# ท้องเสียกินยาอะไรดี วิธีดูแล ยาที่ใช้ เมื่อไหร่พบแพทย์

**ท้องเสีย คือ การถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำบ่อยกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ โดยยาที่เหมาะขึ้นอยู่กับลักษณะอุจจาระและอาการร่วม**

## ประเด็นสำคัญ

- **สิ่งสำคัญที่สุดคือทดแทนน้ำและเกลือแร่** โดยจิบสารละลายเกลือแร่ตามฉลาก และรับประทานอาหารอ่อน หากยังดื่มได้และไม่มีสัญญาณอันตราย
- **ผู้ใหญ่อาจใช้ loperamide ได้เมื่อเภสัชกรประเมินแล้วว่าเหมาะสม** จากนั้นให้ใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร
- **ห้ามใช้ยาหยุดถ่ายเมื่ออุจจาระเป็นเลือดหรือดำ** และควรพบแพทย์หากมีไข้ มูกในอุจจาระ ท้องบวม ดื่มไม่ได้ หรือท้องเสียนานเกิน 2 วัน

## สาเหตุที่พบบ่อย

**ส่วนใหญ่เกิดจากอาหารหรือน้ำปนเปื้อน การติดเชื้อชั่วคราว หรืออาหารที่กระตุ้นลำไส้ และมักดีขึ้นได้ภายในเวลาไม่นาน** สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

- **อาหารหรือน้ำปนเปื้อน:** อาจทำให้ถ่ายเป็นน้ำ ปวดบิด คลื่นไส้ หรืออาเจียน อาการอาจเริ่มหลังรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
- **การติดเชื้อในทางเดินอาหาร:** ไวรัสพบได้บ่อย ส่วนแบคทีเรียบางชนิดอาจทำให้มีไข้ มูก หรือเลือดปน ซึ่งไม่เหมาะกับการซื้อ[ยาหยุดถ่าย](/pharmacy/anti-diarrhea-medicine/)กินเอง
- **อาหารและเครื่องดื่ม:** อาหารมัน อาหารเผ็ด แอลกอฮอล์ คาเฟอีน หรือนมในคนที่ย่อยน้ำตาลแลคโตสไม่ได้ อาจกระตุ้นให้ถ่ายเหลว
- **ผลจากยา:** ยาปฏิชีวนะ ยาระบาย และยาบางชนิดอาจทำให้ท้องเสีย โดยเฉพาะเมื่อเพิ่งเริ่มยาหรือปรับขนาดยา
- **ความเครียดหรือลำไส้แปรปรวน:** มักเป็นซ้ำสัมพันธ์กับความเครียด อาหารบางชนิด หรือมีทั้งท้องเสียและท้องผูกสลับกัน
- **โรคของระบบทางเดินอาหาร:** หากเป็นต่อเนื่อง น้ำหนักลด ถ่ายกลางคืน หรือกลับมาเป็นบ่อย ควรตรวจหาสาเหตุแทนการใช้ยาหยุดถ่ายซ้ำ

อาการเพียงอย่างเดียวบอกสาเหตุแน่ชัดไม่ได้ ให้สังเกตไข้ เลือดหรือมูกในอุจจาระ ระยะเวลาที่เป็น และความสามารถในการดื่มน้ำร่วมด้วย

## เมื่อไหร่ที่ดูแลเองได้

**คุณดูแลเองได้ชั่วคราวเมื่อถ่ายเหลวไม่เกิน 2 วัน ยังดื่มน้ำและกินอาหารได้ ไม่มีไข้สูง ไม่มีเลือดหรืออุจจาระดำ และไม่ปวดท้องรุนแรง** เป้าหมายหลักคือป้องกันภาวะขาดน้ำ ไม่จำเป็นต้องรีบหยุดการถ่ายทุกครั้ง

| ลักษณะอาการ | ควรทำอะไร |
|---|---|
| ถ่ายเหลวเล็กน้อย ยังดื่มได้ | จิบน้ำหรือสารละลายเกลือแร่ |
| ถ่ายหลายครั้ง ปากแห้ง กระหายน้ำ | ใช้สารละลายเกลือแร่ตามฉลาก |
| ถ่ายเป็นน้ำ ไม่มีไข้หรือเลือด | อาจพิจารณายาบรรเทาอาการสำหรับผู้ใหญ่หลังเภสัชกรประเมิน |
| อาเจียนร่วมด้วย | จิบทีละน้อยแต่บ่อย |
| มีเลือด ไข้ หรือท้องบวม | ไม่ใช้ยาหยุดถ่ายและพบแพทย์ |

รับประทานอาหารปริมาณน้อยตามที่ไหว เช่น ข้าว โจ๊ก ซุป หรืออาหารรสอ่อน ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร เลี่ยงอาหารมัน แอลกอฮอล์ คาเฟอีน และอาหารที่กินแล้วกระตุ้นอาการ

สารละลายเกลือแร่ควรผสมน้ำตามปริมาณที่ระบุบนฉลาก เพราะการผสมเข้มข้นหรือเจือจางเกินไปทำให้สัดส่วนเกลือและน้ำตาลผิดไป อย่าเติมผงเพิ่มเพื่อหวังให้ฟื้นเร็วขึ้น และไม่ควรใช้เครื่องดื่มสูตรไม่มีน้ำตาลแทนโดยอัตโนมัติ เพราะกลูโคสช่วยให้ลำไส้ดูดซึมโซเดียมและน้ำ

เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคเรื้อรังขาดน้ำได้ง่ายกว่า หากปัสสาวะน้อยผิดปกติ ซึม เวียนศีรษะมาก หรือดื่มไม่ไหว ไม่ควรรอดูอาการเอง

## กลุ่มยาที่ใช้บรรเทาอาการ

**ยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายคือทดแทนน้ำ ลดจำนวนครั้งที่ถ่าย หรือช่วยให้อุจจาระจับตัว โดยสารละลายเกลือแร่ยังเป็นตัวเลือกแรก** ยาเหล่านี้บรรเทาอาการ แต่ไม่ได้รักษาทุกสาเหตุของท้องเสีย

| กลุ่ม | ช่วยอะไร | เหมาะเมื่อ |
|---|---|---|
| สารละลายเกลือแร่ | ทดแทนน้ำและเกลือแร่ | ถ่ายเหลวหรืออาเจียน |
| loperamide | ชะลอการเคลื่อนไหวของลำไส้ | ผู้ใหญ่ถ่ายเป็นน้ำ ไม่มีไข้หรือเลือด และเภสัชกรประเมินแล้วว่าเหมาะสม |
| diosmectite | ดูดซับของเหลวในลำไส้ | ท้องเสียเฉียบพลันเป็นน้ำ |
| ยาปฏิชีวนะ | รักษาเชื้อแบคทีเรียบางชนิด | ใช้เมื่อแพทย์ประเมินว่าจำเป็น |

### สารละลายเกลือแร่ใช้อย่างไร

**ผสมและดื่มตามฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นอย่างเคร่งครัด** สูตรและปริมาณน้ำที่ต้องใช้ต่างกัน จึงไม่ควรใช้จำนวนซองหรือเม็ดจากผลิตภัณฑ์หนึ่งไปเทียบกับอีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง

จิบทีละน้อยระหว่างวัน หากคลื่นไส้หรืออาเจียนให้ลดปริมาณต่อครั้งแล้วจิบบ่อยขึ้น ผู้ที่ใช้ยารักษาโรคหัวใจ ความดันโลหิต หรือมีปัญหาไตและระดับโพแทสเซียม ควรตรวจสอบความเหมาะสมก่อนใช้ต่อเนื่อง

### loperamide ใช้อย่างไร

**สำหรับผู้ใหญ่และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป อาจใช้ loperamide ได้เมื่อเภสัชกรประเมินสาเหตุ อาการห้ามใช้ โรคประจำตัว ยาร่วม และความเหมาะสมแล้ว** จากนั้นจึงใช้ตามขนาดยาบนฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร หยุดใช้และพบแพทย์หากอาการแย่ลง ท้องเสียนานเกิน 2 วัน หรือท้องบวมโป่ง

ไม่ควรซื้อหรือเลือกใช้เองหากมีไข้ เลือดหรือมูกในอุจจาระ อุจจาระดำ ท้องบวม หรือท้องเสียหลังใช้ยาปฏิชีวนะ ห้ามใช้หากเคยแพ้ loperamide หรือมีอุจจาระเป็นเลือดหรือดำ เพราะอาจเป็นภาวะที่ไม่ควรชะลอการขับถ่าย หากมีโรคตับ หรือประวัติหัวใจเต้นผิดจังหวะ ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนใช้

ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ส่วนเด็กอายุ 2–5 ปีต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา เด็กที่โตกว่านี้ต้องกำหนดขนาดตามน้ำหนักและความแรงของยา ไม่ควรคำนวณจากอายุเพียงอย่างเดียว หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรตรวจสอบก่อนใช้

อย่ากินเกินขนาด เพราะอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ ยานี้อาจทำให้ง่วง เวียนศีรษะ หรืออ่อนเพลีย จึงควรระวังการขับรถและใช้เครื่องจักร

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

### diosmectite ช่วยได้หรือไม่

**diosmectite อาจช่วยลดระยะเวลาของท้องเสียเฉียบพลันชนิดเป็นน้ำในผู้ใหญ่ แต่ไม่ทดแทนการดื่มน้ำและเกลือแร่** การศึกษาหนึ่งในผู้ใหญ่ใช้ diosmectite 6 กรัม วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 4 วัน และพบว่าเวลาฟื้นตัวสั้นกว่ายาหลอก

ตัวเลขนี้เป็นขนาดที่ใช้ในการศึกษา ไม่ควรนำไปเทียบเป็นจำนวนซองเอง เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์อาจมีความแรงต่างกัน หากใช้ยาอื่นร่วมด้วย ควรแยกเวลารับประทานตามฉลาก เนื่องจากสารดูดซับอาจรบกวนการดูดซึมยาอื่น

ข้อมูลขนาดยาอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสากล ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน ควรใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

### ต้องกินยาปฏิชีวนะหรือไม่

**ไม่ควรเริ่มยาปฏิชีวนะเอง เพราะท้องเสียจำนวนมากไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ต้องใช้ยา** การใช้โดยไม่จำเป็นอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เชื้อดื้อยา หรือทำให้ท้องเสียจากยารุนแรงขึ้น

แพทย์อาจพิจารณายาปฏิชีวนะเมื่อมีข้อมูลสนับสนุน เช่น อาการบางรูปแบบ ประวัติการเดินทาง หรือผลตรวจ ไม่ควรใช้ยาที่เหลือจากครั้งก่อนหรือแบ่งยาของผู้อื่นมากิน

## สัญญาณที่ควรพบแพทย์

**ควรพบแพทย์ทันทีเมื่อมีเลือดหรืออุจจาระดำ ปวดท้องรุนแรง ท้องบวม ซึม ดื่มไม่ได้ หรือมีอาการขาดน้ำชัดเจน** อาการเหล่านี้อาจต้องตรวจหาสาเหตุและให้สารน้ำ ไม่ควรพยายามหยุดถ่ายด้วยยาเอง

สัญญาณที่ไม่ควรรอดู ได้แก่

- ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระดำ หรือมีมูกมาก
- มีไข้ร่วมกับท้องเสีย โดยเฉพาะเมื่ออาการแย่ลง
- ปวดท้องรุนแรง กดเจ็บมาก หรือท้องบวมโป่ง
- อาเจียนต่อเนื่อง จิบน้ำไม่ได้ หรืออาเจียนเป็นเลือด
- ปัสสาวะน้อยมาก ปากแห้งจัด หน้ามืด ใจสั่น ซึม หรือสับสน
- ท้องเสียนานเกิน 2 วัน หรืออาการแย่ลงระหว่างใช้ยา
- เริ่มท้องเสียหลังใช้ยาปฏิชีวนะ หรือเพิ่งนอนโรงพยาบาล
- เป็นซ้ำบ่อย ถ่ายกลางคืน น้ำหนักลด หรือมีอาการต่อเนื่อง
- ผู้ป่วยเป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ หรือมีโรคตับ ไต หัวใจ หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง และถ่ายหลายครั้ง

## คำถามที่พบบ่อย

### ท้องเสียควรกินเกลือแร่แบบไหน

**ควรใช้สารละลายเกลือแร่สำหรับทดแทนน้ำจากท้องเสีย และผสมตามฉลาก** เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับออกกำลังกายอาจมีสัดส่วนน้ำตาลและเกลือแร่ต่างกัน จึงไม่ใช่ตัวแทนที่เหมือนกันทุกกรณี

### ท้องเสียกิน loperamide ได้เลยไหม

**ไม่ควรซื้อหรือเลือกใช้ loperamide เอง ต้องให้เภสัชกรประเมินก่อนว่าเหมาะสม** หากเภสัชกรประเมินแล้วว่าสามารถใช้ได้ ให้ใช้ตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร และไม่ควรใช้เองหากมีไข้ เลือดหรือมูกในอุจจาระ อุจจาระดำ ท้องบวม หรือท้องเสียหลังใช้ยาปฏิชีวนะ

### ท้องเสียต้องอดอาหารไหม

**ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร หากยังรับประทานได้** ให้กินมื้อเล็ก เลือกอาหารรสอ่อนและย่อยง่ายตามความอยากอาหาร พร้อมจิบน้ำหรือสารละลายเกลือแร่ เลี่ยงอาหารมัน แอลกอฮอล์ และคาเฟอีนจนกว่าอาการจะดีขึ้น

### ท้องเสียกี่วันถึงควรไปหาหมอ

**หากท้องเสียนานเกิน 2 วันหรืออาการแย่ลง ควรพบแพทย์** ไม่ต้องรอครบ 2 วันถ้ามีเลือดหรืออุจจาระดำ ไข้ ท้องบวม ปวดรุนแรง ดื่มไม่ได้ หรือมีอาการขาดน้ำ

### เด็กท้องเสียใช้ยาหยุดถ่ายได้ไหม

**ไม่ควรให้เด็กกินยาหยุดถ่ายเอง เพราะขนาดยาและข้อห้ามขึ้นกับน้ำหนัก อาการ และผลิตภัณฑ์** ห้ามใช้ loperamide ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ส่วนเด็กอายุ 2–5 ปีต้องให้แพทย์พิจารณา และเด็กทุกวัยควรเน้นทดแทนน้ำก่อน

### ท้องเสียกินยาปฏิชีวนะได้ไหม

**ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง เพราะท้องเสียส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้** หากมีไข้ เลือดหรือมูกในอุจจาระ อาการหลังเดินทาง หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรให้แพทย์ประเมินสาเหตุก่อนเลือกยา

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้  
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

## ข้อมูลอ้างอิง

1. [NHS: Oral rehydration salts - Overview](https://www.guysandstthomas.nhs.uk/health-information/oral-rehydration-salts) — เกี่ยวกับ oral rehydration salts — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-18)
2. [Healthline: Oral Rehydration Solution Uses, Benefits, Precautions, Recipe](https://www.healthline.com/health/oral-rehydration-solution) — เกี่ยวกับ oral rehydration salts — บทความสุขภาพต่างประเทศ (สืบค้น 2026-09-18)
3. [pmc.ncbi.nlm.nih.gov: Efficacy of Diosmectite (Smecta)® in the Treatment of Acute Watery ...](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3132498/) — เกี่ยวกับ diosmectite — แหล่งวิชาการไทย (สืบค้น 2026-09-18)

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
> หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
