ดึงหน้า
ดึงหน้า (Facelift) คือการผ่าตัดยกผิวหนังและกระชับเนื้อเยื่อชั้นลึกของใบหน้า เพื่อลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม แนวกราม และบางครั้งรวมถึงลำคอ การผ่าตัดช่วยปรับรูปหน้าได้ชัดกว่าวิธีไม่ผ่าตัด แต่ไม่สามารถหยุดความชรา ลบรอยเล็กทุกชนิด หรือรับประกันว่าผลจะตรงตามภาพที่คุณคาดไว้
ประเด็นสำคัญ
- การผ่าตัดเหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องผิวแก้ม แนวกราม หรือลำคอหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน ไม่ใช่การรักษาหลักสำหรับริ้วรอยตื้น สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือผิวที่เสียจากแสงแดด
- ศัลยแพทย์จะยกผิว กระชับเนื้อเยื่อใต้ผิว และตัดผิวส่วนเกินออก ตำแหน่งและความยาวของแผลขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องแก้และเทคนิคที่เลือก
- อาการบวม ช้ำ ตึง และชาบางส่วนเกิดขึ้นได้ในช่วงแรก ส่วนภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือเลือดคั่ง การติดเชื้อ แผลหายช้า ผิวหนังขาดเลือด และเส้นประสาทบาดเจ็บ
ดึงหน้า คืออะไร
การผ่าตัดดึงหน้าเป็นการปรับความหย่อนคล้อยของใบหน้าด้วยการยกผิวหนังขึ้น กระชับหรือจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อใต้ผิวใหม่ แล้วตัดผิวส่วนเกินก่อนเย็บปิดแผล จุดมุ่งหมายหลักคือทำให้แนวแก้มและกรามดูเรียบขึ้น ไม่ใช่การดึงผิวให้ตึงเพียงอย่างเดียว (Cleveland Clinic)
บริเวณที่มักพิจารณาแก้ไข ได้แก่
- แก้มส่วนล่างที่หย่อนลง
- ผิวส่วนเกินตามแนวกราม
- ร่องลึกระหว่างจมูกกับมุมปาก
- เนื้อเยื่อที่ตกบริเวณข้างปาก
- ผิวหรือไขมันส่วนเกินที่ลำคอ หากทำการยกคอร่วมด้วย
ศัลยแพทย์อาจย้าย ตัด หรือปรับไขมันบางส่วน เพื่อให้รูปหน้าสมดุลกับเนื้อเยื่อที่ยกขึ้น บางคนทำการยกคอพร้อมกัน เพราะความหย่อนคล้อยของใบหน้าส่วนล่างและลำคอมักเกิดร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดนี้ไม่ได้แก้ทุกปัญหาบนใบหน้า โดยทั่วไปไม่ใช่วิธีหลักสำหรับริ้วรอยเล็กบนผิว จุดด่างดำ ความเสียหายจากแสงแดด รอยรอบริมฝีปาก หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ ปัญหาเหล่านี้อาจตอบสนองต่อการดูแลผิว การผลัดผิว หรือหัตถการเฉพาะทางมากกว่า
ผลของการผ่าตัดไม่อยู่ตลอดชีวิต ใบหน้าและผิวหนังยังเปลี่ยนต่อไปตามอายุ น้ำหนัก พันธุกรรม แสงแดด และพฤติกรรมการใช้ชีวิต การผ่าตัดจึงเป็นการปรับสภาพที่มีอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่การหยุดกระบวนการสูงวัย
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
การผ่าตัดดึงหน้าเป็นการผ่าตัดตามความสมัครใจ ไม่ใช่การรักษาที่ทุกคนซึ่งมีผิวหย่อนคล้อยจำเป็นต้องทำ การตัดสินใจควรเริ่มจากปัญหาที่รบกวนคุณจริง ความคาดหวังที่เป็นไปได้ และความเสี่ยงเฉพาะตัว
ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด
ศัลยแพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเมื่อมีลักษณะต่อไปนี้
- ผิวแก้มหรือใบหน้าส่วนล่างหย่อนคล้อยชัดเจน
- มีผิวส่วนเกินตามแนวกราม
- มีร่องลึกหรือเนื้อเยื่อตกจนวิธีไม่ผ่าตัดอาจให้ผลจำกัด
- มีผิวและไขมันส่วนเกินบริเวณลำคอ และอาจต้องยกคอร่วมด้วย
- สุขภาพโดยรวมเหมาะกับการผ่าตัดและการระงับความรู้สึก
- เข้าใจว่าหน้าอาจดูสดชื่นหรือกระชับขึ้น แต่จะไม่ได้เปลี่ยนเป็นใบหน้าของคนอื่น
- ยอมรับตำแหน่งแผลเป็น ระยะบวมช้ำ และโอกาสที่ใบหน้าสองข้างอาจไม่เหมือนกันทั้งหมด
- สามารถจัดเวลาพักฟื้นและมีคนช่วยดูแลในช่วงแรกได้
อายุเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวตัดสิน ศัลยแพทย์จะดูความยืดหยุ่นของผิว โครงกระดูก ปริมาณไขมัน ตำแหน่งเนื้อเยื่อ สุขภาพโดยรวม ประวัติการผ่าตัด และเป้าหมายของคุณร่วมกัน (Cleveland Clinic)
ผู้ที่อาจต้องเลื่อนหรือไม่เหมาะกับการผ่าตัด
การผ่าตัดอาจต้องเลื่อนออกไป หรืออาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะ หากมีภาวะต่อไปนี้
- มีโรคที่ทำให้เลือดแข็งตัวผิดปกติ
- เบาหวานหรือความดันโลหิตสูงยังควบคุมได้ไม่ดี
- มีการติดเชื้อ ผื่น แผล หรือการอักเสบบริเวณที่จะผ่าตัด
- สูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์นิโคติน และยังไม่สามารถปฏิบัติตามแผนลดความเสี่ยงของศัลยแพทย์ได้
- ใช้ยาหรืออาหารเสริมที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกโดยยังไม่ได้รับการประเมิน
- น้ำหนักขึ้นลงมากและยังไม่คงที่
- มีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยงจากการระงับความรู้สึก
- คาดหวังให้ผิวไร้ริ้วรอยทั้งหมด หรือหวังให้ผลคงเดิมตลอดชีวิต
- ต้องการแก้เฉพาะจุดด่างดำ ริ้วรอยตื้น รูขุมขน หรือพื้นผิวที่เสียจากแสงแดด ซึ่งการผ่าตัดไม่ใช่วิธีหลัก
การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อแผลหายช้า เลือดคั่ง และผิวหนังบริเวณแผลขาดเลือด ศัลยแพทย์จึงต้องทราบข้อมูลตามจริง รวมถึงการใช้บุหรี่ไฟฟ้า แผ่นนิโคติน หรือผลิตภัณฑ์นิโคตินชนิดอื่น
หากคุณยังไม่แน่ใจเพราะกังวลเรื่องแผลเป็นหรือการเปลี่ยนรูปหน้า คุณไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจ การประเมินมากกว่าหนึ่งครั้งและการทบทวนเป้าหมายหลังได้รับข้อมูลครบถ้วนเป็นเรื่องสมเหตุสมผลสำหรับการผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วน
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การเตรียมตัวเริ่มจากการประเมินว่าการผ่าตัดตอบปัญหาของคุณหรือไม่ ศัลยแพทย์จะตรวจใบหน้าในท่าปกติ ดูคุณภาพผิว โครงหน้า ไขมัน ความหย่อนคล้อย และความสมมาตร อาจถ่ายภาพจากหลายมุมเพื่อใช้วางแผนและบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ (Cleveland Clinic)
แจ้งประวัติสุขภาพให้ครบ
ควรแจ้งทีมรักษาเกี่ยวกับ
- โรคประจำตัวและการควบคุมโรคในปัจจุบัน
- การแพ้ยา อาหาร วัสดุปิดแผล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ
- ประวัติเลือดออกง่าย เลือดแข็งตัวผิดปกติ หรือลิ่มเลือด
- การผ่าตัดเดิม รวมถึงการทำศัลยกรรมหรือหัตถการบนใบหน้า
- ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดหรือการระงับความรู้สึกในอดีต
- การสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า แอลกอฮอล์ หรือสารอื่น
- การฉีดสารเติมเต็ม การเติมไขมัน การใช้สารลดการทำงานของกล้ามเนื้อ หรือการใช้พลังงานกับผิวหน้า
- โอกาสตั้งครรภ์ หากเกี่ยวข้อง
ควรนำรายชื่อยาทุกชนิดไปด้วย รวมทั้งยาตามใบสั่ง ยาที่ซื้อเอง ฮอร์โมน วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม เพราะบางรายการเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ลิ่มเลือด หรือรบกวนการระงับความรู้สึก
ยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดบางกลุ่ม ยาเบาหวาน ฮอร์โมน และอาหารเสริมบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดว่าอะไรต้องเปลี่ยนและเปลี่ยนเมื่อใด โดยพิจารณาจากโรคประจำตัวและชนิดการผ่าตัด
การตรวจและการงดอาหาร
โรงพยาบาลอาจให้ตรวจเลือด ตรวจหัวใจ หรือประเมินเพิ่มเติมตามอายุ สุขภาพ และรูปแบบการระงับความรู้สึก ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจเหมือนกัน
หากใช้ยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบ คุณจะได้รับคำสั่งเรื่องการงดอาหารและเครื่องดื่มโดยตรง เวลางดขึ้นอยู่กับชนิดอาหาร ยาที่ต้องรับประทาน และแนวทางของสถานพยาบาล ควรทำตามคำสั่งที่ได้รับ ไม่ใช้เวลาจากประสบการณ์ของคนอื่นแทน
เตรียมวันกลับบ้าน
ควรเตรียมสิ่งต่อไปนี้
- บัตรประจำตัว เอกสารสิทธิ และผลตรวจที่โรงพยาบาลขอ
- รายชื่อยาและข้อมูลการแพ้ยา
- เสื้อที่ติดกระดุมหรือรูดซิปด้านหน้า เพื่อลดการดึงเสื้อผ่านศีรษะ
- คนพากลับบ้าน เพราะไม่ควรขับรถหลังได้รับยาระงับความรู้สึก
- คนอยู่ด้วยในคืนแรกหรือช่วงแรกตามที่ทีมรักษาแนะนำ
- พื้นที่พักที่สะอาดและสามารถยกศีรษะได้
- เบอร์ติดต่อโรงพยาบาลกรณีเกิดอาการผิดปกติ
อย่าแต่งหน้า ใส่เครื่องประดับ หรือทาผลิตภัณฑ์บนใบหน้าในวันผ่าตัด เว้นแต่ทีมรักษาอนุญาต โรงพยาบาลอาจให้สระผมและล้างหน้าตามวิธีที่กำหนดก่อนมา
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดไม่เหมือนกันทุกคน แต่กระบวนการโดยทั่วไปมีลำดับดังนี้
1. ตรวจยืนยันแผนผ่าตัด
ก่อนเริ่ม ศัลยแพทย์จะทบทวนบริเวณที่จะยก ตำแหน่งแผล การทำหัตถการร่วม และข้อจำกัดของผลลัพธ์ อาจทำเครื่องหมายบนใบหน้าขณะที่คุณนั่งหรือยืน เพื่อเห็นตำแหน่งเนื้อเยื่อตามแรงโน้มถ่วง (Cleveland Clinic)
คุณควรใช้ช่วงนี้ยืนยันว่ารวมการยกคอหรือไม่ จะมีแผลใต้คางหรือไม่ และแผนจัดการไขมันเป็นอย่างไร เพราะคำว่า “ดึงหน้า” อาจหมายถึงขอบเขตที่ต่างกันในแต่ละแผนผ่าตัด
2. ให้ยาระงับความรู้สึก
อาจใช้ยาชาร่วมกับยาที่ทำให้ง่วง หรือใช้ยาสลบ ขึ้นอยู่กับขอบเขตการผ่าตัด สุขภาพ ความเหมาะสมด้านความปลอดภัย และแนวทางของทีมรักษา
วิสัญญีแพทย์หรือทีมที่รับผิดชอบจะติดตามการหายใจ ชีพจร ความดัน และระดับออกซิเจนตลอดการผ่าตัด หากใช้ยาสลบ อาจต้องใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจ
3. เปิดแผลตามแผน
การผ่าตัดแบบดั้งเดิมมักมีแผลเริ่มบริเวณไรผมด้านขมับ ผ่านด้านหน้าใบหู โอบรอบใบหู และไปสิ้นสุดที่หนังศีรษะด้านหลัง บางคนอาจมีแผลใต้คาง หากต้องแก้กล้ามเนื้อหรือไขมันบริเวณลำคอ
การผ่าตัดขอบเขตจำกัดใช้แผลสั้นกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับทุกคน หากเนื้อเยื่อหย่อนมาก แผลที่สั้นเกินไปอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพียงพอ ตำแหน่งแผลจึงต้องสมดุลระหว่างขอบเขตการแก้ไข ความตึงของแผล และการซ่อนรอยแผลเป็น
4. ยกและกระชับเนื้อเยื่อชั้นลึก
ศัลยแพทย์แยกผิวหนังจากชั้นใต้ผิวเท่าที่จำเป็น แล้วกระชับหรือจัดตำแหน่งชั้นเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อใหม่ อาจย้าย ตัด หรือแต่งไขมันบางส่วนตามรูปหน้า
ขั้นตอนชั้นลึกมีความสำคัญ เพราะการดึงเฉพาะผิวให้ตึงมากอาจทำให้แผลรับแรงสูงและรูปหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ เทคนิคที่เลือกขึ้นอยู่กับกายวิภาคของคุณและประสบการณ์ของศัลยแพทย์ ไม่มีเทคนิคเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
5. จัดผิวและตัดส่วนเกิน
หลังปรับเนื้อเยื่อชั้นลึก ศัลยแพทย์จะวางผิวกลับโดยหลีกเลี่ยงความตึงเกินไป ตัดผิวส่วนเกิน และตรวจความสมมาตร รูปกราม และแนวแผล
6. ห้ามเลือดและปิดแผล
ทีมผ่าตัดตรวจจุดเลือดออกก่อนเย็บปิด อาจใส่ท่อระบายขนาดเล็กใต้ผิวหลังใบหู เพื่อระบายเลือดหรือของเหลวในช่วงแรก จากนั้นปิดแผลและพันผ้ารอบใบหน้าอย่างพอดี
ท่อระบายไม่จำเป็นในทุกคน การจะใส่หรือไม่ขึ้นอยู่กับเทคนิค ขอบเขตการผ่าตัด และการประเมินของศัลยแพทย์
7. เฝ้าดูอาการหลังผ่าตัด
หลังผ่าตัด คุณจะถูกย้ายไปพื้นที่พักฟื้น ทีมรักษาจะติดตามระดับความรู้สึกตัว การหายใจ ความดัน อาการคลื่นไส้ ความเจ็บปวด เลือดซึม และความบวมผิดปกติ
เมื่ออาการคงที่ แพทย์จะตัดสินใจว่าจะกลับบ้านหรือพักสังเกตอาการ การตัดสินใจนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการผ่าตัด การระงับความรู้สึก โรคประจำตัว เวลาที่ผ่าตัดเสร็จ และความพร้อมของผู้ดูแล ไม่ควรถือว่าทุกกรณีกลับบ้านได้ในวันเดียว
ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาผ่าตัดแตกต่างกันมากตามเทคนิค ขอบเขตการดึงหน้า การทำยกคอหรือหัตถการอื่นร่วมกัน และความซับซ้อนเฉพาะราย ศัลยแพทย์ควรประเมินเวลาที่คาดไว้จากแผนผ่าตัดของคุณ
คุณอาจได้รับยาชาร่วมกับยาที่ทำให้ง่วง หรือยาสลบ ทั้งสองแบบมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ทีมรักษาจะเลือกจากขอบเขตงาน ความร่วมมือระหว่างผ่าตัด สุขภาพ และความปลอดภัย ไม่ควรเลือกจากความต้องการ “หลับมากที่สุด” หรือ “ไม่ดมยาเลย” เพียงอย่างเดียว (Cleveland Clinic)
สถานพยาบาลบางแห่งทำเป็นการผ่าตัดที่กลับบ้านได้เมื่ออาการคงที่ ขณะที่บางกรณีต้องพักสังเกตอาการข้ามคืน โดยเฉพาะเมื่อผ่าตัดหลายบริเวณ มีโรคประจำตัว หรือทีมรักษาเห็นว่าต้องติดตามเลือดออกอย่างใกล้ชิด แนวทางในประเทศไทยอาจต่างกันตามสถานพยาบาล ศัลยแพทย์จะบอกแผนที่ใช้กับคุณก่อนวันผ่าตัด
พักฟื้นนานแค่ไหน
การฟื้นตัวไม่จบในวันที่ตัดไหม อาการบวม ช้ำ ตึง และชาสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ แม้แผลภายนอกดูดีขึ้นแล้ว เนื้อเยื่อชั้นลึกยังต้องใช้เวลาฟื้น
| ช่วงการฟื้นตัว | สิ่งที่มักพบ | สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ |
| วันแรกถึงช่วงต้น | บวม ช้ำ ตึง ชาบางส่วน มีผ้าพันแผลหรือท่อระบาย | สังเกตอาการปวดหรือบวมที่เพิ่มเร็ว โดยเฉพาะข้างเดียว |
| ช่วงหลายวันแรก | บวมและช้ำยังเห็นชัด อาจรู้สึกตึงเวลาอ้าปากหรือหันคอ | ดูแลแผลตามคำสั่ง นอนยกศีรษะ และหลีกเลี่ยงแรงกดบนแผล |
| ประมาณสัปดาห์แรก | แพทย์อาจตรวจแผล เปลี่ยนผ้าพันแผล หรือพิจารณาตัดไหมบางส่วน | ไปตามนัด แม้อาการโดยรวมดูปกติ |
| เมื่อแผลปลอดภัยตามการประเมิน | รอยช้ำและบวมอาจลดลง แต่ยังไม่หายทั้งหมด | งานเบาอาจเริ่มได้เมื่อศัลยแพทย์ตรวจแล้วว่าแผลปลอดภัย |
| หลายสัปดาห์ต่อมา | รูปหน้าเริ่มเข้าที่มากขึ้น ความตึงหรือชาอาจค่อย ๆ ลด | กลับไปออกกำลังกายตามที่ศัลยแพทย์อนุญาต |
| หลายเดือน | แผลเป็นค่อย ๆ นิ่มและสีจางลง รูปหน้าปรับต่อเนื่อง | ป้องกันแผลจากแสงแดดและติดตามปัญหาแผลเป็น |
ข้อมูลอ้างอิงระบุว่าการติดตามในช่วงแรกอาจรวมถึงการเอาท่อระบายออก การเปลี่ยนผ้าพันแผล และการตัดไหมตามสภาพแผล แต่กำหนดจริงแตกต่างกันตามเทคนิคและชนิดไหม (Cleveland Clinic) อย่าเอาท่อระบายหรือแกะไหมเอง
กลับไปทำงานเมื่อใด
การกลับไปทำงานขึ้นกับการหายของแผล ระดับบวมช้ำ หัตถการที่ทำร่วมกัน และลักษณะงาน งานเบาอาจกลับได้เมื่อศัลยแพทย์ตรวจแล้วว่าแผลปลอดภัย ส่วนงานใช้แรง ก้ม ยกของ หรือเสี่ยงกระแทกต้องรอนานกว่า ควรวางแผนวันลากับทีมผ่าตัดเป็นรายบุคคล
งานที่ต้องยกของ ก้มบ่อย ออกแรงกลางแจ้ง หรือเสี่ยงกระแทกใบหน้ามักต้องรอมากกว่า ศัลยแพทย์จะกำหนดจากการตรวจแผล ไม่ใช่จากจำนวนวันที่ผ่านไปเพียงอย่างเดียว
อาการใดเกิดขึ้นได้ระหว่างพักฟื้น
อาการที่พบได้ ได้แก่
- บวมและช้ำสองข้างไม่เท่ากันเล็กน้อย
- รู้สึกตึงบริเวณแก้ม กราม หู หรือลำคอ
- ชาหรือความรู้สึกผิวเปลี่ยนไป
- ปวดตึงระดับหนึ่ง
- มีของเหลวปริมาณเล็กน้อยจากท่อระบาย
- แผลเป็นมีสีชมพู แดง หรือนูนเล็กน้อยในระยะแรก
อาการเหล่านี้ควรค่อย ๆ ดีขึ้น หากกลับแย่ลงหลังจากเคยดีขึ้น หรือเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรติดต่อทีมผ่าตัด
ระหว่างพักฟื้นควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก กีฬา การกดหรือขยับบริเวณแผล และการดึงเสื้อผ่านศีรษะจนกว่าทีมรักษาจะอนุญาต แผลควรได้รับการป้องกันจากแสงแดดตามคำแนะนำ เพราะแสงอาจทำให้สีแผลเข้มและเห็นชัดขึ้น
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดดึงหน้ามีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการผ่าตัดอื่น และมีความเสี่ยงเฉพาะจากเส้นเลือด เส้นประสาท ผิวหนัง และแนวไรผมบนใบหน้า การทราบความเสี่ยงไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้น แต่ช่วยให้ตัดสินใจและสังเกตอาการได้ถูกต้อง
เลือดคั่งใต้ผิวหนัง
เลือดคั่งคือเลือดสะสมใต้ผิวจนเกิดอาการบวมและแรงกด เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดชนิดหนึ่งหลังการผ่าตัดนี้ และมักเกิดในช่วงต้นหลังผ่าตัด หากก้อนเลือดมีขนาดมาก อาจต้องเปิดแผลเพื่อนำเลือดออกและห้ามเลือด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อผิวหนังและเนื้อเยื่อ (Cleveland Clinic)
อาการเตือนคือปวดมากขึ้นรวดเร็ว บวมตึงชัดเจน โดยเฉพาะข้างเดียว หรือมีเลือดออกมากผิดปกติ
การติดเชื้อ
แผลอาจติดเชื้อได้ แม้ไม่ใช่ทุกอาการแดงจะเป็นการติดเชื้อ อาการที่น่าสงสัย ได้แก่ แดงลาม ร้อน ปวดเพิ่ม มีหนอง มีกลิ่น หรือมีไข้ การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงและอาจรวมถึงการดูแลแผล ยา หรือการระบายของเหลว
แผลเป็น
แผลผ่าตัดไม่หายไปทั้งหมด ศัลยแพทย์จะวางแผลตามไรผมและรอยพับรอบหูเพื่อช่วยซ่อนแผล แต่บางคนเกิดแผลนูน แผลกว้าง สีแผลเด่น หรือแนวแผลผิดรูปได้
ความเสี่ยงสัมพันธ์กับพันธุกรรม แรงตึง การติดเชื้อ การไหลเวียนเลือด การสูบบุหรี่ และการดูแลแผล หากเคยมีแผลนูนหรือคีลอยด์ ควรแจ้งก่อนผ่าตัด
เส้นประสาทบาดเจ็บ
เส้นประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวหรือรับความรู้สึกบนใบหน้าอาจถูกยืด ระคายเคือง หรือบาดเจ็บ ทำให้ชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือใบหน้าสองข้างขยับไม่เท่ากัน อาการบางส่วนดีขึ้นได้เมื่อเส้นประสาทฟื้น แต่บางกรณีอาจอยู่นานหรือถาวร
ผิวหนังขาดเลือดหรือสูญเสียผิวหนัง
การไหลเวียนเลือดไปยังผิวที่ยกขึ้นอาจไม่เพียงพอ ทำให้แผลหายช้า ผิวคล้ำ เกิดสะเก็ด หรือมีเนื้อตาย ภาวะนี้พบไม่บ่อยแต่สำคัญ และอาจทำให้เกิดแผลเป็นเพิ่มขึ้น การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงอย่างชัดเจน
ผมร่วงหรือแนวไรผมเปลี่ยน
ผมรอบแผลอาจบางหรือร่วงชั่วคราว บางกรณีอาจเป็นถาวร ตำแหน่งแผลและแรงตึงอาจทำให้แนวไรผมเปลี่ยนไป
ความไม่สมมาตรหรือผลไม่ตรงความคาดหวัง
ใบหน้าตามธรรมชาติไม่สมมาตรทั้งหมด หลังผ่าตัดอาจยังมีความต่างระหว่างสองข้าง รวมถึงผิวเป็นคลื่น รอยบุ๋ม รูปติ่งหูเปลี่ยน หรือความตึงมากเกินไป บางปัญหาดีขึ้นเมื่อบวมลด แต่บางกรณีอาจต้องพิจารณาแก้ไขภายหลัง
ความเสี่ยงจากการผ่าตัดและการระงับความรู้สึก
อาจเกิดเลือดออก การแพ้ยา ปัญหาการหายใจ ปัญหาหัวใจ หรือลิ่มเลือดได้ ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับสุขภาพ ขอบเขตการผ่าตัด ระยะเวลา การใช้ฮอร์โมน การสูบบุหรี่ และประวัติลิ่มเลือด
การลดความเสี่ยงเริ่มจากแจ้งข้อมูลจริง ปฏิบัติตามแผนยา งดอาหารตามคำสั่ง และไม่สูบบุหรี่หรือนิโคตินตามช่วงเวลาที่ทีมรักษากำหนด
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
ติดต่อทีมผ่าตัดทันทีหรือไปโรงพยาบาล หากมีอาการต่อไปนี้
- ปวดรุนแรงหรือปวดเพิ่มอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเพียงข้างเดียว
- ใบหน้าหรือลำคอบวมตึงขึ้นอย่างรวดเร็ว
- เลือดออกมาก ผ้าพันแผลชุ่มเลือด หรือเลือดไม่หยุด
- หายใจลำบาก กลืนลำบาก แน่นหน้าอก หรือริมฝีปากเขียว
- ใจสั่นมาก ชีพจรผิดปกติ หน้ามืด หรือหมดสติ
- ใบหน้าซีกหนึ่งอ่อนแรงใหม่หรือขยับผิดปกติชัดเจน
- ผิวบริเวณแผลซีดมาก คล้ำ ม่วง หรือดำ
- แผลแดงลาม ร้อน มีหนอง มีกลิ่น หรือปวดเพิ่ม
- มีไข้ร่วมกับอาการแผลผิดปกติ
- น่องบวม ปวด หรือแดงข้างเดียว
- สับสนมาก อ่อนเพลียผิดปกติ หรืออาเจียนต่อเนื่อง
- ท่อระบายหลุด หรือของเหลวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
อาการปวดรุนแรงข้างเดียวหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะหลังผ่าตัดเป็นอาการที่แหล่งอ้างอิงแนะนำให้ติดต่อทีมรักษาโดยเร็ว (Cleveland Clinic) หากหายใจไม่ออก เจ็บหน้าอก หมดสติ หรือสงสัยภาวะฉุกเฉิน ไม่ควรรอการนัดหมายตามปกติ
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบเดียว และอาจไม่ใช่คำตอบที่เหมาะ หากความหย่อนคล้อยยังไม่มากหรือปัญหาหลักอยู่ที่พื้นผิวของผิว การเลือกวิธีควรเริ่มจากสิ่งที่ต้องการแก้ ไม่ใช่ชื่อหัตถการ
ยังไม่ทำอะไรและติดตามการเปลี่ยนแปลง
ความหย่อนคล้อยตามวัยไม่ใช่โรคที่จำเป็นต้องรักษา หากคุณยังไม่แน่ใจ ไม่พร้อมรับแผลเป็น หรือกังวลกับความเสี่ยงมากกว่าปัญหาที่มีอยู่ การเลื่อนการผ่าตัดเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
การดูแลผิวจากแสงแดด การหลีกเลี่ยงบุหรี่ การนอนให้เพียงพอ และการรักษาน้ำหนักให้คงที่ช่วยดูแลคุณภาพผิวโดยรวม แต่ไม่สามารถยกผิวส่วนเกินที่หย่อนมากให้เทียบเท่าการผ่าตัดได้
หัตถการแบบไม่ผ่าตัด
ทางเลือกอาจประกอบด้วย
- สารเติมเต็มเพื่อเพิ่มปริมาตรในบริเวณที่ยุบ
- การเติมไขมันจากร่างกายตนเอง
- สารที่ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบางตำแหน่ง
- เลเซอร์หรือพลังงานเพื่อปรับพื้นผิวและกระตุ้นคอลลาเจน
- การผลัดผิวด้วยสารเคมี
- การใช้เข็มขนาดเล็กกระตุ้นผิว
- การกรอผิวสำหรับปัญหาผิวตื้นบางชนิด
วิธีไม่ผ่าตัดมักไม่มีแผลยาวและพักฟื้นสั้นกว่า แต่ผลโดยทั่วไปชั่วคราว และอาจต้องทำซ้ำ บางวิธีช่วยเรื่องริ้วรอยหรือคุณภาพผิวมากกว่าการยกเนื้อเยื่อที่หย่อนมาก (Mayo Clinic)
หากผิวหย่อนมาก วิธีไม่ผ่าตัดอาจไม่สามารถให้การเปลี่ยนแปลงเท่าการผ่าตัด ในทางกลับกัน หากมีเพียงริ้วรอยเล็กหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ การผ่าตัดอาจมากเกินความจำเป็น
การผ่าตัดทางเลือกหรือการผ่าตัดเฉพาะส่วน
บางคนไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทั้งใบหน้า ตัวเลือกที่อาจพิจารณา ได้แก่
- การยกคอ เมื่อปัญหาหลักอยู่ใต้คางและลำคอ
- การผ่าตัดเปลือกตา เมื่อกังวลหนังตาหรือถุงใต้ตา
- การยกคิ้ว เมื่อคิ้วตกและหน้าผากหย่อน
- การเติมไขมัน เมื่อปัญหาหลักคือใบหน้ายุบและสูญเสียปริมาตร
- การผ่าตัดขอบเขตจำกัด เมื่อความหย่อนคล้อยอยู่เฉพาะบางบริเวณ
คำเรียกของเทคนิคอาจแตกต่างกัน ควรถามให้ชัดว่าศัลยแพทย์จะเปิดแผลตรงไหน กระชับชั้นใด และคาดว่าจะแก้ปัญหาบริเวณใด แทนการตัดสินจากชื่อทางการตลาด
สิทธิการรักษา
การผ่าตัดดึงหน้าเพื่อปรับรูปลักษณ์ตามวัยมักจัดเป็นการผ่าตัดเพื่อความงาม จึงอาจไม่อยู่ในสิทธิประโยชน์พื้นฐาน อย่างไรก็ตาม การพิจารณาขึ้นอยู่กับเหตุผลทางการแพทย์ เอกสารประกอบ เงื่อนไขของสิทธิ และสถานพยาบาลที่ใช้บริการ
ประกันสังคม
หากเป็นการผ่าตัดเพื่อความงามเพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปควรสอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิว่าอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่ หากเป็นการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมความผิดปกติจากอุบัติเหตุ แผลไหม้ ความพิการ หรือโรค อาจมีหลักเกณฑ์ต่างออกไปและต้องผ่านการประเมินทางการแพทย์
ควรถามโรงพยาบาลว่า
- เหตุผลในการผ่าตัดเข้าหลักเกณฑ์ของสิทธิหรือไม่
- ต้องมีใบส่งตัวหรือการอนุมัติก่อนหรือไม่
- สถานพยาบาลใดเป็นผู้ประเมิน
- การตรวจ การระงับความรู้สึก และการติดตามแผลรวมอยู่ในสิทธิหรือไม่
บัตรทอง
การผ่าตัดเพื่อความงามโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์มักไม่ใช่บริการหลักที่ครอบคลุม แต่กรณีซ่อมแซมจากโรค อุบัติเหตุ แผลไหม้ หรือความผิดปกติที่กระทบการทำงาน อาจได้รับการพิจารณาตามข้อบ่งชี้และระบบส่งต่อ
ควรเริ่มสอบถามจากหน่วยบริการประจำของคุณ พร้อมนำประวัติการรักษาและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรนัดผ่าตัดก่อนแล้วคาดว่าสามารถเบิกย้อนหลังได้
ประกันสุขภาพเอกชน
กรมธรรม์ส่วนใหญ่มักแยกการรักษาที่จำเป็นทางการแพทย์ออกจากศัลยกรรมเพื่อความงาม เงื่อนไขแตกต่างกันมาก ควรขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนผ่าตัด โดยระบุชื่อหัตถการ เหตุผลทางการแพทย์ การนอนโรงพยาบาล และหัตถการร่วมทั้งหมด
คำถามสำคัญ ได้แก่
- กรมธรรม์ยกเว้นศัลยกรรมเพื่อความงามหรือไม่
- หากเป็นการซ่อมแซม ต้องใช้หลักฐานใด
- ต้องขออนุมัติก่อนรับบริการหรือไม่
- คุ้มครองภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดที่ไม่อยู่ในความคุ้มครองหรือไม่
- ต้องใช้สถานพยาบาลในเครือข่ายหรือแพทย์ที่กำหนดหรือไม่
การได้รับความคุ้มครองสำหรับการประเมินหรือภาวะแทรกซ้อนไม่ได้แปลว่าการผ่าตัดตั้งต้นจะได้รับความคุ้มครองด้วย จึงควรตรวจแต่ละส่วนแยกกัน
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ดึงหน้าแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน
ผลไม่อยู่ตลอดชีวิต เพราะผิวและเนื้อเยื่อยังเปลี่ยนต่อไปตามอายุ น้ำหนัก แสงแดด และพฤติกรรมการใช้ชีวิต (Cleveland Clinic) ระยะที่ยังเห็นการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันในแต่ละคนและขึ้นอยู่กับเทคนิค ไม่ควรถือว่าการผ่าตัดหยุดความชราได้
ดึงหน้าเจ็บมากไหม
หลังผ่าตัดมักรู้สึกตึง บวม ช้ำ หรือปวดได้ แต่ความรุนแรงแตกต่างกันตามขอบเขตและแต่ละบุคคล อาการปวดที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วหรือรุนแรงเพียงข้างเดียวไม่ควรรอดูเอง เพราะอาจสัมพันธ์กับเลือดคั่ง
แผลดึงหน้าอยู่ตรงไหน
แผลมักซ่อนตามไรผม ผ่านบริเวณหน้าและรอบใบหู แล้วต่อไปด้านหลังใบหูหรือหนังศีรษะ หากทำลำคอร่วมด้วยอาจมีแผลใต้คาง ตำแหน่งจริงขึ้นอยู่กับเทคนิคและบริเวณที่ต้องแก้ไข
ต้องดมยาสลบหรือไม่
ไม่ใช่ทุกคนต้องใช้ยาสลบ เพราะบางกรณีใช้ยาชาร่วมกับยาที่ทำให้ง่วงได้ ทีมผ่าตัดและวิสัญญีแพทย์จะเลือกจากขอบเขตการผ่าตัด สุขภาพ และความปลอดภัยของคุณ
หลังผ่าตัดต้องนอนโรงพยาบาลไหม
บางคนกลับบ้านได้เมื่ออาการคงที่ ขณะที่บางคนต้องพักสังเกตอาการข้ามคืน การตัดสินใจขึ้นอยู่กับการระงับความรู้สึก หัตถการร่วม โรคประจำตัว และแนวทางของสถานพยาบาล
กี่วันจึงกลับไปทำงานได้
การกลับไปทำงานขึ้นกับการหายของแผล ระดับบวมช้ำ หัตถการที่ทำร่วมกัน และลักษณะงาน งานเบาอาจกลับได้เมื่อศัลยแพทย์ตรวจแล้วว่าแผลปลอดภัย ส่วนงานใช้แรง ก้ม ยกของ หรือเสี่ยงกระแทกต้องรอนานกว่า ควรวางแผนวันลากับทีมผ่าตัดเป็นรายบุคคล
ดึงหน้าช่วยลดริ้วรอยทั้งหมดหรือไม่
ไม่ทั้งหมด เพราะการผ่าตัดเน้นแก้ผิวและเนื้อเยื่อที่หย่อนบริเวณแก้ม กราม และลำคอ ริ้วรอยตื้น ความเสียหายจากแสงแดด สีผิว และรอยรอบริมฝีปากอาจต้องใช้วิธีดูแลผิวหรือหัตถการอื่น
ทำดึงหน้าและยกคอพร้อมกันได้ไหม
ทำร่วมกันได้ในบางคน โดยเฉพาะเมื่อใบหน้าส่วนล่างและลำคอหย่อนพร้อมกัน แต่การทำหลายบริเวณอาจเพิ่มเวลาผ่าตัด อาการบวม และภาระการพักฟื้น จึงต้องประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
ใบหน้าจะดูตึงหรือไม่เป็นธรรมชาติหรือไม่
มีโอกาสเกิดความตึง ความไม่สมมาตร หรือผลที่ไม่ตรงความคาดหวังได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ยังบวม เทคนิคการกระชับชั้นลึกและการไม่ดึงผิวมากเกินไปเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผน แต่ไม่สามารถรับประกันรูปลักษณ์เฉพาะแบบได้
หลังดึงหน้าจะชาหรือไม่
อาการชาหรือความรู้สึกผิวเปลี่ยนพบได้หลังผ่าตัดและอาจค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเส้นประสาทฟื้น อย่างไรก็ตาม การบาดเจ็บของเส้นประสาทอาจทำให้ความรู้สึกหรือการเคลื่อนไหวผิดปกติอยู่นาน และพบแบบถาวรได้แม้ไม่บ่อย
สูบบุหรี่แล้วยังผ่าตัดได้ไหม
การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงแผลหายช้า เลือดคั่ง และผิวหนังขาดเลือดอย่างสำคัญ ควรแจ้งการใช้บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์นิโคตินทั้งหมดให้ศัลยแพทย์ทราบ แล้วทำตามแผนหยุดใช้ที่ทีมรักษากำหนด
ต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดก่อนผ่าตัดหรือไม่
ยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับ แต่ห้ามหยุดเอง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือด หลอดเลือดสมอง หรือโรคหัวใจ ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และแพทย์ผู้สั่งยาจะร่วมกำหนดว่าต้องเปลี่ยนยาหรือไม่และเมื่อใด
ถ้ายังไม่พร้อมผ่าตัด มีทางเลือกอะไรบ้าง
คุณสามารถรอดูอาการ ดูแลผิว หรือเลือกหัตถการไม่ผ่าตัดตามปัญหาหลักได้ วิธีไม่ผ่าตัดพักฟื้นสั้นกว่าและอาจช่วยเรื่องปริมาตร ริ้วรอย หรือพื้นผิว แต่โดยทั่วไปให้ผลชั่วคราวและยกผิวที่หย่อนมากได้น้อยกว่าการผ่าตัด
ควรถามอะไรศัลยแพทย์ก่อนตัดสินใจ
ควรถามว่าปัญหาของคุณอยู่ที่ผิว ไขมัน หรือเนื้อเยื่อชั้นใด แผลจะอยู่ตรงไหน ใช้การระงับความรู้สึกแบบใด และมีโอกาสต้องทำหัตถการร่วมอะไรบ้าง นอกจากนี้ควรถามถึงข้อจำกัด แผนรับมือเลือดคั่ง การดูแลภาวะแทรกซ้อน และผู้ที่ติดต่อได้หากเกิดอาการผิดปกตินอกเวลาทำการ
หากไม่พอใจกับผลลัพธ์ แก้ไขทันทีได้ไหม
โดยทั่วไปต้องรอให้อาการบวมลดและเนื้อเยื่อฟื้นก่อนจึงประเมินผลได้ชัด เว้นแต่มีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรักษาทันที เช่น เลือดคั่ง การติดเชื้อ หรือผิวหนังขาดเลือด การผ่าตัดแก้ไขจะพิจารณาจากสาเหตุ สภาพแผล และความเสี่ยงของการผ่าตัดซ้ำ
แหล่งอ้างอิง
- Mayo Clinic. Face-lift: ภาพรวม การเตรียมตัว ขั้นตอน ความเสี่ยง และการพักฟื้น
- Cleveland Clinic. Nonsurgical Facelift: ทางเลือกแบบไม่ผ่าตัด ประโยชน์ และข้อจำกัด
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Nonsurgical Facelift: What It Is, Options & Benefits — เกี่ยวกับ Facelift — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Mayo Clinic: Face-lift — เกี่ยวกับ Facelift — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


