ส่องกล้องตัดเนื้องอกกระเพาะปัสสาวะ
ส่องกล้องตัดเนื้องอกกระเพาะปัสสาวะ (Bladder-tumor resection (TURBT)) คือการสอดเครื่องมือผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปตัดก้อนหรือเก็บเนื้อเยื่อในกระเพาะปัสสาวะ โดยไม่มีแผลผ่าตัดที่หน้าท้อง การผ่าตัดช่วยทั้งนำก้อนออกและให้ชิ้นเนื้อสำหรับตรวจว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ รวมถึงดูระดับความรุนแรงและความลึกของโรคเพื่อวางแผนรักษาขั้นต่อไป
ประเด็นสำคัญ
- การผ่าตัดนี้มีเป้าหมายทั้งวินิจฉัยและรักษา แพทย์จะส่งชิ้นเนื้อให้พยาธิแพทย์ตรวจชนิดของเซลล์ ระดับความผิดปกติ และการลุกลามเข้าสู่ผนังกระเพาะปัสสาวะ
- เครื่องมือเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะทางท่อปัสสาวะ จึงไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก แต่หลังทำอาจมีปัสสาวะเป็นเลือด แสบขัด ปัสสาวะบ่อย หรือจำเป็นต้องใส่สายสวนชั่วคราว
- การตัดก้อนไม่ได้หมายความว่าการรักษาสิ้นสุดเสมอไป ผลชิ้นเนื้อเป็นตัวกำหนดว่าต้องติดตามด้วยการส่องกล้อง ทำซ้ำ ให้ยาภายในกระเพาะปัสสาวะ หรือใช้การรักษาอื่นหรือไม่
ส่องกล้องตัดเนื้องอกกระเพาะปัสสาวะ คืออะไร
การผ่าตัดตัดเนื้องอกกระเพาะปัสสาวะผ่านทางท่อปัสสาวะ เป็นการที่ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะสอดกล้องทรงยาวและบางผ่านรูเปิดของท่อปัสสาวะ ไม่ต้องกรีดผิวหนังบริเวณท้อง กล้องมีแสงและระบบมองภาพเพื่อให้แพทย์ตรวจผิวด้านในของกระเพาะปัสสาวะได้โดยตรง
เมื่อพบก้อน แพทย์ใช้ห่วงตัดขนาดเล็กหรือเครื่องมือตัดที่อยู่ปลายกล้อง นำเนื้องอกและเนื้อเยื่อบริเวณฐานก้อนออก จากนั้นใช้พลังงานไฟฟ้าหรือความร้อนห้ามเลือด ชิ้นเนื้อทั้งหมดจะถูกส่งให้พยาธิแพทย์ตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Mayo Clinic)
ผลตรวจชิ้นเนื้อมีความสำคัญมาก เพราะรูปร่างของก้อนจากภาพส่องกล้องอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้แน่นอนว่าเป็นมะเร็ง พยาธิแพทย์จะช่วยตอบคำถามหลัก ได้แก่
- ก้อนเป็นมะเร็งหรือเป็นความผิดปกติชนิดอื่น
- เซลล์มีระดับความผิดปกติมากน้อยเพียงใด หรือที่เรียกว่า “เกรด”
- ก้อนลุกลามลงไปในชั้นผนังกระเพาะปัสสาวะหรือไม่
- ตัวอย่างมีชั้นกล้ามเนื้อเพียงพอให้ประเมินความลึกหรือไม่
“ระยะ” หมายถึงขอบเขตและความลึกที่โรคลุกลาม ส่วน “เกรด” หมายถึงลักษณะของเซลล์ว่าแตกต่างจากเซลล์ปกติมากเพียงใด ข้อมูลสองส่วนนี้ไม่เหมือนกัน แต่ใช้ร่วมกันเพื่อประเมินความเสี่ยงและเลือกการรักษา
หากก้อนยังอยู่เฉพาะชั้นตื้น การตัดก้อนอาจเป็นการรักษาหลักขั้นแรก และอาจตามด้วยยาที่ใส่เข้าไปในกระเพาะปัสสาวะโดยตรง หากพบว่าก้อนลุกลามถึงชั้นกล้ามเนื้อ การส่องกล้องตัดก้อนมักทำหน้าที่หลักในการวินิจฉัยและกำหนดระยะ ก่อนพิจารณาการรักษาที่ครอบคลุมมากขึ้น
แม้แพทย์อาจตัดก้อนที่มองเห็นออกได้ทั้งหมด แต่เซลล์ผิดปกติอาจยังเหลืออยู่ในเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะ หรือเกิดก้อนใหม่ภายหลังได้ ผู้ป่วยจึงยังต้องรับผลชิ้นเนื้อและมาตรวจติดตามตามนัด การไม่มีแผลหน้าท้องไม่ได้หมายความว่าเป็นหัตถการเล็กที่ไม่ต้องติดตาม
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่แพทย์มักพิจารณาให้ทำ
แพทย์อาจเสนอการผ่าตัดนี้เมื่อการตรวจพบก้อนหรือบริเวณผิดปกติในกระเพาะปัสสาวะ และจำเป็นต้องนำเนื้อเยื่อออกมาตรวจ ตัวอย่างสถานการณ์ ได้แก่
- พบก้อนจากการส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ
- ภาพอัลตราซาวนด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือการตรวจอื่นพบก้อนที่น่าสงสัย
- มีปัสสาวะเป็นเลือด และการตรวจเพิ่มเติมพบความผิดปกติในกระเพาะปัสสาวะ
- เคยรักษาเนื้องอกกระเพาะปัสสาวะแล้ว แต่พบก้อนใหม่ระหว่างติดตาม
- ต้องเก็บชิ้นเนื้อให้ลึกและเพียงพอเพื่อประเมินว่าก้อนลุกลามถึงชั้นกล้ามเนื้อหรือไม่
- ผลจากการผ่าตัดครั้งแรกยังไม่ชัดเจน ตัดก้อนไม่หมด หรือมีลักษณะความเสี่ยงสูง จึงต้องพิจารณาทำซ้ำ
การพบก้อนไม่ได้ยืนยันโดยอัตโนมัติว่าเป็นมะเร็ง และไม่ใช่ทุกคนที่มีเลือดในปัสสาวะจะต้องรับการผ่าตัดนี้ แพทย์จะพิจารณาจากภาพตรวจ ตำแหน่งและขนาดก้อน อาการ โรคประจำตัว และความสามารถในการรับยาระงับความรู้สึก
สถานการณ์ที่อาจต้องเลื่อนหรือปรับแผน
การผ่าตัดอาจต้องเลื่อนออกไปชั่วคราวหากมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่ยังควบคุมไม่ได้ ภาวะเลือดออกผิดปกติ โรคหัวใจหรือปอดที่ยังไม่คงที่ หรือยังไม่ได้วางแผนเรื่องยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก แพทย์จะรักษาหรือประเมินปัญหาเหล่านี้ก่อน ไม่ได้หมายความว่าจะผ่าตัดไม่ได้ตลอดไป
หากผู้ป่วยรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด แพทย์ต้องชั่งระหว่างความเสี่ยงเลือดออกกับความเสี่ยงลิ่มเลือด ห้ามหยุดยาเอง เพราะการหยุดโดยไม่มีแผนอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจขาดเลือด หรือลิ่มเลือดอุดตัน
ในผู้ที่ก้อนลุกลามมาก ตำแหน่งเข้าถึงยาก หรือสุขภาพไม่เหมาะกับการผ่าตัด แพทย์อาจเลือกการตรวจหรือการรักษาแบบอื่น แต่โดยทั่วไปยังจำเป็นต้องมีชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันโรค การตัดสินใจจึงต้องดูว่าประโยชน์จากการทราบผลชิ้นเนื้อและนำก้อนออกมีมากกว่าความเสี่ยงเฉพาะบุคคลหรือไม่
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
โรงพยาบาลจะให้คำแนะนำเฉพาะรายตามชนิดยาระงับความรู้สึก โรคประจำตัว และช่วงเวลาที่นัด ควรอ่านเอกสารเตรียมตัวล่วงหน้า หากคำแนะนำจากหลายแหล่งไม่ตรงกัน ให้ยึดคำสั่งของศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์ที่ดูแลคุณ
การตรวจและข้อมูลที่ควรเตรียม
ก่อนผ่าตัดอาจมีการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ภาพถ่ายรังสี หรือการประเมินเพิ่มเติมตามอายุและโรคประจำตัว จุดประสงค์คือค้นหาการติดเชื้อ ประเมินการแข็งตัวของเลือด การทำงานของไต และความพร้อมต่อยาระงับความรู้สึก
แจ้งทีมรักษาหากคุณมีสิ่งต่อไปนี้
- แพ้ยา แพ้สารทึบรังสี แพ้ยาง หรือเคยมีปัญหาจากยาระงับความรู้สึก
- โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือภาวะเลือดออกง่าย
- เครื่องกระตุ้นหัวใจ อุปกรณ์ฝังในร่างกาย หรือประวัติใส่ขดลวดหลอดเลือด
- อาการไข้ ไอ หายใจลำบาก ปัสสาวะแสบขัด หรือสงสัยติดเชื้อก่อนวันผ่าตัด
- ฟันปลอม ฟันโยก เครื่องช่วยฟัง หรือข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว
อาหาร น้ำ และยา
คุณต้องงดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาที่โรงพยาบาลกำหนด เพื่อป้องกันอาหารหรือของเหลวไหลย้อนเข้าสู่ปอดระหว่างให้ยาระงับความรู้สึก แหล่งข้อมูลสากลบางแห่งระบุการงดอาหารประมาณ 8 ชั่วโมง แต่เวลาเริ่มงดน้ำและอาหารอาจต่างกันตามชนิดอาหาร เวลาเข้าห้องผ่าตัด และแนวทางของโรงพยาบาล จึงต้องทำตามคำสั่งเฉพาะที่ได้รับ (Cleveland Clinic)
ทำรายการยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ รวมถึงยาที่ซื้อเอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริม แจ้งเป็นพิเศษหากใช้
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวานหรืออินซูลิน
- ยาที่มีผลต่อไตหรือความดันโลหิต
- สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่อาจเพิ่มการเลือดออก
ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะเป็นผู้กำหนดว่ายาใดควรใช้ต่อ หยุด หรือปรับ และกำหนดเวลาให้เหมาะกับคุณ อย่าหยุดยา เปลี่ยนยา หรือเพิ่มยาเอง
ของที่ควรนำไปและการเดินทางกลับ
ควรนำบัตรประจำตัว เอกสารสิทธิรักษา รายชื่อยา ผลตรวจเดิม และเอกสารส่งตัวถ้ามีไปด้วย ถอดเครื่องประดับและของมีค่าไว้ที่บ้าน เตรียมเสื้อผ้าที่สวมง่ายและไม่รัดหน้าท้อง
จัดให้มีผู้ใหญ่พากลับและอยู่ช่วยในช่วงแรก โดยเฉพาะหากได้รับยาสลบหรือยาที่ทำให้ง่วง คุณไม่ควรขับรถกลับเองหลังผ่าตัด แหล่งอ้างอิงแนะนำให้วางแผนผู้พากลับตั้งแต่ก่อนเข้ารับหัตถการ
ก่อนลงนามยินยอม คุณควรทราบว่าแพทย์วางแผนตัดก้อนเพียงใด อาจต้องใส่สายสวนหรือไม่ จะทราบผลชิ้นเนื้อทางใด และหากพบความผิดปกติมากกว่าที่คาดไว้จะดำเนินการอย่างไร
ขั้นตอนการผ่าตัด
ขั้นตอนจริงอาจต่างกันตามจำนวน ขนาด และตำแหน่งของก้อน แต่ภาพรวมมักเป็นดังนี้
- ยืนยันตัวและแผนผ่าตัด
ทีมรักษาตรวจชื่อ ประวัติแพ้ยา ผลตรวจ และรายการยา พร้อมยืนยันหัตถการที่จะทำ คุณจะเปลี่ยนเป็นชุดโรงพยาบาลและได้รับสายน้ำเกลือตามความเหมาะสม
- ให้ยาระงับความรู้สึก
อาจใช้ยาสลบ ทำให้หลับตลอดการผ่าตัด หรือใช้การระงับความรู้สึกเฉพาะส่วน เช่น ฉีดยาชาบริเวณหลังให้ร่างกายส่วนล่างชา การเลือกขึ้นกับสุขภาพ ตำแหน่งก้อน แผนผ่าตัด และการประเมินของวิสัญญีแพทย์ (Cleveland Clinic)
- จัดท่าและสอดกล้อง
แพทย์จัดท่าให้เข้าถึงท่อปัสสาวะ จากนั้นใส่สารหล่อลื่นและสอดเครื่องมือผ่านท่อปัสสาวะเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ ไม่มีแผลกรีดที่ผิวหนัง
- ตรวจภายในกระเพาะปัสสาวะ
ของเหลวปลอดเชื้อช่วยให้กระเพาะปัสสาวะขยายและมองเห็นผิวด้านใน แพทย์สำรวจตำแหน่ง จำนวน รูปร่าง และขอบเขตของก้อน รวมถึงบริเวณอื่นที่ดูผิดปกติ
- ตัดก้อนและเก็บชิ้นเนื้อ
แพทย์ใช้ห่วงตัดหรือเครื่องมือที่เหมาะสมตัดก้อนเป็นชิ้น อาจเก็บตัวอย่างจากฐานก้อนและชั้นกล้ามเนื้อเพื่อประเมินความลึก เป้าหมายคือเอาก้อนที่มองเห็นออกอย่างเหมาะสม โดยหลีกเลี่ยงการทำอันตรายต่อผนังกระเพาะปัสสาวะ
- ห้ามเลือด
บริเวณที่ตัดจะได้รับการจี้หรือใช้พลังงานเพื่อควบคุมเลือดออก แพทย์ตรวจซ้ำว่ามีเลือดออกต่อเนื่องหรือเศษชิ้นเนื้อค้างอยู่หรือไม่
- เก็บชิ้นเนื้อส่งตรวจ
ชิ้นเนื้อถูกแยกและส่งห้องพยาธิวิทยา บางกรณีแพทย์อาจระบุตำแหน่งของชิ้นเนื้อแต่ละส่วนแยกกัน เพื่อช่วยแปลผลได้แม่นยำขึ้น
- พิจารณาใส่สายสวนปัสสาวะ
สายสวนช่วยระบายปัสสาวะ เลือด และลิ่มเลือดออกจากกระเพาะปัสสาวะ บางรายต้องล้างกระเพาะปัสสาวะด้วยน้ำเกลือผ่านสายสวน ขณะที่ผู้ป่วยบางรายไม่จำเป็นต้องใส่สายสวน
- พักฟื้นหลังยาระงับความรู้สึก
ทีมรักษาจะติดตามชีพจร ความดัน การหายใจ อาการปวด สีและปริมาณปัสสาวะ รวมถึงการอุดตันของสายสวน เมื่ออาการคงที่จึงพิจารณากลับบ้านหรือรับไว้สังเกตอาการ
ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจพิจารณาใส่ยาเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะหลังตัดก้อน โดยขึ้นกับลักษณะก้อน ความเสี่ยงเลือดออก และความปลอดภัยของผนังกระเพาะปัสสาวะ การรักษานี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคนและไม่ควรตีความว่าเป็นขั้นตอนที่ต้องทำเหมือนกันทุกราย
ใช้เวลานานแค่ไหน
เวลาผ่าตัดขึ้นกับจำนวน ขนาด ตำแหน่ง และความลึกของก้อน รวมถึงการควบคุมเลือดออก หากก้อนมีหลายตำแหน่ง ก้อนใหญ่ หรือเข้าถึงยาก การผ่าตัดอาจใช้เวลานานกว่า
เวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัดและโรงพยาบาลจะยาวกว่าเวลาตัดก้อนจริง เพราะรวมการเตรียมตัว การให้ยาระงับความรู้สึก การฟื้นจากยา และการสังเกตปัสสาวะหลังผ่าตัด
วิธีระงับความรู้สึกที่ใช้ได้ ได้แก่
- ยาสลบ คุณหลับและไม่รู้สึกตัวระหว่างทำ
- การระงับความรู้สึกเฉพาะส่วน ร่างกายส่วนล่างชา แต่อาจยังรู้สึกตัวหรือได้รับยาช่วยให้ผ่อนคลาย
วิสัญญีแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะจากสุขภาพโดยรวม ประวัติการดมยาสลบ ลักษณะการผ่าตัด และความต้องการด้านความปลอดภัย ไม่ควรสรุปจากประสบการณ์ของผู้ป่วยคนอื่นว่าคุณจะได้รับวิธีเดียวกัน
ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวหลังสังเกตอาการหลายชั่วโมง แต่บางรายต้องนอนโรงพยาบาล โดยเฉพาะเมื่อมีเลือดออก ต้องล้างกระเพาะปัสสาวะ มีโรคประจำตัวที่ต้องติดตาม หรือยังปัสสาวะเองไม่ได้ (Mayo Clinic) แนวทางการรับไว้รักษาอาจต่างกันระหว่างโรงพยาบาลในประเทศไทย
สายสวนอาจถอดก่อนกลับบ้าน หรืออาจคาไว้ชั่วคราว ขึ้นกับขนาดก้อน ปริมาณเลือดในปัสสาวะ และความสามารถในการปัสสาวะ แพทย์จะกำหนดวันและสถานที่ถอดสายสวน ห้ามดึงหรือถอดเองหากไม่ได้รับคำสั่งและการสอนที่ชัดเจน
พักฟื้นนานแค่ไหน
อาการระคายเคืองหลังผ่าตัดเป็นสิ่งที่พบได้ เพราะเครื่องมือผ่านท่อปัสสาวะและมีแผลอยู่ด้านในกระเพาะปัสสาวะ แม้มองไม่เห็นแผลจากภายนอก คุณอาจมีอาการแสบเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย ปวดหน่วงท้องน้อย ปัสสาวะเร่งด่วน หรือเห็นเลือดเจือปัสสาวะ
แหล่งอ้างอิงระบุว่าอาการเจ็บหรือไม่สบายอาจอยู่นานประมาณ 1–2 สัปดาห์ ส่วนการฟื้นเต็มที่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ ขึ้นกับขนาดและจำนวนก้อน วิธีตัด การใส่สายสวน ภาวะแทรกซ้อน และสุขภาพเดิม (Mayo Clinic) อาการของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน
| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่อาจพบและการกลับไปทำกิจกรรม |
| วันผ่าตัดถึงช่วงแรก | อาจง่วงจากยา แสบขัด ปัสสาวะเป็นสีชมพูหรือมีเลือดเล็กน้อย และอาจมีสายสวน ควรมีผู้ดูแลและพัก |
| หลายวันแรก | อาการปัสสาวะบ่อยหรือเร่งด่วนอาจยังมีอยู่ สีปัสสาวะควรค่อยๆ จางลง เดินเบาๆ ได้ตามกำลัง |
| ประมาณ 1–2 สัปดาห์ | ความเจ็บหรือระคายเคืองมักค่อยๆ ลดลง งานเบาอาจกลับไปทำได้เมื่อไม่ต้องใช้ยาแก้ปวดที่ทำให้ง่วงและควบคุมการปัสสาวะได้ (Cleveland Clinic) |
| หลายสัปดาห์หลังผ่าตัด | ระยะฟื้นตัวแตกต่างกันตามขอบเขตการตัด ภาวะแทรกซ้อน และสุขภาพ ผู้ป่วยควรกลับทำกิจกรรมตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ |
เลือดในปัสสาวะอาจดูจางลงแล้วกลับมาเห็นอีกเล็กน้อยเมื่อสะเก็ดแผลด้านในหลุดหรือเมื่อทำกิจกรรมมากขึ้น สิ่งสำคัญคือปัสสาวะยังไหลได้และเลือดไม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากมีเลือดสดมาก ลิ่มเลือดจำนวนมาก หรือปัสสาวะไม่ออก ต้องติดต่อโรงพยาบาลทันที
ดื่มน้ำตามปริมาณที่ทีมรักษาแนะนำเพื่อช่วยให้ปัสสาวะไหลและลดการค้างของลิ่มเลือด แต่ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคไตอาจต้องจำกัดน้ำ จึงไม่ควรฝืนดื่มปริมาณมากโดยไม่ถามแพทย์
หลีกเลี่ยงงานหนักและการยกของหนักประมาณ 2 สัปดาห์หรือจนกว่าแพทย์จะอนุญาต ระยะนี้มาจากคำแนะนำทั่วไปและอาจยาวกว่านั้นหากตัดก้อนกว้าง มีเลือดออก หรือยังใส่สายสวน การกลับไปขับรถควรรอจนเคลื่อนไหวได้สะดวก ไม่มีอาการปวดรบกวน และไม่ได้ใช้ยาที่ทำให้ง่วง
งานนั่งโต๊ะอาจกลับไปทำได้เร็วกว่างานที่ยกของ เดินมาก ขับรถเป็นเวลานาน หรือเข้าห้องน้ำได้ไม่สะดวก หากยังมีสายสวน ควรถามทีมรักษาโดยตรงว่าสามารถทำงานและดูแลถุงปัสสาวะได้อย่างไร
เรื่องเพศสัมพันธ์และการออกกำลังกายควรรอจนเลือดในปัสสาวะและอาการปวดลดลง รวมทั้งได้รับอนุญาตจากศัลยแพทย์ เพราะขอบเขตการตัดต่างกันในแต่ละคน หากกิจกรรมทำให้เลือดออกมากขึ้น ให้หยุดและติดต่อทีมรักษา
นัดรับผลชิ้นเนื้อเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ไม่ใช่เพียงการตรวจแผล ควรถามก่อนกลับบ้านว่าจะทราบผลเมื่อใด ใครจะอธิบายผล และนัดครั้งต่อไปอยู่ที่ไหน หากยังไม่ได้รับผลตามช่วงเวลาที่โรงพยาบาลแจ้ง ควรติดต่อกลับ ไม่ควรรอจนมีอาการใหม่
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
อาการที่พบบ่อยหลังผ่าตัดคือเลือดในปัสสาวะ ปวดหรือแสบขณะปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย และรู้สึกปวดเร่ง อาการเหล่านี้มักค่อยๆ ดีขึ้น แต่ต้องแยกจากเลือดออกมาก การติดเชื้อ หรือการอุดตันที่ต้องรักษา (Healthline)
ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นไปได้ ได้แก่
เลือดออกและลิ่มเลือดอุดตันทางเดินปัสสาวะ
บริเวณตัดก้อนอาจมีเลือดออก เลือดสามารถจับตัวเป็นลิ่มและอุดทางออกของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไม่ออก ปวดท้องน้อย หรือมีปัสสาวะออกน้อยลงอย่างชัดเจน บางรายต้องใส่สายสวน ล้างลิ่มเลือด หรือกลับเข้าห้องผ่าตัดเพื่อห้ามเลือด
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
อาจมีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะแสบมากขึ้น ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นผิดปกติ และปวดท้องน้อย การมีสายสวนและการใช้เครื่องมือผ่านท่อปัสสาวะเพิ่มโอกาสการติดเชื้อได้ แพทย์จะประเมินว่าต้องตรวจปัสสาวะหรือให้การรักษาหรือไม่
ผนังกระเพาะปัสสาวะทะลุ
เครื่องมือตัดอาจทำให้เกิดรูที่ผนังกระเพาะปัสสาวะ โดยเฉพาะเมื่อก้อนอยู่ลึก ใหญ่ หรืออยู่ในตำแหน่งที่ตัดยาก กรณีขนาดเล็กอาจรักษาด้วยการใส่สายสวนให้แผลพักและติดตามอาการ แต่บางกรณีต้องรับไว้ในโรงพยาบาลหรือผ่าตัดแก้ไข
การบาดเจ็บหรือเกิดแผลเป็นในท่อปัสสาวะ
การสอดเครื่องมืออาจทำให้ท่อปัสสาวะระคายเคือง บาดเจ็บ หรือเกิดพังผืดตีบในภายหลัง อาการที่ควรแจ้งแพทย์ ได้แก่ ปัสสาวะพุ่งอ่อนลง ต้องเบ่ง ปัสสาวะไม่สุด หรือปัสสาวะไม่ออก
ปัญหาจากยาระงับความรู้สึก
อาจเกิดคลื่นไส้ อาเจียน ความดันเปลี่ยนแปลง ปฏิกิริยาแพ้ยา ปัญหาการหายใจ หรือลิ่มเลือด ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบได้น้อย แต่ความเสี่ยงเพิ่มตามอายุ โรคหัวใจ โรคปอด ภาวะอ้วน การสูบบุหรี่ และสุขภาพโดยรวม วิสัญญีแพทย์จะประเมินความเสี่ยงก่อนผ่าตัด
ตัดก้อนไม่หมดหรือจำเป็นต้องทำซ้ำ
ก้อนบางตำแหน่งไม่สามารถตัดออกทั้งหมดได้อย่างปลอดภัยในการผ่าตัดครั้งเดียว บางครั้งผลชิ้นเนื้อไม่มีชั้นกล้ามเนื้อเพียงพอ หรือพบลักษณะความเสี่ยงสูง แพทย์จึงอาจเสนอให้ส่องกล้องตัดซ้ำเพื่อประเมินระยะให้ชัดและลดเนื้อเยื่อผิดปกติที่เหลืออยู่
ตัวเลขภาวะแทรกซ้อนจากการศึกษาในต่างประเทศแตกต่างกันมากตามนิยาม ชนิดก้อน เทคนิค และสุขภาพผู้ป่วย จึงไม่ควรนำอัตราจากการศึกษาหนึ่งมาใช้ทำนายความเสี่ยงส่วนตัว แพทย์ผู้ผ่าตัดสามารถอธิบายความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งและขนาดก้อนของคุณได้ตรงกว่า
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
ติดต่อโรงพยาบาลที่ผ่าตัดหรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากมีอาการต่อไปนี้
- ปัสสาวะไม่ออก หรือออกน้อยมากร่วมกับปวดและท้องน้อยโป่งตึง
- เลือดสดในปัสสาวะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หรือมีลิ่มเลือดจำนวนมาก
- สายสวนไม่ระบายปัสสาวะ มีปัสสาวะรั่วรอบสายมากร่วมกับปวดท้องน้อย หรือสายสวนหลุด
- ไข้ หนาวสั่น ซึมลง หรือรู้สึกป่วยมาก
- ปวดท้อง ปวดเชิงกราน หรือปวดหลังมากขึ้นแทนที่จะดีขึ้น
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก เป็นลม หรือหัวใจเต้นผิดปกติ
- ขาบวม แดง ร้อน หรือปวดขาข้างใดข้างหนึ่ง
- อาเจียนต่อเนื่อง ดื่มน้ำไม่ได้ หรือมีอาการขาดน้ำ
- มีผื่น หน้าบวม ปากบวม หรือหายใจติดขัดหลังใช้ยา
อย่ารอถึงวันนัดหากปัสสาวะไม่ออก เลือดออกมาก หรือมีอาการหายใจลำบาก เมื่อไปโรงพยาบาลให้แจ้งว่าเพิ่งผ่านการตัดเนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ วันที่ทำหัตถการ และกำลังใช้ยาชนิดใดอยู่
ทางเลือกอื่น
ทางเลือกขึ้นกับคำถามที่ต้องตอบ หากต้องยืนยันชนิดและความลึกของก้อน การตรวจภาพหรือการส่องกล้องดูอย่างเดียวไม่สามารถแทนผลชิ้นเนื้อได้ทั้งหมด การตัดก้อนผ่านท่อปัสสาวะจึงมักเป็นขั้นแรกเมื่อพบก้อนที่สงสัยมะเร็ง (Mayo Clinic)
อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดนี้ไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับทุกระยะของโรค ทางเลือกหรือการรักษาที่อาจใช้ร่วมกัน ได้แก่
การติดตามหรือประเมินเพิ่มเติม
หากภาพที่พบยังไม่ชัด แพทย์อาจตรวจปัสสาวะ ส่องกล้อง ตรวจภาพระบบทางเดินปัสสาวะ หรือเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ แต่หากมีก้อนชัดเจน การเฝ้าดูอย่างเดียวอาจทำให้การวินิจฉัยล่าช้า จึงเหมาะเฉพาะสถานการณ์ที่แพทย์ประเมินแล้วว่าความเสี่ยงต่ำหรือผู้ป่วยยังไม่พร้อมรับหัตถการ
การให้ยาภายในกระเพาะปัสสาวะ
ยาถูกใส่ผ่านสายสวนเข้าไปสัมผัสเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะโดยตรง อาจเป็นยาเคมีบำบัดหรือยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน วิธีนี้มักใช้หลังมีผลชิ้นเนื้อแล้ว และไม่ได้ทดแทนการเก็บชิ้นเนื้อครั้งแรกในผู้ที่ยังไม่ทราบชนิดและระยะของก้อน
การส่องกล้องตัดซ้ำ
ไม่ใช่เพราะการผ่าตัดครั้งแรก “ล้มเหลว” เสมอไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินในก้อนบางชนิด โดยเฉพาะเมื่อก้อนมีความเสี่ยงสูง ตัวอย่างชิ้นเนื้อไม่เพียงพอ หรือสงสัยว่ายังมีเนื้องอกเหลืออยู่
การผ่าตัดเอากระเพาะปัสสาวะออก
อาจพิจารณาเมื่อโรคลุกลามถึงกล้ามเนื้อ มีความเสี่ยงสูงมาก หรือกลับเป็นซ้ำแม้รักษาแบบสงวนกระเพาะปัสสาวะแล้ว เป็นการผ่าตัดใหญ่และต้องวางแผนทางระบายปัสสาวะใหม่ ไม่ได้ใช้แทนการตัดก้อนผ่านท่อปัสสาวะในผู้ป่วยทุกราย
รังสีรักษาและยารักษาทั่วร่างกาย
อาจใช้รังสีรักษาร่วมกับยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยบางราย หรือใช้ยารักษาทั่วร่างกายเมื่อโรคลุกลาม การเลือกขึ้นกับระยะโรค การทำงานของไต สุขภาพโดยรวม และเป้าหมายการรักษา
หากผลชิ้นเนื้อยืนยันว่าไม่ใช่มะเร็ง แผนรักษาจะเปลี่ยนตามชนิดของก้อนหรือการอักเสบที่พบ ดังนั้นไม่ควรเลือกการรักษามะเร็งจากภาพก้อนเพียงอย่างเดียวโดยยังไม่มีการประเมินทางพยาธิวิทยา
สิทธิการรักษา
การใช้สิทธิขึ้นกับการวินิจฉัย โรงพยาบาลตามสิทธิ ระบบส่งต่อ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ควรติดต่อหน่วยสิทธิของโรงพยาบาลก่อนวันผ่าตัด พร้อมชื่อหัตถการ ใบนัด และเอกสารส่งตัว
บัตรทอง
โดยทั่วไป การตรวจและรักษาตามข้อบ่งชี้สามารถเข้าสู่ระบบผ่านหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการที่ส่งต่อ ควรถามว่าโรงพยาบาลที่จะผ่าตัดอยู่ในเครือข่ายหรือไม่ ต้องมีใบส่งตัวหรือการอนุมัติล่วงหน้าหรือไม่ และการตรวจชิ้นเนื้อรวมอยู่ในกระบวนการเดียวกันหรือไม่
กรณีฉุกเฉิน เช่น ปัสสาวะไม่ออกหรือเลือดออกมาก ให้เข้ารับการประเมินฉุกเฉินก่อน ไม่ควรรอจัดเอกสารจนครบแล้วจึงไปโรงพยาบาล
ประกันสังคม
เริ่มจากโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ หากโรงพยาบาลไม่มีศักยภาพทำหัตถการ อาจออกเอกสารส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสม ควรตรวจสอบเส้นทางการส่งต่อ การอนุมัติ และสถานที่รับผลชิ้นเนื้อ เพราะการติดตามหลังผ่าตัดอาจต้องทำต่อเนื่องหลายครั้ง
สิทธิข้าราชการหรือสิทธิหน่วยงาน
เงื่อนไขขึ้นกับต้นสังกัดและสถานพยาบาลที่เข้ารับบริการ บางกรณีต้องมีหนังสือส่งตัวหรืออนุมัติอุปกรณ์และการรักษาบางรายการ ควรถามหน่วยสิทธิโดยใช้ชื่อทางการของหัตถการและรหัสนัดจากโรงพยาบาล
ประกันสุขภาพเอกชน
บริษัทประกันมักพิจารณาจากความจำเป็นทางการแพทย์ ระยะเวลารอคอย โรคที่เป็นมาก่อน วงเงิน และเงื่อนไขผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน ขอให้โรงพยาบาลส่งเอกสารเพื่อพิจารณาล่วงหน้าหากทำได้ และถามให้ชัดว่าเงื่อนไขครอบคลุมค่าห้องผ่าตัด ยาระงับความรู้สึก การนอนโรงพยาบาล การตรวจพยาธิวิทยา และการรักษาต่อเนื่องหรือไม่
ไม่ควรเลื่อนการประเมินอาการฉุกเฉินเพื่อรอคำตอบจากบริษัทประกัน หากอาการคงที่แต่วันอนุมัติไม่ทันวันผ่าตัด ให้ติดต่อทั้งโรงพยาบาลและบริษัทประกันเพื่อขอแนวทางก่อนเข้ารับบริการ
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ส่องกล้องตัดเนื้องอกกระเพาะปัสสาวะเป็นการผ่าตัดใหญ่ไหม
เป็นการผ่าตัดผ่านท่อปัสสาวะโดยไม่มีแผลหน้าท้อง แต่ยังต้องใช้ยาระงับความรู้สึกและมีความเสี่ยงเลือดออก ติดเชื้อ หรือกระเพาะปัสสาวะทะลุได้ (Healthline) ความซับซ้อนขึ้นกับขนาด จำนวน ตำแหน่ง และความลึกของก้อน จึงไม่ควรดูจากขนาดแผลภายนอกเพียงอย่างเดียว
การผ่าตัดนี้ยืนยันได้ไหมว่าเป็นมะเร็ง
ผลตรวจชิ้นเนื้อเป็นวิธีสำคัญในการยืนยันว่าก้อนเป็นมะเร็งหรือไม่ รวมถึงบอกเกรดและประเมินความลึกของโรค ภาพจากกล้องช่วยระบุตำแหน่งและลักษณะก้อน แต่ไม่สามารถแทนการตรวจโดยพยาธิแพทย์ได้
ต้องมีแผลเย็บที่หน้าท้องหรือไม่
โดยทั่วไปไม่มีแผลกรีดหรือแผลเย็บที่หน้าท้อง เพราะกล้องและเครื่องมือตัดเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะทางท่อปัสสาวะ แผลจริงอยู่บริเวณเยื่อบุด้านใน จึงยังอาจมีเลือดออกและต้องจำกัดกิจกรรมระหว่างที่แผลสมาน
ระหว่างผ่าตัดจะเจ็บไหม
ระหว่างทำไม่ควรรู้สึกเจ็บ เพราะใช้ยาสลบหรือการระงับความรู้สึกเฉพาะส่วน (Cleveland Clinic) หลังผ่าตัดอาจแสบเวลาปัสสาวะ ปวดหน่วง หรือระคายเคืองประมาณ 1–2 สัปดาห์ โดยระยะเวลาแตกต่างตามขอบเขตการตัดและการใส่สายสวน
ต้องใส่สายสวนปัสสาวะทุกคนไหม
ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกคน แพทย์พิจารณาจากขนาดแผล เลือดในปัสสาวะ ความเสี่ยงเกิดลิ่มเลือด และความสามารถในการปัสสาวะ บางคนถอดสายก่อนกลับบ้าน ขณะที่บางคนต้องกลับบ้านพร้อมสายสวนและนัดมาถอดภายหลัง
ปัสสาวะเป็นเลือดหลังผ่าตัดปกติหรือไม่
ปัสสาวะสีชมพูหรือมีเลือดเล็กน้อยพบได้หลังผ่าตัดและควรค่อยๆ ลดลง หากเป็นเลือดสดมากขึ้น มีลิ่มเลือดจำนวนมาก ปวดท้องน้อย หรือปัสสาวะไม่ออก ต้องไปโรงพยาบาลทันที
กลับไปทำงานได้เมื่อไร
งานเบาอาจกลับไปทำได้เมื่ออาการปวดและเลือดในปัสสาวะลดลง เคลื่อนไหวได้สะดวก และไม่ใช้ยาที่ทำให้ง่วง ซึ่งมักอยู่ในช่วงหลายวันถึงประมาณ 1–2 สัปดาห์ แต่ขึ้นกับขอบเขตการผ่าตัดและลักษณะงาน งานยกของหนักหรือใช้แรงควรรอประมาณ 2 สัปดาห์หรือจนกว่าแพทย์อนุญาต
ตัดก้อนแล้วถือว่าจบการรักษาหรือไม่
ไม่เสมอไป เพราะแผนขั้นต่อไปขึ้นกับผลชิ้นเนื้อและความเสี่ยงของโรค อาจต้องส่องกล้องติดตาม ตัดซ้ำ ให้ยาภายในกระเพาะปัสสาวะ หรือรักษาด้วยวิธีอื่น คุณควรมีนัดรับผลชิ้นเนื้อที่ชัดเจนก่อนออกจากโรงพยาบาล
ทำไมบางคนต้องผ่าตัดซ้ำ
การผ่าตัดซ้ำอาจจำเป็นเมื่อก้อนเดิมตัดไม่หมด ตัวอย่างไม่มีชั้นกล้ามเนื้อเพียงพอ หรือผลชิ้นเนื้อบ่งว่ามีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ เนื้องอกกระเพาะปัสสาวะบางชนิดอาจกลับมาเกิดใหม่ จึงต้องติดตามด้วยการส่องกล้องตามแผนของแพทย์
หลังผ่าตัดต้องให้ยาในกระเพาะปัสสาวะทุกคนไหม
ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องได้รับยาในกระเพาะปัสสาวะ แพทย์จะพิจารณาจากผลชิ้นเนื้อ ลักษณะก้อน ความเสี่ยงการกลับเป็นซ้ำ ภาวะเลือดออก และความสมบูรณ์ของผนังกระเพาะปัสสาวะ ชนิดและกำหนดการรักษาจึงต่างกันในแต่ละราย
ถ้าก้อนลุกลามถึงกล้ามเนื้อยังใช้การผ่าตัดนี้รักษาได้ไหม
การผ่าตัดผ่านท่อปัสสาวะยังมีบทบาทในการเก็บชิ้นเนื้อและกำหนดระยะ แต่โดยทั่วไปอาจไม่เพียงพอเป็นการรักษาเพียงอย่างเดียวเมื่อโรคลุกลามถึงกล้ามเนื้อ แพทย์อาจหารือเรื่องการผ่าตัดที่ใหญ่ขึ้น รังสีรักษา ยารักษาทั่วร่างกาย หรือการรักษาแบบผสมผสาน
ก่อนผ่าตัดต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดไหม
บางคนต้องหยุดหรือปรับยา แต่ห้ามตัดสินใจเอง เพราะชนิดยา เหตุผลที่ใช้ และความเสี่ยงลิ่มเลือดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และแพทย์ผู้สั่งยาจะกำหนดแผนและช่วงเวลาที่เหมาะสมให้คุณ
ควรถามอะไรเมื่อไปรับผลชิ้นเนื้อ
ควรถามว่าก้อนเป็นชนิดใด มีเกรดเท่าใด ลุกลามถึงชั้นใด มีชั้นกล้ามเนื้ออยู่ในตัวอย่างหรือไม่ และตัดก้อนที่มองเห็นออกได้เพียงใด จากนั้นถามว่าต้องผ่าตัดซ้ำ ให้ยาภายในกระเพาะปัสสาวะ ตรวจเพิ่มเติม หรือส่องกล้องติดตามเมื่อใด คำตอบเหล่านี้มีผลต่อแผนรักษามากกว่าการทราบเพียงว่า “พบมะเร็ง” หรือ “ไม่พบมะเร็ง” เท่านั้น
ถ้ายังลังเลว่าจะผ่าตัดดีไหม ควรตัดสินใจจากอะไร
ควรถามให้ชัดว่าหากไม่ผ่าตัดตอนนี้จะมีผลต่อการวินิจฉัยหรือโอกาสควบคุมโรคอย่างไร และมีวิธีใดเก็บชิ้นเนื้อที่ให้ข้อมูลเทียบเท่าหรือไม่ สำหรับก้อนที่สงสัยมะเร็ง การผ่าตัดนี้มักช่วยทั้งนำก้อนออกและให้ข้อมูลเรื่องความลึกในครั้งเดียว หากยังไม่แน่ใจ คุณสามารถขอให้แพทย์อธิบายภาพตรวจ เป้าหมายของการผ่าตัด ความเสี่ยงเฉพาะตัว และแผนหลังทราบผลชิ้นเนื้อก่อนลงนามยินยอมได้
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: TURBT: Transurethral Resection of Bladder Tumor — เกี่ยวกับ Bladder tumor resection (TURBT) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Healthline: What Are the Potential Complications of TURBT? — เกี่ยวกับ Bladder tumor resection (TURBT) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Mayo Clinic: TURBT recovery time: Any words of wisdom? — เกี่ยวกับ Bladder-tumor resection (TURBT) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Penn Medicine: Transurethral Resection of Bladder Tumor (TURBT) — เกี่ยวกับ Bladder-tumor resection (TURBT) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


