ขิง คืออะไร ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และแหล่งกำเนิด
ทำความรู้จักกับขิง
ขิงเป็นพืชล้มลุกที่มนุษย์รู้จักและนำมาใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนานหลายพันปี จัดอยู่ในวงศ์ Zingiberaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับข่า กระชาย และขมิ้น ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Zingiber officinale Roscoe โดยส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์หลักคือเหง้าใต้ดินที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
พืชชนิดนี้มีความสำคัญทั้งในด้านการประกอบอาหารและการใช้ในตำรับยาสมุนไพรของหลายวัฒนธรรมทั่วโลก การเรียนรู้ลักษณะทางพฤกษศาสตร์จะช่วยให้สามารถระบุและเลือกใช้ขิงได้อย่างถูกต้อง ทั้งยังช่วยแยกแยะออกจากพืชในวงศ์เดียวกันที่มีลักษณะคล้ายคลึงได้
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และการสังเกตขิง
ขิงเป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นเทียมเกิดจากกาบใบที่ซ้อนกันแน่น สูงประมาณ 30-100 เซนติเมตร ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอกแคบยาว ปลายแหลม มีกลิ่นหอมอ่อนเมื่อขยี้ ใบเรียงสลับเป็นสองแถวบนลำต้นเทียม ก้านใบสั้นและมีกาบใบหุ้มลำต้น
เหง้าขิงมีลักษณะเป็นแท่งแตกแขนงคล้ายนิ้วมือ ผิวนอกสีน้ำตาลอ่อนถึงเหลืองนวล เนื้อในสีเหลืองอ่อนมีเส้นใยละเอียด เมื่อหักหรือขูดจะมีกลิ่นหอมฉุนเป็นเอกลักษณ์และมีรสเผ็ดร้อน เหง้าอ่อนจะมีผิวบางและเนื้อนุ่มกว่าเหง้าแก่
ดอกขิงออกเป็นช่อจากเหง้าแยกต่างหากจากลำต้นเทียม กลีบดอกสีเหลืองอมเขียว มีกลีบปากสีม่วงหรือน้ำตาลแดง ดอกมักพบในช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว แต่การปลูกเพื่อเก็บเหง้ามักไม่รอให้ออกดอก
- เหง้ามีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว เนื้อในสีเหลืองอ่อน รสเผ็ดร้อน
- ใบรูปหอกแคบยาว เรียงสลับสองแถว มีกาบใบหุ้มลำต้น
- ลำต้นเทียมสูง 30-100 ซม. เกิดจากกาบใบซ้อนกัน
- ดอกออกเป็นช่อจากเหง้า กลีบสีเหลืองอมเขียว มีกลีบปากสีม่วง
การเก็บขิงจากธรรมชาติควรระวังไม่ให้สับสนกับพืชในวงศ์เดียวกันที่อาจมีสารพิษ ควรมั่นใจในการระบุชนิดก่อนนำมาใช้ หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์หรือเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้
คำถามที่พบบ่อย
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
หากต้องการความมั่นใจในการระบุชนิดพืชสมุนไพร สามารถใช้แอปพลิเคชันระบุพันธุ์พืชหรือปรึกษานักพฤกษศาสตร์เพื่อความถูกต้องและปลอดภัย