<!-- คำนวณต้นทุนคนไข้ไม่มาตามนัด ใส่ตัวเลขคลินิกแล้วรู้ทันที -->
<!-- https://hdmall.co.th/jib-os/resources/211-no-show-cost-calculator/ -->
# คำนวณต้นทุนคนไข้ไม่มาตามนัด

ใส่ตัวเลขของคลินิกหกช่อง แล้วดูว่าคนไข้ที่[ไม่มาตามนัด](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/ระบบนัดหมายคลินิก-วิธีลดคิวซ้อนและลูกค้าไม่มาตามนัด-no-show/)ทำให้หายไปเดือนละเท่าไหร่ และระบบเตือนนัดต้องกู้คืนได้กี่นัดถึงจะคุ้มค่าระบบ

_[เปิดหน้านี้บนเว็บเพื่อใช้เครื่องมือ](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/211-no-show-cost-calculator/)_

## ทำไมไม่คิดจากรายได้เต็มจำนวน

เครื่องคำนวณ no-show ส่วนใหญ่เอาจำนวนนัดที่หลุดคูณราคาเต็ม แล้วได้ตัวเลขที่ใหญ่และน่าตกใจ

**ตัวเลขนั้นสูงเกินจริงเสมอ** ด้วยเหตุผลสองข้อ

**คนไข้ที่ไม่มา ไม่ได้ใช้วัสดุ** ค่ายา ค่าอุปกรณ์ใช้แล้วทิ้ง และของสิ้นเปลืองที่ควรถูกใช้ในนัดนั้น ยังอยู่ครบ ความเสียหายจริงคือส่วนต่างที่เหลือ ไม่ใช่ราคาเต็ม

**ช่องว่างบางส่วนมีคนมาแทน** คลินิกที่มี walk-in หรือมีคิวรอ จะเติมช่องที่หลุดได้บางส่วนเสมอ

เครื่องมือนี้จึงมีสองช่องที่เครื่องมืออื่นไม่มี คือ **ต้นทุนผันแปรต่อนัด** และ **ช่องว่างที่เติมได้** ทั้งสองช่องดึงตัวเลขให้ต่ำลง

เราตั้งใจให้เป็นแบบนั้น **ตัวเลขที่รอดจากการตรวจสอบมีประโยชน์มากกว่าตัวเลขที่ดูน่าตกใจ**

## ตัวเลข "ระบบเตือนนัดลดได้กี่ %" ควรใส่เท่าไหร่

ช่องนี้ตั้งมาให้ที่ 30% และปรับได้เอง เพราะเป็นตัวเลขที่ควรใส่ด้วยความระมัดระวังที่สุดในหน้านี้

งานวิจัยที่มีอยู่ให้ตัวเลขที่ค่อนข้างสูง การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบฉบับหนึ่งพบว่าการเตือนนัดลดอัตราไม่มาตามนัดได้เฉลี่ย 41% อีกฉบับพบราว 34%

**แต่การทดลองแบบสุ่มที่เข้มงวดกว่าให้ตัวเลขเล็กกว่ามาก** โดยเฉพาะเมื่อวัดผลของการเตือน*เพิ่ม*จากที่เตือนอยู่แล้ว ([งานวิจัยเรื่องระบบเตือนนัดบอกอะไรบ้าง](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/97-appointment-reminders-what-research-shows/))

ค่าตั้งต้น 30% จึงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งสองการทบทวน โดยตั้งใจ

**และถ้าคลินิกมีระบบเตือนอยู่แล้ว ตัวเลขที่ควรใส่คือผลเพิ่มจากของเดิม ซึ่งมักต่ำกว่า 10%** ไม่ใช่ตัวเลขจากการทบทวนงานวิจัยที่เทียบกับการไม่เตือนเลย

## จุดคุ้มทุนคือตัวเลขที่ควรดูจริงๆ

มูลค่าที่หายไปต่อปีเป็นตัวเลขที่อ่านสนุก แต่ไม่ได้ช่วยตัดสินใจอะไร

**ตัวเลขที่ช่วยตัดสินใจคือ ต้องกู้คืนกี่นัดต่อเดือนถึงจะคุ้มค่าระบบ** เพราะเป็นคำถามที่ตอบได้ด้วยสามัญสำนึก ไม่ต้องเชื่อใคร

ถ้าเครื่องมือบอกว่าต้องกู้คืน 4 นัดต่อเดือน และคลินิกหลุดอยู่ 60 นัดต่อเดือน คำถามคือระบบเตือนน่าจะช่วยได้ 4 ใน 60 หรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบเองได้

ถ้าเครื่องมือบอกว่าต้องกู้คืนมากกว่าจำนวนที่หลุดทั้งหมด **คำตอบคือยังไม่คุ้ม** และหน้านี้จะบอกตรงๆ

## ตัวเลขที่ใส่มาจากไหน สำคัญกว่าตัวเลขที่ได้

สามช่องที่คนมักใส่ผิด

**อัตราไม่มาตามนัด** คลินิกส่วนใหญ่ประมาณจากความรู้สึก และมักต่ำกว่าความจริง เพราะนัดที่หลุดไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ในระบบอย่างที่นัดที่มาทิ้งไว้

**มูลค่าเฉลี่ยต่อนัด** ถ้าคลินิกมีหัตถการราคาสูงไม่กี่รายการปนอยู่ ค่าเฉลี่ยจะถูกดึงขึ้นจนไม่สะท้อนนัดทั่วไป ควรใช้ค่ามัธยฐานถ้าหาได้

**ช่องว่างที่เติมได้** แทบไม่มีใครวัดจริง ถ้าไม่แน่ใจ ให้ใส่ต่ำไว้ก่อนจะปลอดภัยกว่า เพราะจะทำให้ตัวเลขความเสียหายสูงขึ้น และการตัดสินใจบนตัวเลขที่สูงเกินไปแพงกว่าการรอ

ถ้าอยากได้ตัวเลขที่นับจริงแทนที่จะประมาณ [แบบบันทึกแชทที่ตกหล่น](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/210-missed-enquiry-log/)ใช้วิธีเดียวกันกับฝั่งแชทที่เข้ามา

## ข้อควรระวัง

เครื่องมือนี้เป็นการประมาณการจากตัวเลขที่ผู้ใช้กรอกเอง **ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์** ผลของระบบเตือนนัดต่างกันมากตามประเภทบริการ กลุ่มคนไข้ ช่องทางที่ใช้เตือน และสิ่งที่คลินิกทำอยู่แล้ว ตัวเลขที่ได้ควรใช้เป็นจุดตั้งต้นในการพิจารณา ไม่ใช่ข้อสรุป

<!--newsletter-->

## คำถามที่พบบ่อย

### คนไข้ไม่มาตามนัดทำให้คลินิกเสียเงินเท่าไหร่
ขึ้นกับจำนวนนัด อัตราไม่มาตามนัด และมูลค่าต่อนัดของคลินิกนั้น แต่วิธีคิดที่ถูกต้องไม่ใช่เอาจำนวนนัดที่หลุดคูณราคาเต็ม เพราะคนไข้ที่ไม่มาไม่ได้ใช้วัสดุ และช่องว่างบางส่วนมีคนมาแทนได้ ความเสียหายจริงคือส่วนต่างหลังหักต้นทุนผันแปร คูณด้วยสัดส่วนของช่องที่เติมไม่ทัน

### อัตราไม่มาตามนัดของคลินิกทั่วไปอยู่ที่เท่าไหร่
ต่างกันมากตามประเภทบริการและกลุ่มคนไข้ จนไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้แทนกันได้ สิ่งที่ทำได้คือนับของคลินิกเองจากสมุดนัดย้อนหลังสองถึงสามเดือน คลินิกส่วนใหญ่ที่ประมาณจากความรู้สึกมักได้ตัวเลขต่ำกว่าความจริง เพราะนัดที่หลุดไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้เหมือนนัดที่มา

### ระบบเตือนนัดลด no-show ได้จริงกี่เปอร์เซ็นต์
การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบพบตัวเลขเฉลี่ยราว 34 ถึง 41% แต่เป็นการเทียบกับการไม่เตือนเลย ส่วนการทดลองแบบสุ่มที่วัดผลของการเตือนเพิ่มจากที่เตือนอยู่แล้ว พบตัวเลขที่เล็กกว่ามาก คลินิกที่มีระบบเตือนอยู่แล้วจึงควรคาดหวังผลเพิ่มในระดับต่ำกว่า 10% ไม่ใช่ตัวเลขจากการทบทวนงานวิจัย

### ควรใส่ต้นทุนผันแปรเท่าไหร่
ให้ใส่สัดส่วนของค่าวัสดุและของสิ้นเปลืองที่จะไม่ได้จ่ายเมื่อคนไข้ไม่มา เทียบกับมูลค่าของนัดนั้น หัตถการที่ใช้วัสดุมากจะมีสัดส่วนสูง ส่วนการตรวจที่ใช้แต่เวลาแพทย์จะมีสัดส่วนต่ำ ค่าตั้งต้น 30% เป็นเพียงจุดเริ่ม ควรปรับตามโครงสร้างต้นทุนจริงของคลินิก

### จุดคุ้มทุนคำนวณอย่างไร
เอาค่าระบบต่อเดือน หารด้วยมูลค่าที่หายไปจริงต่อหนึ่งนัดที่หลุด ผลลัพธ์คือจำนวนนัดที่ต้องกู้คืนได้ในหนึ่งเดือนจึงจะคุ้มค่าระบบ ตัวเลขนี้มีประโยชน์กว่ามูลค่าความเสียหายต่อปี เพราะเปลี่ยนคำถามให้เป็นเรื่องที่ตอบได้ด้วยสามัญสำนึก คือระบบน่าจะช่วยกู้คืนได้เท่านั้นจริงหรือไม่

### ถ้าเครื่องมือบอกว่ายังไม่คุ้ม ควรทำอย่างไร
ถือว่าเป็นคำตอบที่ใช้ได้ แปลว่าในตัวเลขชุดนี้ การลงทุนกับระบบเตือนนัดอย่างเดียวยังไม่คุ้ม และควรมองหาสาเหตุอื่นก่อน เช่น การตอบแชทที่ตกหล่น หรือช่องว่างในตารางที่มาจากการจัดคิว ไม่ใช่จากการไม่มาตามนัด

## อ่านต่อ

- [ระบบเตือนนัดหมายลด no-show ได้จริงแค่ไหน งานวิจัยบอกอะไรบ้าง](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/97-appointment-reminders-what-research-shows/)
- [ระบบนัดหมายคลินิก วิธีลดคิวซ้อนและลูกค้าไม่มาตามนัด](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/ระบบนัดหมายคลินิก-วิธีลดคิวซ้อนและลูกค้าไม่มาตามนัด-no-show/)
- [ดาวน์โหลดแบบบันทึกแชทที่ตกหล่น (Excel) ฟรี](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/210-missed-enquiry-log/)
- [จ้างแอดมินเพิ่ม กับใช้ระบบ AI ตอบแชท คุ้มกว่ากันตรงไหน](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/62-hiring-admin-vs-ai-chat-system/)
- [ราคาโปรแกรมคลินิกในไทยเป็นแบบไหน](https://hdmall.co.th/jib-os/resources/34-clinic-software-pricing-in-thailand/)
