# ยาเขียว คืออะไร สรรพคุณ วิธีใช้ และผลข้างเคียง

**ยาเขียว คือ ยาแผนโบราณที่ปรุงจากสมุนไพรหลายชนิดตามตำรับ ใช้ตามข้อบ่งใช้บนฉลาก เช่น บรรเทาอาการตัวร้อน ร้อนใน กระหายน้ำ หรือพิษไข้บางลักษณะ**

ยาเขียวไม่ใช่ชื่อของสมุนไพรชนิดเดียว แต่เป็นชื่อเรียกตำรับยาหลายสูตร ส่วนประกอบและข้อบ่งใช้อาจต่างกัน คุณจึงต้องอ่านชื่อสูตร เลขทะเบียนยา ส่วนประกอบ และวิธีใช้บนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นโดยตรง

## ประเด็นสำคัญ

- ยาเขียวเป็นยาแผนโบราณหลายตำรับที่ประกอบด้วยสมุนไพรหลายชนิด ใช้บรรเทาอาการตามข้อบ่งใช้บนฉลาก ไม่ใช่ยารักษาโรคทุกชนิดที่ทำให้มีไข้

- ปริมาณและเวลากินยาเขียวขึ้นอยู่กับสูตรและรูปแบบผลิตภัณฑ์ จึงควรใช้ตามฉลาก ไม่ควรนำขนาดของยาเขียวคนละตำรับมาใช้แทนกัน

- เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ให้นมบุตร ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ใช้ยาประจำ ควรตรวจส่วนประกอบและสอบถามเภสัชกรก่อนใช้ยาเขียว

## สารบัญ

- [ยาเขียวเป็นยาอะไร](#ยาเขียวเป็นยาอะไร)
- [ยาเขียว สรรพคุณ](#ยาเขียว-สรรพคุณ)
- [ยาเขียวไม่ได้ใช้รักษาอะไร](#ยาเขียวไม่ได้ใช้รักษาอะไร)
- [ข้อควรระวังก่อนใช้ยาเขียวมีอะไรบ้าง](#ข้อควรระวังก่อนใช้ยาเขียวมีอะไรบ้าง)
- [ยาเขียว ผลข้างเคียง](#ยาเขียว-ผลข้างเคียง)
- [ยาเขียว มีตัวยาอะไรบ้าง](#ยาเขียว-มีตัวยาอะไรบ้าง)
- [ยาเขียว กินคู่กับยาแผนปัจจุบันได้ไหม](#ยาเขียว-กินคู่กับยาแผนปัจจุบันได้ไหม)
- [ยาเขียวกินร่วมกับแอลกอฮอล์ได้ไหม](#ยาเขียวกินร่วมกับแอลกอฮอล์ได้ไหม)
- [ยาเขียว กินตอนไหน](#ยาเขียว-กินตอนไหน)
- [เด็กกินยาเขียวอย่างไร](#เด็กกินยาเขียวอย่างไร)
- [หากกินยาเขียวเกินขนาดควรทำอย่างไร](#หากกินยาเขียวเกินขนาดควรทำอย่างไร)
- [คำถามที่พบบ่อย](#คำถามที่พบบ่อย)
- [คำถามที่ควรถามเภสัชกร](#คำถามที่ควรถามเภสัชกร)

## ยาเขียวเป็นยาอะไร

**ยาเขียวเป็นยาแผนโบราณแบบตำรับ ไม่ใช่ชื่อสามัญของยาหรือสมุนไพรชนิดเดียว** คำว่า “เขียว” อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะ สี หรือชื่อที่ใช้เรียกตำรับ แต่ไม่ได้หมายความว่ายาทุกสูตรมีส่วนประกอบเหมือนกัน

ยาเขียวอาจผลิตเป็นผง เม็ด แคปซูล หรือลูกกลอน แต่ละรูปแบบอาจมีความเข้มข้นและวิธีใช้ต่างกัน แม้ผลิตภัณฑ์สองชิ้นจะใช้คำว่ายาเขียวเหมือนกัน ก็ไม่ควรถือว่าใช้แทนกันได้ทันที

| สิ่งที่ต้องดูบนฉลาก | เหตุผลที่ต้องตรวจ |
|---|---|
| ชื่อตำรับ | แยกว่ายาเขียวสูตรใด |
| ส่วนประกอบ | ตรวจสมุนไพรที่แพ้หรืออาจเกิดปฏิกิริยา |
| ข้อบ่งใช้ | ทราบว่าใช้บรรเทาอาการใด |
| รูปแบบและปริมาณต่อหน่วย | ป้องกันการเทียบเม็ดหรือช้อนผิด |
| เลขทะเบียนยา | ตรวจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน |
| วันหมดอายุ | หลีกเลี่ยงยาคุณภาพเสื่อม |

> ยาสามัญที่มีสารออกฤทธิ์ชนิดเดียวมักเปรียบเทียบขนาดเป็นมิลลิกรัมได้ แต่ยาเขียวเป็นตำรับสมุนไพรหลายชนิด จึงต้องยึดฉลากของแต่ละผลิตภัณฑ์เป็นหลัก

## ยาเขียว สรรพคุณ

**ยาเขียวบางตำรับใช้บรรเทาอาการตัวร้อน ร้อนใน กระหายน้ำ หรืออาการที่ตำรับระบุว่าเกี่ยวกับพิษไข้ แต่ต้องยึดข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์นั้น** คำว่า “พิษไข้” เป็นถ้อยคำในศาสตร์การแพทย์แผนไทย ไม่ได้ระบุสาเหตุของไข้ตามการวินิจฉัยทางการแพทย์ปัจจุบัน

เมื่อคุณมีไข้ ควรวัดอุณหภูมิและสังเกตอาการร่วม ไม่ควรดูเพียงความรู้สึกร้อน หากมีหอบเหนื่อย ซึม ชัก คอแข็ง เจ็บหน้าอก ขาดน้ำ มีผื่นผิดปกติ หรืออาการทรุดลง ควรพบแพทย์โดยเร็ว

| ลักษณะอาการ | ควรทำอย่างไร |
|---|---|
| อาการตรงกับข้อบ่งใช้บนฉลาก | ใช้ตามฉลากและติดตามอาการ |
| มีไข้แต่ไม่ทราบสาเหตุ | วัดอุณหภูมิและประเมินอาการร่วม |
| ไข้ไม่ดีขึ้นหรือกลับเป็นซ้ำ | พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ |
| ซึม หอบ ชัก หรือคอแข็ง | ไปฉุกเฉิน ไม่รอดูผลของยา |
| ดื่มไม่ได้ ปัสสาวะน้อย | พบแพทย์เพราะอาจขาดน้ำ |

ยาเขียวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลอาการ คุณยังควรพักผ่อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการห่มผ้าหนาเกินไปเมื่อมีไข้

## ยาเขียวไม่ได้ใช้รักษาอะไร

**ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ และไม่ควรใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของไข้** ไข้อาจพบได้จากการติดเชื้อหลายชนิด การอักเสบ ปฏิกิริยาจากยา หรือภาวะอื่นที่ต้องใช้การรักษาต่างกัน

ยาเขียวไม่ควรใช้แทนยาปฏิชีวนะเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าจำเป็น และไม่ควรใช้แทนยาประจำสำหรับโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ การรู้สึกดีขึ้นหลังใช้ไม่ได้ยืนยันว่าโรคต้นเหตุหายแล้ว

ยาเขียวไม่ได้ป้องกันไข้ชัก ไม่ได้ล้างสารพิษออกจากร่างกาย และไม่ได้ทำให้โรคติดเชื้อทุกชนิดหายเร็วขึ้น หากอาการไม่ตรงกับฉลาก อย่าเพิ่มปริมาณหรือผสมหลายตำรับด้วยตนเอง

## ข้อควรระวังก่อนใช้ยาเขียวมีอะไรบ้าง

**คุณควรตรวจส่วนประกอบ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และกลุ่มผู้ใช้ก่อนกินยาเขียว** ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับสูตร เพราะสมุนไพรแต่ละชนิดมีฤทธิ์และข้อห้ามต่างกัน

1. **ห้ามใช้หากเคยแพ้ส่วนประกอบในตำรับ** เพราะอาจเกิดลมพิษ หน้าบวม หายใจลำบาก หรือปฏิกิริยาแพ้รุนแรง  
2. **อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีฉลากชัดเจน** รวมถึงยาที่แบ่งใส่ถุงโดยไม่ระบุสูตร ส่วนประกอบ ผู้ผลิต หรือเลขทะเบียน  
3. **อย่าใช้หลายผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบซ้ำกัน** เพราะอาจได้รับสมุนไพรบางชนิดมากเกินโดยไม่รู้ตัว  
4. **ผู้มีโรคตับ โรคไต หรือโรคเรื้อรังควรตรวจสอบก่อนใช้** เนื่องจากร่างกายอาจกำจัดสารจากยาได้ต่างจากคนทั่วไป  
5. **หยุดใช้เมื่อเกิดอาการผิดปกติ** โดยเฉพาะผื่น บวม หายใจลำบาก อาเจียนต่อเนื่อง ตัวเหลือง หรือตาเหลือง  
6. **อย่าใช้ยาเก่าที่ชื้น ขึ้นรา มีกลิ่น หรือสีเปลี่ยนไป** ยาสมุนไพรที่เสื่อมสภาพอาจปนเปื้อนและไม่ปลอดภัย

### หญิงตั้งครรภ์และผู้ให้นมบุตรใช้ได้ไหม

**ไม่ควรเริ่มใช้เองหากยังไม่ได้ตรวจส่วนประกอบของตำรับ** สมุนไพรบางชนิดอาจไม่เหมาะระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และผลิตภัณฑ์ต่างสูตรไม่สามารถใช้ข้อมูลความปลอดภัยแทนกันได้

หากกินไปแล้ว ให้เก็บฉลากหรือถ่ายรูปส่วนประกอบไว้ แล้วแจ้งชื่อผลิตภัณฑ์ ปริมาณที่กิน และเวลาที่กินแก่บุคลากรทางการแพทย์ ไม่ควรทำให้อาเจียนเอง

### เด็กใช้ยาเขียวได้ไหม

**เด็กใช้ได้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ฉลากระบุไว้ชัดเจนสำหรับเด็ก** ยาแผนโบราณเป็นตำรับผสม จึงไม่ควรคำนวณขนาดเองเป็นมิลลิกรัมต่อกิโลกรัมหรือแบ่งจากขนาดผู้ใหญ่โดยประมาณ

เด็กที่มีไข้ร่วมกับซึม ไม่ยอมดื่ม หอบ ชัก มีผื่น หรือปัสสาวะน้อย ต้องได้รับการประเมินโดยเร็ว การให้ยาเขียวไม่ควรทำให้การพบแพทย์ล่าช้า

## ยาเขียว ผลข้างเคียง

**ยาเขียวอาจทำให้เกิดอาการทางกระเพาะ ลำไส้ หรืออาการแพ้ได้ โดยลักษณะและโอกาสเกิดขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของแต่ละตำรับ** คำว่า “สมุนไพร” ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยสำหรับทุกคน

### ผลข้างเคียงที่อาจพบ

- คลื่นไส้หรือไม่สบายท้อง  
- อาเจียน  
- ถ่ายเหลวหรือการขับถ่ายเปลี่ยนไป  
- เวียนศีรษะหรือรู้สึกอ่อนเพลีย  
- ผื่น คัน หรือระคายเคือง  

หากอาการไม่รุนแรงแต่ไม่หายหลังหยุดยา ควรนำฉลากไปให้เภสัชกรหรือแพทย์ช่วยประเมิน อย่ากลับไปลองกินซ้ำเพื่อทดสอบว่าแพ้หรือไม่

### ผลข้างเคียงรุนแรงที่ต้องรีบพบแพทย์

- หายใจลำบาก เสียงแหบ หรือแน่นคอ  
- หน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือเปลือกตาบวม  
- ผื่นพุพอง ผิวลอก หรือมีแผลในปาก  
- อาเจียนหรือถ่ายเหลวต่อเนื่องจนดื่มน้ำไม่ได้  
- ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม  
- ซึม สับสน เป็นลม หรือชัก  

> หากมีหายใจลำบาก หน้าบวม ลิ้นบวม หรือหมดสติ ให้หยุดยาและขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที อย่ารอดูว่าอาการจะหายเองหรือไม่

## ยาเขียว มีตัวยาอะไรบ้าง

**ส่วนประกอบไม่มีรายการเดียวที่ใช้ได้กับยาเขียวทุกชนิด เพราะแต่ละตำรับอาจใช้สมุนไพรและสัดส่วนต่างกัน** คุณจึงควรอ่านรายชื่อส่วนประกอบบนฉลาก แทนการเดาจากชื่อหรือสีของยา

ตำรับหนึ่งอาจมีสมุนไพรหลายรายการ และชื่อเดียวกันจากคนละผู้ผลิตอาจไม่ได้มีส่วนประกอบตรงกันทั้งหมด หากฉลากระบุไม่ชัด อ่านไม่ออก หรือไม่บอกปริมาณที่เกี่ยวข้องกับวิธีใช้ ไม่ควรกินจนกว่าจะตรวจสอบได้

เมื่อแจ้งเภสัชกรหรือแพทย์ อย่าบอกเพียงว่า “กินยาเขียว” ควรนำบรรจุภัณฑ์ไปด้วยหรือถ่ายรูปด้านหน้า รายการส่วนประกอบ และวิธีใช้ เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยประเมินอาการแพ้และปฏิกิริยาระหว่างยาได้แม่นยำกว่า

## ยาเขียว กินคู่กับยาแผนปัจจุบันได้ไหม

**อาจกินร่วมกันได้ในบางกรณี แต่ตอบรวมทุกตำรับไม่ได้จนกว่าจะทราบส่วนประกอบและรายชื่อยาที่คุณใช้อยู่** สมุนไพรบางชนิดอาจเพิ่มหรือลดฤทธิ์ยา หรือทำให้ผลข้างเคียงซ้ำกัน

ควรตรวจสอบเป็นพิเศษหากคุณใช้ยาหลายชนิด ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาที่มีผลต่อเกล็ดเลือด ยากดภูมิคุ้มกัน ยารักษาโรคหัวใจ ยาควบคุมความดัน ยาเบาหวาน หรือยาที่ต้องติดตามระดับยาในเลือด

ไม่ควรหยุดยาประจำเพื่อกินยาเขียวแทน หากต้องใช้ทั้งสองอย่าง การเว้นช่วงเวลาอาจช่วยลดการรบกวนการดูดซึมในบางกรณี แต่ไม่ได้ป้องกันปฏิกิริยาที่เกิดหลังยาเข้าสู่กระแสเลือด จึงไม่ควรกำหนดช่วงห่างเองโดยไม่รู้ส่วนประกอบ

| สถานการณ์ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| ใช้ยาประจำทุกวัน | ตรวจส่วนประกอบก่อนเริ่มยาเขียว |
| ใช้ยาที่มีความเสี่ยงเลือดออก | อย่ากินร่วมเอง |
| เตรียมผ่าตัดหรือทำหัตถการ | แจ้งผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้งหมด |
| กินร่วมแล้วมีผื่นหรือเลือดออกผิดปกติ | หยุดยาเขียวและพบแพทย์ |
| ไม่ทราบชื่อยาที่กินอยู่ | นำยาและฉลากทั้งหมดไปตรวจ |

## ยาเขียวกินร่วมกับแอลกอฮอล์ได้ไหม

**ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยาเขียว โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ ขาดน้ำ โรคตับ หรือกำลังกินยาอื่นร่วมด้วย** แอลกอฮอล์อาจทำให้อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ คลื่นไส้ และภาวะขาดน้ำแย่ลง

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจมีส่วนประกอบที่ตับต้องกำจัด การดื่มร่วมกันจึงทำให้ประเมินสาเหตุของอาการผิดปกติได้ยาก หากหลังใช้มีตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดท้องมาก หรือปัสสาวะสีเข้ม ให้หยุดยาและพบแพทย์

## ยาเขียว กินตอนไหน

**ให้กินตามเวลาที่ระบุบนฉลากของตำรับนั้น เพราะยาเขียวแต่ละสูตรและแต่ละรูปแบบไม่มีเวลาใช้มาตรฐานเดียวกัน** อย่านำคำแนะนำจากยาเขียวอีกยี่ห้อหรืออีกตำรับมาใช้แทน แม้หน้าตายาคล้ายกัน

ฉลากอาจกำหนดความสัมพันธ์กับมื้ออาหารและวิธีเตรียมยาแตกต่างกัน คุณควรใช้ช้อนหรืออุปกรณ์ตวงที่มากับผลิตภัณฑ์ ไม่ใช้ช้อนกินข้าวแทน และไม่เพิ่มจำนวนครั้งเมื่ออาการยังไม่ดีขึ้น

### ขนาดยาในผู้ใหญ่

**ผู้ใหญ่ต้องใช้ตามขนาดบนฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ถืออยู่** ไม่มีขนาดกลางที่ปลอดภัยสำหรับยาเขียวทุกตำรับ เนื่องจากส่วนประกอบ ความเข้มข้น และรูปแบบยาแตกต่างกัน

หากลืมกิน ไม่ควรเพิ่มเป็นสองเท่า ให้ตรวจคำแนะนำบนฉลาก หรือข้ามมื้อนั้นเมื่อใกล้เวลาครั้งถัดไป หากฉลากไม่ชัดเจนควรตรวจสอบก่อนใช้ต่อ

### คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

**แบ่งยาเม็ดครึ่งหนึ่งได้ไหม?**  
แบ่งได้เฉพาะเมื่อฉลากอนุญาตหรือเม็ดยามีรอยแบ่งที่ใช้กำหนดขนาด ไม่ควรบด แกะแคปซูล หรือแบ่งลูกกลอนโดยเดา เพราะอาจทำให้ได้รับยาไม่เท่ากัน

**อาการไม่ดีขึ้น เพิ่มปริมาณได้ไหม?**  
ไม่ควรเพิ่มเอง การไม่ดีขึ้นอาจหมายถึงอาการไม่ตรงกับข้อบ่งใช้หรือมีสาเหตุที่ต้องรักษาแบบอื่น ควรประเมินอาการแทนการเพิ่มยา

**กินเฉพาะเวลามีอาการได้ไหม?**  
ให้ยึดวิธีใช้บนฉลาก เพราะบางตำรับอาจระบุเวลาและระยะใช้ต่างกัน หากอาการกลับซ้ำบ่อย ควรหาสาเหตุแทนการกินต่อเนื่องเอง

## เด็กกินยาเขียวอย่างไร

**เด็กต้องใช้ตามคำแนะนำสำหรับเด็กบนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น และไม่ควรย่อส่วนจากขนาดผู้ใหญ่เอง** ตำรับยาแผนโบราณไม่มีหลักให้ผู้ปกครองสร้างขนาดแบบมิลลิกรัมต่อกิโลกรัมขึ้นเอง

หากฉลากระบุเฉพาะผู้ใหญ่ หรือไม่มีคำแนะนำสำหรับเด็ก ให้ถือว่ายังไม่มีวิธีใช้ที่เหมาะสมสำหรับเด็กคนนั้น อย่าใช้ช้อนครัวตวงยา และอย่าแปลงจำนวนเม็ดเป็นปริมาตรเอง

เด็กเล็กอาจทรุดจากไข้และการขาดน้ำได้เร็ว ควรให้เด็กจิบน้ำหรือสารละลายเกลือแร่ตามความเหมาะสม และสังเกตการหายใจ ความรู้สึกตัว การดื่ม และปริมาณปัสสาวะ

## หากกินยาเขียวเกินขนาดควรทำอย่างไร

**ให้หยุดกินและนำบรรจุภัณฑ์ไปติดต่อสถานพยาบาล โดยเฉพาะเมื่อไม่ทราบปริมาณที่ได้รับหรือเริ่มมีอาการผิดปกติ** อย่ารอให้อาการเกิดก่อน หากผู้กินเป็นเด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคตับและไต

ไม่ควรทำให้อาเจียนเอง ไม่ควรให้ยาอื่นแก้อาการโดยเดา และไม่ควรทิ้งฉลาก ข้อมูลที่ควรเตรียมคือชื่อตำรับ ส่วนประกอบ รูปแบบยา ปริมาณโดยประมาณ เวลาที่กิน และอาการที่เกิดขึ้น

หากหมดสติ ชัก หายใจผิดปกติ หรือปลุกไม่ตื่น ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที จัดให้นอนตะแคงหากยังหายใจ และอย่าป้อนน้ำหรือยาเข้าปาก

## คำถามที่พบบ่อย

### ยาเขียวช่วยลดไข้ได้ไหม

**ยาเขียวบางตำรับมีข้อบ่งใช้เพื่อบรรเทาอาการตัวร้อนหรือพิษไข้ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย** แต่ไม่ได้รักษาสาเหตุของไข้ทุกชนิด หากไข้สูง อาการหนัก หรือไม่ดีขึ้น ควรได้รับการประเมินหาสาเหตุ

### ยาเขียวกับยาลดไข้กินพร้อมกันได้ไหม

**ต้องตรวจส่วนประกอบของยาเขียวและยาทั้งหมดก่อน** อย่ากินผลิตภัณฑ์หลายชนิดโดยดูเพียงชื่อ เพราะอาจมีส่วนประกอบซ้ำหรือมีผลข้างเคียงร่วมกันได้

### เป็นหวัดกินยาเขียวได้ไหม

**ยาเขียวไม่ได้กำจัดไวรัสที่ทำให้หวัด** หากข้อบ่งใช้บนฉลากตรงกับอาการบางอย่าง คุณอาจใช้เพื่อบรรเทาอาการตามฉลาก แต่ควรพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอด้วย

### ยาเขียวกินทุกวันได้ไหม

**ไม่ควรกินต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุผลหรือไม่มีระยะเวลาตามฉลาก** การใช้ทุกวันอาจบดบังอาการของโรค และเพิ่มโอกาสเกิดผลข้างเคียงหรือปฏิกิริยากับยาอื่น

### ยาเขียวทำให้ถ่ายหรือไม่

**อาจทำให้การขับถ่ายเปลี่ยนไปได้ ขึ้นอยู่กับสมุนไพรในตำรับและการตอบสนองของแต่ละคน** หากถ่ายมาก ปวดท้องรุนแรง มีเลือดปน หรือมีอาการขาดน้ำ ให้หยุดยาและพบแพทย์

### ผู้สูงอายุกินยาเขียวได้ไหม

**ผู้สูงอายุต้องตรวจโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ก่อน** การทำงานของตับและไตอาจลดลงตามวัย และการใช้ยาหลายชนิดเพิ่มความเสี่ยงต่อปฏิกิริยาระหว่างยา

### ยาเขียวหมดอายุยังกินได้ไหม

**ไม่ควรกินยาที่หมดอายุหรือมีลักษณะเปลี่ยนไป** หากยาเปียกชื้น จับตัวเป็นก้อน มีกลิ่นผิดปกติ สีเปลี่ยน หรือมีเชื้อรา ควรทิ้งอย่างเหมาะสมแม้ยังไม่ถึงวันหมดอายุ

### กินยาเขียวแล้วอาเจียนควรกินซ้ำไหม

**อย่ากินซ้ำทันทีโดยอัตโนมัติ** ปริมาณที่ดูดซึมแล้วประเมินได้ยาก และการกินเพิ่มอาจทำให้ได้รับมากเกินไป ให้พิจารณาเวลาที่อาเจียนและข้อมูลบนฉลากร่วมกัน

### จะรู้ได้อย่างไรว่ายาเขียวขึ้นทะเบียนแล้ว

**ตรวจเลขทะเบียนยา ชื่อผู้ผลิตหรือผู้รับอนุญาต และข้อมูลฉลากบนบรรจุภัณฑ์** หลีกเลี่ยงยาที่แบ่งขายโดยไม่มีฉลาก หรือกล่าวอ้างว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิดเกินจริง

### กินยาเขียวแล้วไข้ไม่ลดควรทำอย่างไร

**ไม่ควรเพิ่มปริมาณหรือเปลี่ยนไปผสมหลายตำรับเอง** ควรวัดอุณหภูมิ สังเกตอาการร่วม ดื่มน้ำ และพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีสัญญาณอันตราย

## คำถามที่ควรถามเภสัชกร

- ยาเขียวตำรับนี้มีส่วนประกอบใดที่อาจแพ้หรือไม่เหมาะกับโรคประจำตัวของฉันหรือไม่  
- ยาเขียวตำรับนี้กินร่วมกับยาประจำ อาหารเสริม หรือสมุนไพรที่ใช้อยู่ได้หรือไม่  
- ฉลากของผลิตภัณฑ์นี้กำหนดปริมาณ เวลา และระยะการใช้อย่างไร  
- เด็กหรือผู้สูงอายุในครอบครัวใช้ผลิตภัณฑ์นี้ได้หรือไม่  
- อาการแบบใดที่ควรหยุดยาและไปโรงพยาบาลทันที  

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
> หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
