตัวดีและไม่มีอาการผิดปกติ แต่ต้องมีคนพากลับ ผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือโรคที่ต้องเฝ้าระวังอาจต้องนอนโรงพยาบาล

เอาบอลลูนออกแล้วกินอาหารปกติได้เมื่อไร

มักเริ่มดื่มและค่อยๆ เพิ่มอาหารตามอาการกับคำสั่งของทีมรักษา ไม่ควรเริ่มด้วยมื้อใหญ่ทันที หากพบแผลหรือมีการรักษาเพิ่มเติม แพทย์อาจให้ใช้อาหารเหลวหรืออาหารอ่อนนานขึ้น

ถ้าครบกำหนดแล้วแต่ยังไม่พร้อมเอาออก เลื่อนได้ไหม

ไม่ควรเลื่อนเอง เพราะบอลลูนแต่ละชนิดมีอายุการใช้งานที่กำหนด ให้ติดต่อแพทย์ก่อนครบกำหนดเพื่อประเมินว่ารอได้หรือควรจัดการเร็วขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผิดปกติหรือไม่ทราบชนิดอุปกรณ์

เอาบอลลูนออกแล้วน้ำหนักจะกลับขึ้นไหม

น้ำหนักอาจกลับขึ้นได้หากปริมาณอาหารเพิ่มและไม่ได้รักษาพฤติกรรมระยะยาว การติดตามกับทีมโภชนาการและวางแผนการเคลื่อนไหวร่างกายจึงยังสำคัญหลังนำบอลลูนออก (Cleveland Clinic)

สามารถใส่บอลลูนลูกใหม่ทันทีได้หรือไม่

บางรายอาจวางแผนใส่อุปกรณ์ใหม่ แต่ไม่ใช่ทุกคนและไม่จำเป็นต้องทำในครั้งเดียว แพทย์ต้องตรวจเยื่อบุกระเพาะ ทบทวนผลของครั้งก่อน และพิจารณาสาเหตุที่นำออกก่อนตัดสินใจ

ถ้าไม่รู้ว่าบอลลูนเป็นชนิดไหนควรทำอย่างไร

แจ้งแพทย์ก่อนวันทำและนำเอกสารทุกอย่างที่หาได้ไปด้วย หากไม่มีข้อมูล แพทย์อาจต้องตรวจเพิ่มเติมและเตรียมเครื่องมือหลายแบบ ไม่ควรรอจนมีอาการฉุกเฉินจึงเริ่มค้นหาข้อมูลอุปกรณ์

บอลลูนแตกหรือรั่วต้องทำอย่างไร

ควรติดต่อทีมรักษาโดยเร็ว และไปฉุกเฉินหากปวดท้องมาก อาเจียน ท้องอืด หรือถ่ายไม่ออก บอลลูนที่แฟบอาจเคลื่อนไปในทางเดินอาหารและทำให้อุดตันได้

มีประจำเดือนสามารถนำบอลลูนออกได้ไหม

โดยทั่วไปการมีประจำเดือนเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุห้ามทำ แต่ควรแจ้งทีมรักษาหากเลือดออกมากผิดปกติ ซีด ใช้ยาป้องกันลิ่มเลือด หรืออาจตั้งครรภ์ เพื่อให้ประเมินความพร้อมอย่างเหมาะสม

ตั้งครรภ์แล้วมีบอลลูนอยู่ควรทำอย่างไร

ให้ติดต่อสูติแพทย์และแพทย์ที่ดูแลบอลลูนโดยเร็วโดยไม่ตัดสินใจนำออกเอง ทีมรักษาจะชั่งความเสี่ยงของการคงอุปกรณ์กับความเสี่ยงจากการส่องกล้องและยาระงับความรู้สึกตามอายุครรภ์และอาการ

หลังเอาบอลลูนออกขับรถได้เมื่อไร

ห้ามขับรถขณะยังมีฤทธิ์ยาระงับความรู้สึก และควรทำตามช่วงเวลาที่สถานพยาบาลระบุสำหรับยาที่ได้รับ ให้ผู้ใหญ่พากลับแม้คุณรู้สึกตื่นดี เพราะการตัดสินใจและการตอบสนองอาจยังช้ากว่าปกติ

ถ้ามีกรดไหลย้อนจะดีขึ้นหลังเอาออกไหม

อาการที่เกิดจากแรงกดหรือการระคายเคืองของบอลลูนอาจลดลงหลังนำออก แต่ไม่รับประกันว่าจะหาย เพราะกรดไหลย้อนอาจมีสาเหตุอื่น หากยังมีอาการ กลืนติด เจ็บหน้าอก หรืออาเจียน ควรกลับไปประเมินเพิ่มเติม

ต้องติดตามแพทย์หลังนำออกหรือไม่

ควรติดตามตามนัดเพื่อทบทวนผลการส่องกล้อง อาการ การกิน และแผนควบคุมน้ำหนัก นัดติดตามสำคัญยิ่งขึ้นหากพบแผล เลือดออก หรือมีการนำบอลลูนออกก่อนกำหนด เพราะต้องหาสาเหตุและวางแผนรักษาต่อไป

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

HDcare ช่วยคุณหาแพทย์และโรงพยาบาลที่เหมาะกับการผ่าตัดที่ต้องการ

ทีมงานช่วยประสานงานนัดหมาย เตรียมเอกสาร และติดตามผลหลังผ่าตัด

HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่ได้ให้การรักษาโดยตรง

ภาพแพทย์และพยาบาลในหน้านี้เป็นภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่บุคลากรจริงของ HDcare หรือโรงพยาบาลในเครือข่าย

© 2026 HDmall · HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล

ภาพประกอบสร้างด้วย AIภาพประกอบ AI
ปรึกษาทีม HDcare ทางไลน์

HDcare ช่วยประสานงานนัดหมาย เปรียบเทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย เทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย และดูแลตลอดการรักษา