# วิธีแก้อาการเมาค้าง พะอืดพะอม

**อาการเมาค้าง พะอืดพะอม คือความไม่สบายหลังดื่มแอลกอฮอล์ เช่น คลื่นไส้ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ กระหายน้ำ อ่อนเพลีย หรือระคายท้อง ซึ่งมักดีขึ้นเมื่อหยุดดื่ม เติมน้ำ และพักผ่อน**

## ประเด็นสำคัญ

- **หยุดดื่มแอลกอฮอล์ จิบน้ำหรือน้ำเกลือแร่ทีละน้อย รับประทานอาหารอ่อน และพักผ่อน เป็นวิธีดูแลเบื้องต้นเมื่อยังรู้สึกตัวดีและดื่มน้ำได้**
- **หากคลื่นไส้หรือเวียนศีรษะ อาจพิจารณา dimenhydrinate ซึ่งมีเม็ดขนาด 25 และ 50 มก. แต่ตัวเลขนี้เป็นความแรงต่อเม็ด ไม่ใช่ขนาดที่ทุกคนควรกิน**
- **ถ้าปลุกไม่ตื่น สับสน หายใจช้าหรือผิดปกติ ชัก อาเจียนต่อเนื่อง อาเจียนเป็นเลือด หรือดื่มน้ำไม่ได้ ให้ไปฉุกเฉินทันที**

## อาการเมาค้างและพะอืดพะอมเกิดจากอะไรได้บ้าง

**สาเหตุหลักคือผลของแอลกอฮอล์ต่อสมอง กระเพาะอาหาร การนอนหลับ และสมดุลน้ำในร่างกาย โดยหลายสาเหตุอาจเกิดพร้อมกันได้**

- **การสูญเสียน้ำ:** แอลกอฮอล์ทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น จึงอาจกระหายน้ำ ปากแห้ง ปวดศีรษะ หรือรู้สึกอ่อนแรง
- **กระเพาะอาหารระคายเคือง:** อาจทำให้แสบท้อง จุก แน่น คลื่นไส้ หรืออาเจียน โดยเฉพาะเมื่อดื่มขณะท้องว่าง
- **การนอนหลับไม่มีคุณภาพ:** แม้หลับเร็วขึ้น แต่การนอนอาจไม่ต่อเนื่อง เมื่อตื่นจึงอ่อนเพลีย มึนงง และสมาธิลดลง
- **ผลต่อสมองและหูชั้นใน:** อาจเกิดเวียนศีรษะ โคลงเคลง หรือรู้สึกเหมือนสิ่งรอบตัวหมุน
- **รับประทานอาหารหรือน้ำน้อย:** ทำให้รู้สึกหมดแรง มือสั่น หน้ามืด หรือพะอืดพะอมมากขึ้น
- **ดื่มปริมาณมากหรือเร็วเกินไป:** อาการที่ดูคล้ายเมาค้างอาจเป็นพิษจากแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินและไม่ควรรอดูอาการเอง

อาการคลื่นไส้หลังดื่มไม่ได้เกิดจากเมาค้างเสมอไป อาหารเป็นพิษ ไมเกรน กรดไหลย้อน การตั้งครรภ์ หรือผลข้างเคียงจากยา ก็ทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้เช่นกัน

## เมื่อไหร่ที่ดูแลอาการเองได้

**คุณดูแลตัวเองก่อนได้เมื่อยังรู้สึกตัวดี พูดคุยรู้เรื่อง หายใจปกติ เดินได้โดยไม่เสี่ยงล้ม และสามารถจิบน้ำหรือรับประทานอาหารได้**

| อาการ | ควรทำอะไร |
|---|---|
| กระหายน้ำ ปากแห้ง | จิบน้ำหรือน้ำเกลือแร่ |
| คลื่นไส้เล็กน้อย | จิบทีละน้อย เลี่ยงมื้อใหญ่ |
| อ่อนเพลีย | พักในที่ปลอดภัย |
| แสบท้องหรือจุก | เลี่ยงแอลกอฮอล์และอาหารระคายท้อง |
| เวียนศีรษะ | นั่งหรือนอน ป้องกันการล้ม |
| อาเจียน | นอนตะแคงและมีคนคอยดู |

อย่าดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มเพื่อหวังแก้เมาค้าง เพราะอาจเพียงเลื่อนอาการออกไปและเพิ่มความเสี่ยงจากพิษแอลกอฮอล์ ควรหลีกเลี่ยงการขับรถ ใช้เครื่องจักร ว่ายน้ำ หรือทำงานบนที่สูงจนกว่าจะหายมึนและตื่นตัวตามปกติ

น้ำเกลือแร่ชนิดรับประทานมีน้ำตาล โซเดียม และโพแทสเซียมในสัดส่วนที่ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมน้ำ เหมาะเมื่อมีการสูญเสียน้ำจากอาเจียนร่วมด้วย ต้องผสมตามฉลากอย่างเคร่งครัด ไม่ผสมให้เข้มหรือเจือจางเอง เพราะสัดส่วนที่ผิดอาจทำให้ได้รับเกลือแร่มากหรือน้อยเกินไป

เริ่มจากจิบทีละน้อย หากดื่มรวดเดียวแล้วคลื่นไส้ ให้พักสั้น ๆ แล้วค่อยจิบใหม่ อาหารที่ไม่หนักท้อง เช่น ข้าวต้ม ซุป หรือขนมปัง อาจรับประทานได้เมื่อคุณรู้สึกพร้อม แต่ไม่จำเป็นต้องฝืนกินขณะกำลังอาเจียน

## มียากลุ่มใดช่วยบรรเทาอาการเมาค้างได้บ้าง

**ไม่มียาที่ล้างแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายหรือทำให้หายเมาค้างทันที แต่ยาบางกลุ่มอาจช่วยบรรเทาอาการเฉพาะอย่างได้**

| อาการเด่น | กลุ่มยาหรือผลิตภัณฑ์ที่อาจใช้ | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| คลื่นไส้ เวียนศีรษะ | dimenhydrinate | ทำให้ง่วงและตาพร่าได้ |
| สูญเสียน้ำจากอาเจียน | น้ำเกลือแร่ชนิดรับประทาน | ผสมตามสัดส่วนบนฉลาก |
| แสบท้อง จุกจากกรด | aluminium hydroxide ร่วมกับ magnesium hydroxide | อาจรบกวนการดูดซึมยาอื่น |
| ปวดศีรษะ | paracetamol | ต้องระวังเมื่อเกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์ |

### Dimenhydrinate ใช้เมื่อพะอืดพะอมได้อย่างไร

**Dimenhydrinate เป็นยาแก้คลื่นไส้และเวียนศีรษะที่ออกฤทธิ์ต้านฮิสตามีน แต่หลักฐานการใช้ตามฉลากมุ่งที่อาการจากการเคลื่อนไหว จึงไม่ควรมองว่าเป็นยารักษาสาเหตุของเมาค้าง**

ยารับประทานมีหลายรูปแบบ และพบยาเม็ดที่มีตัวยา **25 มก. หรือ 50 มก. ต่อเม็ด** ความแรงบนฉลากไม่ใช่คำสั่งให้กินหนึ่งเม็ดเสมอ เพราะขนาดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับฉลากผลิตภัณฑ์ อายุ โรคประจำตัว และยาอื่นที่ใช้อยู่

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ ง่วงซึม ปากแห้ง คอแห้ง ตาพร่า วิงเวียน ปวดศีรษะ ใจสั่น หรือไม่สบายท้อง แอลกอฮอล์และยากดประสาทอาจเพิ่มความง่วง จึงไม่ควรขับรถหรือทำงานที่ต้องใช้ความตื่นตัวหลังใช้ยา

ผู้มีโรคลมชักต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะการใช้เกินขนาดอาจกระตุ้นให้ชักได้ มีรายงานว่าผู้ใหญ่เกิดอาการชักเมื่อรับประทานมากกว่า **1 กรัม** ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลความเป็นพิษ ไม่ใช่ขนาดรักษา หากกินเกินฉลากหรือไม่แน่ใจว่ากินไปเท่าใด ให้ไปโรงพยาบาลทันที

ผู้ที่เป็นต้อหิน มีปัญหาการหายใจเรื้อรัง ปัสสาวะลำบากจากต่อมลูกหมากโต กำลังใช้ยานอนหลับหรือยาคลายกังวล รวมถึงผู้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรตรวจสอบความเหมาะสมก่อนใช้

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

### ยาลดกรดช่วยอาการแบบใด

**Aluminium hydroxide ร่วมกับ magnesium hydroxide อาจช่วยแสบร้อนกลางอก กรดเกิน หรือไม่สบายท้อง แต่ไม่ได้ช่วยแก้ภาวะขาดน้ำหรือเร่งการกำจัดแอลกอฮอล์**

ยาอาจมีทั้งชนิดเคี้ยวและยาน้ำ ชนิดเคี้ยวต้องเคี้ยวให้ละเอียด ส่วนยาน้ำต้องเขย่าก่อนใช้ ยาลดกรดอาจลดการดูดซึมของยาอื่น จึงไม่ควรกินยาอื่นภายใน 2 ชั่วโมงจากยาลดกรด เว้นแต่ได้รับคำแนะนำต่างออกไป ผู้มีโรคไตควรระวังการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียมหรืออะลูมิเนียม

### ยาแก้ปวดเหมาะกับอาการปวดศีรษะหรือไม่

**อย่ารีบกินยาแก้ปวดโดยไม่ตรวจสอบชนิดยา ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่ม โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ เพราะยาแต่ละกลุ่มมีความเสี่ยงต่างกัน**

Paracetamol ช่วยลดอาการปวดศีรษะทั่วไปได้ แต่ไม่ควรใช้เกินฉลากหรือกินซ้ำกับยาแก้หวัดและยาแก้ปวดสูตรผสมที่มีตัวยาเดียวกัน หากยังดื่มอยู่ ดื่มหนักเป็นประจำ มีโรคตับ หรือไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์อื่นมี paracetamol หรือไม่ ควรหลีกเลี่ยงการตัดสินใจใช้ยาเอง

ยาแก้ปวดต้านการอักเสบบางชนิดอาจระคายกระเพาะอาหาร จึงอาจทำให้แสบท้องหรือคลื่นไส้แย่ลง โดยเฉพาะเมื่ออาเจียน ขาดน้ำ มีแผลในกระเพาะ โรคไต หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

## เมื่อไหร่ที่อาการเมาค้างควรพบแพทย์

**ไปห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อมีสัญญาณว่าระดับความรู้สึกตัว การหายใจ หรือการไหลเวียนเลือดผิดปกติ เพราะอาจเป็นพิษจากแอลกอฮอล์หรือภาวะอื่นที่อันตราย**

- ปลุกไม่ตื่น หมดสติ สับสนมาก หรือพูดคุยไม่รู้เรื่อง
- หายใจช้า หายใจไม่สม่ำเสมอ หอบ หรือริมฝีปากเขียว
- ชัก เดินไม่ได้ แขนขาอ่อนแรง หรือปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ
- อาเจียนซ้ำจนดื่มน้ำไม่ได้ หรือสำลักอาเจียน
- อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือปวดท้องรุนแรง
- เจ็บหน้าอก ใจสั่นมาก เป็นลม หรือเหงื่อออกผิดปกติ
- ศีรษะกระแทก ล้ม หรือได้รับบาดเจ็บขณะมึนเมา
- สงสัยว่าดื่มร่วมกับยานอนหลับ ยาคลายกังวล สารเสพติด หรือสารที่ไม่ทราบชนิด

ระหว่างรอความช่วยเหลือ ให้อยู่กับผู้มีอาการ จัดให้นอนตะแคง และดูการหายใจ ห้ามทำให้อาเจียน ห้ามกรอกน้ำ กาแฟ หรือยาให้คนที่ซึมหรือกลืนไม่ปลอดภัย

หากอาการไม่ฉุกเฉินแต่ยังอาเจียน กินไม่ได้ หรืออาการไม่ดีขึ้นตามลำดับ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาภาวะขาดน้ำ กระเพาะอักเสบ อาหารเป็นพิษ หรือสาเหตุอื่น ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียงเมาค้าง

## คำถามที่พบบ่อย

### เมาค้าง พะอืดพะอม ควรกินอะไร

**เริ่มจากจิบน้ำหรือน้ำเกลือแร่ทีละน้อย แล้วรับประทานอาหารอ่อนเมื่อคลื่นไส้ลดลง** เลี่ยงมื้อใหญ่ อาหารมัน อาหารเผ็ด และการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่ม หากจิบน้ำไม่ได้หรืออาเจียนต่อเนื่อง ควรพบแพทย์

### กินกาแฟช่วยให้หายเมาค้างไหม

**กาแฟอาจทำให้รู้สึกตื่นขึ้นชั่วคราว แต่ไม่เร่งการกำจัดแอลกอฮอล์และไม่ทำให้ขับรถได้อย่างปลอดภัย** หากกาแฟทำให้ใจสั่น แสบท้อง หรือคลื่นไส้มากขึ้น ควรงดและเลือกจิบน้ำแทน

### อาเจียนแล้วอาการเมาค้างจะหายเร็วขึ้นไหม

**ไม่ควรทำให้อาเจียนเอง เพราะไม่ได้ช่วยกำจัดแอลกอฮอล์ที่ถูกดูดซึมแล้ว และเพิ่มความเสี่ยงต่อการสำลักหรือขาดน้ำ** หากอาเจียนเอง ให้นั่งโน้มตัวไปข้างหน้าหรือนอนตะแคง และอย่าปล่อยให้อยู่คนเดียวเมื่อยังมึนมาก

### Dimenhydrinate กินพร้อมแอลกอฮอล์ได้ไหม

**ไม่ควรกินพร้อมแอลกอฮอล์ เพราะทั้งสองอย่างทำให้ง่วงและลดความตื่นตัวได้** ยานี้มีความแรงต่อเม็ดหลายแบบ เช่น 25 และ 50 มก. จึงต้องอ่านฉลากก่อนใช้และห้ามเพิ่มจำนวนเม็ดเพื่อหวังให้อาการหายเร็วขึ้น

### น้ำเปล่าหรือน้ำเกลือแร่แบบไหนดีกว่า

**ถ้ากระหายน้ำเล็กน้อยและไม่ได้อาเจียนมาก น้ำเปล่าอาจเพียงพอ แต่เมื่อสูญเสียน้ำและเกลือแร่จากการอาเจียน น้ำเกลือแร่ชนิดรับประทานอาจเหมาะกว่า** ต้องผสมตามฉลาก และไม่ใช้เครื่องดื่มชนิดไม่มีน้ำตาลแทนน้ำเกลือแร่ เพราะกลูโคสมีส่วนช่วยในการดูดซึมโซเดียมและน้ำ

### เมาค้างแล้วขับรถได้เมื่อไหร่

**อย่าใช้ความรู้สึกว่า “สร่างแล้ว” เป็นเกณฑ์ตัดสินว่าขับรถได้ เพราะการไม่มีอาการไม่ได้ยืนยันว่าระดับแอลกอฮอล์ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่กระทบการขับขี่ หากดื่มมาก ไม่ทราบปริมาณหรือเวลาที่แน่ชัด หรือยังไม่มั่นใจว่าระดับแอลกอฮอล์ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ให้หลีกเลี่ยงการขับรถและใช้รถสาธารณะหรือให้ผู้ที่ไม่ได้ดื่มขับแทน** การดื่มกาแฟ อาบน้ำ หรือกิน[ยาแก้คลื่นไส้](/pharmacy/nausea-medicine/)ไม่ได้ทำให้แอลกอฮอล์ออกจากร่างกายเร็วขึ้น

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้  
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 3159)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=3159) — เกี่ยวกับ dimenhydrinate — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
2. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 8780)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=8780) — เกี่ยวกับ dimenhydrinate — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
3. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 707)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=707) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
4. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1475)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=1475) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
5. [หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คำถามที่ 1879)](https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=1879) — เกี่ยวกับ paracetamol — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-17)
6. [NHS: Oral rehydration salts - Overview](https://www.guysandstthomas.nhs.uk/health-information/oral-rehydration-salts) — เกี่ยวกับ oral rehydration salts — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)
7. [Healthline: Oral Rehydration Solution Uses, Benefits, Precautions, Recipe](https://www.healthline.com/health/oral-rehydration-solution) — เกี่ยวกับ oral rehydration salts — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)
8. [WebMD: Dimenhydrinate (Dramamine, Driminate, and others) - Uses, Side ...](https://www.webmd.com/drugs/dimenhydrinate-dramamine) — เกี่ยวกับ dimenhydrinate — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)
9. [MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Aluminum Hydroxide and Magnesium Hydroxide](https://medlineplus.gov/druginfo/meds/a601013.html) — เกี่ยวกับ aluminium hydroxide + magnesium hydroxide — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-17)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
> หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
