# ยาแก้ปวดท้องเมนส์ สีชมพู

**ยาแก้ปวดประจำเดือนชนิดเม็ดสีชมพู คือยาบรรเทาอาการปวดที่ไม่สามารถระบุตัวยาได้จากสีเพียงอย่างเดียว จึงต้องอ่านชื่อสามัญและความแรงบนแผงยาก่อนกิน**

## ประเด็นสำคัญ

- สีชมพูไม่ใช่ชื่อยา เพราะยา mefenamic acid, ibuprofen หรือยาอื่นอาจมีสีและรูปร่างต่างกันตามผู้ผลิต ต้องตรวจชื่อสามัญบนแผงทุกครั้ง
- mefenamic acid เป็นยาอันตรายในประเทศไทย ต้องรับยาจากร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำและให้เภสัชกรประเมินก่อนใช้ ไม่ควรเลือกตัวยาหรือขนาดยาเองจากข้อมูลในบทความ
- ห้ามกินยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs หลายชนิดพร้อมกัน และควรพบแพทย์หากปวดมากผิดปกติ เป็นลม มีไข้ หรือตกเลือดมาก

## อาการปวดท้องประจำเดือนเกิดจากอะไรได้บ้าง

**สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือมดลูกบีบตัวจากสารพรอสตาแกลนดิน โดยมักปวดช่วงเริ่มมีประจำเดือนและค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน** อาการอาจปวดบีบตรงท้องน้อย ร้าวไปหลังหรือต้นขา และเกิดร่วมกับคลื่นไส้ ปวดศีรษะ หรือถ่ายเหลวได้

สาเหตุที่พบได้มีดังนี้

- **การปวดประจำเดือนแบบปฐมภูมิ:** ไม่มีโรคในอุ้งเชิงกรานเป็นสาเหตุ มักเริ่มปวดก่อนหรือพร้อมประจำเดือน และปวดชัดในช่วงวันแรก ๆ
- **เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่:** อาจปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือปวดนอกช่วงประจำเดือน
- **เนื้องอกมดลูก:** อาจมีเลือดออกมาก ประจำเดือนนาน ท้องน้อยแน่น หรือปัสสาวะบ่อย
- **ภาวะอะดีโนไมโอซิส:** อาจทำให้ปวดมาก มดลูกโต และมีประจำเดือนมาก
- **การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน:** อาจมีไข้ ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่น หรือเจ็บท้องน้อยนอกช่วงประจำเดือน
- **ห่วงคุมกำเนิดบางชนิด:** อาจทำให้ปวดหรือมีเลือดออกมากขึ้น โดยเฉพาะระยะแรกหลังใส่

อาการที่เพิ่งเริ่มเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ปวดรุนแรงขึ้นทุกเดือน หรือมีเลือดออกผิดปกติ ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรกินยาแก้ปวดกลบอาการต่อเนื่องเพียงอย่างเดียว

## เมื่อไหร่ที่สามารถซื้อยากินเองได้

**การดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่ออาการคล้ายเดิมทุกเดือน ปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง และไม่มีสัญญาณอันตราย ควรเน้นการประคบอุ่นบริเวณท้องน้อย พักผ่อน และเคลื่อนไหวร่างกายเบา ๆ ส่วนการใช้ยาควรเลือกยาที่เหมาะสมและใช้ตามฉลากหลังตรวจสอบกับเภสัชกร** หากจะใช้ mefenamic acid ต้องปรึกษาเภสัชกรและรับยาจากร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำ ไม่ควรเลือกตัวยาหรือขนาดยาเองจากข้อมูลในบทความ

ก่อนกินยาเม็ดที่จำได้เพียงว่าเป็นสีชมพู ให้ตรวจข้อมูลต่อไปนี้บนแผงหรือซองยา

| สิ่งที่ต้องตรวจ | เหตุผล |
|---|---|
| ชื่อสามัญ | สีระบุตัวยาไม่ได้ |
| ความแรงต่อเม็ด | ยาเดียวกันอาจมีหลายขนาด |
| วันหมดอายุ | ไม่ควรใช้ยาหมดอายุ |
| วิธีใช้บนฉลาก | สูตรยาแต่ละผลิตภัณฑ์ต่างกัน |
| ส่วนประกอบทั้งหมด | ป้องกันกินตัวยาซ้ำ |

ไม่ควรกินยาเม็ดที่แกะออกจากแผง ไม่มีฉลาก หรือไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นยาอะไร แม้จะเคยได้รับยาเม็ดสีคล้ายกันมาก่อน เพราะลักษณะภายนอกไม่ยืนยันตัวยาและขนาดยา

หากมีประวัติแผลหรือเลือดออกในกระเพาะอาหาร โรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคตับ หอบหืดหลังใช้ยาแก้ปวด หรือกำลังกินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ไม่ควรเริ่มยา NSAIDs เอง หญิงตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ก็ควรหลีกเลี่ยงการเลือกยาเอง โดยเฉพาะเมื่ออายุครรภ์ตั้งแต่ 20 สัปดาห์ขึ้นไป

## มีกลุ่มยาอะไรที่ใช้บรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้บ้าง

**ยาที่ใช้บ่อยคือยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs ซึ่งลดการสร้างพรอสตาแกลนดินและช่วยลดการบีบตัวที่ทำให้ปวด** ยาในกลุ่มนี้รวมถึง [mefenamic acid](/pharmacy/mefenamic-acid-500-mg/) และ ibuprofen แต่ควรเลือกเพียงชนิดเดียว ไม่กินร่วมกันหรือกินซ้อนกับ NSAIDs ชนิดอื่น

| ตัวยาสามัญ | ใช้เมื่อใด | ประเด็นสำคัญ |
|---|---|---|
| mefenamic acid | ปวดประจำเดือน | กินหลังอาหารทันที |
| ibuprofen | ปวดประจำเดือนหรือปวดทั่วไป | กินพร้อมอาหารหากระคายท้อง |
| paracetamol | ใช้เมื่อ NSAIDs ไม่เหมาะ | ลดปวด แต่ไม่ลดการอักเสบ |

### Mefenamic acid ใช้อย่างไร

**mefenamic acid เป็นยาอันตรายในประเทศไทย ต้องจ่ายโดยเภสัชกรซึ่งควรประเมินข้อห้ามใช้ ยาร่วม โรคประจำตัว และการตั้งครรภ์ก่อนใช้** ควรรับยาจากร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำและใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร ไม่ควรเลือกขนาดยาเองจากข้อมูลในบทความ

ยานี้อาจทำให้ปวดท้อง คลื่นไส้ แสบร้อนกลางอก ท้องเสีย หรือเกิดแผลและเลือดออกในทางเดินอาหาร ควรกินหลังอาหารทันทีและดื่มน้ำตาม ห้ามใช้ร่วมกับ ibuprofen, aspirin ขนาดแก้ปวด หรือ NSAIDs ชนิดอื่น เพราะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกและไตทำงานผิดปกติ

เภสัชกรจะเป็นผู้แนะนำขนาดยาและระยะเวลาใช้ที่เหมาะสมหลังประเมินผู้ใช้ยา

### Ibuprofen ใช้อย่างไร

**ibuprofen ในประเทศไทยจัดเป็นยาอันตรายตามผลิตภัณฑ์ ต้องรับจากร้านขายยาที่มีเภสัชกร และใช้ขนาดตามฉลากของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในไทยหรือคำแนะนำของเภสัชกรหลังประเมินผู้ใช้ยา** ไม่ควรใช้หรือเพิ่มขนาดยาเองจากตัวเลขในบทความ โดยเฉพาะผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้มีโรคประจำตัว

ibuprofen อยู่ในกลุ่มเดียวกับ mefenamic acid จึงไม่ควรกินสองตัวนี้พร้อมกัน ผู้ที่มีโรคกระเพาะ แผลในทางเดินอาหาร โรคไต โรคหัวใจ เคยแพ้ aspirin หรือ NSAIDs และผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดต้องระวังเป็นพิเศษ

เภสัชกรจะประเมินข้อห้ามใช้ ยาร่วม โรคประจำตัว และการตั้งครรภ์ พร้อมแนะนำขนาดยาและระยะเวลาใช้ที่เหมาะสมตามผลิตภัณฑ์ไทย

### Paracetamol เหมาะกับใคร

**paracetamol เป็นทางเลือกบรรเทาปวดสำหรับบางคนที่ไม่เหมาะกับ NSAIDs แต่การเลือกขนาดต้องดูความแรงบนฉลากและยาอื่นที่กินร่วมกัน** ยาแก้หวัดหรือยาแก้ปวดสูตรผสมบางชนิดอาจมี paracetamol อยู่แล้ว การกินซ้ำโดยไม่ตรวจส่วนประกอบเสี่ยงได้รับยาเกินและทำลายตับ

ห้ามนำตัวเลข 100 มก. หรือ 325 มก. ที่ใช้แบ่ง aspirin ขนาดต่ำและขนาดสูงมาเป็นขนาดของ paracetamol เพราะเป็นข้อมูลของคนละตัวยา และไม่ใช่คำแนะนำสำหรับรักษาอาการปวดประจำเดือน

## อาการแบบไหนควรไปพบแพทย์

**ควรพบแพทย์หากอาการปวดรุนแรงกว่าปกติ เกิดขึ้นฉับพลัน หรือรบกวนชีวิตแม้ใช้ยาอย่างเหมาะสมแล้ว** อาการเหล่านี้อาจพบร่วมกับโรคในอุ้งเชิงกราน การติดเชื้อ หรือภาวะตั้งครรภ์ที่ต้องตรวจเพิ่มเติม

ไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

- ปวดท้องน้อยรุนแรงฉับพลัน โดยเฉพาะปวดข้างเดียว
- เป็นลม หน้ามืดมาก ตัวซีด ใจสั่น หรืออ่อนแรงผิดปกติ
- สงสัยว่าตั้งครรภ์และมีอาการปวดท้องหรือเลือดออก
- มีไข้ร่วมกับปวดท้องน้อย หรือตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ
- เลือดออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยถี่ผิดปกติ หรือมีลิ่มเลือดจำนวนมาก
- อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือปวดท้องไม่หายหลังกิน NSAIDs
- หายใจลำบาก หน้า ปาก หรือลิ้นบวม มีลมพิษหลังใช้ยา
- เจ็บหน้าอก พูดไม่ชัด หรือแขนขาข้างหนึ่งอ่อนแรง

ควรนัดตรวจแม้ไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน หากปวดมากขึ้นทุกเดือน เริ่มมีอาการครั้งแรกหลังจากเดิมไม่เคยปวด ปวดนอกช่วงประจำเดือน เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือประจำเดือนเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง

## คำถามที่พบบ่อย

### ยาเม็ดสีชมพูคือ mefenamic acid ใช่ไหม

**บอกไม่ได้จากสีเพียงอย่างเดียว** mefenamic acid จากผู้ผลิตต่างกันอาจมีสี รูปร่าง และความแรงไม่เหมือนกัน ขณะเดียวกันยาอื่นก็อาจเป็นสีชมพูได้ ให้ดูชื่อสามัญบนแผงหรือซองก่อนกินเสมอ

### กิน mefenamic acid พร้อม ibuprofen ได้ไหม

**ไม่ควรกินพร้อมกัน เพราะทั้งสองชนิดเป็นยา NSAIDs** การกินร่วมกันไม่ได้หมายความว่าจะลดปวดได้ดีขึ้น แต่เพิ่มความเสี่ยงระคายกระเพาะ แผล เลือดออก และไตทำงานผิดปกติ

### ควรกินยาแก้ปวดก่อนหรือหลังอาหาร

**mefenamic acid ควรกินหลังอาหารทันที ส่วน ibuprofen ควรกินพร้อมอาหารหรือนมหากมีอาการระคายท้อง** อาหารอาจช่วยลดความไม่สบายท้อง แต่ไม่สามารถป้องกันแผลหรือเลือดออกจากยาได้ทั้งหมด

### ปวดประจำเดือนกินยาแล้วไม่หายควรทำอย่างไร

**หากปวดไม่ดีขึ้นหรือกลับมารุนแรงทุกเดือน ควรตรวจหาสาเหตุแทนการเพิ่มขนาดยาหรือผสมยาเอง** โดยเฉพาะเมื่อมีเลือดออกมาก ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ มีไข้ หรือตกขาวผิดปกติ

### ถ้ากินยาแล้วถ่ายดำต้องหยุดยาหรือไม่

**ควรหยุดยา NSAIDs และไปโรงพยาบาลทันที เพราะอุจจาระดำเหนียวอาจเป็นสัญญาณเลือดออกในทางเดินอาหาร** หากมีหน้ามืด เป็นลม อาเจียนเป็นเลือด หรือปวดท้องมาก ให้รับการช่วยเหลือฉุกเฉิน

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2033)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=2033) — เกี่ยวกับ mefenamic acid — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
2. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 10230)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=10230) — เกี่ยวกับ mefenamic acid — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
3. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 272)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=272) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
4. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2151)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=2151) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
5. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 2272)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=2272) — เกี่ยวกับ ibuprofen — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
6. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 707)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=707) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
7. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1475)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=1475) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
8. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1879)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=1879) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
9. [WebMD: Mefenamic Acid (Ponstel): Uses, Side Effects, Interactions ...](https://www.webmd.com/drugs/mefenamic-acid-ponstel) — เกี่ยวกับ mefenamic acid — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)
10. [NHS: NSAIDs](https://www.nhs.uk/medicines/nsaids/) — เกี่ยวกับ ibuprofen — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)
11. [Healthline: Your Guide to Over-the-Counter (OTC) Anti-Inflammatories](https://www.healthline.com/health/pain-relief/otc-anti-inflammatories) — เกี่ยวกับ ibuprofen — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)
12. [NHS: Paracetamol poisoning treatment - Overview](https://www.guysandstthomas.nhs.uk/health-information/paracetamol-poisoning-treatment) — เกี่ยวกับ paracetamol — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
> หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
