# ยาสามัญประจําบ้าน คือ

**ยาสามัญประจําบ้าน คือยาสำหรับดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่ประชาชนสามารถมีไว้ใช้เอง โดยต้องเลือกให้ตรงอาการ อ่านฉลาก และไม่ใช้แทนการตรวจรักษาเมื่อมีอาการรุนแรง**

ยาในตู้ประจำบ้านควรครอบคลุมปัญหาพื้นฐาน เช่น ไข้ ปวดเล็กน้อย อาการแพ้ คัน แผลตื้น และการปฐมพยาบาล ไม่จำเป็นต้องสะสมยาหลายชนิด โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ ยานอนหลับ หรือยาที่เหลือจากการรักษาครั้งก่อน

## ประเด็นสำคัญ

- ยาสามัญประจำบ้านช่วยบรรเทาอาการเล็กน้อย เช่น ไข้ ปวด ภูมิแพ้ คัน และแผลตื้น แต่ไม่ได้รักษาโรครุนแรงหรือทดแทนการตรวจหาสาเหตุ
- พาราเซตามอลชนิดเม็ดสำหรับผู้ใหญ่มักมีขนาด 500 มก. ส่วน chlorpheniramine ที่เป็นยาสามัญประจำบ้านต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีข้อความหรือสัญลักษณ์ดังกล่าวบนฉลาก โดยผลิตภัณฑ์ความแรง 4 มก. อาจอยู่ในประเภทกฎหมายอื่นและควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้
- อย่าใช้ยาซ้ำตัวยาจากผลิตภัณฑ์หลายชนิด และควรไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อหายใจลำบาก หมดสติ แพ้ยารุนแรง หรือสงสัยว่าได้รับยาเกินขนาด

## สารบัญ

- [ยาสามัญประจําบ้าน มีอะไรบ้าง](#ยาสามัญประจําบ้าน-มีอะไรบ้าง)
- [ยาสามัญประจำบ้านไม่ได้ใช้รักษาอะไร](#ยาสามัญประจำบ้านไม่ได้ใช้รักษาอะไร)
- [ควรระวังอะไรเมื่อใช้ยาสามัญประจำบ้าน](#ควรระวังอะไรเมื่อใช้ยาสามัญประจำบ้าน)
- [หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรใช้ได้หรือไม่](#หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรใช้ได้หรือไม่)
- [เด็กใช้ยาสามัญประจำบ้านอย่างไร](#เด็กใช้ยาสามัญประจำบ้านอย่างไร)
- [ยาสามัญประจำบ้านมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง](#ยาสามัญประจำบ้านมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง)
- [ยาสามัญประจำบ้านตีกับยาชนิดอื่นหรือแอลกอฮอล์หรือไม่](#ยาสามัญประจำบ้านตีกับยาชนิดอื่นหรือแอลกอฮอล์หรือไม่)
- [ผู้ใหญ่ควรใช้ยาแต่ละชนิดเท่าไร](#ผู้ใหญ่ควรใช้ยาแต่ละชนิดเท่าไร)
- [เด็กควรใช้ยาแต่ละชนิดเท่าไร](#เด็กควรใช้ยาแต่ละชนิดเท่าไร)
- [หากใช้ยาเกินขนาดควรทำอย่างไร](#หากใช้ยาเกินขนาดควรทำอย่างไร)
- [คำถามที่พบบ่อย](#คำถามที่พบบ่อย)
- [คำถามที่ควรถามเภสัชกร](#คำถามที่ควรถามเภสัชกร)

## ยาสามัญประจําบ้าน มีอะไรบ้าง

**ควรมีเฉพาะยาที่ตรงกับอาการพื้นฐานของคนในบ้าน พร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาล และตรวจวันหมดอายุเป็นประจำ** รายการต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง ไม่ได้หมายความว่าทุกบ้านต้องมีครบทุกชนิด

| อาการหรือการใช้งาน | ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่อาจขึ้นทะเบียนเป็นยาสามัญประจำบ้าน | สิ่งที่ต้องรู้ |
|---|---|---|
| ไข้หรือปวดเล็กน้อย | paracetamol | ระวังซ้ำกับยาแก้หวัด |
| จาม น้ำมูก คันจากภูมิแพ้ | chlorpheniramine | อาจทำให้ง่วง |
| แผลถลอกหรือแผลตื้น | povidone-iodine | ใช้ภายนอก หลีกเลี่ยงดวงตา |
| ผื่นคันหรือแมลงกัดต่อย | calamine | ทาภายนอก ไม่ใช้กับแผลลึก |
| ท้องเสียและเสียน้ำ | ผงเกลือแร่ชนิดรับประทาน | ผสมตามฉลาก ไม่ผสมเข้มข้นเอง |
| ปฐมพยาบาล | ผ้าก๊อซ พลาสเตอร์ น้ำเกลือล้างแผล | เก็บให้สะอาดและแห้ง |

สถานะตามกฎหมายขึ้นอยู่กับสูตรยา ความแรง รูปแบบยา ขนาดบรรจุ และฉลากของแต่ละผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่มีตัวยาเดียวกันอาจอยู่คนละประเภทตามกฎหมาย จึงควรตรวจข้อความหรือสัญลักษณ์ “ยาสามัญประจำบ้าน” บนฉลาก

Paracetamol ใช้ลดไข้และบรรเทาปวด เช่น ปวดศีรษะหรือปวดเมื่อยเล็กน้อย ส่วน chlorpheniramine ใช้บรรเทาจาม น้ำมูก คันจมูก คันคอ และคันตาหรือน้ำตาไหลจากภูมิแพ้ ไม่ควรเลือกยาผสมหลายตัวยาเมื่ออาการของคุณต้องการเพียงตัวยาเดียว

Povidone-iodine อาจใช้กับบาดแผลเล็กน้อยหรือรอยถลอกตามฉลาก แต่แผลไหม้ให้รีบเปิดน้ำสะอาดอุณหภูมิปกติไหลผ่านอย่างน้อย 20 นาที ไม่ใช้น้ำแข็ง และไม่ควรทา povidone-iodine โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากบุคลากรสุขภาพ สำหรับ calamine ใช้บรรเทาอาการคันหรือระคายเคืองผิวหนังชั่วคราว ผลิตภัณฑ์ calamine บางชนิดผสมตัวยาอื่น จึงต้องอ่านส่วนประกอบก่อนใช้

> **ชื่อยาบนฉลากสำคัญกว่าสีหรือรูปแบบบรรจุภัณฑ์:** ตรวจชื่อสามัญ ความแรง วิธีใช้ วันหมดอายุ และตัวยาที่ผสมอยู่ทุกครั้ง เพื่อป้องกันการใช้ยาซ้ำโดยไม่รู้ตัว

## ยาสามัญประจำบ้านไม่ได้ใช้รักษาอะไร

**ไม่ใช่ยาสำหรับรักษาทุกโรค และไม่ควรใช้เพื่อกดอาการรุนแรงแล้วรอดูเองเป็นเวลานาน** ยาลดไข้ช่วยลดอุณหภูมิและอาการปวด แต่ไม่ได้กำจัดสาเหตุของไข้ ขณะที่ยาแก้แพ้ช่วยบรรเทาอาการแพ้บางอย่าง แต่ไม่ได้รักษาไวรัสหวัดหรือการแพ้รุนแรง

ยาฆ่าเชื้อทาภอกไม่สามารถรักษาแผลลึก แผลแทง แผลสัตว์กัด หรือแผลไหม้รุนแรงได้ ส่วนโลชันทาผื่นไม่ควรใช้แทนการประเมินเมื่อผื่นลามเร็ว มีตุ่มพอง ผิวลอก มีไข้ หรือเกิดหลังเริ่มยาใหม่

ยาปฏิชีวนะไม่ควรเก็บไว้กินเองเมื่อเจ็บคอ ไอ หรือเป็นหวัด เพราะอาการเหล่านี้จำนวนมากเกิดจากไวรัส การใช้ไม่ตรงโรคเพิ่มความเสี่ยงผลข้างเคียงและเชื้อดื้อยา

## ควรระวังอะไรเมื่อใช้ยาสามัญประจำบ้าน

**อ่านฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง แม้จะเคยใช้ยาชนิดเดิม เพราะความแรงและส่วนประกอบอาจต่างกัน** หลักสำคัญมีดังนี้

1. **ตรวจตัวยาซ้ำ:** ยาแก้หวัดหลายสูตรมี paracetamol หรือ chlorpheniramine ผสมอยู่แล้ว การกินเพิ่มอาจทำให้เกินขนาด
2. **ตรวจประวัติแพ้ยา:** หากเคยแพ้ตัวยาหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นั้น ไม่ควรใช้ซ้ำ
3. **แยกยากินกับยาทา:** Povidone-iodine และ calamine ใช้ภายนอก ห้ามกลืนและระวังไม่ให้เข้าตา
4. **ไม่แบ่งยาของตัวเองให้ผู้อื่น:** โรคประจำตัว น้ำหนัก อายุ การตั้งครรภ์ และยาที่ใช้อยู่ทำให้คำแนะนำต่างกัน
5. **ไม่ใช้ยาหมดอายุหรือฉลากอ่านไม่ออก:** ควรทิ้งอย่างเหมาะสม และไม่เทยาหลายชนิดรวมในภาชนะเดียว
6. **เก็บพ้นมือเด็ก:** เก็บในบรรจุภัณฑ์เดิม ปิดฝาให้สนิท และหลีกเลี่ยงความร้อนหรือความชื้น
7. **สังเกตสัญญาณอันตราย:** หายใจลำบาก เจ็บหน้าอกรุนแรง หมดสติ ชัก เลือดออกมาก หรือหน้าบวมหลังใช้ยา ต้องรับการช่วยเหลือฉุกเฉิน

ผู้ที่มีโรคตับ โรคไต ต้อหิน ปัสสาวะลำบากจากต่อมลูกหมากโต หรือโรคทางเดินหายใจเรื้อรังควรตรวจข้อห้ามของยาแต่ละชนิดเป็นพิเศษ

## หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรใช้ได้หรือไม่

**ไม่ควรเหมารวมว่ายาสามัญประจำบ้านทุกชนิดปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร** ต้องพิจารณาตัวยา อาการ อายุครรภ์ ขนาดยา และระยะเวลาที่ใช้

Paracetamol เป็นยาที่ใช้ลดไข้หรือบรรเทาปวดระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตรได้บ่อย แต่ควรใช้เท่าที่จำเป็นตามฉลาก หลีกเลี่ยงการกินซ้ำจากยาแก้หวัดหลายสูตร และอย่าใช้ต่อเนื่องเพื่อกลบอาการที่ยังไม่ทราบสาเหตุ

Chlorpheniramine อาจใช้ในหญิงตั้งครรภ์ได้เมื่อมีเหตุจำเป็น แต่ควรเพิ่มความระมัดระวัง หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรให้บุคลากรสุขภาพตรวจยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ก่อน โดยเฉพาะยาผสมแก้หวัดซึ่งอาจมีตัวยาอื่นร่วมด้วย

## เด็กใช้ยาสามัญประจำบ้านอย่างไร

**เด็กไม่ควรได้รับยากินโดยคาดเดาขนาดจากอายุหรือแบ่งจากขนาดของผู้ใหญ่** ขนาดยากินสำหรับเด็กมักต้องคำนวณจากน้ำหนัก และยาน้ำชนิดเดียวกันอาจมีความเข้มข้นต่างกัน

ก่อนให้ยาน้ำ ต้องตรวจว่าฉลากระบุกี่มิลลิกรัมต่อกี่มิลลิลิตร ใช้กระบอกตวงยาหรืออุปกรณ์ที่มากับผลิตภัณฑ์ ไม่ใช้ช้อนกินข้าวในบ้าน หากไม่มีข้อมูลขนาดยาตามน้ำหนักที่ชัดเจน อย่าคำนวณเอง

ฉลาก chlorpheniramine ที่อ้างอิงระบุให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีปรึกษาแพทย์ จึงไม่ควรนำขนาดผู้ใหญ่ไปใช้กับเด็ก ส่วน calamine บางผลิตภัณฑ์ระบุให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนใช้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาจมีส่วนผสมต่างกัน

เด็กเล็กที่ซึม ไม่ยอมดื่ม หายใจเร็ว ชัก มีผื่นร่วมกับไข้สูง หรือปัสสาวะน้อย ควรได้รับการประเมิน ไม่ควรรักษาด้วยยาในบ้านเพียงอย่างเดียว

## ยาสามัญประจำบ้านมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

**ผลข้างเคียงขึ้นอยู่กับตัวยา โดยอาการง่วงพบได้จาก chlorpheniramine ส่วนการแพ้ยาและตับบาดเจ็บจาก paracetamol เป็นเหตุรุนแรงที่ต้องระวัง** ใช้ขนาดถูกต้องและหยุดยาหากเกิดอาการผิดปกติ

### ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

| ตัวยา | อาการที่อาจพบ | ควรทำอย่างไร |
|---|---|---|
| paracetamol | โดยทั่วไปพบผลข้างเคียงน้อยเมื่อใช้ถูกต้อง | หยุดใช้หากมีผื่นหรืออาการผิดปกติ |
| chlorpheniramine | ง่วงซึม มึน เวียนศีรษะ ปากแห้ง | งดขับรถและงานเสี่ยง |
| povidone-iodine | แสบหรือระคายเคืองเฉพาะที่ | ล้างออกหากระคายเคืองมาก |
| calamine | ผิวแห้งหรือระคายเคือง | หยุดทาหากผื่นแย่ลง |

### ผลข้างเคียงที่รุนแรง

Paracetamol สามารถทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงได้แม้พบไม่บ่อย อาการอาจรวมถึงหน้าหรือคอบวม หายใจลำบาก หลอดลมตีบ ความดันต่ำ ผื่นพุพอง หรือผิวลอก ความรุนแรงของการแพ้ไม่สัมพันธ์กับปริมาณยาที่กินและคาดเดาล่วงหน้าไม่ได้

การได้รับ paracetamol มากเกินไปอาจทำลายตับ ช่วงแรกอาจยังไม่มีอาการชัด หรือมีเพียงคลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง จึงไม่ควรรอให้ตัวเหลืองหรือตาเหลืองก่อนขอความช่วยเหลือ

> **อาการแพ้ยาฉุกเฉิน:** หากมีปาก ลิ้น หน้า หรือคอบวม หายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก หน้ามืด หรือผื่นพุพองหลังใช้ยา ให้หยุดยาและไปห้องฉุกเฉินทันที

## ยาสามัญประจำบ้านตีกับยาชนิดอื่นหรือแอลกอฮอล์หรือไม่

**ยาบางชนิดมีปฏิกิริยากับยาประจำหรือเสริมฤทธิ์แอลกอฮอล์ จึงควรตรวจส่วนประกอบก่อนกินร่วมกัน** ความเสี่ยงสำคัญที่สุดในตู้ยาทั่วไปคือการได้รับตัวยาซ้ำและอาการง่วงมากขึ้น

ผู้ที่ใช้ warfarin ไม่ควรใช้ paracetamol ต่อเนื่องหรือเพิ่มขนาดเองโดยไม่ตรวจแผนการรักษา แม้ paracetamol จะใช้บรรเทาปวดได้ในบางกรณี ส่วนอาการปวดกล้ามเนื้อผิดปกติระหว่างใช้ simvastatin ไม่ควรแก้ด้วยการกินยาแก้ปวดอย่างเดียว เพราะอาจต้องตรวจกล้ามเนื้อ ไต และรายการยาที่ใช้ร่วมกัน

Chlorpheniramine อาจเสริมอาการง่วงเมื่อใช้ร่วมกับยานอนหลับ ยาคลายกังวล หรือยาที่กดระบบประสาท คุณจึงไม่ควรขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือดื่มแอลกอฮอล์หลังรับประทานยา

แอลกอฮอล์ยังเพิ่มภาระต่อตับ จึงควรหลีกเลี่ยงเมื่อใช้ paracetamol โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มหนัก ดื่มเป็นประจำ มีโรคตับ หรือรับประทานอาหารได้น้อย

## ผู้ใหญ่ควรใช้ยาแต่ละชนิดเท่าไร

**ขนาดใช้ต่างกันตามตัวยา รูปแบบ และความแรงบนฉลาก ห้ามใช้จำนวนเม็ดหรือปริมาตรเดียวกันกับทุกผลิตภัณฑ์** ตัวเลขต่อไปนี้ใช้ได้เฉพาะบริบทที่ระบุ

| ตัวยาและรูปแบบ | ขนาดหรือวิธีใช้ที่ระบุ | ข้อจำกัดสำคัญ |
|---|---|---|
| paracetamol เม็ดหรือแคปซูล 500 มก. | ครั้งละ 1–2 เม็ด | เว้นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ไม่เกิน 8 เม็ดใน 24 ชั่วโมง |
| paracetamol น้ำสำหรับผู้ใหญ่ | ตรวจจำนวนมิลลิกรัมต่อ 5 มล. บนฉลาก | ปรึกษาเภสัชกรก่อนคำนวณปริมาตร |
| chlorpheniramine 4 มก. ชนิดยาเดี่ยว | ครั้งละ 1 เม็ด ทุก 4–6 ชั่วโมง | ไม่เกิน 6 เม็ด หรือ 24 มก. ใน 24 ชั่วโมง |
| povidone-iodine ทาภายนอก | ทำความสะอาดแผลแล้วใช้เล็กน้อย วันละ 1–3 ครั้ง | ปล่อยให้แห้งก่อนปิดผ้าพันแผล |
| calamine ทาภายนอก | เขย่าก่อนใช้และทาบริเวณที่มีอาการ | บางฉลากกำหนดไม่เกินวันละ 3–4 ครั้ง |

ขนาด paracetamol สูงสุดในตารางใช้เฉพาะผู้ใหญ่ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงและใช้ในช่วงสั้น ๆ ผู้ที่น้ำหนักต่ำกว่า 50 กก. มีโรคตับ ดื่มแอลกอฮอล์หนัก รับประทานอาหารได้น้อย หรือเป็นผู้สูงอายุเปราะบางต้องปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อกำหนดขนาดสูงสุดที่ต่ำกว่า และต้องรวม paracetamol จากทุกผลิตภัณฑ์ที่ใช้

อย่าใช้ paracetamol นานเกิน 3 วันโดยไม่ได้รับคำแนะนำ และอย่ารวมขนาดจากยาเดี่ยวกับยาแก้หวัดที่มี paracetamol ผสมอยู่

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

## เด็กควรใช้ยาแต่ละชนิดเท่าไร

**ขนาดยากินสำหรับเด็กต้องอิงน้ำหนักและความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ จึงไม่ควรสร้างขนาดยาจากอายุเพียงอย่างเดียว** ไม่มีตัวเลขขนาดยากินสำหรับเด็กที่ควรนำไปอนุมานจากข้อมูลผู้ใหญ่ข้างต้น

หากเด็กต้องใช้ paracetamol ให้ชั่งน้ำหนัก ตรวจความเข้มข้นที่ระบุเป็นมิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร และใช้เครื่องตวงยา ขนาดเป็นมิลลิลิตรจะระบุอย่างปลอดภัยไม่ได้หากไม่ทราบความเข้มข้นของยาน้ำ

ไม่ควรแบ่ง chlorpheniramine 4 มก. ตามการคาดเดาเพื่อให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เพราะการแบ่งเม็ดไม่ได้ยืนยันว่าขนาดนั้นเหมาะกับน้ำหนักหรืออาการของเด็ก สำหรับยาทาภายนอก ควรใช้เฉพาะบริเวณเล็ก หลีกเลี่ยงตา ปาก และผิวหนังที่แตกเป็นบริเวณกว้าง

## หากใช้ยาเกินขนาดควรทำอย่างไร

**หากกินยาเกินฉลาก โดยเฉพาะ paracetamol ให้ติดต่อศูนย์พิษวิทยาหรือไปโรงพยาบาลทันที แม้ยังรู้สึกปกติ** อย่ารอให้อาเจียน ปวดท้อง ตัวเหลือง หรือซึม เพราะความเสียหายต่อตับอาจเริ่มขึ้นก่อนมีอาการชัดเจน

นำซองยา ขวดยา หรือภาพฉลากไปด้วย พร้อมแจ้งชื่อยา ความแรง จำนวนที่กิน เวลาที่กิน น้ำหนักตัว และยาอื่นที่ใช้ในวันเดียวกัน ห้ามทำให้อาเจียนเองและอย่าให้ยาอื่นเพื่อแก้อาการโดยไม่ได้รับคำแนะนำ

หากกลืน povidone-iodine หรือ calamine ให้ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ หากผู้ป่วยหมดสติ ชัก หายใจลำบาก หรือปลุกไม่ตื่น ให้โทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

> **อย่าคำนวณว่าปลอดภัยจากจำนวนเม็ดเพียงอย่างเดียว:** ต้องรวมยาทุกผลิตภัณฑ์ที่มีตัวยาเดียวกัน รวมถึงยาแก้หวัด ยาลดไข้ และยาผสมที่กินในวันนั้น

## คำถามที่พบบ่อย

### ยาสามัญประจำบ้านต้องมีครบทุกชนิดไหม

**ไม่จำเป็น** เลือกตามปัญหาที่พบได้ในบ้าน โรคประจำตัว และสมาชิกในครอบครัว ตู้ยาขนาดเล็กที่จัดเป็นหมวดและตรวจง่ายปลอดภัยกว่าการสะสมยาจำนวนมาก

### ยาปฏิชีวนะเป็นยาสามัญประจำบ้านหรือไม่

**ไม่ควรเก็บไว้เริ่มกินเอง** ยาปฏิชีวนะต้องเลือกตามชนิดและตำแหน่งของการติดเชื้อ อาการหวัด ไอ หรือเจ็บคอไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ยาปฏิชีวนะเสมอ

### ยาที่เหลือจากครั้งก่อนนำกลับมากินได้ไหม

**ไม่ควรนำกลับมาใช้เพียงเพราะมีอาการคล้ายเดิม** สาเหตุอาจต่างกัน และยาอาจหมดอายุ เสื่อมสภาพ หรือไม่เหมาะกับยาอื่นที่คุณเริ่มใช้ภายหลัง

### กิน paracetamol พร้อมยาแก้หวัดได้ไหม

**กินร่วมกันได้เฉพาะเมื่อยาแก้หวัดไม่มี paracetamol ผสมอยู่ หรือรวมแล้วไม่เกินขนาดที่ฉลากกำหนด** ตรวจคำว่า paracetamol หรือ acetaminophen ในรายการส่วนประกอบก่อนทุกครั้ง

### Chlorpheniramine กินแล้วขับรถได้ไหม

**หลังรับประทาน chlorpheniramine ไม่ควรขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำงานที่ต้องใช้ความตื่นตัว และควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือยาอื่นที่ทำให้ง่วง** Chlorpheniramine ทำให้ง่วง มึน และตอบสนองช้าลงได้ โดยแอลกอฮอล์หรือยานอนหลับอาจทำให้อาการมากขึ้น

### Povidone-iodine ใช้กับแผลทุกชนิดได้ไหม

**ไม่ควรใช้ดูแลเองเมื่อเป็นแผลลึก แผลแทง แผลสัตว์กัด แผลไหม้รุนแรง หรือแผลกว้าง** ห้ามใช้ในดวงตาและไม่ควรทาทั่วบริเวณกว้างของร่างกาย

### Calamine ทาแล้วผื่นไม่ดีขึ้นควรทำอย่างไร

**หยุดใช้และรับการประเมินหากผื่นแย่ลง เป็นนานกว่า 7 วัน หรือหายแล้วกลับมาใหม่ในไม่กี่วัน** หากมีไข้ หายใจลำบาก หน้าบวม ตุ่มพอง หรือผิวลอก ให้พบแพทย์เร่งด่วน

### ควรเก็บยาไว้ในตู้เย็นหรือไม่

**ไม่ควรแช่ตู้เย็นเว้นแต่ฉลากกำหนด** ยาทั่วไปควรเก็บในภาชนะเดิม ที่แห้ง พ้นแสง ความร้อน และมือเด็ก ห้องน้ำหรือรถยนต์มักร้อนและชื้นเกินไป

### แบ่งยาให้สมาชิกในบ้านใช้ร่วมกันได้ไหม

**ไม่ควรแบ่งยาที่สั่งเฉพาะบุคคลหรือยาที่ไม่ทราบส่วนประกอบให้กัน** แม้อาการคล้ายกัน แต่ประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว น้ำหนัก การตั้งครรภ์ และยาที่กินอยู่ทำให้ความเสี่ยงต่างกัน

### ควรตรวจตู้ยาบ่อยแค่ไหน

**ควรตรวจอย่างสม่ำเสมอและก่อนนำยาแต่ละชนิดมาใช้** แยกยาหมดอายุ บรรจุภัณฑ์ชำรุด ฉลากเลือน หรือยาที่เปลี่ยนสี กลิ่น และลักษณะออกจากยาที่ยังใช้ได้

## คำถามที่ควรถามเภสัชกร

- ยาที่ฉันใช้อยู่มีตัวยาซ้ำกับยาแก้ไข้หรือยาแก้หวัดในบ้านหรือไม่
- ขนาดยาที่เหมาะสมกับน้ำหนัก โรคตับ โรคไต หรือโรคประจำตัวของฉันคือเท่าไร
- ยาชนิดนี้ทำให้ง่วงและกระทบการขับรถหรือการทำงานหรือไม่
- หากตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือกำลังวางแผนตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงตัวยาใด
- อาการแบบใดควรหยุดดูแลเองและไปโรงพยาบาลทันที

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้  
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 707)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=707) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
2. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1475)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=1475) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
3. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1879)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=1879) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
4. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 70)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=70) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
5. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 7630)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=7630) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
6. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 9319)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=9319) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-16)
7. [pmc.ncbi.nlm.nih.gov: Long‐term adverse effects of paracetamol – a review - PMC](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6138494/) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
8. [NHS: Paracetamol for adults: painkiller for pain and high temperature](https://www.nhs.uk/medicines/paracetamol-for-adults/) — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
9. [NHS: Oral rehydration salts - Overview](https://www.guysandstthomas.nhs.uk/health-information/oral-rehydration-salts) — เกี่ยวกับ oral rehydration salts — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
10. [Healthline: Oral Rehydration Solution Uses, Benefits, Precautions, Recipe](https://www.healthline.com/health/oral-rehydration-solution) — เกี่ยวกับ oral rehydration salts — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
11. [MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Chlorpheniramine: MedlinePlus Drug Information](https://medlineplus.gov/druginfo/meds/a682543.html) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)
12. [RxList: Chlorpheniramine: Side Effects, Uses, Dosage, Interactions, Warnings](https://www.rxlist.com/chlorpheniramine/generic-drug.htm) — เกี่ยวกับ chlorpheniramine — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-16)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
> หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
