<!-- ราคาโปรแกรมคลินิกในไทยเป็นแบบไหน เข้าใจโครงสร้างค่าใช้จ่ายก่อนเซ็นสัญญา -->
<!-- https://hdmall.co.th/jib-os/resources/34-clinic-software-pricing-in-thailand/ -->
# ราคาโปรแกรมคลินิกในไทยเป็นแบบไหน เข้าใจโครงสร้างค่าใช้จ่ายก่อนเซ็นสัญญา

"โปรแกรมคลินิก ราคา" เป็นคำค้นที่เจ้าของคลินิกพิมพ์ลงกูเกิลกันบ่อยมาก คำตอบคือมันไม่มีราคาเดียวที่ตายตัว ตลาดนี้มีตั้งแต่ของฟรีไปจนถึงแพ็กเกจหลักหมื่นบาทต่อเดือน สิ่งที่ควรรู้ก่อนคุยกับเซลส์คือโครงสร้างราคาจริงๆ มีกี่ก้อน และแต่ละก้อนคิดยังไง

## 1. โครงสร้างราคาแบบรายเดือน (Subscription)
ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ในไทยเก็บเงินแบบรายเดือน ราคาขยับขึ้นลงตามสามตัวแปรหลัก คือจำนวนสาขา จำนวนผู้ใช้งาน และฟีเจอร์ที่เลือก แพ็กเกจที่มีแค่ระบบนัดหมายจะถูกกว่าแพ็กเกจที่พ่วงเวชระเบียนกับ[สต๊อกยา](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/123-stock-card-excel-template-download/)เข้าไปด้วย ยิ่งฟีเจอร์แน่นเท่าไหร่ ราคาก็ขยับสูงตามไปเรื่อยๆ

## 2. ค่าติดตั้งและอบรมทีมงาน
ตรงนี้เป็นจุดที่คลินิกมักพลาด บางเจ้าคิดค่าติดตั้งและค่าอบรมพนักงานแยกจากค่ารายเดือน ต้องถามให้ชัดตั้งแต่ต้นว่ารวมอยู่ในแพ็กเกจหรือเปล่า ไม่งั้นเจอบิลเพิ่มตอนหลังแล้วจะงง

## 3. ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมตามการใช้งาน
บางโปรแกรมไม่คิดราคาเหมาแบบเดียว แต่คิดตามปริมาณ เช่น ตามจำนวนข้อความแชตที่ส่งออก หรือตามจำนวนคนไข้ในระบบ แบบเดียวกับที่ Chatfuel หรือ ManyChat ใช้กันในโลกแชตบอต ก่อนเซ็นสัญญาลองประเมินดูก่อนว่าคลินิกคุณส่งข้อความหรือรับคนไข้เดือนละกี่ราย แล้วเทียบว่าแพ็กเกจไหนคุ้มกว่ากันจริงๆ

## 4. ราคาฟรีมีจริงไหม แล้วคุ้มค่าหรือไม่
มีจริง แต่มาพร้อมเงื่อนไข ส่วนใหญ่จำกัดจำนวนผู้ใช้หรือตัดฟีเจอร์บางอย่างออก เหมาะกับคลินิกเปิดใหม่ที่อยากทดลองระบบก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน แต่พอคนไข้เริ่มเยอะขึ้น แทบทุกเจ้าต้องอัปเกรดเป็นแพ็กเกจเสียเงินอยู่ดี เพราะของฟรีรองรับปริมาณงานที่โตขึ้นไม่ได้

## 5. สิ่งที่ควรเปรียบเทียบมากกว่าตัวเลขราคา
ดูแค่ราคาอย่างเดียวเสี่ยงพลาดจุดสำคัญ คำถามที่ควรถามคือ ระบบเชื่อมต่อกับช่องทางการตลาดออนไลน์ได้ไหม มีแชตบอตช่วยหาลูกค้าใหม่ควบคู่ไปด้วยหรือเปล่า อย่างระบบของ [Jib OS](https://jib-os.hdmall.co.th/) ที่รวมงานบริหารคลินิกกับการตลาดออนไลน์ไว้ในแพ็กเกจเดียว เจ้าของคลินิกไม่ต้องไปซื้อระบบแยกหลายตัวมาต่อกันเอง

ที่น่าสนใจคือ Jib OS ไม่ใช่ระบบที่สร้างขึ้นมาลอยๆ แล้วเพิ่งเอาไปทดลองกับคลินิกอื่น แต่เป็นระบบเดียวกับที่ [HDmall](https://hdmall.co.th/) ใช้ขับเคลื่อนมาร์เก็ตเพลสสุขภาพของตัวเอง ซึ่งเชื่อมต่อผู้ใช้งานกับบริการคลินิกและโรงพยาบาลกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ให้คนเปรียบเทียบราคาและจองแพ็กเกจสุขภาพ ทันตกรรม ความงาม และศัลยกรรมได้ในที่เดียว งานแชตและการจองจำนวนมากที่ HDmall รับมือทุกวันผ่านทั้ง LINE, Facebook และเว็บไซต์ ก็เป็นเหตุผลที่เครื่องมือแชตและการจองใน Jib OS ถูกออกแบบมาให้รองรับปริมาณงานระดับนี้ได้จริง

## 6. เปรียบเทียบกับผู้เล่นในตลาด
HIS และ SmartClinic มักตั้งราคาสูง เพราะเป้าหมายคือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ไม่ใช่คลินิกทั่วไป ส่วน Clinic Master กับ MedFlow จับกลุ่มคลินิกขนาดกลางได้พอดีกว่า ขณะที่เครื่องมือแชตอย่าง LINE OA หรือ Page365 ฟรีในช่วงเริ่มต้นก็จริง แต่ไม่มีฟังก์ชันเวชระเบียนหรือสต๊อกยาให้ใช้เลย คลินิกที่ต้องการระบบครบวงจรจริงๆ ควรมองหาแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ครบ ไม่ใช่แพ็กเกจที่ราคาถูกที่สุด

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าแต่ละกลุ่มผู้เล่นเหมาะกับคลินิกแบบไหน ลองดูตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้

| มิติเปรียบเทียบ | HIS / SmartClinic | Clinic Master / MedFlow | LINE OA / Page365 | Jib OS |
|---|---|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายหลัก | โรงพยาบาลขนาดใหญ่ | คลินิกขนาดกลาง | ร้านค้า/คลินิกทั่วไปที่เน้นแชต | คลินิกที่ต้องการทั้งบริหารและการตลาด |
| ฟีเจอร์เวชระเบียน/สต๊อกยา | มีครบ | มี | ไม่มี | มี |
| การเชื่อมต่อการตลาดออนไลน์และแชตบอต | จำกัดหรือไม่เน้น | จำกัดหรือไม่เน้น | เด่นด้านแชต แต่แยกจากระบบคลินิก | รวมอยู่ในระบบเดียวกัน |
| ระดับราคาที่ผู้ให้บริการวางตำแหน่ง | สูง | กลาง | ฟรีเริ่มต้น | แพ็กเกจครบวงจร |
| ความเหมาะสมกับคลินิกทั่วไป | ไม่เหมาะ เพราะเกินความจำเป็น | เหมาะ | ใช้ได้เฉพาะงานแชต ต้องหาระบบคลินิกแยกเพิ่ม | เหมาะกับคลินิกที่อยากรวมทุกงานไว้ที่เดียว |
| ข้อจำกัดหลัก | ราคาสูงเกินความจำเป็นสำหรับคลินิก | ฟีเจอร์การตลาดออนไลน์ไม่ครบ | ไม่มีระบบบริหารคลินิกรองรับ | ต้องพิจารณาความเข้ากันได้กับสาขาและจำนวนผู้ใช้ |

จากตารางจะเห็นว่าการเลือกระบบไม่ควรตัดสินจากราคาต่ำสุดหรือชื่อที่คุ้นเคย แต่ควรดูว่าคลินิกต้องการฟังก์ชันบริหารงานอย่างเดียว หรือต้องการทั้งบริหารคลินิกและการตลาดออนไลน์ในระบบเดียวกัน

อยากลองก่อนตัดสินใจว่าแชตบอตช่วยลดงานหน้าร้านได้จริงไหม ดูตัวอย่างการทำงานได้ที่ หน้าทดลองแชตของ Jib OS

## สรุป
ตัวเลขราคาบนหน้าเว็บไม่ใช่สิ่งเดียวที่ควรตัดสินใจซื้อ ต้องดูทั้งโครงสร้างค่าใช้จ่ายทั้งหมด ฟีเจอร์ที่ได้จริง และที่สำคัญคือระบบรองรับการเติบโตของคลินิกในอนาคตได้แค่ไหน

<!--newsletter-->

## คำถามที่พบบ่อย

### ถ้าเปลี่ยนจากระบบเดิมมาใช้โปรแกรมคลินิกใหม่ ข้อมูลคนไข้เก่าจะหายไปไหม
ข้อมูลคนไข้เก่าไม่จำเป็นต้องหายไป แต่ต้องตรวจสอบกับผู้ให้บริการตั้งแต่ต้นว่ามีบริการนำเข้าข้อมูล (data migration) รวมอยู่ในแพ็กเกจหรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ควรถามให้ชัดว่าเวชระเบียนเก่า ประวัติการนัด และสต๊อกยาจะย้ายเข้าระบบใหม่ได้ครบถ้วนแค่ไหน เพื่อป้องกันปัญหาข้อมูลตกหล่นระหว่างเปลี่ยนระบบ

### พนักงานที่ไม่ถนัดเทคโนโลยีจะใช้ระบบเป็นได้เร็วแค่ไหน
ระยะเวลาที่พนักงานจะใช้งานคล่องขึ้นอยู่กับว่าแพ็กเกจนั้นมีค่าอบรมทีมงานรวมอยู่ด้วยหรือไม่ อย่างที่บทความอธิบายไว้ว่าบางเจ้าแยกค่าติดตั้งกับค่าอบรมออกจากค่ารายเดือน คลินิกจึงควรสอบถามล่วงหน้าว่าผู้ให้บริการมีการอบรมหน้างานหรือคู่มือใช้งานให้หรือไม่ เพื่อลดเวลาปรับตัวของพนักงาน

### โปรแกรมคลินิกแบบฟรีปลอดภัยพอสำหรับเก็บข้อมูลคนไข้หรือไม่
โปรแกรมฟรีส่วนใหญ่เหมาะกับการทดลองระบบในช่วง[เปิดคลินิกใหม่](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/เปิดคลินิกใหม่ต้องใช้ระบบอะไรบ้าง-เช็กลิสต์ก่อนเริ่มธุรกิจคลินิก/)มากกว่าการใช้งานระยะยาว เพราะมักจำกัดจำนวนผู้ใช้หรือฟีเจอร์บางส่วนตามที่กล่าวไว้ในบทความ เมื่อจำนวนคนไข้เพิ่มขึ้น คลินิกส่วนใหญ่จำเป็นต้องอัปเกรดเป็นแพ็กเกจเสียเงินเพื่อให้ระบบรองรับปริมาณงานและ[ความปลอดภัยของข้อมูล](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับคลินิกความงาม-สิ่งที่ต้องมีเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลคนไข้/)ได้เพียงพอ

### ถ้าเลือกแพ็กเกจที่มีทั้งเวชระเบียนและระบบการตลาดออนไลน์ในตัวเดียว จะคุ้มกว่าแยกซื้อจริงไหม
แพ็กเกจรวมมักคุ้มกว่าสำหรับคลินิกที่ต้องการทั้งบริหารงานและหาลูกค้าใหม่ไปพร้อมกัน เพราะไม่ต้องจ่ายค่าระบบซ้ำซ้อนหลายเจ้าอย่างที่บทความยกตัวอย่างกรณี LINE OA หรือ Page365 ที่เด่นเรื่องแชตแต่ไม่มีฟีเจอร์เวชระเบียนให้ใช้เลย ระบบอย่าง Jib OS ที่รวมงานบริหารคลินิกกับการตลาดออนไลน์ไว้ในที่เดียวจึงช่วยลดความยุ่งยากในการต่อระบบหลายตัวเข้าด้วยกัน

### คลินิกขนาดเล็กที่เพิ่งเปิดใหม่ควรเริ่มจากแพ็กเกจแบบไหน
คลินิกเปิดใหม่ควรเริ่มจากแพ็กเกจที่มีฟีเจอร์พื้นฐานอย่างระบบนัดหมายก่อน แล้วค่อยพิจารณาเพิ่มเวชระเบียนหรือสต๊อกยาเมื่อปริมาณคนไข้เริ่มมากขึ้น เพราะแพ็กเกจที่ฟีเจอร์แน่นเกินความจำเป็นในช่วงแรกจะทำให้ต้นทุนรายเดือนสูงโดยไม่จำเป็น การเลือกผู้ให้บริการที่ปรับขนาดแพ็กเกจตามการเติบโตได้จึงสำคัญกว่าราคาถูกที่สุด

### จะรู้ได้อย่างไรว่าราคาที่เสนอมาไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
วิธีตรวจสอบคือถามผู้ให้บริการให้ครบทั้งสามส่วนตามโครงสร้างราคาในบทความ ได้แก่ ค่ารายเดือนตามจำนวนสาขาและผู้ใช้ ค่าติดตั้งและอบรมทีมงาน และค่าธรรมเนียมตามปริมาณการใช้งานเช่นจำนวนข้อความแชตหรือจำนวนคนไข้ในระบบ หากผู้ให้บริการชี้แจงทั้งสามส่วนนี้ชัดเจนตั้งแต่ต้น โอกาสเจอบิลเพิ่มภายหลังก็จะน้อยลง

## อ่านต่อ

- **คู่มือฉบับเต็ม:** [โปรแกรมคลินิก คืออะไร เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคลินิกของคุณ](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/โปรแกรมคลินิก-คืออะไร-เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคลินิกของคุณ/)
- [คลินิกทั่วไปกับคลินิกความงามต้องการระบบบริหารจัดการต่างกันอย่างไร](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/คลินิกทั่วไปกับคลินิกความงามต้องการระบบบริหารจัดการต่างกันอย่างไร/)
- [ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์เชื่อมกับระบบนัดหมายได้จริงไหม? สิ่งที่คลินิกต้องรู้ก่อนตัดสินใจ](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์เชื่อมกับระบบนัดหมายได้จริงไหม-สิ่งที่คลินิกต้องรู้ก่อนตัดสินใจ/)
- [โปรแกรมบริหารคลินิกช่วยลดภาระงานเอกสารได้อย่างไร รวม 6 งานที่ระบบทำแทนคนได้](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/โปรแกรมบริหารคลินิกช่วยลดภาระงานเอกสารได้อย่างไร-รวม-6-งานที่ระบบทำแทนคนได้/)
- [โปรแกรมคลินิกในไทยมีเจ้าไหนบ้าง และเลือกยังไงให้ตรงกับคลินิก](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/101-thai-clinic-software-landscape/)
- [DoctorEase คืออะไร เหมาะกับคลินิกแบบไหน และราคาเท่าไหร่](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/106-doctorease-review-for-clinics/)
- [ระบบที่จำกัดผู้ใช้ ช่องทาง และข้อความ ต้นทุนจริงที่เห็นตอนคลินิกโต](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/108-software-usage-caps-hidden-cost/)
- [โปรแกรมบริหารคลินิกฟรี มีจริงไหม ใช้ได้แค่ไหน และควรระวังอะไร](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/116-free-clinic-software-thailand/)
- [ภาษีป้ายคลินิก คิดยังไง พร้อมเครื่องคำนวณ Excel ฟรี](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/166-clinic-signage-tax-calculator/)
- [ป้ายแสดงอัตราค่ารักษาพยาบาล คลินิกต้องติดอะไรบ้าง พร้อมแบบฟอร์มฟรี](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/182-clinic-price-list-template/)
- [การเงินคลินิก เข้าใจกำไรจริง ต้นทุนจริง และตั้งราคาให้ไม่ขาดทุน](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/183-clinic-finance-basics/)
- [MediCloud คืออะไร เหมาะกับคลินิกแบบไหน และควรเช็กอะไรก่อนซื้อ](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/186-medicloud-review-for-clinics/)
- [MediCloud คืออะไร เหมาะกับคลินิกแบบไหน และราคาเท่าไหร่](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/186-medicloud-review-for-clinics/)
