การผ่าตัดรักษาพังผืดฝ่ามือหดรั้ง
การผ่าตัดรักษาพังผืดฝ่ามือหดรั้ง (Dupuytren's contracture surgery) คือการตัดพังผืดที่หนาและรั้งนิ้วออก หรือแบ่งพังผืดให้คลายตัว เพื่อช่วยให้นิ้วเหยียดและใช้งานได้ดีขึ้น มักพิจารณาเมื่อมือผิดรูปจนกระทบชีวิตประจำวัน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีก้อนหรือพังผืดในฝ่ามือต้องผ่าตัด
ประเด็นสำคัญ
- การผ่าตัดมักเหมาะกับผู้ที่นิ้วถูกดึงให้งอมาก เหยียดไม่ได้ และมีปัญหาในการล้างหน้า สวมถุงมือ จับสิ่งของ หรือทำงาน ไม่ได้ตัดสินจากการมีก้อนที่ฝ่ามือเพียงอย่างเดียว
- วิธีผ่าตัดมีตั้งแต่แบ่งพังผืดผ่านแผลขนาดเล็ก ไปจนถึงตัดพังผืดและผิวหนังบางส่วนออก วิธีที่เหมาะขึ้นกับตำแหน่ง ความรุนแรง การกลับเป็นซ้ำ และสภาพผิวหนัง เส้นประสาทกับเส้นเอ็น
- การผ่าตัดช่วยให้นิ้วตรงและใช้งานดีขึ้นได้ แต่ไม่กำจัดแนวโน้มของโรคทั้งหมด พังผืดอาจเกิดซ้ำหรือเกิดที่นิ้วอื่น และบางคนยังเหยียดนิ้วไม่ได้สุดหลังผ่าตัด
การผ่าตัดรักษาพังผืดฝ่ามือหดรั้ง คืออะไร
ภาวะพังผืดฝ่ามือหดรั้งดูปุยแตรงเกิดจากชั้นพังผืดใต้ผิวหนังฝ่ามือหนาและหดตัว ช่วงแรกอาจคลำได้เป็นก้อนแข็งหรือเห็นผิวหนังบุ๋ม ต่อมาพังผืดอาจรวมตัวเป็นแถบคล้ายเชือก ดึงนิ้วเข้าหาฝ่ามือ นิ้วนางและนิ้วก้อยพบบ่อย แต่นิ้วอื่นหรือนิ้วหัวแม่มือก็อาจได้รับผลเช่นกัน (Mayo Clinic)
โรคมักค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเป็นเวลานาน ความเร็วไม่เท่ากันในแต่ละคน บางคนมีก้อนอยู่หลายปีโดยนิ้วยังเหยียดได้และไม่ต้องรักษา ขณะที่บางคนเกิดข้อยึดจนวางฝ่ามือราบไม่ได้ หรือทำกิจวัตรลำบาก
การผ่าตัดมีเป้าหมายเพื่อคลายแรงดึงของพังผืด ไม่ใช่การผ่าตัดเอ็นนิ้ว โดยวิธีหลักมีดังนี้
| วิธี | สิ่งที่ทำ | มักพิจารณาเมื่อ |
| แบ่งพังผืด | เปิดแผลขนาดเล็กแล้วตัดแบ่งแถบพังผืด | ต้องการคลายแถบพังผืดเฉพาะจุด |
| ตัดพังผืดบางส่วน | แยกและนำพังผืดผิดปกติบางส่วนออก | มีพังผืดรั้งชัดและต้องการนำเนื้อเยื่อที่เป็นโรคออก |
| ตัดพังผืดบริเวณฝ่ามือหลายส่วน | เปิดแผลตามฝ่ามือหรือนิ้ว แล้วตัดเนื้อเยื่อผิดปกติออกมากขึ้น | โรคกินพื้นที่กว้างหรือมีหลายข้อร่วมกัน |
| ตัดพังผืดพร้อมผิวหนัง | นำพังผืดและผิวหนังที่เกี่ยวข้องออก แล้วปิดด้วยผิวหนังปลูกถ่าย | โรคกลับเป็นซ้ำหรือผิวหนังถูกพังผืดยึดมาก |
ศัลยแพทย์ต้องแยกพังผืดออกจากเส้นประสาท หลอดเลือด และเส้นเอ็นที่อยู่ใกล้กันอย่างระมัดระวัง โรคที่เป็นมานานหรือเคยผ่าตัดแล้วอาจทำให้โครงสร้างเหล่านี้แยกออกจากกันยากขึ้น จึงต้องเลือกวิธีตามสภาพมือจริง ไม่ใช่เลือกจากขนาดแผลเพียงอย่างเดียว
การผ่าตัดไม่ได้จำเป็นเพราะคลำพบก้อน และไม่ได้รับประกันว่านิ้วจะกลับมาตรงเหมือนเดิมทุกข้อ หากข้อยึดแข็งมานาน เอ็นหุ้มข้อและผิวหนังอาจหดตามไปด้วย ผลที่คาดหวังจึงควรเน้นว่าใช้มือได้ดีขึ้นเพียงใด ไม่ใช่ดูเฉพาะว่านิ้วตรงแค่ไหน
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่แพทย์อาจพิจารณาให้ผ่าตัด
การตัดสินใจอาศัยทั้งระดับการงอของนิ้ว ความแข็งของข้อ ความเร็วที่โรคเปลี่ยนแปลง และผลต่อการใช้มือ ไม่ควรตัดสินจากภาพถ่ายหรือก้อนที่คลำได้เพียงอย่างเดียว
ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด ได้แก่
- นิ้วถูกดึงให้งอจนเหยียดเองไม่ได้
- วางฝ่ามือราบบนโต๊ะไม่ได้
- ล้างหน้า สระผม สวมถุงมือ หรือสอดมือเข้ากระเป๋าลำบาก
- จับเครื่องมือ พิมพ์งาน เล่นดนตรี หรือทำงานที่ต้องใช้มือได้ไม่เต็มที่
- พังผืดลุกลามจนเริ่มทำให้ข้อยึด
- เคยรักษาด้วยวิธีที่แผลเล็กกว่าแล้วกลับเป็นซ้ำ และความผิดรูปกระทบการใช้งาน
- แพทย์เห็นว่าการรอต่ออาจทำให้แก้ข้อยึดได้ยากขึ้น
แหล่งอ้างอิงระบุว่าการผ่าตัดมักสงวนไว้สำหรับภาวะที่รุนแรงหรือกระทบการใช้มือ เพราะการฟื้นตัวและการบำบัดมืออาจใช้เวลานาน (Cleveland Clinic)
ผู้ที่อาจยังไม่ต้องผ่าตัด
การเฝ้าดูอาการมักเหมาะกว่า หากมีก้อนหรือผิวหนังบุ๋มแต่ยังเหยียดนิ้วได้ ใช้มือได้ตามปกติ และอาการยังไม่เปลี่ยนแปลงชัด การผ่าตัดตั้งแต่โรคยังไม่กระทบการใช้งานไม่ได้แปลว่าจะป้องกันโรคในอนาคตได้ทั้งหมด
อาการปวดฝ่ามือเพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ที่แน่นอน เพราะอาการปวดอาจมาจากเส้นเอ็น ข้อ เส้นประสาท หรือสาเหตุอื่น แพทย์ต้องตรวจว่าพังผืดเป็นต้นเหตุจริงหรือไม่
ผู้ที่อาจต้องเลื่อนหรือปรับแผน
แพทย์อาจแนะนำให้เลื่อนการผ่าตัด หรือเลือกวิธีที่จำกัดกว่าเดิม หากมีปัจจัยต่อไปนี้
- มีแผลติดเชื้อ ผิวหนังอักเสบ หรือการติดเชื้อในร่างกาย
- โรคหัวใจ โรคปอด เบาหวาน หรือความดันโลหิตยังควบคุมไม่เหมาะสม
- การไหลเวียนเลือดที่มือไม่ดี
- มีภาวะที่ทำให้แผลหายช้าหรือเสี่ยงเลือดออกสูง
- ไม่สามารถดูแลแผล ใส่อุปกรณ์ดามมือ หรือเข้ารับการฟื้นฟูตามแผนได้
- ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับน้อยกว่าความเสี่ยง เช่น ข้อยึดแข็งมากจนแม้ตัดพังผืดแล้วก็อาจเหยียดได้เพิ่มเพียงเล็กน้อย
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ข้อห้ามเด็ดขาดทุกกรณี ศัลยแพทย์มือและวิสัญญีแพทย์จะประเมินร่วมกัน โดยดูสุขภาพทั่วไป ชนิดยาระงับความรู้สึก ความซับซ้อนของพังผืด และเป้าหมายการใช้มือของคุณ
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ก่อนกำหนดวันผ่าตัด ศัลยแพทย์จะตรวจมือทั้งสองข้าง ดูว่านิ้วใดและข้อใดถูกดึง วัดการเหยียดกับการงอ ตรวจความรู้สึกและการไหลเวียนเลือด รวมทั้งประเมินผิวหนัง แผลเป็น และการผ่าตัดครั้งก่อน
ควรบอกแพทย์ให้ครบเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้
- โรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหัวใจ ปอด ไต เบาหวาน และความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
- ประวัติแพ้ยา แพ้วัสดุปิดแผล หรือแพ้ยาง
- การผ่าตัดและการระงับความรู้สึกที่ผ่านมา
- ยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อใช้เอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม
- การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยารักษาเบาหวาน หรือยาที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน
- อาการชา อ่อนแรง ปวดข้อ หรือนิ้วติดที่มีอยู่ก่อนผ่าตัด
ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ห้ามหยุดเอง โดยเฉพาะยาป้องกันลิ่มเลือดและยารักษาเบาหวาน ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาให้เป็นรายบุคคลตามเหตุผลที่ใช้ยา ชนิดการผ่าตัด และวิธีระงับความรู้สึก (Cleveland Clinic)
หากต้องใช้ยาระงับความรู้สึกที่จำเป็นต้องงดอาหารและเครื่องดื่ม โรงพยาบาลจะบอกเวลาที่ชัดเจน ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ไม่ควรเดาเวลางดอาหารเอง เพราะแผนของผู้ที่รับยาชาเฉพาะที่อาจต่างจากผู้ที่ใช้ยาระงับความรู้สึกทั่วร่างกาย
สิ่งที่ควรเตรียมในวันผ่าตัด
- บัตรประชาชน เอกสารส่งตัว และข้อมูลสิทธิการรักษา
- รายการยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ หรือภาพถ่ายฉลากยา
- ผลตรวจและเอกสารเกี่ยวกับโรคประจำตัวตามที่โรงพยาบาลขอ
- เสื้อแขนกว้างหรือเสื้อที่สวมและถอดง่าย
- ผู้ดูแลพากลับ หากได้รับยาที่ทำให้ง่วงหรือไม่สามารถขับรถได้
- แผนจัดการงานบ้าน การทำอาหาร และการเดินทางในช่วงที่มือยังพันแผล
ถอดแหวน นาฬิกา และเครื่องประดับจากมือข้างที่จะผ่าตัดก่อนมาโรงพยาบาล หากถอดแหวนไม่ได้ควรแจ้งทีมรักษาล่วงหน้า ไม่ควรโกนขนหรือทำให้ผิวหนังบริเวณมือเป็นแผลเอง
ก่อนลงนามยินยอม ควรถามให้ชัดว่าจะผ่าตัดแบบใด ต้องตัดผิวหนังหรือปลูกถ่ายผิวหนังหรือไม่ คาดว่าจะเหยียดนิ้วได้เพียงใด ต้องใส่อุปกรณ์ดามมือหรือทำกายภาพมือหรือไม่ และแผนจะเปลี่ยนอย่างไรหากพบพังผืดมากกว่าที่คาด
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดแตกต่างตามวิธี แต่การตัดพังผืดออกมักมีลำดับโดยรวมดังนี้
- ยืนยันมือและนิ้วที่จะผ่าตัด
ทีมผ่าตัดตรวจชื่อ ประวัติแพ้ยา แผนการผ่าตัด และทำเครื่องหมายตำแหน่ง เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน
- ให้ยาระงับความรู้สึก
อาจเป็นยาชาเฉพาะที่ การระงับความรู้สึกเฉพาะแขน หรือการระงับความรู้สึกทั่วร่างกาย วิธีที่เลือกขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัด สุขภาพของผู้ป่วย และแนวทางของสถานพยาบาล (Cleveland Clinic)
- เตรียมบริเวณผ่าตัด
ทีมรักษาทำความสะอาดมือและแขน แล้วคลุมบริเวณผ่าตัดด้วยผ้าปลอดเชื้อ บางกรณีอาจใช้สายรัดต้นแขนเพื่อลดเลือดในบริเวณผ่าตัด ทำให้เห็นเส้นประสาทและหลอดเลือดชัดขึ้น
- เปิดแผลตามแนวที่วางไว้
หากตัดพังผืดออกหลายส่วน แผลอาจวางเป็นแนวหักมุมตามฝ่ามือและนิ้ว เพื่อลดการหดรั้งของแผลเป็น วิธีตัดเฉพาะช่วงอาจใช้แผลขนาดเล็กกว่า
- แยกพังผืดออกจากโครงสร้างสำคัญ
ศัลยแพทย์หาและป้องกันเส้นประสาท หลอดเลือด และเส้นเอ็น จากนั้นจึงแบ่งหรือตัดพังผืดที่ดึงนิ้วออก การผ่าตัดซ้ำอาจซับซ้อนกว่าเพราะมีแผลเป็นและตำแหน่งเส้นประสาทอาจเปลี่ยนไป
- ตรวจการเหยียดนิ้วและการไหลเวียนเลือด
หลังคลายพังผืด แพทย์ประเมินว่านิ้วเหยียดเพิ่มขึ้นเท่าใด ข้อใดยังยึด และเลือดไปเลี้ยงนิ้วเป็นปกติหรือไม่ การพยายามเหยียดข้อที่ยึดมานานมากเกินไปอาจทำให้เส้นประสาท หลอดเลือด หรือผิวหนังตึงเกินไป จึงอาจไม่แก้จนตรงทั้งหมดในครั้งเดียว
- จัดการผิวหนังและปิดแผล
แผลอาจเย็บปิด ปล่อยบางส่วนไว้ให้ค่อยๆ หาย หรือใช้ผิวหนังปลูกถ่าย ขึ้นกับความตึงและคุณภาพผิวหนัง หากต้องตัดผิวหนังที่เป็นโรคร่วมด้วย จำเป็นต้องใช้ผิวหนังจากบริเวณอื่นมาปิด
- พันแผลและดามมือเมื่อจำเป็น
ทีมรักษาปิดแผลด้วยวัสดุปิดแผล อาจใส่อุปกรณ์ดามให้นิ้วอยู่ในท่าที่เหมาะสม จากนั้นตรวจสี ความอุ่น และการไหลเวียนของนิ้วอีกครั้ง
หลังผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะเฝ้าดูอาการจนยาระงับความรู้สึกลดลง ตรวจเลือดออก ความปวด และการไหลเวียนของนิ้ว ก่อนพิจารณาให้กลับบ้านหรือพักโรงพยาบาล
ใช้เวลานานแค่ไหน
เวลาผ่าตัดไม่มีช่วงเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน การแบ่งพังผืดเฉพาะจุดมักสั้นกว่าการตัดพังผืดหลายแนว การผ่าตัดซ้ำ หรือการตัดพังผืดพร้อมปลูกถ่ายผิวหนัง คุณควรถามเวลาประมาณการจากทีมผ่าตัดหลังแพทย์ตรวจมือและเลือกวิธีแล้ว
การผ่าตัดเฉพาะส่วนที่ไม่ซับซ้อนอาจทำแบบผู้ป่วยนอกและกลับบ้านในวันเดียว ส่วนการผ่าตัดที่กว้างหรือต้องปลูกถ่ายผิวหนังอาจต้องสังเกตอาการในโรงพยาบาลนานขึ้น แหล่งอ้างอิงระบุว่าการผ่าตัดเฉพาะช่วงมักทำแบบผู้ป่วยนอก ขณะที่การตัดพังผืดกว้างและการปลูกถ่ายผิวหนังมีความซับซ้อนกว่าและอาจต้องพักค้างคืน (Cleveland Clinic) แนวทางจริงในไทยขึ้นกับโรงพยาบาล สุขภาพของคุณ และเวลาที่ผ่าตัดเสร็จ
ชนิดการระงับความรู้สึกอาจเป็น
- ยาชาเฉพาะบริเวณมือ
- การระงับความรู้สึกเฉพาะแขน ทำให้แขนชาโดยยังรู้สึกตัว
- การระงับความรู้สึกทั่วร่างกาย ทำให้หลับระหว่างผ่าตัด
ไม่มีวิธีใดเหมาะกับทุกคน วิสัญญีแพทย์จะพิจารณาขอบเขตผ่าตัด โรคประจำตัว ความกังวล และความเสี่ยงจากการระงับความรู้สึกแต่ละแบบ
พักฟื้นนานแค่ไหน
การฟื้นตัวมีสองส่วน คือแผลหายและมือกลับมาใช้งาน ทั้งสองอย่างไม่จำเป็นต้องเสร็จพร้อมกัน แผลอาจดีขึ้นแล้วแต่นิ้วยังบวม แข็ง หรืออ่อนแรง และบางคนต้องฟื้นฟูต่อเนื่องหลายสัปดาห์ถึงประมาณ 3 เดือนหรือมากกว่า โดยเฉพาะหลังการผ่าตัดกว้างหรือเมื่อข้อยึดมานาน (Mayo Clinic)
| ช่วงการฟื้นตัว | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ควรเน้น |
| วันแรกๆ | ปวด บวม ตึง และมีผ้าพันแผล | ยกมือสูง ดูสีและความอุ่นของนิ้ว ขยับเฉพาะตามที่ทีมรักษาแนะนำ |
| ระยะแผลกำลังติด | ความปวดค่อยๆ ลด แต่มือยังบวมและกำได้ไม่เต็ม | รักษาแผลให้แห้งตามคำสั่ง ไปตรวจแผล และเริ่มฝึกมือเมื่อแพทย์อนุญาต |
| หลังแผลปิดดี | อาจมีแผลเป็นแข็ง นิ้วตึง หรือไวต่อการสัมผัส | ฝึกการเคลื่อนไหว ดูแลแผลเป็น และใช้อุปกรณ์ดามตามแผน |
| หลายสัปดาห์ต่อมา | แรงมือและความคล่องค่อยๆ กลับ | เพิ่มกิจกรรมตามอาการ หลีกเลี่ยงการฝืนยกหรือบีบหนัก |
| ระยะยาว | นิ้วอาจเหยียดได้ดีขึ้นต่อเนื่อง แต่บางข้ออาจไม่ตรงสุด | รักษาการเคลื่อนไหวและสังเกตพังผืดเกิดซ้ำ |
ช่วงเวลาจริงขึ้นกับชนิดการผ่าตัด จำนวนข้อที่รักษา มือข้างถนัด งานที่ทำ การหายของแผล และการฟื้นฟู ไม่ควรใช้ตารางนี้แทนกำหนดของศัลยแพทย์
กลับไปทำงานเมื่อไร
งานคอมพิวเตอร์หรืองานที่ไม่ใช้มือข้างผ่าตัดมาก อาจกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องจับ บิด ดึง ใช้เครื่องมือ หรือสัมผัสน้ำและสิ่งสกปรก งานใช้แรงควรรอจนแผลแข็งแรง การจับมั่นคง และแพทย์อนุญาต
ก่อนกลับไปขับรถ คุณต้องควบคุมพวงมาลัยและอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างมั่นคง ไม่อยู่ภายใต้ฤทธิ์ยาที่ทำให้ง่วง และสามารถตอบสนองในภาวะฉุกเฉินได้ หากยังใส่อุปกรณ์ดามหรือกำมือไม่ได้ ไม่ควรรีบขับรถ
ต้องทำกายภาพมือหรือไม่
ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งต้องพบผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูมือ เพื่อฝึกเหยียดและงอนิ้ว ลดบวม ดูแลแผลเป็น และทำอุปกรณ์ดามเฉพาะบุคคล ความเข้มข้นของการฟื้นฟูขึ้นกับวิธีผ่าตัดและความแข็งของข้อก่อนผ่าตัด การฝืนเหยียดเองมากเกินไปอาจทำให้แผลแยกหรืออักเสบ ขณะที่ไม่ขยับเลยอาจทำให้ข้อติดมากขึ้น จึงควรทำตามแผนที่ออกแบบสำหรับมือของคุณ
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
ผู้เข้ารับการผ่าตัดส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง แต่การผ่าตัดบริเวณนิ้วมีเส้นประสาทและหลอดเลือดขนาดเล็กอยู่ใกล้พังผืด จึงต้องเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ
ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับแผลและการฟื้นตัว
- ปวด บวม ช้ำ หรือมีเลือดซึม
- แผลติดเชื้อ
- แผลแยกหรือหายช้า
- ผิวหนังบางส่วนขาดเลือด โดยเฉพาะเมื่อผิวตึงหรือเคยผ่าตัดมาก่อน
- แผลเป็นหนา แข็ง เจ็บ หรือไวต่อการสัมผัส
- ข้อนิ้วแข็งและเคลื่อนไหวลดลง
- มือบวมนานกว่าที่คาด
- ผิวหนังปลูกถ่ายติดไม่สมบูรณ์ หากต้องใช้วิธีนี้
ความเสี่ยงต่อโครงสร้างในมือ
- เส้นประสาทนิ้วบาดเจ็บ ทำให้ชา เสียว หรือความรู้สึกลดลง
- หลอดเลือดนิ้วบาดเจ็บ ทำให้เลือดไปเลี้ยงนิ้วผิดปกติ
- เส้นเอ็นบาดเจ็บ ทำให้งอหรือเหยียดนิ้วผิดปกติ
- นิ้วเหยียดไม่สุด แม้ตัดพังผืดแล้ว
- อาการปวดบวมและไวต่อการสัมผัสผิดปกติต่อเนื่อง ซึ่งอาจรบกวนการใช้มืออย่างมาก
ความเสี่ยงจากการระงับความรู้สึก
อาจเกิดอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ แพ้ยา ปัญหาทางเดินหายใจ หรือภาวะแทรกซ้อนต่อหัวใจและหลอดเลือด ความเสี่ยงขึ้นกับชนิดยาระงับความรู้สึก อายุ และโรคประจำตัว งานวิจัยประชากรในอังกฤษพบว่าภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงโดยรวมพบไม่บ่อย แต่ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนระบบบริการและประชากรในอังกฤษ ไม่ควรนำอัตราไปทำนายความเสี่ยงส่วนบุคคลในไทยโดยตรง (PubMed Central)
โรคกลับเป็นซ้ำ
การผ่าตัดตัดพังผืดที่มีอยู่ แต่ไม่เปลี่ยนพื้นฐานทางชีวภาพที่ทำให้ร่างกายสร้างพังผืด โรคจึงอาจกลับที่ตำแหน่งเดิมหรือเกิดกับนิ้วอื่นได้ การกลับเป็นซ้ำไม่ได้หมายความว่าการผ่าตัดครั้งแรกผิดพลาดเสมอไป
การผ่าตัดซ้ำอาจยากกว่าครั้งแรก เพราะแผลเป็นทำให้แยกพังผืดออกจากเส้นประสาทและหลอดเลือดยากขึ้น งานวิจัยขนาดใหญ่จากอังกฤษยังพบว่าความเสี่ยงบางอย่างสูงขึ้นในกลุ่มที่ต้องผ่าตัดซ้ำหลังการผ่าตัดร่วมกับผิวหนัง ศัลยแพทย์จึงต้องชั่งระหว่างประโยชน์ด้านการใช้งานกับความเสี่ยงอย่างละเอียด
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
ติดต่อโรงพยาบาลหรือกลับไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
- นิ้วซีด เขียว คล้ำ หรือเย็นลงอย่างชัดเจน
- ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือปวดมากผิดปกติแม้ทำตามแผนรักษาแล้ว
- ผ้าพันแผลแน่นจนชาหรือปวดตุบ และอาการไม่ดีขึ้นตามคำแนะนำที่ได้รับ
- เลือดออกมาก เลือดซึมจนชุ่มผ้าพันแผล หรือเลือดไม่หยุด
- ชาเพิ่มขึ้นทันที ขยับนิ้วไม่ได้ หรือการเคลื่อนไหวแย่ลงอย่างฉับพลัน
- แผลแดงร้อน บวมมากขึ้น มีหนอง มีกลิ่น หรือแผลแยก
- มีไข้ร่วมกับอาการผิดปกติที่แผล
- ผิวหนังปลูกถ่ายเปลี่ยนสีหรือดูผิดปกติ
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือหมดสติ
อาการบวมเล็กน้อย ชาใกล้แผล หรือมีเลือดซึมเล็กน้อยอาจเกิดได้หลังผ่าตัด แต่ถ้าคุณแยกไม่ออกว่าอยู่ในระดับปกติหรือไม่ ให้ใช้ช่องทางติดต่อหลังผ่าตัดที่โรงพยาบาลให้ไว้ ไม่ควรรอจนถึงวันนัดหากนิ้วเปลี่ยนสี เย็น หรือปวดรุนแรงขึ้น
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกระยะของโรค ผู้ที่ยังใช้มือได้ดีอาจเหมาะกับการติดตามอาการมากกว่าการรักษาทันที ส่วนผู้ที่มีพังผืดเป็นแถบชัด แต่อยากลดขนาดแผลหรือไม่เหมาะกับการผ่าตัดกว้าง อาจมีทางเลือกอื่นตามความพร้อมของสถานพยาบาล
| ทางเลือก | ทำอย่างไร | ข้อควรพิจารณา |
| เฝ้าดูอาการ | ตรวจติดตามการเหยียดนิ้วและผลต่อการใช้มือ | เหมาะเมื่อยังไม่กระทบการใช้งาน ต้องกลับมาตรวจหากนิ้วงอเพิ่ม |
| ใช้เข็มแบ่งพังผืดผ่านผิวหนัง | ใช้เข็มทำให้แถบพังผืดอ่อนและขาด | แผลเล็กและฟื้นตัวมักสั้นกว่า แต่มีโอกาสกลับเป็นซ้ำและต้องระวังเส้นประสาทหรือเส้นเอ็น (Mayo Clinic) |
| ฉีดเอนไซม์สลายพังผืด | ฉีดสารเข้าสู่แถบพังผืด แล้วจัดให้นิ้วคลาย | ความพร้อมและข้อบ่งใช้แตกต่างกัน ต้องประเมินความเสี่ยงต่อผิวหนังและเส้นเอ็น |
| แบ่งพังผืดผ่านแผลเล็ก | เปิดแผลแล้วแบ่งแถบพังผืดโดยไม่ตัดออกทั้งหมด | อาจฟื้นตัวเร็วกว่าการตัดกว้าง แต่โรคยังมีโอกาสกลับ |
| ตัดพังผืดออก | นำเนื้อเยื่อที่รั้งนิ้วออกบางส่วนหรือหลายส่วน | แผลและการฟื้นฟูมากกว่า แต่เข้าถึงพังผืดได้โดยตรง |
| ตัดพังผืดพร้อมผิวหนัง | ตัดเนื้อเยื่อและผิวหนังที่เกี่ยวข้อง แล้วปลูกถ่ายผิวหนัง | ใช้ในบางรายที่กลับเป็นซ้ำหรือผิวหนังเสียมาก การดูแลแผลซับซ้อนขึ้น |
การยืดมือหรือใส่อุปกรณ์ดามเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตัดแถบพังผืดที่ก่อตัวแล้วได้ แต่การฟื้นฟูมีบทบาทหลังหัตถการเพื่อคงการเคลื่อนไหว การฉีดยาหรือวิธีอื่นก็ไม่เหมาะกับพังผืดทุกตำแหน่ง
คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่าวิธีใดมีแผลเล็กที่สุด แต่ต้องถามด้วยว่าวิธีนั้นแก้ข้อที่มีปัญหาได้มากเพียงใด โอกาสต้องรักษาซ้ำเป็นอย่างไร และคุณสามารถทำตามแผนฟื้นฟูได้หรือไม่
สิทธิการรักษา
ความครอบคลุมขึ้นกับการวินิจฉัย ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และวิธีรักษาที่มีในสถานพยาบาลนั้น ควรตรวจสอบก่อนกำหนดวันผ่าตัด เพราะการตรวจ การผ่าตัด อุปกรณ์ดาม และการฟื้นฟูมืออาจอยู่คนละหน่วยบริการ
ประกันสังคม
เริ่มจากโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ แพทย์จะประเมินว่าการหดรั้งกระทบการทำงานของมือและมีข้อบ่งชี้ให้ผ่าตัดหรือไม่ หากโรงพยาบาลไม่มีศัลยแพทย์หรือบริการฟื้นฟูมือ อาจต้องเข้าสู่กระบวนการส่งต่อ
ควรถามว่าเอกสารส่งต่อครอบคลุมการตรวจ ผ่าตัด การตรวจหลังผ่าตัด และการฟื้นฟูหรือไม่ รวมถึงต้องกลับไปรับบริการส่วนใดที่โรงพยาบาลต้นสังกัด
บัตรทอง
ผู้มีสิทธิควรติดต่อหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการปฐมภูมิตามระบบ หากจำเป็นต้องพบศัลยแพทย์เฉพาะทาง หน่วยบริการจะพิจารณาส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสม
ก่อนเดินทางควรตรวจสอบใบส่งตัว วันหมดอายุของเอกสาร และขั้นตอนกรณีต้องทำอุปกรณ์ดามมือหรือกายภาพต่อเนื่อง การไปรับบริการนอกระบบส่งต่ออาจทำให้สิทธิไม่ครอบคลุมตามปกติ
ประกันสุขภาพเอกชน
ความคุ้มครองขึ้นกับเงื่อนไขกรมธรรม์ เช่น ระยะรอคอย โรคที่เป็นมาก่อน ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ การอนุมัติก่อนรักษา และการผ่าตัดแบบผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน
ควรส่งให้บริษัทประกันพิจารณาเอกสารต่อไปนี้ล่วงหน้า
- ใบรับรองแพทย์และการวินิจฉัย
- แผนและชื่อวิธีผ่าตัด
- เหตุผลที่จำเป็นต้องผ่าตัด
- แผนการระงับความรู้สึก
- รายการบริการที่คาดว่าจะใช้ รวมถึงอุปกรณ์ดามและการฟื้นฟู
- ข้อมูลว่าต้องนอนโรงพยาบาลหรือกลับวันเดียว
การได้รับอนุมัติการผ่าตัดไม่ได้แปลว่าการฟื้นฟูมือหรืออุปกรณ์ทุกชนิดจะได้รับความคุ้มครองด้วย ควรถามแยกแต่ละส่วนและเก็บหลักฐานการอนุมัติไว้
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
มีก้อนแข็งที่ฝ่ามือต้องผ่าตัดหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคน หากยังเหยียดนิ้วและใช้มือได้ตามปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงก่อน การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่อพังผืดดึงนิ้วจนผิดรูปหรือรบกวนกิจวัตร (Mayo Clinic)
ผ่าตัดแล้วนิ้วจะตรงเหมือนเดิมหรือไม่
นิ้วมักเหยียดและใช้งานได้ดีขึ้น แต่ไม่รับประกันว่าจะตรงเต็มที่ โดยเฉพาะข้อที่ยึดมานาน ผิวหนังหดมาก หรือเคยผ่าตัดมาก่อน เป้าหมายที่ควรตกลงกับศัลยแพทย์คือการใช้งานที่คาดว่าจะดีขึ้น ไม่ใช่เพียงรูปร่างของนิ้ว
การผ่าตัดทำให้โรคหายถาวรหรือไม่
ไม่ถาวรในทุกคน เพราะการผ่าตัดนำพังผืดที่กำลังรั้งนิ้วออก แต่แนวโน้มการสร้างพังผืดยังอยู่ โรคอาจกลับที่เดิมหรือเกิดกับนิ้วอื่นภายหลัง
ผ่าตัดแล้วกลับบ้านวันเดียวได้ไหม
การผ่าตัดเฉพาะส่วนที่ไม่ซับซ้อนอาจกลับบ้านได้ในวันเดียว ส่วนการผ่าตัดกว้าง การผ่าตัดซ้ำ หรือการปลูกถ่ายผิวหนังอาจต้องเฝ้าดูนานขึ้น แนวทางขึ้นกับสุขภาพ ชนิดยาระงับความรู้สึก และระบบของโรงพยาบาล
ระหว่างผ่าตัดจะรู้สึกเจ็บหรือไม่
ทีมรักษาจะใช้ยาชาหรือยาระงับความรู้สึกเพื่อควบคุมความเจ็บระหว่างผ่าตัด คุณอาจรู้สึกถึงแรงดึงหรือการขยับในบางวิธี แต่ไม่ควรรู้สึกเจ็บชัด หากรู้สึกผิดปกติควรบอกทีมทันทีเมื่อยังรู้สึกตัว
หลังผ่าตัดใช้มือนานเท่าไรจึงเป็นปกติ
การฟื้นตัวอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงประมาณ 3 เดือนหรือมากกว่า ขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัด ความแข็งของข้อ การหายของแผล และลักษณะงาน (Mayo Clinic) งานเบาอาจกลับได้ก่อนที่แรงมือและความคล่องจะฟื้นเต็มที่
ต้องใส่อุปกรณ์ดามมือนานแค่ไหน
ไม่มีระยะเดียวสำหรับทุกคน ศัลยแพทย์หรือผู้ฟื้นฟูมือจะกำหนดจากข้อที่รักษา ความมั่นคงของแผล และแนวโน้มที่นิ้วจะหดกลับ ไม่ควรเพิ่มหรือลดเวลาใส่เอง เพราะการดามมากเกินไปอาจทำให้ข้อตึง ส่วนการดามไม่พออาจไม่คงท่าที่ต้องการ
ถ้านิ้วยังงอเล็กน้อยหลังผ่าตัด แปลว่าผ่าตัดไม่สำเร็จหรือไม่
ไม่เสมอไป ข้อที่ยึดมานานอาจมีเอ็นหุ้มข้อและผิวหนังหดร่วมด้วย แม้ตัดพังผืดแล้วก็อาจยังไม่ตรงสุด สิ่งสำคัญคือการเคลื่อนไหวและการใช้งานดีขึ้นตามเป้าหมายที่ตกลงไว้หรือไม่
เลือกใช้เข็มแบ่งพังผืดแทนการผ่าตัดได้ไหม
อาจเลือกได้ในผู้ป่วยบางรายที่มีแถบพังผืดเหมาะสม วิธีนี้มีแผลเล็กและมักฟื้นตัวเร็วกว่า แต่พังผืดมีโอกาสกลับเป็นซ้ำ และไม่เหมาะกับทุกตำแหน่ง แพทย์ต้องตรวจความสัมพันธ์กับเส้นประสาท เส้นเอ็น และผิวหนังก่อน
ถ้าไม่ผ่าตัดตอนนี้จะอันตรายไหม
ภาวะนี้มักไม่ใช่เหตุฉุกเฉินและบางคนติดตามอาการได้ แต่หากนิ้วงอเพิ่มขึ้น ข้ออาจยึดและแก้ให้ตรงได้ยากขึ้น ควรกลับไปประเมินเมื่อวางมือราบไม่ได้หรือเริ่มทำกิจวัตรลำบาก
การผ่าตัดซ้ำเสี่ยงกว่าครั้งแรกหรือไม่
การผ่าตัดซ้ำมักซับซ้อนกว่า เพราะแผลเป็นทำให้เส้นประสาท หลอดเลือด และพังผืดแยกจากกันยากขึ้น งานวิจัยประชากรยังชี้ว่าการรักษาซ้ำบางรูปแบบมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ศัลยแพทย์จึงต้องประเมินประโยชน์ที่คาดว่าจะได้อย่างรอบคอบ
ควรเลือกวิธีผ่าตัดจากขนาดแผลหรือไม่
ไม่ควรเลือกจากขนาดแผลเพียงอย่างเดียว วิธีที่แผลเล็กอาจฟื้นเร็วกว่า แต่ไม่สามารถนำพังผืดออกได้มากเท่าการผ่าตัดแบบเปิดในบางราย ควรเปรียบเทียบการแก้ข้อที่มีปัญหา ความเสี่ยงต่อเส้นประสาท โอกาสกลับเป็นซ้ำ และภาระการฟื้นฟูร่วมกัน
ก่อนตัดสินใจควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้าง
ควรถามว่าวิธีที่เสนอมีเป้าหมายให้ข้อใดเหยียดเพิ่มขึ้นเพียงใด ต้องปลูกถ่ายผิวหนังหรือไม่ ความเสี่ยงเฉพาะของมือคุณคืออะไร และต้องฟื้นฟูนานเพียงใด รวมถึงถามแผนสำรองหากพบพังผืดพันเส้นประสาทหรือผิวหนังตึงกว่าที่คาดไว้ระหว่างผ่าตัด
หลังผ่าตัดเมื่อใดถือว่าเป็นเหตุฉุกเฉิน
นิ้วซีด เขียว เย็น ปวดรุนแรงขึ้น เลือดออกไม่หยุด หรือขยับนิ้วไม่ได้อย่างฉับพลัน เป็นเหตุให้ติดต่อโรงพยาบาลทันที ส่วนแผลแดงร้อน มีหนอง ไข้ หรือแผลแยก ควรได้รับการประเมินโดยไม่รอถึงวันนัดเช่นกัน
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Fasciectomy (for Dupuytren's Disease) — เกี่ยวกับ Dupuytren's contracture surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Serious complications and risk of re-operation after Dupuytren's ... — เกี่ยวกับ Dupuytren's contracture surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Mayo Clinic: Mayo Clinic Q and A: Surgery Generally Reserved for Advanced Cases of… — เกี่ยวกับ Dupuytren's contracture surgery — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


