# เจ็บ คอ ยา แก้ อักเสบ 1000 mg

**ห้ามสรุปจากตัวเลข 1000 mg ว่าเป็นพาราเซตามอล ต้องตรวจชื่อสามัญและรูปแบบยาบนฉลากก่อนใช้ หากไม่ทราบว่าเป็นยาอะไรให้นำยาไปสอบถามเภสัชกร**

## ประเด็นสำคัญ

- **พาราเซตามอลช่วยลดอาการเจ็บคอและไข้ แต่ไม่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบแบบไอบูโพรเฟน และไม่ใช่ยาปฏิชีวนะสำหรับกำจัดเชื้อแบคทีเรีย**
- **เมื่อยืนยันแล้วว่าเป็นพาราเซตามอลชนิดออกฤทธิ์ทันที ผู้ใหญ่ทั่วไปใช้ 500–1,000 mg ต่อครั้ง ห่างอย่างน้อย 4–6 ชั่วโมง และไม่เกินขนาดสูงสุดบนฉลาก; หากเป็นยาออกฤทธิ์นานหรือรูปแบบพิเศษต้องใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำเภสัชกร**
- **ไอบูโพรเฟนชนิดเม็ดมีขนาด 200 mg และช่วยลดปวด ไข้ และอักเสบ แต่เสี่ยงแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร**

## สารบัญ

- [ยาแก้เจ็บคอ 1000 mg คือยาอะไร](#ยาแก้เจ็บคอ-1000-mg-คือยาอะไร)
- [ยาเหล่านี้ใช้บรรเทาอาการอะไรได้บ้าง](#ยาเหล่านี้ใช้บรรเทาอาการอะไรได้บ้าง)
- [ยาแก้ปวดไม่ได้รักษาอะไร](#ยาแก้ปวดไม่ได้รักษาอะไร)
- [ใครต้องห้ามใช้หรือควรระวัง](#ใครต้องห้ามใช้หรือควรระวัง)
- [ยามีผลข้างเคียงอะไรบ้าง](#ยามีผลข้างเคียงอะไรบ้าง)
- [ยามีปฏิกิริยากับยาอะไรบ้าง](#ยามีปฏิกิริยากับยาอะไรบ้าง)
- [ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาได้หรือไม่](#ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาได้หรือไม่)
- [ผู้ใหญ่ควรใช้ยาอย่างไร](#ผู้ใหญ่ควรใช้ยาอย่างไร)
- [เด็กควรใช้ยาอย่างไร](#เด็กควรใช้ยาอย่างไร)
- [หากใช้ยาเกินขนาดควรทำอย่างไร](#หากใช้ยาเกินขนาดควรทำอย่างไร)
- [คำถามที่พบบ่อย](#คำถามที่พบบ่อย)
- [คำถามที่ควรถามเภสัชกร](#คำถามที่ควรถามเภสัชกร)

## ยาแก้เจ็บคอ 1000 mg คือยาอะไร

**ตัวเลข 1000 mg เพียงอย่างเดียวไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นพาราเซตามอลหรือยาแก้อักเสบ เพราะยาหลายชนิดอาจมีความแรง 1000 mg** คำว่า 1000 mg บอกปริมาณตัวยา ไม่ได้บอกว่ายาแรงกว่า เหมาะกว่า หรือรักษาสาเหตุของอาการได้ ต้องตรวจชื่อสามัญและรูปแบบยาบนฉลากก่อนใช้ หากไม่ทราบว่าเป็นยาอะไรให้นำยาไปสอบถามเภสัชกร

ส่วนไอบูโพรเฟนเป็นยาแก้ปวด ลดไข้ และลดการอักเสบในกลุ่ม NSAIDs ยาเม็ดที่พบในข้อมูลฉลากมีไอบูโพรเฟน 200 mg ต่อเม็ด แม้ตัวเลขจะน้อยกว่า 1000 mg แต่เปรียบเทียบความแรงโดยดูตัวเลขตรงๆ ไม่ได้ เพราะเป็นคนละตัวยาและออกฤทธิ์ต่างกัน

### ยามีรูปแบบและความแรงอะไรบ้าง

ความแรงและรูปแบบที่มีจำหน่ายจริงในประเทศไทยอาจต่างกัน คุณต้องเลือกจากทะเบียนและฉลากของผลิตภัณฑ์จริง และอ่านชื่อสามัญ รูปแบบยา และปริมาณตัวยาบนฉลากทุกครั้ง โดยเฉพาะยาหวัดสูตรผสมซึ่งอาจมีพาราเซตามอลอยู่แล้ว หากไม่แน่ใจควรปรึกษาเภสัชกร

> **ชื่อสามัญสำคัญกว่าตัวเลขบนกล่อง:** ตรวจว่าตัวยาคือพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน อย่าเลือกจากคำว่า 1000 mg หรือ 200 mg เพียงอย่างเดียว

## ยาเหล่านี้ใช้บรรเทาอาการอะไรได้บ้าง

**พาราเซตามอลช่วยลดปวดคอและลดไข้ ส่วนไอบูโพรเฟนช่วยลดปวด ไข้ และการอักเสบ** ทั้งสองชนิดบรรเทาอาการชั่วคราว ไม่ได้บอกว่าอาการเกิดจากไวรัส แบคทีเรีย ภูมิแพ้ กรดไหลย้อน หรือการระคายเคือง

| อาการ | ยาที่อาจช่วยบรรเทา |
|---|---|
| เจ็บคอหรือปวดเมื่อย | พาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน |
| มีไข้ร่วมด้วย | พาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน |
| ปวดร่วมกับการอักเสบ | ไอบูโพรเฟน หากไม่มีข้อห้าม |
| เสี่ยงแผลหรือเลือดออกในกระเพาะ | หลีกเลี่ยงไอบูโพรเฟนจนได้รับการประเมิน |

ถ้าเจ็บคอไม่มาก คุณอาจจิบน้ำอุ่น ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนร่วมด้วย ยาไม่จำเป็นต้องใช้ทุกครั้งหากยังรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ

## ยาแก้ปวดไม่ได้รักษาอะไร

**ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ และไม่ทำให้อาการเจ็บคอจากไวรัสหายเร็วขึ้นโดยตรง** พาราเซตามอลกับไอบูโพรเฟนเพียงช่วยควบคุมปวด ไข้ หรือการอักเสบระหว่างที่ร่างกายฟื้นตัว

ยาปฏิชีวนะใช้กับการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดเท่านั้น ไม่ควรนำยาปฏิชีวนะเก่ามากินเองเมื่อเจ็บคอ เพราะอาการส่วนใหญ่สามารถเกิดจากไวรัส การใช้โดยไม่มีข้อบ่งใช้อาจทำให้ท้องเสีย คลื่นไส้ จุลชีพเสียสมดุล และเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยา

พาราเซตามอลยังไม่เหมาะสำหรับกลบอาการปวดกล้ามเนื้อผิดปกติที่เกิดระหว่างใช้ยาลดไขมันบางชนิด เพราะอาการดังกล่าวอาจสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อหรือไต หากปวดกล้ามเนื้อมาก อ่อนแรง หรือปัสสาวะสีเข้ม ควรได้รับการตรวจโดยเร็ว

## ใครต้องห้ามใช้หรือควรระวัง

**ห้ามใช้ยาที่คุณเคยแพ้ และไอบูโพรเฟนมีข้อห้ามมากกว่าพาราเซตามอล โดยเฉพาะผู้มีประวัติแพ้ NSAIDs แผลทางเดินอาหาร หรืออยู่ช่วงก่อนและหลังผ่าตัดหัวใจ**

ข้อควรตรวจสอบก่อนใช้มีดังนี้

1. **การแพ้ยา:** ห้ามใช้พาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟนหากเคยแพ้ตัวยานั้น ไอบูโพรเฟนอาจทำให้แพ้รุนแรงได้ โดยเฉพาะผู้ที่แพ้แอสไพรินหรือยาแก้ปวดลดไข้กลุ่ม NSAIDs
2. **แผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร:** ห้ามใช้ไอบูโพรเฟนหากมีแผลในกระเพาะหรือลำไส้ หรือกำลังมีเลือดออก เพราะยาสามารถทำให้แผลและเลือดออกรุนแรงขึ้น
3. **โรคไตเรื้อรัง:** ห้ามใช้ไอบูโพรเฟนเอง เพราะยาอาจทำให้ไตทำงานแย่ลง ส่วนผู้มีโรคไตที่ต้องการใช้พาราเซตามอลควรให้ผู้รักษากำหนดขนาดและช่วงห่าง
4. **โรคตับหรือดื่มหนักเป็นประจำ:** ต้องระวังพาราเซตามอล เพราะการใช้เกินขนาดอาจทำลายตับ และบางคนอาจต้องใช้ขนาดต่ำกว่าปกติ
5. **โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง หรือบวมน้ำ:** ไอบูโพรเฟนอาจเพิ่มความดันและความเสี่ยงต่อหัวใจหรือหลอดเลือด โดยเฉพาะเมื่อใช้ขนาดสูงหรือนาน
6. **โรคหอบหืด:** ผู้ที่เคยหอบกำเริบหลังใช้แอสไพรินหรือ NSAIDs ห้ามใช้ไอบูโพรเฟน เพราะอาจเกิดหลอดลมหดเกร็งรุนแรง
7. **การผ่าตัด:** ห้ามใช้ไอบูโพรเฟนก่อนหรือหลังการผ่าตัดหัวใจ ยายังทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง จึงต้องแจ้งทีมผ่าตัดหากกำลังใช้อยู่

### หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ได้หรือไม่

**หญิงตั้งครรภ์มักเลือกพาราเซตามอลเมื่อจำเป็น แต่ควรใช้ขนาดต่ำสุดที่ช่วยได้และใช้ช่วงสั้นที่สุด** ผู้มีโรคตับ ดื่มแอลกอฮอล์มาก หรือใช้ยาอื่นอยู่ควรตรวจสอบความเหมาะสมก่อน

หญิงตั้งครรภ์ห้ามใช้ไอบูโพรเฟนตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป เว้นแต่แพทย์เป็นผู้สั่ง เพราะอาจกระทบต่อทารกและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอด หากให้นมบุตร ควรตรวจตัวยาและยาที่ใช้อยู่ร่วมกันก่อนเลือกใช้

### เด็กใช้ยาเหล่านี้ได้หรือไม่

**เด็กต้องใช้ขนาดยาตามน้ำหนักและความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรแบ่งยา 1000 mg ของผู้ใหญ่ให้เด็กเอง** น้ำหนัก อายุ โรคประจำตัว และรูปแบบยาล้วนมีผลต่อขนาดที่เหมาะสม

สำหรับไอบูโพรเฟน ฉลากยาเม็ด 200 mg ที่อ้างอิงระบุให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีถามแพทย์ แต่ขนาดยารับประทานในเด็กยังควรคำนวณจากน้ำหนัก ไม่ใช่สร้างตารางตามช่วงอายุ ห้ามให้ปริมาตรเป็นมิลลิลิตรโดยไม่ตรวจความเข้มข้น เช่น 50 mg/1.25 mL หรือ 100 mg/5 mL เพราะปริมาตรเท่ากันอาจให้ตัวยาคนละขนาด

## ยามีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

**พาราเซตามอลมักมีผลข้างเคียงน้อยเมื่อใช้ถูกขนาด ส่วนไอบูโพรเฟนอาจทำให้ระคายท้อง คลื่นไส้ และเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในทางเดินอาหาร**

### ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

| ตัวยา | อาการที่อาจพบ |
|---|---|
| พาราเซตามอล | ผลข้างเคียงพบไม่บ่อยเมื่อใช้ถูกต้อง |
| ไอบูโพรเฟน | ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก หรือท้องเสีย |
| ไอบูโพรเฟน | แสบร้อนกลางอกหรือไม่สบายท้อง |
| ทั้งสองชนิด | ผื่นหรืออาการแพ้ยา |

หากไอบูโพรเฟนทำให้ไม่สบายท้อง อาจรับประทานพร้อมอาหารหรือนมได้ แต่การกินพร้อมอาหารไม่ได้ป้องกันแผลหรือเลือดออกทั้งหมด

### ผลข้างเคียงรุนแรงมีอะไรบ้าง

**หยุดยาและไปฉุกเฉินเมื่อหายใจลำบาก หน้าหรือลิ้นบวม หมดสติ อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ เจ็บหน้าอก หรืออ่อนแรงครึ่งซีก** อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับการแพ้รุนแรง เลือดออกในทางเดินอาหาร หัวใจขาดเลือด หรือหลอดเลือดสมอง

พาราเซตามอลเกินขนาดอาจทำลายตับ อาการเตือนอาจมีคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ตัวหรือตาเหลือง แต่ระยะแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน จึงไม่ควรรอดูอาการหากกินเกินขนาด

> **อาการแพ้ยารุนแรง:** หายใจมีเสียงหวีด คอบวม ลิ้นบวม หน้ามืด หรือมีผื่นพุพอง ต้องหยุดยาและรับความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

## ยามีปฏิกิริยากับยาอะไรบ้าง

**ห้ามกินพาราเซตามอลซ้ำกับยาหวัดหรือยาแก้ปวดสูตรผสมที่มีพาราเซตามอล และไม่ควรใช้ไอบูโพรเฟนร่วมกับ NSAIDs ชนิดอื่น** การใช้ตัวยาซ้ำอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาดโดยไม่รู้ตัว

ไอบูโพรเฟนอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อใช้กับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือสเตียรอยด์ และอาจรบกวนประโยชน์ของแอสไพรินที่ใช้ป้องกันหัวใจหรือหลอดเลือดสมอง ยาขับปัสสาวะและ[ยาความดัน](/pharmacy/blood-pressure-medicine/)บางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อไตเมื่อใช้ร่วมกัน

หากคุณใช้ warfarin หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด อย่าตัดสินใจเพิ่มยาแก้ปวดเองจากข้อมูลทั่วไป เพราะชนิดยา ปริมาณ และระยะเวลาที่ใช้มีผลต่อความเสี่ยงเลือดออก

## ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาได้หรือไม่

**ควรงดแอลกอฮอล์ระหว่างใช้พาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน โดยเฉพาะเมื่อดื่มหนักหรือดื่มเป็นประจำ** แอลกอฮอล์เพิ่มภาระต่อตับเมื่อใช้พาราเซตามอล และเพิ่มโอกาสระคายกระเพาะหรือเลือดออกเมื่อใช้ไอบูโพรเฟน

ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 3 แก้วขึ้นไปทุกวันมีความเสี่ยงเลือดออกในกระเพาะจากไอบูโพรเฟนสูงขึ้น หากมีประวัติดื่มหนัก โรคตับ หรือเคยมีแผลในกระเพาะ ไม่ควรเริ่มยาเอง

## ผู้ใหญ่ควรใช้ยาอย่างไร

**เมื่อยืนยันแล้วว่าเป็นพาราเซตามอลชนิดออกฤทธิ์ทันที ผู้ใหญ่ทั่วไปใช้ 500–1,000 mg ต่อครั้ง ห่างอย่างน้อย 4–6 ชั่วโมง และไม่เกินขนาดสูงสุดบนฉลาก** ห้ามกินซ้ำกับผลิตภัณฑ์อื่นที่มีพาราเซตามอล และไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 3 วัน เว้นแต่แพทย์แนะนำ

หากเป็นยาออกฤทธิ์นานหรือรูปแบบพิเศษต้องใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำเภสัชกร ผู้มีน้ำหนักต่ำกว่า 50 กิโลกรัม โรคตับ โรคไต หรือดื่มหนักอาจต้องลดขนาด

ไอบูโพรเฟนชนิดเม็ด 200 mg ตามฉลากสากลสำหรับผู้ใหญ่และเด็กตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ใช้ 1 เม็ดทุก 4–6 ชั่วโมงขณะมีอาการ หากหนึ่งเม็ดไม่ช่วยอาจใช้ 2 เม็ด และห้ามเกิน 6 เม็ดใน 24 ชั่วโมง เว้นแต่แพทย์สั่ง ควรใช้ขนาดต่ำสุดที่ช่วยได้และใช้ช่วงสั้นที่สุด

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

### คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

**กินพาราเซตามอล 1000 mg สองเม็ดพร้อมกันได้ไหม?**  
ไม่ควร เพราะเท่ากับได้รับ 2000 mg ในครั้งเดียว ซึ่งเกินขนาดต่อครั้งที่ระบุไว้ และเพิ่มความเสี่ยงต่อตับ

**กินพาราเซตามอลแล้วสลับกับไอบูโพรเฟนได้ไหม?**  
บางกรณีอาจใช้ได้ แต่ไม่ควรจัดตารางสลับยาเองหากมีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือไม่ทราบสาเหตุของอาการ

**ควรเลือก 1000 mg หรือ 500 mg?**  
ดูจากตัวยา รูปแบบยา ปริมาณรวมต่อครั้ง ฉลากผลิตภัณฑ์ และความเสี่ยงของคุณ ไม่ควรเลือกเพราะเห็นว่าตัวเลขสูงกว่า หากไม่ทราบว่าเป็นยาอะไรหรือควรใช้อย่างไรให้นำยาไปสอบถามเภสัชกร

## เด็กควรใช้ยาอย่างไร

**ขนาดพาราเซตามอลและไอบูโพรเฟนชนิดรับประทานสำหรับเด็กต้องคำนวณตามน้ำหนัก ไม่ใช่ใช้ยา 1000 mg ของผู้ใหญ่หรือกำหนดจากอายุอย่างเดียว** ผู้ดูแลต้องทราบน้ำหนักเด็ก ชื่อยา ความแรงต่อเม็ดหรือปริมาณต่อ 5 mL และอุปกรณ์ตวงที่ใช้

อย่าใช้ช้อนกินข้าวหรือช้อนชาในครัวตวงยาน้ำ และอย่าแปลงมิลลิกรัมเป็นมิลลิลิตรโดยไม่ดูความเข้มข้น ยาน้ำไอบูโพรเฟนมีได้ทั้ง 50 mg/1.25 mL และ 100 mg/5 mL จึงให้ปริมาตรเดียวกันไม่ได้

เด็กที่ซึม ดื่มน้ำไม่ได้ น้ำลายไหล หายใจลำบาก คอบวมมาก มีผื่นร่วมกับไข้ หรือมีอาการขาดน้ำ ควรพบแพทย์แทนการเพิ่มยาเอง

## หากใช้ยาเกินขนาดควรทำอย่างไร

**หากกินพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟนเกินขนาด ให้ไปโรงพยาบาลหรือติดต่อศูนย์พิษวิทยาทันที แม้ยังไม่มีอาการ** นำแผงยา ขวด ฉลาก ยาที่เหลือ และรายการยาอื่นที่ใช้ติดตัวไปด้วย

พาราเซตามอลเกินขนาดอาจทำให้ตับเสียหายโดยช่วงแรกยังดูปกติ ส่วนไอบูโพรเฟนเกินขนาดอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ง่วงซึม เลือดออก ไตทำงานผิดปกติ หรือหายใจผิดปกติ อย่าทำให้อาเจียนเองและอย่ารอกระทั่งมีอาการ

## คำถามที่พบบ่อย

### เจ็บคอควรกินพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน?

**พาราเซตามอลเหมาะสำหรับลดปวดและไข้ ส่วนไอบูโพรเฟนช่วยลดการอักเสบเพิ่มด้วย แต่มีข้อห้ามมากกว่า** หากมีแผลในกระเพาะ โรคไต แพ้ NSAIDs ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือตั้งครรภ์ตั้งแต่ 20 สัปดาห์ ไม่ควรใช้ไอบูโพรเฟนเอง

### พาราเซตามอล 1000 mg เป็นยาแก้อักเสบไหม?

**ไม่ใช่** พาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวดและลดไข้ ไม่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบแบบไอบูโพรเฟน และไม่ได้กำจัดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส

### ไอบูโพรเฟน 200 mg แรงน้อยกว่าพาราเซตามอล 1000 mg หรือไม่?

**เปรียบเทียบจากตัวเลขไม่ได้ เพราะเป็นคนละตัวยา** พาราเซตามอล 1000 mg และไอบูโพรเฟน 200 mg มีกลไก ผลข้างเคียง และขนาดใช้ต่างกัน ตัวเลขมากกว่าไม่ได้หมายความว่าออกฤทธิ์แรงกว่าเสมอไป

### เจ็บคอต้องกินยาปฏิชีวนะไหม?

**ไม่จำเป็นทุกคน เพราะอาการเจ็บคอจำนวนมากเกิดจากไวรัสหรือการระคายเคือง** ยาปฏิชีวนะควรใช้เมื่อมีเหตุผลสนับสนุนการติดเชื้อแบคทีเรียและได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม

### ยาอมและสเปรย์พ่นคอใช้ร่วมกับพาราเซตามอลได้ไหม?

**มักใช้ร่วมกันได้หากไม่มีตัวยาซ้ำหรือข้อห้ามเฉพาะของผลิตภัณฑ์** ตรวจส่วนประกอบเสมอ เพราะยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวดสูตรผสมบางชนิดอาจมีพาราเซตามอลอยู่แล้ว

### เจ็บคอนานแค่ไหนจึงควรพบแพทย์?

**ควรพบแพทย์หากอาการหนักขึ้น มีไข้ต่อเนื่อง กลืนลำบากมาก หรือไม่ดีขึ้นตามระยะเวลาที่ฉลากแนะนำ** สำหรับไอบูโพรเฟนควรหยุดและขอคำแนะนำหากปวดนานเกิน 10 วัน หรือมีไข้นานเกิน 3 วัน

### อาการแบบใดต้องไปฉุกเฉิน?

**ไปฉุกเฉินเมื่อหายใจลำบาก คอบวมมาก กลืนน้ำลายไม่ได้ น้ำลายไหล ซึม เจ็บหน้าอก อ่อนแรงครึ่งซีก หรือมีอาการแพ้ยารุนแรง** หากถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด หรือหน้ามืดหลังใช้ไอบูโพรเฟน ก็ต้องรับการรักษาทันที

### กินยาพร้อมอาหารได้ไหม?

**พาราเซตามอลกินพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้** ไอบูโพรเฟนอาจกินพร้อมอาหารหรือนมเมื่อระคายท้อง แต่ยังคงมีความเสี่ยงแผลและเลือดออกในทางเดินอาหาร

### บดยา 1000 mg แบ่งครึ่งได้ไหม?

**แบ่งได้เฉพาะเมื่อฉลากระบุว่ายาแบ่งได้และเม็ดยามีรูปแบบเหมาะสม** ห้ามบดหรือแบ่งยาออกฤทธิ์นาน ยาเคลือบพิเศษ หรือยาที่ไม่ทราบชนิด เพราะอาจทำให้ได้รับยาไม่ถูกต้อง

### หายเจ็บคอแล้วต้องกินยาต่อไหม?

**ไม่จำเป็นต้องกินยาแก้ปวดต่อเมื่อไม่มีอาการ** พาราเซตามอลและไอบูโพรเฟนใช้ตามอาการ เว้นแต่แพทย์สั่งด้วยเหตุผลอื่น ไม่ควรกินเผื่อหรือเพิ่มขนาดเพื่อป้องกันอาการกลับมา

## คำถามที่ควรถามเภสัชกร

- ยา 1000 mg ที่มีอยู่เป็นพาราเซตามอลหรือเป็นตัวยาอื่น?
- ยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวดที่ใช้อยู่มีพาราเซตามอลซ้ำหรือไม่?
- โรคตับ โรคไต แผลในกระเพาะ หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดมีผลต่อการเลือกยาอย่างไร?
- หากเป็นเด็ก ควรคำนวณขนาดยาจากน้ำหนักและความเข้มข้นเท่าใด?
- อาการเจ็บคอแบบนี้มีสัญญาณที่ควรไปพบแพทย์หรือไม่?

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้  
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1475)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=1475) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-18)
2. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2963)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=2963) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-18)
3. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 707)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=707) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-18)
4. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 10672)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=10672) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-18)
5. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 272)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=272) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-18)
6. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2151)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=2151) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-18)
7. [NHS: Paracetamol for adults: painkiller for pain and high temperature](https://www.nhs.uk/medicines/paracetamol-for-adults/) — เกี่ยวกับ paracetamol — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-18)
8. [WebMD: Ibuprofen (Advil, Caldolor, Motrin) - Uses, Side Effects, and More](https://www.webmd.com/drugs/ibuprofen-advil-motrin) — เกี่ยวกับ ibuprofen — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-18)
9. [RxList: Benzydamine: Side Effects, Uses, Dosage, Interactions, Warnings](https://www.rxlist.com/benzydamine/generic-drug.htm) — เกี่ยวกับ benzydamine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-18)
10. [pmc.ncbi.nlm.nih.gov: Benzydamine—An Affordable Over-the-Counter Drug with ... - PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10144213/) — เกี่ยวกับ benzydamine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-18)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
> หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
