ผ่าตัดและหัตถการ โหลดแอป
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

ตัดโหนกแก้ม

ตัดโหนกแก้ม (Cheekbone reduction) หรือการผ่าตัดลดขนาดโหนกแก้ม คือการตัดและเคลื่อนกระดูกโหนกแก้มบางส่วนเพื่อให้ใบหน้าช่วงกลางดูแคบหรือมีแนวโค้งตามแผนที่กำหนด ไม่ใช่การรักษาโรคสำหรับคนส่วนใหญ่ และไม่ใช่ทุกคนที่รู้สึกว่าใบหน้ากว้างจะเหมาะกับการผ่าตัดนี้

ประเด็นสำคัญ

  • การผ่าตัดนี้เปลี่ยนตำแหน่งหรือรูปร่างของกระดูก ไม่เหมือนการลดไขมันกระพุ้งแก้ม ฉีดสารลดกล้ามเนื้อ หรือผ่าตัดกราม จึงต้องตรวจให้ชัดก่อนว่าความกว้างของใบหน้าเกิดจากส่วนใด
  • ศัลยแพทย์ต้องประเมินโครงกระดูก ความสมมาตร เนื้อเยื่อแก้ม การสบฟัน และความคาดหวัง เพราะการลดกระดูกมากเกินไปอาจทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุลหรือเนื้อแก้มหย่อน
  • ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ เลือดออก ติดเชื้อ ชา ใบหน้าไม่เท่ากัน กระดูกติดผิดตำแหน่งหรือไม่ติด และอาจต้องแก้ไขเพิ่มเติม จึงควรตัดสินใจหลังเข้าใจทั้งข้อดี ข้อจำกัด และทางเลือกอื่น

ตัดโหนกแก้ม คืออะไร

โหนกแก้มประกอบด้วยกระดูกโหนกแก้มบริเวณด้านหน้าและส่วนที่ต่อไปยังแนวด้านข้างของใบหน้า ตำแหน่ง ความหนา และมุมของกระดูกแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนมีกระดูกด้านหน้าชัด บางคนกว้างบริเวณด้านข้าง หรือมีทั้งสองลักษณะร่วมกัน

การผ่าตัดลดขนาดโหนกแก้มไม่ได้หมายถึงการตัดกระดูกที่ยื่นออกทั้งหมด วิธีที่ใช้บ่อยคือเปิดทางผ่านแผลในช่องปาก จากนั้นเลาะเนื้อเยื่อเหนือกระดูก ตัดกระดูกตามตำแหน่งที่วางแผนไว้ เคลื่อนชิ้นกระดูกเข้าด้านในหรือหมุนให้ได้แนวที่ต้องการ แล้วตรึงให้อยู่ในตำแหน่งใหม่ เทคนิคอาจต้องมีแผลเล็กเพิ่มเติมบริเวณข้างใบหน้าหรือไรผม ขึ้นกับส่วนของกระดูกที่ต้องปรับ

บทความทางการแพทย์ที่รายงานเทคนิคการตัดกระดูกรูปตัวแอลผ่านแผลในช่องปากอธิบายว่า ศัลยแพทย์เข้าถึงตัวกระดูกโหนกแก้มและส่วนโค้งด้านข้างจากทางปาก แล้วตัดและปรับตำแหน่งกระดูกตามแผน อย่างไรก็ตาม งานดังกล่าวเป็นรายงานของเทคนิคเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนควรใช้วิธีเดียวกันหรือจะได้ผลเหมือนกัน (Hong et al., 2014)

เป้าหมายของการผ่าตัดอาจเป็นการลดความกว้างด้านข้าง ลดความเด่นของโหนกแก้มด้านหน้า หรือปรับความไม่สมมาตรบางส่วน ศัลยแพทย์จะเลือกแนวตัดตามภาพถ่าย การตรวจร่างกาย และภาพกระดูก ใบหน้าที่ดูแคบลงจากด้านหน้าอาจไม่ได้เปลี่ยนในมุมด้านข้างเท่ากัน จึงควรตกลงกับศัลยแพทย์ให้ชัดว่าต้องการแก้บริเวณใด ไม่ใช่ใช้คำว่า “หน้าเล็ก” เพียงอย่างเดียว

การผ่าตัดนี้ไม่ใช่การดูดไขมันหรือตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ไขมันกระพุ้งแก้มอยู่ระหว่างกระดูกโหนกแก้มกับกระดูกขากรรไกรล่าง การนำไขมันส่วนนี้ออกอาจทำให้แก้มช่วงล่างดูตอบขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้กระดูกโหนกแก้มแคบลง และอาจไม่เหมาะกับคนที่ใบหน้าแคบหรือมีเนื้อแก้มน้อยอยู่แล้ว (Cleveland Clinic)

สิ่งสำคัญคือผลลัพธ์มีข้อจำกัดจากโครงสร้างเดิม ความหนาของผิวหนัง ไขมัน กล้ามเนื้อ และความสมมาตรตามธรรมชาติ การผ่าตัดปรับกระดูกได้ แต่ไม่สามารถทำให้ใบหน้าทั้งสองข้างเหมือนกันทุกจุดหรือรับรองรูปหน้าตามภาพตัวอย่างได้

ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ

การตัดสินใจควรเริ่มจากคำถามว่า ความกว้างหรือความเด่นที่กังวลเกิดจากกระดูกจริงหรือไม่ หากสาเหตุหลักมาจากกล้ามเนื้อกราม ไขมัน เนื้อเยื่ออ่อน หรือมุมถ่ายภาพ การผ่าตัดกระดูกโหนกแก้มอาจไม่ตอบโจทย์

ผู้ที่อาจพิจารณาการผ่าตัด

การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ใหญ่ที่มีลักษณะต่อไปนี้

  • กระดูกโหนกแก้มด้านหน้าหรือด้านข้างเด่น และต้องการปรับโครงหน้าอย่างชัดเจน
  • ใบหน้าช่วงกลางกว้างจากโครงกระดูก ซึ่งยืนยันจากการตรวจและภาพถ่ายทางรังสี
  • มีความไม่สมมาตรของกระดูกที่อาจปรับได้ด้วยการผ่าตัด
  • สุขภาพโดยรวมพร้อมรับการผ่าตัดและการระงับความรู้สึก
  • ไม่สูบบุหรี่ หรือสามารถหยุดตามคำแนะนำของทีมผ่าตัด
  • เข้าใจว่าช่วงแรกจะบวม รูปหน้ายังไม่คงที่ และผลลัพธ์อาจไม่ตรงกับภาพในใจทุกประการ
  • ตัดสินใจด้วยตนเอง ไม่ได้ทำเพราะถูกกดดันจากผู้อื่น

ศัลยแพทย์อาจประเมินทั้งมุมด้านหน้า ด้านข้าง และมุมเฉียง รวมถึงสังเกตเนื้อแก้มขณะยิ้มและอยู่ในท่าปกติ เพราะการลดกระดูกอาจเปลี่ยนฐานรองรับของเนื้อเยื่อ หากผิวหรือเนื้อแก้มมีแนวโน้มหย่อนอยู่เดิม ต้องพูดถึงความเสี่ยงนี้ก่อนตัดสินใจ

ผู้ที่อาจยังไม่เหมาะหรือควรเลื่อนการผ่าตัด

  • ยังไม่แน่ใจว่าต้องการเปลี่ยนส่วนใด หรือคาดหวังว่าใบหน้าต้องเหมือนบุคคลอื่น
  • ความกว้างของใบหน้าเกิดจากกล้ามเนื้อกราม ไขมัน หรือเนื้อเยื่ออ่อนเป็นหลัก
  • มีการติดเชื้อในช่องปาก ฟัน หรือผิวหนังบริเวณที่จะผ่าตัด
  • มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้ หรือมีภาวะเลือดออกง่ายที่ยังไม่ได้ประเมิน
  • สูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินต่อเนื่องและยังไม่พร้อมหยุด
  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือมีภาวะสุขภาพที่ทำให้การผ่าตัดเพื่อความงามควรเลื่อนออกไป
  • เคยผ่าตัดใบหน้ามาก่อนจนโครงสร้างหรือเลือดมาเลี้ยงเนื้อเยื่อเปลี่ยนไป และยังไม่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับวางแผน
  • มีเนื้อแก้มน้อย ใบหน้าแคบ หรือมีความหย่อนคล้อยชัด ซึ่งการลดฐานกระดูกอาจทำให้ดูตอบหรือหย่อนมากขึ้น
  • มีความคาดหวังว่าการผ่าตัดจะแก้ปัญหาความมั่นใจ ความสัมพันธ์ หรือการทำงานได้ทั้งหมด
  • สงสัยว่ามีภาวะบิดเบือนภาพลักษณ์ร่างกาย มีโรคทางจิตเวชที่ยังควบคุมไม่ได้ หรือมีความคิดทำร้ายตนเอง ซึ่งควรเลื่อนการผ่าตัดและรับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตก่อน หากมีความคิดทำร้ายตนเองต้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

คำว่า “ไม่เหมาะ” ไม่ได้แปลว่าผ่าตัดไม่ได้ตลอดไป บางกรณีเพียงต้องรักษาฟันหรือการติดเชื้อ ควบคุมโรคประจำตัว หยุดสูบบุหรี่ หรือใช้เวลาทบทวนเป้าหมายก่อน ผู้ประเมินและผ่าตัดควรเป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาตและมีการฝึกอบรมหรือประสบการณ์เฉพาะด้านการผ่าตัดกระดูกใบหน้า เช่น ศัลยแพทย์ตกแต่งหรือศัลยแพทย์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียลตามขอบเขตวิชาชีพ โดยทำในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต มีทีมวิสัญญี และมีความพร้อมรับภาวะแทรกซ้อนฉุกเฉิน ควรตรวจสอบคุณวุฒิและประสบการณ์ของแพทย์กับแพทยสภาหรือราชวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงจากการดมยาสลบ เลือดออก ติดเชื้อ และปัญหาการสมานของแผล คำสั่งของสถานพยาบาลแต่ละแห่งอาจต่างกันตามเทคนิคและสุขภาพของคุณ

การประเมินและวางแผน

ก่อนผ่าตัด ศัลยแพทย์จะถามว่าคุณกังวลส่วนใดของใบหน้า ตรวจความสมมาตร ผิวหนัง เนื้อแก้ม การอ้าปาก การสบฟัน และประวัติผ่าตัดเดิม อาจถ่ายภาพใบหน้าและตรวจภาพกระดูกเพื่อกำหนดแนวตัด ตำแหน่งเคลื่อนกระดูก และวิธีตรึง

ควรบอกประวัติต่อไปนี้ให้ครบ

  • โรคประจำตัว รวมถึงโรคหัวใจ ปอด ตับ ไต เบาหวาน และความดันโลหิต
  • ประวัติเลือดออกง่าย ลิ่มเลือดอุดตัน หรือแพ้ยา
  • ปัญหาฟัน เหงือก แผลในปาก หรือการติดเชื้อบริเวณใบหน้า
  • การผ่าตัดหรือหัตถการบนใบหน้าที่เคยทำ
  • ประวัติปัญหาจากการดมยาสลบของคุณหรือคนในครอบครัว
  • การสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคติน
  • ยา วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมทุกชนิดที่ใช้อยู่

ยาบางกลุ่มอาจต้องหยุดหรือปรับ เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยารักษาเบาหวาน และอาหารเสริมบางชนิด อย่าหยุดยาเอง เพราะการหยุดผิดเวลาอาจทำให้เลือดออก ลิ่มเลือด หรือระดับน้ำตาลผิดปกติ ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาเป็นรายบุคคล

สุขภาพช่องปากและการงดอาหาร

เนื่องจากหลายเทคนิคเปิดแผลในช่องปาก ปัญหาฟันและเหงือกควรได้รับการประเมินก่อน หากมีฟันผุรุนแรง เหงือกอักเสบ หรือการติดเชื้อ อาจต้องรักษาก่อนเพื่อลดความเสี่ยงที่เชื้อจะเข้าสู่แผลผ่าตัด

หากต้องดมยาสลบ คุณต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาที่ทีมวิสัญญีกำหนด ชนิดอาหารและเวลาที่รับประทานครั้งสุดท้ายมีผลต่อความปลอดภัย จึงควรทำตามคำสั่งของสถานพยาบาลโดยตรง หากเผลอรับประทานหรือดื่มหลังเวลาที่กำหนด ให้แจ้งทีมรักษาตามจริง ไม่ควรปิดบังเพื่อให้การผ่าตัดดำเนินต่อ

สิ่งที่ควรเตรียมไป

  • บัตรประจำตัว เอกสารส่งตัว และเอกสารสิทธิรักษา ถ้ามี
  • รายชื่อยา อาหารเสริม และประวัติแพ้ยา
  • ผลตรวจหรือภาพถ่ายทางรังสีที่สถานพยาบาลขอ
  • เสื้อผ้าที่สวมง่าย ไม่ต้องดึงผ่านใบหน้า
  • ผู้ดูแลที่พากลับและอยู่ด้วยในช่วงแรก หากแพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน
  • แผนลางานและการเดินทางมาติดตามอาการ

หลีกเลี่ยงเครื่องสำอาง เครื่องประดับ และของมีค่าตามคำแนะนำของสถานพยาบาล หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ แผลในปาก ปวดฟัน ผื่น หรืออาการติดเชื้อก่อนวันผ่าตัด ควรแจ้งทีมรักษา เพราะอาจต้องประเมินว่าจะดำเนินการหรือเลื่อนออกไป

ขั้นตอนการผ่าตัด

รายละเอียดจริงต่างกันตามตำแหน่งกระดูก รูปหน้า เทคนิคของศัลยแพทย์ และการผ่าตัดอื่นที่ทำร่วมกัน โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้

  • ตรวจยืนยันแผนและตำแหน่งผ่าตัด

ทีมรักษาตรวจเอกสาร ประวัติแพ้ยา ผลตรวจ และยืนยันสิ่งที่ต้องทำ ศัลยแพทย์อาจถ่ายภาพหรือทำเครื่องหมายเพิ่มเติมก่อนเริ่ม

  • ให้ยาระงับความรู้สึก

การผ่าตัดกระดูกโหนกแก้มมักต้องใช้การดมยาสลบ เพื่อให้คุณไม่รู้สึกตัวและไม่ขยับระหว่างตัดกระดูก วิสัญญีแพทย์จะดูแลการหายใจ ความดันโลหิต และสัญญาณชีพตลอดการผ่าตัด

  • เปิดแผลเพื่อเข้าถึงกระดูก

ศัลยแพทย์อาจเปิดแผลด้านในช่องปาก เพื่อลดการเห็นรอยแผลภายนอก บางเทคนิคต้องมีแผลเล็กเพิ่มเติมบริเวณข้างใบหน้าหรือไรผมเพื่อเข้าถึงส่วนโค้งของกระดูก ตำแหน่งแผลควรได้รับการอธิบายก่อนวันผ่าตัด

  • เลาะเนื้อเยื่อออกจากผิวกระดูก

เนื้อเยื่อถูกแยกอย่างระมัดระวังเพื่อให้เห็นตำแหน่งที่จะตัด ระหว่างขั้นตอนนี้ต้องคำนึงถึงเส้นประสาท หลอดเลือด กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อที่พยุงแก้ม

  • ตัดกระดูกตามแนวที่วางแผน

ศัลยแพทย์ใช้เครื่องมือตัดกระดูกบริเวณตัวโหนกแก้มและอาจรวมถึงส่วนโค้งด้านข้าง แนวตัดมีหลายรูปแบบ รายงานหนึ่งอธิบายการตัดเป็นรูปตัวแอลผ่านช่องปาก แต่เป็นเพียงหนึ่งในเทคนิคที่เลือกใช้ตามโครงสร้างของผู้ป่วย (Hong et al., 2014)

  • เคลื่อนหรือหมุนชิ้นกระดูก

กระดูกอาจถูกเลื่อนเข้าด้านใน หมุน หรือปรับแนวเพื่อให้ความกว้างและความนูนลดลง การเคลื่อนมากหรือน้อยต้องสมดุลกับรูปหน้า ความแข็งแรงของกระดูก และการรองรับเนื้อเยื่อ

  • ตรึงกระดูกในตำแหน่งใหม่

ชิ้นกระดูกอาจยึดด้วยอุปกรณ์ตรึงกระดูกตามความเหมาะสม เป้าหมายคือรักษาตำแหน่งระหว่างที่กระดูกสมาน ไม่ควรสรุปว่าเทคนิคที่ใช้อุปกรณ์มากหรือน้อยดีกว่าเสมอไป เพราะขึ้นกับแนวตัดและความมั่นคงของกระดูก

  • ตรวจเลือดออกและปิดแผล

ศัลยแพทย์ตรวจตำแหน่งกระดูก ความมั่นคง และเลือดออก แล้วเย็บปิดแผล แผลในปากอาจใช้ไหมละลาย แต่ต้องยืนยันกับทีมผ่าตัดว่าจำเป็นต้องตัดไหมหรือไม่

  • เฝ้าดูอาการหลังยาสลบ

หลังผ่าตัด คุณจะอยู่ในห้องพักฟื้นเพื่อเฝ้าระวังการหายใจ เลือดออก คลื่นไส้ ระดับความรู้สึกตัว และอาการปวด จากนั้นแพทย์จะพิจารณาว่ากลับบ้านหรือพักรักษาต่อ

หากทำร่วมกับการผ่าตัดกราม คาง หรือหัตถการอื่น ขั้นตอน ระยะเวลา อาการบวม และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น ควรขอให้ศัลยแพทย์แยกอธิบายว่าแต่ละส่วนทำอะไรและมีความเสี่ยงใด ไม่ควรประเมินการผ่าตัดร่วมจากข้อมูลของการลดโหนกแก้มเพียงอย่างเดียว

ใช้เวลานานแค่ไหน

การผ่าตัดอาจใช้เวลาตั้งแต่ช่วงสั้นกว่าหรือยาวกว่าหลายชั่วโมง ขึ้นกับแนวตัดกระดูก การเปิดแผลข้างเดียวหรือสองข้าง ความยากของโครงสร้าง การตรึงกระดูก ประวัติผ่าตัดเดิม และการทำหัตถการอื่นร่วมกัน ศัลยแพทย์จะประเมินช่วงเวลาที่เหมาะกับแผนของคุณหลังเห็นภาพกระดูก

รายงานการตัดกระดูกรูปตัวแอลผ่านช่องปากฉบับหนึ่งระบุว่าใช้เวลาผ่าตัดโดยเฉลี่ยราวหนึ่งชั่วโมงในกลุ่มที่ศึกษา แต่ตัวเลขนี้มาจากเทคนิคเฉพาะและทีมผ่าตัดเฉพาะ จึงไม่ควรใช้เป็นเวลารับรองสำหรับการผ่าตัดทุกแบบ (Hong et al., 2014)

เวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัดยังรวมการเตรียมดมยาสลบ จัดท่า และปลุกจากยาสลบ จึงยาวกว่าเวลาที่ใช้ตัดกระดูกจริง หลังผ่าตัดยังต้องเฝ้าดูอาการในห้องพักฟื้น

ผู้ป่วยบางรายอาจพักรักษาเพื่อสังเกตอาการ ขณะที่บางรายอาจกลับได้เมื่อรู้สึกตัวดี หายใจปกติ ดื่มได้ ไม่มีเลือดออกผิดปกติ และมีผู้ดูแล แนวทางนี้ขึ้นกับสถานพยาบาล สุขภาพของคุณ และขอบเขตการผ่าตัด ไม่ควรเตรียมตัวโดยสันนิษฐานว่าจะกลับบ้านในวันเดียวโดยยังไม่ได้ถามทีมผ่าตัด

พักฟื้นนานแค่ไหน

การพักฟื้นมีสองช่วงที่ควรแยกกัน คือช่วงที่กลับไปทำกิจวัตรได้ และช่วงที่อาการบวมลดลงจนประเมินรูปหน้าได้ชัด กระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนใช้เวลาฟื้นไม่เท่ากัน แม้กลับไปทำงานได้แล้วก็ไม่ได้แปลว่ากระดูกสมานเต็มที่

ช่วงการฟื้นตัวสิ่งที่มักพบสิ่งที่ควรระวัง
ช่วงแรกหลังผ่าตัดใบหน้าบวม ตึง ชา เจ็บ เคี้ยวลำบาก หรืออ้าปากได้น้อยเลือดออกมาก หายใจลำบาก บวมเพิ่มเร็ว หรือปวดรุนแรงผิดปกติ
หลายวันแรกรอยช้ำและบวมอาจชัดขึ้นก่อนค่อยลด รับประทานอาหารได้จำกัดตามแผนอย่ากด นวด หรือกระแทกใบหน้าเอง
ช่วงสัปดาห์แรกๆอาการบวมค่อยๆ ลด แต่ใบหน้าอาจยังดูไม่เท่ากันจากการบวมหลีกเลี่ยงกิจกรรมเสี่ยงต่อการกระแทกและการออกแรงหนักจนกว่าจะได้รับอนุญาต
ช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนเนื้อเยื่ออ่อนค่อยๆ เข้าที่ ความชาลดลง และเห็นแนวใบหน้าชัดขึ้นยังต้องมาติดตามการสมานของกระดูกและตำแหน่งชิ้นกระดูก

ในช่วงแรก ทีมผ่าตัดอาจกำหนดอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนตามตำแหน่งแผลและความมั่นคงของกระดูก อย่าเร่งเคี้ยวอาหารแข็งเพียงเพราะอาการปวดลดลง การทำความสะอาดช่องปากต้องทำตามวิธีที่ทีมรักษาสอน เพื่อไม่ให้แผลสกปรกหรือถูกกระทบกระเทือน

การกลับไปทำงานขึ้นกับลักษณะงานและอาการของคุณ งานที่ไม่ใช้แรงและไม่ต้องพบผู้คนมากอาจกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องพูดต่อเนื่อง ยกของ ออกแรง หรือเสี่ยงต่อการกระแทก หากกังวลเรื่องใบหน้าบวม ควรเผื่อเวลามากกว่าระยะที่เพียงพอต่อการทำงานทางร่างกาย

การออกกำลังกายเบาๆ และการเดินอาจเริ่มได้เมื่อทีมผ่าตัดอนุญาต แต่กิจกรรมหนัก กีฬาปะทะ และกิจกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อใบหน้ากระแทกมักต้องรอจนกระดูกมีความมั่นคง แพทย์ผู้ผ่าตัดจะกำหนดเวลาโดยดูจากแนวตัด วิธีตรึง และผลติดตาม ไม่ควรใช้กำหนดของคนอื่นแทนคำแนะนำสำหรับคุณ

อาการชาบริเวณแก้ม ริมฝีปากบน หรือข้างจมูกอาจค่อยๆ ดีขึ้นตามการฟื้นของเส้นประสาท แต่บางรายอาจใช้เวลานานหรือหลงเหลืออยู่ รูปหน้าระยะแรกยังถูกรบกวนจากอาการบวม จึงไม่ควรรีบตัดสินผลหรือทำหัตถการแก้ไขโดยไม่ได้ตรวจการสมานของกระดูกก่อน

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การตัดโหนกแก้มเป็นการผ่าตัดกระดูกใกล้เส้นประสาท หลอดเลือด ช่องปาก และกล้ามเนื้อใบหน้า แม้ทีมผ่าตัดจะวางแผนอย่างรอบคอบก็ไม่สามารถตัดความเสี่ยงออกทั้งหมดได้

แนวผ่าตัดอยู่ใกล้เบ้าตา จึงมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเบ้าตาหรือดวงตา ซึ่งอาจทำให้เห็นภาพซ้อน การเคลื่อนไหวตาผิดปกติ การมองเห็นลดลง หรือสูญเสียการมองเห็น แม้ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงเหล่านี้พบได้น้อย

ความเสี่ยงทั่วไปจากการผ่าตัดและยาสลบ

  • เลือดออกหรือเกิดก้อนเลือดคั่ง
  • แผลติดเชื้อหรือกระดูกติดเชื้อ
  • แพ้ยา คลื่นไส้ หรือปัญหาจากการดมยาสลบ
  • แผลแยกหรือสมานช้า
  • บวมและช้ำนานกว่าที่คาด
  • ลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งพบได้ในการผ่าตัดหลายประเภทและขึ้นกับปัจจัยเสี่ยงส่วนบุคคล

ความเสี่ยงเฉพาะบริเวณโหนกแก้ม

  • ชาหรือความรู้สึกเปลี่ยนบริเวณแก้ม ริมฝีปากบน ข้างจมูก หรือฟันบน
  • เส้นประสาทได้รับบาดเจ็บ ทำให้ความรู้สึกหรือการเคลื่อนไหวผิดปกติ
  • ใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน หรือแนวกระดูกไม่เป็นไปตามแผน
  • กระดูกเคลื่อน ติดช้า ติดผิดตำแหน่ง หรือไม่ติด
  • อุปกรณ์ตรึงกระดูกระคายเคือง เคลื่อน หรือติดเชื้อ
  • คลำได้ถึงขอบกระดูกหรือแนวไม่เรียบ
  • อ้าปากลำบาก เคี้ยวไม่สะดวก หรือเจ็บบริเวณข้อต่อและกล้ามเนื้อ
  • เนื้อแก้มหย่อนหรือแก้มตอบ เพราะฐานรองรับเนื้อเยื่อลดลง
  • รูปหน้าเปลี่ยนน้อยกว่าที่คาด หรือถูกลดมากเกินกว่าที่ต้องการ
  • จำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไข

รายงานเทคนิคผ่านช่องปากฉบับหนึ่งพบทั้งกรณีกระดูกไม่ติดตามแนวตัดซึ่งต้องผ่าตัดซ้ำ และกรณีแก้มหย่อนที่ต้องรับการแก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลขจากงานชิ้นเดียวไม่ควรใช้ทำนายความเสี่ยงของแต่ละคน แต่ช่วยยืนยันว่าภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง (Hong et al., 2014)

ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยง ได้แก่ การสูบบุหรี่ โรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ดี การติดเชื้อในช่องปาก เคยผ่าตัดบริเวณเดียวกันมาก่อน กระดูกบาง การปรับกระดูกมาก และการไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดเรื่องอาหารหรือกิจกรรมหลังผ่าตัด

ก่อนลงนามยินยอม คุณควรถามให้ชัดว่าศัลยแพทย์วางแผนตัดตรงไหน จะตรึงอย่างไร มีโอกาสเกิดความชาหรือแก้มหย่อนอย่างไร และหากกระดูกเคลื่อนหรือไม่ติดจะจัดการแบบใด คำอธิบายที่ดีควรรวมสิ่งที่การผ่าตัดทำไม่ได้ ไม่ใช่พูดเฉพาะผลที่คาดหวัง

สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

ติดต่อทีมผ่าตัดหรือไปสถานพยาบาลทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

อาการเหตุผลที่ไม่ควรรอดูเอง
หายใจลำบาก แน่นคอ กลืนลำบากมาก หรือเสียงเปลี่ยนฉับพลันอาจเกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจหรืออาการบวมรุนแรง
ใบหน้าบวมเพิ่มเร็ว โดยเฉพาะบวมข้างเดียวร่วมกับตึงหรือปวดมากอาจมีเลือดคั่งหรือเลือดออก
เลือดออกจากปากหรือแผลต่อเนื่องและไม่ลดลงต้องประเมินจุดเลือดออก
ไข้ร่วมกับปวด บวม แดง มีกลิ่น หรือมีหนองจากแผลอาจเป็นการติดเชื้อ
ปวดมากขึ้นอย่างชัดเจนหลังจากเคยดีขึ้นอาจมีการติดเชื้อ เลือดคั่ง หรือปัญหาที่กระดูก
ชาหรืออ่อนแรงเพิ่มขึ้นฉับพลันต้องตรวจการทำงานของเส้นประสาท
ตามัว เห็นภาพซ้อน ปวดตารุนแรง ตาโปน หรือการมองเห็นเปลี่ยนฉับพลันอาจเป็นการบาดเจ็บของเบ้าตาหรือดวงตา ต้องไปโรงพยาบาลฉุกเฉินทันที
ใบหน้าเปลี่ยนรูปหลังถูกกระแทก หรือรู้สึกว่ากระดูกเคลื่อนอาจกระทบตำแหน่งกระดูกที่ตรึงไว้
อาเจียนซ้ำ ดื่มไม่ได้ ปัสสาวะน้อย หรืออ่อนเพลียมากเสี่ยงขาดน้ำและต้องประเมินอาการหลังผ่าตัด
เจ็บหน้าอก หอบ เหนื่อยผิดปกติ หรือหมดสติเป็นภาวะฉุกเฉิน ไม่ควรรอวันนัด

หากไม่แน่ใจว่าอาการรุนแรงหรือไม่ ให้บอกทีมรักษาว่าผ่าตัดอะไร เมื่อใด อาการเริ่มเวลาใด และมีอาการเพิ่มขึ้นอย่างไร อย่าแกะไหม กดก้อนบวม นวดหน้า หรือพยายามจัดกระดูกด้วยตนเอง

ทางเลือกอื่น

การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน ทางเลือกที่เหมาะขึ้นกับโครงสร้างซึ่งทำให้ใบหน้าดูกว้าง และระดับการเปลี่ยนแปลงที่คุณต้องการ

ไม่ทำหัตถการและติดตามความรู้สึกของตนเอง

หากไม่มีโรคหรือความผิดปกติที่ต้องรักษา คุณสามารถเลือกไม่ผ่าตัดได้ การใช้เวลาทบทวน ถ่ายภาพในแสงและมุมที่เป็นกลาง หรือขอความเห็นจากศัลยแพทย์อีกคนช่วยแยกความต้องการระยะยาวออกจากความกังวลชั่วคราวได้

ปรับกล้ามเนื้อกราม

ถ้าช่วงล่างของใบหน้ากว้างจากกล้ามเนื้อบดเคี้ยว ไม่ใช่กระดูกโหนกแก้ม การรักษาที่กล้ามเนื้ออาจตรงสาเหตุมากกว่า ผลเป็นคนละบริเวณกับการลดโหนกแก้มและมักไม่ถาวร จึงต้องให้แพทย์ตรวจขณะกัดฟันและพักกล้ามเนื้อก่อนตัดสินใจ

ลดไขมันหรือเนื้อเยื่ออ่อน

หากแก้มเต็มจากไขมัน อาจพิจารณาวิธีที่จัดการเนื้อเยื่ออ่อน เช่น การดูดไขมันเฉพาะตำแหน่งหรือการนำไขมันกระพุ้งแก้มออก แต่หัตถการเหล่านี้ไม่ลดความกว้างของกระดูก และการนำไขมันออกมากเกินไปอาจทำให้ใบหน้าตอบเมื่ออายุมากขึ้น

ข้อมูลทางคลินิกระบุว่าการนำไขมันกระพุ้งแก้มออกเหมาะกับบางคนที่มีแก้มเต็มและสุขภาพพร้อม แต่ผู้ที่ใบหน้าแคบอาจไม่เหมาะ เพราะไขมันบริเวณนี้ลดลงได้ตามอายุอยู่แล้ว (Cleveland Clinic)

ผ่าตัดโครงหน้าในตำแหน่งอื่น

หากความกว้างอยู่ที่มุมกราม คาง หรือมีปัญหาการสบฟัน การผ่าตัดตำแหน่งอื่นอาจตรงกับสาเหตุมากกว่า บางคนอาจต้องใช้แผนร่วมกัน แต่การทำหลายตำแหน่งเพิ่มขอบเขตการผ่าตัด ระยะพักฟื้น และความเสี่ยง ไม่ควรเพิ่มหัตถการเพียงเพื่อหวังให้ใบหน้า “เล็กที่สุด”

วิธีพรางรูปหน้าโดยไม่ผ่าตัด

ทรงผม การแต่งหน้า แว่นตา หรือการปรับมุมถ่ายภาพไม่เปลี่ยนกระดูก แต่เป็นทางเลือกที่ไม่มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด หากคุณยังไม่มั่นใจว่าต้องการการเปลี่ยนแปลงถาวร การเริ่มจากวิธีที่ย้อนกลับได้มักช่วยให้ตัดสินใจโดยไม่เร่งรีบ

สิทธิการรักษา

เนื่องจากการลดโหนกแก้มส่วนใหญ่มุ่งเปลี่ยนรูปลักษณ์ สิทธิการรักษาของรัฐและประกันสุขภาพมักพิจารณาต่างจากการผ่าตัดที่จำเป็นต่อการรักษาโรค อย่างไรก็ตาม หากเป็นการแก้ความผิดปกติแต่กำเนิด การบาดเจ็บ เนื้องอก หรือการสูญเสียการทำงาน อาจมีเกณฑ์อีกแบบหนึ่ง ต้องให้แพทย์ระบุข้อวินิจฉัยและเหตุผลทางการแพทย์อย่างชัดเจน

ประกันสังคม

สอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิว่าเหตุผลของการผ่าตัดเข้าหลักเกณฑ์การรักษาหรือเป็นการผ่าตัดเพื่อความงาม เอกสารที่อาจใช้ประกอบการพิจารณา ได้แก่ ใบวินิจฉัย แผนการรักษา ภาพถ่ายทางรังสี และหนังสือส่งตัวตามระบบ อย่านัดผ่าตัดก่อนยืนยันขั้นตอนการใช้สิทธิ

บัตรทอง

เริ่มจากหน่วยบริการประจำหรือช่องทางที่สิทธิกำหนด หากแพทย์เห็นว่ามีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ อาจเข้าสู่ระบบส่งต่อเพื่อประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ การต้องการปรับรูปหน้าเพียงอย่างเดียวมักไม่เท่ากับข้อบ่งชี้รักษาโรค จึงควรถามตรงๆ ว่ากรณีของคุณเข้าเกณฑ์ใดและต้องใช้เอกสารอะไร

ประกันสุขภาพเอกชน

ตรวจข้อยกเว้นเกี่ยวกับศัลยกรรมความงาม ความผิดปกติแต่กำเนิด การบาดเจ็บ และโรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน ขอให้บริษัทประกันยืนยันความคุ้มครองเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนผ่าตัด พร้อมระบุว่าครอบคลุมค่าศัลยแพทย์ วิสัญญี ห้องผ่าตัด การพักรักษา อุปกรณ์ตรึงกระดูก และการรักษาภาวะแทรกซ้อนหรือไม่

หากต้องสำรองจ่ายหรือใช้สิทธิไม่ได้ ควรถามสถานพยาบาลว่ารายการที่แจ้งรวมการตรวจ ภาพกระดูก ยาสลบ อุปกรณ์ การนอนโรงพยาบาล และการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ รวมถึงนโยบายเมื่อจำเป็นต้องเลื่อนผ่าตัดหรือรักษาภาวะแทรกซ้อน

จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน

หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare

คำถามที่พบบ่อย

ตัดโหนกแก้มช่วยให้หน้าเล็กลงจริงไหม

ช่วยลดความกว้างของใบหน้าช่วงกลางได้เมื่อสาเหตุหลักมาจากกระดูกโหนกแก้ม แต่ระดับการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับโครงกระดูก เนื้อเยื่ออ่อน และแนวตัดที่ทำได้อย่างปลอดภัย

ตัดโหนกแก้มกับผ่าตัดกรามเหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกัน เพราะการลดโหนกแก้มปรับกระดูกช่วงกลางใบหน้า ส่วนการผ่าตัดกรามปรับกระดูกช่วงล่างหรือเกี่ยวข้องกับการสบฟันในบางกรณี ต้องตรวจตำแหน่งที่ทำให้ใบหน้ากว้างก่อนเลือกวิธี

ตัดโหนกแก้มกับตัดไขมันกระพุ้งแก้มต่างกันอย่างไร

การลดโหนกแก้มเปลี่ยนรูปร่างหรือตำแหน่งกระดูก ส่วนการตัดไขมันกระพุ้งแก้มเอาเนื้อเยื่อไขมันระหว่างโหนกแก้มกับกรามออก จึงแก้คนละโครงสร้างและให้การเปลี่ยนแปลงคนละบริเวณ

แผลผ่าตัดอยู่ตรงไหน

แผลมักอยู่ด้านในช่องปาก แต่อาจมีแผลเล็กเพิ่มเติมบริเวณข้างใบหน้าหรือไรผมตามเทคนิค ศัลยแพทย์ควรบอกตำแหน่ง จำนวนแผล และการดูแลแผลก่อนวันผ่าตัด

ต้องดมยาสลบหรือไม่

การผ่าตัดกระดูกโหนกแก้มมักทำภายใต้การดมยาสลบ เพราะต้องควบคุมการหายใจและให้ผู้ป่วยอยู่นิ่งระหว่างตัดกระดูก วิสัญญีแพทย์จะประเมินสุขภาพและเลือกวิธีที่เหมาะกับคุณ

หลังผ่าตัดจะบวมนานไหม

อาการบวมมักชัดในช่วงแรกและค่อยๆ ลดลงในช่วงหลายสัปดาห์ ส่วนเนื้อเยื่ออ่อนอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเข้าที่ ระยะจริงขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัด การฟื้นตัว และการทำหัตถการอื่นร่วมกัน

กลับไปทำงานได้เมื่อไร

งานเบาอาจกลับได้เมื่ออาการปวด บวม และการรับประทานอาหารอยู่ในระดับจัดการได้ แต่งานใช้แรง พูดมาก หรือเสี่ยงใบหน้ากระแทกต้องรอนานกว่า แพทย์จะกำหนดจากความมั่นคงของกระดูกและลักษณะงาน

หลังตัดโหนกแก้มกินอาหารปกติได้เมื่อไร

ต้องเริ่มจากอาหารตามระดับที่ทีมผ่าตัดกำหนดและค่อยๆ เพิ่มความแข็งเมื่อแผลกับกระดูกพร้อม อย่าเร่งเคี้ยวอาหารแข็ง เพราะอาการปวดที่ลดลงไม่ได้ยืนยันว่ากระดูกสมานเต็มที่

ใบหน้าจะไม่เท่ากันหลังผ่าตัดหรือไม่

ความไม่สมมาตรอาจเกิดจากอาการบวม ตำแหน่งกระดูก หรือความต่างเดิมของใบหน้า ช่วงแรกยังประเมินไม่ได้ชัด แต่หากความต่างเพิ่มขึ้นเร็วหรือเกิดหลังถูกกระแทกควรติดต่อทีมผ่าตัดทันที

หลังผ่าตัดแก้มจะหย่อนหรือไม่

มีโอกาสเกิดแก้มหย่อนได้ เพราะการลดหรือเคลื่อนกระดูกเปลี่ยนฐานรองรับเนื้อเยื่อ ความเสี่ยงขึ้นกับอายุ คุณภาพผิว ปริมาณเนื้อแก้ม และระดับการลดกระดูก จึงควรประเมินก่อนผ่าตัด

อาการชาหลังผ่าตัดเป็นเรื่องปกติหรือไม่

อาการชาเกิดขึ้นได้จากการบวมและการกระทบเส้นประสาทใกล้แนวผ่าตัด โดยอาจค่อยๆ ดีขึ้น แต่บางรายใช้เวลานานหรือมีอาการหลงเหลือ หากชาหรืออ่อนแรงเพิ่มขึ้นฉับพลันควรกลับไปตรวจ

ผลของการตัดโหนกแก้มถาวรไหม

ตำแหน่งกระดูกที่ตัดและสมานแล้วถือเป็นการเปลี่ยนแปลงระยะยาว แต่รูปลักษณ์ยังเปลี่ยนได้จากอายุ น้ำหนัก ผิวหนัง และเนื้อเยื่ออ่อน การผ่าตัดจึงไม่สามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของใบหน้าได้

ถ้าไม่พอใจสามารถผ่าตัดแก้ได้ไหม

บางปัญหาอาจแก้ไขได้ แต่การผ่าตัดซ้ำซับซ้อนกว่าเพราะมีกระดูกที่เคยตัด พังผืด และตำแหน่งเส้นประสาทที่อาจเปลี่ยนไป ควรรอให้แพทย์ประเมินการสมานก่อนตัดสินว่าเป็นอาการชั่วคราวหรือจำเป็นต้องแก้ไข

ควรเตรียมคำถามอะไรไปพบศัลยแพทย์

ควรถามว่าส่วนที่ทำให้ใบหน้ากว้างคือกระดูกหรือเนื้อเยื่อใด จะตัดและเคลื่อนกระดูกตรงไหน ใช้วิธีตรึงแบบใด แผลอยู่ตรงไหน และความเสี่ยงเฉพาะของโครงหน้าคุณคืออะไร รวมถึงถามแผนรับมือหากกระดูกเคลื่อน ไม่ติด หรือเกิดแก้มหย่อน

จะรู้ได้อย่างไรว่าควรผ่าตัดจริง

คุณควรผ่าตัดเมื่อการตรวจยืนยันว่าส่วนที่กังวลมาจากกระดูก เข้าใจข้อจำกัดและความเสี่ยง มีความคาดหวังที่เป็นจริง และยังต้องการทำหลังมีเวลาทบทวน หากยังลังเล การขอความเห็นเพิ่มเติมหรือเลือกไม่ผ่าตัดยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสมเสมอ

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้

HDcare ช่วยคุณหาแพทย์และโรงพยาบาลที่เหมาะกับการผ่าตัดที่ต้องการ

ทีมงานช่วยประสานงานนัดหมาย เตรียมเอกสาร และติดตามผลหลังผ่าตัด

HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล และไม่ได้ให้การรักษาโดยตรง

ภาพแพทย์และพยาบาลในหน้านี้เป็นภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่บุคลากรจริงของ HDcare หรือโรงพยาบาลในเครือข่าย

© 2026 HDmall · HDcare เป็นผู้ให้บริการประสานงาน ไม่ใช่สถานพยาบาล

ภาพประกอบสร้างด้วย AIภาพประกอบ AI
ปรึกษาทีม HDcare ทางไลน์

HDcare ช่วยประสานงานนัดหมาย เปรียบเทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย เทียบทางเลือก และดูแลตลอดการรักษาช่วยนัดหมาย และดูแลตลอดการรักษา