# dihydrochloride คืออะไร ใช้รักษาอะไร ผลข้างเคียงและวิธีใช้

**Dihydrochloride คือคำที่บอกว่าตัวยาอยู่ในรูปเกลือไดไฮโดรคลอไรด์ ไม่ใช่ชื่อของตัวยา โรคที่รักษา หรือขนาดยาที่ต้องรับประทาน**

## ประเด็นสำคัญ

- Dihydrochloride เป็นคำต่อท้ายชื่อสาร บอกโครงสร้างรูปเกลือของยา จึงต้องอ่านชื่อตัวยาที่อยู่ข้างหน้าจึงจะทราบสรรพคุณและความเสี่ยง
- ตัวเลขบนฉลากขึ้นกับตัวยาและรูปแบบผลิตภัณฑ์ เช่น cetirizine มีเม็ดเคี้ยว 2.5, 5 และ 10 มก. รวมถึงยาน้ำ 5 มก./5 มล.
- ห้ามนำขนาดยาของสารหนึ่งไปใช้กับอีกสารหนึ่งเพียงเพราะลงท้ายว่า dihydrochloride เหมือนกัน โดยเฉพาะในเด็ก ผู้ตั้งครรภ์ และผู้มีโรคไตหรือตับ

## สารบัญ

- Dihydrochloride หมายถึงอะไรบนฉลากยา
- Dihydrochloride ใช้รักษาอะไร
- Dihydrochloride ไม่ได้ใช้รักษาอะไร
- ต้องระวังอะไรก่อนใช้ยาที่มีคำว่า dihydrochloride
- ใช้ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรได้หรือไม่
- เด็กใช้ยาที่อยู่ในรูป dihydrochloride ได้หรือไม่
- มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
- มีปฏิกิริยากับยาหรือแอลกอฮอล์หรือไม่
- ผู้ใหญ่ควรใช้ขนาดเท่าไร
- เด็กควรใช้ขนาดเท่าไร
- หากใช้ยาเกินขนาดควรทำอย่างไร
- คำถามที่พบบ่อย

## Dihydrochloride หมายถึงอะไรบนฉลากยา

**Dihydrochloride บอก “รูปเกลือ” ของสารออกฤทธิ์ ส่วนชื่อที่อยู่ข้างหน้าต่างหากที่บอกว่าคุณกำลังใช้ยาอะไร** ผู้ผลิตอาจทำตัวยาให้อยู่ในรูปเกลือเพื่อให้เหมาะกับการผลิต ความคงตัว การละลาย หรือการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย

คำว่า “di-” สื่อว่ารูปเกลือนั้นเกี่ยวข้องกับกรดไฮโดรคลอริกสองส่วนในโครงสร้างทางเคมี แต่ผู้ใช้ยาไม่ควรนำคำนี้ไปคำนวณขนาดยาเอง ฉลากอาจระบุน้ำหนักของเกลือทั้งหมด หรือระบุปริมาณที่เทียบเท่าตัวยาสำคัญ ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างชื่อเต็มคือ **levocetirizine dihydrochloride** ในชื่อนี้ levocetirizine เป็นตัวยาสำคัญ ส่วน dihydrochloride เป็นรูปเกลือ จึงไม่ควรเรียกยาสั้น ๆ ว่า “ยา dihydrochloride” เพราะคำดังกล่าวไม่บอกว่ายานั้นออกฤทธิ์อย่างไร

| คำบนฉลาก | บอกอะไร |
|---|---|
| Levocetirizine | ชื่อตัวยาสำคัญ |
| Dihydrochloride | รูปเกลือของตัวยา |
| 5 mg | ความแรงตามที่ฉลากระบุ |
| Tablet / solution | รูปแบบยา |

> **ยาสามัญกับชื่อทางเคมี:** ตัวยาเดียวกันอาจปรากฏทั้งชื่อสามัญและชื่อรูปเกลือบนฉลาก สิ่งสำคัญคือดูชื่อสารออกฤทธิ์เต็ม ความแรง และรูปแบบยา ไม่ควรดูเฉพาะคำลงท้าย

## Dihydrochloride ใช้รักษาอะไร

**คำว่า dihydrochloride เพียงคำเดียวไม่ได้บอกสรรพคุณ เพราะยาหลายชนิดสามารถอยู่ในรูปเกลือนี้ได้** คุณต้องอ่านชื่อตัวยาสำคัญที่อยู่ก่อนคำดังกล่าว แล้วตรวจข้อบ่งใช้ของตัวยานั้นโดยตรง

ตัวอย่างเช่น levo[cetirizine dihydrochloride](/pharmacy/cetirizine-allergy-medicine/) เป็นยาแก้แพ้กลุ่ม antihistamine ใช้บรรเทาอาการจากภูมิแพ้ เช่น จาม น้ำมูกไหล หรือตาแดง คัน และน้ำตาไหล นอกจากนี้ยังใช้ลดอาการคันจากลมพิษได้ แต่สรรพคุณเหล่านี้เป็นของ **levocetirizine** ไม่ใช่ของคำว่า dihydrochloride

Cetirizine เป็นยาแก้แพ้อีกชนิดหนึ่ง ใช้บรรเทาอาการแพ้และลมพิษเช่นกัน รูปแบบที่พบในข้อมูลสากลมีทั้งยาเม็ด แคปซูล เม็ดเคี้ยว เม็ดละลายในปาก และยาน้ำ อย่างไรก็ตาม cetirizine กับ levocetirizine เป็นคนละรายการยา ไม่ควรสลับกันโดยอาศัยความคล้ายของชื่อ

## Dihydrochloride ไม่ได้ใช้รักษาอะไร

**ไม่ใช่ยาที่ใช้รักษาโรคได้ด้วยตัวมันเอง เพราะ dihydrochloride เป็นเพียงคำอธิบายรูปเกลือ** จึงไม่สามารถสรุปว่าเป็นยาแก้แพ้ ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด หรือยานอนหลับจากคำนี้เพียงคำเดียว

หากตัวยาที่อยู่ข้างหน้าเป็น levocetirizine ยานั้นช่วยควบคุมอาการแพ้ แต่ไม่ได้กำจัดไวรัสหวัด ไม่ได้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย และไม่ควรใช้แทนอะดรีนาลีนหรือการรักษาฉุกเฉินเมื่อเกิดอาการแพ้รุนแรง

อาการคัดจมูก น้ำมูก หรือผื่นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ยาแก้แพ้อาจช่วยเมื่ออาการเกี่ยวข้องกับฮิสตามีน แต่ไม่ได้เหมาะกับผื่นทุกชนิด โดยเฉพาะผื่นที่มีตุ่มพอง รอยช้ำ สีผิดปกติ ไม่คัน หรือมีไข้ร่วมด้วย

## ต้องระวังอะไรก่อนใช้ยาที่มีคำว่า dihydrochloride

**ให้ตรวจชื่อตัวยาสำคัญเต็มก่อนทุกครั้ง เพราะข้อห้ามใช้และคำเตือนขึ้นกับตัวยาที่อยู่ข้างหน้า ไม่ได้ขึ้นกับคำว่า dihydrochloride เพียงอย่างเดียว**

1. **ห้ามใช้หากเคยแพ้ตัวยาสำคัญหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์** เพราะอาจเกิดผื่น บวม หายใจลำบาก หรือปฏิกิริยาแพ้รุนแรงได้

2. **ตรวจว่าเป็นยาเดี่ยวหรือยาผสม** ยาบางผลิตภัณฑ์อาจมีสารออกฤทธิ์มากกว่าหนึ่งชนิด ทำให้ข้อห้ามใช้และปฏิกิริยาระหว่างยาเปลี่ยนไป

3. **แจ้งโรคไตและโรคตับก่อนใช้** ยาบางชนิด เช่น levocetirizine และ cetirizine อาจต้องพิจารณาการทำงานของไตหรือตับก่อนกำหนดขนาดยา

4. **ระวังอาการง่วงและการตอบสนองช้าลง** อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำงานที่ต้องอาศัยความตื่นตัว จนกว่าจะทราบว่ายามีผลต่อคุณอย่างไร

5. **อย่าใช้ช้อนกินข้าวตวงยาน้ำ** ให้ใช้อุปกรณ์ตวงยาที่มีหน่วยชัดเจน และตรวจความเข้มข้นบนฉลาก เพราะปริมาตรเท่ากันอาจมีตัวยาไม่เท่ากัน

6. **อย่าแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้** แม้มีอาการคล้ายกัน เนื่องจากโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และข้อห้ามใช้อาจต่างกัน

## ใช้ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรได้หรือไม่

**ตัดสินจากคำว่า dihydrochloride อย่างเดียวไม่ได้ ต้องตรวจตัวยาสำคัญ ขนาดยา อายุครรภ์ และภาวะสุขภาพของแม่และทารก** เกลือรูปเดียวกันไม่ได้หมายความว่ายาทุกชนิดมีความปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรเหมือนกัน

หากชื่อเต็มคือ levocetirizine dihydrochloride หรือเป็นยาแก้แพ้ชนิดอื่น ควรแจ้งว่ากำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตรก่อนเริ่มใช้ อย่านำคำแนะนำของยาชนิดหนึ่งไปใช้กับอีกชนิดเพียงเพราะมีคำลงท้ายเหมือนกัน

หากใช้ยาไปแล้ว ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งหรือเพิ่มขนาดยาเอง ให้เตรียมชื่อเต็ม ความแรง จำนวนที่ใช้ และเวลาที่ใช้เพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างถูกต้อง

## เด็กใช้ยาที่อยู่ในรูป dihydrochloride ได้หรือไม่

**เด็กอาจใช้ยาบางชนิดที่อยู่ในรูป dihydrochloride ได้ แต่คำนี้ไม่สามารถใช้กำหนดอายุขั้นต่ำหรือขนาดยาได้** ต้องดูตัวยาสำคัญ รูปแบบยา ความเข้มข้น น้ำหนักตัว และฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น

ยาชนิดรับประทานในเด็กไม่ควรกำหนดจากช่วงอายุเพียงอย่างเดียว หากมีวิธีคำนวณตามน้ำหนัก ต้องใช้หน่วยมิลลิกรัมต่อกิโลกรัมตามคำแนะนำเฉพาะของตัวยา ห้ามนำตัวเลขของ levocetirizine ไปใช้กับ cetirizine หรือยาชนิดอื่น

สำหรับยาน้ำ ต้องระบุความเข้มข้นควบคู่กับปริมาตรเสมอ ตัวอย่างข้อมูลรูปแบบของ cetirizine มีสารละลายหรือยาน้ำเชื่อม **5 มก./5 มล. หรือ 1 มก./มล.** ตัวเลขนี้เป็นความแรงของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่คำสั่งว่าควรให้เด็กกิน 5 มล.

> **อย่าให้ยาน้ำตามจำนวนช้อนโดยไม่ดูความเข้มข้น:** ปริมาตรเดียวกันของผลิตภัณฑ์ต่างความแรงอาจให้ปริมาณตัวยาต่างกัน ควรใช้กระบอกตวงหรือถ้วยตวงยาแทนช้อนในบ้าน

## ยาที่มีคำว่า dihydrochloride มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

**ผลข้างเคียงขึ้นกับตัวยาสำคัญ ไม่ใช่คำว่า dihydrochloride** หากเป็น levocetirizine หรือ cetirizine อาการง่วงเป็นผลข้างเคียงที่ควรระวัง โดยเฉพาะช่วงแรกหลังใช้ยา

### ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

อาการที่พบได้จากยาแก้แพ้กลุ่มนี้ ได้แก่ ง่วง ปวดศีรษะ หรือรู้สึกไม่สดชื่น ผลกระทบอาจแตกต่างกันในแต่ละคนและแต่ละช่วงอายุ หากอาการรบกวนการใช้ชีวิตหรือไม่ดีขึ้น ควรทบทวนยาที่ใช้ร่วมกันด้วย

ผู้ที่ใช้ cetirizine ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปีอาจเกิดอาการคันรุนแรงภายในไม่กี่วันหลังหยุดยาได้ จึงไม่ควรเริ่ม หยุด หรือกลับมาใช้ต่อเนื่องเองหากมีอาการผิดปกติหลังหยุดยา

### ผลข้างเคียงที่รุนแรง

ให้หยุดยาและขอความช่วยเหลือทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้:

- ใบหน้า ริมฝีปาก ปาก ลิ้น หรือคอบวม
- หายใจลำบาก แน่นคอ หรือกลืนลำบาก
- เวียนศีรษะมาก หน้ามืด หรือหมดสติ
- ผื่นลมพิษร่วมกับอาการทางการหายใจ
- ปัสสาวะลำบากหรือปริมาณปัสสาวะเปลี่ยนชัดเจน
- หลอดลมหดเกร็งหรือหายใจมีเสียงผิดปกติ

> **อาการแพ้รุนแรงเป็นภาวะฉุกเฉิน:** ยาแก้แพ้ไม่สามารถใช้แทนการรักษาฉุกเฉินได้ หากหายใจลำบาก คอบวม หรือหมดสติ ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที

## ยาที่มีคำว่า dihydrochloride มีปฏิกิริยากับยาหรือแอลกอฮอล์หรือไม่

**อาจมีปฏิกิริยาได้ แต่ต้องตรวจจากชื่อสารออกฤทธิ์เต็มและยาทั้งหมดที่คุณใช้อยู่** คำว่า dihydrochloride ไม่ได้บอกว่ายาจะเสริมฤทธิ์หรือต้านฤทธิ์กับยาใด

หากเป็น cetirizine หรือ levocetirizine ควรระวังยาหรือสารที่ทำให้ง่วง เพราะอาจเพิ่มอาการง่วง การทรงตัวไม่ดี และการตอบสนองช้าลง ตัวอย่างกลุ่มที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่ ยานอนหลับ ยาคลายกังวล ยาแก้ปวดบางชนิด และยาแก้แพ้อื่น

**ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์เมื่อใช้ยาที่ทำให้ง่วง** เพราะแอลกอฮอล์อาจเพิ่มอาการง่วงและลดความสามารถในการขับรถหรือใช้เครื่องจักร แม้คุณจะเคยใช้ยาแล้วไม่ง่วงมากก็ตาม

ก่อนใช้ยาใหม่ ให้ตรวจยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อใช้เอง วิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมทั้งหมด ไม่ควรใช้ยาแก้แพ้หลายตัวพร้อมกันโดยไม่ได้ตรวจสารออกฤทธิ์ เพราะอาจเป็นตัวยาซ้ำกลุ่มกัน

## ผู้ใหญ่ควรใช้ยา dihydrochloride ขนาดเท่าไร

**ไม่มีขนาดมาตรฐานของ “dihydrochloride” เพราะคำนี้ไม่ใช่ชื่อตัวยา** ขนาดที่เหมาะสมต้องอ้างอิงชื่อเต็ม ข้อบ่งใช้ รูปแบบยา ความแรง การทำงานของไตและตับ รวมถึงยาที่ใช้ร่วมกัน

ตัวเลขบนบรรจุภัณฑ์อาจเป็นความแรง ไม่ใช่คำสั่งรับประทาน ตัวอย่างรูปแบบ cetirizine ที่มีข้อมูล ได้แก่ เม็ดเคี้ยว **2.5 มก., 5 มก. และ 10 มก.** ยาน้ำ **5 มก./5 มล. หรือ 1 มก./มล.** และเม็ดละลายในปาก **10 มก.** ตัวเลขเหล่านี้เป็นของ cetirizine และห้ามนำไปใช้กำหนดขนาด levocetirizine หรือสารอื่น

สำหรับ levocetirizine มีผลิตภัณฑ์ยาเม็ดที่ระบุความแรง **5 มก.** แต่การเห็น “5 มก.” บนฉลากไม่ได้หมายความว่าทุกคนควรกินหนึ่งเม็ด ขนาดที่ใช้จริงอาจขึ้นกับข้อบ่งใช้และการทำงานของไต

ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน โปรดปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา

### คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

**ใช้ครึ่งเม็ดได้หรือไม่?** ใช้ได้เฉพาะเมื่อผลิตภัณฑ์นั้นแบ่งเม็ดได้และขนาดที่ต้องการตรงกับคำสั่งใช้ ไม่ควรแบ่งเม็ดเคลือบ เม็ดออกฤทธิ์พิเศษ หรือเม็ดที่ไม่มีข้อมูลรองรับ

**ลืมยาแล้วกินสองเท่าได้หรือไม่?** โดยทั่วไปไม่ควรกินสองเท่าเพื่อชดเชย หากใกล้เวลาครั้งถัดไปให้ข้ามครั้งที่ลืม แต่ต้องตรวจคำแนะนำของตัวยานั้นโดยเฉพาะ

**กินพร้อมอาหารได้หรือไม่?** ยาแต่ละชนิดต่างกัน สำหรับ cetirizine สามารถรับประทานพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารได้ แต่ข้อมูลนี้ไม่สามารถนำไปใช้กับยาทุกชนิดที่ลงท้ายว่า dihydrochloride

## เด็กควรใช้ยา dihydrochloride ขนาดเท่าไร

**ไม่สามารถระบุขนาดยาเด็กจากคำว่า dihydrochloride ได้ และไม่ควรกำหนดขนาดยารับประทานจากอายุเพียงอย่างเดียว** ต้องเริ่มจากชื่อสารออกฤทธิ์ น้ำหนักเด็ก ข้อบ่งใช้ รูปแบบยา และความเข้มข้นจริงบนฉลาก

อย่าใช้ตัวเลขความแรง เช่น 2.5 มก., 5 มก. หรือ 10 มก. เป็นขนาดยาเด็กโดยอัตโนมัติ ตัวเลขเหล่านี้อาจเป็นเพียงขนาดของเม็ดยาที่วางจำหน่าย และแต่ละตัวยามีข้อกำหนดด้านอายุหรือการปรับขนาดต่างกัน

หากเป็นยาน้ำ อย่าบอกเด็กให้รับประทานเป็นมิลลิลิตรโดยไม่ทราบความเข้มข้น การคำนวณต้องเริ่มจากปริมาณตัวยาที่ต้องการ แล้วจึงแปลงเป็นปริมาตรตามความเข้มข้นของขวดนั้น

ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน โปรดปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา

## หากใช้ยาที่มีคำว่า dihydrochloride เกินขนาดควรทำอย่างไร

**หยุดใช้ยา แล้วโทรศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี 1367 หรือไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อประเมิน** อย่ารอให้เกิดอาการ เพราะยาบางชนิดอาจมีพิษรุนแรงก่อนแสดงอาการ โดยเตรียมชื่อยา ความแรง ปริมาณและเวลาที่รับประทาน อายุและน้ำหนักของผู้ที่ใช้ยา

หากหมดสติ ชัก หายใจลำบาก หรือปลุกไม่ตื่น ให้โทร 1669 ทันที ห้ามทำให้อาเจียนเอง เว้นแต่บุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้แนะนำ

นำบรรจุภัณฑ์หรือถ่ายภาพฉลากไปด้วย โดยให้เห็นชื่อสารออกฤทธิ์เต็ม ความแรง ส่วนประกอบอื่น เลขทะเบียนยา และจำนวนยาที่เหลือ ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์มากกว่าการแจ้งเพียงว่าใช้ “dihydrochloride”

## คำถามที่พบบ่อย

### ความหมายและการอ่านฉลาก

**Hydrochloride กับ dihydrochloride ต่างกันอย่างไร?**

Hydrochloride และ dihydrochloride เป็นคำอธิบายรูปเกลือทางเคมี โดย “di-” สื่อถึงองค์ประกอบไฮโดรคลอไรด์สองส่วน ความแตกต่างนี้ไม่ใช่คำสั่งให้เพิ่มหรือลดจำนวนเม็ด และไม่ควรใช้คำนวณขนาดยาเอง

**Dihydrochloride เป็นตัวยาอันตรายหรือไม่?**

คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกระดับความเสี่ยง ความปลอดภัยขึ้นกับตัวยาสำคัญ ความแรง ขนาดที่ใช้ โรคประจำตัว และยาที่ใช้ร่วมกัน ต้องอ่านชื่อเต็มและสถานะการควบคุมบนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น

**คำว่า dihydrochloride ทำให้ยาแรงขึ้นสองเท่าหรือไม่?**

ไม่ใช่ คำว่า “di-” เป็นส่วนของชื่อรูปเกลือ ไม่ได้หมายความว่ายามีฤทธิ์แรงขึ้นสองเท่าหรือต้องกินครึ่งหนึ่ง ปริมาณสารออกฤทธิ์ต้องดูจากข้อความระบุความแรงบนฉลาก

**Dihydrochloride กับ HCl เหมือนกันหรือไม่?**

HCl มักใช้เป็นคำย่อของ hydrochloride ในชื่อยา แต่ dihydrochloride เป็นรูปเกลือที่มีรายละเอียดทางเคมีต่างออกไป อย่าสรุปว่าสามารถใช้แทนกันได้หากชื่อสารและความแรงไม่ตรงกัน

### การใช้ยา

**กินยาที่ลงท้ายว่า dihydrochloride ตอนท้องว่างได้ไหม?**

ตอบจากคำลงท้ายอย่างเดียวไม่ได้ เพราะคำแนะนำเรื่องอาหารขึ้นกับตัวยาสำคัญ ตัวอย่างเช่น cetirizine รับประทานพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารได้ แต่ยาชนิดอื่นอาจมีคำแนะนำต่างกัน

**ยาที่ลงท้ายว่า dihydrochloride ทำให้ง่วงทุกตัวไหม?**

ไม่ทุกตัว อาการง่วงเป็นผลจากตัวยาสำคัญและการตอบสนองของแต่ละคน ไม่ใช่ผลจากคำว่า dihydrochloride โดยตรง หากเป็น levocetirizine หรือ cetirizine ควรระวังอาการง่วงก่อนขับรถ

**สามารถบดหรือเคี้ยวเม็ดยาได้ไหม?**

ต้องดูรูปแบบยา เม็ดเคี้ยวควรเคี้ยวหรือบดให้ละเอียดก่อนกลืน ส่วนเม็ดละลายในปากควรวางบนลิ้นตามวิธีใช้ ห้ามบดเม็ดชนิดอื่นหากฉลากไม่ได้ระบุว่าสามารถทำได้

**เปลี่ยนจาก cetirizine เป็น levocetirizine เองได้ไหม?**

ไม่ควรเทียบจำนวนมิลลิกรัมหรือจำนวนเม็ดโดยตรง แม้ทั้งสองชนิดเป็นยาแก้แพ้และมีชื่อคล้ายกัน แต่เป็นคนละรายการยา ความแรงและวิธีใช้ต้องตรวจแยกกัน

### อาการผิดปกติและการเก็บยา

**ผื่นไม่หายหลังใช้ยาแก้แพ้ควรทำอย่างไร?**

ผื่นอาจมีสาเหตุอื่นนอกจากภูมิแพ้ หากผื่นมีตุ่มพอง รอยช้ำ สีผิดปกติ ไม่คัน มีไข้ หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเอง

**ต้องเก็บยาที่มีคำว่า dihydrochloride อย่างไร?**

ให้ทำตามฉลากของผลิตภัณฑ์ เก็บในที่แห้ง พ้นแสง ความร้อน และมือเด็ก ไม่ควรเก็บในห้องน้ำหรือพื้นที่ชื้น และไม่ควรใช้ยาที่หมดอายุหรือบรรจุภัณฑ์เสียหาย

**หากฉลากเขียนเฉพาะ dihydrochloride จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นยาอะไร?**

ตรวจชื่อที่อยู่ก่อนคำดังกล่าว รวมถึงช่องตัวยาสำคัญหรือ active ingredient หากอ่านฉลากไม่ครบ ไม่ควรรับประทานยา เพราะยังไม่ทราบตัวยา ความแรง และข้อห้ามใช้ที่แท้จริง

**มีอาการคันหลังหยุด cetirizine เกี่ยวกับยาได้ไหม?**

อาการคันรุนแรงอาจเกิดภายในไม่กี่วันหลังหยุด cetirizine ในผู้ที่ใช้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปีได้ ไม่ควรกลับมาใช้หรือปรับยาเองโดยไม่ประเมินสาเหตุและแผนการหยุดยา

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้  
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [WebMD: Cetirizine (Zyrtec): Uses, Side Effects, Interactions ...](https://www.webmd.com/drugs/cetirizine-zyrtec) — เกี่ยวกับ dihydrochloride — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-18)
2. [MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Cetirizine: MedlinePlus Drug Information](https://medlineplus.gov/druginfo/meds/a623043.html) — เกี่ยวกับ dihydrochloride — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-18)
3. [Medical News Today: Levocetirizine 5 mg: Side effects, uses, dosage, and more](https://www.medicalnewstoday.com/articles/levocetirizine-oral-tablet) — เกี่ยวกับ dihydrochloride — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-18)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
> หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
