# อะม็อกซี่ คราฟ 1000 แก้อะไร

**อะม็อกซิซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิก คือยาปฏิชีวนะสำหรับรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด โดยต้องเลือกใช้ตามตำแหน่งติดเชื้อและความไวของเชื้อ**

## ประเด็นสำคัญ

- อะม็อกซิซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิกเป็นยาปฏิชีวนะ ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น การติดเชื้อทางเดินหายใจ ผิวหนัง ทางเดินปัสสาวะ และช่องปาก
- คุณควรกินยาตามฉลากสั่งยาให้ครบระยะเวลา และกินพร้อมอาหารช่วงเริ่มมื้อ เพื่อลดอาการระคายท้องและช่วยให้ร่างกายรับยาได้เหมาะสม
- ห้ามใช้หากเคยแพ้ยาเพนิซิลลินอย่างรุนแรง และควรรับการรักษาฉุกเฉินเมื่อมีหายใจลำบาก หน้าบวม หรือผื่นร่วมกับตุ่มพองและผิวลอก

## สารบัญ

- ยานี้คือยาอะไรและใช้รักษาอะไร
- ยานี้ไม่ได้รักษาอะไร
- ข้อควรระวังก่อนใช้ยา
- การใช้ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร
- การใช้ยาในเด็ก
- ผลข้างเคียง
- ปฏิกิริยาระหว่างยา
- แอลกอฮอล์
- ขนาดยาในผู้ใหญ่และเด็ก
- การใช้ยาเกินขนาด
- คำถามที่พบบ่อย
- คำถามที่ควรถามเภสัชกร

## อะม็อกซิซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิกคือยาอะไรและใช้รักษาอะไร

**เป็นยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยกรดคลาวูลานิกช่วยลดการทำลายอะม็อกซิซิลลินจากเอนไซม์ของแบคทีเรียบางชนิด** การรวมตัวยาทั้งสองชนิดจึงช่วยให้ยาออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรียบางสายพันธุ์ที่ดื้อต่ออะม็อกซิซิลลินเพียงอย่างเดียวได้

แพทย์อาจพิจารณาใช้ยานี้กับการติดเชื้อ เช่น

| ตำแหน่งหรืออาการ | ตัวอย่างการติดเชื้อที่อาจใช้ยา |
|---|---|
| หู คอ จมูก | หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ |
| ทางเดินหายใจ | การติดเชื้อแบคทีเรียในหลอดลมหรือปอด |
| ช่องปาก | การติดเชื้อจากฟันหรือเหงือก |
| ผิวหนัง | แผลติดเชื้อหรือเนื้อเยื่ออ่อนติดเชื้อ |
| ทางเดินปัสสาวะ | การติดเชื้อจากแบคทีเรียที่ไวต่อยา |

อาการเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันว่าเกิดจากแบคทีเรียได้ ตัวอย่างเช่น เจ็บคอ ไอ น้ำมูก หรือปัสสาวะแสบขัด อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ การเลือกยาจึงต้องอาศัยลักษณะอาการ การตรวจร่างกาย และบางกรณีต้องตรวจหาเชื้อ

### ยานี้มีรูปแบบใดบ้าง

**ยามีทั้งชนิดรับประทานและชนิดฉีด โดยความแรงและสัดส่วนของตัวยาอาจแตกต่างกันระหว่างผลิตภัณฑ์** ตัวเลขบนบรรจุภัณฑ์อาจเป็นปริมาณตัวยารวม จึงไม่ควรใช้ตัวเลขเพียงอย่างเดียวเพื่อเปลี่ยนไปใช้ยาอีกสูตรหนึ่งแทนกัน

| รูปแบบยา | สิ่งที่ควรตรวจบนฉลาก |
|---|---|
| ยาเม็ด | ปริมาณอะม็อกซิซิลลินและกรดคลาวูลานิกแยกกัน |
| ยาน้ำแขวนตะกอน | ความเข้มข้นต่อปริมาตรและวันหมดอายุหลังผสม |
| ยาฉีด | ใช้โดยบุคลากรทางการแพทย์ |

> **ยาสามัญและชื่อผลิตภัณฑ์:** ตรวจตัวยาสำคัญบนฉลากว่าเป็นอะม็อกซิซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิก เพราะผลิตภัณฑ์ที่มีตัวเลขใกล้เคียงกันอาจมีสัดส่วนตัวยาต่างกันและใช้แทนกันไม่ได้โดยอัตโนมัติ

## อะม็อกซิซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิกไม่ได้ใช้รักษาอะไร

**ไม่ใช่ยารักษาไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือการติดเชื้อไวรัสทั่วไป** ยาปฏิชีวนะไม่ทำให้อาการจากไวรัสหายเร็วขึ้น และการใช้โดยไม่จำเป็นเพิ่มโอกาสเกิดผลข้างเคียงและเชื้อดื้อยา

ยานี้ไม่ใช่ยาลดไข้ ยาแก้ปวด หรือยาแก้ไอโดยตรง แม้อาการเหล่านี้อาจดีขึ้นหลังควบคุมการติดเชื้อแบคทีเรียได้ก็ตาม ยานี้ยังไม่ครอบคลุมเชื้อทุกชนิด จึงไม่ควรนำยาที่เหลือจากครั้งก่อนมาใช้กับอาการใหม่ หรือแบ่งให้ผู้อื่นที่มีอาการคล้ายกัน

## ก่อนใช้อะม็อกซิซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิกต้องระวังอะไรบ้าง

**แจ้งประวัติแพ้ยา โรคตับ โรคไต และยาทุกชนิดที่ใช้อยู่ก่อนเริ่มยา** ข้อควรระวังสำคัญมีดังนี้

1. **การแพ้ยาเพนิซิลลินหรือยากลุ่มเบตาแลคแทม**  
   หากเคยมีหน้าบวม คอบวม หายใจลำบาก เป็นลม หรือผื่นรุนแรงหลังใช้ยาในกลุ่มนี้ ไม่ควรทดลองกินซ้ำเอง

2. **โรคตับหรือเคยมีตับผิดปกติจากยานี้**  
   ยาอาจสัมพันธ์กับตับอักเสบหรือภาวะน้ำดีคั่ง โดยอาการอาจเกิดระหว่างใช้ยาหรือหลังหยุดยาแล้ว

3. **การทำงานของไตลดลง**  
   ร่างกายอาจกำจัดยาได้ช้าลง และอาจต้องปรับขนาดหรือช่วงเวลาการใช้ยาให้เหมาะกับการทำงานของไต

4. **ท้องเสียรุนแรงหรือถ่ายเป็นเลือด**  
   อาจเป็นสัญญาณของลำไส้อักเสบที่สัมพันธ์กับยาปฏิชีวนะ ไม่ควรซื้อ[ยาหยุดถ่าย](/pharmacy/anti-diarrhea-medicine/)มากินเองก่อนประเมินสาเหตุ

5. **โรคโมโนนิวคลีโอซิสจากเชื้อไวรัส**  
   ผู้ที่มีภาวะนี้อาจเกิดผื่นหลังใช้อะม็อกซิซิลลินได้บ่อยขึ้น ผื่นไม่ได้แปลว่าแพ้ยารุนแรงเสมอไป แต่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน

> **ไปห้องฉุกเฉินทันที** หากมีหายใจติดขัด เสียงหวีด ลิ้นหรือคอบวม หน้ามืด ผื่นลามเร็ว ตุ่มพอง แผลในปาก หรือผิวหนังลอก เพราะอาจเป็นอาการแพ้ยารุนแรง

## หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรใช้อะม็อกซิซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิกได้หรือไม่

**อาจใช้ได้เมื่อมีข้อบ่งใช้และผู้รักษาประเมินแล้วว่าประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง** คุณควรแจ้งอายุครรภ์ โรคประจำตัว อาการติดเชื้อ และยาที่ใช้อยู่ ไม่ควรเริ่มหรือหยุดยาปฏิชีวนะเองระหว่างตั้งครรภ์

ตัวยาสามารถผ่านสู่น้ำนมได้ในปริมาณหนึ่ง ทารกบางรายอาจถ่ายเหลว มีผื่น หรือมีเชื้อราในปาก หากทารกดูดนมน้อยลง ซึม ถ่ายผิดปกติมาก หรือมีผื่น ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมิน

## เด็กใช้อะม็อกซิซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิกได้หรือไม่

**เด็กอาจใช้ยานี้ได้ แต่ขนาดยาชนิดรับประทานต้องคำนวณตามน้ำหนัก การติดเชื้อ การทำงานของไต และความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์** อายุเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับกำหนดขนาดยา

ยาน้ำมีหลายความเข้มข้น ปริมาตรเท่ากันจึงอาจให้ปริมาณยาไม่เท่ากัน ผู้ดูแลควรอ่านความเข้มข้นบนฉลาก ใช้อุปกรณ์ตวงยา และเขย่าขวดตามคำแนะนำ ห้ามนำจำนวนมิลลิลิตรจากยาขวดเดิมไปใช้กับขวดใหม่โดยไม่ตรวจความเข้มข้น

หากเด็กอาเจียนหลังรับประทานยา อย่าให้ยาซ้ำทันทีโดยไม่ทราบว่าผ่านไปนานเท่าใด เพราะเด็กอาจได้รับยาซ้ำมากเกินไปได้

## อะม็อกซิซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิกมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

**ผลข้างเคียงที่พบบ่อยเกี่ยวข้องกับทางเดินอาหาร ส่วนอาการแพ้รุนแรง ตับผิดปกติ และลำไส้อักเสบพบไม่บ่อยแต่ต้องรีบรักษา**

### ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

- คลื่นไส้หรืออาเจียน
- ปวดท้อง แน่นท้อง หรืออาหารไม่ย่อย
- ถ่ายเหลว
- ปวดศีรษะ
- ผื่นหรือคัน
- เชื้อราในช่องปากหรือช่องคลอด

การกินยาพร้อมอาหารช่วงเริ่มมื้ออาจช่วยลดอาการไม่สบายท้องได้ หากถ่ายเหลวเล็กน้อย ควรดื่มน้ำให้เพียงพอและสังเกตอาการ ไม่ควรหยุดยาเองเพียงเพราะมีอาการเล็กน้อยโดยไม่ตรวจสอบก่อน

### ผลข้างเคียงที่รุนแรง

| อาการ | ควรทำอย่างไร |
|---|---|
| หายใจลำบาก หน้า ลิ้น หรือคอบวม | รับการรักษาฉุกเฉิน |
| ผื่นพุพอง ผิวลอก หรือมีแผลในปาก | หยุดยาและไปโรงพยาบาล |
| ถ่ายเป็นน้ำมาก ถ่ายเป็นเลือด หรือปวดท้องรุนแรง | พบแพทย์โดยเร็ว |
| ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเข้ม | หยุดยาและรับการประเมิน |
| ชัก สับสน หรือหมดสติ | รับการรักษาฉุกเฉิน |

อาการท้องเสียจากยาปฏิชีวนะบางชนิดอาจเกิดหลังหยุดยาแล้ว หากถ่ายเป็นเลือด มีไข้ หรือปวดท้องมาก อย่ารอดูอาการเอง

## อะม็อกซิซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิกทำปฏิกิริยากับยาใดบ้าง

**ยาบางชนิดอาจเพิ่มผลข้างเคียง เปลี่ยนระดับยา หรือทำให้ต้องติดตามผลเลือดใกล้ชิดขึ้น** แจ้งรายการยาตามใบสั่ง ยาที่ซื้อเอง สมุนไพร และอาหารเสริมที่ใช้อยู่

ยาที่ควรระวัง ได้แก่

| ยาหรือกลุ่มยา | สิ่งที่อาจเกิดขึ้น |
|---|---|
| ยาต้านการแข็งตัวของเลือด | ผลต่อการแข็งตัวของเลือดอาจเปลี่ยน |
| เมโทเทรกเซต | ร่างกายอาจกำจัดยาได้ลดลง |
| อัลโลพูรินอล | อาจเพิ่มโอกาสเกิดผื่น |
| โพรเบเนซิด | อาจเพิ่มระดับอะม็อกซิซิลลิน |
| ไมโคฟีโนเลต | ระดับสารออกฤทธิ์อาจเปลี่ยน |
| วัคซีนไทฟอยด์ชนิดรับประทาน | ประสิทธิผลของวัคซีนอาจลดลง |

หากใช้ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน อาการอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรงอาจลดการดูดซึมยาคุม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องเมื่อลืมกินยาหรือเมื่อมีอาการทางเดินอาหารบนฉลากยาคุม

## ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างใช้อะม็อกซิซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิกได้หรือไม่

**ไม่มีปฏิกิริยาเฉพาะที่ทำให้ต้องห้ามแอลกอฮอล์ในทุกคน แต่ควรงดหรือลดระหว่างป่วยและใช้ยา** แอลกอฮอล์อาจทำให้คลื่นไส้ ปวดท้อง เวียนศีรษะ หรือภาวะขาดน้ำแย่ลง

หากมีโรคตับ เคยมีตับผิดปกติจากยา หรือเริ่มมีตัวเหลือง ตาเหลือง และปัสสาวะเข้ม ควรงดแอลกอฮอล์และรับการประเมินทันที

## ขนาดและวิธีใช้อะม็อกซิซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิกในผู้ใหญ่เป็นอย่างไร

**ขนาดยาในผู้ใหญ่ขึ้นอยู่กับสัดส่วนตัวยา ตำแหน่งและความรุนแรงของการติดเชื้อ การทำงานของไต และเชื้อที่คาดว่าเป็นสาเหตุ** ตัวเลขบนชื่อหรือฉลากด้านหน้าไม่เพียงพอสำหรับกำหนดจำนวนเม็ดและความถี่

ไม่ควรหัก บด หรือแบ่งยาเม็ด เว้นแต่ฉลากระบุว่าสามารถทำได้ เพราะยาแต่ละรูปแบบอาจมีสัดส่วนตัวยาต่างกัน ควรกินพร้อมอาหารช่วงเริ่มมื้อ กลืนพร้อมน้ำ และเว้นช่วงยาให้สม่ำเสมอตามฉลากสั่งยา

ขนาดยาที่ใช้ในประเทศไทยอาจแตกต่างกัน โปรดปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา

### คำถามเกี่ยวกับขนาดยา

**ลืมกินยาควรทำอย่างไร?**  
กินเมื่อนึกได้หากยังไม่ใกล้เวลาครั้งถัดไป หากใกล้แล้วให้ข้ามครั้งที่ลืม ห้ามเพิ่มเป็นสองเท่าเพื่อชดเชย

**อาการดีขึ้นแล้วหยุดยาได้ไหม?**  
ไม่ควรหยุดเองก่อนครบแผนการรักษา เว้นแต่เกิดอาการแพ้หรือผลข้างเคียงรุนแรง การหยุดก่อนเวลาอาจทำให้รักษาไม่สำเร็จและเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยา

**ใช้ยาที่เหลือจากครั้งก่อนได้ไหม?**  
ไม่ควร เพราะอาการครั้งใหม่อาจไม่ได้เกิดจากแบคทีเรียชนิดเดิม และสูตรยาหรือระยะเวลาที่เหลืออาจไม่เหมาะสม

## ขนาดอะม็อกซิซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิกในเด็กเป็นอย่างไร

**ขนาดยาสำหรับเด็กต้องอิงน้ำหนักตัวและคำนวณจากส่วนของอะม็อกซิซิลลิน พร้อมพิจารณาสัดส่วนกรดคลาวูลานิกในแต่ละสูตร** ห้ามสร้างตารางขนาดยาตามช่วงอายุ หรือคัดลอกจำนวนมิลลิลิตรจากเด็กอีกคนมาใช้

ก่อนให้ยาน้ำ ควรตรวจชื่อสามัญ ความเข้มข้น วันหมดอายุหลังผสม และปริมาตรที่ระบุในฉลากสั่งยา ใช้กระบอกตวงยาหรืออุปกรณ์ที่มีหน่วยชัดเจน ไม่ใช้ช้อนกินข้าวหรือช้อนชาในครัว

หากน้ำหนักเด็กเปลี่ยนไปมาก เด็กมีโรคไต หรือฉลากขวดใหม่มีความเข้มข้นต่างจากเดิม ต้องคำนวณใหม่ก่อนใช้

## หากใช้อะม็อกซิซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิกเกินขนาดควรทำอย่างไร

**หยุดเพิ่มยาและติดต่อสถานพยาบาลหรือศูนย์พิษวิทยาโดยเร็ว โดยเตรียมบรรจุภัณฑ์และข้อมูลปริมาณที่กินไป** อย่าทำให้อาเจียนเอง เว้นแต่บุคลากรทางการแพทย์สั่ง

การใช้เกินขนาดอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ปัสสาวะผิดปกติ สับสน หรือชัก ความเสี่ยงอาจสูงขึ้นในผู้ที่ไตทำงานลดลง หากหมดสติ ชัก หายใจผิดปกติ หรือปลุกไม่ตื่น ให้เรียกบริการฉุกเฉินทันที

## คำถามที่พบบ่อย

### กินยานี้ตอนท้องว่างได้ไหม

**ควรกินพร้อมอาหารช่วงเริ่มมื้อ** วิธีนี้ช่วยลดอาการระคายทางเดินอาหารและเหมาะกับการดูดซึมกรดคลาวูลานิก หากฉลากสั่งยาระบุวิธีอื่น ให้ยึดตามฉลากนั้น

### ยานี้ช่วยแก้เจ็บคอไหม

**ช่วยได้เฉพาะเมื่อเจ็บคอเกิดจากแบคทีเรียที่ไวต่อยาและมีข้อบ่งใช้** เจ็บคอจำนวนมากเกิดจากไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่ช่วยให้อาการหายเร็วขึ้น

### กินแล้วกี่วันจึงเริ่มดีขึ้น

**ระยะเวลาที่อาการดีขึ้นต่างกันตามตำแหน่งติดเชื้อ ความรุนแรง และความไวของเชื้อ** หากอาการแย่ลง มีไข้สูงต่อเนื่อง หอบ ซึม หรือไม่มีแนวโน้มดีขึ้นตามช่วงติดตามที่ผู้รักษากำหนด ควรรับการประเมินซ้ำ

### กินแล้วท้องเสียต้องหยุดยาหรือไม่

**ถ่ายเหลวเล็กน้อยอาจเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ แต่ไม่ควรหยุดยาเองทันที** หากถ่ายบ่อยมาก ถ่ายเป็นเลือด มีไข้ หรือปวดท้องรุนแรง ให้หยุดยาและพบแพทย์โดยเร็ว

### บดยาหรือแบ่งเม็ดได้ไหม

**ทำได้เฉพาะเมื่อรูปแบบยาและฉลากระบุว่าสามารถแบ่งหรือบดได้** การแบ่งยาโดยดูเพียงขนาดเม็ดอาจทำให้ได้รับสัดส่วนตัวยาไม่เหมาะสม

### ใช้แทนอะม็อกซิซิลลินเดี่ยวได้ไหม

**ใช้แทนกันเองไม่ได้** ยาสองแบบมีองค์ประกอบ ข้อบ่งใช้ ผลข้างเคียง และการเลือกใช้ต่างกัน การมีกรดคลาวูลานิกไม่ได้หมายความว่าเหมาะกว่าหรือจำเป็นสำหรับทุกการติดเชื้อ

### ยานี้ทำให้ง่วงไหม

**อาการง่วงไม่ใช่ผลข้างเคียงเด่น แต่บางคนอาจเวียนศีรษะหรือไม่สบายจากโรคและยา** หากเวียนศีรษะมาก ควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือใช้เครื่องจักรจนกว่าอาการจะหาย

### ผื่นหลังใช้ยาหมายถึงแพ้ยาเสมอไหม

**ผื่นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ต้องประเมินความรุนแรงก่อนใช้ยาครั้งต่อไป** หากผื่นร่วมกับหน้าบวม หายใจลำบาก ตุ่มพอง แผลในปาก หรือผิวลอก ให้รับการรักษาฉุกเฉิน

### เก็บยาน้ำที่ผสมแล้วอย่างไร

**ให้เก็บตามฉลากของผลิตภัณฑ์ เพราะเงื่อนไขและอายุหลังผสมอาจต่างกัน** จดวันที่ผสม ใช้อุปกรณ์ตวงที่สะอาด และทิ้งยาเมื่อพ้นวันหมดอายุหลังผสมแม้ยังเหลืออยู่

## คำถามที่ควรถามเภสัชกร

- ตัวยาสำคัญและสัดส่วนของยาบนฉลากนี้คืออะไร?
- ยาสูตรนี้ต้องกินพร้อมอาหารและเว้นช่วงแต่ละครั้งอย่างไร?
- ยานี้มีปฏิกิริยากับยา โรคประจำตัว หรืออาหารเสริมที่ใช้อยู่หรือไม่?
- หากลืมยา อาเจียน หรือถ่ายเหลว ควรจัดการยาครั้งถัดไปอย่างไร?
- อาการแบบใดที่ต้องหยุดยาและไปโรงพยาบาลทันที?

ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้  
หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์

> ข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์ได้
> หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์
