บอลลูนหัวใจและใส่ขดลวด
บอลลูนหัวใจและใส่ขดลวด (Coronary angioplasty and stent) คือการสอดสายสวนเข้าไปขยายหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจซึ่งตีบหรืออุดตัน แล้ววางตาข่ายโลหะขนาดเล็กเพื่อพยุงหลอดเลือดให้เปิดอยู่ การรักษานี้อาจทำแบบวางแผนเพื่อลดอาการเจ็บหน้าอก หรือทำฉุกเฉินเพื่อเปิดหลอดเลือดในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
ประเด็นสำคัญ
- เป็นหัตถการผ่านสายสวน ไม่ใช่การผ่าตัดเปิดหน้าอก แพทย์มักเข้าสู่หลอดเลือดบริเวณข้อมือหรือขาหนีบ แล้วใช้ภาพเอกซเรย์นำทางไปยังหลอดเลือดหัวใจที่ตีบ
- ไม่ใช่ผู้ที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบทุกคนต้องทำ ผู้ที่อาการคงที่บางรายอาจเริ่มจากยา การเลิกบุหรี่ การควบคุมความดัน ไขมัน และเบาหวาน ส่วนผู้ที่ตีบซับซ้อนอาจเหมาะกับการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจมากกว่า
- หลังใส่ขดลวดต้องรับประทานยาป้องกันลิ่มเลือดตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามหยุดยาเอง เพราะลิ่มเลือดที่เกิดในขดลวดอาจทำให้หลอดเลือดปิดและเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายได้
บอลลูนหัวใจและใส่ขดลวด คืออะไร
ชื่อทางการของหัตถการนี้คือ “การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวดค้ำยัน” แพทย์หัวใจจะสอดสายสวนเส้นเล็กผ่านหลอดเลือดแดงที่ข้อมือหรือขาหนีบ แล้วนำสายสวนไปยังหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ จากนั้นฉีดสารทึบรังสีเพื่อดูตำแหน่งและความรุนแรงของรอยตีบผ่านภาพเอกซเรย์
เมื่อพบจุดที่เหมาะสม แพทย์จะนำบอลลูนขนาดเล็กที่ยังแฟบอยู่ไปวางตรงรอยตีบ แล้วขยายบอลลูนเพื่อดันคราบไขมันและผนังหลอดเลือดออกด้านข้าง ทำให้ช่องทางไหลของเลือดกว้างขึ้น หลังจากนั้นมักวางขดลวดค้ำยัน ซึ่งเป็นตาข่ายโลหะทรงกระบอกขนาดเล็กไว้ในหลอดเลือด เพื่อช่วยพยุงบริเวณที่เพิ่งขยายไม่ให้ยุบกลับทันที (Cleveland Clinic)
ขดลวดส่วนใหญ่ที่ใช้ในปัจจุบันมีสารยาบนผิวขดลวดเพื่อช่วยลดการเกิดเนื้อเยื่อที่ทำให้หลอดเลือดกลับมาตีบ แพทย์จะเลือกชนิดและขนาดตามตำแหน่งหลอดเลือด ลักษณะรอยตีบ ความเสี่ยงเลือดออก และความสามารถในการรับประทานยาป้องกันลิ่มเลือดต่อเนื่อง
หัตถการนี้ช่วยให้เลือดไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้กำจัดสาเหตุของโรคหลอดเลือดทั้งหมด คราบไขมันอาจยังอยู่ในหลอดเลือดส่วนอื่น และหลอดเลือดอาจตีบซ้ำได้ การรับประทานยา ควบคุมปัจจัยเสี่ยง ออกกำลังกายตามคำแนะนำ และไม่สูบบุหรี่จึงยังสำคัญหลังทำ
ต่างจากการสวนหัวใจอย่างไร
การสวนหลอดเลือดหัวใจเพื่อวินิจฉัยเป็นการฉีดสารทึบรังสีเพื่อดูว่าหลอดเลือดตีบตรงไหนและมากเพียงใด ส่วนการขยายหลอดเลือดเป็นขั้นตอนรักษาโดยใช้บอลลูนและอาจวางขดลวด ในบางกรณีแพทย์ตรวจพบรอยตีบแล้วรักษาต่อในการทำครั้งเดียวกัน แต่บางรายอาจต้องหยุดเพื่อประเมินข้อมูล วางแผนร่วมกับทีม หรือเตรียมการรักษาอีกครั้ง
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
การตัดสินใจไม่ได้ดูเพียงว่าหลอดเลือดตีบกี่เปอร์เซ็นต์ แพทย์จะพิจารณาอาการ ตำแหน่งและจำนวนหลอดเลือดที่ตีบ การไหลเวียนเลือด ผลการทำงานของหัวใจ โรคร่วม และผลที่คาดว่าจะได้เมื่อเทียบกับความเสี่ยง
ผู้ที่อาจได้รับคำแนะนำให้ทำ
- ผู้ที่มีกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจากหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งต้องเปิดหลอดเลือดอย่างเร่งด่วนเพื่อลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ
- ผู้ที่มีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกจากหลอดเลือดหัวใจตีบ และอาการยังรบกวนชีวิตแม้ได้รับยาและปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสมแล้ว
- ผู้ที่ตรวจพบว่ากล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดไม่เพียงพอ และตำแหน่งรอยตีบเหมาะกับการรักษาผ่านสายสวน
- ผู้ที่เคยทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ แต่หลอดเลือดเดิมหรือทางเบี่ยงเกิดการตีบในตำแหน่งที่สามารถรักษาผ่านสายสวนได้
- ผู้ที่แพทย์ประเมินว่าการเปิดหลอดเลือดผ่านสายสวนเหมาะสมกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าอก เมื่อพิจารณากายวิภาคของหลอดเลือดและสุขภาพโดยรวม
ในภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน การเตรียมตัวอาจมีเวลาจำกัด เพราะเป้าหมายคือเปิดหลอดเลือดที่อุดตันให้เร็ว การประเมิน ประวัติแพ้ยา การตรวจเลือด และการยินยอมจึงอาจเกิดขึ้นพร้อมกับการรักษา (Mayo Clinic)
ผู้ที่อาจยังไม่จำเป็นต้องทำ
ผู้ที่โรคคงที่ ไม่มีอาการ หรือควบคุมอาการได้ด้วยยาและการปรับพฤติกรรม อาจไม่จำเป็นต้องรับการขยายหลอดเลือดทันที การรักษาด้วยยาร่วมกับการควบคุมไขมัน ความดัน เบาหวาน น้ำหนัก และการสูบบุหรี่ อาจเป็นแนวทางแรก โดยแพทย์จะติดตามอาการและผลตรวจเป็นระยะ
ผู้ที่อาจเหมาะกับวิธีอื่นมากกว่า
การขยายหลอดเลือดอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะที่สุดเมื่อรอยตีบมีหลายตำแหน่ง ซับซ้อน อยู่ในหลอดเลือดสำคัญบางตำแหน่ง หรือมีโรคร่วมที่ทำให้การผ่าตัดทำทางเบี่ยงให้ประโยชน์มากกว่า ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถรับประทานยาป้องกันลิ่มเลือดต่อเนื่องได้เนื่องจากมีเลือดออกมากหรือกำลังจะเข้ารับการผ่าตัดอื่น แผนการวางขดลวดจึงต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง
ภาวะไตทำงานบกพร่อง การแพ้สารทึบรังสี ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือการติดเชื้อที่ยังควบคุมไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้เสมอไป แต่เพิ่มความซับซ้อนและอาจต้องเตรียมการเฉพาะราย ทีมรักษาจะชั่งประโยชน์กับความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
หากเป็นการรักษาแบบวางแผน คุณจะได้รับการประเมินจากแพทย์หัวใจและทีมวิสัญญีหรือทีมดูแลห้องสวนหัวใจ โรงพยาบาลอาจตรวจเลือด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ภาพถ่ายทรวงอก หรือการทำงานของหัวใจและไตตามความจำเป็น การตรวจที่ต้องทำขึ้นอยู่กับอายุ อาการ โรคร่วม และนโยบายของสถานพยาบาล
แจ้งข้อมูลเหล่านี้ให้ทีมรักษาทราบ
- ยาทุกชนิดที่ใช้อยู่ รวมถึงยาป้องกันลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยาลดความดัน ยาแก้ปวด และยาที่ซื้อใช้เอง
- วิตามิน สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะบางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกหรือมีผลต่อยา
- ประวัติแพ้สารทึบรังสี ยาชา ยาสลบ ยาปฏิชีวนะ หรือวัสดุทางการแพทย์
- โรคไต เบาหวาน ภาวะเลือดออกง่าย โรคปอด การติดเชื้อ หรือประวัติเคยมีเลือดออกในทางเดินอาหารหรือสมอง
- การตั้งครรภ์หรือความเป็นไปได้ที่จะตั้งครรภ์
- ประวัติการสวนหัวใจ ใส่ขดลวด หรือผ่าตัดหัวใจครั้งก่อน
แพทย์อาจให้หยุด ปรับ หรือรับประทานยาบางชนิดต่อ รวมถึงยาป้องกันลิ่มเลือด ยาเบาหวาน ยาแก้อักเสบบางชนิด และอาหารเสริม ห้ามกำหนดวันหยุดยาเอง และห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือดเดิมโดยไม่ได้รับคำสั่ง เพราะทั้งการหยุดและการใช้ต่ออาจมีความเสี่ยงต่างกันในแต่ละคน (Mayo Clinic)
การงดอาหารและน้ำ
โรงพยาบาลจะบอกเวลาเริ่มงดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลานัด ชนิดยาระงับความรู้สึก และภาวะสุขภาพ คุณอาจได้รับอนุญาตให้รับประทานยาบางชนิดกับน้ำเล็กน้อย แต่ควรทำเฉพาะยาที่ทีมรักษายืนยัน หากเป็นภาวะฉุกเฉิน ให้บอกทันทีว่ารับประทานอาหารหรือดื่มอะไรครั้งล่าสุดเมื่อใด
สิ่งที่ควรเตรียม
นำบัตรประจำตัว เอกสารสิทธิการรักษา รายการยา ผลตรวจเดิม และข้อมูลการแพ้ยามาด้วย ถอดเครื่องประดับและของมีค่า โรงพยาบาลอาจให้พักค้างคืนแม้เป็นกรณีวางแผน จึงควรเตรียมของใช้จำเป็น และจัดให้มีผู้ใหญ่พากลับบ้าน คุณไม่ควรขับรถกลับเองในวันที่ออกจากโรงพยาบาล
ขั้นตอนการผ่าตัด
แม้เรียกกันทั่วไปว่า “ผ่าตัด” แต่โดยมากเป็นหัตถการผ่านสายสวน ไม่มีแผลเปิดหน้าอก ขั้นตอนจริงอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งรอยตีบ ความเร่งด่วน และสิ่งที่แพทย์พบระหว่างทำ
- เตรียมและติดตามสัญญาณชีพ
เจ้าหน้าที่ให้คุณนอนบนเตียง ติดแผ่นตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ วัดความดัน ชีพจร และออกซิเจนอย่างต่อเนื่อง จากนั้นเปิดเส้นให้น้ำเกลือเพื่อให้ยาและสารน้ำ
- ให้ยาระงับความรู้สึก
โดยทั่วไปใช้ยาชาเฉพาะที่บริเวณข้อมือหรือขาหนีบ ร่วมกับยาคลายกังวลทางหลอดเลือด คุณมักยังรู้สึกตัวและทำตามคำสั่งได้ การใช้ยาระงับความรู้สึกระดับลึกหรือยาสลบอาจจำเป็นในบางสถานการณ์ ขึ้นกับอาการและความซับซ้อน (Mayo Clinic)
- เปิดทางเข้าสู่หลอดเลือด
แพทย์ทำความสะอาดผิวหนัง ฉีดยาชา และแทงเข็มเข้าหลอดเลือดแดง จากนั้นใส่ท่อสั้นเพื่อเป็นช่องทางผ่านของสายสวน คุณอาจรู้สึกตึงหรือมีแรงกด แต่ไม่ควรเจ็บรุนแรง
- นำสายสวนไปยังหัวใจ
แพทย์เคลื่อนสายสวนผ่านหลอดเลือดโดยดูภาพเอกซเรย์ จนถึงปากหลอดเลือดหัวใจ การเคลื่อนสายสวนภายในหลอดเลือดมักไม่ทำให้รู้สึกว่าสายกำลังผ่านส่วนใดของร่างกาย
- ฉีดสารทึบรังสี
สารทึบรังสีทำให้หลอดเลือดเห็นชัดบนภาพ แพทย์จะประเมินตำแหน่ง จำนวน และลักษณะของรอยตีบ บางคนอาจรู้สึกร้อนวูบชั่วคราวเมื่อฉีดสาร
- ผ่านลวดนำทางข้ามรอยตีบ
ลวดเส้นเล็กถูกนำผ่านตำแหน่งตีบเพื่อเป็นทางให้บอลลูนและอุปกรณ์อื่น แพทย์อาจใช้เครื่องมือประเมินความรุนแรงหรือภาพจากภายในหลอดเลือดเพิ่มเติม หากต้องการข้อมูลเพื่อเลือกขนาดอุปกรณ์
- ขยายด้วยบอลลูน
บอลลูนที่ปลายสายสวนถูกนำไปตรงรอยตีบแล้วขยายช่วงสั้นๆ เพื่อเพิ่มช่องทางไหลของเลือด ระหว่างขยาย เลือดอาจไหลผ่านบริเวณนั้นลดลงชั่วคราว คุณอาจรู้สึกแน่นหน้าอก หากรู้สึกเจ็บ หายใจไม่สะดวก หรือไม่สบาย ควรบอกทีมทันที
- วางขดลวดค้ำยัน
ขดลวดที่พับอยู่บนบอลลูนถูกนำไปยังตำแหน่งตีบ เมื่อขยายบอลลูน ขดลวดจะกางและแนบกับผนังหลอดเลือด บอลลูนและสายสวนถูกนำออก แต่ขดลวดจะอยู่ในหลอดเลือดอย่างถาวร อาจต้องขยายซ้ำหรือใส่มากกว่าหนึ่งชิ้นหากรอยตีบยาวหรือมีหลายตำแหน่ง
- ตรวจผลและปิดจุดเข้าสายสวน
แพทย์ฉีดสารทึบรังสีซ้ำเพื่อดูการไหลของเลือด จากนั้นดึงสายสวนออก จุดที่ข้อมืออาจใช้สายรัดกด ส่วนขาหนีบอาจใช้แรงกดหรืออุปกรณ์ปิดหลอดเลือด วิธีที่ใช้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและภาวะของคุณ
หลังทำ คุณจะถูกเฝ้าระวังคลื่นหัวใจ ความดัน อาการเจ็บหน้าอก เลือดออก และการไหลเวียนของแขนหรือขาที่ใช้ใส่สายสวน หากเข้าทางขาหนีบอาจต้องนอนเหยียดขาตามเวลาที่ทีมรักษากำหนด
ใช้เวลานานแค่ไหน
หัตถการและการเฝ้าดูอาการรวมกันมักใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่ไม่มีระยะเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ระยะเวลาขึ้นกับจำนวนและความซับซ้อนของรอยตีบ ตำแหน่งหลอดเลือด อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ภาวะฉุกเฉิน และภาวะแทรกซ้อนระหว่างทำ (Mayo Clinic)
โดยทั่วไปใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาคลายกังวล คุณจึงมักรู้สึกตัว การใช้ยาสลบพบได้ในบางราย เช่น ผู้ที่อาการไม่คงที่ ไม่สามารถนอนนิ่ง หรือจำเป็นต้องทำหัตถการซับซ้อน ทีมรักษาจะอธิบายแผนก่อนเริ่มเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
กรณีวางแผนและไม่มีภาวะแทรกซ้อน บางคนกลับบ้านได้ในวันเดียวกันหรือวันถัดไปตามแนวทางของสถานพยาบาลต่างประเทศ แต่การปฏิบัติในไทยขึ้นอยู่กับโรงพยาบาล จุดที่ใส่สายสวน โรคร่วม และผลหลังทำ ผู้ที่ทำฉุกเฉินหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย มีหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือการทำงานของหัวใจลดลง มักต้องอยู่โรงพยาบาลนานกว่าเพื่อรักษาโรคต้นเหตุและเฝ้าระวัง
พักฟื้นนานแค่ไหน
ระยะพักฟื้นจากแผลสายสวนมักสั้นกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าอก แต่การฟื้นตัวของหัวใจอาจนานกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อทำหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย ระยะที่เหมาะกับคุณขึ้นกับเหตุผลที่ทำ จุดเข้าสายสวน ภาวะหัวใจ และลักษณะงาน
| ช่วงเวลา | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | การดูแลและกิจกรรม |
| ชั่วโมงแรกหลังทำ | เฝ้าระวังชีพจร ความดัน เจ็บหน้าอก และเลือดออก | อย่าลุกเองจนกว่าเจ้าหน้าที่อนุญาต แจ้งทันทีหากแผลอุ่น บวม เปียก หรือเจ็บมากขึ้น |
| วันแรกๆ | จุดใส่สายสวนอาจช้ำหรือระบมเล็กน้อย อาจอ่อนเพลีย | พักผ่อน เดินเบาๆ ตามคำแนะนำ รักษาแผลให้สะอาด และรับประทานยาตรงเวลา |
| สัปดาห์แรกโดยประมาณ | ผู้ทำแบบวางแผนจำนวนมากค่อยๆ กลับสู่กิจวัตรเบาๆ | หลีกเลี่ยงการยกของหนักและออกแรงมากจนกว่าแผลจะหายและแพทย์อนุญาต |
| ระยะต่อมา | ความทนต่อกิจกรรมควรค่อยๆ ดีขึ้น | เข้าร่วมฟื้นฟูหัวใจ ควบคุมปัจจัยเสี่ยง และมาตรวจตามนัด |
แนวทางต่างประเทศระบุว่าผู้ป่วยแบบวางแผนอาจกลับไปทำงานได้ราวหนึ่งสัปดาห์ และมักหลีกเลี่ยงงานหนักประมาณหนึ่งสัปดาห์หรือจนกว่าแผลจะหาย แต่ระยะนี้ใช้ไม่ได้กับทุกคน (NHS) งานที่ต้องยกของ ใช้แรง ขับรถเชิงพาณิชย์ หรือทำงานในที่เสี่ยง ต้องได้รับการประเมินเฉพาะบุคคล
หากทำฉุกเฉินหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย การฟื้นตัวอาจกินเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นกับความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ อาการแทรกซ้อน และชนิดงาน การที่แผลข้อมือหรือขาหนีบหายแล้วไม่ได้หมายความว่าหัวใจฟื้นเต็มที่
การขับรถและการออกกำลังกาย
อย่าขับรถกลับเองหลังออกจากโรงพยาบาล วันที่กลับมาขับรถได้ขึ้นกับว่าเป็นการทำแบบวางแผนหรือฉุกเฉิน มีอาการเจ็บหน้าอกหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่ และข้อกำหนดของใบอนุญาต แพทย์ผู้รักษาจะกำหนดวันที่เหมาะสมตามอาการ ไม่ควรนำข้อกำหนดจากต่างประเทศมาใช้แทนคำแนะนำในไทย
เริ่มกิจกรรมด้วยการเดินเบาๆ และเพิ่มทีละน้อย หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกแรงมากในช่วงที่แผลยังไม่หาย การฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจเป็นโปรแกรมที่รวมการออกกำลังกายภายใต้การประเมิน ความรู้เรื่องยา อาหาร และการควบคุมปัจจัยเสี่ยง ซึ่งอาจช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจขึ้น
ยาหลังใส่ขดลวด
หลังใส่ขดลวดมักต้องใช้ยาต้านเกล็ดเลือดร่วมกันตามระยะที่แพทย์กำหนด ชนิดและระยะเวลาขึ้นกับขดลวด เหตุผลที่ทำ ความเสี่ยงเลือดออก และโรคร่วม ห้ามหยุด ลด หรือขาดยาเอง แม้ไม่มีอาการ เพราะการหยุดก่อนกำหนดเพิ่มความเสี่ยงที่ลิ่มเลือดจะอุดขดลวดและทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย
หากต้องถอนฟัน ส่องกล้อง หรือผ่าตัดอื่น ให้แจ้งแพทย์ทุกคนว่ามีขดลวดและกำลังใช้ยาต้านเกล็ดเลือด อย่าหยุดยาเพื่อเตรียมหัตถการเอง แพทย์หัวใจและแพทย์ผู้ทำหัตถการควรร่วมกันวางแผน
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การรักษาผ่านสายสวนมีแผลเล็กกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าอก แต่ยังมีความเสี่ยง ความเสี่ยงของแต่ละคนต่างกันตามอายุ ภาวะฉุกเฉิน จำนวนรอยตีบ การทำงานของหัวใจและไต โรคเบาหวาน ภาวะเลือดออก และยาที่ใช้ จึงไม่ควรใช้ตัวเลขจากผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งมาทำนายผลของแต่ละคน
ภาวะแทรกซ้อนที่จุดใส่สายสวน
- รอยช้ำ ปวด หรือเลือดซึม
- ก้อนเลือดคั่งใต้ผิวหนัง
- เลือดออกมากจนต้องกดแผล ให้เลือด หรือรักษาเพิ่มเติม
- หลอดเลือดบาดเจ็บ อุดตัน หรือเกิดทางเชื่อมผิดปกติ
- การติดเชื้อที่แผล ซึ่งพบไม่บ่อยแต่ต้องรักษา
รอยช้ำเล็กน้อยและอาการระบมอาจเกิดขึ้นได้และมักค่อยๆ ดีขึ้น แต่ก้อนบวมที่โตเร็ว เลือดไหลไม่หยุด มือหรือเท้าเย็น ซีด ชา หรือปวดมากไม่ใช่อาการที่ควรรอดูเอง (NHS)
ภาวะแทรกซ้อนต่อหัวใจและหลอดเลือด
- หลอดเลือดหัวใจฉีกหรือทะลุ
- หลอดเลือดปิดเฉียบพลันหรือลิ่มเลือดในขดลวด
- กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ บางรายอาจต้องใช้ยาหรือเครื่องกระตุ้นหัวใจชั่วคราว
- หลอดเลือดกลับมาตีบ ทำให้อาการเจ็บหน้าอกกลับมา
- จำเป็นต้องขยายหลอดเลือดซ้ำหรือผ่าตัดทำทางเบี่ยงฉุกเฉิน
- เสียชีวิต ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อย แต่ความเสี่ยงสูงขึ้นในผู้ป่วยฉุกเฉินหรือมีโรครุนแรง
ผลต่อไต สมอง และอวัยวะอื่น
สารทึบรังสีอาจทำให้ไตทำงานแย่ลง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไต เบาหวาน ภาวะขาดน้ำ หรือได้รับสารทึบรังสีจำนวนมาก การแพ้สารทึบรังสีอาจมีตั้งแต่ผื่นไปจนถึงปฏิกิริยารุนแรง จึงต้องแจ้งประวัติแพ้ล่วงหน้า
ลิ่มเลือดหรือเศษคราบไขมันอาจเคลื่อนไปอุดหลอดเลือดสมองและทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง แม้เป็นภาวะที่พบไม่บ่อย นอกจากนี้ ยาป้องกันลิ่มเลือดที่จำเป็นระหว่างและหลังทำอาจทำให้เลือดออกในทางเดินอาหาร สมอง หรือบริเวณอื่นได้
ก่อนลงนามยินยอม คุณควรถามแพทย์ว่าความเสี่ยงสำคัญของคุณคืออะไร มีแผนลดความเสี่ยงอย่างไร และหากไม่ทำตอนนี้มีโอกาสเกิดอะไรขึ้น คำตอบควรเชื่อมกับผลตรวจและภาวะของคุณ ไม่ใช่เพียงความเสี่ยงโดยรวมของผู้ป่วยทั่วไป
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
โทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินและอย่าขับรถเอง หากมีอาการต่อไปนี้:
- เจ็บ แน่น บีบ หรือหนักหน้าอกรุนแรง ไม่ดีขึ้นเมื่อพัก หรือคล้ายอาการก่อนเปิดหลอดเลือด
- หายใจลำบาก เหงื่อแตก หน้ามืด หมดสติ หรืออ่อนแรงมากผิดปกติ
- ใบหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชาเฉียบพลัน พูดไม่ชัด สับสน หรือมองเห็นผิดปกติ
- เลือดออกจากจุดใส่สายสวนไม่หยุดหลังใช้แรงกดต่อเนื่อง หรือเลือดพุ่งออกจากแผล
- ขาหรือแขนข้างที่ใส่สายสวนเย็น ซีด คล้ำ ชา อ่อนแรง หรือปวดรุนแรง
- ใจสั่นร่วมกับเจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือหมดสติ
ติดต่อโรงพยาบาลหรือแพทย์ในวันเดียวกัน หากแผลบวมขึ้นเรื่อยๆ ปวดมากขึ้น แดง ร้อน มีหนอง มีไข้ หรือมีก้อนเลือดคั่งโตขึ้น รวมถึงเมื่อมีเลือดออกผิดปกติ เช่น อุจจาระดำ อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด เลือดกำเดาไหลไม่หยุด หรือมีรอยช้ำมากผิดปกติ
อย่าหยุดยาต้านเกล็ดเลือดเองแม้สงสัยว่าเป็นสาเหตุของเลือดออก ให้แจ้งทีมฉุกเฉินว่าคุณเพิ่งใส่ขดลวดและนำรายการยาไปด้วย เพื่อให้แพทย์ชั่งความเสี่ยงของเลือดออกกับความเสี่ยงหลอดเลือดอุดตัน
ทางเลือกอื่น
ทางเลือกขึ้นกับว่าภาวะนั้นเป็นเหตุฉุกเฉินหรือโรคคงที่ ตำแหน่งรอยตีบ และเป้าหมายการรักษา ในภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน การรอหรือใช้ยาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ในโรคหลอดเลือดหัวใจคงที่ การรักษาโดยไม่ทำหัตถการอาจเหมาะกับบางคน
การรักษาด้วยยาและปรับพฤติกรรม
แพทย์อาจใช้ยาเพื่อลดอาการเจ็บหน้าอก ป้องกันลิ่มเลือด ลดไขมัน ควบคุมความดัน และควบคุมเบาหวาน ร่วมกับการเลิกบุหรี่ เลือกอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกายตามระดับที่ปลอดภัย และควบคุมน้ำหนัก แนวทางนี้อาจเป็นการรักษาหลักในผู้ที่อาการคงที่ หรือใช้ต่อเนื่องแม้ได้รับการขยายหลอดเลือดแล้ว
การขยายหลอดเลือดไม่ได้ทำให้หยุดยาควบคุมโรคทั้งหมดได้โดยอัตโนมัติ เพราะขดลวดรักษาเฉพาะตำแหน่งตีบ ไม่ได้หยุดกระบวนการสะสมคราบไขมันทั่วระบบหลอดเลือด
การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ
การผ่าตัดนี้ใช้หลอดเลือดจากส่วนอื่นของร่างกายสร้างทางเดินใหม่ให้เลือดไหลข้ามจุดตีบ อาจเหมาะกว่าในผู้ที่มีหลอดเลือดตีบหลายเส้น รอยตีบซับซ้อน หลอดเลือดสำคัญบางตำแหน่ง หรือมีโรคร่วมบางชนิด แต่เป็นการผ่าตัดใหญ่และพักฟื้นนานกว่าการรักษาผ่านสายสวน
แพทย์หัวใจและศัลยแพทย์หัวใจอาจร่วมกันพิจารณาภาพหลอดเลือด ประโยชน์ระยะยาว ความเสี่ยงผ่าตัด และความต้องการของผู้ป่วย ก่อนเสนอทางเลือกที่เหมาะสม (Mayo Clinic)
การเฝ้าติดตาม
ผู้ที่ไม่มีอาการหรือมีรอยตีบที่ยังไม่รบกวนการไหลของเลือดอย่างมีนัยสำคัญ อาจได้รับยาและติดตามแทนการใส่ขดลวดทันที หากอาการเปลี่ยนหรือผลตรวจบ่งชี้ว่ากล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดไม่พอ แผนการรักษาจึงค่อยปรับใหม่
คำถามสำคัญที่ควรถามแพทย์คือ เป้าหมายของการทำในกรณีของคุณคือช่วยชีวิตในภาวะฉุกเฉิน ลดอาการ หรือคาดว่าจะลดความเสี่ยงระยะยาว และมีเหตุผลใดที่เลือกวิธีนี้แทนยาอย่างเดียวหรือการผ่าตัดทำทางเบี่ยง
สิทธิการรักษา
ความครอบคลุมขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ ความเร่งด่วน และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรตรวจสอบก่อนนัดเมื่อเป็นกรณีวางแผน แต่หากมีอาการฉุกเฉิน เช่น เจ็บหน้าอกรุนแรงร่วมกับเหงื่อแตกหรือหายใจลำบาก ควรไปรับการประเมินทันที ไม่ควรรอตรวจสิทธิด้วยตนเอง
ประกันสังคม
ผู้ประกันตนควรเริ่มจากสถานพยาบาลตามสิทธิ เว้นแต่เป็นภาวะฉุกเฉิน โรงพยาบาลจะประเมินข้อบ่งชี้และจัดระบบส่งต่อหากไม่มีห้องสวนหัวใจหรือศักยภาพที่จำเป็น ถามให้ชัดว่าสิทธิครอบคลุมการตรวจ การขยายหลอดเลือด ขดลวด ยาระหว่างนอนโรงพยาบาล และการติดตามหลังออกจากโรงพยาบาลอย่างไร
บัตรทอง
โดยทั่วไปต้องใช้หน่วยบริการประจำและระบบส่งต่อสำหรับการรักษาที่วางแผนไว้ โรงพยาบาลต้นทางจะประเมินและส่งไปยังหน่วยที่มีศักยภาพ หากเป็นเหตุฉุกเฉินให้เข้ารับการรักษาโดยเร็ว แล้วให้โรงพยาบาลช่วยตรวจสอบช่องทางสิทธิภายหลัง ควรถามเรื่องเอกสารส่งต่อ สถานพยาบาลปลายทาง และการรับยาต่อเนื่องหลังใส่ขดลวด
สวัสดิการข้าราชการและสิทธิอื่น
การเบิกขึ้นกับข้อบ่งชี้ ระเบียบของสิทธิ ชนิดอุปกรณ์ และสถานพยาบาลที่เข้าร่วม ผู้ป่วยควรให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนทำแบบวางแผน รวมทั้งถามว่าต้องมีหนังสือส่งตัวหรือการอนุมัติล่วงหน้าหรือไม่
ประกันสุขภาพเอกชน
ตรวจสอบว่าแผนครอบคลุมโรคหัวใจที่เป็นอยู่เดิมหรือไม่ มีระยะรอ เงื่อนไขการอนุมัติก่อนรักษา ข้อจำกัดเรื่องอุปกรณ์ ห้องพัก และการติดตามอย่างไร ขอให้โรงพยาบาลส่งข้อมูลทางการแพทย์เพื่อพิจารณาล่วงหน้าเมื่อไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน และเก็บเอกสารผลตรวจ รายงานหัตถการ และใบรับรองแพทย์ไว้ยื่นเคลม
ไม่ว่าสิทธิใด ควรถามด้วยว่ายาหลังใส่ขดลวดสามารถรับต่อที่ใด เพราะการได้รับยาอย่างต่อเนื่องมีความสำคัญต่อการป้องกันลิ่มเลือดในขดลวด
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
บอลลูนหัวใจเป็นการผ่าตัดเปิดหน้าอกหรือไม่
ไม่ใช่ โดยทั่วไปเป็นหัตถการผ่านสายสวนที่สอดจากหลอดเลือดบริเวณข้อมือหรือขาหนีบไปยังหัวใจ จึงไม่มีการเปิดกระดูกหน้าอกเหมือนการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ
ระหว่างทำจะเจ็บไหม
ส่วนใหญ่ไม่เจ็บรุนแรง เพราะใช้ยาชาเฉพาะที่และมักมียาคลายกังวล คุณอาจรู้สึกแรงกดที่จุดใส่สายสวน ร้อนวูบตอนฉีดสารทึบรังสี หรือแน่นหน้าอกช่วงขยายบอลลูน หากเจ็บมากให้บอกทีมรักษาทันที
ต้องดมยาสลบหรือไม่
ส่วนใหญ่มักไม่ต้องดมยาสลบและยังรู้สึกตัวระหว่างทำ แต่บางรายอาจต้องใช้ยาระงับความรู้สึกระดับลึกหรือยาสลบตามอาการ ความร่วมมือ และความซับซ้อนของหัตถการ
ขดลวดต้องเอาออกภายหลังหรือไม่
โดยทั่วไปขดลวดจะอยู่ในหลอดเลือดอย่างถาวรและไม่ต้องนำออก เนื้อเยื่อของหลอดเลือดจะค่อยๆ ปกคลุมขดลวด แต่ยังต้องใช้ยาป้องกันลิ่มเลือดตามที่แพทย์สั่งในช่วงเวลาที่เหมาะกับคุณ
ใส่ขดลวดแล้วโรคหัวใจหายหรือไม่
ไม่หายจากโรคหลอดเลือดทั้งหมด เพราะขดลวดเปิดเฉพาะจุดที่ตีบ ส่วนกระบวนการสะสมคราบไขมันยังเกิดในหลอดเลือดบริเวณอื่นได้ คุณยังต้องรับประทานยา ควบคุมโรคร่วม เลิกบุหรี่ และปรับพฤติกรรมต่อไป
หลอดเลือดกลับมาตีบได้ไหม
กลับมาตีบได้ ทั้งในตำแหน่งเดิมหรือบริเวณอื่นของหลอดเลือด ความเสี่ยงขึ้นกับลักษณะรอยตีบ ชนิดขดลวด โรคเบาหวาน การสูบบุหรี่ และการควบคุมปัจจัยเสี่ยง หากอาการแน่นหน้าอกกลับมา ควรรับการประเมิน ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียงกรดไหลย้อนหรือกล้ามเนื้ออักเสบ
หลังทำต้องกินยาป้องกันลิ่มเลือดนานแค่ไหน
ระยะเวลาแตกต่างกันตามเหตุผลที่ใส่ขดลวด ชนิดขดลวด ความเสี่ยงเลือดออก และโรคร่วม แพทย์จะกำหนดชนิดยาและระยะเวลาให้เฉพาะบุคคล ห้ามหยุดยาเองแม้ไม่มีอาการหรือกำลังจะถอนฟัน
กลับไปทำงานได้เมื่อไร
ผู้ที่ทำแบบวางแผนและไม่มีภาวะแทรกซ้อนมักกลับไปทำงานเบาได้เร็วกว่าผู้ที่ทำฉุกเฉิน แต่วันที่แน่นอนขึ้นกับแผล อาการหัวใจ และลักษณะงาน งานยกของ ขับรถ หรือทำงานบนที่สูงมักต้องรอนานกว่าและควรให้แพทย์อนุญาตก่อน
หลังทำออกกำลังกายได้หรือไม่
ออกกำลังกายได้เมื่อทีมรักษาประเมินว่าปลอดภัย โดยเริ่มจากกิจกรรมเบาและเพิ่มทีละน้อย ผู้ที่เพิ่งมีกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือหัวใจทำงานลดลงควรเข้าร่วมโปรแกรมฟื้นฟูหัวใจ ไม่ควรกลับไปออกแรงหนักทันทีเพียงเพราะแผลภายนอกดูหายแล้ว
เดินทางโดยเครื่องบินได้เมื่อไร
วันที่เดินทางได้ขึ้นกับว่าเป็นการทำแบบวางแผนหรือหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย มีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ และปลายทางเข้าถึงการรักษาได้เพียงใด ควรถามแพทย์ก่อนจองการเดินทาง พร้อมเตรียมยาให้เพียงพอและพกรายการยาไว้เสมอ
ทำการตรวจเอ็มอาร์ไอหลังใส่ขดลวดได้ไหม
ขดลวดหัวใจจำนวนมากรองรับการตรวจภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด แต่ต้องแจ้งหน่วยตรวจว่ามีขดลวด ระบุวันที่ใส่ และนำบัตรหรือเอกสารอุปกรณ์ไปด้วย เจ้าหน้าที่รังสีจะตรวจสอบข้อมูลก่อนนัด ไม่ควรตัดสินจากชื่อขดลวดด้วยตนเอง
หากต้องผ่าตัดหรือถอนฟันหลังใส่ขดลวดควรทำอย่างไร
แจ้งทันตแพทย์หรือศัลยแพทย์ว่าคุณมีขดลวดและใช้ยาต้านเกล็ดเลือด แล้วให้แพทย์ผู้ทำหัตถการประสานกับแพทย์หัวใจ การหยุดยาเองอาจทำให้ขดลวดอุดตัน ส่วนการใช้ยาต่ออาจเพิ่มเลือดออก จึงต้องวางแผนตามความเร่งด่วนและชนิดหัตถการ
ถ้าไม่มีอาการยังต้องมาตรวจตามนัดหรือไม่
ต้องมาตรวจตามนัด เพราะแพทย์จะประเมินแผล อาการ การใช้ยา ความดัน ไขมัน เบาหวาน และการฟื้นตัวของหัวใจ การไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าสามารถหยุดยาได้ และการติดตามช่วยปรับแผนลดความเสี่ยงในระยะยาว
ถ้าเจ็บหน้าอกหลังทำถือว่าปกติไหม
อาการระบมหรือไม่สบายเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นได้ แต่เจ็บหน้าอกรุนแรง เจ็บคล้ายก่อนรักษา ไม่ดีขึ้นเมื่อพัก หรือร่วมกับหายใจลำบาก เหงื่อแตก และหน้ามืด ต้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน อย่าขับรถไปโรงพยาบาลเอง.
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Angioplasty: Procedure, Types & Recovery — เกี่ยวกับ Coronary angioplasty and stent — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- NHS: Coronary angioplasty and stent insertion - Recovery — เกี่ยวกับ Coronary angioplasty and stent — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Mayo Clinic: Coronary angioplasty and stents — เกี่ยวกับ Coronary angioplasty and stent — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


