# ไดฟีลีน สีแดงแก้อะไร

**ยาน้ำแก้ไอขวดสีแดงคือผลิตภัณฑ์ที่ต้องดูตัวยาสำคัญบนฉลากก่อน จึงจะบอกได้ว่าใช้ลดไอ ขับเสมหะ บรรเทาคัดจมูก หรือช่วยอาการใด**

สีของน้ำยาและสีบรรจุภัณฑ์ไม่ใช่ข้อมูลที่ใช้ระบุสรรพคุณ เพราะยาสีคล้ายกันอาจมีตัวยาคนละชนิด ความแรงต่างกัน หรือเป็นยาผสมหลายตัว คุณจึงควรตรวจข้อความว่า “ตัวยาสำคัญ” หรือ “ส่วนประกอบสำคัญ” บนฉลากทุกครั้ง

## ประเด็นสำคัญ

- ยาน้ำแก้ไอสีแดงอาจใช้บรรเทาไอหรืออาการทางเดินหายใจบางอย่าง แต่ต้องตรวจตัวยาสำคัญบนฉลาก เพราะสีของยาไม่สามารถระบุสรรพคุณได้
- ก่อนรับประทาน ให้ดูชื่อตัวยา ความเข้มข้นต่อช้อนหรือมิลลิลิตร วิธีใช้ และคำเตือน โดยไม่ใช้ขนาดยาของขวดอื่นมาเทียบกัน
- เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ให้นมบุตร และผู้ที่กินยาอื่นอยู่ ไม่ควรเลือกยาจากสีหรือชื่อที่จำได้เพียงอย่างเดียว

## สารบัญ

- ยาน้ำแก้ไอสีแดงคือยาอะไร
- ยาน้ำแก้ไอสีแดงใช้บรรเทาอาการอะไร
- ยาน้ำแก้ไอสีแดงไม่ได้รักษาอะไร
- ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนใช้ยา
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ได้หรือไม่
- เด็กกินยาน้ำแก้ไอสีแดงได้หรือไม่
- ยาน้ำแก้ไอสีแดงมีผลข้างเคียงอะไร
- ยาน้ำแก้ไอสีแดงตีกับยาอะไรบ้าง
- ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาน้ำแก้ไอได้หรือไม่
- ยาน้ำแก้ไอสีแดงควรกินขนาดเท่าไร
- หากกินยาเกินขนาดควรทำอย่างไร
- คำถามที่พบบ่อย

## ยาน้ำแก้ไอสีแดงคือยาอะไร

**ยังระบุชนิดยาไม่ได้จากคำว่า “สีแดง” เพียงอย่างเดียว เพราะยาน้ำสีเดียวกันอาจมีส่วนประกอบและวัตถุประสงค์ต่างกัน** บางสูตรอาจมีตัวยากดอาการไอ บางสูตรช่วยให้เสมหะขับออกง่ายขึ้น และบางสูตรผสมยาบรรเทาอาการคัดจมูกหรือภูมิแพ้

ให้ยึดชื่อสามัญของตัวยาบนฉลาก ไม่ยึดสี กลิ่น รส หรือรูปร่างขวด หากฉลากหลุด เลือน หรือไม่มีข้อมูลส่วนประกอบ ไม่ควรทดลองกินเพื่อดูว่าใช่ยาที่เคยใช้หรือไม่

| ข้อมูลบนฉลาก | ใช้ตรวจอะไร |
|---|---|
| ตัวยาสำคัญ | ยามีฤทธิ์แบบใด |
| ความเข้มข้น | ปริมาณยาในแต่ละมิลลิลิตร |
| วิธีใช้ | ปริมาณและช่วงเวลาที่กำหนด |
| คำเตือน | โรคหรือยาที่ต้องระวัง |
| วันหมดอายุ | ยายังเหมาะสำหรับใช้หรือไม่ |

> **ชื่อผลิตภัณฑ์ไม่บอกส่วนประกอบทั้งหมด** ยาชื่อหรือสีคล้ายกันอาจเปลี่ยนสูตรหรือมีหลายความแรง ควรอ่านฉลากของขวดที่อยู่ตรงหน้าคุณทุกครั้ง

## ยาน้ำแก้ไอสีแดงใช้บรรเทาอาการอะไร

**ยาน้ำชนิดนี้อาจใช้บรรเทาไอ แต่คำตอบที่แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวยาสำคัญและข้อความสรรพคุณบนฉลาก** ก่อนใช้ คุณควรแยกว่าไอแห้ง ไม่มีเสมหะ หรือไอมีเสมหะ เพราะยาที่เหมาะกับอาการหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกอาการหนึ่ง

| ลักษณะอาการ | ข้อมูลที่ควรมองหาบนฉลาก |
|---|---|
| ไอแห้ง ระคายคอ | ระบุว่าบรรเทาหรือกดอาการไอ |
| ไอมีเสมหะ | ระบุว่าช่วยขับหรือละลายเสมหะ |
| คัดจมูก น้ำมูก | ตรวจว่ามียาลดคัดจมูกหรือยาแก้แพ้ |
| เจ็บคอ | ดูว่าเป็นเพียงยาบรรเทาอาการหรือไม่ |
| มีหลายอาการ | ตรวจส่วนผสมทุกตัวเพื่อป้องกันยาซ้ำ |

อาการไอมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น การติดเชื้อไวรัส ภูมิแพ้ ควันบุหรี่ กรดไหลย้อน หรือโรคของปอด ยาแก้ไอช่วยลดอาการบางส่วน แต่ไม่ได้แก้สาเหตุทุกชนิด

## ยาน้ำแก้ไอสีแดงไม่ได้รักษาอะไร

**ไม่ใช่ยาที่ใช้รักษาโรคได้ทุกสาเหตุ และไม่ควรถือว่าเป็นยาฆ่าเชื้อหรือยารักษาปอดอักเสบโดยอัตโนมัติ** หากฉลากระบุเพียงว่าบรรเทาอาการไอ ยาจะช่วยเรื่องอาการชั่วคราว ไม่ได้ยืนยันว่ากำจัดเชื้อหรือรักษาโรคต้นเหตุได้

ยาแก้ไอไม่ทดแทนการประเมินเมื่อคุณหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด ปากหรือปลายมือเขียว ซึมลง หรืออาการทรุดเร็ว อาการเหล่านี้ควรได้รับการตรวจโดยเร็ว ไม่ควรรอดูผลจากยาแก้ไอเพียงอย่างเดียว

หากไอต่อเนื่อง ไอกลางคืนบ่อย หรือไอซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรหาสาเหตุแทนการเปลี่ยนยาน้ำหลายชนิดไปเรื่อย ๆ

## ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนใช้ยาน้ำแก้ไอสีแดง

**ตรวจฉลากให้ครบก่อนใช้ โดยเฉพาะตัวยา ความเข้มข้น ขนาดรับประทาน และคำเตือน** การจำจากสีหรือขวดเดิมเสี่ยงได้รับยาผิดชนิดหรือกินตัวยาซ้ำกับยาแก้หวัดที่ใช้อยู่

1. **อ่านตัวยาสำคัญทุกตัว** โดยเฉพาะยาผสมซึ่งอาจมีตัวยาแก้ไอ แก้แพ้ หรือลดคัดจมูกอยู่ด้วยกัน  
2. **ตรวจความเข้มข้นของยา** ยาน้ำสองขวดอาจระบุปริมาตรเท่ากัน แต่ให้ปริมาณตัวยาไม่เท่ากัน  
3. **ดูวันหมดอายุและสภาพยา** ไม่ใช้เมื่อสี กลิ่น เนื้อยา หรือภาชนะเปลี่ยนผิดปกติ  
4. **ทบทวนโรคประจำตัว** เช่น โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ต้อหิน หรือปัญหาปัสสาวะลำบาก  
5. **ตรวจยาที่กินอยู่ทั้งหมด** รวมยาแก้หวัด ยาแก้แพ้ ยานอนหลับ สมุนไพร และอาหารเสริม  
6. **ใช้อุปกรณ์ตวงยา** ไม่ใช้ช้อนกินข้าว เพราะปริมาตรไม่แน่นอน  
7. **ไม่แบ่งยาของผู้ใหญ่ให้เด็กโดยคาดคะเน** ขนาดยาที่เด็กใช้ต้องพิจารณาตัวยา ความเข้มข้น และน้ำหนักตัว

หากฉลากอ่านไม่ชัดหรือไม่ทราบว่ายาอยู่ในขวดเดิมหรือไม่ ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือไม่ใช้ยาขวดนั้น

## หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ยาน้ำแก้ไอสีแดงได้หรือไม่

**ยังบอกว่าใช้ได้หรือไม่ได้จนกว่าจะทราบตัวยาสำคัญทุกตัว** ยาผสมอาจมีส่วนประกอบที่ต้องพิจารณาตามอายุครรภ์ อาการที่เป็น โรคประจำตัว และยาอื่นที่ใช้อยู่

ระหว่างตั้งครรภ์ไม่ควรเลือกยาจากสีขวดหรือประสบการณ์ที่เคยใช้ก่อนตั้งครรภ์ หากให้นมบุตร ตัวยาบางชนิดอาจผ่านสู่น้ำนม ทำให้ทารกง่วงผิดปกติ ดูดนมน้อย หรือกระสับกระส่ายได้

คุณควรนำขวด ฉลาก หรือภาพส่วนประกอบที่อ่านชัดให้เภสัชกรตรวจ อย่าใช้เพียงคำว่า “ยาแก้ไอสีแดง” เป็นข้อมูลในการเลือกยา

## เด็กกินยาน้ำแก้ไอสีแดงได้หรือไม่

**เด็กไม่ควรกินจนกว่าจะตรวจได้ว่ายานั้นมีตัวยาอะไร ความเข้มข้นเท่าไร และเหมาะกับเด็กหรือไม่** ยาน้ำของผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องเหมาะกับเด็ก แม้เด็กเคยได้รับยาที่มีสีหรือรสคล้ายกันมาก่อน

ขนาดยาชนิดรับประทานสำหรับเด็กมักต้องพิจารณาจากน้ำหนักตัว ไม่ควรคำนวณจากอายุเพียงอย่างเดียว และห้ามให้เป็นมิลลิลิตรโดยไม่ทราบความเข้มข้น เพราะปริมาตรเท่ากันอาจมีปริมาณตัวยาต่างกัน

เด็กที่หายใจเร็ว หายใจมีเสียงผิดปกติ หน้าอกบุ๋ม ซึม กินนมหรือน้ำได้น้อย หรือริมฝีปากเขียว ควรได้รับการประเมินทันที ไม่ควรพยายามเพิ่มขนาดหรือความถี่ของยาแก้ไอเอง

## ยาน้ำแก้ไอสีแดงมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

**ผลข้างเคียงขึ้นอยู่กับส่วนประกอบ แต่ที่อาจพบได้คือ ง่วงซึม เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ปากแห้ง ใจสั่น หรือกระสับกระส่าย** ไม่ใช่ทุกสูตรจะทำให้เกิดอาการเหล่านี้ จึงต้องตรวจว่าฉลากระบุตัวยาใดอยู่บ้าง

### ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

อาการที่ไม่รุนแรงอาจรวมถึงง่วง มึนศีรษะ ท้องไส้ไม่สบาย หรือคอและปากแห้ง หากเกิดอาการง่วง ไม่ควรขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำงานบนที่สูง

ถ้ามีใจเต้นเร็ว มือสั่น ปัสสาวะลำบาก ตาพร่ามัว หรือสับสน ควรหยุดใช้และตรวจสอบส่วนประกอบของยา โดยเฉพาะเมื่อคุณมีโรคประจำตัวหรือกินยาหลายชนิด

### ผลข้างเคียงที่รุนแรง

อาการรุนแรงที่ต้องขอความช่วยเหลือ ได้แก่ หายใจลำบาก หน้าหรือคอบวม หมดสติ ชัก สับสนมาก ใจเต้นผิดปกติ หรือปลุกไม่ตื่น ควรนำขวดหรือภาพฉลากยาไปด้วย เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ตรวจส่วนประกอบได้รวดเร็ว

> **อาการแพ้ยารุนแรงเป็นภาวะฉุกเฉิน** หากมีลมพิษร่วมกับหน้าบวม ลิ้นบวม แน่นคอ หายใจติดขัด หรือหน้ามืด ให้หยุดยาและไปห้องฉุกเฉินทันที

## ยาน้ำแก้ไอสีแดงตีกับยาอะไรบ้าง

**อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นได้ โดยเฉพาะยาที่ทำให้ง่วง ยาแก้หวัดสูตรผสม และยาที่มีตัวยาซ้ำกัน** ความเสี่ยงสำคัญคือได้รับตัวยาเดียวกันจากหลายผลิตภัณฑ์โดยไม่รู้ตัว

| ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ร่วม | สิ่งที่ต้องระวัง |
|---|---|
| ยาแก้หวัดสูตรผสม | ตัวยาซ้ำและผลข้างเคียงเพิ่ม |
| ยาแก้แพ้ที่ทำให้ง่วง | ง่วงมาก การตอบสนองช้าลง |
| ยานอนหลับหรือยาคลายกังวล | กดประสาทมากขึ้น |
| ยาบางชนิดสำหรับอารมณ์หรือจิตเวช | อาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา |
| สมุนไพรที่ทำให้ง่วง | เสริมอาการมึนและง่วง |

อย่าดูเฉพาะชื่อหน้ากล่อง ให้เปรียบเทียบรายชื่อตัวยาสำคัญทีละตัว หากคุณกินยาประจำหลายชนิด ให้นำรายการยาทั้งหมดมาตรวจพร้อมกันก่อนเริ่มยาแก้ไอสูตรผสม

## ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาน้ำแก้ไอสีแดงได้หรือไม่

**ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์จนกว่าจะทราบส่วนประกอบของยา เพราะอาจทำให้ง่วง มึน หรือการตัดสินใจแย่ลง** หากยามีส่วนประกอบที่กดระบบประสาท ผลจากแอลกอฮอล์อาจเสริมกับยาและเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ

ยาน้ำบางสูตรอาจมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบของตำรับอยู่แล้ว จึงควรอ่านฉลากเพิ่มเติม ผู้ที่มีโรคตับ ใช้ยานอนหลับ หรือเคยมีปัญหาจากแอลกอฮอล์ควรระวังเป็นพิเศษ

## ยาน้ำแก้ไอสีแดงควรกินขนาดเท่าไร

**ไม่มีขนาดกลางที่ใช้ได้กับยาน้ำสีแดงทุกขวด เพราะขนาดยาขึ้นอยู่กับตัวยาสำคัญ ความเข้มข้น สูตรยา และผู้ใช้** ไม่ควรนำปริมาณจากฉลากขวดเก่ามาใช้กับขวดใหม่ แม้สีและลักษณะคล้ายกัน

### ขนาดยาในผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่ควรใช้ตามข้อมูลบนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นโดยตรง ตรวจทั้งปริมาณต่อครั้ง ระยะห่างระหว่างครั้ง และปริมาณสูงสุดที่ระบุ ห้ามเพิ่มขนาดเพราะยังไอหรือรู้สึกว่ายาออกฤทธิ์ช้า

หากยาเป็นชนิดแขวนตะกอน ให้ทำตามคำแนะนำเรื่องการเขย่าขวด ใช้ถ้วยหรือกระบอกตวงที่มีหน่วยชัดเจน และล้างอุปกรณ์หลังใช้ อย่าใช้ช้อนในครัวแทนอุปกรณ์ตวงยา

### ขนาดยาในเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กต้องอิงตัวยา ความเข้มข้น และน้ำหนักตัว ไม่ควรใช้ตารางอายุมาคาดคะเนเอง และไม่ควรแบ่งขนาดผู้ใหญ่เป็นครึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติ

ถ้าฉลากไม่ระบุวิธีใช้สำหรับเด็ก หรือคุณไม่ทราบน้ำหนักปัจจุบันของเด็ก อย่าเดาปริมาณเป็นช้อนหรือมิลลิลิตร ให้เภสัชกรตรวจผลิตภัณฑ์และคำนวณจากข้อมูลที่จำเป็น

### คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

**ลืมกินยาควรกินชดเชยหรือไม่?**  
ไม่ควรกินสองเท่าเพื่อชดเชย ให้ตรวจคำแนะนำบนฉลากตามตัวยาที่ใช้ หากใกล้เวลาครั้งต่อไป ให้หลีกเลี่ยงการกินถี่กว่าที่กำหนด

**ไอยังไม่ดีขึ้น เพิ่มปริมาณเองได้หรือไม่?**  
ไม่ควรเพิ่มปริมาณหรือเพิ่มความถี่เอง การไอไม่ดีขึ้นอาจหมายถึงยาไม่ตรงกับลักษณะอาการหรือมีสาเหตุที่ต้องประเมินเพิ่มเติม

**ใช้ถ้วยตวงจากยาอีกขวดได้หรือไม่?**  
ใช้ได้เฉพาะเมื่อหน่วยและขีดบอกปริมาตรอ่านชัด แต่ควรใช้อุปกรณ์ที่มากับผลิตภัณฑ์เพื่อหลีกเลี่ยงการตวงผิด

## หากกินยาน้ำแก้ไอสีแดงเกินขนาดควรทำอย่างไร

**หยุดใช้ยาและขอคำแนะนำทางการแพทย์ทันทีเมื่อกินเกินฉลาก หรือไม่แน่ใจว่ากินไปเท่าไร** อย่ารอให้อาการเกิด เพราะยาผสมแต่ละส่วนอาจเริ่มออกฤทธิ์ไม่พร้อมกัน

อย่าทำให้อาเจียนเอง และอย่าให้ยา อาหาร หรือเครื่องดื่มเพื่อ “ล้างยา” โดยไม่มีคำแนะนำ เก็บขวด ฉลาก กล่อง และอุปกรณ์ตวงไว้ พร้อมจดเวลาที่กินและปริมาณโดยประมาณ

หากมีง่วงมาก ปลุกไม่ตื่น หายใจช้า หายใจลำบาก ชัก สับสน ใจเต้นผิดปกติ หรือหมดสติ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที หากผู้ป่วยหมดสติ อย่าป้อนน้ำหรือยาเข้าปาก

## คำถามที่พบบ่อย

### คำถามเกี่ยวกับการระบุชนิดยา

**ดูจากสีแดงอย่างเดียวได้ไหมว่าเป็นยาแก้ไอชนิดใด?**  
ไม่ได้ สีเป็นลักษณะของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ชื่อสามัญของยา ต้องดูตัวยาสำคัญและความเข้มข้นบนฉลากจึงจะแยกชนิดและวิธีใช้ได้

**ถ้าจำหน้าขวดได้ ใช้เหมือนครั้งก่อนได้ไหม?**  
ไม่ควรตัดสินจากหน้าขวด เพราะผลิตภัณฑ์ลักษณะคล้ายกันอาจมีหลายสูตรหรือหลายความแรง ตรวจฉลากของขวดปัจจุบันก่อนทุกครั้ง

**ฉลากหลุดแต่ยาดูปกติยังกินได้ไหม?**  
ไม่ควรกิน เพราะคุณตรวจชนิดยา ความเข้มข้น วันหมดอายุ และคำเตือนไม่ได้ การที่สีหรือกลิ่นยังปกติไม่ได้ยืนยันว่ายาปลอดภัย

### คำถามเกี่ยวกับอาการไอ

**ไอมีเสมหะกินยาแก้ไอได้ไหม?**  
ต้องดูว่ายาสูตรนั้นกดไอหรือช่วยขับเสมหะ และพิจารณาลักษณะอาการร่วมด้วย หากมีเสมหะมาก หอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือมีเลือดปน ควรได้รับการตรวจ

**ยาแก้ไอสีแดงรักษาหวัดให้หายไหม?**  
ยาอาจช่วยบรรเทาอาการบางอย่าง แต่ไม่ได้ทำให้โรคที่เป็นสาเหตุหายทุกชนิด การพักผ่อน ดื่มน้ำเพียงพอ และสังเกตสัญญาณอันตรายยังสำคัญ

**กินแล้วง่วงถือว่าปกติไหม?**  
ตัวยาบางชนิดทำให้ง่วงได้ แต่ต้องตรวจฉลากว่าเป็นผลที่คาดได้หรือไม่ หากง่วงมากผิดปกติ สับสน หายใจช้า หรือปลุกยาก ต้องขอความช่วยเหลือทันที

### คำถามเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างปลอดภัย

**กินพร้อมยาแก้หวัดได้ไหม?**  
ไม่ควรกินร่วมกันก่อนเปรียบเทียบส่วนประกอบ เพราะยาแก้หวัดอาจมีตัวยาแก้ไอ แก้แพ้ หรือลดคัดจมูกซ้ำอยู่แล้ว การใช้ซ้ำเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง

**กินก่อนหรือหลังอาหาร?**  
ขึ้นอยู่กับตัวยาและคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ ให้ทำตามฉลากของขวดนั้น หากกินแล้วระคายท้องหรือคลื่นไส้ ควรตรวจวิธีใช้กับเภสัชกร

**อาการดีขึ้นแล้วหยุดยาได้ไหม?**  
ยาแก้ไอที่ใช้ตามอาการมักไม่จำเป็นต้องฝืนใช้ต่อเมื่อไม่มีอาการ แต่ควรอ่านฉลากก่อน เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดอาจมีวิธีใช้ต่างกัน

**เปิดขวดไว้นานแล้วยังใช้ได้ไหม?**  
ตรวจวันหมดอายุ วิธีเก็บ และระยะเวลาหลังเปิดใช้หากฉลากระบุ ไม่ควรใช้เมื่อยาแยกชั้นผิดปกติ เปลี่ยนสี มีกลิ่นแปลก หรือภาชนะเสียหาย

**ควรไปพบแพทย์เมื่อใด?**  
ควรไปทันทีเมื่อหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด ซึมลง ปากเขียว ชัก หรือมีอาการแพ้รุนแรง หากไอต่อเนื่องหรือแย่ลงก็ควรตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรเพิ่มยาเอง

## คำถามที่ควรถามเภสัชกร

- ตัวยาสำคัญในยาน้ำขวดนี้ช่วยอาการไอแบบใด?
- ยานี้มีตัวยาซ้ำกับยาแก้หวัดหรือยาแก้แพ้ที่ใช้อยู่หรือไม่?
- โรคประจำตัวและยาที่กินอยู่ทำให้ต้องหลีกเลี่ยงส่วนประกอบใด?
- หากเป็นเด็ก ต้องใช้น้ำหนักตัวและความเข้มข้นเท่าใดในการกำหนดขนาดยา?
- อาการแบบใดควรหยุดยาและไปพบแพทย์ทันที?

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้  
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
> หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
