# ยาเม็ดเขียวเหลือง คือยาอะไร

**ยาเม็ดเขียวเหลือง คือเม็ดยาที่มีสีเขียวและสีเหลือง ซึ่งยังระบุชื่อยา ส่วนประกอบ หรือขนาดยาไม่ได้จากสีและรูปร่างเพียงอย่างเดียว**

## ประเด็นสำคัญ

- ยาเม็ดสีเขียวและเหลืองอาจเป็นยา อาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์อื่นหลายชนิด จึงต้องตรวจรหัสบนเม็ด ฉลาก และแผงยาก่อนระบุว่าเป็นอะไร
- หากไม่รู้ชื่อยา อย่ากินหรือให้ผู้อื่นกิน ให้นำเม็ดยาพร้อมแผงยา ซองยา หรือรูปถ่ายที่ชัดเจนไปให้เภสัชกรตรวจสอบ
- หากเผลอกินแล้วมีหายใจลำบาก หมดสติ ชัก ปากบวม หรือซึมลง ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที

## สารบัญ

- ยาเม็ดสีเขียวและเหลืองระบุชนิดได้อย่างไร
- ยาที่ไม่ทราบชื่อใช้รักษาอะไรได้บ้าง
- ยาที่ไม่ทราบชื่อไม่ได้ใช้รักษาอะไร
- ต้องตรวจสอบอะไรบ้างก่อนกิน
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรกินได้หรือไม่
- เด็กกินยาที่ไม่ทราบชื่อได้หรือไม่
- อาการหลังรับประทานแบบใดควรเฝ้าดูหรือไปโรงพยาบาล
- ใช้ร่วมกับยาอื่นได้หรือไม่
- ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาที่ไม่ทราบชื่อได้หรือไม่
- ผู้ใหญ่ควรกินขนาดเท่าไร
- เด็กควรกินขนาดเท่าไร
- หากกินเกินขนาดหรือเผลอกินควรทำอย่างไร
- คำถามที่พบบ่อย

## ยาเม็ดสีเขียวและเหลืองระบุชนิดได้อย่างไร

**ระบุชื่อยาไม่ได้จากสีเพียงอย่างเดียว เพราะผู้ผลิตหลายรายอาจใช้สี รูปทรง และขนาดที่คล้ายกันกับผลิตภัณฑ์คนละชนิด** สีของเม็ดยาอาจเปลี่ยนตามผู้ผลิต รุ่นการผลิต ประเทศ หรือสารเคลือบ แม้ยาจะมีตัวยาสำคัญเหมือนกันก็ตาม

ให้ตรวจข้อมูลต่อไปนี้ร่วมกัน:

| จุดที่ตรวจ | ข้อมูลที่ช่วยระบุ |
|---|---|
| ตัวอักษรหรือตัวเลขบนเม็ด | รหัสประทับ โลโก้ หรือเส้นแบ่งเม็ด |
| รูปทรง | กลม รี แคปซูล หรือหลายเหลี่ยม |
| ลักษณะสี | สีเดียว สองสี มีจุด หรือเป็นเม็ดเคลือบ |
| แผงหรือขวด | ชื่อสามัญ ความแรง เลขทะเบียน และผู้ผลิต |
| ซองจากสถานพยาบาล | ชื่อยา วิธีใช้ วันที่จ่าย และชื่อผู้รับยา |
| สภาพเม็ดยา | แตก บวม สีซีด มีกลิ่น หรือหมดอายุ |

รหัสบนเม็ดช่วยจำกัดตัวเลือกได้ แต่ไม่ควรใช้ฐานข้อมูลออนไลน์เพียงรายการเดียวตัดสิน เพราะผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ยาปลอม และอาหารเสริมอาจใช้ลักษณะใกล้เคียงกัน

> **ชื่อสามัญกับลักษณะภายนอก:** ยาชื่อสามัญเดียวกันอาจมีหลายสีและหลายรูปทรง ขณะที่เม็ดยาคนละชนิดอาจดูเหมือนกันมาก จึงต้องยืนยันจากฉลากหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้

## ยาที่ไม่ทราบชื่อใช้รักษาอะไรได้บ้าง

**ยังบอกสรรพคุณไม่ได้จนกว่าจะยืนยันตัวยาสำคัญและความแรงได้แน่นอน** เม็ดสีเขียวและเหลืองอาจเป็นได้ตั้งแต่ยาที่ใช้ทั่วไป ยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ วิตามิน อาหารเสริม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีข้อมูลกำกับชัดเจน

อย่าเดาสรรพคุณจากสถานที่พบยา เช่น ยาที่อยู่ข้างเตียงอาจไม่ใช่ยานอนหลับ และยาที่อยู่ในกล่องยาแก้หวัดอาจถูกหยิบใส่ผิดช่องได้ หากมีแผงยา ให้ตรวจชื่อสามัญและความแรงบนฟอยล์ทุกครั้ง

หากเม็ดยาหลุดจากบรรจุภัณฑ์ ให้เก็บแยกในภาชนะปิด ไม่วางรวมกับยาที่ทราบชื่อ และไม่ส่งต่อให้บุคคลอื่นใช้

## ยาที่ไม่ทราบชื่อไม่ได้ใช้รักษาอะไร

**ไม่ควรใช้รักษาอาการใดด้วยการคาดเดา ไม่ว่าจะเป็นไข้ ปวดศีรษะ ภูมิแพ้ ไอ นอนไม่หลับ หรืออาการเรื้อรัง** การเลือกยาจากสีอาจทำให้ได้รับยาผิดกลุ่ม ได้ขนาดไม่เหมาะสม หรือบดบังอาการที่ต้องตรวจรักษา

ยาที่ดูคล้ายยาเดิมของคุณก็อาจเป็นคนละความแรงหรือคนละตัวยา หากร้านยา โรงพยาบาล หรือรูปลักษณ์ของเม็ดยาเปลี่ยนไป ควรเทียบชื่อสามัญและความแรงบนฉลากเดิมกับฉลากใหม่ก่อนรับประทาน

## ต้องตรวจสอบอะไรบ้างก่อนกิน

**อย่ากินจนกว่าจะยืนยันชื่อยา ความแรง ผู้ใช้ และวิธีใช้ได้ครบถ้วน** การพบเม็ดยาในบ้าน กระเป๋า หรือกล่องแบ่งยาไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเป็นยาของคุณ

ตรวจสอบตามลำดับนี้:

1. **หยุดและแยกเม็ดยาออกก่อน** อย่าวางกลับรวมกับยาอื่น เพราะอาจจำผิดอีกครั้ง  
2. **อ่านรหัสทุกด้านของเม็ด** จดตัวอักษร ตัวเลข โลโก้ สี รูปทรง และเส้นแบ่งเม็ด  
3. **ค้นหาบรรจุภัณฑ์เดิม** ตรวจชื่อสามัญ ความแรง วันหมดอายุ และคำสั่งใช้  
4. **ถามเจ้าของยาหรือสถานที่ที่จ่ายยา** ใช้ซองยา ใบรับยา หรือประวัติยาช่วยยืนยัน  
5. **ให้เภสัชกรตรวจเม็ดยาจริง** นำแผง ขวด ซอง และยาชนิดอื่นที่ใช้อยู่ไปด้วย  
6. **ทิ้งอย่างเหมาะสมเมื่อยืนยันไม่ได้** ไม่เก็บไว้เผื่อใช้ และไม่ทิ้งในจุดที่เด็กหรือสัตว์เลี้ยงหยิบถึง  

ห้ามใช้เม็ดยาที่ชื้น แตก บวม เปลี่ยนสี มีกลิ่นผิดปกติ หรือไม่ทราบวันหมดอายุ แม้จะทราบชื่อยาก็ตาม เพราะคุณภาพของยาอาจเปลี่ยนไปแล้ว

## หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรกินได้หรือไม่

**ห้ามกินยาที่ไม่ทราบชื่อระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร** ยาบางชนิดอาจผ่านรกหรือผ่านน้ำนม และความเสี่ยงขึ้นอยู่กับตัวยา ความแรง ปริมาณที่ได้รับ และช่วงอายุครรภ์

หากกินไปแล้ว ให้เก็บเม็ดยาที่เหลือและบรรจุภัณฑ์ไว้ พร้อมจดเวลาที่กินและจำนวนโดยประมาณ อย่าพยายามทำให้อาเจียนเอง จากนั้นติดต่อโรงพยาบาลหรือศูนย์พิษวิทยาเพื่อประเมินตามชนิดยาและอาการ

การยังไม่มีอาการไม่ได้ยืนยันว่าปลอดภัย เพราะยาบางชนิดแสดงผลช้าหรือไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก

## เด็กกินยาที่ไม่ทราบชื่อได้หรือไม่

**ห้ามให้เด็กกินยาที่ไม่ทราบชื่อ เพราะขนาดยาสำหรับยาชนิดรับประทานมักต้องพิจารณาตามน้ำหนักและตัวยาที่แน่นอน** เม็ดยาของผู้ใหญ่อาจมีความแรงสูงเกินไปสำหรับเด็ก และการหักเม็ดไม่ได้ทำให้ได้ขนาดที่ปลอดภัยเสมอไป

เก็บยาในภาชนะปิดที่เด็กเปิดไม่ได้ วางสูงและพ้นสายตา ไม่เรียกยาว่า “ขนม” และไม่ทิ้งยาไว้ในกระเป๋าถือหรือกล่องแบ่งยาที่เปิดง่าย

หากพบเด็กถือเม็ดยา มีผงยารอบปาก หรือไม่แน่ใจว่ากลืนหรือไม่ ให้ถือว่าอาจได้รับยาแล้ว เก็บตัวอย่างเม็ดยาและบรรจุภัณฑ์ไว้ และขอคำแนะนำเร่งด่วนโดยไม่รอให้อาการเกิดขึ้น

## อาการหลังรับประทานแบบใดควรเฝ้าดูหรือไปโรงพยาบาล

**อาการหายใจลำบาก หมดสติ ชัก ซึมลงมาก หรือหน้าและปากบวม ต้องได้รับความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที** อย่าขับรถเองหากมีอาการมึนงง ง่วงมาก สับสน หรือการทรงตัวผิดปกติ

| อาการ | ควรทำอะไร |
|---|---|
| คลื่นไส้เล็กน้อย มึนงง ผื่นเล็กน้อย | หยุดใช้ เก็บตัวอย่างยา และขอคำแนะนำ |
| อาเจียนซ้ำ ใจสั่น เดินเซ สับสน | ไปโรงพยาบาลโดยเร็ว |
| ง่วงจนปลุกยาก หายใจช้า หมดสติ | โทร 1669 ทันที |
| หายใจลำบาก ปากหรือลิ้นบวม | โทร 1669 ทันที |
| ชัก เจ็บหน้าอก อ่อนแรงเฉียบพลัน | โทร 1669 ทันที |
| เด็กหรือหญิงตั้งครรภ์เผลอกิน | ขอคำแนะนำเร่งด่วนแม้ยังไม่มีอาการ |

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยหรือรุนแรงไม่สามารถระบุล่วงหน้าได้จนกว่าจะทราบว่าเป็นยาอะไร อย่ากินยาอื่นเพื่อแก้อาการเอง เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาหรือทำให้ประเมินอาการยากขึ้น

> **อาการแพ้รุนแรง:** ลมพิษทั่วตัว คอบวม เสียงแหบ หายใจมีเสียงหวีด หน้ามืด หรือหมดสติ อาจเป็นภาวะฉุกเฉิน ให้โทร 1669 และอย่ารอดูอาการอยู่บ้าน

## ใช้ร่วมกับยาอื่นได้หรือไม่

**ยังบอกไม่ได้ว่ากินร่วมกับยาอื่นได้หรือไม่จนกว่าจะทราบชื่อและความแรงของเม็ดยา** ปฏิกิริยาระหว่างยาอาจเพิ่มอาการง่วง เลือดออกผิดปกติ ความดันเปลี่ยน หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือทำให้ยาประจำออกฤทธิ์มากหรือน้อยเกินไป

ข้อมูลที่ควรเตรียมเพื่อตรวจสอบ ได้แก่:

- ยาตามใบสั่งแพทย์ทุกชนิด
- ยาซื้อใช้เองและยาแก้ปวด
- วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพร
- ยาคุมกำเนิด ยานอนหลับ หรือยาคลายกังวล
- ประวัติแพ้ยา
- โรคไต โรคตับ โรคหัวใจ หรือโรคประจำตัวอื่น

อย่าหยุดยาประจำที่แพทย์สั่งเพียงเพราะพบเม็ดยาที่จำไม่ได้ ให้ตรวจซองยาและประวัติการรักษาก่อน เพราะการหยุดยาบางชนิดกะทันหันอาจเป็นอันตรายได้

## ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาที่ไม่ทราบชื่อได้หรือไม่

**ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาที่ระบุไม่ได้** แอลกอฮอล์อาจเสริมฤทธิ์ง่วง กดการหายใจ ลดการทรงตัว ระคายกระเพาะ หรือเพิ่มภาระต่อตับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวยาที่ได้รับ

หากดื่มแอลกอฮอล์และเผลอกินยาไปแล้ว ให้งดขับรถ ใช้เครื่องจักร ว่ายน้ำ หรืออยู่ลำพัง สังเกตอาการง่วงผิดปกติ สับสน อาเจียนซ้ำ และหายใจช้าลง หากปลุกยากหรือหายใจผิดปกติให้โทร 1669

## ผู้ใหญ่ควรกินขนาดเท่าไร

**ไม่มีขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่ที่ปลอดภัยให้แนะนำจนกว่าจะยืนยันชื่อยา ตัวยาสำคัญ ความแรง และเหตุผลที่ใช้** เม็ดยาที่ดูเหมือนกันอาจมีความแรงต่างกัน และยาบางชนิดใช้ครั้งเดียว ขณะที่บางชนิดต้องกินเป็นเวลาเฉพาะ

อย่าลองกินครึ่งเม็ดเพื่อ “ทดสอบ” เพราะยาบางชนิดออกฤทธิ์ได้แม้ได้รับปริมาณน้อย และเม็ดเคลือบหรือเม็ดออกฤทธิ์นานบางชนิดไม่ควรหัก บด หรือเคี้ยว

เมื่อยืนยันชื่อยาได้แล้ว ให้ใช้ตามฉลากที่มีชื่อผู้รับยา หรือคำสั่งเดิมจากสถานพยาบาล ไม่ใช้คำบอกเล่าจากผู้ที่เคยมีอาการคล้ายกันแทนคำสั่งใช้ของคุณ

### คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

**ถ้าจำได้ว่าเคยกินวันละเม็ด กินตามเดิมได้ไหม?**  
ไม่ได้จนกว่าจะยืนยันว่าเป็นยาชนิดเดิมและความแรงเดิม คำว่า “วันละเม็ด” ไม่บอกปริมาณตัวยาที่ได้รับ

**หักครึ่งเม็ดแล้วจะปลอดภัยขึ้นไหม?**  
ไม่แน่เสมอไป บางเม็ดแบ่งตัวยาไม่สม่ำเสมอ และยาบางรูปแบบห้ามหักเพราะจะเปลี่ยนการปลดปล่อยยา

**ดูจากขนาดเม็ดแล้วประเมินความแรงได้ไหม?**  
ไม่ได้ เม็ดใหญ่ไม่ได้หมายถึงตัวยามากกว่าเสมอ เพราะขนาดขึ้นอยู่กับสารช่วยผลิตและรูปแบบยา

## เด็กควรกินขนาดเท่าไร

**ไม่มีขนาดยาสำหรับเด็กที่คำนวณได้เมื่อยังไม่ทราบตัวยาและความแรง** ยารับประทานสำหรับเด็กหลายชนิดคำนวณตามน้ำหนักเป็นมิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ไม่ใช่เลือกจากอายุหรือแบ่งจากขนาดผู้ใหญ่เอง

ห้ามแปลงเม็ดยาเป็นปริมาตร เช่น บดผสมน้ำแล้วตวงเป็นมิลลิลิตร เพราะไม่รู้ความเข้มข้นและตัวยาอาจกระจายไม่สม่ำเสมอ หากเด็กต้องใช้ยาจริง ควรยืนยันชื่อยาและให้คำนวณจากน้ำหนักปัจจุบัน

### คำถามเกี่ยวกับขนาดยาในเด็ก

**เด็กโตใช้ครึ่งหนึ่งของขนาดผู้ใหญ่ได้ไหม?**  
ไม่ได้เป็นกฎทั่วไป ขนาดยาขึ้นอยู่กับน้ำหนัก การทำงานของไตและตับ รวมถึงข้อห้ามของยาแต่ละชนิด

**เด็กเคยกินเม็ดสีเดียวกันมาก่อน กินซ้ำได้ไหม?**  
ไม่ควร สีไม่ยืนยันว่าเป็นยาชนิดเดียวกัน ต้องตรวจชื่อสามัญ ความแรง และคำสั่งใช้ทุกครั้ง

**ถ้าเด็กกัดแล้วคายออก ต้องทำอย่างไร?**  
อย่าให้เพิ่มเพื่อชดเชยทันที เพราะไม่รู้ว่าเด็กกลืนไปเท่าไร ให้เก็บเศษยาและตรวจสอบชื่อยาก่อนประเมินขั้นต่อไป

## หากกินเกินขนาดหรือเผลอกินควรทำอย่างไร

**ให้ขอความช่วยเหลือทันทีเมื่อไม่ทราบชนิดหรือจำนวนยา โดยเฉพาะหากเป็นเด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว** อย่ารอให้อาการเกิด เพราะพิษจากยาบางชนิดอาจแสดงช้า

ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

1. นำเม็ดยาออกจากปากหากยังมองเห็นและหยิบได้อย่างปลอดภัย  
2. ห้ามล้วงคอหรือทำให้อาเจียนเอง  
3. เก็บเม็ดยาที่เหลือ แผงยา ขวด ซอง และภาพถ่ายไว้  
4. จดเวลาที่คาดว่ากิน จำนวนที่อาจหายไป อายุ น้ำหนัก และอาการ  
5. หากหมดสติ ชัก หายใจผิดปกติ หรือปลุกไม่ตื่น ให้โทร 1669  
6. หากหมดสติแต่ยังหายใจ ให้จัดท่านอนตะแคงและไม่ป้อนน้ำ อาหาร หรือยา  

อย่าให้กาแฟ นม น้ำมะนาว ถ่านกัมมันต์ หรือยาชนิดอื่นเพื่อแก้พิษเอง การดูแลที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตัวยาและเวลาที่ได้รับ

## คำถามที่พบบ่อย

### ถ่ายรูปเม็ดยาแล้วค้นหาด้วยภาพได้ไหม

**ใช้ช่วยหาข้อมูลเบื้องต้นได้ แต่ยืนยันชื่อยาไม่ได้** แสง เงา สีของกล้อง และเม็ดยาที่หน้าตาคล้ายกันอาจทำให้ผลค้นหาผิด ควรใช้รหัสบนเม็ดและบรรจุภัณฑ์ร่วมด้วย

### ไม่มีตัวอักษรบนเม็ดจะตรวจอย่างไร

**ควรตรวจจากแผง ขวด ซองยา หรือประวัติการจ่ายยาเป็นหลัก** หากไม่มีข้อมูลเหล่านี้ การระบุอย่างน่าเชื่อถืออาจทำไม่ได้ จึงไม่ควรกินเม็ดนั้น

### เส้นแบ่งกลางเม็ดหมายความว่าหักได้ไหม

**ไม่เสมอไป** เส้นอาจช่วยแบ่งเม็ด แต่ไม่ได้ยืนยันว่าแบ่งแล้วตัวยาจะเท่ากันหรือรูปแบบการปลดปล่อยยาจะไม่เสียไป ต้องทราบชนิดยาก่อน

### เม็ดยาเปลี่ยนสีเล็กน้อยยังกินได้ไหม

**ไม่ควรกินหากสี กลิ่น รูปร่าง หรือเนื้อยาเปลี่ยนไปจากเดิม** ความชื้น ความร้อน แสง หรือการเสื่อมสภาพอาจกระทบคุณภาพ แม้ยังไม่ถึงวันหมดอายุ

### ยาหลุดจากแผงแต่จำได้ว่าเป็นยาประจำ ใช้ได้ไหม

**ใช้ได้ต่อเมื่อยืนยันจากข้อมูลอื่นได้ชัดเจนว่าเป็นยาและความแรงเดียวกัน รวมทั้งเก็บรักษาอย่างเหมาะสม** หากปะปนกับยาอื่นหรือไม่ทราบว่าอยู่นอกแผงนานเท่าไร ควรแยกไว้และไม่ใช้

### ใช้แอปหรือเว็บไซต์ระบุเม็ดยาแทนเภสัชกรได้ไหม

**ใช้เป็นข้อมูลประกอบได้ แต่ไม่ควรเป็นหลักฐานเดียวก่อนกิน** ฐานข้อมูลอาจไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย ยานำเข้า อาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย

### ถ้าเผลอกินแล้วไม่มีอาการ แปลว่าปลอดภัยไหม

**ยังสรุปไม่ได้** ยาบางชนิดใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะเกิดอาการ และบางชนิดอาจกระทบตับ ไต หัวใจ หรือระดับน้ำตาลโดยไม่รู้สึกผิดปกติทันที

### ควรเก็บยาที่ระบุไม่ได้ไว้เผื่อตรวจภายหลังไหม

**เก็บชั่วคราวได้ในภาชนะปิด แยกจากยาที่ใช้ประจำ และติดป้ายว่า “ห้ามใช้”** หากตรวจสอบไม่ได้ ควรกำจัดผ่านจุดรับคืนยาหรือสถานพยาบาล ไม่ส่งต่อให้ผู้อื่น

### พบเม็ดยาในกระเป๋าของคนในครอบครัวควรทำอย่างไร

**อย่าใช้และอย่าทิ้งทันทีหากอาจเป็นยาประจำที่จำเป็น** เก็บแยกไว้ สอบถามเจ้าของ และตรวจฉลากหรือประวัติยา โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของเจ้าของยา

### เภสัชกรต้องดูข้อมูลอะไรเพื่อช่วยระบุยา

**ควรนำเม็ดยาจริง บรรจุภัณฑ์ ซองยา และรูปถ่ายทั้งสองด้านไปด้วย** แจ้งสถานที่พบยา วันที่ได้รับโดยประมาณ และรายชื่อยาประจำ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการตรวจสอบ

## คำถามที่ควรถามเภสัชกร

- รหัส ตัวเลข และรูปทรงบนเม็ดนี้ตรงกับยาใดได้บ้าง?
- มีวิธีใดยืนยันชื่อสามัญและความแรงจากแผงหรือประวัติยาได้?
- ยานี้เป็นของฉันจริงหรืออาจเป็นยาของคนอื่นในบ้าน?
- หากเผลอกินไปแล้ว ต้องเฝ้าระวังอาการใดและนานเพียงใด?
- ควรกำจัดเม็ดยาที่ระบุไม่ได้อย่างไรให้เด็กและสัตว์เลี้ยงไม่สัมผัส?

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้  
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
> หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
