ผ่าตัดและหัตถการ โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

ใส่บอลลูนลดน้ำหนัก

ใส่บอลลูนลดน้ำหนัก (Gastric balloon placement) คือการนำบอลลูนชนิดพิเศษเข้าไปไว้ในกระเพาะอาหารชั่วคราว เพื่อกินพื้นที่และช่วยให้อิ่มเร็วขึ้น โดยทั่วไปใส่ผ่านกล้องทางปากจึงไม่มีแผลผ่าตัดหน้าท้อง แต่ต้องทำร่วมกับการปรับอาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย และการติดตามอย่างต่อเนื่องจึงจะมีโอกาสควบคุมน้ำหนักได้ในระยะยาว

ประเด็นสำคัญ

  • บอลลูนในกระเพาะเป็นเครื่องมือช่วยลดน้ำหนักแบบชั่วคราว ไม่ใช่การผ่าตัดตัดหรือเย็บกระเพาะ และต้องนำออกตามกำหนดของบอลลูนชนิดนั้น
  • ผู้ที่เหมาะสมมักเป็นผู้มีโรคอ้วนซึ่งลดน้ำหนักด้วยการปรับอาหารและออกกำลังกายแล้วยังไม่ได้ผลเพียงพอ แต่เกณฑ์ดัชนีมวลกายและข้อห้ามแตกต่างกันตามอุปกรณ์และดุลยพินิจของทีมรักษา
  • คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหรือแน่นท้องพบได้ในช่วงแรก แต่ถ้าอาการรุนแรง ดื่มน้ำไม่ได้ ท้องบวมมาก หายใจลำบาก หรือปวดท้องเกิดขึ้นภายหลัง ต้องติดต่อโรงพยาบาลทันที

ใส่บอลลูนลดน้ำหนัก คืออะไร

การใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารเป็นหัตถการลดน้ำหนักแบบส่องกล้อง แพทย์นำบอลลูนที่ยังไม่ขยายผ่านปากและหลอดอาหารลงไปในกระเพาะ จากนั้นเติมของเหลวหรือสารตามระบบของอุปกรณ์เพื่อให้บอลลูนขยายตัว บอลลูนจะกินพื้นที่บางส่วนในกระเพาะ ทำให้คุณรู้สึกอิ่มเร็วและกินอาหารในปริมาณน้อยลง (Cleveland Clinic)

วิธีนี้ไม่ใช่การผ่าตัดช่องท้อง เพราะไม่มีการกรีด ตัด หรือเย็บกระเพาะตามปกติ การใส่และการนำออกส่วนใหญ่อาศัยกล้องส่องทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นท่ออ่อนที่มีกล้องอยู่ปลายท่อ แพทย์มองเห็นหลอดอาหารและกระเพาะระหว่างทำหัตถการ

บอลลูนเป็นอุปกรณ์ชั่วคราว ไม่ควรอยู่ในกระเพาะเกินระยะเวลาที่กำหนดสำหรับอุปกรณ์แต่ละชนิด แหล่งข้อมูลสากลยกตัวอย่างระบบที่คงไว้ได้ถึงประมาณ 6 เดือน แต่ระยะเวลาจริงอาจต่างกันตามชนิดบอลลูน แผนการรักษา และข้อกำหนดในประเทศไทย คุณควรถามตั้งแต่ก่อนทำว่าจะนัดนำออกเมื่อใด และใครเป็นผู้ติดตามนัดนี้ (Mayo Clinic)

การมีบอลลูนไม่ได้ทำให้น้ำหนักลดเองโดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ผลลัพธ์ขึ้นกับรูปแบบอาหาร การออกกำลังกาย การนอน สุขภาพจิต โรคประจำตัว และการมาติดตามกับทีมรักษา น้ำหนักอาจลดน้อยกว่าที่คาด หรือเพิ่มกลับหลังนำบอลลูนออกได้ หากไม่สามารถรักษาพฤติกรรมระยะยาว

เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียง “ใส่บอลลูนแล้วกินได้น้อยลง” แต่เป็นการใช้ช่วงที่มีบอลลูนเพื่อฝึกมื้ออาหารใหม่ เลือกอาหารที่เหมาะสม และสร้างรูปแบบการใช้ชีวิตที่ทำต่อได้หลังนำบอลลูนออก โดยทั่วไปทีมดูแลอาจประกอบด้วยแพทย์ด้านโรคอ้วนหรือทางเดินอาหาร นักกำหนดอาหาร และผู้ดูแลด้านพฤติกรรมหรือสุขภาพจิตตามความจำเป็น

ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

ผู้ที่อาจเหมาะกับการใส่บอลลูน

การใส่บอลลูนอาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ใหญ่ที่มีโรคอ้วนและเคยพยายามลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหาร เพิ่มกิจกรรมทางกาย หรือรับการดูแลแบบไม่ทำหัตถการแล้ว แต่ยังลดได้ไม่เพียงพอหรือกลับมาเพิ่มอีก แพทย์ต้องประเมินทั้งดัชนีมวลกาย โรคที่สัมพันธ์กับน้ำหนัก และความพร้อมในการเปลี่ยนพฤติกรรม (Cleveland Clinic)

แหล่งข้อมูลสากลระบุเกณฑ์ดัชนีมวลกายแตกต่างกัน เช่น ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป หรือช่วง 30-40 แต่เกณฑ์เหล่านี้ไม่ควรนำมาตัดสินด้วยตนเอง เพราะอาจไม่ตรงกับอุปกรณ์หรือแนวทางที่ใช้ในประเทศไทย (Cleveland Clinic) ทีมรักษาจะพิจารณาร่วมกับปัจจัยต่อไปนี้

  • เคยลดน้ำหนักด้วยวิธีไม่ทำหัตถการอย่างจริงจังแล้วหรือไม่
  • มีโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ไขมันพอกตับ ความดันโลหิตสูง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่
  • พร้อมปรับอาหารและเข้ารับการติดตามตลอดโปรแกรมหรือไม่
  • เข้าใจหรือไม่ว่าบอลลูนเป็นอุปกรณ์ชั่วคราวและต้องนำออก
  • มีเป้าหมายที่เป็นจริง ไม่คาดหวังว่าวิธีนี้จะรับประกันน้ำหนักหรือรูปร่างตามต้องการ
  • สามารถรับมือกับคลื่นไส้ อาเจียน หรือแน่นท้องในช่วงปรับตัวได้หรือไม่
  • มีผู้ดูแลหรือคนพากลับบ้านในวันที่ได้รับยาระงับความรู้สึกหรือไม่

บางคนอาจใช้บอลลูนเป็นแนวทางชั่วคราวก่อนพิจารณาการผ่าตัดลดน้ำหนัก หากน้ำหนักหรือโรคร่วมทำให้การผ่าตัดมีความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนจะลดความเสี่ยงได้มากพอ และแผนนี้ต้องอยู่ในการดูแลของทีมศัลยกรรมลดน้ำหนัก

ผู้ที่อาจไม่เหมาะหรือจำเป็นต้องประเมินเพิ่ม

บอลลูนไม่ได้เหมาะกับทุกคน ผู้ที่เคยผ่าตัดกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหารมาก่อนอาจไม่เหมาะ เพราะกายวิภาคเปลี่ยนไปและอาจเพิ่มความเสี่ยง แหล่งอ้างอิงทั้งสองแห่งระบุประวัติผ่าตัดบริเวณดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญในการคัดกรอง

แพทย์อาจเลื่อน งด หรือขอตรวจเพิ่มเติม หากพบภาวะที่ทำให้การส่องกล้อง การรับยาระงับความรู้สึก หรือการมีบอลลูนในกระเพาะไม่ปลอดภัย เช่น

  • แผล กระเพาะอักเสบรุนแรง เลือดออก หรือความผิดปกติของหลอดอาหาร
  • อาการกรดไหลย้อนรุนแรงหรือควบคุมไม่ได้
  • ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
  • โรคตับรุนแรง ภาวะความดันหลอดเลือดพอร์ทัลสูง หรือหลอดเลือดขอดในหลอดอาหาร/กระเพาะ
  • ไส้เลื่อนกระบังลมขนาดใหญ่หรือความผิดปกติทางกายวิภาคที่เพิ่มความเสี่ยง
  • โรคหัวใจหรือโรคปอดที่ยังควบคุมไม่ดี
  • การติดเชื้อหรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน
  • ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ในช่วงที่มีบอลลูน หรือให้นมบุตร
  • ภาวะการกินผิดปกติ ปัญหาสุขภาพจิต หรือการใช้สารเสพติดที่ยังไม่ได้รับการดูแล
  • ไม่สามารถมาติดตามหรือนำบอลลูนออกตามกำหนด
  • ไม่พร้อมปรับอาหารและพฤติกรรมหลังทำ

รายการนี้ไม่ใช่ข้อห้ามทั้งหมด และไม่ได้หมายความว่าผู้มีภาวะดังกล่าวจะทำไม่ได้ทุกกรณี ข้อห้ามจริงขึ้นกับฉลากและข้อกำหนดของบอลลูนแต่ละชนิด แพทย์ผู้ทำหัตถการและวิสัญญีแพทย์จะตัดสินจากผลตรวจ ประวัติการรักษา และชนิดอุปกรณ์ที่จะใช้

หากน้ำหนักเกินไม่มาก หรือยังไม่เคยรับการดูแลด้านอาหารและกิจกรรมทางกายอย่างเป็นระบบ การใส่บอลลูนอาจยังไม่ใช่คำตอบแรก การรักษาแบบไม่ทำหัตถการมักเหมาะที่จะลองก่อน

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

แม้ไม่มีแผลผ่าตัด การใส่บอลลูนยังเป็นหัตถการที่ต้องเตรียมตัวเหมือนการส่องกล้องและการให้ยาระงับความรู้สึก โรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจมีแนวทางต่างกัน คุณควรยึดเอกสารและคำสั่งจากทีมที่ทำหัตถการเป็นหลัก

การประเมินก่อนทำ

ทีมรักษาจะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินว่าประโยชน์คุ้มกับความเสี่ยงหรือไม่ อาจมีการตรวจเลือด ตรวจหัวใจ หรือการตรวจอื่นตามอายุ โรคประจำตัว และรูปแบบการให้ยาระงับความรู้สึก แหล่งข้อมูลระบุว่าอาจต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการและตรวจสุขภาพก่อนทำ แต่ไม่ได้กำหนดชุดตรวจเดียวสำหรับทุกคน (Mayo Clinic)

แจ้งแพทย์หากคุณมีประวัติต่อไปนี้

  • เคยผ่าตัดหรือส่องกล้องกระเพาะและหลอดอาหาร
  • เคยมีแผลในกระเพาะ เลือดออกทางเดินอาหาร หรืออาเจียนเป็นเลือด
  • แพ้ยา แพ้วัสดุทางการแพทย์ หรือเคยมีปัญหาจากยาสลบ
  • มีโรคหัวใจ ปอด ไต ตับ เบาหวาน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ตั้งครรภ์ อาจตั้งครรภ์ หรือวางแผนตั้งครรภ์
  • มีปัญหาเรื่องการกิน สุขภาพจิต หรือการใช้แอลกอฮอล์และสารเสพติด

อาหารและการงดน้ำงดอาหาร

คุณต้องงดอาหารและเครื่องดื่มก่อนส่องกล้อง เพื่อลดความเสี่ยงที่อาหารจะไหลย้อนเข้าสู่ทางเดินหายใจ แต่เวลาที่ต้องเริ่มงดขึ้นกับชนิดอาหาร เวลาเข้ารับหัตถการ และแนวทางของวิสัญญีแพทย์ บางแห่งอาจให้รับประทานอาหารเหลวใสก่อนวันทำเพื่อช่วยให้กระเพาะว่าง

อย่ากำหนดเวลาอดอาหารเอง ให้ถามโรงพยาบาลให้ชัดเจนว่าอาหารมื้อสุดท้ายและน้ำใสครั้งสุดท้ายรับได้เมื่อใด หากเผลอกินหรือดื่มในช่วงที่ต้องงด ให้แจ้งทีมรักษาตรงๆ เพราะอาจจำเป็นต้องเลื่อนเพื่อความปลอดภัย

ยาและอาหารเสริม

ทำรายการยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ รวมยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อเอง สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนทำ เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิด

อย่าหยุดยาเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือดและยาควบคุมเบาหวาน ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาหยุด ปรับ หรือเริ่มยาใหม่ตามโรคและความเสี่ยงเฉพาะบุคคล ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับยาลดกรดก่อนหรือหลังใส่บอลลูนตามแผนของแพทย์

สิ่งที่ควรเตรียมในวันทำ

  • บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิการรักษา
  • รายการยา โรคประจำตัว และประวัติแพ้ยา
  • ผลตรวจหรือเอกสารส่งตัวที่โรงพยาบาลกำหนด
  • เสื้อผ้าหลวมและสวมง่าย
  • ผู้ใหญ่ที่พากลับบ้านและอยู่ช่วยสังเกตอาการในช่วงแรก
  • หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อโรงพยาบาลเมื่อมีอาการผิดปกติ
  • แผนการเดินทางกลับที่ไม่ต้องขับรถเอง

ควรถามล่วงหน้าด้วยว่าใครจะติดตามเรื่องอาหารหลังทำ นัดครั้งแรกเมื่อใด บอลลูนต้องนำออกภายในช่วงไหน และหากไปโรงพยาบาลเดิมไม่ได้จะติดต่อหน่วยใด

ขั้นตอนการผ่าตัด

คำว่า “ผ่าตัด” มักใช้ในการค้นหา แต่การใส่บอลลูนส่วนใหญ่เป็นหัตถการส่องกล้องโดยไม่เปิดแผลหน้าท้อง ขั้นตอนอาจต่างกันตามอุปกรณ์และโรงพยาบาล โดยทั่วไปเป็นดังนี้ (Cleveland Clinic)

  • ตรวจยืนยันความพร้อม

ทีมรักษาตรวจชื่อ ประวัติแพ้ยา เวลาที่งดอาหาร ยาที่ใช้ และใบยินยอม คุณจะมีโอกาสถามเรื่องประโยชน์ ความเสี่ยง และทางเลือกก่อนตัดสินใจ

  • เตรียมการเฝ้าระวัง

บุคลากรติดอุปกรณ์วัดชีพจร ความดัน ออกซิเจน และเปิดเส้นให้น้ำเกลือตามความจำเป็น อาจให้ยาชาบริเวณคอและยาระงับความรู้สึกเพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย

  • ส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น

แพทย์สอดกล้องชนิดอ่อนผ่านปากลงสู่หลอดอาหารและกระเพาะ เพื่อตรวจดูว่ามีแผล เลือดออก การอุดกั้น หรือความผิดปกติที่ทำให้ไม่ควรใส่บอลลูนหรือไม่ หากพบปัญหา แพทย์อาจหยุดขั้นตอนและวางแผนรักษาก่อน

  • นำบอลลูนเข้าสู่กระเพาะ

บอลลูนที่ยังไม่ขยายถูกนำผ่านปากและหลอดอาหารลงสู่ตำแหน่งที่เหมาะสมในกระเพาะ โดยใช้กล้องช่วยมองเห็น

  • ทำให้บอลลูนขยายตัว

แพทย์เติมของเหลวหรือสารตามระบบของอุปกรณ์จนได้ขนาดที่วางแผนไว้ จากนั้นตรวจตำแหน่งและตรวจว่าระบบปิดเรียบร้อย

  • นำกล้องและอุปกรณ์ออก

เมื่อยืนยันความเรียบร้อย แพทย์นำกล้องออก ไม่มีแผลเย็บที่หน้าท้อง แต่คุณอาจรู้สึกระคายคอ แน่นท้อง หรือคลื่นไส้ได้

  • พักสังเกตอาการ

ทีมดูแลติดตามชีพจร การหายใจ ระดับความรู้สึกตัว อาการปวด คลื่นไส้ และความสามารถในการจิบน้ำ เมื่อปลอดภัยจึงพิจารณาให้กลับบ้านหรือรับไว้สังเกตอาการ

  • ติดตามและนำบอลลูนออก

หลังกลับบ้านต้องมาตามนัดกับทีมโภชนาการและแพทย์ เมื่อถึงกำหนด บอลลูนจะถูกทำให้ยุบและนำออกด้วยการส่องกล้อง กระบวนการนำออกเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ไม่ใช่ทางเลือกที่จะละเลยได้

ใช้เวลานานแค่ไหน

ตัวหัตถการมักใช้เวลาไม่นาน แต่ระยะเวลาจริงแตกต่างตามชนิดบอลลูน การตรวจที่ต้องทำร่วม สภาพผู้ป่วย และแนวทางของโรงพยาบาล โปรดสอบถามทีมรักษาโดยตรง

เวลาที่อยู่โรงพยาบาลนานกว่าตัวหัตถการ เพราะต้องลงทะเบียน เตรียมตัว รับยาระงับความรู้สึก และพักสังเกตอาการ แหล่งข้อมูลสากลระบุว่าหลายรายกลับบ้านได้ภายในประมาณ 1-2 ชั่วโมงหลังทำ แต่แนวทางนี้อาจไม่ตรงกับทุกโรงพยาบาลในประเทศไทย (Mayo Clinic) บางคนต้องอยู่สังเกตนานขึ้นหรือพักค้างคืน หากอาเจียนมาก ดื่มน้ำไม่ได้ มีโรคร่วม หรือทีมรักษากังวลเรื่องภาวะแทรกซ้อน

โดยทั่วไปใช้ยาระงับความรู้สึกหรือยานอนหลับขณะส่องกล้อง ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบเต็มรูปแบบทุกราย วิธีที่ใช้ขึ้นกับสุขภาพ ความเสี่ยงทางเดินหายใจ แนวทางของสถานพยาบาล และดุลยพินิจของวิสัญญีแพทย์

หลังได้รับยา คุณไม่ควรขับรถ ใช้เครื่องจักร ตัดสินใจเรื่องสำคัญ หรือเดินทางกลับคนเดียวในวันนั้น ให้เตรียมผู้ใหญ่พากลับและปฏิบัติตามข้อจำกัดที่โรงพยาบาลแจ้ง

พักฟื้นนานแค่ไหน

ช่วงที่ลำบากที่สุดมักเป็นวันแรกๆ เพราะกระเพาะกำลังปรับตัวกับบอลลูน อาการที่พบได้คือคลื่นไส้ อาเจียน ปวดบีบ แน่นท้อง เรอ หรือกรดไหลย้อน แหล่งข้อมูลระบุว่าอาการเหล่านี้มักดีขึ้นภายในไม่กี่วัน แต่บางคนมีอาการมากกว่าหรือนานกว่า (Mayo Clinic)

ช่วงเวลาโดยประมาณสิ่งที่อาจเกิดขึ้นสิ่งที่ควรเน้น
วันทำหัตถการง่วง ระคายคอ แน่นท้อง คลื่นไส้พัก มีผู้ดูแล และจิบน้ำตามคำแนะนำ
1-3 วันแรกคลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดบีบอาจเด่นป้องกันภาวะขาดน้ำ และใช้ยาตามแพทย์สั่ง
สัปดาห์แรกอาการมักค่อยๆ ลดลง แต่ยังรับอาหารได้น้อยทำตามลำดับอาหารของทีมโภชนาการ
ประมาณ 1-2 สัปดาห์หลายคนทำกิจวัตรและงานเบาได้มากขึ้นเพิ่มกิจกรรมทีละน้อยตามอาการ
ประมาณ 2-3 สัปดาห์อาหารอาจค่อยๆ เปลี่ยนจากเหลวเป็นนิ่มและปกติเคี้ยวช้า หยุดเมื่ออิ่ม และมาตามนัด
ระยะต่อมาใช้ช่วงที่มีบอลลูนสร้างพฤติกรรมระยะยาวติดตามน้ำหนัก อาหาร การเคลื่อนไหว และสุขภาพจิต

ตารางนี้เป็นภาพรวม ไม่ใช่แผนอาหารเฉพาะบุคคล แหล่งข้อมูลหนึ่งอธิบายว่าผู้รับการรักษาอาจเริ่มของเหลวใสหลังทำหลายชั่วโมง ต่อด้วยอาหารเหลวในช่วงต้น เปลี่ยนเป็นอาหารนิ่มในสัปดาห์ถัดมา และกลับสู่อาหารปกติราวสัปดาห์ที่สาม แต่คุณต้องใช้กำหนดจากทีมรักษา เพราะชนิดบอลลูน อาการ และแนวทางของโรงพยาบาลอาจต่างกัน

กลับไปทำงานได้เมื่อดื่มน้ำและรับอาหารตามแผนได้ ไม่มีอาเจียนหรือปวดที่รบกวนการทำงาน และพ้นข้อจำกัดจากยาระงับความรู้สึก งานใช้แรง งานกลางแจ้ง หรือการเดินทางไกลควรให้ทีมรักษาประเมินเป็นรายบุคคล

การฟื้นตัวไม่ได้จบเมื่อหายคลื่นไส้ คุณยังต้องติดตามกับทีมรักษาตลอดช่วงที่มีบอลลูน เพื่อประเมินว่าได้รับน้ำและสารอาหารเพียงพอหรือไม่ มีกรดไหลย้อนหรือแผลในกระเพาะหรือไม่ และพฤติกรรมการกินเปลี่ยนไปในทิศทางที่ทำต่อได้หรือไม่

น้ำหนักที่ลดได้ไม่เท่ากัน และไม่ควรใช้ผลลัพธ์ของคนอื่นเป็นเป้ารับประกัน หากน้ำหนักลดน้อยกว่าที่หวัง ทีมรักษาจะประเมินอาหาร กิจกรรม โรคประจำตัว ยาที่มีผลต่อน้ำหนัก และทางเลือกถัดไป ไม่ควรอดอาหารรุนแรงหรือซื้อยาลดน้ำหนักมาใช้ร่วมเอง

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การใส่บอลลูนไม่ต้องเปิดแผลหน้าท้อง แต่ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง คุณควรรู้ทั้งอาการที่คาดได้ในช่วงแรกและภาวะแทรกซ้อนที่พบไม่บ่อยแต่ต้องรักษาเร็ว

อาการที่พบบ่อยในช่วงแรก

  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • ปวดบีบหรือแน่นท้อง
  • อิ่มเร็วมาก รับประทานอาหารได้น้อย
  • เรอ ท้องอืด หรือกรดไหลย้อน
  • ระคายคอหลังส่องกล้อง
  • อ่อนเพลียจากรับประทานอาหารและน้ำได้น้อย

แหล่งข้อมูลหนึ่งรายงานว่าอาการปวดและคลื่นไส้เกิดกับผู้รับการรักษาประมาณหนึ่งในสามหลังใส่บอลลูน และมักอยู่เพียงไม่กี่วัน (Mayo Clinic) ตัวเลขนี้มาจากแหล่งข้อมูลต่างประเทศและอาจไม่สะท้อนอุปกรณ์หรือการดูแลในประเทศไทย จึงใช้เพื่ออธิบายว่าอาการช่วงต้นพบได้ ไม่ใช่เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงส่วนบุคคล

หากอาการไม่รุนแรง ทีมรักษาอาจดูแลด้วยการปรับอาหาร การให้สารน้ำ และยาตามอาการ อย่างไรก็ตาม หากอาเจียนต่อเนื่องจนดื่มไม่ได้ ไม่ควรรอดูอาการเอง เพราะอาจเกิดภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ผิดปกติ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

บอลลูนรั่วหรือแฟบ

หากบอลลูนสูญเสียปริมาตร อาจเคลื่อนออกจากกระเพาะเข้าสู่ลำไส้ บางกรณีอาจผ่านออกได้ แต่บางกรณีเกิดลำไส้อุดตันและต้องส่องกล้องหรือผ่าตัดนำออก

บอลลูนขยายตัวผิดปกติ

บอลลูนอาจมีขนาดหรือแรงดันเปลี่ยนไป ทำให้ท้องบวม แน่น ปวด อาเจียน หรือหายใจไม่สะดวก ต้องได้รับการประเมินและอาจต้องนำออก

แผลหรือเลือดออกในกระเพาะอาหาร

แรงกด การระคายเคือง หรือกรดอาจสัมพันธ์กับแผล อาการเตือนคือปวดท้องมาก อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ

กระเพาะทะลุ

ผนังกระเพาะอาจเกิดรูทะลุได้ แม้เป็นภาวะที่พบไม่บ่อย แต่เป็นเหตุฉุกเฉินและอาจต้องผ่าตัดแก้ไข

ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน

บอลลูนอาจกดบริเวณใกล้เคียงจนสัมพันธ์กับตับอ่อนอักเสบ ทำให้ปวดท้องส่วนบนรุนแรง อาจร้าวไปหลัง คลื่นไส้ และอาเจียน

การอุดตันของทางออกกระเพาะหรือลำไส้

ทำให้อาเจียนมาก ท้องอืด ปวดบิด หรือไม่ถ่ายและไม่ผายลม ต้องตรวจหาตำแหน่งอุดตันโดยเร็ว

ภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ผิดปกติ

เกิดจากอาเจียนหรือดื่มน้ำไม่ได้ อาจมีปากแห้ง ปัสสาวะน้อย หน้ามืด ใจสั่น อ่อนแรง หรือซึม

ความเสี่ยงจากการส่องกล้องและยาระงับความรู้สึก

อาจมีการสำลัก ออกซิเจนต่ำ ความดันผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ การบาดเจ็บต่อคอหรือหลอดอาหาร และอาการแพ้ยา ความเสี่ยงขึ้นกับโรคประจำตัวและวิธีระงับความรู้สึก

น้ำหนักลดไม่เป็นไปตามเป้าหรือกลับมาเพิ่ม

บอลลูนอาจทำงานอยู่ในตำแหน่งปกติ แต่น้ำหนักลดน้อยกว่าที่คาดได้ และน้ำหนักอาจเพิ่มกลับหลังนำออกหากไม่สามารถรักษาการเปลี่ยนแปลงด้านอาหารและกิจกรรม นี่ไม่ใช่ภาวะแทรกซ้อนฉุกเฉิน แต่เป็นข้อจำกัดสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจ

บางอาการอาจทำให้ต้องนำบอลลูนออกก่อนกำหนด โดยเฉพาะเมื่ออาเจียนหรือปวดมากจนใช้ชีวิตไม่ได้ เกิดแผล มีเลือดออก บอลลูนผิดปกติ หรือเกิดการอุดตัน การนำออกก่อนกำหนดไม่ควรถูกมองว่าเป็นความล้มเหลว แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อความปลอดภัย

สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

ติดต่อโรงพยาบาลที่ทำหัตถการหรือไปห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

  • ปวดท้องรุนแรง ปวดมากขึ้น หรือปวดเกิดขึ้นใหม่หลังเคยดีขึ้น
  • อาเจียนต่อเนื่อง จิบน้ำไม่ได้ หรืออาเจียนทุกครั้งที่ดื่ม
  • อาเจียนเป็นเลือด หรือมีลักษณะคล้ายกากกาแฟ
  • ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือด หรือมีอาการหน้ามืดร่วมด้วย
  • ท้องบวมผิดปกติ แน่นมาก หรือกดเจ็บ
  • มีไข้ หนาวสั่น ซึม หรืออ่อนแรงมาก
  • หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก เป็นลม หรือริมฝีปากเขียว
  • ปัสสาวะน้อยมาก ปากแห้ง ใจสั่น หรือหน้ามืดเมื่อยืน
  • ปวดท้องส่วนบนรุนแรงและร้าวไปหลัง
  • ไม่ถ่าย ไม่ผายลม ร่วมกับปวดบิดหรืออาเจียน
  • สังเกตสัญญาณที่ทีมรักษาแจ้งว่าอาจหมายถึงบอลลูนรั่วหรือแฟบ
  • ไม่สามารถติดต่อหน่วยที่ทำหัตถการได้ทั้งที่อาการกำลังแย่ลง

แหล่งข้อมูลแนะนำให้ติดต่อแพทย์ทันที หากมีคลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้องเกิดขึ้นในเวลาใดก็ตามหลังใส่บอลลูน โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดใหม่หรือรุนแรง (Mayo Clinic) อย่ารอถึงวันนัด หากสงสัยภาวะแทรกซ้อน

เมื่อต้องไปโรงพยาบาล ให้แจ้งชัดเจนว่ามีบอลลูนอยู่ในกระเพาะ ระบุวันที่ใส่ ชนิดบอลลูนถ้าทราบ และนำเอกสารประจำอุปกรณ์ติดตัวไปด้วย

ทางเลือกอื่น

บอลลูนไม่ใช่ทางเลือกเดียว และไม่จำเป็นต้องเป็นขั้นแรกสำหรับทุกคน การเลือกวิธีควรเริ่มจากเป้าหมายสุขภาพ ระดับโรคอ้วน โรคร่วม ความเสี่ยง และความพร้อมในการติดตามระยะยาว

การดูแลโดยไม่ทำหัตถการ

โปรแกรมปรับอาหารและพฤติกรรม

นักกำหนดอาหารหรือทีมควบคุมน้ำหนักช่วยวางรูปแบบอาหารที่สอดคล้องกับโรคประจำตัว ตารางชีวิต และพฤติกรรมการกิน การดูแลอาจรวมการตั้งเป้าหมาย การบันทึกอาหาร การจัดสิ่งแวดล้อม และการแก้ปัญหาการกินจากอารมณ์

กิจกรรมทางกายและการออกกำลังกาย

เริ่มจากระดับที่ทำได้และปลอดภัย โดยเฉพาะผู้มีอาการปวดข้อ โรคหัวใจ หรือหอบง่าย เป้าหมายคือสร้างกิจกรรมที่ทำต่อได้ ไม่ใช่เร่งออกกำลังจนบาดเจ็บ

การดูแลการนอนและสุขภาพจิต

การนอนไม่พอ ความเครียด ภาวะซึมเศร้า และการกินผิดปกติอาจรบกวนการควบคุมน้ำหนัก การรักษาปัจจัยเหล่านี้อาจจำเป็นก่อนพิจารณาหัตถการ

ยาควบคุมน้ำหนัก

อาจเป็นทางเลือกสำหรับบางคนเมื่อใช้ร่วมกับอาหารและกิจกรรมทางกาย แพทย์จะเลือกตามดัชนีมวลกาย โรคร่วม ข้อห้าม และยาที่ใช้อยู่ ไม่ควรซื้อยา ฉีดยา หรือใช้ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักเอง

แหล่งข้อมูลระบุว่าหัตถการลดน้ำหนักมักพิจารณาหลังการปรับอาหารและออกกำลังกายยังไม่ได้ผลตามต้องการ (Mayo Clinic) ดังนั้น หากยังไม่เคยรับการดูแลอย่างเป็นระบบ แนวทางไม่ทำหัตถการอาจเหมาะกว่าในระยะแรก

หัตถการหรือการผ่าตัดทางเลือก

  • หัตถการลดขนาดกระเพาะด้วยกล้องชนิดอื่น
  • การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ
  • การผ่าตัดเปลี่ยนทางเดินอาหาร
  • แนวทางผสมผสานกับยาหรือโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก

การผ่าตัดลดน้ำหนักอาจให้ผลด้านน้ำหนักที่มากและยาวนานกว่าในผู้ที่เหมาะสม แต่เป็นการผ่าตัดจริง มีความเสี่ยงและการติดตามด้านโภชนาการเฉพาะของตนเอง ส่วนบอลลูนเป็นวิธีชั่วคราว ไม่มีแผลหน้าท้อง แต่ต้องนำออกและมีโอกาสที่น้ำหนักจะเพิ่มกลับ

ทางเลือกลักษณะสำคัญอาจเหมาะเมื่อ
ปรับอาหารและพฤติกรรมไม่ทำหัตถการ เป็นพื้นฐานของทุกวิธีควรเริ่มในเกือบทุกคน
ยาควบคุมน้ำหนักใช้ต่อเนื่องภายใต้การดูแลมีข้อบ่งใช้และไม่มีข้อห้าม
บอลลูนในกระเพาะชั่วคราว ใส่ผ่านการส่องกล้องต้องการวิธีไม่เปิดแผลและผ่านการคัดกรอง
หัตถการผ่านกล้องแบบอื่นปรับกระเพาะโดยไม่เปิดแผลใหญ่ขึ้นกับกายวิภาคและความพร้อมของสถานพยาบาล
ผ่าตัดลดน้ำหนักเปลี่ยนขนาดกระเพาะหรือทางเดินอาหารโรคอ้วนระดับที่เข้าเกณฑ์และยอมรับการผ่าตัดได้

ทีมรักษาควรอธิบายว่าเหตุใดจึงเสนอบอลลูนแทนวิธีอื่น รวมถึงแผนสำรองหากทนบอลลูนไม่ได้หรือน้ำหนักลดไม่เพียงพอ

สิทธิการรักษา

สิทธิครอบคลุมการใส่บอลลูนแตกต่างกันตามข้อบ่งชี้ หน่วยบริการ เงื่อนไขของกองทุน และรายละเอียดกรมธรรม์ อย่านัดทำโดยอาศัยความเข้าใจจากคำว่า “รักษาโรคอ้วน” เพียงอย่างเดียว ควรขอการยืนยันสิทธิก่อนทุกครั้ง

บัตรทอง

เริ่มสอบถามจากหน่วยบริการประจำหรือโรงพยาบาลตามสิทธิว่า มีคลินิกโรคอ้วนหรือศัลยกรรมลดน้ำหนักหรือไม่ และจำเป็นต้องมีหนังสือส่งตัวอย่างไร บอลลูนอาจไม่ได้อยู่ในบริการมาตรฐานของทุกแห่ง แม้การประเมินโรคอ้วนและโรคร่วมจะอยู่ในระบบรักษา

ควรถามว่า

  • ต้องผ่านโปรแกรมควบคุมน้ำหนักก่อนหรือไม่
  • ต้องมีโรคร่วมอะไรบ้าง
  • ครอบคลุมการตรวจ การใส่ การติดตาม และการนำออกหรือไม่
  • หากเกิดภาวะแทรกซ้อนต้องกลับไปที่ใด
  • ต้องใช้เอกสารส่งตัวหรือการอนุมัติล่วงหน้าหรือไม่

ประกันสังคม

สอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิและสำนักงานที่ดูแลสิทธิของคุณโดยตรง การรักษาโรคอ้วนที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อาจได้รับการพิจารณาแตกต่างจากหัตถการที่มีเป้าหมายด้านรูปร่าง และการมีข้อบ่งชี้ไม่ได้หมายความว่าบอลลูนจะได้รับความคุ้มครองอัตโนมัติ

ขอให้โรงพยาบาลยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ขั้นตอนใดอยู่ในสิทธิ ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง การส่องกล้อง การให้ยาระงับความรู้สึก การติดตาม ไปจนถึงการนำบอลลูนออก

ประกันสุขภาพเอกชน

กรมธรรม์หลายฉบับมีข้อยกเว้นเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก โรคอ้วน อุปกรณ์ฝังในร่างกาย หรือหัตถการที่บริษัทพิจารณาว่าไม่จำเป็นทางการแพทย์ เงื่อนไขของแต่ละแผนต่างกันมาก จึงควรยื่นเอกสารเพื่อขออนุมัติก่อนทำ

เอกสารที่อาจถูกขอ ได้แก่

  • รายงานดัชนีมวลกายและประวัติน้ำหนัก
  • โรคร่วมและผลตรวจที่เกี่ยวข้อง
  • หลักฐานว่าเคยรักษาด้วยวิธีไม่ทำหัตถการ
  • หนังสือรับรองความจำเป็นทางการแพทย์
  • แผนการใส่ ติดตาม และนำบอลลูนออก
  • รายละเอียดว่าความคุ้มครองรวมภาวะแทรกซ้อนหรือไม่

ไม่ควรตรวจเฉพาะสิทธิของขั้นตอนใส่บอลลูน ให้ตรวจสิทธิการนำออกด้วย เพราะเป็นส่วนจำเป็นของแผนการรักษา รวมถึงถามว่าหากต้องนำออกก่อนกำหนดจะใช้เงื่อนไขใด

จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

คำถามที่พบบ่อย

ใส่บอลลูนลดน้ำหนักเป็นการผ่าตัดหรือไม่

ไม่ใช่การผ่าตัดเปิดหน้าท้อง โดยทั่วไปแพทย์ใส่บอลลูนผ่านปากด้วยกล้องส่องทางเดินอาหาร จึงไม่มีการกรีดหรือตัดกระเพาะ แต่ยังเป็นหัตถการที่ต้องใช้ยาระงับความรู้สึกและมีความเสี่ยง (Cleveland Clinic)

ใส่บอลลูนแล้วน้ำหนักจะลดแน่นอนหรือไม่

ไม่แน่นอน เพราะน้ำหนักที่ลดได้ขึ้นกับอาหาร กิจกรรมทางกาย โรคประจำตัว พฤติกรรม และการติดตาม แม้บอลลูนอยู่ในตำแหน่งปกติ บางคนอาจลดได้น้อยหรือกลับมาเพิ่มหลังนำออก

บอลลูนอยู่ในกระเพาะได้นานแค่ไหน

บอลลูนอยู่ได้ชั่วคราวตามระยะที่กำหนดสำหรับอุปกรณ์แต่ละชนิด โดยแหล่งอ้างอิงยกตัวอย่างระบบที่อยู่ได้ถึงประมาณ 6 เดือน แต่กำหนดจริงต้องยืนยันกับแพทย์และไม่ควรปล่อยเกินนัดนำออก (Mayo Clinic)

ใส่บอลลูนเจ็บไหม

ระหว่างทำมักได้รับยาระงับความรู้สึก จึงไม่ควรรู้สึกเจ็บแบบตื่นเต็มที่ แต่หลังทำอาจปวดบีบ แน่นท้อง คลื่นไส้ หรืออาเจียนได้ โดยอาการมักเด่นในช่วงสองสามวันแรก

ต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่

หลายรายกลับบ้านได้ในวันเดียวหลังพักสังเกตอาการ แต่บางคนต้องอยู่ต่อหรือพักค้างคืนหากอาเจียนมาก ดื่มน้ำไม่ได้ มีโรคร่วม หรือทีมรักษาต้องการติดตามใกล้ชิด

หลังใส่บอลลูนกินอาหารปกติได้เมื่อไร

โดยทั่วไปต้องเริ่มจากของเหลวและค่อยเปลี่ยนเป็นอาหารนิ่มก่อนกลับสู่อาหารปกติในช่วงประมาณ 2-3 สัปดาห์ แต่ลำดับและระยะเวลาขึ้นกับอาการ ชนิดบอลลูน และแผนของนักกำหนดอาหาร

กลับไปทำงานได้เมื่อไร

กลับไปทำงานได้เมื่อดื่มน้ำและรับอาหารตามแผนได้ ไม่มีอาเจียนหรือปวดที่รบกวนการทำงาน และพ้นข้อจำกัดจากยาระงับความรู้สึก งานใช้แรง งานกลางแจ้ง หรือการเดินทางไกลควรให้ทีมรักษาประเมินเป็นรายบุคคล

ถ้าทนบอลลูนไม่ได้ทำอย่างไร

แพทย์จะประเมินภาวะขาดน้ำ แผล การอุดตัน และตำแหน่งบอลลูน พร้อมรักษาตามอาการ หากอาการรุนแรงหรือควบคุมไม่ได้ อาจจำเป็นต้องนำบอลลูนออกก่อนกำหนด

บอลลูนแตกหรือรั่วได้ไหม

เกิดขึ้นได้และอาจทำให้บอลลูนแฟบหรือเคลื่อนเข้าสู่ลำไส้ ซึ่งบางกรณีทำให้ลำไส้อุดตันและต้องนำออกด้วยการส่องกล้องหรือผ่าตัด คุณควรถามทีมรักษาว่าจะสังเกตความผิดปกติของอุปกรณ์ชนิดที่ใช้ได้อย่างไร

นำบอลลูนออกอย่างไร

โดยทั่วไปแพทย์ใช้กล้องส่องทางเดินอาหารเพื่อทำให้บอลลูนยุบแล้วนำออกทางปาก การนำออกต้องวางแผนล่วงหน้าและอาจต้องเตรียมตัวเรื่องอาหาร ยา และยาระงับความรู้สึกคล้ายวันใส่

หลังนำบอลลูนออกน้ำหนักจะกลับมาไหม

น้ำหนักอาจเพิ่มกลับได้ โดยเฉพาะหากกลับไปกินแบบเดิมหรือหยุดกิจกรรมทางกาย จึงควรใช้ช่วงที่มีบอลลูนสร้างพฤติกรรมที่ทำต่อได้และวางแผนติดตามหลังนำออก

เคยผ่าตัดกระเพาะมาก่อนใส่บอลลูนได้ไหม

อาจไม่เหมาะ เพราะการผ่าตัดเดิมทำให้กายวิภาคและความเสี่ยงเปลี่ยนไป แหล่งข้อมูลระบุประวัติผ่าตัดกระเพาะหรือหลอดอาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ไม่แนะนำวิธีนี้

ถ้ามีกรดไหลย้อนยังใส่ได้หรือไม่

ขึ้นกับความรุนแรงและผลตรวจ เพราะบอลลูนอาจทำให้อาการแน่น เรอ หรือกรดไหลย้อนเพิ่มขึ้น แพทย์อาจรักษาอาการก่อน ตรวจด้วยกล้อง หรือแนะนำทางเลือกอื่นหากประเมินว่าความเสี่ยงสูง

ตั้งครรภ์หลังใส่บอลลูนได้ไหม

ไม่ควรวางแผนตั้งครรภ์ระหว่างที่มีบอลลูนโดยไม่หารือกับทีมรักษา หากสงสัยว่าตั้งครรภ์ให้แจ้งแพทย์ทันที เพื่อประเมินโภชนาการ ความปลอดภัย และแผนการนำบอลลูนออก

ต้องมาติดตามหลังใส่บอลลูนหรือไม่

ต้องติดตาม เพราะทีมรักษาต้องประเมินอาการ การได้รับน้ำและสารอาหาร น้ำหนัก พฤติกรรมการกิน และกำหนดนำบอลลูนออก การขาดนัดอาจทำให้ตรวจพบภาวะแทรกซ้อนช้าและเสี่ยงปล่อยอุปกรณ์ไว้นานเกินกำหนด

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

HDcare ช่วยคุณหาแพทย์และโรงพยาบาลที่เหมาะกับการผ่าตัดที่ต้องการ

ทีมงานช่วยประสานงานนัดหมาย เตรียมเอกสาร และติดตามผลหลังผ่าตัด

HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่ได้ให้การรักษาโดยตรง

ภาพแพทย์และพยาบาลในหน้านี้เป็นภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่บุคลากรจริงของ HDcare หรือโรงพยาบาลในเครือข่าย

© 2026 HDmall · HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล

ภาพประกอบสร้างด้วย AIภาพประกอบ AI
ปรึกษาทีม HDcare ทางไลน์

HDcare ช่วยประสานงานนัดหมาย เปรียบเทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย เทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย และดูแลตลอดการรักษา