# ยาหยุดประจำเดือน ข้อมูล วิธีใช้ ผลข้างเคียง ข้อควรระวัง

**ยาหยุดประจำเดือน คือคำเรียกรวมของยาที่ใช้ลดเลือดประจำเดือน เลื่อนวันที่ประจำเดือนมา หรือรักษาเลือดออกผิดปกติ โดยยาแต่ละชนิดออกฤทธิ์และมีข้อห้ามต่างกัน**

คำนี้ไม่ได้หมายถึงยาตัวเดียว ยาที่มักเกี่ยวข้อง ได้แก่ **tranexamic acid** ซึ่งช่วยลดเลือดออก และ **norethisterone** ซึ่งเป็นฮอร์โมนโปรเจสโตเจนที่ใช้เลื่อนประจำเดือนหรือรักษาความผิดปกติบางอย่างของรอบเดือน

## ประเด็นสำคัญ

- ยาที่เรียกว่ายาหยุดประจำเดือนอาจเป็น tranexamic acid สำหรับลดเลือดออก หรือ norethisterone สำหรับเลื่อนประจำเดือนและรักษาความผิดปกติของรอบเดือนบางชนิด

- ขนาด tranexamic acid ขึ้นกับความแรงของผลิตภัณฑ์และการทำงานของไต ต้องรับยาพร้อมคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ และห้ามแบ่งหรือเพิ่มจำนวนเม็ดเพื่อให้ได้ขนาดตามฉลากต่างประเทศเอง

- ผู้มีประวัติลิ่มเลือด โรคไต หรือกำลังใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ไม่ควรเริ่ม tranexamic acid เองเพราะอาจต้องหลีกเลี่ยงหรือปรับขนาดยา

## ยาที่เรียกว่ายาหยุดประจำเดือนคือยาอะไร

**ยาที่ใช้กับประจำเดือนมีหลายกลุ่ม และต้องเลือกตามเป้าหมายว่าต้องการลดเลือด เลื่อนประจำเดือน หรือรักษาเลือดออกผิดปกติ** การใช้ผิดชนิดอาจไม่ได้ผลและทำให้ช้าในการตรวจหาสาเหตุของเลือดออก

| ตัวยา | ใช้ในลักษณะใด | จุดสำคัญ |
|---|---|---|
| tranexamic acid | ลดประจำเดือนที่ออกมาก | ไม่ใช่ฮอร์โมน |
| norethisterone | เลื่อนประจำเดือนหรือรักษารอบเดือนผิดปกติ | เป็นฮอร์โมนโปรเจสโตเจน |
| mefenamic acid | ลดปวดและอาจช่วยลดเลือดประจำเดือน | เป็นยา NSAIDs |
| ibuprofen | ลดปวด ไข้ และการอักเสบ | เป็นยา NSAIDs |

Tranexamic acid ช่วยชะลอการสลายลิ่มเลือด จึงลดปริมาณเลือดที่ออก แต่ไม่ได้ปรับฮอร์โมนหรือเลื่อนรอบเดือน ส่วน norethisterone มีผลต่อเยื่อบุโพรงมดลูกและรอบเดือน จึงใช้คนละจุดประสงค์กัน

> **ชื่อการค้าและยาสามัญ:** ควรตรวจตัวยาสำคัญบนฉลากทุกครั้ง เพราะผลิตภัณฑ์ที่คนทั่วไปเรียกว่ายาหยุดหรือยาเลื่อนประจำเดือนอาจมีตัวยาและความแรงไม่เหมือนกัน

## ยาหยุดประจำเดือนใช้รักษาอะไรได้บ้าง

**ยาแต่ละชนิดมีข้อบ่งใช้ต่างกัน จึงควรเริ่มจากลักษณะของเลือดออกและเป้าหมายที่ต้องการ** หากประจำเดือนมามากเป็นประจำ ควรหาสาเหตุร่วมด้วย ไม่ควรพึ่งยาลดเลือดทุกเดือนโดยไม่ประเมิน

Norethisterone ใช้ได้ในกรณีเลื่อนประจำเดือน เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ ประจำเดือนออกมาก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ปวดประจำเดือน และอาการบางอย่างก่อนมีประจำเดือน ส่วน tranexamic acid ใช้ลดประจำเดือนที่ออกมากเป็นรอบ

| สิ่งที่ต้องการ | ยาที่อาจเกี่ยวข้อง |
|---|---|
| ลดปริมาณประจำเดือน | tranexamic acid |
| เลื่อนวันที่ประจำเดือนมา | norethisterone |
| รักษาเลือดออกผิดปกติ | ต้องประเมินสาเหตุก่อน |
| ลดปวดประจำเดือน | mefenamic acid หรือ ibuprofen อาจใช้ได้ |
| หยุดเลือดออกฉุกเฉิน | ไม่ควรรักษาเอง |

ไม่ควรใช้ mefenamic acid หรือ ibuprofen เองหากมีแผลหรือเลือดออกในกระเพาะ โรคไต แพ้ยา NSAIDs หรือเคยมีอาการหอบจากยา NSAIDs ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือกำลังตั้งครรภ์ และควรให้เภสัชกรประเมินก่อนใช้

เลือดออกมากอาจสัมพันธ์กับเนื้องอกมดลูก ความผิดปกติของฮอร์โมน การตั้งครรภ์ ยาบางชนิด หรือโรคที่กระทบการแข็งตัวของเลือด ยาช่วยควบคุมอาการได้ แต่ไม่ได้แก้ทุกสาเหตุ

## ยาหยุดประจำเดือนไม่ได้ใช้รักษาอะไร

**ไม่ใช่ยาทำแท้ง ยาคุมฉุกเฉิน หรือวิธีตรวจว่าตั้งครรภ์หรือไม่** หากประจำเดือนขาดและมีโอกาสตั้งครรภ์ ควรตรวจการตั้งครรภ์ก่อนใช้ยาที่มีผลต่อรอบเดือน

Tranexamic acid ลดเลือดออก แต่ไม่ได้รักษาสาเหตุ เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก การแท้ง เนื้องอก หรือมะเร็ง และไม่ได้เลื่อนประจำเดือน ส่วน norethisterone ไม่ควรใช้เพื่อทดสอบการตั้งครรภ์ และไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

หากเลือดออกหลังหมดประจำเดือน เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือเลือดออกระหว่างรอบซ้ำ ๆ ควรตรวจหาสาเหตุแทนการซื้อยามากินเพื่อหยุดเลือดอย่างเดียว

## ก่อนใช้ยาหยุดประจำเดือนต้องระวังอะไรบ้าง

**ควรเช็กโอกาสตั้งครรภ์ ประวัติลิ่มเลือด โรคไต โรคตับ และยาที่ใช้อยู่ก่อนเริ่มยา** ข้อควรระวังขึ้นอยู่กับตัวยา จึงไม่ควรใช้ยาของคนอื่นแม้มีอาการคล้ายกัน

1. **เลือดออกโดยยังไม่ทราบสาเหตุ**  
   ควรประเมินก่อน โดยเฉพาะเมื่อเลือดออกผิดจากรอบเดิม เป็นต่อเนื่อง หรือเกิดหลังหมดประจำเดือน

2. **ประวัติลิ่มเลือด**  
   ผู้ที่กำลังมีหรือเคยมีลิ่มเลือดอุดตัน โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคหลอดเลือดหัวใจ ไม่ควรเริ่มทั้ง tranexamic acid หรือ norethisterone เอง และต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินตามชนิดยาและประวัติความเสี่ยงก่อนใช้

3. **โรคไต**  
   Tranexamic acid ขับออกทางไต ผู้ที่ไตทำงานลดลงอาจต้องลดขนาดยา จึงไม่ควรใช้ขนาดมาตรฐานเอง

4. **โรคตับหรือมะเร็งเต้านม**  
   เป็นข้อมูลสำคัญก่อนใช้ norethisterone โดยเฉพาะเมื่อเคยมีโรคตับรุนแรงหรือมะเร็งที่ไวต่อฮอร์โมน

5. **ไมเกรน ความดันสูง เบาหวาน หรือโรคหัวใจ**  
   ภาวะเหล่านี้อาจมีผลต่อความเหมาะสมของยาฮอร์โมน ต้องพิจารณาร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น

6. **อาการซีดหรือเสียเลือดมาก**  
   เหนื่อยง่าย ใจสั่น หน้ามืด หรือหายใจไม่อิ่ม อาจพบร่วมกับภาวะโลหิตจาง ควรตรวจเพิ่มเติมแทนการใช้ยาควบคุมเลือดเพียงอย่างเดียว

> **ควรไปฉุกเฉิน:** หากเลือดออกจนหน้ามืด เป็นลม หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ปวดท้องรุนแรง หรือสงสัยตั้งครรภ์ร่วมกับเลือดออก อย่ารอดูอาการเอง

## คนตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ยาหยุดประจำเดือนได้หรือไม่

**ไม่ควรเริ่มใช้เองเมื่อกำลังตั้งครรภ์ สงสัยตั้งครรภ์ หรือประจำเดือนขาดโดยยังไม่ได้ตรวจ** เลือดออกระหว่างตั้งครรภ์ต้องแยกสาเหตุที่อาจต้องรักษาเร่งด่วนก่อน

Norethisterone ไม่ควรใช้ระหว่างตั้งครรภ์ และไม่ควรใช้เพื่อทดสอบว่าตั้งครรภ์หรือไม่ ส่วนการใช้ tranexamic acid ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรต้องประเมินประโยชน์และความเสี่ยงตามสาเหตุของเลือดออก

หากให้นมบุตร ให้แจ้งอายุทารก สุขภาพของทารก และยาทั้งหมดที่คุณใช้อยู่ก่อนรับยา เพราะคำว่า “ยาหยุดประจำเดือน” อย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะตัดสินความปลอดภัย

## เด็กใช้ยาหยุดประจำเดือนได้หรือไม่

**เด็กหรือวัยรุ่นที่มีประจำเดือนมากควรได้รับการประเมินก่อนเลือกยา โดยเฉพาะเมื่อเลือดออกมากตั้งแต่รอบแรก ๆ** อาการอาจสัมพันธ์กับความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด ภาวะฮอร์โมน หรือโรคอื่น

ขนาดยาชนิดรับประทานในเด็กต้องคำนวณตามน้ำหนักและข้อบ่งใช้ ไม่ควรนำขนาดผู้ใหญ่มาลดครึ่งหรือกำหนดจากอายุเอง หากมีเลือดออกจนซีด หน้ามืด ใจสั่น หรือเปลี่ยนผ้าอนามัยถี่ผิดปกติ ควรพบแพทย์

## ยาหยุดประจำเดือนมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

**ผลข้างเคียงขึ้นอยู่กับตัวยา โดย tranexamic acid มักทำให้ปวดศีรษะหรือไม่สบายท้อง ส่วน norethisterone อาจทำให้เลือดกะปริดกะปรอยและอารมณ์เปลี่ยนแปลง** อาการรุนแรงพบไม่บ่อยแต่ต้องรู้สัญญาณเตือน

### ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

| ตัวยา | อาการที่อาจพบ |
|---|---|
| tranexamic acid | ปวดศีรษะ ปวดท้อง ปวดหลัง ตะคริว อ่อนเพลีย |
| norethisterone | เลือดกะปริดกะปรอย คลื่นไส้ ปวดศีรษะ คัดเต้านม อารมณ์เปลี่ยน |
| mefenamic acid | ปวดท้อง แสบท้อง คลื่นไส้ ท้องเสีย |
| ibuprofen | ระคายกระเพาะ คลื่นไส้ ปวดท้อง เวียนศีรษะ |

หากอาการไม่รุนแรง ให้สังเกตความสัมพันธ์กับเวลาที่กินยา แต่ถ้าอาการรบกวนชีวิตประจำวันหรือแย่ลง ควรหยุดประเมินว่าตัวยานั้นยังเหมาะสมหรือไม่

### ผลข้างเคียงที่รุนแรง

หยุดยาและขอความช่วยเหลือทันทีเมื่อมีขาบวมแดงหรือเจ็บข้างเดียว เจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม ไอเป็นเลือด ตามัวหรือการมองเห็นเปลี่ยนกะทันหัน เพราะอาจเป็นสัญญาณของลิ่มเลือดหรือปัญหาที่หลอดเลือดตา

อาการหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอบวม หายใจมีเสียงหวีด ลมพิษ หรือเป็นลม อาจเป็นการแพ้ยารุนแรง ส่วนถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด หรือปวดท้องมาก อาจสัมพันธ์กับเลือดออกในทางเดินอาหารจากยา NSAIDs

> **อาการแพ้ยา:** ผื่นเล็กน้อยก็ควรหยุดสังเกตและตรวจสอบตัวยา แต่ถ้ามีอาการบวม หายใจลำบาก หน้ามืด หรือผื่นพุพอง ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

## ยาหยุดประจำเดือนตีกับยาอะไรบ้าง

**Tranexamic acid ไม่ควรใช้ร่วมกับยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมตามฉลากสากล เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือด** รวมถึงต้องระวังยาที่เกี่ยวข้องกับการสลายหรือการแข็งตัวของเลือด

| ยาหรือผลิตภัณฑ์ | ประเด็นที่ต้องระวัง |
|---|---|
| ยาคุมกำเนิดฮอร์โมนรวม | ความเสี่ยงลิ่มเลือดเพิ่ม |
| ยาสลายลิ่มเลือด | ฤทธิ์ของยาอาจต้านกัน |
| ยาช่วยการแข็งตัวของเลือดบางชนิด | ความเสี่ยงลิ่มเลือดเพิ่ม |
| ยาต้านการแข็งตัวของเลือด | ต้องประเมินสาเหตุเลือดออกและแผนรักษา |
| ยาหรือสมุนไพรที่กระทบฮอร์โมน | อาจเปลี่ยนประสิทธิผลของ norethisterone |

ยังไม่พบหลักฐานว่าการใช้ norethisterone ร่วมกับ propranolol ทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยาที่สำคัญ แต่ควรแจ้งรายการยาทั้งหมด รวมถึงยาคุมกำเนิด ยารักษาไมเกรน สมุนไพร และอาหารเสริมก่อนเริ่มยา

## ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยาหยุดประจำเดือนได้หรือไม่

**ควรหลีกเลี่ยงหรือลดแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเมื่อใช้ยา NSAIDs หรือมีเลือดออกมากจนเวียนศีรษะ** แอลกอฮอล์อาจทำให้อาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ หรือระคายกระเพาะเด่นขึ้น

หากใช้ [mefenamic acid](/pharmacy/mefenamic-acid-500-mg/) หรือ ibuprofen การดื่มแอลกอฮอล์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคือง แผล และเลือดออกในกระเพาะอาหาร ผู้ที่มีโรคตับ โรคกระเพาะ หรือกำลังเสียเลือดมากควรงดดื่ม

## ผู้ใหญ่ใช้ยาหยุดประจำเดือนขนาดเท่าไร

**ขนาดยาต้องอิงตัวยาและจุดประสงค์ ไม่สามารถใช้ขนาดเดียวกับยาทุกชนิดที่ถูกเรียกว่ายาหยุดประจำเดือน** สำหรับ norethisterone ตารางการใช้แตกต่างกันระหว่างการเลื่อนประจำเดือน เลือดออกผิดปกติ และเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ จึงไม่ควรกำหนดขนาดเอง

สำหรับ tranexamic acid ขนาดยาขึ้นกับความแรงของผลิตภัณฑ์ ข้อบ่งใช้ และการทำงานของไต ผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยอาจมีความแรงและคำแนะนำแตกต่างจากฉลากต่างประเทศ จึงต้องรับยาพร้อมคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ ห้ามแบ่งเม็ดหรือเพิ่มจำนวนเม็ดเพื่อให้ได้ขนาดตามฉลากต่างประเทศเอง

**ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร**

ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน โปรดปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา

### คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

**ต้องเริ่ม tranexamic acid ก่อนประจำเดือนมาหรือไม่?**  
สำหรับการลดประจำเดือนมาก ให้ใช้ระหว่างมีประจำเดือนตามคำสั่งที่ได้รับ ไม่ใช่ยาเลื่อนรอบเดือน

**ใช้เกิน 5 วันได้หรือไม่?**  
ไม่ควรใช้เกินระยะเวลาที่ฉลากกำหนดโดยไม่ได้รับการประเมิน หากเลือดยังมากอาจต้องหาสาเหตุหรือเปลี่ยนแผนรักษา

**ไตไม่ดีใช้ขนาดเดิมได้หรือไม่?**  
ไม่ได้ ผู้มีไตทำงานลดลงอาจต้องลดขนาด tranexamic acid ตามผลตรวจการทำงานของไต

## เด็กใช้ยาหยุดประจำเดือนขนาดเท่าไร

**ไม่มีขนาดรับประทานแบบเดียวสำหรับเด็กทุกคน เพราะต้องคำนวณจากน้ำหนัก ตัวยา สาเหตุ และความรุนแรงของเลือดออก** ห้ามใช้ตารางแบ่งตามอายุหรือแบ่งเม็ดยาของผู้ใหญ่เอง

วัยรุ่นที่ประจำเดือนออกมากอาจต้องตรวจภาวะซีด การแข็งตัวของเลือด และโอกาสตั้งครรภ์ตามความเหมาะสม เมื่อเลือกยาแล้ว ผู้รักษาจะคำนวณขนาดจากน้ำหนักและการทำงานของไต ไม่ควรกำหนดปริมาณเป็นมิลลิลิตรหากไม่ทราบความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์

## หากใช้ยาหยุดประจำเดือนเกินขนาดควรทำอย่างไร

**หยุดรับประทานเพิ่ม เก็บแผงยาไว้ และติดต่อสถานพยาบาลทันทีหากเกินขนาดหรือไม่แน่ใจว่ากินไปเท่าไร** อย่าทำให้อาเจียนเอง และอย่ารอให้เกิดอาการก่อนขอคำแนะนำ

การได้รับ tranexamic acid มากเกินไปอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือเวียนศีรษะ หากมีตามัว แขนหรือขาบวมแดง เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือไอเป็นเลือด ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

แจ้งชื่อตัวยา ความแรง จำนวนเม็ด เวลาที่กิน โรคประจำตัว และยาอื่นที่ใช้ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ประเมินความเสี่ยงได้เร็วขึ้น

## คำถามที่พบบ่อย

### คำถามเกี่ยวกับการเลือกยา

**ยาหยุดประจำเดือนกับยาเลื่อนประจำเดือนเหมือนกันไหม?**  
ไม่เหมือนกัน Tranexamic acid ใช้ลดปริมาณเลือดที่ออก แต่ไม่ได้เลื่อนรอบเดือน ส่วน norethisterone เป็นฮอร์โมนที่อาจใช้เลื่อนประจำเดือนหรือรักษาความผิดปกติบางชนิดของรอบเดือน

**ประจำเดือนมาแล้วใช้ยาเลื่อนให้หยุดทันทีได้ไหม?**  
ผลไม่ได้แน่นอนเมื่อเลือดเริ่มมาแล้ว และอาจเกิดเลือดกะปริดกะปรอย หากต้องการลดประจำเดือนที่ออกมาก ควรเลือกยาตามสาเหตุและความเสี่ยงของคุณ

**Tranexamic acid เป็นฮอร์โมนหรือไม่?**  
ไม่ใช่ Tranexamic acid เป็นยาต้านการสลายลิ่มเลือด ช่วยให้ลิ่มเลือดคงตัวและลดปริมาณเลือดที่ออก

**ยาหยุดประจำเดือนใช้คุมกำเนิดได้ไหม?**  
ไม่ได้ ยาลดเลือดประจำเดือนไม่ใช่ยาคุมกำเนิด และ norethisterone ที่ใช้รักษาความผิดปกติของประจำเดือนอาจมีขนาดและวิธีใช้ต่างจากสูตรสำหรับคุมกำเนิด

### คำถามเกี่ยวกับอาการและความปลอดภัย

**ประจำเดือนมากแค่ไหนควรพบแพทย์?**  
ควรพบแพทย์เมื่อเลือดออกมากกว่าปกติชัดเจน ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยถี่มาก มีลิ่มเลือดก้อนใหญ่ เลือดออกนานผิดปกติ หรือมีอาการซีด ใจสั่น หน้ามืด และเหนื่อยง่าย

**กิน tranexamic acid พร้อมยาคุมได้ไหม?**  
หากเป็นยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ไม่ควรใช้ร่วมกันตามฉลากสากลเพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือด ต้องตรวจชนิดของยาคุมก่อนเสมอ

**หยุดยาแล้วประจำเดือนจะกลับมาไหม?**  
ขึ้นอยู่กับตัวยาและสาเหตุเดิม Tranexamic acid มีหน้าที่ลดเลือดในช่วงที่ใช้ ส่วน norethisterone อาจทำให้เลือดกลับมาหลังหยุดยา แต่เวลาที่เกิดขึ้นแตกต่างกันได้

**ลืมกิน tranexamic acid ต้องกินสองเม็ดชดเชยไหม?**  
ไม่ควรกินสองเท่า หากเพิ่งนึกได้และยังไม่ใกล้มื้อต่อไป ให้กินเมื่อจำได้ แต่ถ้าใกล้มื้อต่อไปแล้วให้ข้ามมื้อที่ลืม

**ใช้ tranexamic acid รักษาฝ้าหรือรอยสิวได้ไหม?**  
ไม่ควรซื้อชนิดรับประทานมาใช้เองเพื่อฝ้าหรือรอยสิว เพราะไม่ใช่ข้อบ่งใช้มาตรฐานสำหรับการรักษาด้วยตนเอง ส่วนผลิตภัณฑ์ทาผิวอาจทำให้ระคายเคืองหรือแพ้ และประสิทธิผลยังไม่แน่นอน

**ประจำเดือนขาดแล้วกินยาให้ประจำเดือนมาได้ไหม?**  
ควรตรวจการตั้งครรภ์ก่อน เพราะประจำเดือนขาดมีหลายสาเหตุ Norethisterone อาจใช้จัดการรอบเดือนในบางกรณี แต่ไม่ควรเริ่มเองหรือใช้เป็นการทดสอบการตั้งครรภ์

**มีลิ่มเลือดประจำเดือนใช้ tranexamic acid ได้หรือไม่?**  
ลิ่มเลือดที่ออกมากับประจำเดือนไม่ได้แปลว่าคุณมีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด แต่ถ้าประจำเดือนมาก มีลิ่มก้อนใหญ่ซ้ำ ๆ หรือมีประวัติลิ่มเลือดอุดตัน ต้องได้รับการประเมินก่อนใช้ยา

**กินยาแล้วเลือดยังไม่ลดควรทำอย่างไร?**  
อย่าเพิ่มขนาดหรือเพิ่มความถี่เอง หากเลือดยังมากขึ้น มีอาการหน้ามืด เป็นลม ปวดท้องรุนแรง หรือมีโอกาสตั้งครรภ์ ควรไปโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้  
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 10041)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=10041) — เกี่ยวกับ norethisterone — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
2. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 3398)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=3398) — เกี่ยวกับ tranexamic acid — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
3. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2033)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=2033) — เกี่ยวกับ mefenamic acid — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
4. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 10230)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=10230) — เกี่ยวกับ mefenamic acid — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
5. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 272)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=272) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
6. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2151)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=2151) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
7. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2272)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=2272) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
8. [MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Norethindrone: MedlinePlus Drug Information](https://medlineplus.gov/druginfo/meds/a604034.html) — เกี่ยวกับ norethisterone — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)
9. [WebMD: Levonorgestrel/Ethinyl Estradiol - Uses, Side Effects, and More](https://www.webmd.com/drugs/levonorgestrel-ethinyl-estradiol-vienva) — เกี่ยวกับ ethinylestradiol + levonorgestrel — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)
10. [NHS: How and when to take tranexamic acid](https://www.nhs.uk/medicines/tranexamic-acid/how-and-when-to-take-tranexamic-acid/) — เกี่ยวกับ tranexamic acid — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)
11. [DailyMed (U.S. National Library of Medicine): Label: TRANEXAMIC ACID tablet - DailyMed](https://dailymed.nlm.nih.gov/dailymed/lookup.cfm?setid=2c48c13a-5e7d-43ef-81a3-27d3bcda0f80) — เกี่ยวกับ tranexamic acid — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
> หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
