ผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม
ผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม (Artificial-disc replacement) คือการนำหมอนรองกระดูกสันหลังที่เสื่อมหรือกดทับเส้นประสาทออก แล้วใส่หมอนรองกระดูกเทียมเพื่อช่วยคงความสูงและการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลัง การผ่าตัดนี้อาจใช้กับกระดูกคอหรือเอว แต่ไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน และมักพิจารณาหลังการรักษาโดยไม่ผ่าตัดไม่ได้ผลหรือมีความผิดปกติของระบบประสาทที่สำคัญ
ประเด็นสำคัญ
- จุดต่างจากการเชื่อมข้อกระดูกสันหลังคือ หมอนรองกระดูกเทียมออกแบบมาให้ระดับที่ผ่าตัดยังเคลื่อนไหวได้ แต่ไม่รับประกันว่าอาการปวดทั้งหมดจะหายไป
- ผู้ที่มีข้อกระดูกสันหลังด้านหลังเสื่อมรุนแรง กระดูกพรุน กระดูกสันหลังไม่มั่นคง หรือกระดูกผิดรูป อาจไม่เหมาะกับวิธีนี้ เพราะเพิ่มความเสี่ยงที่ข้อเทียมจะทรุด เคลื่อน หรือทำงานไม่ดี
- การพักฟื้นขึ้นกับว่าผ่าตัดบริเวณคอหรือเอว จำนวนระดับที่ผ่าตัด สุขภาพโดยรวม และลักษณะงาน โดยทั่วไปต้องหลีกเลี่ยงการยกของหนัก ก้ม บิด หรือกระแทก จนกว่าศัลยแพทย์จะประเมินว่าข้อเทียมอยู่ในตำแหน่งมั่นคง
ผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม คืออะไร
หมอนรองกระดูกสันหลังเป็นเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ ทำหน้าที่รับแรงกระแทก กระจายแรง และช่วยให้คอหรือหลังเคลื่อนไหวได้ เมื่อหมอนรองกระดูกเสื่อม ฉีก หรือยื่นออกมากดรากประสาท อาจทำให้ปวดคอร้าวลงแขน ปวดหลังร้าวลงขา ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
การผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังเทียมมีขั้นตอนหลักคือ นำหมอนรองกระดูกที่เป็นปัญหาและชิ้นส่วนที่กดเส้นประสาทออก จากนั้นใส่อุปกรณ์ทดแทนไว้ระหว่างกระดูกสันหลัง ข้อเทียมช่วยรักษาช่องว่างระหว่างกระดูกและเปิดทางให้เส้นประสาท พร้อมคงการเคลื่อนไหวบางส่วนของระดับที่ผ่าตัดไว้ แหล่งข้อมูลทางคลินิกระบุว่าจุดประสงค์สำคัญของการผ่าตัดบริเวณคอคือการลดการกดรากประสาทหรือไขสันหลัง และรักษาการเคลื่อนไหวของคอในระดับนั้น (Cleveland Clinic)
ตำแหน่งที่ผ่าตัดแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่
| ตำแหน่ง | อาการที่มักนำมาพิจารณาผ่าตัด | แนวทางเข้าถึงกระดูกสันหลัง |
| กระดูกสันหลังส่วนคอ | ปวดคอร้าวลงแขน ชา มือไม่คล่อง แขนอ่อนแรง หรือไขสันหลังถูกกด | มักเปิดแผลทางด้านหน้าคอ |
| กระดูกสันหลังส่วนเอว | ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังจากหมอนรองกระดูกบางระดับ โดยต้องยืนยันแหล่งกำเนิดอาการ | มักเปิดแผลทางหน้าท้องเพื่อเข้าถึงกระดูกเอว |
การผ่าตัดส่วนคอและส่วนเอวไม่ใช่การผ่าตัดเดียวกันทุกประการ การคัดเลือกผู้ป่วย วิธีเข้าถึงกระดูกสันหลัง ความเสี่ยง และระยะพักฟื้นต่างกัน โดยเฉพาะการผ่าตัดส่วนเอวซึ่งต้องทำงานใกล้หลอดเลือดใหญ่และอวัยวะในช่องท้อง
การมีภาพถ่ายรังสีว่าหมอนรองกระดูกเสื่อมไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอ หลายคนมีความเสื่อมตามอายุแต่ไม่มีอาการ หรืออาการปวดอาจมาจากกล้ามเนื้อ ข้อต่อด้านหลัง กระดูกเชิงกราน หรือสาเหตุอื่น ศัลยแพทย์จึงต้องเทียบอาการ การตรวจระบบประสาท และภาพถ่ายรังสีให้สอดคล้องกันก่อนแนะนำการผ่าตัด
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด
ศัลยแพทย์อาจพิจารณาวิธีนี้เมื่อมีปัญหาจากหมอนรองกระดูกเฉพาะระดับ และมีเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
- ข้อเทียมคออาจพิจารณาในผู้ที่มีอาการร้าวลงแขนจากรากประสาทหรือไขสันหลังถูกกดและมีโครงสร้างเหมาะสม ส่วนข้อเทียมเอวมักพิจารณาในผู้ที่มีอาการปวดหลังจากหมอนรองกระดูกเสื่อมเฉพาะระดับซึ่งยืนยันว่าเป็นแหล่งอาการ หลังรักษาโดยไม่ผ่าตัดไม่ได้ผล; อาการปวดร้าวลงขาเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อบ่งชี้อัตโนมัติ
- มีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือการทำงานของมือและขาผิดปกติที่สัมพันธ์กับระดับซึ่งพบความผิดปกติ
- ไขสันหลังบริเวณคอถูกกด ทำให้เดินไม่มั่นคง มือไม่คล่อง หรือการควบคุมการเคลื่อนไหวแย่ลง
- สำหรับกระดูกคอ มักพิจารณาเมื่อมีอาการจากรากประสาทหรือไขสันหลังถูกกดที่สัมพันธ์กับภาพถ่ายและรักษาโดยไม่ผ่าตัดแล้วไม่ได้ผล; อาการปวดคอเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อบ่งชี้มาตรฐานและต้องประเมินสาเหตุอื่นอย่างรอบคอบ สำหรับกระดูกเอว อาจพิจารณาในผู้ป่วยที่คัดเลือกแล้วซึ่งยืนยันได้ว่าอาการปวดเกิดจากหมอนรองกระดูกเฉพาะระดับและรักษาโดยไม่ผ่าตัดไม่ได้ผล
- กระดูกในระดับที่จะใส่ข้อเทียมยังแข็งแรง และข้อกระดูกสันหลังด้านหลังไม่ได้เสื่อมรุนแรง
- แนวกระดูกสันหลังและการเคลื่อนไหวของระดับนั้นยังเหมาะกับข้อเทียม
สำหรับอาการที่ไม่มีความผิดปกติเร่งด่วนทางระบบประสาท มักทดลองรักษาโดยไม่ผ่าตัดก่อน เช่น ปรับกิจกรรม กายภาพบำบัด และใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าการผ่าตัดบริเวณคออาจพิจารณาหลังรักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างน้อยประมาณ 6 สัปดาห์แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แต่ระยะเวลาจริงขึ้นกับความรุนแรงของอาการและผลตรวจของแต่ละคน (Cleveland Clinic)
ผู้ที่อาจไม่เหมาะกับการใส่หมอนรองกระดูกเทียม
ภาวะต่อไปนี้อาจทำให้ศัลยแพทย์เลือกการเชื่อมข้อหรือการรักษาวิธีอื่นแทน
- กระดูกพรุนหรือมวลกระดูกต่ำจนรองรับข้อเทียมได้ไม่ดี
- ข้อกระดูกสันหลังด้านหลังเสื่อมรุนแรง
- กระดูกงอกหรือความเสื่อมของกระดูกสันหลังอยู่ในระยะมาก
- กระดูกสันหลังเคลื่อน ไม่มั่นคง หรือมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ
- กระดูกสันหลังคด โก่ง หรือเสียแนวอย่างมีนัยสำคัญ
- มีการติดเชื้อบริเวณที่จะผ่าตัดหรือมีการติดเชื้อในร่างกายที่ยังควบคุมไม่ได้
- แพ้วัสดุบางชนิดที่เป็นส่วนประกอบของข้อเทียม
- มีโรคของเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อบางชนิดที่กระทบต่อความมั่นคงของกระดูกสันหลัง
- เคยผ่าตัดบริเวณเดียวกันมาก่อนจนโครงสร้างไม่เหมาะกับการใส่ข้อเทียม
- อาการปวดไม่สัมพันธ์กับตำแหน่งความผิดปกติที่เห็นจากภาพถ่าย
บทความทบทวนด้านภาวะแทรกซ้อนระบุว่า ผู้ที่มีกระดูกพรุน ข้อด้านหลังเสื่อมรุนแรง กระดูกสันหลังผิดรูป หรือไม่มั่นคงก่อนผ่าตัด เป็นผู้สมัครที่ไม่เหมาะและมีโอกาสเกิดปัญหาจากข้อเทียมมากขึ้น
หากมีเพียงอาการปวดหลังหรือปวดคอโดยไม่พบต้นเหตุชัดเจน การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกอาจไม่ช่วยตามที่คาด เพราะการผ่าตัดแก้ได้เฉพาะโครงสร้างที่เป็นเป้าหมาย ไม่ได้รักษาอาการปวดจากทุกสาเหตุ
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ก่อนตัดสินใจ ศัลยแพทย์จะซักประวัติ ตรวจกำลังกล้ามเนื้อ ความรู้สึก รีเฟล็กซ์ การเดิน และสัญญาณว่าไขสันหลังหรือรากประสาทถูกกด อาจใช้ภาพเอกซเรย์ขณะก้มและเงยเพื่อตรวจความมั่นคง รวมถึงเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือเอ็มอาร์ไอเพื่อดูหมอนรองกระดูก เส้นประสาท กระดูกงอก และข้อต่อ
บางคนอาจต้องตรวจความหนาแน่นของกระดูก โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงกระดูกพรุน เพราะข้อเทียมต้องอาศัยกระดูกที่แข็งแรงในการรองรับ การตรวจเลือด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือการประเมินอื่นจะพิจารณาตามอายุ โรคประจำตัว และแนวทางของสถานพยาบาล
แจ้งยาและโรคประจำตัวให้ครบ
นำรายชื่อยาทั้งหมดไปด้วย รวมถึง
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยาควบคุมความดันหรือโรคหัวใจ
- ยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบ
- สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม
- ประวัติแพ้ยา แพ้วัสดุ หรือแพ้โลหะ
ยาบางชนิดอาจต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ไม่ควรหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ยา ความเสี่ยงเลือดออก และความเสี่ยงลิ่มเลือดของคุณ (Cleveland Clinic)
หากสูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์นิโคติน ควรบอกแพทย์อย่างตรงไปตรงมา เพราะนิโคตินรบกวนการหายของแผลและสุขภาพกระดูก แพทย์อาจแนะนำให้หยุดก่อนและหลังผ่าตัดตามแผนเฉพาะบุคคล
การงดอาหารและน้ำ
การผ่าตัดนี้ใช้การดมยาสลบ จึงต้องงดอาหารและเครื่องดื่มก่อนผ่าตัด โรงพยาบาลจะบอกเวลาที่แน่นอนตามเวลาผ่าตัด โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ ให้ทำตามคำสั่งของวิสัญญีแพทย์ ไม่ควรใช้เกณฑ์จากผู้ป่วยคนอื่นแทน
หากมีไข้ ไอมาก เจ็บคอ มีแผลติดเชื้อ หรือมีอาการป่วยใหม่ในช่วงใกล้ผ่าตัด ให้แจ้งทีมรักษา อาจต้องเลื่อนการผ่าตัดหากความเสี่ยงจากการดมยาสลบหรือการติดเชื้อสูงขึ้น
สิ่งที่ควรเตรียมไปโรงพยาบาล
- บัตรประจำตัวและเอกสารสิทธิการรักษา
- ผลตรวจและแผ่นภาพถ่ายรังสีที่โรงพยาบาลขอ
- รายชื่อยา โรคประจำตัว และประวัติแพ้ยา
- เสื้อผ้าที่สวมง่ายและไม่ต้องยกแขนหรือก้มมาก
- อุปกรณ์ช่วยเดินที่ใช้อยู่
- ผู้ดูแลสำหรับเดินทางกลับและช่วยในระยะแรก
ควรจัดบ้านล่วงหน้าให้ของใช้จำเป็นอยู่ในระดับหยิบง่าย ลดสิ่งที่ทำให้สะดุด และวางแผนเรื่องอาหาร การเดินทาง และงานบ้าน เพราะช่วงแรกอาจยังยกของ ขับรถ หรือก้มบิดตัวไม่ได้ตามปกติ
ขั้นตอนการผ่าตัด
ลำดับจริงอาจต่างกันตามตำแหน่ง จำนวนระดับ และเทคนิคของศัลยแพทย์ แต่โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้
- ยืนยันตำแหน่งและให้ยาระงับความรู้สึก
ทีมผ่าตัดตรวจยืนยันตัวผู้ป่วย ตำแหน่ง และแผนการผ่าตัด จากนั้นวิสัญญีแพทย์ให้ยาดมสลบ คุณจะหลับและไม่รู้สึกเจ็บระหว่างผ่าตัด
- จัดท่าและใช้ภาพเอกซเรย์นำทาง
ศัลยแพทย์จัดท่าให้เข้าถึงกระดูกสันหลังได้อย่างปลอดภัย และใช้ภาพเอกซเรย์ระหว่างผ่าตัดเพื่อยืนยันระดับและตำแหน่งของข้อเทียม (Cleveland Clinic)
- เปิดแผลเพื่อเข้าถึงกระดูกสันหลัง
หากผ่าตัดคอ มักเปิดแผลด้านหน้าคอ แล้วแยกผ่านชั้นเนื้อเยื่อโดยเลื่อนหลอดลมและหลอดอาหารออกด้านข้างชั่วคราว หากผ่าตัดเอว มักเข้าทางหน้าท้องและต้องระวังหลอดเลือดใหญ่รวมถึงอวัยวะใกล้เคียง
- นำหมอนรองกระดูกที่เสียออก
ศัลยแพทย์นำเนื้อหมอนรองกระดูกออก พร้อมกำจัดส่วนที่กดรากประสาทหรือไขสันหลัง อาจตัดกระดูกงอกบางส่วนเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้เส้นประสาท
- เตรียมผิวกระดูก
ปรับช่องว่างระหว่างกระดูกและเตรียมผิวกระดูกให้เหมาะกับขนาดข้อเทียม ขั้นตอนนี้ต้องรักษาแผ่นกระดูกปลายข้อให้แข็งแรง เพราะความเสียหายต่อบริเวณนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ข้อเทียมจะทรุด
- ใส่หมอนรองกระดูกเทียม
ศัลยแพทย์เลือกขนาดและวางข้อเทียมให้อยู่กึ่งกลางในตำแหน่งที่เหมาะสม จากนั้นตรวจด้วยภาพเอกซเรย์ ข้อเทียมไม่ได้เหมือนกันทุกชนิด แต่มีเป้าหมายร่วมกันคือรองรับช่องว่างและอนุญาตให้เกิดการเคลื่อนไหวในระดับที่ผ่าตัด
- ตรวจความมั่นคงและปิดแผล
เมื่อยืนยันตำแหน่งแล้ว ทีมผ่าตัดนำเนื้อเยื่อกลับเข้าที่ ห้ามเลือด และปิดแผล บางกรณีอาจใส่สายระบายชั่วคราวตามดุลยพินิจของศัลยแพทย์
หลังผ่าตัด คุณจะไปห้องพักฟื้นเพื่อเฝ้าดูการหายใจ ความดัน ชีพจร อาการปวด กำลังแขนขา และความรู้สึก หากผ่าตัดคอ ทีมรักษาจะให้ความสำคัญกับการบวมบริเวณคอ การกลืน และทางเดินหายใจด้วย
ใช้เวลานานแค่ไหน
แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าการผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกอาจใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงกรอบจากแนวทางต่างประเทศ ไม่ใช่เวลาตายตัวในประเทศไทย ระยะจริงขึ้นกับตำแหน่ง จำนวนระดับ พังผืดจากการผ่าตัดเดิม ลักษณะหลอดเลือด และความซับซ้อนของการกดเส้นประสาท (Penn Medicine)
เวลาที่อยู่ในห้องผ่าตัดอาจนานกว่าเวลาที่ศัลยแพทย์ลงมือ เพราะรวมการเตรียม การดมยาสลบ การจัดท่า และการปลุกหลังผ่าตัด การผ่าตัดนี้ทำภายใต้การดมยาสลบ
บางคนอาจกลับได้หลังเฝ้าดูอาการช่วงสั้น แต่หลายคนต้องพักโรงพยาบาลอย่างน้อยข้ามคืน โดยเฉพาะการผ่าตัดส่วนเอว การผ่าตัดหลายระดับ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว แหล่งข้อมูลต่างประเทศรายงานช่วงพักโรงพยาบาลประมาณ 1-3 วัน แต่การปฏิบัติในไทยขึ้นกับโรงพยาบาล ตำแหน่งผ่าตัด และอาการหลังผ่าตัด (Penn Medicine)
ก่อนกลับบ้าน ทีมรักษาจะตรวจว่าอาการปวดควบคุมได้ เดินและเข้าห้องน้ำได้ตามสมควร ไม่มีความผิดปกติทางระบบประสาทใหม่ และรับประทานอาหารหรือน้ำได้อย่างปลอดภัย คุณควรมีผู้ดูแลพากลับ ไม่ควรขับรถเอง
พักฟื้นนานแค่ไหน
การฟื้นตัวไม่ได้ขึ้นกับแผลภายนอกเพียงอย่างเดียว แม้แผลอาจดูดีขึ้นเร็ว แต่เนื้อเยื่อรอบกระดูกสันหลังและตำแหน่งข้อเทียมยังต้องปรับตัว จึงควรเพิ่มกิจกรรมตามแผนของศัลยแพทย์
| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่มักเกิดขึ้น | สิ่งที่ควรระวัง |
| วันแรกถึงช่วงต้นหลังผ่าตัด | เริ่มลุก ยืน และเดินระยะสั้นตามคำแนะนำ อาจปวดแผล ตึงคอหรือหลัง | เวียนศีรษะ แขนขาอ่อนแรงใหม่ กลืนหรือหายใจผิดปกติ |
| ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก | เดินในบ้านและทำกิจวัตรเบาๆ ได้มากขึ้น แผลเริ่มแห้ง | ไม่ยกของหนัก ไม่ก้มบิดหรือออกแรงกระแทก |
| ช่วง 2-6 สัปดาห์ | บางคนกลับไปทำงานเบาหรืองานโต๊ะได้ หากอาการและแผลเอื้อ | การขับรถ งานใช้แรง และการนั่งนานต้องให้แพทย์ประเมิน |
| ช่วง 6-12 สัปดาห์ | ค่อยๆ เพิ่มกิจกรรมและการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ | ยังไม่ควรกลับไปเล่นกีฬาหนักเองโดยไม่มีการอนุญาต |
| หลังประมาณ 3 เดือน | ผู้ป่วยจำนวนมากกลับสู่กิจกรรมทั่วไปได้มากขึ้น | ผู้ที่ผ่าตัดหลายระดับหรือทำงานหนักอาจต้องใช้เวลานานกว่า |
ช่วงเวลาในตารางเป็นกรอบกว้างจากการปฏิบัติทั่วไปและแหล่งข้อมูลต่างประเทศ ซึ่งระบุว่ากิจกรรมตามปกติอาจกลับมาได้ภายในประมาณ 3 เดือน และมักจำกัดการขับรถ ยกของหนัก ก้ม และบิดในช่วงประมาณ 4-6 สัปดาห์แรก (Penn Medicine) กำหนดของคุณอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ตามตำแหน่งที่ผ่าตัด ภาพเอกซเรย์ อาการทางระบบประสาท และลักษณะงาน
อาการที่พบได้ในช่วงแรก
หลังผ่าตัดคออาจมีเจ็บคอ เสียงแหบ หรือกลืนติดเล็กน้อยจากการเลื่อนหลอดลมและหลอดอาหารระหว่างผ่าตัด อาการควรค่อยๆ ดีขึ้น หากกลืนไม่ได้ สำลักมาก คอบวมเร็ว หรือหายใจลำบาก ต้องกลับโรงพยาบาลทันที
หลังผ่าตัดเอวอาจแน่นท้อง ท้องอืด หรือการทำงานของลำไส้ช้าลงชั่วคราว ทีมรักษาจะค่อยๆ ปรับอาหารตามการฟื้นตัว อาการปวดแผลหน้าท้องไม่จำเป็นต้องสะท้อนว่าเส้นประสาทแย่ลง แต่ถ้าปวดรุนแรงขึ้น หน้าท้องบวม หรือมีอาการหน้ามืด ควรได้รับการตรวจ
อาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงอาจไม่หายทันที เส้นประสาทที่ถูกกดมานานต้องใช้เวลาฟื้น และบางส่วนอาจฟื้นไม่เต็มที่ ศัลยแพทย์จะประเมินแนวโน้มจากอาการก่อนผ่าตัด ระยะเวลาที่เส้นประสาทถูกกด และผลตรวจหลังผ่าตัด
การกลับไปทำงานและขับรถ
งานโต๊ะอาจกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องยกของ ปีนป่าย ขับรถเป็นเวลานาน หรือใช้เครื่องจักร หากต้องนั่งนาน ควรเปลี่ยนอิริยาบถและเดินเป็นระยะตามที่ทีมรักษาแนะนำ
ยังไม่ควรขับรถหากคอหมุนได้ไม่เพียงพอ มีอาการชาหรืออ่อนแรง ใช้ยาที่ทำให้ง่วง หรือยังเบรกฉุกเฉินไม่ได้อย่างมั่นใจ ศัลยแพทย์เป็นผู้กำหนดเวลาที่เหมาะสมจากการตรวจร่างกายและความคืบหน้าหลังผ่าตัด
อุปกรณ์พยุงคอหรือหลังไม่ได้จำเป็นกับทุกคน หากได้รับอุปกรณ์ ควรใช้ตามระยะเวลาที่ศัลยแพทย์กำหนด การใส่นานเกินจำเป็นอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ส่วนการหยุดใช้เร็วเกินไปอาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยบางราย
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดมีเป้าหมายลดการกดเส้นประสาทและรักษาการเคลื่อนไหว แต่ไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ได้ ความเสี่ยงขึ้นกับตำแหน่ง ระดับที่ผ่าตัด โครงสร้างของผู้ป่วย โรคประจำตัว และประสบการณ์ของทีมรักษา
ความเสี่ยงทั่วไปของการผ่าตัด
- เลือดออกหรือเกิดก้อนเลือด
- แผลติดเชื้อหรือติดเชื้อรอบข้อเทียม
- แพ้ยาหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ
- ลิ่มเลือดที่ขาหรือเคลื่อนไปปอด
- แผลหายช้า
- ปวดต่อเนื่อง หรืออาการเดิมดีขึ้นไม่เต็มที่
- ต้องผ่าตัดเพิ่มเติมหากเกิดภาวะแทรกซ้อนหรืออาการกลับมา
ความเสี่ยงต่อเส้นประสาทและไขสันหลัง
อาจเกิดการบาดเจ็บต่อรากประสาท ไขสันหลัง หรือเยื่อหุ้มไขสันหลัง ทำให้ปวด ชา อ่อนแรง หรือการควบคุมการขับถ่ายผิดปกติ ความรุนแรงมีได้ตั้งแต่อาการชั่วคราวจนถึงความผิดปกติถาวร แม้ภาวะรุนแรงจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติ แต่ควรเข้าใจก่อนให้ความยินยอมผ่าตัด
ความเสี่ยงเฉพาะของการผ่าตัดส่วนคอ
- กลืนลำบากหรือเสียงแหบ
- การบาดเจ็บต่อเส้นประสาทที่ควบคุมเสียง
- การบาดเจ็บต่อหลอดอาหาร หลอดลม หรือหลอดเลือด
- คอบวมจากเลือดคั่ง ซึ่งอาจกดทางเดินหายใจ
- น้ำไขสันหลังรั่ว
- อาการจากเส้นประสาทหรือไขสันหลังยังคงอยู่
ความเสี่ยงเฉพาะของการผ่าตัดส่วนเอว
- การบาดเจ็บต่อหลอดเลือดใหญ่ในช่องท้อง
- การบาดเจ็บต่ออวัยวะหรือท่อไตที่อยู่ใกล้ทางเข้าผ่าตัด
- ลำไส้ทำงานช้าหรืออุดกั้นหลังผ่าตัด
- เส้นประสาทอัตโนมัติบริเวณหน้ากระดูกสันหลังอาจบาดเจ็บ โดยเฉพาะในการผ่าตัดเอวทางหน้าท้อง ผู้ชายอาจเกิดการหลั่งย้อนเข้ากระเพาะปัสสาวะหรือไม่หลั่งและมีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ ควรหารือเรื่องการมีบุตรและทางเลือกเก็บอสุจิก่อนผ่าตัดหากเกี่ยวข้อง
- ปวดหลังหรือปวดร้าวต่อเนื่อง แม้ตำแหน่งข้อเทียมเหมาะสม
ภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับข้อเทียม
- ข้อเทียมทรุดลงในกระดูก
- ข้อเทียมเคลื่อน หลุด หรืออยู่ผิดตำแหน่ง
- ข้อเทียมหลวม สึก หรือเสียหาย
- กระดูกงอกผิดตำแหน่งรอบข้อเทียม ทำให้การเคลื่อนไหวลดลง
- แนวกระดูกสันหลังเปลี่ยนหรือเกิดความไม่มั่นคง
- เกิดการกดเส้นประสาทซ้ำ
- ต้องผ่าตัดแก้ไข เปลี่ยนข้อเทียม หรือเปลี่ยนเป็นการเชื่อมข้อ
อัตราการทรุดแตกต่างกันตามตำแหน่ง ชนิดข้อเทียม นิยาม และระยะติดตาม โดยศัลยแพทย์จะประเมินความเสี่ยงเฉพาะรายจากคุณภาพกระดูก โครงสร้างของกระดูกสันหลัง และแผนการผ่าตัด (PubMed Central)
การเลือกผู้ป่วยให้เหมาะ วางข้อเทียมให้ตรงขนาด และรักษาผิวกระดูกระหว่างผ่าตัดช่วยลดความเสี่ยงบางส่วนได้ แต่ไม่อาจกำจัดความเสี่ยงทั้งหมด
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินหากมีอาการต่อไปนี้
| อาการ | เหตุผลที่ต้องรีบประเมิน |
| หายใจลำบาก คอบวมเร็ว หรือรู้สึกทางเดินหายใจตีบ | อาจมีก้อนเลือดหรือการบวมกดทางเดินหายใจ |
| แขนหรือขาอ่อนแรงใหม่ หรืออ่อนแรงมากขึ้น | อาจมีการกดหรือบาดเจ็บต่อเส้นประสาท |
| เดินไม่ได้ ทรงตัวแย่ลงอย่างชัดเจน | ต้องตรวจไขสันหลังและระบบประสาท |
| กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือปัสสาวะไม่ออก | อาจเป็นภาวะกดเส้นประสาทฉุกเฉิน |
| ไข้ร่วมกับแผลแดง ร้อน บวม มีหนอง หรือปวดมากขึ้น | อาจมีการติดเชื้อ |
| ของเหลวใสไหลจากแผล ปวดศีรษะมากเมื่อยืน | อาจเกี่ยวข้องกับน้ำไขสันหลังรั่ว |
| เจ็บหน้าอก หอบฉับพลัน ไอเป็นเลือด | อาจเป็นลิ่มเลือดไปปอดหรือภาวะหัวใจ |
| ขาข้างหนึ่งบวม แดง ร้อน หรือเจ็บน่อง | อาจเกิดลิ่มเลือดที่ขา |
| ปวดท้องรุนแรง ท้องบวม หน้ามืด หรือเป็นลม | ต้องประเมินเลือดออกหรือปัญหาในช่องท้อง |
| กลืนไม่ได้ สำลักบ่อย หรือเสียงเปลี่ยนรุนแรงขึ้น | ต้องตรวจการบวมและโครงสร้างบริเวณคอ |
ไม่ควรรอดูอาการหายใจลำบาก อ่อนแรงเฉียบพลัน หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ให้ใช้บริการฉุกเฉินทันที
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมไม่ใช่คำตอบแรกสำหรับทุกคน และไม่ใช่ทางเลือกเดียวเมื่อจำเป็นต้องผ่าตัด
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
หากไม่มีการกดไขสันหลังรุนแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรงที่แย่ลง หรือภาวะฉุกเฉิน ศัลยแพทย์อาจแนะนำให้ลองวิธีต่อไปนี้ก่อน
- ปรับกิจกรรมและท่าทาง ลดการยกของหรือท่าที่กระตุ้นอาการ
- กายภาพบำบัดเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการควบคุมแนวกระดูกสันหลัง
- ยาบรรเทาปวดหรือยาลดการอักเสบตามความเหมาะสม
- การฉีดยาบริเวณรอบเส้นประสาทหรือช่องกระดูกสันหลังในผู้ป่วยที่คัดเลือกแล้ว
- ควบคุมน้ำหนัก หยุดสูบบุหรี่ และจัดสภาพการทำงาน
- เฝ้าติดตาม หากอาการไม่รุนแรงและระบบประสาทยังคงที่
วิธีเหล่านี้อาจช่วยควบคุมอาการ แต่ไม่ได้ทำให้ความเสื่อมทางกายวิภาคย้อนกลับทั้งหมด หากมีอาการอ่อนแรงเพิ่มขึ้น เดินผิดปกติ หรือไขสันหลังถูกกด การรอรักษาโดยไม่ผ่าตัดอาจไม่เหมาะ
ทางเลือกการผ่าตัด
| วิธี | หลักการ | อาจเหมาะเมื่อ |
| ตัดหมอนรองกระดูกและเชื่อมข้อ | นำส่วนกดเส้นประสาทออก แล้วทำให้กระดูกระดับนั้นเชื่อมติดกัน | กระดูกไม่มั่นคง ข้อด้านหลังเสื่อมมาก กระดูกพรุนบางลักษณะ หรือแนวกระดูกผิดรูป |
| ผ่าตัดขยายช่องทางเส้นประสาท | เอากระดูกหรือเนื้อเยื่อที่กดเส้นประสาทออก โดยไม่เปลี่ยนหมอนรองทั้งหมด | การกดเส้นประสาทอยู่ในตำแหน่งที่แก้ได้ด้วยการคลายแรงกดเฉพาะจุด |
| ผ่าตัดจากด้านหลัง | คลายแรงกดหรือปรับความมั่นคงจากด้านหลัง | มีการกดหลายระดับหรือกายวิภาคไม่เหมาะกับทางด้านหน้า |
| การผ่าตัดแบบผสม | ใช้ข้อเทียมบางระดับและเชื่อมข้อบางระดับ | แต่ละระดับมีสภาพต่างกันและไม่เหมาะกับวิธีเดียวทั้งหมด |
การเปรียบเทียบข้อเทียมกับการเชื่อมข้อไม่ควรมองเพียงเรื่อง “เคลื่อนไหวได้หรือไม่ได้” การเชื่อมข้ออาจเหมาะกว่าเมื่อกระดูกสันหลังไม่มั่นคงหรือมีข้อเสื่อมรุนแรง ส่วนข้อเทียมอาจเหมาะเมื่อระดับที่จะผ่าตัดยังมีโครงสร้างรองรับดี ศัลยแพทย์จะพิจารณาภาพถ่าย อายุ สุขภาพกระดูก จำนวนระดับ และรูปแบบอาการร่วมกัน (PubMed Central)
สิทธิการรักษา
การได้รับความคุ้มครองขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลตามสิทธิ รายการอุปกรณ์ที่ระบบอนุมัติ และเงื่อนไขของแต่ละกองทุน การที่แพทย์เห็นว่าควรผ่าตัดไม่ได้แปลว่าอุปกรณ์หรือเทคนิคทุกชนิดจะอยู่ในสิทธิโดยอัตโนมัติ
ประกันสังคม
เริ่มสอบถามที่โรงพยาบาลตามสิทธิของคุณ โรงพยาบาลจะประเมินข้อบ่งชี้และพิจารณาว่าสามารถให้การรักษาเองหรือต้องส่งต่อ ควรถามให้ชัดว่า
- การผ่าตัดและข้อเทียมที่แพทย์เสนออยู่ในสิทธิหรือไม่
- ต้องมีหนังสือส่งตัวหรือการอนุมัติล่วงหน้าหรือไม่
- หากข้อเทียมบางชนิดไม่อยู่ในรายการ มีทางเลือกการรักษาใดบ้าง
- การตรวจ ภาพถ่ายรังสี กายภาพบำบัด และการติดตามหลังผ่าตัดครอบคลุมอย่างไร
บัตรทอง
ติดต่อหน่วยบริการประจำก่อน เว้นแต่เป็นเหตุฉุกเฉิน หน่วยบริการอาจส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศัลยแพทย์กระดูกสันหลังและอุปกรณ์เหมาะสม ควรนำผลตรวจเดิมไปด้วยและสอบถามเรื่องขั้นตอนส่งต่อ รวมถึงเงื่อนไขของข้อเทียมที่ใช้ได้ภายใต้สิทธิ
ประกันสุขภาพเอกชน
ขอให้โรงพยาบาลส่งแผนการรักษาและเอกสารเพื่อขออนุมัติก่อนผ่าตัด ตรวจเงื่อนไขเรื่องโรคที่เป็นมาก่อน ระยะรอ ความจำเป็นทางการแพทย์ วงเงินอุปกรณ์ ระยะพักโรงพยาบาล และการทำกายภาพหลังผ่าตัด
ควรถามบริษัทประกันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าคุ้มครองทั้งค่าผ่าตัด การดมยาสลบ ข้อเทียม ภาพถ่ายระหว่างผ่าตัด และการผ่าตัดแก้ไขหากเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ อย่าอาศัยเพียงคำตอบทั่วไปว่าคุ้มครอง “การผ่าตัดกระดูกสันหลัง”
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมต่างจากการเชื่อมข้ออย่างไร
ข้อเทียมออกแบบให้ระดับที่ผ่าตัดยังเคลื่อนไหวได้ ส่วนการเชื่อมข้อทำให้กระดูกระดับนั้นยึดติดกันและไม่เคลื่อนไหว วิธีใดเหมาะกว่าขึ้นกับความมั่นคง สุขภาพกระดูก ข้อด้านหลัง และจำนวนระดับที่มีปัญหา
ผ่าตัดแล้วอาการปวดจะหายทั้งหมดหรือไม่
ไม่สามารถรับประกันว่าอาการปวดจะหายทั้งหมด เพราะอาการอาจมาจากหลายโครงสร้าง การผ่าตัดมีโอกาสช่วยมากกว่าเมื่ออาการและผลตรวจชี้ไปยังหมอนรองกระดูกระดับเดียวกันอย่างชัดเจน
หมอนรองกระดูกเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน
ยังไม่มีอายุใช้งานเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นกับชนิดอุปกรณ์ ตำแหน่ง การใช้งาน น้ำหนัก สุขภาพกระดูก และระยะติดตาม ข้อเทียมอาจเกิดการสึก หลวม ทรุด หรือเคลื่อน และบางคนอาจต้องผ่าตัดแก้ไขในอนาคต
ใส่หมอนรองกระดูกเทียมแล้วคอหรือหลังจะเคลื่อนไหวเหมือนเดิมหรือไม่
ข้อเทียมมีเป้าหมายคงการเคลื่อนไหวของระดับที่ผ่าตัด แต่ช่วงการเคลื่อนไหวอาจไม่เท่าเดิมทั้งหมด ความตึงของกล้ามเนื้อ ความเสื่อมระดับอื่น และกระดูกงอกรอบข้อเทียมอาจจำกัดการเคลื่อนไหวได้
ต้องใส่เฝือกคอหรืออุปกรณ์พยุงหลังหรือไม่
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน ศัลยแพทย์จะตัดสินจากตำแหน่ง จำนวนระดับ ความมั่นคงของข้อเทียม และคุณภาพกระดูก หากได้รับอุปกรณ์ ควรใช้ตามคำสั่ง ไม่ควรซื้อมาใส่ต่อเนื่องเอง
หลังผ่าตัดเดินได้เมื่อไร
ผู้ป่วยจำนวนมากเริ่มยืนและเดินระยะสั้นได้ตั้งแต่ช่วงต้นหลังผ่าตัดเมื่อสัญญาณชีพและกำลังแขนขาปลอดภัย (Penn Medicine) เวลาจริงขึ้นกับตำแหน่งผ่าตัด อาการเวียนศีรษะ ความปวด และการประเมินของทีมรักษา
กลับไปทำงานได้เมื่อไร
งานเบาหรืองานโต๊ะอาจกลับได้ในช่วงประมาณ 2-6 สัปดาห์ ส่วนงานยกของ ขับรถนาน หรือใช้แรงอาจต้องรอประมาณ 6-12 สัปดาห์หรือมากกว่า ช่วงนี้เป็นเพียงกรอบกว้างและต้องปรับตามผลตรวจหลังผ่าตัด
ขับรถได้เมื่อไร
ขับรถได้เมื่อหมุนคอหรือควบคุมลำตัวได้เพียงพอ แขนขาไม่อ่อนแรง ไม่ใช้ยาที่ทำให้ง่วง และสามารถตอบสนองฉุกเฉินได้ ศัลยแพทย์ควรเป็นผู้ยืนยันจากการตรวจ ไม่ควรตัดสินจากจำนวนวันเพียงอย่างเดียว
หลังผ่าตัดออกกำลังกายได้หรือไม่
ทำได้โดยค่อยๆ เพิ่มจากการเดินไปสู่การฟื้นฟูกล้ามเนื้อตามแผน แต่ควรหลีกเลี่ยงการยกหนัก วิ่ง กระโดด ก้มบิดแรง หรือกีฬาปะทะจนกว่าศัลยแพทย์จะประเมินตำแหน่งข้อเทียมและการฟื้นตัว
ถ้ามีกระดูกพรุนยังใส่หมอนรองกระดูกเทียมได้หรือไม่
กระดูกพรุนมักเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ไม่เหมาะกับข้อเทียม เพราะกระดูกอาจรองรับอุปกรณ์ได้ไม่ดีและเพิ่มความเสี่ยงการทรุด ศัลยแพทย์อาจตรวจความหนาแน่นของกระดูกและเสนอการเชื่อมข้อหรือแนวทางอื่นแทน
การผ่าตัดส่วนคอกับส่วนเอวมีความเสี่ยงเหมือนกันหรือไม่
มีทั้งความเสี่ยงร่วมและความเสี่ยงเฉพาะตำแหน่ง ส่วนคอเกี่ยวข้องกับหลอดลม หลอดอาหาร และไขสันหลัง ส่วนเอวเข้าทางหน้าท้องใกล้หลอดเลือดใหญ่และอวัยวะภายใน จึงต้องประเมินแยกกัน
หากเคยผ่าตัดกระดูกสันหลังมาก่อนยังทำได้หรือไม่
อาจทำได้ในบางกรณี แต่พังผืด ความมั่นคง แนวกระดูก และชนิดการผ่าตัดเดิมมีผลต่อความเหมาะสม ต้องดูภาพถ่ายรังสีและรายละเอียดการผ่าตัดเดิมก่อนตัดสินใจ
ถ้าไม่ผ่าตัดตอนนี้จะเป็นอันตรายหรือไม่
หากมีเพียงอาการปวดและระบบประสาทยังคงที่ อาจลองรักษาโดยไม่ผ่าตัดและติดตามได้ แต่ถ้ามีกล้ามเนื้ออ่อนแรงเพิ่มขึ้น เดินผิดปกติ มือไม่คล่อง หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ การชะลออาจทำให้เส้นประสาทเสียหายมากขึ้นและควรได้รับการประเมินเร่งด่วน
ควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ
ถามให้ชัดว่าอาการมาจากระดับใด เหตุใดข้อเทียมจึงเหมาะกว่าการเชื่อมข้อ คุณภาพกระดูกเพียงพอหรือไม่ จะผ่าตัดกี่ระดับ ความเสี่ยงเฉพาะของคุณคืออะไร และหากข้อเทียมมีปัญหาในอนาคตมีแผนแก้ไขอย่างไร นำภาพถ่ายและข้อมูลการรักษาเดิมไปประกอบการสนทนาด้วย
จำเป็นต้องขอความเห็นจากแพทย์อีกคนหรือไม่
คุณสามารถขอความเห็นเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะเมื่อมีหลายทางเลือก ต้องผ่าตัดหลายระดับ หรืออาการกับภาพถ่ายไม่สอดคล้องกัน ความเห็นเพิ่มเติมควรพิจารณาจากภาพถ่ายจริง ผลตรวจระบบประสาท และประวัติการรักษา ไม่ใช่เฉพาะรายงานภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว
อ้างอิง
- Cleveland Clinic. Cervical Disk Replacement: Purpose, Procedure & Recovery. ปรับปรุงข้อมูลปี 2024.
- Parish JM, Asher AM, Coric D. Complications and Complication Avoidance With Cervical Total Disc Replacement. *International Journal of Spine Surgery*. 2020;14(Suppl 2):S50-S56.
- Penn Medicine. Lumbar Disc Replacement Surgery. เข้าถึงข้อมูลจากบทความอ้างอิงเกี่ยวกับขั้นตอนและการพักฟื้น.
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Cervical Disk Replacement (CDR): Purpose, Procedure & Recovery — เกี่ยวกับ Artificial disc replacement — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Complications and Complication Avoidance With Cervical Total Disc ... — เกี่ยวกับ Artificial disc replacement — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Penn Medicine: Lumbar Disc Replacement Surgery — เกี่ยวกับ Artificial-disc replacement — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


