ตัดแขนขา
ตัดแขนขา (Amputation) คือการผ่าตัดนำแขน ขา มือ เท้า นิ้ว หรือบางส่วนของอวัยวะที่เสียหายรุนแรงออก เพื่อควบคุมการติดเชื้อ กำจัดเนื้อตายหรือเนื้องอก และป้องกันอันตรายต่อส่วนอื่นของร่างกาย การตัดสินใจนี้มักเกิดขึ้นเมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่าไม่สามารถรักษาอวัยวะส่วนนั้นไว้ได้อย่างปลอดภัย หรือการเก็บไว้มีความเสี่ยงต่อชีวิตมากกว่าการผ่าตัด
ประเด็นสำคัญ
- การตัดอวัยวะมักเป็นทางเลือกเมื่อเนื้อเยื่อเสียหายถาวร เลือดไปเลี้ยงไม่พอ มีการติดเชื้อที่ควบคุมไม่ได้ เนื้อตาย มะเร็งบางชนิด หรืออุบัติเหตุรุนแรง ไม่ใช่การรักษาแรกสำหรับทุกคน
- ศัลยแพทย์จะพยายามเก็บความยาว ข้อต่อ กล้ามเนื้อ ผิวหนัง เส้นเลือด และเส้นประสาทที่ยังแข็งแรงไว้ให้มากที่สุด โดยคำนึงถึงการสมานแผล การเคลื่อนไหว และการใช้อวัยวะเทียมในอนาคต
- การฟื้นตัวไม่ได้จบเมื่อแผลปิด ผู้ป่วยอาจต้องทำกายภาพบำบัด ฝึกทำกิจวัตร ปรับอุปกรณ์ช่วยเดิน ประเมินอวัยวะเทียม และรับการดูแลด้านความเจ็บปวดกับสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง
ตัดแขนขา คืออะไร
การผ่าตัดตัดอวัยวะ คือการนำอวัยวะทั้งหมดหรือบางส่วนออก โดยมักหมายถึงแขน ขา มือ เท้า หรือนิ้ว ศัลยแพทย์อาจตัดผ่านกระดูก หรือแยกอวัยวะตรงข้อต่อ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของโรค ขอบเขตของเนื้อเยื่อที่ยังมีชีวิต และระดับที่คาดว่าแผลจะสมานได้
เป้าหมายไม่ใช่เพียงนำส่วนที่เสียหายออก แต่ต้องสร้าง “ปลายอวัยวะที่เหลือ” ให้แข็งแรง รับแรงได้ และเหมาะต่อการฟื้นฟู ศัลยแพทย์จะพยายามรักษาเนื้อเยื่อปกติไว้ให้มากที่สุด ตัดเนื้อที่ติดเชื้อหรือตายออก จัดกระดูกและกล้ามเนื้อให้เหมาะสม ดูแลเส้นเลือดกับเส้นประสาท และใช้เนื้อเยื่ออ่อนปิดปลายกระดูก Cleveland Clinic
ระดับการผ่าตัดมีได้หลายแบบ เช่น
- ตัดนิ้วมือหรือนิ้วเท้าบางนิ้ว
- ตัดบางส่วนของมือหรือเท้า
- ตัดขาส่วนล่าง โดยเก็บข้อเข่าไว้
- ตัดเหนือข้อเข่า
- ตัดแขนส่วนปลาย โดยเก็บข้อศอกไว้
- ตัดเหนือข้อศอก
- ตัดผ่านข้อต่อ เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อมือ หรือข้อศอก
- ตัดอวัยวะหลายส่วนในกรณีอุบัติเหตุหรือโรครุนแรง
การเก็บข้อเข่าหรือข้อศอกไว้ได้มักช่วยให้การเคลื่อนไหวและการใช้อวัยวะเทียมง่ายขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเลือกตัดในระดับที่ต่ำกว่าได้ หากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ มีการติดเชื้อลุกลาม หรือผิวหนังไม่เพียงพอสำหรับปิดแผล ศัลยแพทย์อาจต้องเลือกตำแหน่งที่สูงขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสให้แผลสมาน
สาเหตุที่อาจนำไปสู่การผ่าตัด ได้แก่
- โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย ทำให้เลือดไปเลี้ยงแขนหรือขาไม่เพียงพอ
- เบาหวานร่วมกับปลายประสาทเสื่อม แผลเรื้อรัง การติดเชื้อ หรือเนื้อตาย
- แผลที่เท้าหรือนิ้วเท้าไม่หาย แม้ได้รับการดูแลแผลและรักษาสาเหตุแล้ว
- การติดเชื้อรุนแรงของผิวหนัง กล้ามเนื้อ กระดูก หรือข้อ
- อุบัติเหตุที่ทำให้เนื้อเยื่อ เส้นเลือด เส้นประสาท หรือกระดูกเสียหายเกินซ่อม
- แผลไหม้รุนแรงหรือความเย็นทำลายเนื้อเยื่ออย่างถาวร
- เนื้องอกมะเร็งที่ไม่สามารถตัดเฉพาะก้อนโดยเก็บอวัยวะไว้ได้อย่างเหมาะสม
การผ่าตัดอาจเป็นแบบฉุกเฉิน เช่น หลังอุบัติเหตุหรือเมื่อติดเชื้อคุกคามชีวิต หรือเป็นการผ่าตัดที่วางแผนล่วงหน้า ซึ่งมีเวลาตรวจหลอดเลือด ประเมินทางเลือกในการเก็บอวัยวะ วางแผนระดับผ่าตัด และเตรียมการฟื้นฟู
ใครควรทำ / ใครไม่ควรทำ
ผู้ที่แพทย์อาจพิจารณาให้ผ่าตัด
การผ่าตัดอาจจำเป็นเมื่ออวัยวะส่วนนั้นตาย กำลังจะตาย ใช้งานไม่ได้ หรือเป็นอันตรายต่อร่างกายส่วนอื่น ตัวอย่างสถานการณ์ที่พบบ่อย ได้แก่
| สถานการณ์ | เหตุผลที่อาจต้องผ่าตัด |
| เนื้อตายจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ | เนื้อเยื่อที่ตายแล้วไม่สามารถฟื้นกลับมา และอาจติดเชื้อ |
| แผลเบาหวานติดเชื้อรุนแรง | เชื้ออาจลุกลามเข้าเนื้อเยื่อ กระดูก หรือกระแสเลือด |
| อุบัติเหตุบดขยี้หรืออวัยวะขาด | เส้นเลือด กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นประสาทอาจเสียหายเกินซ่อม |
| การติดเชื้อควบคุมไม่ได้ | การนำแหล่งติดเชื้อออกอาจจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิต |
| มะเร็งกระดูกหรือเนื้อเยื่ออ่อนบางชนิด | อาจไม่สามารถตัดก้อนออกโดยเหลืออวัยวะที่ใช้งานได้และมีขอบเขตปลอดโรคเพียงพอ |
| อวัยวะสูญเสียความรู้สึกและเกิดแผลซ้ำ | แผลอาจถูกกดหรือบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัวและติดเชื้อเรื้อรัง |
แหล่งอ้างอิงทางคลินิกระบุว่าโรคหลอดเลือดส่วนปลาย ภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน แผลติดเชื้อที่ไม่หาย เนื้อตาย การติดเชื้อที่คุกคามชีวิต มะเร็ง และการบาดเจ็บรุนแรง เป็นสาเหตุสำคัญที่อาจนำไปสู่การตัดอวัยวะ Cleveland Clinic
ใครอาจยังไม่ต้องผ่าตัดทันที
การมีแผล เบาหวาน ปวดขา หรือหลอดเลือดตีบ ไม่ได้แปลว่าต้องตัดอวัยวะเสมอไป หากเนื้อเยื่อยังมีชีวิต การติดเชื้อควบคุมได้ และมีโอกาสฟื้นการไหลเวียนเลือด แพทย์อาจลองรักษาเพื่อเก็บอวัยวะก่อน เช่น
- ทำความสะอาดและตัดเฉพาะเนื้อตาย
- ใช้ยารักษาการติดเชื้อตามผลตรวจ
- เปิดหลอดเลือดหรือผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด
- ลดแรงกดบริเวณแผล
- ควบคุมเบาหวานและปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือด
- ซ่อมกระดูก เส้นเลือด เส้นประสาท หรือเนื้อเยื่อ
- ตัดก้อนมะเร็งแบบเก็บอวัยวะร่วมกับการรักษาอื่น
แนวทางเก็บอวัยวะอาจไม่เหมาะเมื่อการพยายามซ่อมมีโอกาสล้มเหลวสูง ต้องผ่าตัดหลายครั้ง หรือทำให้การติดเชื้อและเนื้อตายลุกลาม การตัดสินใจจึงต้องเปรียบเทียบทั้งโอกาสรักษาอวัยวะ ความเสี่ยงต่อชีวิต จำนวนการผ่าตัดที่อาจต้องทำ การใช้งานที่คาดว่าจะเหลือ และเป้าหมายของผู้ป่วย
ภาวะที่อาจทำให้ต้องเลื่อนหรือปรับแผน
ในกรณีไม่ฉุกเฉิน ทีมรักษาอาจต้องควบคุมภาวะบางอย่างก่อน เช่น ระดับน้ำตาลผิดปกติมาก ภาวะขาดสารอาหาร โรคหัวใจหรือปอดที่ยังไม่คงที่ การติดเชื้อที่อื่น หรือยาที่เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก อย่างไรก็ตาม ภาวะเหล่านี้ไม่ใช่ข้อห้ามตายตัว หากมีการติดเชื้อหรือเนื้อตายคุกคามชีวิต การผ่าตัดอาจต้องดำเนินการพร้อมกับแก้ไขภาวะดังกล่าว
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด
หากไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน การเตรียมตัวควรครอบคลุมทั้งร่างกาย การใช้ชีวิตหลังผ่าตัด และสภาพจิตใจ เพราะผลของการผ่าตัดมีมากกว่าเรื่องแผล
การประเมินก่อนผ่าตัด
แพทย์จะตรวจขอบเขตของเนื้อตาย การติดเชื้อ การไหลเวียนเลือด ความแข็งแรงของผิวหนัง และการทำงานของข้อที่อยู่เหนือบริเวณผ่าตัด การตรวจอาจรวมถึงเลือด ภาพถ่ายรังสี การตรวจหลอดเลือด หรือการตรวจชิ้นเนื้อ ขึ้นกับสาเหตุ
ประเด็นสำคัญที่ทีมรักษาต้องตอบให้ได้ ได้แก่
- ยังมีวิธีเก็บอวัยวะที่สมเหตุสมผลหรือไม่
- ควรตัดระดับใดจึงจะเอาเนื้อเสียออกได้หมดและแผลมีโอกาสสมาน
- สามารถเก็บข้อเข่าหรือข้อศอกไว้ได้หรือไม่
- หลังผ่าตัดผู้ป่วยมีเป้าหมายด้านการเดิน การทำงาน หรือการดูแลตนเองอย่างไร
- ต้องปรับบ้าน อุปกรณ์ช่วยเดิน หรือผู้ดูแลอย่างไร
- อวัยวะเทียมมีแนวโน้มเหมาะหรือไม่
หากมีเวลา ทีมฟื้นฟูอาจเริ่มประเมินก่อนผ่าตัด นักกายภาพบำบัดช่วยดูความแข็งแรง การทรงตัว และการเคลื่อนย้าย นักกิจกรรมบำบัดช่วยวางแผนกิจวัตรประจำวัน ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านอวัยวะเทียมช่วยอธิบายสิ่งที่เป็นไปได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องใช้อวัยวะเทียม Johns Hopkins Medicine
อาหารและการงดน้ำงดอาหาร
โรงพยาบาลจะบอกเวลาหยุดอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาผ่าตัด ชนิดยาระงับความรู้สึก และโรคประจำตัว อย่าใช้กำหนดจากการผ่าตัดครั้งก่อนแทนคำสั่งครั้งนี้ หากเป็นการผ่าตัดฉุกเฉิน ให้บอกทีมรักษาว่ากินหรือดื่มครั้งล่าสุดเมื่อใด
ภาวะโภชนาการมีผลต่อการสมานแผล แพทย์อาจประเมินน้ำหนัก การรับประทานอาหาร และภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่มีแผลเรื้อรัง ติดเชื้อ หรือเจ็บป่วยมานาน
ยาที่ต้องแจ้งแพทย์
นำรายชื่อยาทั้งหมดหรือถ่ายรูปฉลากยาไปด้วย รวมถึง
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- ยารักษาเบาหวาน รวมถึงยาฉีด
- ยาความดัน ยาหัวใจ และยาขับปัสสาวะ
- ยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบ
- สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม
- ยาที่เคยแพ้และลักษณะอาการแพ้
ยาบางชนิดต้องหยุดหรือปรับก่อนผ่าตัด แต่ไม่ควรหยุดเอง ศัลยแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์จะกำหนดเวลาตามชนิดยา เหตุผลที่ใช้ การทำงานของไต ความเสี่ยงเลือดออก และความเร่งด่วนของการผ่าตัด
การเตรียมตัวด้านอื่น
- งดสูบบุหรี่ให้เร็วที่สุด เพราะการสูบบุหรี่ลดการไหลเวียนเลือด ทำให้แผลหายช้า และเพิ่มปัญหาหลังผ่าตัด
- เตรียมบัตรประจำตัว เอกสารสิทธิรักษา รายชื่อยา และผลตรวจจากสถานพยาบาลเดิม
- ถอดเครื่องประดับบริเวณที่จะผ่าตัด และทำตามคำแนะนำเรื่องการอาบน้ำหรือดูแลผิวหนัง
- วางแผนผู้ดูแล การเดินทางกลับ บ้านที่มีบันได ห้องน้ำ และพื้นที่สำหรับรถเข็นหรืออุปกรณ์ช่วยเดิน
- แจ้งแพทย์หากมีไข้ ไอ เจ็บหน้าอก แผลใหม่ ผื่น หรือการติดเชื้อก่อนวันผ่าตัด
- พูดคุยเรื่องการเก็บหรือจัดการชิ้นอวัยวะตามระเบียบของโรงพยาบาล หากเรื่องนี้มีความสำคัญต่อความเชื่อของคุณ
ความกลัว เศร้า โกรธ หรือรู้สึกสูญเสียก่อนผ่าตัดเป็นปฏิกิริยาที่พบได้ ควรบอกทีมรักษาโดยตรง การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหรือเวชศาสตร์ฟื้นฟูตั้งแต่ก่อนผ่าตัดช่วยให้วางแผนรับมือได้เป็นรูปธรรม
ขั้นตอนการผ่าตัด
รายละเอียดต่างกันตามอวัยวะ ระดับผ่าตัด สาเหตุ และว่าเป็นเหตุฉุกเฉินหรือไม่ แต่ขั้นตอนหลักมักเป็นดังนี้
1. ระบุตำแหน่งและยืนยันแผน
ทีมผ่าตัดตรวจชื่อผู้ป่วย ข้างและตำแหน่งที่จะผ่าตัด เหตุผลของการผ่าตัด และแผนระดับการตัดอีกครั้ง ในบางกรณี ระดับจริงอาจต้องปรับจากแผนเดิมหากพบว่าเลือดไปเลี้ยงหรือเนื้อเยื่อไม่ดีพอ
2. ให้ยาระงับความรู้สึก
การผ่าตัดใหญ่โดยทั่วไปใช้ยาสลบ หรือใช้การระงับความรู้สึกเฉพาะส่วนร่วมกับยาช่วยผ่อนคลาย วิธีที่เหมาะขึ้นกับตำแหน่งผ่าตัด สุขภาพหัวใจและปอด ความเร่งด่วน และแผนควบคุมความปวด วิสัญญีแพทย์จะอธิบายทางเลือกก่อนผ่าตัดเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
3. ควบคุมเส้นเลือดและนำเนื้อเยื่อเสียออก
ศัลยแพทย์เปิดแผลและควบคุมเส้นเลือดเพื่อลดการเสียเลือด จากนั้นนำผิวหนัง กล้ามเนื้อ กระดูก และเนื้อเยื่อที่ตาย ติดเชื้อ หรือเป็นโรคออก โดยพยายามเก็บเนื้อเยื่อที่แข็งแรงไว้มากที่สุด
ในกรณีติดเชื้อรุนแรง อาจเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อหรือของเหลวส่งตรวจหาเชื้อ ในกรณีเนื้องอก อาจส่งชิ้นเนื้อให้พยาธิแพทย์ตรวจขอบเขตโรค
4. จัดกระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท
ปลายกระดูกจะถูกตัดและทำให้เรียบเพื่อลดจุดกด ศัลยแพทย์จัดกล้ามเนื้อให้คลุมปลายกระดูกและช่วยให้ปลายอวัยวะมั่นคง เส้นประสาทจะได้รับการจัดการเพื่อลดการระคายเคือง แม้จะไม่สามารถป้องกันอาการปวดเส้นประสาทหรือความรู้สึกหลอนจากอวัยวะที่หายไปได้ทั้งหมด
การผ่าตัดบางกรณีอาจมีเทคนิคเพิ่มเติมเพื่อจัดเส้นประสาทหรือเตรียมความพร้อมต่ออวัยวะเทียม แต่ไม่ได้จำเป็นหรือเหมาะกับทุกคน Cleveland Clinic
5. ปิดแผล
หากควบคุมการติดเชื้อได้และเนื้อเยื่อเหมาะสม ศัลยแพทย์อาจปิดแผลในการผ่าตัดครั้งนั้น แต่ถ้าแผลปนเปื้อนมาก บวมมาก หรือยังต้องประเมินเนื้อเยื่อ อาจเปิดแผลไว้ชั่วคราว ทำความสะอาดซ้ำ แล้วปิดในภายหลัง
อาจใส่สายระบายเลือดหรือของเหลว ใช้วัสดุปิดแผลเฉพาะ และพันผ้าเพื่อลดบวม รูปแบบขึ้นกับแผลและแนวทางของทีมรักษา
6. เฝ้าระวังหลังผ่าตัด
หลังออกจากห้องผ่าตัด ทีมจะติดตามการหายใจ ความดัน ชีพจร เลือดออก ความปวด และสภาพของแผล ผู้ป่วยบางรายต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดกว่าปกติ โดยเฉพาะผู้ที่ติดเชื้อรุนแรง เสียเลือดมาก หรือมีโรคหัวใจ ปอด ไต หรือหลอดเลือดร่วมด้วย
การป้องกันข้อยึดติดและกล้ามเนื้ออ่อนแรงเริ่มเร็วเมื่อสภาพร่างกายอนุญาต ทีมฟื้นฟูจะสอนท่านอน การเคลื่อนย้าย การใช้รถเข็นหรืออุปกรณ์ช่วยเดิน และการออกกำลังที่เหมาะกับระดับผ่าตัด
ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาผ่าตัดไม่มีช่วงเดียวที่ใช้ได้กับทุกกรณี การตัดนิ้วหรือเนื้อเยื่อเฉพาะส่วนมักใช้เวลาน้อยกว่าการตัดแขนหรือขาระดับใหญ่ ส่วนการบาดเจ็บซับซ้อน การติดเชื้อลุกลาม การซ่อมเส้นเลือด หรือการต้องทำหัตถการอื่นร่วมกันอาจใช้เวลานานกว่า
การอยู่โรงพยาบาลขึ้นกับปัจจัยต่อไปนี้
- ระดับและตำแหน่งที่ตัด
- เป็นการผ่าตัดฉุกเฉินหรือวางแผนไว้
- มีการติดเชื้อหรือภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดหรือไม่
- การไหลเวียนเลือดและการสมานแผล
- การควบคุมเบาหวาน ความปวด และโรคประจำตัว
- ความสามารถในการย้ายตัว เดิน หรือใช้รถเข็นอย่างปลอดภัย
- ความพร้อมของบ้าน ผู้ดูแล และแผนฟื้นฟู
การตัดอวัยวะขนาดเล็กบางชนิดอาจกลับบ้านได้เร็วเมื่ออาการคงที่ แต่การผ่าตัดระดับใหญ่หรือการติดเชื้อรุนแรงมักต้องนอนโรงพยาบาลและอาจต้องผ่าตัดซ้ำ ไม่มีข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงที่ใช้ในหน้านี้เพียงพอจะกำหนดจำนวนวันแบบเดียวสำหรับการรักษาในไทย ศัลยแพทย์จะประเมินหลังเห็นสภาพแผลและความสามารถในการเคลื่อนไหวจริง
พักฟื้นนานแค่ไหน
การพักฟื้นหลังตัดแขนขาใช้เวลาหลายระยะ แผลอาจดีขึ้นก่อนที่ความแข็งแรง การทรงตัว ความมั่นใจ และความสามารถทำงานจะกลับมา การฟื้นฟูหลังการตัดอวัยวะระดับใหญ่มักดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน และบางด้านต้องดูแลตลอดชีวิต
| ระยะโดยทั่วไป | สิ่งที่มักเกิดขึ้น |
| วันแรกหลังผ่าตัด | ควบคุมความปวด เฝ้าระวังเลือดออกและการติดเชื้อ เริ่มจัดท่าป้องกันข้อยึด |
| ช่วงแรกในโรงพยาบาล | ฝึกพลิกตัว ลุกนั่ง ย้ายตัว ใช้อุปกรณ์ช่วย และดูแลปลายอวัยวะ |
| หลังกลับบ้าน | ติดตามแผล ลดบวม เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ และปรับกิจวัตรให้ปลอดภัย |
| เมื่อแผลและรูปร่างปลายอวัยวะเหมาะสม | ประเมินอวัยวะเทียมหากมีเป้าหมายและร่างกายพร้อม |
| ระยะฟื้นฟูต่อเนื่อง | ฝึกเดินหรือใช้แขนเทียม ปรับอุปกรณ์ กลับไปทำงาน และดูแลสุขภาพจิต |
ตารางนี้เป็นภาพรวม ไม่ใช่กำหนดนัดส่วนบุคคล ผู้ที่ผ่าตัดนิ้วอาจกลับไปทำกิจกรรมบางอย่างเร็วกว่าผู้ที่ตัดขาระดับสูง ผู้มีเบาหวาน โรคหลอดเลือด สูบบุหรี่ ขาดสารอาหาร หรือติดเชื้อ อาจมีแผลหายช้ากว่า
การกลับไปทำงาน
งานนั่งโต๊ะอาจกลับได้ก่อนงานที่ต้องเดิน ยืน ยกของ ขับรถ หรือใช้เครื่องจักร แต่ไม่ควรกำหนดจากวันที่แผลดูแห้งเพียงอย่างเดียว ต้องดูความปวด การทรงตัว การใช้ยา ความสามารถขึ้นลงบันได การเข้าห้องน้ำ และความปลอดภัยในการเดินทางด้วย
ผู้ที่ทำงานใช้แรงอาจต้องปรับหน้าที่หรือสถานที่ทำงาน นักกิจกรรมบำบัดช่วยประเมินโต๊ะทำงาน เครื่องมือ การใช้มือข้างเดียว การเคลื่อนย้าย และวิธีลดการล้มได้
การใช้อวัยวะเทียม
ไม่ใช่ทุกคนต้องการหรือเหมาะกับอวัยวะเทียม การตัดสินใจขึ้นกับระดับผ่าตัด สุขภาพของแขนหรือขาอีกข้าง ความแข็งแรง หัวใจและปอด การทรงตัว ความคิดความจำ สภาพแผล และเป้าหมายชีวิต
โดยทั่วไปต้องรอให้แผลสมานและอาการบวมลดลงก่อนเริ่มใช้อวัยวะเทียมแบบถาวร แหล่งอ้างอิงด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูระบุว่าผู้ป่วยบางรายเริ่มกระบวนการนี้ได้เมื่อแผลหายดี ซึ่งมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ แต่ระยะจริงต่างกันมากและอาจนานขึ้นหากมีภาวะแทรกซ้อน Johns Hopkins Medicine
การมีอวัยวะเทียมไม่ได้หมายความว่าจะใช้งานได้ทันที ต้องมีการวัด ปรับเบ้า ฝึกลงน้ำหนัก ฝึกทรงตัว และตรวจผิวหนังสม่ำเสมอ รูปร่างปลายอวัยวะยังเปลี่ยนได้เมื่ออาการบวมลดหรือกล้ามเนื้อเปลี่ยน จึงอาจต้องปรับอุปกรณ์หลายครั้ง
ความรู้สึกจากอวัยวะที่หายไป
บางคนยังรู้สึกเหมือนนิ้ว มือ เท้า แขน หรือขายังอยู่ เรียกว่า “ความรู้สึกหลอน” และบางคนมีอาการปวดในส่วนที่ไม่มีแล้ว อาการนี้เป็นผลจากการทำงานของเส้นประสาทและสมอง ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยคิดไปเอง
การรักษาอาจประกอบด้วยยา กายภาพบำบัด การฝึกกระจก การจัดการความเครียด หรือวิธีรักษาเส้นประสาทอื่นตามลักษณะอาการ ควรบอกแพทย์หากปวดรบกวนการนอน การฟื้นฟู หรืออารมณ์
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การตัดอวัยวะเป็นการผ่าตัดใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากโรคหลอดเลือด เบาหวาน การติดเชื้อ หรืออุบัติเหตุรุนแรง ความเสี่ยงเฉพาะบุคคลขึ้นกับระดับผ่าตัด สุขภาพเดิม และความเร่งด่วน
ภาวะแทรกซ้อนระยะแรก
- เลือดออกหรือมีเลือดคั่ง
- แผลติดเชื้อหรือการติดเชื้อเดิมยังควบคุมไม่ได้
- ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ช็อก อวัยวะล้มเหลว และเสียชีวิต โดยความเสี่ยงสูงขึ้นในผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ติดเชื้อรุนแรง และผู้มีโรคประจำตัวหลายโรค
- ผิวหนังหรือเนื้อเยื่อขอบแผลตายจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ
- แผลแยกหรือแผลหายช้า
- ลิ่มเลือดอุดตันที่ขาหรือปอด
- ปอดอักเสบหรือภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนาน
- ปัญหาจากยาระงับความรู้สึก
- หัวใจ ไต หรือปอดทำงานแย่ลงในผู้ที่มีโรคเดิม
- ต้องทำความสะอาดแผลหรือตัดในระดับสูงขึ้น
แพทย์ต้องประเมินความเสี่ยงเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่ต้องตัดแขนขาระดับใหญ่ มีเนื้อตายหรือติดเชื้อรุนแรง หรือมีโรคหัวใจ ปอด ไต หรือหลอดเลือด และไม่ควรใช้ตัวเลขอัตราการเสียชีวิตจากข้อมูลต่างประเทศเป็นค่าตายตัวสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย
งานวิจัยจากโรงพยาบาลต่างประเทศรายงานการติดเชื้อแผลเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้หลังการตัดขา แต่ตัวเลขจากการศึกษานั้นไม่ควรนำมาใช้ทำนายความเสี่ยงของผู้ป่วยในไทย เพราะประชากร ระบบรักษา และความรุนแรงของโรคแตกต่างกัน Pan African Medical Journal
ภาวะแทรกซ้อนระยะต่อมา
- ปวดปลายอวัยวะที่เหลือ
- ปวดหรือรู้สึกเหมือนอวัยวะเดิมยังอยู่
- เส้นประสาทเกิดก้อนและเจ็บเมื่อกด
- ข้อยึดติด กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเสียการทรงตัว
- แผลกดทับจากรถเข็น อุปกรณ์พยุง หรืออวัยวะเทียม
- ผิวหนังถลอก ตุ่มพอง หรือแผลเรื้อรัง
- ปวดหลัง ปวดข้อ หรือใช้อวัยวะอีกข้างมากเกินไป
- หกล้ม
- ความเศร้า วิตกกังวล ภาวะเครียดหลังเหตุการณ์รุนแรง หรือการปรับตัวลำบาก
- โรคหลอดเลือดหรือเบาหวานดำเนินต่อและกระทบอวัยวะส่วนอื่น
การฟื้นฟูที่ดีต้องดูทั้งแผล ความเจ็บปวด การเคลื่อนไหว และอารมณ์ ทีมอาจประกอบด้วยศัลยแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด ผู้เชี่ยวชาญด้านอวัยวะเทียม พยาบาล นักโภชนาการ และผู้เชี่ยวชาญสุขภาพจิต Johns Hopkins Medicine
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที
หลังกลับบ้าน ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้
- เลือดออกมาก เลือดซึมไม่หยุด หรือผ้าปิดแผลชุ่มเร็ว
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หน้ามืด หรือหมดสติ
- ไข้ร่วมกับหนาวสั่น ซึมลง สับสน หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
- แผลแดง บวม ร้อน ปวดมากขึ้น หรือมีหนองและกลิ่นผิดปกติ
- ผิวหนังรอบแผลซีดคล้ำ ม่วง ดำ เย็น หรือเกิดตุ่มพอง
- แผลแยก ไหมเย็บหลุด หรือเห็นเนื้อเยื่อด้านใน
- ปวดรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือยาและวิธีที่ได้รับไม่ช่วย
- แขนหรือขาข้างที่เหลือบวม เจ็บ แดง หรือร้อนผิดปกติ
- อาเจียนต่อเนื่อง กินหรือดื่มไม่ได้ ปัสสาวะน้อยลง
- ระดับน้ำตาลผิดปกติร่วมกับซึม สับสน หายใจผิดปกติ หรือกินไม่ได้
- หกล้มและกระแทกบริเวณแผล
- มีความคิดทำร้ายตนเอง รู้สึกสิ้นหวังรุนแรง หรือไม่สามารถดูแลความปลอดภัยของตนเองได้
หากไม่แน่ใจว่าอาการรุนแรงเพียงใด ให้โทรหาหน่วยรักษาที่ผ่าตัดให้ โดยบอกวันผ่าตัด ตำแหน่งแผล อาการที่เปลี่ยนไป และยาที่กำลังใช้
ทางเลือกอื่น
การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบแรกเสมอไป ทางเลือกขึ้นกับว่าเนื้อเยื่อยังมีชีวิตหรือไม่ การติดเชื้อควบคุมได้เพียงใด และอวัยวะที่รักษาไว้จะใช้งานได้จริงหรือไม่
การรักษาเพื่อเก็บอวัยวะ
- เปิดหลอดเลือดด้วยสายสวนหรือผ่าตัดทำทางเบี่ยง เพื่อเพิ่มเลือดไปเลี้ยง
- ตัดเฉพาะเนื้อตายและดูแลแผลอย่างเป็นระบบ
- รักษาการติดเชื้อตามผลเพาะเชื้อและประเมินกระดูก
- ลดแรงกดที่แผลด้วยรองเท้า อุปกรณ์พยุง หรือการหลีกเลี่ยงลงน้ำหนัก
- ควบคุมเบาหวาน ความดัน ไขมัน และหยุดสูบบุหรี่
- ซ่อมกระดูก เส้นเลือด เส้นประสาท เอ็น หรือเนื้อเยื่อหลังอุบัติเหตุ
- ผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกแบบเก็บอวัยวะ ร่วมกับการรักษามะเร็งตามความเหมาะสม
การรักษาเพื่อเก็บอวัยวะอาจต้องทำหลายขั้นตอนและใช้เวลานาน จึงควรถามศัลยแพทย์อย่างตรงไปตรงมาว่าโอกาสเก็บอวัยวะมีมากน้อยเพียงใด จะเหลือการใช้งานแบบใด และความเสี่ยงหากลองรักษาต่อคืออะไร
การตัดเฉพาะส่วนเทียบกับตัดระดับสูงขึ้น
บางคนมีทางเลือกระหว่างตัดเฉพาะนิ้วหรือเท้าบางส่วนกับตัดในระดับสูงกว่า การเก็บความยาวไว้มากอาจช่วยด้านการใช้งาน แต่ถ้าเลือดไปเลี้ยงไม่ดีพอ แผลอาจไม่หายและต้องผ่าตัดซ้ำ ระดับที่เหมาะจึงไม่จำเป็นต้องเป็นระดับที่ต่ำที่สุด แต่เป็นระดับที่สมดุลระหว่างการเอาโรคออก การสมานแผล และการใช้งานระยะยาว
การดูแลประคับประคอง
ในผู้ที่มีโรครุนแรงมาก ร่างกายอ่อนแอ หรือไม่ต้องการรับการผ่าตัดใหญ่ อาจหารือเรื่องการดูแลประคับประคองเพื่อควบคุมความปวด กลิ่น แผล และอาการติดเชื้อ การเลือกนี้ต้องคุยถึงผลที่อาจเกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมีเนื้อตายหรือการติดเชื้อที่อาจคุกคามชีวิต
สิทธิการรักษา
ความคุ้มครองขึ้นกับสาเหตุ ความจำเป็นทางการแพทย์ สถานพยาบาลตามสิทธิ การส่งต่อ และรายการอุปกรณ์ฟื้นฟู ควรตรวจสอบทั้งสิทธิผ่าตัด การนอนโรงพยาบาล กายภาพบำบัด และอวัยวะเทียม เพราะอาจใช้เงื่อนไขต่างกัน
บัตรทอง
โดยทั่วไปต้องเริ่มที่หน่วยบริการประจำหรือใช้ระบบส่งต่อตามเงื่อนไข เว้นแต่เป็นภาวะฉุกเฉิน ควรถามว่าโรงพยาบาลใดรับผิดชอบการผ่าตัด การติดตามแผล การฟื้นฟู และการขออุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหวหรืออวัยวะเทียม
ประกันสังคม
ติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิและแจ้งประวัติการรักษา หากโรงพยาบาลนั้นไม่มีศักยภาพสำหรับการผ่าตัดหรือฟื้นฟู อาจต้องมีการส่งต่อ ควรตรวจสอบขั้นตอนล่วงหน้าในกรณีที่ไม่ฉุกเฉิน และเก็บเอกสารส่งตัว ผลตรวจ และใบรับรองที่เกี่ยวข้อง
สิทธิข้าราชการหรือสิทธิหน่วยงาน
การเบิกค่ารักษา อุปกรณ์ช่วยเดิน และอวัยวะเทียมอาจมีเงื่อนไขแยกกัน ถามหน่วยสิทธิของโรงพยาบาลว่าต้องมีใบสั่งอุปกรณ์ การประเมินจากแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือเอกสารรับรองใดบ้าง
ประกันสุขภาพเอกชน
ตรวจสอบว่ากรมธรรม์คุ้มครองโรคเดิม อุบัติเหตุ การผ่าตัด การฟื้นฟู และอุปกรณ์หรือไม่ คำว่า “คุ้มครองการผ่าตัด” ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์ทุกชนิดอยู่ในความคุ้มครองเดียวกัน ควรขอการยืนยันจากบริษัทประกันก่อนผ่าตัดเมื่อสถานการณ์ไม่ฉุกเฉิน
คำถามที่ควรถามหน่วยสิทธิหรือบริษัทประกัน ได้แก่
- ต้องมีใบส่งตัวหรืออนุมัติก่อนหรือไม่
- การฟื้นฟูผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกอยู่ในสิทธิหรือไม่
- รถเข็น ไม้ค้ำ อุปกรณ์พยุง และอวัยวะเทียมใช้สิทธิใด
- การปรับหรือเปลี่ยนอวัยวะเทียมในอนาคตมีเงื่อนไขอย่างไร
- ต้องใช้เอกสารจากศัลยแพทย์หรือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูอะไรบ้าง
จ่ายเอง ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน
หากต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด หรือจ่ายบางส่วน เช่น ส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือส่วนที่เกินวงเงินประกัน ควรขอใบประเมินค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ และถามให้ชัดว่ารวมค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าอุปกรณ์ และการตรวจติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระคือการผ่อน เช่น บริการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 10 เดือนของ HDcare
คำถามที่พบบ่อย
ตัดแขนขาแล้วต้องนอนโรงพยาบาลนานไหม
ระยะนอนโรงพยาบาลขึ้นกับระดับผ่าตัด การติดเชื้อ โรคประจำตัว และความสามารถเคลื่อนย้ายอย่างปลอดภัย โดยการผ่าตัดระดับใหญ่หรือกรณีฉุกเฉินมักต้องดูแลในโรงพยาบาลนานกว่าการตัดเฉพาะส่วนเล็กๆ
ก่อนตัดอวัยวะควรขอความเห็นจากแพทย์อีกคนไหม
ขอความเห็นเพิ่มเติมได้หากไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินและยังมีเวลาประเมินทางเลือก โดยเฉพาะเรื่องการเปิดหลอดเลือด การเก็บอวัยวะ ระดับที่จะตัด และแผนฟื้นฟู แต่ไม่ควรทำให้การรักษาช้าลงเมื่อมีการติดเชื้อหรือเนื้อตายคุกคามชีวิต
หลังผ่าตัดจะยังเจ็บบริเวณที่ตัดไปแล้วหรือไม่
อาจเกิดได้ทั้งความรู้สึกเหมือนอวัยวะยังอยู่และอาการปวดจากอวัยวะที่หายไป อาการมีตั้งแต่เล็กน้อยถึงรบกวนชีวิต และมีวิธีรักษาหลายแบบตามสาเหตุและความรุนแรง
ตัดขาแล้วทุกคนเดินด้วยขาเทียมได้ไหม
ไม่ใช่ทุกคนเหมาะกับขาเทียม เพราะต้องพิจารณาระดับที่ตัด ความแข็งแรง การทรงตัว สุขภาพหัวใจและปอด แผล แขนขาอีกข้าง และเป้าหมายของผู้ป่วย บางคนเคลื่อนไหวด้วยรถเข็นได้ปลอดภัยและเป็นอิสระมากกว่า
จะเริ่มใช้อวัยวะเทียมได้เมื่อไร
โดยทั่วไปเริ่มประเมินเมื่อแผลสมาน อาการบวมลดลง และร่างกายแข็งแรงพอ ซึ่งมักใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือมากกว่านั้นหากแผลหายช้า การกำหนดเวลาต้องอาศัยศัลยแพทย์ ทีมฟื้นฟู และผู้เชี่ยวชาญด้านอวัยวะเทียมร่วมกัน
ถ้าเป็นเบาหวานจะป้องกันไม่ให้ต้องตัดเพิ่มได้อย่างไร
ควบคุมระดับน้ำตาลตามแผนรักษา ตรวจเท้าทุกวัน หลีกเลี่ยงเดินเท้าเปล่า ใช้รองเท้าที่เหมาะสม ดูแลแผลเร็ว และรักษาโรคหลอดเลือดกับการสูบบุหรี่ การมีแผลใหม่ บวม แดง ร้อน หรือสีผิวเปลี่ยนควรได้รับการตรวจโดยเร็ว
หลังตัดขาข้างหนึ่ง อีกข้างมีความเสี่ยงหรือไม่
อาจมีความเสี่ยงหากสาเหตุเดิม เช่น เบาหวานหรือโรคหลอดเลือด ยังดำเนินอยู่ จึงต้องตรวจผิวหนัง ชีพจร การรับความรู้สึก รองเท้า และแผลของข้างที่เหลืออย่างต่อเนื่อง
แผลหายแล้วกลับไปทำงานได้ทันทีไหม
ไม่เสมอไป เพราะต้องประเมินความปวด การทรงตัว ความแข็งแรง การเดินทาง และลักษณะงานด้วย งานใช้แรง งานบนที่สูง งานขับรถ หรือเครื่องจักรมักต้องประเมินความปลอดภัยมากกว่างานนั่ง
ตัดอวัยวะแล้วขับรถได้หรือไม่
บางคนกลับไปขับรถได้หลังร่างกายฟื้นและผ่านการประเมินความปลอดภัย แต่อาจต้องปรับอุปกรณ์หรือเปลี่ยนวิธีควบคุมรถตามตำแหน่งที่ตัดและยาที่ใช้อยู่ ไม่ควรขับขณะยังใช้ยาที่ทำให้ง่วงหรือควบคุมรถได้ไม่เต็มที่
ความเศร้าหลังผ่าตัดเป็นเรื่องปกติไหม
ความเศร้า โกรธ วิตกกังวล หรือรู้สึกสูญเสียพบได้และสมควรได้รับการดูแล หากอาการต่อเนื่อง รบกวนการนอนหรือการฟื้นฟู หรือมีความคิดทำร้ายตนเอง ควรแจ้งทีมรักษาทันที
ต้องทำกายภาพบำบัดแม้ไม่ใช้อวัยวะเทียมหรือไม่
ควรทำ เพราะกายภาพบำบัดช่วยรักษากำลังกล้ามเนื้อ ป้องกันข้อติด ฝึกทรงตัว ลดการหกล้ม และฝึกใช้รถเข็นหรืออุปกรณ์ช่วยอย่างปลอดภัย ไม่ได้มีเป้าหมายเฉพาะการเตรียมใช้อวัยวะเทียม
ถ้าแผลไม่หายอาจต้องตัดเพิ่มหรือไม่
อาจจำเป็นหากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ การติดเชื้อยังอยู่ หรือเนื้อเยื่อตายเพิ่ม ศัลยแพทย์จะประเมินว่ารักษาแผลต่อ เปิดหลอดเลือด ทำความสะอาดซ้ำ หรือปรับระดับผ่าตัดเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า
ควรถามศัลยแพทย์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ
ควรถามว่ายังมีทางเลือกเก็บอวัยวะหรือไม่ เหตุใดจึงเลือกระดับนี้ โอกาสต้องผ่าตัดซ้ำมีอะไรเป็นตัวกำหนด หลังผ่าตัดคาดว่าจะเคลื่อนไหวแบบใด และจะเริ่มแผนฟื้นฟูเมื่อไร คำตอบควรอิงจากสภาพหลอดเลือด การติดเชื้อ การใช้งานเดิม และเป้าหมายชีวิตของคุณ ไม่ใช่จากชื่อการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลอ้างอิง
- Cleveland Clinic: Amputation: What It Is, Types, Risks & Recovery — เกี่ยวกับ Amputation — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- PubMed Central (U.S. National Library of Medicine): Indications and complications of lower extremity amputations in two… — เกี่ยวกับ Amputation — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
- Johns Hopkins Medicine: Amputation: Recovery and Rehabilitation — เกี่ยวกับ Amputation — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-24)
ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
หากมีอาการผิดปกติหลังผ่าตัด ควรติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที


