# ซิทิริซีน ไดไฮโดรคลอไรด์ 10 มก คือยาอะไร

**ซิทิริซีน ไดไฮโดรคลอไรด์ คือยาแก้แพ้ชนิดรับประทานที่ช่วยบรรเทาอาการจากฮิสตามีน เช่น จาม น้ำมูกไหล คันตา คันผิวหนัง และลมพิษ**

## ประเด็นสำคัญ

- ซิทิริซีน ไดไฮโดรคลอไรด์เป็นยาแก้แพ้ที่ใช้บรรเทาอาการจาม น้ำมูกไหล คันตา คันจมูก ผื่นคัน และลมพิษ แต่ไม่ได้กำจัดสาเหตุของการแพ้
- ตัวเลข 10 มก. บนฉลากหมายถึงความแรงของยาในหนึ่งหน่วยผลิตภัณฑ์ ไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนควรใช้ปริมาณเท่ากันหรือใช้ได้ในทุกสถานการณ์
- ซิทิริซีนอาจทำให้ง่วงซึมในบางคน ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และระวังการขับรถ รวมทั้งตรวจสอบยาที่มีฤทธิ์กดประสาทก่อนใช้ร่วมกัน

## สารบัญ

- [ซิทิริซีน ไดไฮโดรคลอไรด์คือยาอะไร](#ซิทิริซีน-ไดไฮโดรคลอไรด์คือยาอะไร)
- [ซิทิริซีนใช้รักษาอะไรได้บ้าง](#ซิทิริซีนใช้รักษาอะไรได้บ้าง)
- [ซิทิริซีนไม่ได้ใช้รักษาอะไร](#ซิทิริซีนไม่ได้ใช้รักษาอะไร)
- [ใครควรระวังก่อนใช้ซิทิริซีน](#ใครควรระวังก่อนใช้ซิทิริซีน)
- [หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ซิทิริซีนได้หรือไม่](#หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ซิทิริซีนได้หรือไม่)
- [เด็กใช้ซิทิริซีนได้หรือไม่](#เด็กใช้ซิทิริซีนได้หรือไม่)
- [ซิทิริซีนมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง](#ซิทิริซีนมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง)
- [ซิทิริซีนเกิดปฏิกิริยากับยาอะไรบ้าง](#ซิทิริซีนเกิดปฏิกิริยากับยาอะไรบ้าง)
- [กินซิทิริซีนร่วมกับแอลกอฮอล์ได้หรือไม่](#กินซิทิริซีนร่วมกับแอลกอฮอล์ได้หรือไม่)
- [ผู้ใหญ่ควรใช้ซิทิริซีนอย่างไร](#ผู้ใหญ่ควรใช้ซิทิริซีนอย่างไร)
- [เด็กควรใช้ซิทิริซีนอย่างไร](#เด็กควรใช้ซิทิริซีนอย่างไร)
- [หากใช้ซิทิริซีนเกินขนาดควรทำอย่างไร](#หากใช้ซิทิริซีนเกินขนาดควรทำอย่างไร)
- [คำถามที่พบบ่อย](#คำถามที่พบบ่อย)
- [คำถามที่ควรถามเภสัชกร](#คำถามที่ควรถามเภสัชกร)

## ซิทิริซีน ไดไฮโดรคลอไรด์คือยาอะไร

**ซิทิริซีน ไดไฮโดรคลอไรด์เป็นยาต้านฮิสตามีน ช่วยลดอาการแพ้ที่เกิดจากสารฮิสตามีนในร่างกาย** เมื่อร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ ฮิสตามีนอาจทำให้จาม น้ำมูกไหล คันตา หรือเกิดผื่นนูนคัน ยานี้ช่วยกดผลของฮิสตามีน จึงทำให้อาการเหล่านี้ทุเลาลง

คำว่า “ไดไฮโดรคลอไรด์” เป็นชื่อรูปเกลือของตัวยา ส่วนข้อความ “10 มก.” ระบุความแรงของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรตีความว่าเป็นขนาดที่เหมาะกับทุกคน เพราะวิธีใช้อาจขึ้นกับรูปแบบยา อายุ น้ำหนัก การทำงานของไต และยาอื่นที่ใช้อยู่

| ข้อความบนฉลาก | หมายถึงอะไร |
|---|---|
| ซิทิริซีน | ชื่อตัวยาสำคัญ |
| ไดไฮโดรคลอไรด์ | รูปเกลือของตัวยา |
| 10 มก. | ความแรงต่อหนึ่งหน่วยผลิตภัณฑ์ |
| ยาแก้แพ้ | กลุ่มการออกฤทธิ์ของยา |

> **ยาสามัญและชื่อผลิตภัณฑ์:** ผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตต่างกันอาจมีตัวยาสำคัญเหมือนกัน แต่ส่วนประกอบที่ไม่ออกฤทธิ์ รูปแบบยา และคำแนะนำบนฉลากอาจแตกต่างกัน ควรดูชื่อตัวยาสำคัญและความแรงทุกครั้ง

## ซิทิริซีนใช้รักษาอะไรได้บ้าง

**ซิทิริซีนใช้บรรเทาอาการแพ้ทางจมูกและผิวหนัง รวมถึงอาการลมพิษ** ยาช่วยควบคุมอาการ แต่ไม่ได้ทำให้คุณหายจากภาวะภูมิแพ้อย่างถาวร และไม่ได้ป้องกันการสัมผัสสารที่กระตุ้นอาการ

| อาการ | สิ่งที่ซิทิริซีนอาจช่วยบรรเทา |
|---|---|
| ภูมิแพ้ทางจมูก | จาม น้ำมูกไหล คันจมูก |
| อาการแพ้ทางตา | คันตา น้ำตาไหล |
| ผื่นแพ้หรือผื่นคัน | ลดอาการคัน |
| ลมพิษ | ลดผื่นนูนและอาการคัน |

หากอาการเกิดหลังสัมผัสสิ่งใดเป็นประจำ เช่น ฝุ่น ละอองเกสร หรือสัตว์เลี้ยง การลดการสัมผัสสิ่งกระตุ้นยังมีความสำคัญ แม้ยาจะช่วยให้อาการดีขึ้นก็ตาม

## ซิทิริซีนไม่ได้ใช้รักษาอะไร

**ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้คัดจมูก หรือยารักษาฉุกเฉินสำหรับอาการแพ้รุนแรง** ซิทิริซีนอาจลดอาการบางอย่างที่คล้ายหวัด เช่น จามหรือน้ำมูกไหล แต่ไม่กำจัดไวรัสและไม่ทำให้หวัดหายเร็วขึ้น

| ภาวะหรืออาการ | เหตุผลที่ไม่ควรใช้แทนการรักษาหลัก |
|---|---|
| ไข้หวัดจากไวรัส | ยาไม่กำจัดไวรัส |
| การติดเชื้อแบคทีเรีย | ยาไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ |
| คัดจมูกอย่างเดียว | ไม่ใช่ยาลดอาการคัดจมูกโดยตรง |
| หอบหืดกำเริบ | ไม่ใช่ยาขยายหลอดลม |
| แพ้รุนแรง | ออกฤทธิ์ไม่เหมาะกับการช่วยชีวิตฉุกเฉิน |

หากมีหายใจลำบาก เสียงแหบ คอบวม ลิ้นบวม หน้ามืด หรือหมดสติหลังสัมผัสสิ่งที่สงสัยว่าแพ้ ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที อย่ารอดูผลจากยาแก้แพ้ชนิดรับประทาน

## ใครควรระวังก่อนใช้ซิทิริซีน

**คุณควรตรวจสอบโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ก่อนกินซิทิริซีน โดยเฉพาะเมื่อมีโรคไต เคยแพ้ตัวยานี้ หรือจำเป็นต้องทำงานที่ใช้ความตื่นตัว** ข้อควรระวังสำคัญมีดังนี้

1. **เคยแพ้ซิทิริซีนหรือยาที่มีโครงสร้างใกล้เคียง** ไม่ควรใช้ซ้ำหากเคยเกิดผื่นรุนแรง หน้าบวม คอบวม หรือหายใจติดขัดจากยา
2. **มีโรคไตหรือการทำงานของไตลดลง** ร่างกายอาจกำจัดยาได้ช้าลง จึงอาจต้องปรับวิธีใช้ให้เหมาะกับการทำงานของไต
3. **มีปัญหาปัสสาวะลำบาก** ควรระวังหากมีโรคหรือภาวะที่ทำให้ปัสสาวะติดขัด และสังเกตความเปลี่ยนแปลงหลังใช้ยา
4. **ต้องขับรถหรือควบคุมเครื่องจักร** แม้ซิทิริซีนมักทำให้ง่วงน้อยกว่ายาแก้แพ้บางชนิด แต่บางคนยังง่วง มึน หรือสมาธิลดลงได้
5. **ใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน** ยานอนหลับ ยาคลายกังวล ยาแก้ปวดบางชนิด และยาอื่นที่ทำให้ง่วงอาจเสริมฤทธิ์กัน
6. **อาการไม่เหมือนภูมิแพ้ทั่วไป** ไข้สูง ปวดใบหน้ามาก หายใจมีเสียงหวีด หรือผื่นร่วมกับแผลในปาก อาจต้องได้รับการประเมินหาสาเหตุอื่น

## หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้ซิทิริซีนได้หรือไม่

**หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรไม่ควรเริ่มใช้ซิทิริซีนโดยอาศัยความแรงบนฉลากเพียงอย่างเดียว** การตัดสินใจควรพิจารณาความจำเป็น ระยะของการตั้งครรภ์ อาการที่ต้องรักษา โรคประจำตัว และยาอื่นที่ใช้ร่วมกัน

ระหว่างให้นมบุตร ตัวยาอาจผ่านเข้าสู่น้ำนมได้ ควรสังเกตทารกว่ามีอาการง่วงผิดปกติ ดูดนมน้อยลง หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปหรือไม่ หากจำเป็นต้องใช้ยาเป็นประจำ ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ช่วยประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อน

## เด็กใช้ซิทิริซีนได้หรือไม่

**เด็กอาจใช้ซิทิริซีนได้ในบางกรณี แต่ไม่ควรนำผลิตภัณฑ์ความแรงสำหรับผู้ใหญ่มาแบ่งให้เด็กเอง** ยาที่รับประทานสำหรับเด็กควรใช้ตามช่วงอายุ รูปแบบผลิตภัณฑ์ และคำแนะนำบนฉลากหรือจากเภสัชกร ไม่ควรคำนวณขนาดยาเป็นมก./กก.เองหากไม่มีคำสั่งจากบุคลากรทางการแพทย์ เด็กอายุน้อย เด็กที่มีโรคไต หรือมีปัจจัยเฉพาะรายควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม

ผลิตภัณฑ์ชนิดน้ำอาจมีความเข้มข้นต่างกัน ปริมาตรเท่ากันจึงอาจให้ปริมาณตัวยาไม่เท่ากัน คุณควรตรวจความเข้มข้นบนฉลากและใช้อุปกรณ์ตวงยาที่เหมาะสม ไม่ใช้ช้อนรับประทานอาหารกะปริมาณยา

หากเด็กมีอาการหายใจลำบาก ซึมมาก หน้าหรือลิ้นบวม หรือผื่นลุกลามรวดเร็ว ให้พาไปพบแพทย์ทันที

## ซิทิริซีนมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

**ผลข้างเคียงที่พบได้มักเกี่ยวกับอาการง่วง อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือปากแห้ง ส่วนอาการรุนแรงพบไม่บ่อยแต่ต้องหยุดยาและรับความช่วยเหลือทันที** การตอบสนองต่อยาแตกต่างกันในแต่ละคน

### ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

| อาการ | ควรทำอย่างไร |
|---|---|
| ง่วงซึม | งดขับรถและงานเสี่ยง |
| อ่อนเพลีย | พักและสังเกตอาการ |
| เวียนศีรษะ | ลุกเปลี่ยนท่าช้า ๆ |
| ปากแห้ง | จิบน้ำเป็นระยะ |
| ปวดศีรษะ | พักและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น |
| คลื่นไส้หรือไม่สบายท้อง | สังเกตว่าอาการสัมพันธ์กับยาหรือไม่ |

หากอาการไม่รุนแรง คุณอาจเฝ้าดูอาการและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ แต่ถ้าอาการรบกวนชีวิตประจำวัน ต่อเนื่อง หรือแย่ลง ควรทบทวนความเหมาะสมของยา

### ผลข้างเคียงที่รุนแรง

**หยุดยาและขอความช่วยเหลือทันทีหากมีอาการแพ้รุนแรง ซึมผิดปกติ ใจเต้นผิดจังหวะ ปัสสาวะไม่ออก หรือมีอาการทางระบบประสาทที่ผิดปกติ** อาการเหล่านี้ไม่ควรรอดูเองที่บ้าน

> **อาการแพ้ยา:** ผื่นคันเล็กน้อยอาจต้องได้รับการประเมิน แต่ถ้ามีหน้าบวม ปากบวม ลิ้นบวม คอบวม หายใจลำบาก หน้ามืด หรือหมดสติ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

## ซิทิริซีนเกิดปฏิกิริยากับยาอะไรบ้าง

**ยาหรือสารที่ทำให้ง่วงสามารถเสริมอาการง่วงและลดความตื่นตัวจากซิทิริซีนได้** ก่อนใช้ร่วมกันควรตรวจส่วนประกอบของยาแก้หวัด ยาแก้แพ้ และยานอนหลับ เพราะบางผลิตภัณฑ์มีตัวยาซ้ำหรือมีฤทธิ์กดประสาทร่วมกัน

| กลุ่มยาหรือสาร | ความเสี่ยงเมื่อใช้ร่วมกัน |
|---|---|
| ยานอนหลับ | ง่วงและตอบสนองช้าลง |
| ยาคลายกังวล | มึนงงหรือกดประสาทมากขึ้น |
| ยาแก้ปวดที่ทำให้ง่วง | เสริมอาการซึม |
| ยาแก้แพ้ชนิดอื่น | ตัวยาซ้ำและผลข้างเคียงเพิ่ม |
| ยาแก้หวัดสูตรผสม | อาจมีสารทำให้ง่วงซ่อนอยู่ |
| แอลกอฮอล์ | ง่วงและเสียการทรงตัวมากขึ้น |

อย่าหยุดยาประจำเองเพียงเพราะพบชื่อกลุ่มยาในรายการ ควรให้เภสัชกรตรวจจากชื่อตัวยาและรูปแบบการใช้จริง โดยเฉพาะเมื่อคุณใช้ยาที่ออกฤทธิ์ต่อสมองหลายรายการ

## กินซิทิริซีนร่วมกับแอลกอฮอล์ได้หรือไม่

**ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ขณะใช้ซิทิริซีน เพราะอาจทำให้ง่วง มึนงง การตัดสินใจช้าลง และเสียการทรงตัวมากขึ้น** ผลอาจชัดเจนเป็นพิเศษในคนที่ไวต่อยา หรือใช้ยาอื่นที่ทำให้ง่วงอยู่แล้ว

แม้คุณเคยใช้ยาแล้วไม่ง่วง การดื่มแอลกอฮอล์ก็อาจเปลี่ยนการตอบสนองได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร ทำงานบนที่สูง หรือทำกิจกรรมที่อาจเกิดอุบัติเหตุหลังใช้ร่วมกัน

## ผู้ใหญ่ควรใช้ซิทิริซีนอย่างไร

**ข้อความ 10 มก. ระบุความแรงของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่คำแนะนำว่าผู้ใหญ่ทุกคนควรรับประทานปริมาณนี้** ไม่มีขนาดยาที่ควรนำไปใช้เป็นคำแนะนำทั่วไปจากข้อมูลของหน้านี้ เพราะวิธีใช้อาจต้องปรับตามอาการ การทำงานของไต และยาที่ใช้ร่วมกัน

ตรวจฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง โดยดูทั้งชื่อตัวยา ความแรง รูปแบบผลิตภัณฑ์ และคำเตือน ห้ามกินเพิ่มเพราะอาการยังไม่ดีขึ้นทันที และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์แก้แพ้หรือแก้หวัดหลายชนิดพร้อมกันโดยไม่ตรวจว่ามีตัวยาซ้ำหรือไม่

### คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

**ลืมกินยาควรกินเพิ่มหรือไม่?**  
ไม่ควรกินชดเชยเป็นปริมาณสองเท่า ให้ยึดคำแนะนำบนฉลากหรือคำสั่งที่ได้รับสำหรับผลิตภัณฑ์นั้น

**โรคไตมีผลต่อวิธีใช้หรือไม่?**  
มีผลได้ เพราะตัวยาถูกกำจัดออกจากร่างกายผ่านไต ผู้ที่ไตทำงานลดลงอาจต้องใช้วิธีที่แตกต่างจากคนทั่วไป

**อาการยังไม่ดีขึ้น กินเพิ่มได้ไหม?**  
ไม่ควรเพิ่มปริมาณเอง อาการอาจเกิดจากสาเหตุอื่น หรืออาจต้องใช้แนวทางดูแลคนละแบบกับอาการแพ้

## เด็กควรใช้ซิทิริซีนอย่างไร

**ขนาดยารับประทานสำหรับเด็กควรใช้ตามช่วงอายุ รูปแบบยา และคำแนะนำบนฉลากหรือจากเภสัชกร พร้อมตรวจความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ชนิดน้ำอย่างชัดเจน ไม่ควรคำนวณขนาดยาเป็นมก./กก.เองหากไม่มีคำสั่งจากบุคลากรทางการแพทย์ หรือแบ่งผลิตภัณฑ์ของผู้ใหญ่เอง** เด็กอายุน้อย เด็กที่มีโรคไต หรือมีปัจจัยเฉพาะรายควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม การให้เป็นมิลลิลิตรโดยไม่รู้ความเข้มข้นอาจทำให้เด็กได้รับยามากหรือน้อยเกินไป

เตรียมอายุและน้ำหนักปัจจุบันของเด็ก ชื่อผลิตภัณฑ์ ความเข้มข้น รูปแบบยา และรายชื่อยาอื่นที่เด็กใช้อยู่ก่อนสอบถามวิธีใช้ หากเป็นยาน้ำ ให้ใช้อุปกรณ์ตวงที่มากับผลิตภัณฑ์หรืออุปกรณ์ตวงยาที่อ่านค่าได้ชัดเจน

### คำถามเกี่ยวกับขนาดยาในเด็ก

**ใช้ช้อนกินข้าวตวงยาได้ไหม?**  
ไม่ควร เพราะช้อนในบ้านมีขนาดไม่แน่นอนและอาจทำให้ปริมาณคลาดเคลื่อน

**แบ่งเม็ดของผู้ใหญ่ให้เด็กได้ไหม?**  
ไม่ควรแบ่งเอง เม็ดยาบางชนิดแบ่งได้ไม่เท่ากัน และขนาดที่เด็กต้องใช้อาจไม่ตรงกับส่วนของเม็ดที่แบ่งได้

**เด็กง่วงมากหลังใช้ยาควรทำอย่างไร?**  
หยุดกิจกรรมที่เสี่ยง เฝ้าดูการหายใจและการตอบสนอง หากปลุกยาก หายใจผิดปกติ หรือสงสัยว่าได้รับยาเกิน ให้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที

## หากใช้ซิทิริซีนเกินขนาดควรทำอย่างไร

**หากสงสัยว่าใช้ซิทิริซีนเกินขนาด อย่ารอให้อาการเกิดและอย่าพยายามทำให้อาเจียนเอง** เก็บบรรจุภัณฑ์ไว้เพื่อแสดงชื่อตัวยา ความแรง จำนวนที่อาจได้รับ และเวลาที่ใช้ แล้วติดต่อศูนย์พิษวิทยาหรือไปสถานพยาบาล

อาการที่อาจพบได้ ได้แก่ ง่วงมาก กระสับกระส่าย สับสน ใจเต้นเร็ว สั่น ปัสสาวะลำบาก หรือการตอบสนองผิดปกติ เด็กอาจมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปก่อนเกิดอาการซึม

> **ควรไปฉุกเฉินทันที** หากผู้ใช้ยาปลุกไม่ตื่น หายใจลำบาก ชัก หมดสติ เดินเซมาก หรือมีใบหน้า ปาก ลิ้น หรือคอบวม

## คำถามที่พบบ่อย

### คำถามเกี่ยวกับการออกฤทธิ์

**ซิทิริซีนทำให้ง่วงไหม?**  
ทำให้ง่วงได้ แม้บางคนจะไม่รู้สึกง่วงเลยก็ตาม ครั้งแรกที่ใช้ควรสังเกตการตอบสนองก่อนขับรถหรือทำงานที่ต้องใช้สมาธิ

**ซิทิริซีนช่วยแก้คัดจมูกไหม?**  
ยาอาจช่วยอาการแพ้อื่นร่วมด้วย เช่น จาม คันจมูก และน้ำมูกไหล แต่ไม่ใช่ยาลดคัดจมูกโดยตรง หากคัดจมูกมากหรือเรื้อรังควรหาสาเหตุเพิ่มเติม

**กินซิทิริซีนแล้วหวัดจะหายเร็วขึ้นไหม?**  
ไม่ ซิทิริซีนไม่กำจัดไวรัสที่ทำให้เกิดหวัด แม้อาจช่วยลดอาการจามหรือน้ำมูกไหลบางส่วนได้

### คำถามเกี่ยวกับวิธีใช้

**กินซิทิริซีนพร้อมอาหารได้ไหม?**  
โดยทั่วไปการมีอาหารอาจเกี่ยวข้องกับความสบายท้องของแต่ละคน แต่คุณควรปฏิบัติตามฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ หากมีคลื่นไส้ต่อเนื่องควรทบทวนการใช้ยา

**บดหรือแบ่งเม็ดยาได้ไหม?**  
ขึ้นกับรูปแบบของเม็ดยาและคำแนะนำบนฉลาก ไม่ควรบดหรือแบ่งเมื่อไม่ทราบว่าเม็ดยานั้นออกแบบมาให้ทำเช่นนั้นได้หรือไม่

**กินร่วมกับยาแก้หวัดได้ไหม?**  
ต้องตรวจตัวยาสำคัญก่อน เพราะยาแก้หวัดสูตรผสมอาจมียาแก้แพ้หรือสารที่ทำให้ง่วงอยู่แล้ว การใช้ซ้ำอาจเพิ่มผลข้างเคียงโดยไม่เพิ่มประโยชน์

### คำถามเกี่ยวกับอาการผิดปกติ

**กินแล้วง่วงควรหยุดยาไหม?**  
อย่างน้อยควรงดขับรถและกิจกรรมเสี่ยง หากง่วงมาก รบกวนงาน หรือเกิดร่วมกับอาการสับสน ควรหยุดใช้และขอคำแนะนำเรื่องทางเลือกอื่น

**ผื่นยังไม่หายหลังใช้ยา หมายความว่าแพ้ยาหรือไม่?**  
บอกไม่ได้จากผื่นเพียงอย่างเดียว ผื่นเดิมอาจยังไม่ตอบสนอง หรือผื่นใหม่อาจเกี่ยวข้องกับยา หากผื่นลุกลาม มีแผลในปาก หน้าบวม หรือหายใจลำบาก ให้หยุดยาและรับการดูแลทันที

**ใช้ซิทิริซีนต่อเนื่องได้ไหม?**  
ขึ้นกับสาเหตุและรูปแบบของอาการ หากต้องใช้ต่อเนื่องเพราะอาการกลับมาทุกวัน ควรประเมินสิ่งกระตุ้นและตรวจว่ายังเหมาะกับอาการอยู่หรือไม่

**อาการดีขึ้นแล้วต้องกินต่อไหม?**  
ให้ทำตามฉลากหรือแผนการใช้ที่ได้รับ ไม่ควรเพิ่ม ระงับ หรือเปลี่ยนรูปแบบการใช้โดยอาศัยความแรงบนบรรจุภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

## คำถามที่ควรถามเภสัชกร

- ความแรงของผลิตภัณฑ์นี้เหมาะกับโรคประจำตัวและการทำงานของไตของฉันหรือไม่
- ซิทิริซีนซ้ำกับยาแก้แพ้หรือยาแก้หวัดที่ฉันใช้อยู่หรือไม่
- ยาประจำของฉันมีตัวใดเพิ่มอาการง่วงเมื่อใช้ร่วมกับซิทิริซีนหรือไม่
- หากต้องใช้ในเด็ก ขนาดตามช่วงอายุ รูปแบบยา และความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ควรเป็นอย่างไร
- หากซิทิริซีนไม่ช่วยอาการ ควรหยุดเมื่อใดและควรประเมินสาเหตุอื่นอะไรบ้าง

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้  
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
> หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
